[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 งานชุมนุมที่อวิ๋นเมิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 292 ครั้ง
    24 ส.ค. 62





   
    เราเดินทางมาที่อวิ๋งเมิ่งด้วยการนั่งเรือ โดยมีตระกูลใหญ่จากที่อื่นๆอีกมากมาย สองข้างทางเมื่อเข้ามาในเขตน่านน้ำของที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพูนับหมื่นกำลังเบ่งบาน กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกบัวทำให้พลันรู้สึกนึกถึงบ้านตอนที่เรายังไม่ตาย

    "เจ้าคงได้มาที่นี่ครั้งแรก เจ้าคืดว่าที่นี่เป็นอย่างไร?" ซือจุยเอ่ยถามฉันที่กำลังนั่งมองดอกบัวที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ดูสวยงามเหมือนกับอยู่ในสวรรค์ก็มิปานเลย

     "ข้าชอบมากเลย พี่ซือจุย...ข้าไม่เคยเห็นสระบัวกว้างเช่นนี้มาก่อน" ที่นี่อารมณ์คล้ายๆกับบึงบอระเพ็ดเลย เพียงแต่ว่าดอกบัวของที่ท่าเรือนี้มันมีหลายชนิด และดอกไม้ก็ใหญ่ซึ่งหาได้ยากมาก

     "ไว้ถ้าการชุมนุมจบ ไปซื้อฝักบัวมาดีไหม? ที่นี่ขึ้นชื่อว่าฝักบัวสดๆอร่อย" จิ่งอี๋พูดขึ้นแล้วเดินนั่งข้างซือจุยที่อยู่อีกฝั่ง ฉันหันขวับมาพยักหน้าหงึกๆ

     "จริงเหรอ! ข้าอยากกินจัง...มีของอะไรอร่อยอีกไหมพี่จิ่งอี๋?"

     "มีเยอะมากๆเลย หลังจากการชุมนุมค่อยลองขอท่านหานกวงไปกัน" อีกฝ่ายตอบรับในขณะที่เรือนั้นเข้าเทียบท่าพอดี พวกเราทังสามขึ้นมาจากท่าฉันก็มองหาเว่ยอิง กับหลานจ้านที่ตอนนี้อยู่ไหนก็ไม่รู้

     "พี่จิ่งอี๋ พี่ซือจุย แล้วพวกท่านหานกวง กับพี่โม่ล่ะ?"

     "เข้าไปด้านในก่อนแล้ว เราเองก็ไปกันเถอะ" ฉันพยักหน้ารับและระหว่างที่เรากำลังจะเข้าไปด้านใน ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินปาดหน้าฉันพวกเราชะงักเท้าไว้ไม่ทัน

     คนกลุ่มนั้นปรายตามองแต่ไม่พูดอะไรก่อนจะเดินไปต่อ พอเห็นเครื่องแบบกับตราสัญลักษณ์ฉันก็ไม่แปลกใจเลยว่าเป็นใคร ตราดอกโบตั๋นนั้นมีเพียงแค่ตระกูลเดียวเท่านั้นแหละ






     เมื่อมาถึงยังลานกว้างเหล่าผู้ฝึกตนมากมายต่างรอเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังพบปะพูดคุยกันอยู่ ฉันก็มองดูแล้วเห็นผู้หญิงอยู่บ้างประปรายแต่พวกนางส่วนใหญ่มากจากตระกูลจินทั้งนั้น แถมดูจากสีหน้าท่าทางแล้วคงหยิ่งๆ เชิดๆทุกคน 

     "นี่ เจ้าน่ะ เป็นคนของตระกูลหลานแท้ๆ...เหตุใดจึงไม่สวมผ้าคาดหน้าผากล่ะ?" เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาเอ่ยทัก ชุดเครื่องแบบสีดำขอบทองคงเป็นคนของสกุลเนี่ย

     "นี่เจ้า!" จิ่งอี๋ที่กำลังจะแย้งกลับ ถูกฉันสะกิดห้ามไว้ก่อนแล้วตอบกลับด้วยท่าทีที่ธรรมชาติที่สุด

     "ข้าเพียงแค่ได้รับการดูแลจากคนของตระกูลหลาน...แต่หาใช่คนของสกุลหลาน ชื่อแซ่ข้าก็ใช้ชื่อเดิม คนตระกูลหลานดีกับข้ามาก เพียงแต่เพราะสาเหตุบางอย่างจึงทำให้ข้ามิได้รับกวาน"

     "แล้วเจ้าไม่น้อยใจบ้างหรือ?"

     "ไม่เลย ข้ายังคิดว่าคนเช่นข้าไม่เหมาะกับตระกูลสูงส่งเช่นนี้เสียด้วยซ้ำไป แต่พวกเขามีเมตตากับข้ามากขนาดนี้ก็บุญมากแล้ว" เด็กหนุ่มตรงหน้ามองฉันด้วยความชื่นชมก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินจากไป ฉันจึงหันมายิ้มให้กับซือจุยและจิ่งอี๋ พร้อมกับศิษย์พี่คนอื่นๆ

     "คำตอบดีมากฟูหยาง"

     "ขอบคุณพี่ๆเจ้าค่ะ"







     ไม่นานนักการแข่งขันของ 4 ตระกูลใหญ่ก็ได้เริ่มขึ้น เหล่าผู้นำของทั้ง 4 ตระกูลพูดคุยและมีผู้ประกาศตะโกนดังลั่นลานกว้างแห่งนี้ อยากรู้จังเลยแฮะว่าจะเป็นการแข่งขันแบบไหน
     
     "การแข่งล่าอสูรในเขตชายแดนอวิ๋นเมิ่ง จะเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ทุกคนถึงที่หมาย!!" หลังจบเสียงประกาศพวกเราทุกคนต่างหันหลังกลับไปที่เรือเพื่อไปยังป่าแถวเขตชายแดนของอวิ๋นเมิ่ง




     
 
     พวกเราทั้งสามนั่งเรือจนเริ่มสังเกตว่าน้ำในทะเลสาบที่เคยใสเริ่มขุ่นมัว ใบบัวที่เคเขียวสวยกลับเป็นสีน้ำตาลแล้วเหี่ยวเฉา หมอกเริ่มขึ้นจนหนาทึบมองอะไรแทบไม่เห็น จนทำให้เรารู้สึกหม่นหมองไปด้วย

     "เกิดอะไรขึ้นกับน่านน้ำนี้กันนะ..."

     "แรงอาฆาตคงส่งผลทำให้ทุกชีวิตตายลง หรือไม่ก็คุ้มคลั่งขึ้นมาก็เป็นได้ เราต้องระวังตัวไว้ให้ดี" ตอนนี้ซือจุยคือผู้นำของพวกเราทุกคนล้วนฟังเขา เพราะถือได้ว่าเขาเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำมากที่สุดแล้ว


     เมื่อจอดเทียบท่าทุกคนต่างรีบลงจากเรือมองเข้าไปในป่าดงดิบที่มีเสียงสัตว์มากมายร้องโหยหวนเหมือนอยู่ในป่าช้าพวกเราถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ยังไงฉันก็ไม่ชอบเจออะไรสยองขวัญอยู่ดี

     วิ๊ดดดดดดดดดดด ตูมมมมม!!!

     เสียงพลุดังขึ้นบ่งบอกเริ่มการแข่งขัน พวกเราทุกคนต่างวิ่งเข้าป่ากันไปแบบไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ซึ่งฉันก็ดันบ้าวิ่งตามพวกเขาเข้าไปด้วยจนกระทั่งเรามาหยุดอยู่กลางป่า

     "...เราแยกกันเป็น 3 คน ใครที่ได้รับบาดเจ็บให้กลับไปรอที่เรือก่อน แล้วส่งพลุขอความช่วยเหลือ จิ่งอี๋ ฟูหยางมกับข้า" พวกเราทุกคนพยักหน้าก่อนจะวิ่งแยกกันไป


    
     พึ่บๆๆ!! กิ๊ซๆๆ!!

     "ค ค้างคาวมาจากไหนเนี่ย!" ฉันผงะจนแทบเบรคไม่ทันพวกเรารีบชักกระบี่แล้วมองสัตว์ที่บินสวนกับพวกเรามา สัตว์คล้ายค้างคาวแต่ปากของมันยาวและมีเคี้ยวคมเหมือนนกอ้ากว้าง

     ฉันขนลุกทั่วร่างแล้วตัดสินใจตะโกนร้องแล้วฟันมันทันที

     "ว๊ากกกกก! อย่ามาใกล้นะ!"

     ฉัวะ! ตุบ!

     "ฟูหยาง เจ้าทำได้ดีมาก!" ซือจุยตะโกนชมก่อนจะฟันนกประหลาดที่พุ่งเข้ามาหา ไม่ต่างกับจิ่งอี๋ที่เพิ่งจัดการมันไป ฉันหายใจหอบปลอบขวัญตัวเอง หน้าตามันสยองมากเหมือนหลุดมาจาดในหนังพวกสัตว์กลายพันธุ์ไม่มีผิด

     "ขนลุก! หน้าตามันน่ากลัวอ่ะ พี่ซือจุย พี่จิ่งอี๋!"

     "แต่เจ้าก็มือไวนะ ตกใจร้องลั่นแต่ก็ยังฟันมันได้ อ้อ ตอนอยู่บ้านตระกูลเทียนเจ้าก็ต่อยศพกระเด็นเลยนี่" จิ่งอี๋ยิ้มแซ็วซึ่งแันไม่ขำสักนิด เออ ฉันมันพวกมือลั่นเวลาตกใจไง ไม่ยกเท้าถีบก็ดีเท่าไหร่แล้วนะ!

     "อย่าแซ็วข้านะ พี่จิ่งอี๋! ข้าไม่สนุกด้วยหรอก" ฉันว้ากลั่นแล้วเก็บกระบี่เข้าฝักก่อนจะสาวเท้าเดินไปข้างหน้าต่อ 

     ฟิ้ววว! ฉึก!

     "...ลูกธนูมาจากไหนเนี่ย?" ธนูดอกหนึ่งพุ่งลงปักตรงหน้าของพวกเราเพียงไปกี่ก้าว ตรงหน้าถัดไปมีสัตว์อสูรตัวหนึ่งรีบหนีเข้าพุ่มไม้ไป

    แซ่กๆๆ!

     "พวกเจ้าอีกแล้ว ทำไมต้องเจอกันอยู่เรื่อย!" เสียงบ่นของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กที่อายุไล่เลี่ยกัน หน้าผากแต้มจุดสีแดงและสวมชุดสีเหลืองตราดอกโบตั๋นสีขาวกลางอก

     "พวกข้าต่างหากที่ต้องถาม ว่าเจ้านั่นแหละ ทำไมต้องหาเรื่องพวกข้าด้วย!" จิ่งอี๋แย้งกลับ เด็กหนุ่มสกุลจินกอดอกเชิดหน้าขึ้นมองพวกเราก่อนจะสบตาเข้ากับฉันพอดี

     "ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย...เจ้าชื่ออะไร?"

     "ข ข้าเหรอ?" ฉันชี้ตัวเองหน้าเหลอหลา อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วรอฟังคำตอบ

     "เทียนฟูหยาง" เมื่อตอบกลับไปเด็กหนุ่มตรงหน้าของขมวดคิ้ว แล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้แต่จิ่งอี๋ยกแขนกำบังฉันไว้ทันแล้วจ้องอีกฝ่ายกลับด้วยแววตาแข็งกร้าว

     "อย่ายุ่งกับนาง"

     "ทำไมข้าจะยุ่งไม่ได้! ข้ามิเคยรู้มาก่อนเลยว่าประมุขเทียนจะมีลูกนอกสมรสอีกคน แม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ?"

     "เอ่อ...ประมุขเทียนเก็บข้ามาเลี้ยง ชื่อก่อนหน้าของข้าคือเทียนเฟยหง" ดวงตากลมโตเบิกกว้างชี้นิ้วมองฉันด้วยความตกใจปนทึ่ง

     "จ เจ้าคือนางใบ้คนนั้นน่ะหรือ!" จิ่งอี๋เลือดขึ้นหน้าโพล่งขึ้นเสียงดังด้วยความเกรี้ยวโกรธ

     "จินหลิง อย่าเสียมารยาท! ฟูหยางไม่ได้เป็นใบ้ พูดจาอะไรให้เกียรตินางด้วย" 

     "ก็ข้าเคยได้ยินมา ว่านางพูดไม่ได้ ใครพูดอะไรนางก็ไม่ตอบ...จนเขาลือว่าเป็นใบ้ไปแล้ว ว่าแต่ประมุขและฮูหยินเทียนสบายดีหรือไม่?" ฉันผงะแล้วยืนนิ่งก่อนจะตอบออกไปตามความจริง

     "ประมุขและฮูหยินเทียน...หายสาบสูญไป ตอนนี้ข้าเองก็ถูกส่งมาให้คนสกุลหลานดูแลเพราะสองพี่น้องกำลังหมายจะเอาชีวิตข้า" ที่จริงพวกนั้นก็ฆ่าสำเร็จแล้วแหละ 

     แต่ฉันดันมาสิงอยู่ในร่างหล่อนแทน

     "...ยังหาไม่เจอหรือ?"

     "ข้ามิทราบ เพราะตอนที่ข้ากลับจากล่าภูตผีจึงแวะไปที่ตระกูลเทียน คนรับใช้บอกว่าพวกเขาหายสาบสูญไปได้สักระยะหลังจากที่ส่งข้ามาเรียนอวิ๋นเซินปู้จือฉู่" จินหลิงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะตวัดตาหันมาแขวะจิ่งอี๋ที่ยืนคั่นกลางอยู่

     "เจ้าเอามือเจ้าออกไป ไม่เห็นหรือว่าพวกข้ากำลังคุยกันอยู่"

     "ฟูหยางเป็นน้องของพวกข้า! คนสกุลจินชอบปากพล่อยไม่เข้าเรื่อง ชอบดูถูกคนอื่น จะให้ข้าไว้ใจเจ้าได้อย่างไรกัน!" จิ่งอี๋ไม่ยอมพร้อมกับแย้งกลับตามฉบับของคนฝีปากกล้าประจำสกุลหลาน

     ขนาดรู้มาบ้างแล้วนะว่าจิ่งอี๋เป็นคนปากไว ปากร้าย พอมาเจอจริงๆแบบนี้ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นลูกของเจียงเฉิง และหลานซีเฉินแน่ๆ เขามาอยู่ผิดตระกูลรึเปล่าเนี่ย ถามจริง?

     "นี่ พวกเจ้าหยุดเถอะ อายฟูหยางบ้างสิ..." ซือจุยรีบเข้ามาปรามทั้งสอง แต่ก็ต้องเบาเสียงลงแล้วหันมามองฉันด้วยความไม่เข้าใจ

     "ฟูหยาง เจ้ายิ้มทำไม?"

     "พี่ซือจุย ข้าว่าพวกเขาทะเลาะกันแล้วดูน่ารักดี เคยได้ยินหรือไม่ว่ายิ่งทะเลาะกันก็ยิ่งสนิทกัน" ว่าแล้วก็อดขำไม่ได้ที่เห็นทั้งสองกำลังประลองกระบี่ไปมา

     "ก็จริงของเจ้า...แต่ทะเลาะกันตรงนี้มันอันตราย รีบห้ามทั้งสองก่อนเถอะ" ฉันพยักหน้ารับคำของซือจุยก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินไปห้าม

     "พี่จิ่งอี๋ พอได้แล้ว"

     "คุณชายจิน หยุดเถอะ"

     "ไม่ต้องมาห้าม!!" ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน และตวัดมองสบตาเขม็งแต่ยังไม่ทันไรเสียงบางอย่างก็ดังลั่นไปทั่วทั้งป่า จนพื้นสะเทือน


     โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!


     เสียงคำรามนั้นทำให้พวกสัตว์อสูรแตกตื่นและรีบหนีมาทางพวกเรา ที่นำมาก่อนใครก็คงจะไม่พ้นค้างคาวประหลาดหน้าตาน่าขนลุกแน่นอน

     "ม มันมาอีกแล้ว!!" ฉันกระโดดเหยงด้วยความขนลุกขนพองมือกำกระบี่ไว้แน่นแล้วรีบสะบัดแขนฟันเจ้าสิ่งที่น่าขนลุก ทั้งฟันไปด่าไปไม่หยุด





     เวลาผ่านไป


     "แฮ่กๆๆ ป ป่านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!" ฉันบ่นเสียงแหบ หายใจหอบตัวโยนพร้อมจัดการกับเจ้าฝูงค้างคาวหน้าตาเหมือนนกมีฟันเกือบๆ 15 นาที 

     "ท่านน้าบอกข้าว่า มีแรงอาฆาตบางอย่างทำให้สัตว์เหล่านี้คลุ้มคลั่ง แล้วก็มันได้พาเจ้าพวกนกน่าขยะแขยงนี่มาด้วย" จินหลิงตอบพลางเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม

     "เจ้านกพวกนี้มิได้อยู่เขตนี้แต่แรกหรือ?" จิ่งอี๋ถามบ้างก่อนจะเดินมาขนาบข้างฉันพร้อมกับซือจุย

     "พวกมันไม่ใช่สัตว์ที่จะอยู่ในแถบนี้แน่ๆ เพราะข้าเองก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน...ตัวแรกท่านน้าข้าจับมาได้เพราะมันไปอาละวาดชาวบ้าน พืชไร่เสียหาย พวกสัตว์ที่เลี้ยงตาย พวกปลาไม่ติดอวนแหของชาวประมง" ฉันฟังจินหลิงอธิบายแล้วเดินมาดูซากเจ้านกคอขาดพวกนี้ ก่อนที่บางอย่างจะลอยโชยมาตามลม

     ฟิดๆ

     "...กลิ่นนี่มันอะไรกันเนี่ย ตั้งแต่เข้ามาในเหลียนฮวาอู้ก็ไม่ได้กลิ่นพวกนี้นี่นา" ฉันปรายตามองซากสัตว์นั้นก่อนจะเห็นบางอย่างจึงหยิบมันขึ้นมาดูแล้วดมกลิ่น

    กลิ่นไม่แสบจมูกมาก และไม่ได้เหมือนของเน่า...กลิ่นแรงเหมือนพวกยางสนเลย

     "ฟูหยาง เจ้าเป็นอะไรไป?"

     "พี่ซือจุย ข้าได้กลิ่นแปลกๆจากเล็บของเจ้านี่" ฉันว่าก่อนจะชี้ที่เล็บทื่อๆของมัน เด็กหนุ่มสกุลหลานทั้งสองเข้ามาดูก่อนจะสัมผัสแล้วดมกลิ่นบ้าง

     "เจ้าเป็นสุนัขหรือไง ถึงได้กลิ่น ข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย"

     "ก็ข้าได้กลิ่นเองนี่ ไม่ได้กลิ่นก็เรื่องของเจ้าสิ" ฉันแย้งกลับจนคุณชายจินหลิงถลึงตามองที่ฉันพูดกวนประสาท 

     "เจ้าพูดอย่างนั้นกับข้าได้ยังไง!"

     "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ข้ากับเจ้าก็อายุไล่เลี่ยกันนะ ห่างกับปีเดียวเอง" จินหลิงกัดฟันกรอด โกรธหน้าแดง จิ่งอี๋นั้นแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ส่วนซือจุยก็ยิ้มแห้งๆแล้วรีบเข้าไปคุยกับอีกฝ่ายให้ใจเย็นลง

     "เจ้า!!"

     "คุณชายจิน ใจเย็นๆก่อนเถอะ"  ระหว่างที่พวกเขากำลังส่งเสียโวยวายกันดูสนุกสนาน หางตาก็เหลือบไปเห็นเจ้าสัตว์คล้ายจิ้งจอกสีออกน้ำเงินอมเทา มีเขาเล็กๆบนหัว

     ดวงตากลมโตสีเข้มเป็นประกายเหมือนมีดาวระยิบระยับอยู่ข้างใน ใบหน้าจิ๋วๆ หูกว้างลู่ลงเหมือนกลัวสิ่งที่ใหญ่กว่า หน้ามันเหมือนกับจิ้งจอกเฟนเนกเลย 


    น น่ารักจัง...





    ฉันแอบเหลือบมองพวกผู้ชายที่กำลังเถียงกันไม่หยุดก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ 


    มันคือซาลาเปาใส้ไก่ป่าที่เพิ่งซื้อมาก่อนจะเข้าการชุมนุม ฉันบิดมันครึ่งหนึ่งแล้วค่อยๆเดินด้านข้างไปวางไว้ตรงพุ่มไม้เงียบๆ แล้วถอยออกห่าง เจ้าจิ้งจอกน้อยเมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงเข้าไปใกล้ดมกลิ่นไม่นานก่อนจะคาบไว้ในปากแล้วหันมามอง 

     "รีบไปเถอะ อย่าให้โดนจับได้นะ" ฉันรีบโบกมือไล่แล้วพูดเสียงเบาก่อนที่มันจะกระโดดแผล่วหายไปในพุ่มไม้อย่างเงียบเชียบ ก็โล่งใจก่อนจะเดินไปหาพวกเขาเพื่อช่วยซือจุยปรามอีกแรง

     "พอเถอะ พี่จิ่งอี๋ จินหลิง...ตอนนี้พวกเราทำคะแนนกันก่อนเถอะ ว่าแต่จินหลิงแล้วคนอื่นๆล่ะ?"
    
     "ข้าแยกมา พวกนั้นอยู่ไปก็มีแต่จะถ่วงข้าเปล่าๆ" จินหลิงพูดน้ำเสียงหงุดหงิดพลางกอดอกมองไปทางอื่น ก็ไม่รู้หรอกนะว่าผิดใจเรื่องอะไรกันมาแต่...ขืนปล่อยเขาอยู่ลำพังมันอันตรายเกินไป

     "จินหลิงไป---"

     "เช่นนั้น คุณชายจินร่วมเดินทางไปกับพวกข้าดีไหม?" ซือจุยโพล่งขึ้นจนพวกเราที่เหลือถึงกับหันขวับไปมองด้วยความตกตะลึง ฉันรีบเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้มเต็มที่ด้วยความดีใจ

     "ซือจุย เจ้าคิดอะไรอยู่กัน! ให้เจ้าคุณชายจอมหยิ่งคนนี้ร่วมเดินทางด้วยเนี่ยนะ!" จิ่งอี๋ร้องลั่นรีบเถียงเพื่อนของตนทันที ส่วนจินหลิงก็อ้ำอึ้งทำตัวไม่ถูกแล้วตอบปฏิเสธ

     "ข ข้าไม่ไปหรอก! พวกเจ้ามาถ่วงแข้งถ่วงขาข้ากันพอดี"

     "แต่ข้าเห็นด้วยนะ ในป่านี้อันตราย ไม่รู้ว่าจะเจออะไรอีก...เจ้าคิดว่าในป่านี้มีแค่พวกค้างคาวหน้าตาประหลาดพวกนี้หรือ?" ฉันยกมือสนับสนุนซือจุย เด็กหนุ่มยิ้มบางแล้วพยักหน้า

     "ฟูหยาง เจ้าก็เอากันเขาด้วยเหรอ?!"

     "ถึงจะเป็นช่วงกลางวัน แต่ป่าแห่งนี้หนาทึบมาก พวกสัตว์ที่อยู่ในเขตนี้ก็น่าจะพรางตัวได้ดีจะซุ่มโจมตีทำร้ายพวกเราเมื่อไหร่ก็ได้นะ" ฉันอธิบายยาวๆตามประสาคนที่เคยทำงานในป่ามาก่อน

     "แต่ข้า..."

     "ไปด้วยกันเถอะ จินหลิง...มันอันตรายเกินไป เจ้ารับมือคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ เจ้ายิงธนูเก่งเราคงต้องเพิ่งความสามารถของเจ้าด้วย" ฉันพูดสมทบซือจุยแล้วมากระตุกแขนเสื้อคุณชายจินอย่างเต็มที่จนเด็กหนุ่มวัยสิบห้าหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศและรีบสะบัดแขนออกทันที

     "ก ก็ได้! เห็นแก่ที่เจ้าขอร้องข้าหรอกนะ!" เขาว่าก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอดเชิดหน้าเป็นท่าประจำตัวแล้วรีบสาวเท้าเดินไป ฉันกับซือจุยมองสบตากันก่อนจะหัวเราะน้อยๆแล้วเดินตามเขาไป

     "พี่จิ่งอี๋ ไปกันเถอะ" จิ่งอี๋ถอนหายใจก่อนจะยอมเดินตามมา



     พวกเราเข้าป่ามาลึกมากขึ้นแต่ก็ยังไม่พบอะไรผิดปกติเหลือเวลาอีกไม่มากนักก่อนที่การแข่งขันจะจบลง พวกเราก็ไม่รู้ว่าเขานับคะแนนกันยังไง แต่ที่แน่ๆตอนนี้อยากจะกลับแล้วสิ

     โฮกกกกกกกกกกกกกก!!

     "เสียงนี่อีกแล้ว! อ๊ะ จินหลิงเจ้าจะไปไหนน่ะ!" ทันทีที่เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้งจนป่าสั่นสะเทือน จินหลิงก็รีบวิ่งลึกเข้าไปจนพวกเราต้องรีบวิ่งตาม

      ครึ่กก!

     ต้นไม้ด้านหน้าเริ่มโงนเงนและดูเหมือนจินหลิงจะยังไม่รู้สึกตัว ว่ามันกำลังจะล้มลงมา ฉันรีบตะโกนรั้งเขาไว้แต่ก็ไม่ไวเท่ากับเด็กหนุ่มสกุลหลานที่รีบกระชากตัวออกมาจนล้มลงไปทั้งคู่

     "จินหลิง รีบหลบ---!"

     หมับ! โครมมมมมมมม!!

     "พี่ซือจุย/ซือจุย จินหลิง!" ฉันและจิ่งอี๋ร้องลั่นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาทั้งคู่โดยที่คุณชายสกุลจินนอนทับซือจุยอยุ่ด้านบน มือของซือจุยเองก็ยังคงประคองศีรษะของอีกฝ่ายไว้

     "อึ่ก! คุณชายจิน...บาดเจ็บตรงไหนเหรอไม่?"

     "เจ้ามาขวางข้าทำไม! ปล่อยข้า!" จินหลิงตวาดใส่แล้วผลักอีกฝ่ายออกห่าง ใบหน้าขาวเนียนแดงจัดจนแทบจะไม่เห็นจุดแดงชาดบนหน้าผากแล้ว

     "...พรึด!" ฉันเผลอหลุดขำออกมาจนจินหลิงตวัดตามามอง ฉันจึงต้องรีบยกมือปิดปากแล้วเบือนหน้าหนีหน้าแดงๆของอีกฝ่าย 

     โอ๊ยยย ขนมเข่งน้อยน่ารักจริงๆ!

     "เจ้าหัวเราะอะไร!"

     "ข ข้าขอโทษๆ....ก็เจ้าดูน่ารักดีจนข้าอดขำไม่ได้น่ะสิ" จินหลิงกัดฟันหน้าแดงฉ่า แต่ยังไม่ได้ทันที่จะโวยวายอะไรบางอย่างก็พุ่งออกมาจากด้านข้างของพวกเรากระแทกกับต้นไม้อย่างแรง

     ตึง!!

    ต้นไม้ใหญ่ถูกขว้างผ่านหน้าเราไป พวกเราไม่รีรอที่จะวิ่งไปตามทางที่ต้นไม้นั้นมา จนกระทั่งมาเจอเหล่าผู้ฝึกตนทั้ง 4 ตระกูลล้อมเจ้าสัตว์ตัวหนึ่ง ไม่มีตา มีแต่ปากและจมูกเหมือนหมาป่าตัวขนาดประมาณ 3 เมตรได้มีหางเหมือนงูอีกต่างหาก

     "ต ตัวอะไรเนี่ย!"

     "ซือจุย! จิ่งอี๋ ฟูหยาง!" ศิษย์ตระกูลหลานคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาหาก่อนที่คนอื่นๆจะตามมา

     "เกิดอะไรขึ้น?"

     "ลู่จิง อยู่ด้านในถ้ำออกมาไม่ได้ เพราะเจ้าตัวนี้ขวางอยู่ด้านในมีพวกศิษย์ตระกูลอื่นๆอีก พวกเขาถูกพิษของบางอย่างต้องการความช่วยเหลือ"

     "แล้วพวกเจ้าส่งสัญญาณหรือยัง?"

     "พลุพวกข้าถูกพวกค้างคาวประหลาดกัดทำลายไปหมดเลย...ซือจุยเราจะทำอย่างไรดี? ส่วนใหญ่คนที่เข้าไปก็เป็นหญิงเสียด้วย" 

     โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

     มันคำรามลั่นก่อนจะพุ่งตัวเข้ามา ทุกคนต่างชักกระบี่แล้วพุ่งเข้าหาส่วนฉันกับหญิงคนอื่นๆก็ได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้น ทำไมรู้สึกว่าเจ้านี่มันแปลกๆยังไงชอบกลแฮะ

     "น นี่เจ้าน่ะ มีพลุไหม! ส่งสัญญาณให้ผู้อาวุโสสิ!" หญิงสาวตระกูลจินคนหนึ่งวิ่งมาเกาะแขนฉัน ผมเผ้ายุ่งเหยิงดวงตามองล่อกแล่กด้วยความกลัวสุดขีด

     "นี่ พวกเจ้าใจเย็นๆกันก่อน มันเกิดอะไรขึ้น?"

     "ต ตอนแรกพวกเรามาเพื่อจะหาปีศาจตัวใหญ่ๆ แล้วพวกข้าก็เดินตามเสียงอสูรตัวเล็กๆตัวหนึ่งมา คนอื่นๆก็เหมือนกันจนกระทั่งเจอฝูงจิ้งจอกเงินเข้า มันน่ารักมากจนอยากได้มา แต่พวกมันก็ไหวตัวทันวิ่งหนีเข้าถ้ำเหลือแค่..." ฉันขมวดคิ้วก่อนจะเห็นว่าห่างไปไม่ไกลนักที่ด้านหลังของอสูรตนนั้น

       
      มีซากของจิ้งจอกสองตัวเปื้อนเลือดอยู่...

     
     "พวกเจ้าฆ่ามัน..."

     "ช ใช่"

     "เจ้าคิดว่ามันเป็นอะไร! เจ้าฆ่าพ่อแม่ของพวกมัน คิดว่าพวกมันจะยอมอยู่กับคนที่อาจทำร้ายตัวเองได้งั้นเหรอ?!" ฉันตวาดลั่นจนพวกหญิงสาวตระกูลจินถึงกับสะดุ้งหน้าซีด

     "จ เจ้าจะโมโหไปทำไม...เป็นเจ้าเจ้าอยากได้หรือไม่ล่ะ?!"

     "แล้วเจ้ารู้หรือไม่?! ว่าลูกของมันเกิดมานานหรือยัง อายุเท่าไหร่ หย่านมแม่แล้วหรือไม่ จะเลี้ยงเขาอย่างไร....การที่เจ้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าพวกเจ้าได้ฆ่าพวกมันด้วย" ความรู้สึกโกรธสุมในอกจนแทบอยากจะตบหน้า 

      เหมือนเห็นภาพของพวกลักลอบค้าสัตว์ป่าไปเลี้ยงอย่างผิดกฏหมาย ภาพตอนที่ทำลายแหล่งค้าสัตว์เถื่อน แววตาหมดอาลัยตายอยากของพวกมันยิ่งทำให้ฉันอยากร้องไห้ บางตัวถูกเพาะพันธุ์มาจากฟาร์ม ไม่สามารถใช้ชีวิตในป่าเพียงลำพัง ไม่สามารถเอาตัวรอดเองได้อีกแล้ว

     "ข พวกข้าไม่รู้..."

     "งั้นเจ้าก็จงรู้ไว้เสีย! ไม่เช่นนั้นพวกมันจะอาฆาตเจ้าไปจนวันตาย ทุกชีวิตล้วนมีค่า แต่พวกเจ้ากลับเหยียบย่ำพวกมันเล่นสนุก พอเบื่อแล้วก็ทิ้ง ปล่อยให้มันตายอย่างน่าอดสู...หากวันใดที่วิญญาณของพวกมันจะกลับมาทำร้ายเจ้า พวกข้าก็ช่วยไม่ได้เพราะเจ้าก่อกรรมนั้นเอง!" ฉันพูดเสียงเรียบก่อนจะหยิบพลุขึ้นมาแล้วยิงขึ้นท้องฟ้า


     ฟุ่บ! ฟิ้ววววว ปุ้งงงง!!


     "ฮึ่ย!" ฉันสะบัดตัวสาวเท้าเดินมาข้างหน้าอสูรร้ายที่ยังคงคำรามและทำร้ายคนอื่น ลมหายใจสูดลึกเข้าเต็มปอดแล้วผ่อนออกมาในตอนนั้นมันตวัดหันมามองฉัน เท้าหน้ายกขึ้นจะตะปบลงมา แต่ฉันพูดขึ้นมาเสียก่อน

     "...พอเถอะ ไม่อย่างนั้นแกจะต้องถูกฆ่านะ"

    กรรรรรรรรรรร!

     "ฟูหยาง ถอยออกไป!" จิ่งอี๋ว่าก่อนจะปรี่เข้ามากำบังฉัน แต่ฉันส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปหาใกล้ๆ มันลดเท้าหน้าลงก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาดมฉัน เสียงลมหายใจแรงๆจนผมปลิว ก่อนที่มันจะนิ่งไป

     "ขอโทษด้วย ที่ทำร้าย...ขอโทษนะ" มือยกขึ้นลูบขนแข็งกระด้างของมัน มันผ่อนลมหายใจลงแล้วยอมสงบเท้าที่เหมือนสัตว์กินเนื้อของมันย่อลงเป็นนอนหมอบ

     "ฟ ฟูหยาง...เจ้า"

     "...พี่ซือจุย ไปช่วยคนในถ้ำออกมาเถอะ แล้วบอกด้วยว่าให้คืนของๆเขาไปด้วย"

     "ของ? อะไร?"

     "แล้วข้าจะบอกอีกที...รีบไปเถอะ" ซือจุยพยักหน้าก่อนที่คนอื่นๆจะรีบเข้าไปในถ้ำเหลือเพียงแค่ฉันคนเดียวท่ยืนอยู่ด้านนอก ผิวหนังปูดโปนหนาเปิดออกจนเห็นดวงตาสีเขียวมรกตสวย

     "ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันจะให้พวกเขาคืนของให้เธอเอง..." มันมองฉันนิ่งก่อนที่จะวางหัวลงบนขาหน้าแลบลิ้นเลียมือฉันเบาๆ





     ไม่นานนักพวกเขาก็ออกมากันทั้งหมด สัตว์อสูรตัวนี้ส่งเสียงขู่อีกครั้งจนฉันต้องบอกให้ทุกคนที่หยิบฉวยบางอย่างในป่านี้ไปคืน ซึ่งมันก็มีทั้งแร่ ดอกไม้ พืชสมุนไพร และลูกจิ้งจอกด้วย ก่อนที่จะบอกให้พวกเขาพาคนบาดเจ็บกลับไปที่เรือ ส่วนฉัน ซือจุย จิ่งอี๋ และจินหลิงนั้นอยู่ต่อ 

     "ฟูหยาง...สัตว์อสูรตัวนี้เป็นเจ้าป่าของที่นี่ มันคงจะหวงของที่พวกเขาเอาไป" ซือจุยใช้ฉินสื่อสารกับมันก่อนจะบอกฉัน ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้

     "แล้วพวกลูกจิ้งจอกพวกนี้จะทำอย่างไรต่อ?" จินหลิงว่าก่อนจะมองลูกจิ้งจอกที่คลอเคลียเขา อีกฝ่ายก็อุ้มเล่นด้วยความสนุกสนานก็นะ เขาชอบหมานี่นา

     "ลูกจิ้งจอกพวกนี้หย่านมแล้ว แต่ยังอยู่โดยลำพังไม่ได้เจ้าป่าเลยจะดูแลแทนไปชั่วคราว...เราต้องกลับกันแล้ว" ซือจุยตอบก่อนจะเก็บฉินแล้วลุกขึ้นแล้วโค้งคำนับเจ้าป่าก่อนจะเดินจากไป ฉันที่เดินรั้งท้ายก็ถูกเจ้าพวกลูกจิ้งจอกคาบชายผ้าคลุมสะบัดไปมา

     แง่งงๆๆ!

     "ไม่ได้นะ ฉันต้องกลับแล้ว...หืม?" ฉันหมุนตัวแล้วดึงผ้าคลุมออกจากเขี้ยวเล็กๆนั่น แต่พอหันมาก็มีก้อนหินกลมๆคาบไว้ในปากของเจ้าป่าก่อนจะดันมาให้ฉัน

 
     ฉันรับมาอย่างไม่คิดอะไร แล้วกลับมาที่เรือพอกลับมาถึงฉันก็ต้องสงสัยเมื่อเห็นจินหลิงอยู่บนเรือของพวกเรา เมื่อขึ้นเรือแล้วจึงแล่นออกห่างจากฝั่งเพื่อกลับอวิ๋นเมิ่งทันที

     "จินหลิง...แล้วเรือของเจ้าล่ะ?"

     "ข้ารำคาญแม่นางพวกนั้นเลยมานี่ ว่าแต่เจ้าทำไมกลับมาช้านักล่ะ ข้านึกว่าถูกอสูรนั่นจับกินไปเสียอีก" บางทีก็แช่งกันเจ็บเสียเหลือเกินนะคะ แต่ขี้เกียจเถียงแล้วสิ

     "เปล่าหรอก แต่พวกจิ้งจอกน้อยแกล้งขวางทางข้าเลยมาช้าเท่านั้นเอง...เฮ้อ" เมื่อการแข่งขันจบลงความเหนื่อยล้านั้นทำให้ต้องทรุดลงนั่งก่อนที่จะมีศิษย์หญิงตระกูลหลานเดินมาหาฉันแล้วก้มหัวให้

     "ขอบคุณที่เจ้าช่วยไว้...ข้าก็ห้ามพวกนางแล้ว แต่พวกนางไม่ฟัง"

     "ข้าเข้าใจ แต่ความอยากได้นั่นมันน่ากลัว พวกเขามิคิดถึงผลที่ตามมาภายหลัง....ข้าหิวแล้ว ง่วงด้วย" ฉันยกมือป้องปากหาววอด เพราะรู้สึกโล่งใจที่จบลงด้วยดี

     "เจ้าอยากกินอะไรล่ะ?" จินหลิงเดินเข้ามานั่งข้างๆแล้วถาม ฉันมองหน้าเขาตาปรือแล้วพูดพึมพำ

     "ขนมเข่ง...ขนมโก๋ด้วย" 

     "ฟูหยาง เจ้าจะหลับตอนนี้ไม่ได้นะ" จิ่งอี๋เดินมานั่งอีกฝั่งแล้วจับบ่าเขย่าเรียกฉันที่ตาปรือปรอย แต่จินหลิงแย้งขึ้นน้ำเสียงหงุดหงิด 

     "นางเหนื่อยก็ปล่อยนางนอน...พวกเจ้าจะดุด่านางทำไม"

     "แล้วเจ้ามายุ่งอะไรด้วย" ทั้งสองคนผุดลุกขึ้นจ้องกันเขม็งข้ามกันไปมา แม้หลายคนบนเรือจะห้ามแล้วแต่ก็ไม่ยอมฟัง

     โธ่เอ๊ย คนยิ่งง่วงๆอยู่ ช่วยเงียบซะทีเถอะ

     "จินหลิง ข้าไม่เป็นไร...อย่าทะเลาะกันเลยนะ" ฉันลุกขึ้นเพื่อจะห้ามทั้งสอง 

     "ไม่ต้องมายุ่ง!" แต่ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวของอีกฝ่ายเขาจึงผลักฉันออกและด้วยแรงที่มีน้อยทำให้ร่างมันปลิวจนสะดุดกับขอบเรือ 

     ปึก! 

     "เอ๊ะ? หวา!"


     ตูม  ซ่าาาาาาาา!!



     "ฟูหยาง!"


   
      ในน้ำเย็นเฉียบและไร้อากาศหายใจทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่มีแรงมากพอจะขยับตัว ความเจ็บชาๆที่ฝ่ามือจนต้องยกขึ้นมาพบว่ามีเลือดไหล ง่วงจัง...ไม่ไหวแล้ว





     และช่วงที่สติฉันใกล้จะหมด ฉันกลับได้ยินเสียงแว่วๆพร้อมกับบางอย่างที่พันข้อมือ ข้อเท้าเอาไว้







     นายน้อยกลับมาแล้ว...












เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 292 ครั้ง

669 ความคิดเห็น

  1. #538 น้องหยางหยาง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 15:24

    ตัวอะไร

    #538
    0
  2. #396 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:41
    ตัวอะไร ตัวอะไรน้ออออ
    #396
    0
  3. #335 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 15:27
    นายน้อย? อืมม บอกที่ว่าจริงๆเเล้วเฟยไม่ใช่ผู้ชาย! 555 มันก็จะสับสนหน่อยๆ
    #335
    0
  4. #169 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 04:17
    นายน้อยกลับมาแล้วววว อดีตผู้พิทักษ์ป่าไม้นะรึ
    #169
    0
  5. #160 manny45ck (@manny45ck) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 00:34
    ค้างงงงแง่งงง
    #160
    0
  6. #159 Lilina konome (@Alice_magatroy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 22:13
    กัดกันได้กัดกันดีจริงๆ5555
    #159
    0
  7. #158 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 16:55
    บอกทีว่าจริงๆแล้วเฟยหงไม่ได้เป็นผช.
    #158
    3
    • #158-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 10)
      24 สิงหาคม 2562 / 16:59
      เดี๋ยวๆๆๆ อันนี้หนักว่าอีก // ยกมือเบรค
      #158-1
  8. วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 16:41
    ขนมเข่งงง!!!
    #157
    1
  9. #156 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:54
    แอบรำคาญจินหลิง คนเค้าช่วยแล้วยังไม่สำนึกอีก ต้องโดนลงโทษซะบ้างนิสัยหยิ่งผยองไม่เห็นหัวใครจะได้ลดๆลงบ้าง แต่ติดใจตรงที่ฟูหยางกลายเป็นนายน้อยได้ไงทั้งๆที่นางเป็นผู้หญิงหรือเพราะชาติก่อนเคยเกิดเป็นชาย ก็ว่าไปนั่น
    #156
    4
    • #156-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 10)
      24 สิงหาคม 2562 / 16:47
      อย่าว่าน้องงงง
      #156-1
    • #156-2 pirayapam2547 (@pirayapam2547) (จากตอนที่ 10)
      24 สิงหาคม 2562 / 17:00
      ใจเย็นๆนะคะ อย่าพึ่งอินมากไป คาแรคเตอร์ถูกสร้างมาแบบนี้ จะเปลี่ยนก็ไม่ได้เนอะ
      #156-2
  10. #155 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:15
    -ขนมเข่ง! ผลักน้องได้ยังไง๊
    #155
    1
    • #155-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 10)
      24 สิงหาคม 2562 / 16:47
      อย่าว่าน้องหนมเข่งงงง
      #155-1
  11. #154 -NatJeeRa- (@-NatJeeRa-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:20
    น้องเป็นนายน้อยงั้นเรอะะะ สุดยอดไปเลยยย~ //รู้สึกอยากได้หลายๆp~ แบบจินหลิง ซือจุย ฟูหลาน จิ่งอี๋ ก็ว่ากันปาย~ //เถียงเทพมากเลยลู้กกก //จะรอนะคะ! //สู้วๆค่า~ เป็นกำลังใจห้าย~
    #154
    0
  12. #153 Namthan44 (@Namthan44) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 11:43

    เห้ยยยยย อยากอ่านต่ออ่ะ

    #153
    0
  13. #152 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 10:59
    แง้ววว จิ่งอี๋ผู้หวงของ หวงมากกกก ไม่ให้ใครเข้าใกล้เลยยยยยย
    #152
    0
  14. #151 554910140 (@554910140) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 10:32
    อาหลิงคนซึน จิ้งอี๋คนปากแข็ง ซือจุยผู้รอบรู้ 5555
    #151
    0
  15. #150 cartoonjr (@cartoonjr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 10:17
    ฮือออ สนุกกกก
    #150
    0
  16. #149 NamSomtao (@NamSomtao) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 10:03
    ต้องเป็น'คุณหนู' ไม่ใช่เหรอ?ทำไมเป็น'นายน้อย'ล่ะ
    #149
    0
  17. #148 ooodg (@chandapa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 10:00

    มาอัพต่ออีกเร็วๆนะคะ อยากรู้ว่าใครจะลงน้ำไปช่วยฟูหยางขึ้นมา
    #148
    0
  18. #147 Kuizumi (@furnaunchanita) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 09:49
    น้องงงงงงงงงง ใครก็ได้ช่วยน้องที~~~~
    #147
    0
  19. #146 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 09:27
    ทำไมเป็น นายน้อยล่ะ
    #146
    0
  20. #145 หน้ากากแตก (@pinrana33) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 09:02
    ห่ะ นายน้อยหรอ
    #145
    0
  21. #144 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 08:51
    ชอบมากๆเลยย ฟูหยางนางดูเข้าใจพวกสัตว์อ่ะ ชอบสกิลนางง จิ้งจอกน่ารักมากกอยากเก็บไปเลี้ยง *-*

    จินหลิงก็น่ารักไปป ตอนคร่อมกับซือจุยนี่คืออัลไลล

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ><
    #144
    1
  22. #143 NeEdM (@NeEdM) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 08:08

    นายน้อยหรอ..???

    ปล. ชอบคู่ซือหลิงมากค่ะ&#8203; แงงง&#8203; น่าร้าก
    #143
    0
  23. #141 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 07:58
    ฟูหยางลูก!!!!! อย่าพึ่งหลับ
    โว้ยยยยยย จะง่วงอะไรตอนนี้
    #141
    0
  24. #140 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 07:57

    ซือจุยกับจินหลิง คู่นี้ก็น่ารักกกกกก
    #140
    0
  25. #139 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 07:57
    ชอบฟูหยางเวลาเถียงคนอ่ะ แบบสกิลการเถียงคือสุดยอด
    #139
    0