[RoV x LoL] Beyond the Boundary

ตอนที่ 12 : สู่ไอโอเนีย (ปรับปรุงแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ก.ค. 63

 

10: Jooniaan

 

 “คุณเคทลิน!” เอซเรียลที่ลุกขึ้นได้แล้ววิ่งมาหานายอำเภอสาวที่คุกเข่าร้องไห้อยู่

 

“มัน... มันฆ่าวายไปแล้ว!”

 

เอซเรียลเงยหน้าแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาคู่หูสาวของเคทลินแต่ก็ไม่พบ และเขาก็พึ่งสังเกตว่าบรรยากาศรอบตัวเขานั้นมืดลงและเริ่มหนาว เอมิลี่และเอเร็ธวิ่งตามมาจากพงหญ้าริมทางเดิน ทั้งสองซ่อนตัวเพราะเคทลินบอกไว้

 

“เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะครับ” 

 

เอซเรียลประคองพาเคทลินเข้าไปข้างใน สองสาวที่เหลือก็เดินตามเข้าไป เขาพานายอำเภอสาวไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก พอนั่งลงเคทลินก็นั่งร้องไห้และพึมพำชื่อวายออกมาเรื่อย ๆ เอเร็ธกับเอมิลี่ยืนมองเคทลินด้วยความสงสาร เพราะเธอทั้งสองก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตา

 

“ผู้หญิงคนนั้น... เหมือนกับคนที่พาฉันมาที่นี่เลยล่ะ” 

 

พอเอเร็ธพูดจบ ทั้งเคทลินกับเอซเรียลก็หันหน้ามาหาเธอ นายอำเภอสาวพุ่งขึ้นมาจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอพร้อมกับพยายามเค้นความบางอย่างออกมา

 

“งั้นเธอก็ต้องรู้สิว่าผู้หญิงคนนี้อยู่ที่ไหน!”

 

“ก็...” เอเร็ธยืดเสียง “อันที่จริงฉันก็ไม่รู้หรอก เพราะผู้หญิงคนนั้นปล่อยฉันไว้ที่หน้าเมืองนี้แล้วก็จากไป”

 

เคทลินที่ได้ยินดังนั้นก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกจากปีศาจสาว และนั่งลงที่โซฟาเหมือนเดิม

 

“ผมว่าลักซ์คงจะอยู่ที่สิ่งก่อสร้างประหลาด ๆ ที่คามิลเคยบอกไว้นั่นแหละครับ” เอซเรียลนึกถึงสิ่งที่คามิลเคยบอกไว้เมื่อหลายวันก่อน “แต่พวกเราก็คงจะเข้าไปที่นั่นไม่ได้”

 

“เว้นเสียแต่เราจะทำให้ลักซ์ออกมา” เคทลินหยุดร้องไห้ และเสนอแผนการออกมา

 

“แต่ผมว่าเราควรจะจัดการเรื่องของคามิลให้เสร็จก่อน”

 

“นั่นสินะ!” นายอำเภอสาวลุกขึ้นและหยิบปืนของตน “ขอบใจนะเอซเรียล” 

 

“ครับ” เอซเรียลตอบสั้น ๆ ก่อนที่เคทลินจะเดินออกไปเพื่อกลับไปยังสำนักงาน

 

“อารมณ์เปลี่ยนเร็วดีนะ” เอเร็ธเอ่ยพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ

 

“ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ” คราวนี้เอซเรียลหันมาคุยกับสาวร่างสูงบ้าง

 

“ว่ามาสิ”

 

“คุณกับเอมิลี่เป็นแฟนกันจริง ๆ เหรอครับ” คำถามนี้ทำให้เอมิลี่เบิกตาโผลงขึ้นด้วยความตกใจ

 

“บ้า... อุ้บ!” ไม่ทันที่เอมิลี่จะได้แก้ต่างก็ถูกมือใหญ่ของอีกฝ่ายปิดปากและชิงตอบไปก่อน

 

“ใช่แล้วล่ะ เราเป็นแฟนกันมานานแล้ว” เอเร็ธตอบก่อนที่จะอุ้มเอมิลี่ขึ้น

 

“เฮ้ย! ปล่อยนะ!”

 

“ห้องนางอยู่ไหน”

 

“ชั้นสองครับ สุดทางเดิน” เอซเรียลตอบพลางชี้บอกทาง

 

“ขอบใจ!” เอเร็ธได้คำตอบแล้วก็อุ้มเอมิลี่วิ่งขึ้นไปชั้นสองและเข้าห้องไป ทิ้งให้ชายหนุ่มผมบลอนด์ยืนเกาหัวอยู่ข้างล่าง

 

“อะไรเนี่ย?”

 

พอเอเร็ธเข้าห้องนอนเอมิลี่มาแล้วก็ล็อกประตู ก่อนที่จะวางเอมิลี่ไว้ที่เตียง

 

“ว้าว! ห้องใหญ่ดีนะ” เอเร็ธมองไปรอบ ๆ ห้องนอนที่กว้าง แต่ไม่มีอะไรนอกจากเตียงคู่

 

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง! ทำไมถึงไปเที่ยวบอกคนอื่นว่าเราเป็นแฟนกัน”

 

“เขินเหรอ?”

 

“เขินบ้าอะไรล่ะ! เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

 

“หืมมมมม” เอเร็ธยิ้ม “หน้าแดง ๆ นะเจ้าน่ะ”

 

เอเร็ธหยอกล้อเอมิลี่ที่ทำหน้าบูดบึ้ง ก่อนที่จะนั่งลงบนเตียงนั้น ข้าง ๆ เอมิลี่ที่นอนอยู่

 

“วันที่เจ้าหายไปนี่ ข้าตกใจมากเลยนะ ข้าน่าจะอยู่เฝ้าบ้าน ไม่น่าออกไปข้างนอกเลย”

 

เอมิลี่นอนฟังอยู่เงียบ ๆ ฟังเอเร็ธสารภาพผิด

 

“แต่ยังไงซะ เราก็ได้เจอกันแล้ว” เอเร็ธเอ่ย ก่อนที่จะเกี่ยวก้อยสัญญากับเอมิลี่ “คราวนี้ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไปอีก”

 

“อืม” เอมิลี่ตอบรับด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ก่อนที่จะเบี่ยงหน้าหนี

 

“เจ้านอนเล่นไปก่อนละกัน” เอเร็ธลุกขึ้นจากเตียง “ข้ารู้สึกอยากทำอาหาร”

 

“ตามสบาย” เอมิลี่ไล่อีกฝ่ายออกจากห้องด้วยท่าทางมือ

 

ด้วยบรรยากาศที่สลัว ๆ กำลังพอดีเหมาะแก่การหลับ เอมิลี่ที่นอนอยู่บนเตียงก็พยายามจะหลับตาลงนอนแต่ไม่ทันไรก็มีเสียงกระจกหน้าต่างแตกดังขึ้นจากหน้าต่างฝั่งซ้ายมือของเอมิลี่

 

เพล้ง!

 

เอมิลี่สะดุ้งและลุกขึ้นมองไปที่หน้าต่างที่แตก สักพักก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งโดดขึ้นมาด้วยท่าทางที่คุ้นเคย

 

“ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่”

 

“คามิล!”

 

มนุษย์สาวดัดแปลงผู้นี้โดดขึ้นมาจากหน้าต่างอย่างคล่องแคล่ว และเดินตรงเข้ามาหาเอมิลี่ที่เตียงทันที

 

“จงมากับข้าซะ”

 

“ไม่!” เอมิลี่รีบลุกออกจากเตียงและตั้งท่าสู้กับผู้บุกรุก

 

“ทำไมเจ้าถึงดื้ออย่างนี้นะ! พวกมันจะมาเอาตัวเจ้าไปฆ่ายังไม่รู้อีกหรือ”

 

“พวกมันไหน?”

 

“พวกอันธดารานั่นไงล่ะ”

 

“ข้าไม่ต้องการท่านมาปกป้องหรอก ข้ามีคนที่จะมาปกป้องข้าแล้ว”

 

“ใครกัน!”

 

เอมิลี่ชี้ไปทางประตูที่ตอนนี้มีหญิงสาวผมดำยืนกอดอกพิงประตูอยู่

 

“แกเป็นใคร!!” คามิลชี้หน้าและตะคอกถามหญิงสาวผมดำผู้นั้นด้วยความโกรธ

 

“ข้าชื่อเอเร็ธ” หญิงสาวผมดำแนะนำตนเองก่อนที่จะเดินเข้ามายืนเคียงข้างคามิล เธอสูงกว่ามนุษย์สาวดัดแปลงนี้ไม่มากนัก หัวของคามิลอยู่ที่ประมาณคางของเอเร็ธ

 

“เป็นแฟนของเอมิลี่”

 

“เอเร็ธ!” หญิงสาวผมเงินทำหน้าดุใส่ร่างสูงที่เผยความสัมพันธ์อีกรอบ แต่อีกฝ่ายนั้นก็ไม่สนใจและจ้องตาคามิลอยู่

 

“แฟน? ไม่จริง! เอมิลี่เป็นของข้า!”

 

“อะไรกันเนี่ย มีสิทธิอะไรมาแสดงความเป็นเจ้าของเหนือคนอื่น หืม?”

 

เอเร็ธใช้มือข้างเดียวจับเข้าที่คอของคามิลแล้วยกขึ้นก่อนที่จะเดินไปที่หน้าต่าง

 

“อย่ามายุ่งกับเอมิลี่อีก”

 

หญิงสาวผมดำเอ่ยก่อนที่จะโยนมนุษย์ดัดแปลงผู้นั้นลงไปพื้นหญ้าชั้นล่าง แรงกระแทกสร้างหลุมขนาดสองเมตรบนสนามหญ้าและคามิลที่นอนนิ่งอยู่กลางหลุมนั้น

 

“ทำเกินไปหรือเปล่า?”

 

“ไม่หรอก ถ้าให้เดานะคน ๆ นี้คือคนที่รังควาญเจ้าใช่ไหม?” 

 

เอมิลี่พยักหน้าตอบสองที ก่อนที่จะวิ่งมาดูคามิลที่หน้าต่าง

 

“ตายไหมน่ะ”

 

“ไม่รู้สิ” เอเร็ธยืนมองอยู่ด้วยข้าง ๆ “บอกข้ามาว่ามันทำอะไรเจ้าบ้าง”

 

“ยังไม่ได้ทำอะไรหรอก ตอนแรกนางก็ดี ๆ นะ ซื้อเสื้อใหม่ให้ข้าด้วย”

 

“ที่เจ้าใส่อยู่นี่น่ะหรือ?” เอเร็ธมองเสื้อสีน้ำเงินที่เอมิลี่ใส่อยู่ เธอใส่เสื้อเดิมอยู่ตลอดแม้ว่าจะเปลี่ยนเป็นบางเวลา แต่ถึงเวลาเดินทางก็เลือกใส่ชุดเดิม

 

“ใช่” ร่างเล็กพยักหน้า “แต่เมื่อวาน อยู่ดี ๆ นางก็โมโหมากแล้วก็จะมาอุ้มข้าไป”

 

“ก็จากคำพูดของมัน ข้าก็เดาได้ไม่ยากว่ามันคงอยากจะได้ตัวเจ้า”

 

ขณะที่สองสาวกำลังยืนคุยอยู่ริมหน้าต่างฝั่งที่โยนคามิลลงไปอยู่นั้น เอซเรียลวิ่งออกมาดูที่สนามหญ้าเพราะได้ยินเสียงแปลก ๆ ก็เห็นร่างเหล็กของคามิลที่นอนนิ่งอยู่ เอซเรียลเงยหน้ามองขึ้นมาทางหน้าต่างห้องนอนใหญ่ของเอมิลี่

 

“ทำไมคามิลมาอยู่ตรงนี้ได้อะ?” ชายหนุ่มผมบลอนด์ถาม เอเร็ธก็ยิ้มให้ก่อนที่จะตอบ

 

“ก็มันจะมาลักพาตัวเอมิลี่ไปน่ะสิ”

 

“งั้นผมไปบอกเคทลินก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มพูดจบก็วิ่งไปทางด้านหน้าคฤหาสน์

 

 

“เอาล่ะ ข้าไปหาอะไรทำต่อละ”

 

“อืม”

 

เอเร็ธเดินมาส่งเอมิลี่ที่เตียงก็ที่ตนเองจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เอมิลี่อยู่ห้องคนเดียวอีกครั้ง แต่คราวนี้ก็คงจะไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครปีนขึ้นห้องอีก เอมิลี่ก็งีบหลับได้อย่างสบายใจ

 

 

 

หลังจากเคทลินได้รับข่าวเรื่องที่คามิลบุกคฤหาสน์เอซเรียลแล้ว ก็รีบมาดูทันทีพร้อมกับพาเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนมาพาร่างเหล็กของคามิลไปไว้ที่สำนักงาน แต่การโจมตีของทหารลูกน้องคามิลก็ยังไม่จบ ถึงแม้จะไม่มีคามิลยืนสั่งการแล้ว แต่ก็มีคนอื่นเป็นคนสั่งการแทนอยู่ ชาวบ้านจำนวนมากจับอาวุธเข้าสู้กับทหารเหล่านั้น และมีกำลังเสริมจากเจซและหุ่นยนต์ของศาสตราจารย์ไฮเมอร์ดิงเงอร์จึงพอต่อกรกับทหารพวกนั้นได้

 

บ่ายวันนั้น เคทลินมายังคฤหาสน์ของเอซเรียลพร้อมกับเรียกให้ทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์ขณะนั้นมาประชุมกัน

 

“ฉันพึ่งสอบปากคำทหารบางคนทีเราจับมาได้ พวกเขาบอกว่าคามิลแอบทำสัญญาลับ ๆ กับน็อกซัสเพื่อที่จะส่งตัวเอมิลี่ไปให้”

 

“และตอนนี้ก็มีทหารน็อกซัสจำนวนหนึ่งเข้าร่วมการรบครั้งนี้ด้วย”

 

“น็อกซัสจะเอาเอมิลี่ไปเพื่ออะไร?” เอซเรียลถาม

 

“นั่นสิ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่นี่คือสิ่งที่ได้จากการสอบปากคำพวกเขา” 

 

“หรือว่าเอมิลี่จะต้องมีอะไรที่พิเศษแน่ ๆ เลย” ยูมิเสนอความคิด “อยู่ดี ๆ เธอก็โผล่มาที่รูนเทอร์ร่านี่ได้ แถมออกมาจากหนังสือของฉันทั้ง ๆ ที่มีแต่ฉันที่เข้าออกได้เท่านั้น”

 

“หรือนี่จะเป็นฝีมือของลักซ์เหมือนกัน” เคทลินเข้าสู่โหมดนักสืบ เอามือจับคางและทำท่าครุ่นคิด

 

“ก็เป็นไปได้”

 

“ถ้านี่เป็นฝีมือลักซ์จริง งั้นเราก็ให้นางอยู่ในเมืองนี้ต่อไปไม่ได้”

 

“ทำไมกันล่ะ!” เอซเรียลทำท่าเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับคำพูดของนายอำเภอสาว

 

“เพื่อไม่ให้ใครต้องมาตายไปมากกว่านี้ไงล่ะ ลักซ์กลับมารอบหน้าก็คงจะได้มาทำลายเมืองนี้แน่นอน นายก็ด้วยเช่นกันเอซเรียล”

 

เอซเรียลรู้สึกเหมือนโดนไล่

 

“แล้วจะให้ผมไปอยู่ไหนล่ะครับ? ที่นี่มันบ้านเกิดของผมนะ”

 

“ไอโอเนีย...” ไคสะเอ่ยชื่อสถานที่แห่งหนึ่งขึ้น เอซเรียลกับเคทลินก็หันมาหา

 

“พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าไอโอเนียเป็นดินแดนโบราณที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์” ไคสะเริ่มเล่า “บางทีที่นั้นอาจจะเป็นคำตอบของเราก็ได้”

 

“อืมมมม น่าสนใจดี” เคทลินเอ่ยกับไคสะ “งั้นเราจะไปที่ไอโอเนียกันในเร็ววันนี้ ไม่ก็พรุ่งนี้เลย”

 

“ไปกันหมดนี่เลยหรอ?” ยูมิถาม

 

“ใช่ หมดนี่เลย” เคทลินชี้ไปที่ทุกคนรวมถึงเอมิลี่กับเอเร็ธที่ไม่เอ่ยปากพูดอะไร “หลังจากที่เราไปถึงไอโอเนียแล้วค่อยว่ากันอีกที”

 

“ได้งั้นเอาตามนี้” เอซเรียลพยักหน้า ก่อนที่คนอื่น ๆ ที่เหลือจะพยักหน้าตาม

 

และก็เป็นหน้าที่เอซเรียลที่จะต้องไปเตรียมเรือสำหรับเดินทางข้ามทะเล เพราะเขานั้นเป็นนักสำรวจจึงมีความสนิทกับเจ้าของเรืออยู่จำนวนหนึ่ง และหวังว่าเขาจะให้ยืมเรือ...

 

 

“เวลาอย่างนี้เนี่ยนะจะไปไหนกัน” เจ้าของเรือคนหนึ่งถามเอซเรียลที่มาขอยืมเรือ “ท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างนี้เดินเรือยากจะตาย”

 

“ผมจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปไอโอเนียน่ะครับ” เอซเรียลอธิบายและพยายามทำให้เจ้าของเรือคนนั้นเชื่อใจ

 

“เอาเถอะ จะเอาเรือก็เอาไป แต่สภาพท้องฟ้าอย่างนี้ก็ระวัง ๆ ด้วยล่ะ”

 

“ครับ”

 

เอซเรียลได้เรือมาอย่างง่ายดาย เรือที่ได้มานั้นเป็นเรือกลไฟธรรมดาที่มักใช้ส่งสินค้าข้ามเกาะอยู่แล้ว และเพื่อให้เนียนมากยิ่งขึ้น เจ้าของเรือคนนั้นเอาสินค้าขึ้นเรือไปไอโอเนียด้วยเช่นกัน เวลานี้ไอโอเนียอยู่ในช่วงใกล้สงครามจึงมีการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น ตอนนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะเดินทางไปยังไอโอเนียโดยสะดวก

 

ส่วนคนอื่นนั้นก็นั่งรอเฉย ๆ ที่คฤหาสน์ มีแต่เคทลินที่กลับไปเก็บกระเป๋าและเก็บปืนของตนใส่กล่อง เสร็จแล้วก็แบกมาไว้ที่บ้านเอซเรียลและย้ายมานอนที่บ้านเอซเรียลชั่วคราว เพื่อพร้อมเดินทางในวันพรุ่งนี้

 

 

 

ขณะเดียวกันลักซ์ก็เฝ้ามองการกระทำของเอซเรียลผ่านลูกบอลพลังเวทย์ที่สร้างขึ้นเพื่อสะกดรอยตามเอซเรียลอย่างลับ ๆ หลังจากที่ลักซ์ตื่นขึ้นมานั้น ภายในสิ่งก่อสร้างประหลาดที่ลักซ์อาศัยอยู่นี้กลายเป็นห้อง ๆ หนึ่งซึ่งมีรูปเอซเรียลแปะไว้ทั่วทั้งห้อง แม้แต่บนเพดาน บนเตียงนอนก็มีตุ๊กตาเอซเรียลอยู่ แสดงให้เห็นว่าเธอคลั่งในตัวเอซเรียลมากเพียงใด 

 

ห้องนั้นคือห้องนอนเก่าของเธอสมัยที่เธอยังอยู่ในเดมาเซีย และนอกจากห้องนอนเก่าที่เธอเหลือไว้แล้ว ก็ยังมีทหารสาวอีกคนนามว่าซิเทรียที่ยอมสวามิภักดิ์กับลักซ์และรอดออกมาจากเดมาเซียได้ ลักซ์มอบพลังส่วนหนึ่งให้ซิเทรียและแต่งตั้งให้เธอเป็นองค์รักษ์ประจำตัว โดยลักซ์ไว้ใจนางยิ่งกว่าดาร์กสตาร์ตนใดเสียอีก

 

และผ่านลูกบอลพลังเวทย์นั้นลักซ์ก็รู้ว่าเอซเรียลกำลังคิดจะเดินทางไปยังไอโอเนีย

 

"ฝากไปต้อนรับเอซเรียลของเราด้วยนะ" ลักซ์เอ่ยขณะเดินกลับไปนอนบนเตียง

 

“ทำไมท่านถึงไม่ไปเองล่ะคะ”

 

“ขี้เกียจ”

 

หลังจากคำตอบนั้น ซิเทรียก็ไม่ถามอะไรอีก

 

“งั้นข้าจะทำตามที่ท่านฝากมานะคะ”

 

ว่าจบเธอก็หายตัวไปในพริบตา ทิ้งไว้แต่สสารสีดำที่ลอยล่องอยู่ในห้องนั้น ส่วนลักซ์ก็หันกลับไปสนใจเฝ้ามองเอซเรียลต่อ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #15 Tak2003 (@Tak2003) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:37
    ชักจะงงนิดๆละครับ😆😆😆
    #15
    1
    • #15-1 PeterScarlet (@peterscarlet) (จากตอนที่ 12)
      4 มิถุนายน 2563 / 14:36
      งงตรงไหนหรือครับ?
      #15-1