Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 7 : Chapter 7 : The Sirius Black

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    25 มี.ค. 62

Chapter 7 : The Sirius Black





ห้องประชุมมืดสลัวให้บรรยากาศมัวหมองทุกครั้งที่ได้มา มันเป็นบรรยาการที่คุ้นเคย เขาเหลือบมองนายของตนเองครู่หนึ่ง เสียงงูดังฟ่อในห้องชวนให้รู้สึกหลอนประสาท แต่บางทีเขาว่าเขาชินกับมันไปแล้ว



จากซ้ายมือ แมกแนร์ ทราเวอร์ส โรซิเออร์ สองพี่น้องแคร์โรว์ แยกซีย์ ดอร์แมน และกรีนกราส ทุกคนสวมชุดคลุมสีดำแทบจะปกปิดใบหน้าทั้งหมด



หัวโต๊ะคือโวลเดอร์มอร์และนากินี ถัดไปเป็นโรโดฟัสและเบลลาทริกซ์ เลสแตรงก์ เจ้าของคฤหาสน์ที่พวกเขาใช้ในการประชุม โรโดฟัสดูสงบนิ่งในขณะที่เบลลาทริกซ์มองรอบๆยิ้มเยิ้มๆด้วยท่าทางวิกลจริต



เกรแบ็คนั่งข้างอเล็กซิส หนึ่งคือตัวแทนมนุษย์หมาป่าและอีกหนึ่งคือตัวแทนพวกแวมไพร์ ด้านนอกคฤหาสน์ถูกปกคลุมไปด้วยพวกผู้คุมวิญญาณที่กำลังโหยหวนและกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนคฤหาสน์เลสแตรงก์คล้ายคฤหาสน์แห่งความตายขึ้นทุกที



เขารู้ว่าเขากำลังถูกใช้คาถาพินิจใจ ใบหน้าไม่กระตุก ฉายภาพของแผนการของภาคีนกฟินิกซ์ออกไป ผสมแผนลวงเข้าไปให้จอมมารเห็นอย่างแนบเนียน



และด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาเลือกที่จะตัดความทรงจำบางส่วนออกไปไม่ให้นายของเขารู้เรื่องของเด็กพอตเตอร์นั่น เขารู้ดีว่าการตัดความทรงจำออกไปมากขนาดนี้มันอันตราย แต่เสียงนั้นก็ดังในหัวเขา ดวงตาสีเขียวที่ไม่ละสายตาไปจากเขา และเสียงที่ไม่มีร่องรอยของความลังเล



‘ขอบคุณที่เกิดมา’



เขา เซเวอร์รัส สเนปปิดตาลงชั่วครู่ในขณะที่โวลเดอร์มอร์เพ่งความสนใจมาที่เขา แค่ไม่กี่วินาที เขาลืมตาไม่ได้โฟกัสไปที่ไหน ใบหน้าฉาบความเย็นชา จนกระทั่งคนที่เข้ามาลุกลามหัวของเขาเลิกสนใจสิ่งที่อยู่ในหัวเขาในที่สุด



แม้จะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ในใจเขาชั่วแวบหนึ่งกลับรู้สึกโล่งใจ โวลเดอร์มอร์เอ่ยกระซิบบางอย่างกับงูนากินีก่อนจะถามเขา



“—เซเวอร์รัส ข้าว่าถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะบอกได้แล้วว่าแผนการถัดไปของตาแก่นั่นคืออะไร”



เขาเลือกที่จะไม่ขยับสายตาไปมองงูยักษ์สีเขียวหางเป็นเกล็ดลายเพชรที่เลื้อยลงจากตัวอีกฝ่าย แต่รับรู้ได้ว่ามันกำลังเลื้อยผ่านหลังคนอื่นๆจากฝั่งขวาจนกระทั่งมาอยู่หลังเขา เสียงขู่ฟ่อยังคงดังอยู่ข้างหลัง



“นายท่าน ดับเบิลดอร์เริ่มระแวงผมมากขึ้นเรื่อยๆ พักหลังมานี้ผมไม่ได้เข้าไปร่วมประชุมแม้แต่ในการประชุมเล็กๆที่ไม่สลักสำคัญ” เซเวอร์รัสเอ่ยอย่างเยือกเย็นแม้รู้ว่าสิ่งที่เขาเอ่ยไปจะทำให้บุคคลตรงหน้าพิโรธก็ตาม แน่นอนว่าดวงตาสีแดงของโวลเดอร์มอร์วาวโรธทันทีที่เขากล่าวจบ แต่เขาเลือกที่จะเอ่ยต่อไป



“แต่ตอนนี้ดับเบิลดอร์ก็ชรามากแล้ว เขาระแวงในการตัดสินใจทุกย่างก้าว สองสามปีมานี้แทบไม่เห็นพวกลูกมักเกิ้ลมาเรียนที่ฮอกวอตส์อีกแล้ว ผมรู้มาว่าตอนนี้ดับเบิลดอร์กำลังเริ่มจนตรอก ทำได้แต่ปกป้องพวกมักเกิ้ลปริมาณเพียงหยิบมือ มีเพียงแค่ฮอกวอตส์เท่านั้นที่ยังทำให้พวกนั้นยังคงเชื่อมั่นในตัวดับเบิลดอร์”



“เช่นนั้นไหนบอกข้าหน่อยซิว่าข้าควรทำอย่างไร เซเวอร์รัส”



เสียงเย็นเยียบของโวลเดอร์มอร์ดังเคียบคู่กับเสียงฟ่อของนากินีที่ดังข้างหูของเขา



เขาคลี่ยิ้มเย็นชา บางที เขาคงจะเบื่อกับการต้องเป็นสายลับสองหน้าเต็มทีแล้ว

—————



“เธอลูบแผลเป็นอีกแล้ว มันไม่ปกติ เธอรู้ใช่ไหม?”



แฮร์รี่กระตุกมือกลับมาจากศีรษะ ปล่อยผมหน้าม้าปิดแผลเป็นไว้ตามเดิม เขาปิดหนังสือเล่มหนา เงยหน้ามองซิเรียสอย่างคาดโทษที่มากวนสมาธิของเขาได้อยู่ทุกวันไม่มีขาด จนในที่สุดก็เริ่มคุ้นชินกับการมีตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว



แต่การที่เขากลับมาเป็นฮอร์ครักซ์อีกครั้งมันก็เป็นเรื่องน่าปวดหัว สงสัยจริงๆว่าถ้าหากเขาได้กลับไปโลกของเขาอีกครั้งฮอร์ครักซ์จะหายไปรึเปล่า? แล้วก็ได้คำตอบในหัวออกมาไวพอๆกัน



ไม่



พร้อมกับเสียงของเฮอร์ไมโอนี่สมัยปีสามที่ดังอยู่ข้างหู



‘โดยปกติ มิติกับเวลาคือสิ่งที่เราไม่ควรไปยุ่งกับมัน รู้ใช่ไหมว่าทำไม การล่มสลายของมิติเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เราอาจสามารถดึงสิ่งๆหนึ่งข้ามมิติหรือเวลาไปพร้อมกับเราได้ แต่เราต้องห้ามให้สิ่งที่เหมือนกันสองชิ้นมาเจอกันโดยเด็ดขาด เพราะนั่นมันขัดกับกฏของธรรมชาติอย่างร้ายแรง’



นั่นหมายความว่าเขาสามารถพาสิ่งของข้ามมิติไปมาได้ตราบเท่าที่ไม่ให้ของสองชิ้นนั้นเจอกัน



แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีทฤษฎีไหนบอกเขาได้ว่าฮอร์ครักซ์นี้กลับมาได้อย่างไร แฮร์รี่เดาว่ามันน่าจะเป็นฮอร์ครักซ์ของโลกนี้ที่เข้ามาแทนที่ฮอร์ครักซ์อันเก่าที่เขาทำลายมันไปแล้ว แต่ขณะเดียวกันหากเขากลับไปมิติเดิม ฮอร์ครักซ์นี้ก็จะยังคงติดตัวเขาต่อไป



และวันใดวันหนึ่งโวลเดอร์มอร์ก็จะกลับมาอีกครั้ง



อ่า นี่มันน่าปวดหัวของแท้เลย ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องตายอีกรอบหรอกนะ เขายังมีเท็ดดี้ที่ยังอยากกลับไปหา ยังมีงานต่างๆที่ต้องสะสางอยู่แท้ๆ



หรือนี่มันอาจจะเป็นชะตากรรมของเขา เกิดมาเป็นฮอร์ครักซ์ และตายเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่



“ฮูลโล่ แฮร์รี่ เธอยังอยู่กับฉันใช่ไหม ฉันเรียกเธอหลายทีแล้วนะ”



แล้วซิเรียสก็โบกมือไปมาตรงหน้าเขา แฮร์รี่ดึงตัวเองกลับออกมาจากความคิดและเสียงพูดในอดีตของเฮอร์ไมโอนี่ เขากระพริบตางุนงง



“ครับ ว่ายังไงนะครับ ซิเรียส?” เขาเอียงคอเล็กน้อยมองใบหน้าของร่างที่เหมือนกับพ่อทูนหัวเขาไม่ผิดเพี้ยน ผิดไปนิดหน่อยคือคนๆนี้มีความสุขกว่าพ่อทูนหัวของเขาเยอะ ซิเรียสพ่นลมหายใจที่ในที่สุดเขาก็ฟังเจ้าตัวเสียที



“นี่ไม่ได้ฟังกันเลยใช่ไหม? ฉันถามเธอว่าที่เธอเขียนลงบนสมุดนี่หมายความว่าอย่างไร?”



แฮร์รี่กระพริบตา เขาเขียนอะไร? พอก้มลงมองสมุดที่มีรอยหมึกเขียนเพิ่มเติมนอกจากข้อมูลเกี่ยวกับมิติที่เขาพยายามสรุปแล้วก็สะดุ้ง รีบเอาปากกาขีดฆ่ามันอย่างเร่งรีบ



‘I open at the close’



นี่เขาเขียนอะไรบ้าๆแบบนี้ไปตั้งแต่ตอนไหนกัน!?


“ไม่มีอะไร!” เขาร้อง รู้ดีว่าดวงตาสีแซฟไฟร์ไม่ละไปจากข้อความในแผ่นกระดาษที่เขาเพิ่งฆ่าทิ้งไปเลย ให้ตายเถอะ! บางทีเฮอร์ไมโอนี่ก็พูดถูกอยู่อย่าง



พ่อทูนหัวของเขามันตัวปัญหาของแท้



“โอเค ฉันจะไม่เซ้าซี้อะไรเธอมากก็ได้” ซิเรียสเอ่ยเสียงแผ่วอย่างยอมแพ้ ดวงตาสลด หากเทียบกับร่างแอนิเมจัสแล้วคงได้เห็นหมาที่หูตกหางตกส่งเสียงหงิงๆออกมาแน่ ตลอดหลายวันมานี้แฮร์รี่แทบไม่ไม่ยอมพูดคุยอะไรกับอีกฝ่ายเลย พอเห็นใบหน้าแบบนี้ของซิเรียส ในใจของแฮร์รี่ก็บีบรัดแน่น และสุดท้ายเขาก็รู้ดีว่าต่อให้ซิเรียสในโลกของเขาและซิเรียสในโลกนี้เป็นคนละคนกัน เขาก็คงจะแพ้ทางทั้งคู่นั่นแหละ 



“ก็ได้ครับ” แฮร์รี่กัดริมฝีปากน้อยๆมองซิเรียสที่ยังคงท่าทางหงอยๆไว้



“คุณอยากรู้อะไร ผมไม่สัญญาหรอกนะว่าจะตอบทุกคำถาม แต่ถ้าตอบได้ผมก็จะตอบ” แฮร์รี่ว่าอย่างยอมแพ้ซึ่งคราวนี้เรียกรอยยิ้มจากซิเรียสได้ทันที ซิเรียสถลาตัวเข้าหาแฮร์รี่แล้วอ้าปากถามทันที พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือจนเขาอดไม่ได้ที่ต้องคิ้วกระตุก นึกสงสัยว่ามันเป็นแผนของซิเรียสรึเปล่าที่ทำให้เขาต้องเอ่ยออกมาเองว่าจะตอบคำถามเจ้าตัว



“ฮอกวอตส์เป็นยังไงบ้าง?”


แต่พอคำถามหลุดออกมาแล้ว แฮร์รี่ก็แปลกใจ นึกว่าจะถามอะไรที่ต้องลำบากใจเวลาตอบมากกว่านี้ ปากเขาเผยอนิดๆพร้อมด้วยใบหน้าเหลอหลาสุดขีด


“คุณจะไม่ถามเรื่องอื่นเหรอครับ? อย่างเรื่องที่ผมเขียนในสมุดก่อนหน้า หรือเรื่องที่มันกวนใจคุณ”



ซิเรียสยักไหล่และฉีกยิ้มมาเสียกว้าง



“จุดประสงค์เดียวของฉันในการเข้ามาคุยกับเธอคือการที่ได้รู้จักเธอ ฉันไม่สนหรอกว่าเรื่องที่ฉันได้รู้มันจะเล็กน้อยแค่ไหน แล้วสรุปคำตอบของคำถามล่ะ?”



แฮร์รี่อึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาแล้วหลุดหัวเราะ ให้ตาย เขาน่าจะรู้นะ เหมือนกับว่าเขาเป็นคนบ้าเลยที่เลี่ยงการเผชิญหน้ากับซิเรียสตลอดหลายวันที่ผ่านมาก เมื่อเอ่ยถึงฮอกวอตส์แล้วดวงตาก็ฉายแววคิดถึง ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียน ตอนสอน ควิดดิช ตอนงานกีฬาไตรภาคี หรือแม้แต่ ก.ด. ไม่ว่าอย่างไร ฮอกวอตส์คือบ้านของเขา


“คุณพูดถูก—ผมไม่มีวันลืมวันแรกที่ไปฮอกวอตส์ได้เลย” แฮร์รี่ตอบแม้ว่าช่วงหลังภาพฮอกวอตส์จะเป็นภาพของสงครามและคนตาย แต่มันก็ไม่ทำให้แฮร์รี่ลืมวันที่สวยงามได้เลย



“ฉันเคยพูดแบบนั้น?”



แฮร์รี่ชะงักก่อนจะส่ายหน้าแก้คำพูด ”คุณในโลกของผมพูดแบบนั้น”


“และนั่นก็เป็นคำที่ฉันบอกเฟลิกซ์ก่อนเขาไปฮอกวอตส์วันแรก”



แฮร์รี่มองซิเรียสอย่างมีความหมาย ซึ่งซิเรียสก็สังเกตเห็นได้ ชายหนุ่มยกยิ้มนิ่มนวล แฮร์รี่ถึงรีบหลบตา กว่าจะรู้ตัวแฮร์รี่ก็เอามือจับขอบกระดาษหนังสือลูบตามขอบ ในใจมีเรื่องอยากถามมากมาย



เกิดอะไรขึ้นในคืนฮาโลวีน? แฮร์รี่ในโลกนี้ตายอย่างไร? เพ็ตดีกรูว์ได้ทรยศพ่อแม่เขารึเปล่า? ซิเรียสอยู่อย่างไรตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา?



สุดท้ายแฮร์รี่ก็เลือกที่จะไม่ปริปากถามคำถามใดๆออกไปสังเกตเห็นดวงตาสีแซฟไฟร์มองมาก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก เขาเลือกที่จะเงียบจนกระทั่งซิเรียสถามเขาต่อ



“เธอมีเพื่อนใช่ไหม? ฉันรู้จักพวกเขารึเปล่า?”



แฮร์รี่ชะงัก นึกถึงภาพรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ก็ยกยิ้มขึ้นมากว้าง ตามด้วยภาพของเฟร็ดกับจอร์จ เนวิลล์ ลูน่า และอีกหลายๆคน



“รอน” แฮร์รี่ตอบ รู้ว่าซิเรียสเลิกคิ้วแปลกใจ “เพื่อนสนิทตลอดกาล”



“เธอหมายถึงลูกของอาเธอร์กับมอลลี่?”



“ใช่ครับ รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักผมตั้งแต่เราไปที่ฮอกวอตส์ ผมเจอกับทั้งคู่บนรถไฟ ผมสนิทกับรอนคนแรก ก่อนจะไปสนิทกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ฮอกวอตส์ และพอรู้ตัวอีกทีทุกคนก็จะพบว่าเราอยู่ด้วยกันเสมอ” แฮร์รี่นึกภาพสมัยพวกเขาปีหนึ่งก่อนภาพจะแทนที่ด้วยเพื่อนทั้งคู่ที่วิ่งวุ่นกันที่กระทรวงเวทมนตร์ พอมานึกถึงก็ค้นพบว่าพวกเขาเติบโตขึ้นมามากจากที่เจอกันครั้งแรก โดยเฉพาะหลังสงคราม



ซิเรียสดวงตาเป็นประกาย แฮร์รี่มองเงียบๆ เขารู้ว่าซิเรียสคงนึกถึงครั้งแรกที่เจอเจมส์ แฮร์รี่เหมือนเห็นภาพที่ซิเรียสเล่าเรื่องตอนที่เจอพ่อเขาครั้งแรกบนรถไฟซ้อนทับขึ้นมา และพวกตัวกวนที่สนิทกันจนไม่แยกจากกันก็คล้ายกลุ่มของเขาเช่นเดียวกัน



แต่แฮร์รี่กลับหยุดอธิบายเนื่องจากซิเรียสขัด



“รอนน่ะฉันรู้จัก แต่เฮอร์ไมโอนี่นี่ใครงั้นหรือ?


ภาพทุกอย่างสลายหายไปกับอากาศ แฮร์รี่ชะงัก รอนน่าจะรู้จักกับเฮอร์ไมโอนี่สิ —— ไม่สิ ถ้าเขาไม่อยู่ เรื่องโทรลด์ถูกปล่อยคงไม่เกิดขึ้น และสองคนนั้นคงไม่น่าเข้ากันได้


แฮร์รี่กรอกตาพลางถอนหายใจในใจ การที่เพื่อนสนิททั้งสองคนไม่ได้คบกันในต่างโลกเป็นเรื่องที่ชวนช็อคพอควร เขาตอบอย่างเฉื่อยชา


“เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เธอเป็นแม่มดที่ฉลาดที่สุดในชั้นปี เหมือนเป็นมันสมองของกลุ่ม นึกภาพวันที่ไม่มีเธอไม่ออกเลยล่ะ”


สงสัยจริงๆถ้ารอนในโลกนี้ไม่มีเฮอร์ไมโอนี่คอยช่วยจะผ่านการสอบมาทุกวันนี้ได้อย่างไร


แฮร์รี่ทิ้งให้ซิเรียสครุ่นคิด เขาหันไปขอบคุณครีเชอร์ที่นำกาแฟมาให้ จิบช้าๆอย่างขำกับความคิดตัวเอง จนกระทั่งซิเรียสมองเขาอย่างจริงจัง


“ไม่นะ แฮร์รี่ ฉันไม่คิดว่าในฮอกวอตส์จะมีแม่มดที่ชื่อเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์หรอกนะ ไม่เคยมีใครพูดถึงชื่อเธอมาก่อนเลย แม้แต่รีมัสที่เคยไปสอนที่ฮอกวอตส์ยังไม่เคยเอ่ยถึง”


กึก


แฮร์รี่ชะงักริมฝีปากที่จิบกาแฟ มองซิเรียสอย่างเหลือเชื่อ กลืนน้ำลายเหนียวและเกิดคำถามในใจ


เกิดอะไรขึ้นกับเฮอร์ไมโอนี่?



“...” แฮร์รี่รู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะ หัวใจเต้นถี่รัว 



“เอ้อ บางทีเธออาจจะเรียนโรงเรียนอื่นรึเปล่า อย่างโบซ์บาตง”



“ไม่ ผมไม่คิดแบบนั้นนะครับ” แฮร์รี่ยกมือแตะคาง ทฤษฎีหลายๆอย่างโผล่ขึ้นมาในหัว บางทีเฮอร์ไมโอนี่อาจไม่ใช่แม่มดในโลกนี้ หรือเธออาจจะเกิดช้าหรือเร็วกว่าที่ควรเป็น บางทีเธออาจไปอยู่เรเวนคลอ หรือเธออาจจะ— ตายไปแล้ว


ไม่— แฮร์รี่ตัวสั่นกับความคิดสุดท้าย เขาพยายามไล่ความคิดนั้นออกจากหัว แต่สุดท้ายมันกับคล้ายฝังติดอยู่กับที่ เพื่อนเขาผู้แสนฉลาด จริงใจและน่ารัก เป็นหญิงสาวที่เข้มแข็งยิ่งกว่าใครๆ ไม่มีทางตายง่ายๆหรอก


จริงมั้ย?


“แฮร์รี่?”


ซิเรียสร้องทัก แฮร์รี่ถึงค้นพบว่าตัวเองหน้าซีดเซียว มือเย็นเฉียบ เขาถอนลมหายใจยาว ดึงสติกลับมา ยิ้มเหนื่อยๆให้ซิเรียสก่อนถามกลับ


“ซิเรียส ชีวิตคุณเป็นยังไงบ้างหลังเรียนจบ?”


ซิเรียสเลิกคิ้ว ยิ้มร้ายกาจ ดวงตากลับไปเป็นระยิบระยับ


“หลังเรียนจบฉันก็เข้าภาคีทันทีพร้อมๆกับพ่อของเธอและรีมัส”


แฮร์รี่มองซิเรียสที่เล่าเรื่องตัวเองให้ฟัง ขีวิตของซิเรียสวนอยู่กับการสู้กับโวลเดอร์มอร์ แฮร์รี่แปลกใจไม่น้อยที่ซิเรียสเล่าด้วยว่าเขาเคยคบกับมักเกิ้ลคนหนึ่งก่อนจะจบไปอย่างไม่สวยนัก เขาทำงานเป็นมือปราบเพื่อหักหน้าตระกูล


ในที่สุดซิเรียสก็แยกออกไปเมื่อคนอื่นๆเรียก เขาชวนแฮร์รี่


“เธอไปกินข้าวกับพวกเราได้ ลิลลี่กับมอลลี่คงทำอาหารไว้เผื่อเธออยู่แล้ว”


“ไม่ดีกว่าครับ”


“เธอมั่นใจหรือ”


“ครับ”


อาจเพราะเขายิ้มแสดงความมั่นใจว่าจะไม่ลงไปด้วยแน่ๆ ในที่สุดซิเรียสก็ถอนหายใจ


“ฉันเข้าใจแล้ว ไว้เจอกัน แฮร์รี่”


ซิเรียสเดินจากไปโดยทิ้งแฮร์รี่ที่ยิ้มโบกมืออยู่ข้างหลัง จนกระทั่งไล่หลังซิเรียส ดวงตาของแฮร์รี่ก็ทอประกายอ่อนลง


“ขอบคุณนะครับ ซิเรียส”


ขอบคุณที่อย่างน้อยในโลกใบหนึ่ง คุณยังมีชีวิตอยู่

——————


เจ้าเด็กนั่น ไม่ใช่ว่าเจ้าหมาบ้าบอกว่าจะไปเชิญมารึไง


เซเวอร์รัสหรี่ตากับภาพโต๊ะอาหารที่ยังคงมีแต่คนคุ้นเคย ไม่มีร่างของเด็กชายผมยุ่ง ใบหน้าที่น่าชิงชังแต่กลับมีดวงตาสีเขียวทรงอัลมอนด์ที่น่ารัก


พอเขากลับมาที่กริมโมลด์เพลซ ดับเบิลดอร์ก็เอ่ยชวนเขากินข้าวพร้อมกับสมาชิกภาคีคนอื่นๆก่อนเริ่มประชุม ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจ เขาแค่ยังอยากรู้ว่าเจ้าเด็กที่พูดว่า ‘ขอบคุณที่เขาเกิดมา’ เป็นยังไงบ้าง ตัวเขาในสายตาของเด็กนั่นเป็นแบบไหนกัน?


เซเวอร์รัสได้ยินว่าเด็กนั่นยังอยู่ในห้องหนังสือ เขาตัดสินใจลุกขึ้นก่อนคนอื่น แต่ทันทีที่ลุกขึ้น อาจารย์ใหญ่ก็กระแอม


“เซเวอร์รัส ฝากนำอาหารไปให้แขกเขาเราทีสิ”


เซเวอร์รัสปลายตามองอาหารที่พึ่งถูกตักออกมา เหมือนจะมีเสียงเถียงจากซิเรียส แต่เขาไม่รู้ว่าทำไม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ตอบในทันทีด้วยเสียงไร้อารมณ์ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นการไล่เขาออกจากห้องประชุมอย่างแนบเนียน


“ครับ อาจารย์ใหญ่”


เขารับจานจากอาจารย์ใหญ่ เดินขึ้นไปบนห้องหนังสือ เคาะประตูอย่างมีมารยาท จนได้ยินเสียงนุ่มตอบรับกลับมา


ครับ”


เสียงของเด็กนั่นต่างจากพ่อตัวเองเล็กน้อย ในขณะที่เสียงของเจมส์แหบพร่าน่าชิงชัง เสียงของแฮร์รี่กลับกระจ่างใสกว่าแม้จะเสียงต่ำพอกัน


เขาเปิดประตูเข้าไป เห็นเด็กนั่นมองเขา พอเห็นเต็มตัว เด็กนั่นก็เบิกตาแปลกใจนิดๆ จมูกกระตุกเล็กน้อยจากกลิ่นอาหาร


“สวัสดีครับ” เด็กนั่นทักเขาก่อน เขาไม่ตอบรับอะไร เดินไปวางจานตรงหน้า และสั่งด้วยความเคยชิน


“รีบกินซะ ตอนที่มันยังร้อนๆอยู่”



แฮร์รี่มองเขาอย่างแปลกใจ ก่อนจะพยักหน้า รับจานไปตักอาหารขึ้นกิน เขากำลังลุกออกไปเจ้าเด็กนั่นก็ทัก


“ขอบคุณนะครับ”



“....”


เซเวอร์รัสหยุดขาราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง เด็กนั่นเองก็เหมือนจะรู้ตัว เลยผายมือเชิญอย่างเก้อๆแม้จะไม่มีแววของความลังเลอยู่เลยก็ตาม


“เอ่อ ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรเร่งด่วน จะอยู่คุยกันก่อนไหมครับ?”


ใช่ เด็กนี่แปลก


ไม่ได้เหมือนพ่อของตัวเองสักนิดเดียว

_________________



แฮร์รี่มองดูเซเวอร์รัสที่นั่งตรงข้ามเขาตามคำเชิญอย่างแปลกใจ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะยอมนั่งลงจริงๆ


สตูร์ในจานอร่อย จากที่ซิเรียสบอก มันคงเป็นของที่ลิลี่กับมอลลี่ทำ เขามองเซเวอร์รัสที่มีสีหน้าเรียบเฉยคงเส้นคงวา นึกถึงความทรงจำต่างๆของฝ่ายตรงข้าม


“คุณได้เป็นศาสตราจารย์วิชาปรุงยารึเปล่าครับ?” แฮร์รี่ถามก่อน เซเวอร์รัสจ้องเขาเขม็งก่อนจะพยักหน้า


แฮร์รี่แปลกใจเล็กน้อย ในเมื่อเซเวอร์รัสไม่ได้สาบานจะปกป้องเขาทำไมอาจารย์ใหญ่ถึงยังให้อีกฝ่ายเข้าไปสอนที่ฮอกวอตส์อยู่อีกนะ แต่พอคิดอีกที ตำแหน่งสายลับถ้าได้ทำงานที่ฮอกวอตส์ด้วย โวลเดอร์มอร์จะต้องเก็บอีกฝ่ายไว้แน่ แฮร์รี่ทวนไปมาในใจ


แฮร์รี่ยิ้มขึ้นมา นึกถึงคาบเรียนแรกที่อีกฝ่ายไม่ชอบหน้าเขาตั้งแต่แรกเห็น เขาที่อคติกับอีกฝ่ายตั้งแต่ครั้งแรก กลายเป็นสงครามขนาดย่อมๆระหว่างคาบปรุงยา แต่ในคราวนี้เขาไม่ได้พบอีกฝ่ายในฐานะแบบนั้นอีกแล้ว


“หนังสือปรุงยาของเจ้าชายเลือดผสม—“ แฮร์รี่แค่เกริ่นก็รู้ว่าเซเวอร์รัสตัวแข็งทื่อ กดสายตามาที่เขาชนิดที่ว่าหากเป็นเซเวอร์รัสที่เขารู้จักคงด่าเขาแล้วว่าเหมือนพ่อที่จุ้นจ้านไปทั่ว ขโมยสิ่งของที่ไม่ใช่ของตัวเองไป แฮร์รี่มองเซเวอร์รัสตอบก่อนจะเอ่ยกระซิบกับตัวเอง


“คุณ—ออกจะต่างจากเขาไปสักหน่อย” แฮร์รี่ใช้ช้อนเขี่ยสตูร์ในจานอย่างอย่างเกร็งๆ ยังไงเขาก็ไม่ชอบที่จะถูกจ้อง โดยเฉพาะจากคนที่เขาใช้เวลาศึกษาทำความรู้จักมายาวนาน แฮร์รี่เอ่ยต่อประโยคแรกแม้จะพอรู้ตัวว่าฝ่ายตรงข้ามได้ยินประโยคที่เขากระซิบกับตัวเอง


“—หนังสือของคุณ อยู่ที่ห้องของศาสตราจารย์ซลักฮอร์น ผมเคยได้อ่านมันตอนที่เรียนปีหก ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นยื่นหนังสือเล่มนั้นมาให้ผมที่ไม่มีหนังสือเพราะผมไม่คิดว่าจะได้เรียนปรุงยาต่อหลังสอบ พ.ว.ร.ส”


เซเวอร์รัสกดสายตามาคล้ายจะมองหาคำโกหกในคำพูดของเขา แฮร์รี่เสตาหลบ แสดงว่าในโลกนี้เซเวอร์รัสก็เขียนหนังสือเล่มนั้นเหมือนเดิมสินะ หนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อรวมรวมงานวิจัยและเป็นเพื่อนแก้เหงาให้แก่เซเวอร์รัสในยามที่เรียนที่ฮอกวอตส์ หนังสือที่สะท้อนจิตใจของเขา พูดถึงสายเลือดของตัวเอง แสดงปรารถนาลึกๆที่จะเป็นพริ้นซ์แทนที่จะเป็นสเนป แม้จะพูดไม่ได้ว่าไม่มีเพื่อนเลย แต่คนที่เป็นมิตรแท้กลับหาไม่ได้ ทุกอย่างค่อยๆหลอมขึ้นมาเป็นเขา เซเวอร์รัส สเนป


“อ่านหนังสือของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต คุณเสียมารยาทมากคุณพอตเตอร์” น้ำเสียงช่างเย็นชา เหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก แฮร์รี่ลูบช้อนสตูร์ก่อนจะเอ่ยงึมงำ


“คุณในโลกผมเคยด่าแบบนั้นแหละครับศาสตราจารย์ แต่มีสิ่งที่ผมยังไม่เคยบอกเขา คือคำขอบคุณ หนังสือเล่มนั้นสอนผมหลายอย่าง มันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผมมีชีวิตรอดมาได้ทุกวันนี้” แฮร์รี่นึกถึงครั้งแรกที่ใช้คำสาปกับมัลฟอย คล้ายเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องน้ำหญิงชั้นสามเป็นเรื่องที่เกิดเมื่อวาน เมื่อมาคิดทบทวนดู แฮร์รี่ค้นพบว่าตนเองก็ไม่ได้เป็นคนดีนัก เขาทำอะไรที่ผิดพลาดมามาก ในบางครั้งเขารู้สึกผิด ในบางครั้งก็ไม่ นึกถึงวันที่เขาเอาปกหนังสือปรุงยาสลับกับหนังสือปรุงยาเล่มใหม่ ภาพวันที่ถูกศาสตราจารย์วิชาปรุงยาจับได้ว่ามีหนังสือเล่มนั้นจนเขานำมันไปซ่อนในห้องต้องประสงค์ ภาพเขาวิ่งท่ามกลางสงคราม ใช้คาถาของคนตรงหน้าเพื่อให้เฮอร์ไมโอนี่ รอน และตัวเขาเองรอดชีวิตมาได้ ภาพที่เขาชิงชังคนตรงหน้าจนเคยคิดอยากจะฆ่าให้อีกฝ่ายตายๆไปเพราะเชื่อว่าเป็นคนทรยศ จนถึงภาพที่อีกฝ่ายตายไปต่อหน้า ภาพทุกอย่างยังคงวนเวียนอยู่ในหัว


แฮร์รี่ขยับยิ้มน้อยๆ เมื่อผ่านทุกอย่างมาได้จริงๆก็คล้ายว่าเขาจะติดค้างคนตรงหน้าเหลือเกิน เขาตักกินสตูร์และรู้ทันทีว่าควรจะคุยเรื่องอะไรต่อไป


“ศาสตราจารย์ครับ คุณคิดยังไงกับการใช้รากของอะโครไนต์แทนการใช้เมล็ดแทนทาคูล่า ถ้าต้องการจะปรุงยาสมานจิต”


ดวงตาสีนิลขยับมองเขาเต็มตาเป็นครั้งแรก แฮร์รี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ค้นพบความรู้สึกในใจของตัวเองที่กำลังพลุ่นพล่าน


เขาอยากลองเริ่มใหม่กับศาสตราจารย์คนนี้ดู เพราะในโลกของเขากว่าจะรู้ตัวมันก็สายเกินไปเสียแล้ว


น้ำเสียงเย็นชา เรียบนิ่งตอบเขากลับมา


“นั่นเป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก คุณพอตเตอร์ แม้เมล็ดแทนทาคูล่าจะทดแทนคุณสมบัติของอะโครไนต์ได้ดี แต่ภายในเมล็ดของมันก็ประกอบด้วยสารพิษรุนแรงที่จะมีผลเด่นชัดกับหางซาลาแมนเดอร์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมานจิต เกรงว่าคุณคงจะได้ยาพิษรุนแรงแทนยาสมานจิตนะ คุณพอตเตอร์”


แฮร์รี่กระพริบตา หน้ามุ่ยกะทันหัน ช่วยไม่ได้นี่ ก็นี่มันเป็นยาตัวใหม่ที่เขาพึ่งลองทำ และเขาก็ไม่ใช่มาสเตอร์ด้านการปรุงยาด้วย เขาหยุดกินสตูร์ ขมวดคิ้วน้อยๆ เอ่ยถามต่อ


“และถ้านำไปต้มและบดก่อนล่ะครับ เจือจางพิษลงไป ผสมผงจากรากแอชที่มีคุณสมบัติล้างพิษของแทนทาคูล่า”


แฮร์รี่มองศาสตราจารย์วิชาปรุงยาที่มองเขาแล้วเงียบลง ดวงตาหรี่แต่ไม่ได้จ้องเขา คล้ายครุ่นคิดอยู่กับตนเองมากกว่า ในที่สุดก็เอ่ย


“นั่นก็พอใช้ได้ แต่รากจากแอชจะทำให้คุณสมบัติของยาลดลงไปอีก นั่นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณ สักสิบแปดกรัมคงกำลังดี”


แฮร์รี่ยกยิ้มที่มุมปากแค่แวบเดียว แต่เหมือนอาจารย์ปรุงยาจะสังเกตเห็น รอยยิ้มเขาเลยกลายเป็นรอยยิ้มเจื่อนไปในทันที แฮร์รี่เกาแก้มเก้อเขินและเอ่ยถามเกี่ยวกับยาหลายตัวที่เขาสงสัย ทั้งการปรุง การเตรียมวัตถุดิบ ปริมาณที่ใช้ และคุณสมบัติ ในตอนแรกที่เริ่มคุยทุกอย่างเป็นไปด้วยการถามคำตอบคำไม่เป็นธรรมชาตินัก แต่เมื่อผ่านไปสักพักก็คล้ายกับว่าพวกเขาทั้งคู่ลืมประวัติพื้นเพของอีกฝ่ายไปและคุยกันในฐานะนักปรุงยา และนั่นก็ทำให้การพูดคุยเริ่มเป็นธรรมชาติขึ้น แฮร์รี่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปไวมากก็ตอนที่อาหารหมดจานและเงยหน้าเห็นเข็มนาฬิกาชี้ที่เลขสี่ บ่งบอกว่าเขาอยู่กับศาสตราจารย์ที่เคยเกลียดขี้หน้ากันมาถึงสามชั่วโมง


ถึงจะไม่ใช่นักปรุงยาที่ดีนัก แต่แฮร์รี่ก็มีความรู้มากด้านนี้หลังสงครามเนื่องจากเขามานั่งไล่เก็บความทรงจำของเซเวอร์รัสดูมาตลอดปี โชคดีที่เซเวอร์รัสโลกนี้ต่างจากเซเวอร์รัสจากโลกเขาตรงที่ไม่ได้ชิงชังในตัวเขาจนไม่สามารถพูดคุยกันได้เลย


“ผมว่าผมควรนำจานไปเก็บ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำหลายๆเรื่องนะครับ ศาสตราจารย์” แฮร์รี่เอ่ยขณะลุกขึ้น ยิ้มจริงใจให้ศาสตราจารย์เล็กน้อย ก้มหัวและเดินออกไป


เซเวอร์รัสมองร่างเด็กหนุ่มเดินจากไป เขานิ่งไปจนกระทั่งประตูปิดลง ขยับสายตามองนาฬิกาอย่างแปลกใจ นึกไม่ถึงว่าจะมีวันที่ได้พูดคุยกับเจ้าคนหน้าเหมือนเจมส์ พอตเตอร์นั่นเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ถึงจะเป็นเรื่องปรุงยาที่ฟังดูไม่นานก็รู้แล้วว่าเจ้าเด็กนั่นคงไม่ถนัด แต่ก็นับว่ามีความตั้งใจดีเยี่ยม ภาพรอยยิ้มก่อนที่เด็กนั่นจะเดินจากไปแว๊บกลับเข้ามาตรงหน้า ดวงตาสีเขียวนั่นหยีเล็กน้อย


ถ้าเป็นเจมส์ พอตเตอร์คงไม่มีวันยิ้มแบบนั้นได้แน่ๆ


สำหรับรอยยิ้มนั่น


เหมือนลิลี่มากจริงๆ

———————————



แฮร์รี่เดินลงมาถึงห้องครัว เขามองรอบๆเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะกินข้าวกันเสร็จแล้ว เขาเดินเข้าครัวไป ขยับสายตามองรอบๆราวกับกลัวคนมาเห็น วางจานลงที่อ่างล้างจาน เขาหันหลังเพื่อจะเดินกลับ แต่พอเปิดประตูออกมากลับต้องชะงัก


เด็กหนุ่มผมแดงตัวสูงโย่ง ใบหน้าตกกระมองเขาอย่างระวัง ท่าทางรั้นและไม่เต็มใจมายืนอยู่ตรงนี้นักเห็นได้จางร่องรอยเงามืดในดวงตา แฮร์รี่สามารถยืนยันได้หลังจากรู้จักอีกฝ่ายเวอร์ชั่นโลกของเขามาตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นรถไฟไปฮอกวอตส์ในปีแรก


โรนัลด์ วิสลีย์


เพื่อนสนิทตลอดกาลของเขาอย่างที่กล่าวไปกับซิเรียส แฮร์รี่แอบขยับสายตาไปข้างหลังก็ค้นพบว่าสองแฝดบ้านวิสลีย์กำลังคุยกันซุบซิบอยู่หลังกำแพง


“เอ่อ นาย คือว่าพี่ชายฉันสงสัยว่านายเล่นควิดดิชเป็นรึเปล่า คือ—คนเราขาดน่ะ”


แฮร์รี่แทบจะหลุดหัวเราะ ทำไมเขาไม่แปลกใจเลยนะ เชื่อว่าสองแฝดนั่นจะหาเรื่องกลั่นแกล้งรอนอีกล่ะสิ แฮร์รี่กระตุกยิ้ม


“เป็นสิ แน่นอนอยู่แล้ว”


รอนตาลุกวาวโพล่งออกมาเมื่อเห็นว่าท่าทางของเขาเป็นมิตร


“จริงรึเปล่าที่ว่านายมาจากต่างมิติ!?”


แฮร์รี่มองรอนที่ร้องชวนให้เขานึกถึงตอนที่เจออีกฝ่ายครั้งแรกขึ้นมา เขายักไหล่


“ดูจากท่าทางแล้วก็คงเป็นแบบนั้น”


“ร้ายกาจ” รอนเอ่ยอย่างทึ่งๆก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้


“ฉันรอน รอน วิสลีย์ ไม่แน่ใจว่านายรู้จักฉันไหม แต่เชื่อว่าบางทีนายน่าจะรู้จักพวกพี่ชายฉันหากนายได้เคยเรียนทีฮอกวอตส์”


แฮร์รี่รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปตอนอายุสิบเอ็ดอีกครั้ง เขาเอ่ยตอบ


“เพื่อนฉันเรียกฉันว่าแฮร์รี่”


“แน่สิ! ก็นายชื่อแฮร์รี่ พอตเตอร์!”


แฮร์รี่มองรอน พวกเขาเงียบไปสักพักก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน แฮร์รี่ขยับสายตาไปทางพวกฝาแฝดที่ซุบซิบกันอยู่หลังประตู รอนกระซิบตอบ


“นั่นพี่ชายฉัน เฟร็ดกับจอร์จ พวกเขาเป็นฝาแฝดกันน่ะ เป็นเจ้าของร้านเกมกลวิสลีย์ที่ตรอกไดแอกอน แต่เชื่อเถอะ ถ้านายเป็นฉันนายจะไม่อยากมีพี่ชายแบบนั้นเท่าไหร่หรอก”


และแฮร์รี่ก็เอ่ยคุยกับรอนอย่างคุ้นชิน อาจจะเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องคุยเรื่องแบบไหนดี อย่างเช่น ทันทีที่แฮร์รี่พูดถึงทีมชัดลีย์แคนนอน รอนก็ลืมความขุ่นเคืองที่ถูกสองแฝดผลักให้มาคุยกับเขาและพูดถึงการแข่งทุกเทศกาลของทีมโปรดทันที ไม่นานเฟร็จกับจอร์จก็มาร่วมวงด้วยของแปลกๆน่าสนใจเกลื่อน


แฮร์รี่แทบจะลืมเรื่องทุกอย่างไปเมื่ออยู่กับรอนและสองแฝด จนกระทั่งเย็นๆทุกคนเริ่มกลับมา แฮร์รี่ขอแยกตัวไปห้องอ่านหนังสือ มีพวกแฝดรั้งเอาไว้ รวมถึงรอนที่บ่นว่าหนังสือไม่มีอะไรน่าสนุกเลย แฮร์รี่ได้แต่หัวเราะขบขัน


แฮร์รี่กลับเข้าห้องอ่านหนังสือก็หุบยิ้ม เขาถอนหายใจยกมือกุมรอยแผลเป็นเอาไว้ เขายังคงมีนิสัยชอบเอาผมมาปิดมันไว้เหมือนเดิม แฮร์รี่ขยับสายตามองหนังสือ


เขายังไม่สามารถหาคำตอบได้เลยว่าทำไมเศษเสี้ยวของโวลเดอร์มอร์ถึงกลับมาอยู่กับเขาได้ หลายครั้งที่เขาเห็นภาพของโวลเดอร์มอร์ แต่โชคดีที่คราวนี้กำแพงจิตใจของเขาเริ่มก่อตัวจนกันมันได้บ้าง แถมโวลเดอร์มอร์ในโลกนี้ก็เหมือนจะปิดกั้นจิตจนเขาไม่ได้เห็นอะไรบ่อยๆอย่างตอนที่โวลเดอร์มอร์สูญเสียฮอร์ครักซ์ไปเกือบหมด


แฮร์รี่พลิกหนังสือ เขาอยากรีบๆจัดการกับฮอร์ครักซ์ กลับสู่มิติของเขาที่มีเพื่อนๆและลูกทูนหัวของเขา

—————————————————


Talk :)


พิณว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการแต่งฟิคคือคิดชื่อตอนแหละ ยากจริงอะไรจริง ทุกคนจะเจอชื่อตอนสิ้นคิดของพิณต่อไปเรื่อยๆ 555


ตอนนี้มีใครสังเกตอะไรแปลกๆมั้ย? (อุบอิบ :p)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

461 ความคิดเห็น

  1. #305 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 19:02
    เอ๊ะะะ คุยกันเพลินเลยนะ
    #305
    0
  2. #146 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 19:24
    คุยกันดีๆได้แล้วสินะ
    #146
    0
  3. #84 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:15
    พระเอก นายเอก เขาถูกใจกันแล้ว
    ส่วนบรรดาพ่อๆ ยังไม่รู้ตัว
    เจมส์ ลิลลี่ ถ้ายังไม่มาหาลูกคนนี้ คนที่เหม็นหน้าจะสำคัญกับลูกชายกว่าแล้วนะ พ่อแม่
    #84
    0
  4. #64 Njess (@Njess) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 21:54
    ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆเข้าใจความรู้สึกเลยไรท์กับการต้องมาคิดชื่อตอนให้เข้ากับเนื้อเรื่อง
    #64
    0
  5. #62 J'name Rbt (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:57
    อ่านยิงยาวต่อมาจนจบตอนนี้ รู้สึกว่าจากที่ปกติเราเดาเนื้อเรื่อง วิเคราะห์เนื้อเรื่องไม่เก่งอยู่เป็นทุนเดิม เรื่องนี้ตบสมองเราเด้งเป็นลูกปิงปองเลยค่ะ!! รู้แค่อย่างเดียวคือต้องรอตอนต่อไป

    ปล. ชอบความค่อยๆเป็นค่อยๆไปของคู่หลักจังเลยค่ะ ไม่กลบธีมหลักเรื่อง แต่ก็ชัดเจนดูไม่ยัดเยียด
    ปล2. เอาน้องเฟย์มาเจอพี่ชายเขาทีค่ะ อยากเห็นพี่น้องมุ้งมิ้งกัน;;
    #62
    0
  6. #60 Flutter (@Flutter) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 08:12

    หรือเฮอร์ม​จะข้ามมิติมาเหมือนกัน

    #60
    0
  7. #59 branco_w (@branco_w) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 20:42

    ดีมากๆเลยค่ะ อยากให้มาต่ออีกเร็วๆจัง เสียใจมากที่อยู่ๆเฮอร์ไมโอนี่ก็หายไป เเบบนี้จะกลายเป็นเเก๊งสามหน่อกริฟฟินดอร์ได้ไง
    #59
    0
  8. #58 Boonyisa Rodpat (@lkppim) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 14:06
    เดาอะไรมากไม่ได้เลย555555555 เผื่อพีคไปอีก งี้น้องต้องจัดการโวลดี้อีกครั้งน่ะสิ จะไปซ้อนทับกับมิติของน้องเองมั้ยนะ
    #58
    0
  9. #57 lonely.com (@jiblonely) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 12:56
    สนุกมากเลยค่ะ รออ่านต่อจนเหมือนคนจะลงแดง5555555
    #57
    0
  10. #56 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 06:42

    โอ้ยยยย ทำไมถึงเป็นแบบนี้

    มันไม่ดีมากๆเลย มัน....

    มันทำให้เราอยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆอะ

    ทั้งๆที่เพิ่งอ่านตอนนี้จบก็อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอะ

    ไรท์เขียนออกมาได้ดีมากๆเลย รอติดตามต่อนต่อไปนะคะ
    #56
    0
  11. #54 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:51
    นั่งรอทุกวันเลย อ่านวนสองสามรอบแล้ว สนุกมาก แงงง

    เฮิร์มอาจจะไม่ได้เป็นแม่มดรึเปล่า ยังไงนะ
    หงูววววว น้องรี่น่าสงสาร เล่าให้ใครฟังไม่ได้เลยอ่ะ แต่ยังดีที่ยังพอมีลูกทูนหัวและเพื่อนๆฝั่งนู่นค้ำจุนเน้อ
    รอนนิสัยเหมือนเดิมทุกอย่างเลย ดีใจจ แงง อย่างน้องแฮร์รี่ก็มีเพื่อนคุยแก้เหงาล่ะนะ

    เซเวอร์รัส สเนปคะ (*เอาไม้กายสิทธิ์จี้คอ*) ที่ว่าเบื่อเป็นสายลับสองหน้าคือยังไง ไม่ได้ขายภาคีนกฟีนิกซ์ให้จ้าวแห่งศาสตร์มืดใช่ไหม!? แง่งงง

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มีนาคม 2562 / 02:06
    #54
    1
    • #54-1 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 7)
      20 มีนาคม 2562 / 01:55
      มีอีกอย่างลืมบอกค่ะ ไรต์เตอร์คะ ดัมเบิลดอร์ เขียนด้วย Dum ดัม ค่ะ ดับเบิลดอร์ จะเป็นตัว Dub แทน
      #54-1
  12. #52 g_risa (@g-risa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:16
    เฮร์มมมมมมมมมมมมม who are uuuuuuuu อยู่ไหน กัน ถ้าไม่มีเธอคนก็ไม่ครบสิ รอนมาแล้ว อยากให้ได้อยู่พร้อมหน้าจริงๆ รออยู่นะยู้วววววว จุ๊บๆ
    #52
    0
  13. #51 PP M (@phrawmanormal369) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:16

    แง ติดเรื่องนี้งอมแงมเลยค่ะ
    #51
    0
  14. #49 momosononanami (@momosononanami) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:51
    omg หนุกไปอีก ครบรสมากแง

    แอบสงสัยว่าทำไมเฮิร์มถึงไม่มีตัวตนในมิตินี้ เปนงงเลย555

    รออ่านตอนต่อไปแทบมะไหวแล้ว
    #49
    0
  15. #48 junenior03 (@junenior03) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:26
    มันไม่แจ้งเตือนตลอดเลยย เลยเข้ามาดูเองบ่อยๆ ป๋าคุยกับรี่นานมากเลยน๊าาาา
    #48
    0
  16. #47 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 21:34

    โอยยย ป๋าเริ่มอ่อนให้แฮแล้ววววว

    #47
    0
  17. #46 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 21:18

    -เหมือนหน่วงๆยังไงไม่รู้ ตอน
    ซิเรียสบอกไม่รู้จักคนชื่อ
    เฮอร์ไมโอนี่

    -ป๋าาาาคุยกับน้อง3ชั่วโมงเลยจ้าาาาา(เดี๋ยวก็ติดใจจนอยากมาเจอน้องบ่อยๆ)
    -น้องได้คุยกับรอน เฟร็ด จอร์จ โชคดีนะที่รอนยังเหมือนเดิม

    *รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์

    **สู้ๆเน๊ออออออ
    #46
    0