นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[TWICE] Sleeping beauty Falling asleep #MelodyOfMiChaeng

โดย PENGUINBOY

ใกล้สิ้นสุดวันที่แสนยาวนาน มีเพียงแค่ความปรารถนาที่อยากสลักไว้...ใน 'หัวใจ'

ยอดวิวรวม

449

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


449

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


14
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ส.ค. 62 / 13:52 น.
นิยาย [TWICE] Sleeping beauty Falling asleep #MelodyOfMiChaeng

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




Sleeping beauty Falling asleep

หากรักฉันยังคงอยู่


#MelodyOfMiChaeng



เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจ : Fallin’  - Kim Feel





เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ส.ค. 62 / 13:52




Sleeping beauty falling asleep

หากรักฉันยังคงอยู่


(Fallin’  - Kim Feel)








I’m so lonely… You never know how it is.

ฉันหาทางออกไปจากตรงนี่ไม่ได้เลย

ใกล้สิ้นสุดวันที่แสนยาวนาน มีเพียงแค่ความปรารถนาที่อยากสลักไว้...ในหัวใจ




แสงแดดตอนเจ็ดโมงเช้าลอดผ่านช่องว่างผ่านม่านสีขาวเข้าปะทะเปลือกตาเหมือนทุกๆเช้า ฉันตื่นขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ไร้ซึ่งเสียงนาฬิกาปลุก ไร้ซึ่งเสียงคนรอบข้างที่วุ่นวาย

สองปีแล้วที่ฉันย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศแคนาดา น่าแปลกที่คนอย่าง เมียวอิ มินะ ตื่นตรงเวลาทุกเช้าทั้งที่ไม่ได้ตั้งเสียงแจ้งเตือนให้เปลืิองแบตเตอรี่มือถือเปล่าๆ

“เฮ้อ...”

ใช่แหละ...ทุกครั้งที่ฉันถอนหายใจทิ้ง นอนคุดคู้อยู่กับเตียงนอนอันแสนอบอุ่นตัดกับอุณหภูมิด้านนอกที่เย็นเฉียบ นั่นแปลว่าฉันกำลังเบื่อ เบื่อที่วันนี้เป็นวันหยุด

ใครต่อใครต่างชอบบรรยากาศในวันหยุด แต่ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย

แต่เพียงเพราะความเหงาและโดดเดี่ยว...

มันบีบให้ฉันคิดถึงใครบางคนที่จากไป

“ปิดเทอมนี้แกก็กลับมาเกาหลีสิมินะ พวกฉันน่ะไม่มีทางทิ้งให้แกเหงาแน่นอน ย๊าจื่อวีอา! อย่าแย่งมือถือฉันไปแบบนั้นสิยะ”

อย่างน้อยก็พอจะมีเรื่องให้ยิ้มออกบ้างในทุกครั้งที่ มินาโตะซากิ ซานะ และ โจว จื่อวี—เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายติดต่อมาหาในวันหยุดเสมอ เราคุยกันนานถึงสองชั่วโมงต่อวันแต่ก็ไม่นานพอจะคลายความเศร้าในหัวใจของฉันได้

“คิดถึงเขาอยู่หรอ อย่าเงียบไปสิ...พวกฉันเป็นห่วงนะ” ซานะพูด

“อื้ม”

ฉันหลุบตาลงเล็กน้อย พยักหน้าให้กับคนปลายสายทั้งที่เขามองไม่เห็นแววตาของฉันสักนิด

“อื้ม…ตลอดเวลา”

ฉันไม่ได้โกหก เพื่อนสนิทก็รู้ดีว่าฉันไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง แม้ว่าฉันจะพยายามหนีให้ไกลจากความทรงจำเก่าๆมากแค่ไหน มันก็ยิ่งตอกย้ำให้ฉันนึกถึง ซน แชยอง

ก็นะ...

คนเรามักจะคิดถึงสิ่งที่ไม่มีวันกลับมาอยู่เสมอ

ถ้าฉันกลับไปแก้ไขอดีตได้ มันก็คงจะดี

ถ้าฉันไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวคืนนั้น มันก็คงจะดี

ฉันใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับคำว่า ‘ถ้า’ ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี แม้กระทั่ง...ทุกลมหายใจ


บอกลาเพื่อนสนิทก่อนกดตัดสาย ความเงียบแทรกซึมเข้ามาสู่ก้อนเนื้อในอกซ้ายของฉันอีกครั้ง มันถูกบีบรัดด้วยความรู้สึกเดิมๆทุกวันเรื่อยไป...ไม่มีที่สิ้นสุด

“คิดถึงเธอจัง...”

ความรักของฉันคงไม่ต่างอะไรกับสายลมที่พัดผ่านไปอย่างไร้ความหมาย กอดเข่าร้องไห้คือส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว

แชยองจากฉันไปเมื่อสามปีก่อน

เพราะเหตุการณ์ลึกลับในโรงเรียนนานาชาติยงซาน ณ กรุงโซล หลายคนสันนิษฐานว่าเป็นเหตุการณ์ฆ่าตัวตายในห้องวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน การตายของเธอยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่อาจมีผู้ใดไขข้อสงสัยได้ จนเรื่องของเธอถูกลืมเลือนไปพร้อมอดีต

แต่มินะคนนี้ไม่อาจลืมและเพียงภาวนา

ขอสักครั้งที่เรื่องมหัศจรรย์ จะเกิดขึ้นกับฉันสักครั้งได้บ้างไหมนะ?

ต่อให้ไม่อาจคาดเดาว่าฉันจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้อย่างไร แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าการจมปลักอยู่กับชีวิตสีเทาหม่นแบบนี้ สภาพจิตใจของคนๆหนึ่งไม่ต่างอะไรกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา ทนแดด ทนฝน ทนถูกเหยียบย่ำ ทำได้เพียงรอวันจากโลกแสนโหดร้ายไป

เหมือนกับอยู่ไปวันๆ หนีไปเรื่อยๆ

...ไม่ได้ใช้ชีวิต

ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงคู่ใจอีกครั้ง ปล่อยให้ตัวเองอยู่กับความฝันลมๆแล้งๆ หลับตาลงแล้วอธิษฐานอยู่เพียงในใจ ส่งมันไปบนท้องฟ้าให้ใครคนนั้นได้รับรู้ว่าฉัน...

รอพบเจอเธอเสมอไม่ว่าชาติไหน



ฉันวาดภาพเธอในทุกๆเช้า


ฉันนอนไม่หลับแม้มันจะมืดแค่ไหน


หัวใจของฉันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แม้ว่าเธอจะซ่อนอยู่ในนี้


I’m so lonely…

You never know how it is.

(ฉันรู้สึกเดียวดายมากๆเลย เธอคงไม่รู้หรอกว่ามันเป็นอย่างไร)



ครืดดดดดด ครืดดดด

“ตื่นได้แล้ว! มินะลูก”

ฉันงัวเงียตื่นเช้ามาพร้อมกับเสียงสั่นของการแจ้งเตือนนาฬิกาปลุก พร้อมกับเสียงของแม่ที่ทะลุเข้าโสตประสาทจนนอนต่อแทบไม่ไหว

แต่เดี๋ยวนะ...ฉันอยู่ในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดานี่นา

แล้วทำไมฉันถึงได้ยินเสียงแม่กันล่ะ?

เปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้งกับสภาพห้องนอนที่เปลี่ยนไป อากาศหนาวจัดในแถบตะวันตกหายไปอย่างน่าประหลาด มองเสื้อผ้าบนร่างกายมีเพียงเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นดูสบาย ฉันขมวดคิ้วอยู่สักพักแต่มันคงเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้นเอง ฉันส่ายหน้าไปมาที่ฝันถึงตัวเองเมื่อสามปีก่อน จนกระทั่งบางอย่างปะทะเข้ามาทำให่้ฉันมั่นใจ

…ว่ามันไม่ใช่ความฝัน

“วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมไม่ใช่หรอ จื่อวีกับซานะมารอเราอยู่ที่หน้าบ้านแล้วนะ ตื่นสายกว่าเพื่อนได้ยังไงเนี่ยเจ้าลูกคนนี้”

ไม่แปลกหรอกที่แม่บ่นฉันจนหูชา เพราะมันก็เหมือนกับทุกๆวันนั่นแหละ

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจกว่าก็คือ

ฉันย้อนกลับมาในอดีต โดยที่ความทรงจำยังคงเป็นปัจจุบัน

ขมวดคิ้วต่ำอีกรอบให้มั่นใจว่าไม่ได้ฝันไป ตบหน้าตัวเองไปมาสองสามทีก็แล้ว เช็คสิ่งของรอบตัวก็แล้ว จึงมั่นใจว่ามินะคนนี้เป็นเพียงเด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง ไม่ใช่นักเรียนนอกที่หนีอดีตแสนเจ็บปวดไปเรียนที่แคนาดาแต่อย่างใดเลย

“บ้าแล้ว ชีวิตจะแฟนตาซีเกินไปแล้วนะ”

ฉันสูดลมหายใจเข้าออกอยู่นานหลายนาทีกว่าจะทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ สองเท้าจึงก้าวเดินออกไป อาบน้ำแต่งตัว สวมชุดยูนิฟอร์ม ก่อนออกไปพบเพื่อนสนิทที่นั่งรออยู่สักพักและไปโรงเรียนพร้อมกันเหมือนเคย

พร้อมกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

‘นั่นคือการกลับมาของ ซน แชยอง’


สองสัปดาห์ผ่านไป...

กับการปรับตัวอยู่บนโลกสุดแสนจะพิลึก

“แชยองน่ะชอบเธอมากรู้ไหม เมื่อไรจะเปิดใจสักทีล่ะ” ซานะมัวแต่พูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา ถ้าเป็นสามปีก่อนฉันคงส่ายหน้าให้กับการทำตัวเป็นแม่สื่อของเพื่อนคนนี้ไปแล้วล่ะ 

แต่ถ้าเป็นตอนนี้แล้วล่ะก็ ฉันคงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับและกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

“อื้ม ฉันรู้” ฉันตอบซานะไปส่งๆ

“รอฉันสอบเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องนั้นเถอะ”

ประโยคที่ฉันตอบเพื่อนสนิทกลับไปเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องเดิมที่ฉายซ้ำสองรอบ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยรู้สึกอะไรกับแชบองหรอกนะ ฉันน่ะ...ชอบเธอมากเลย แล้วเธอเองก็ชอบฉันเหมือนกัน ส่วนเหตุผลที่ฉันยังไม่กล้ารับรักเธอก็เพราะฉันไม่าอยากไปสู้รบกับสาวๆที่ตามจีบแชยองน่ะสิ

แค่เรียนเฉยๆก็ปวดหัวแย่แล้ว

“ระวังหมาคาบไปกินนะยะ ช้าหมดอดนะ”

“นั่นแชยองนะ ไม่ใช่ของลดราคาสักหน่อย” ฉันมองค้อนคนตรงหน้า

“อุ้ย มีหวงด้วยอะค่ะ”

“ประสาท” ซานะยู่หน้าหลังถูกฉันต่อว่า

“วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน ถ้าเธอจะมัวแต่ซักเรื่องแชยองแบบนี้ฉันจะติวต่อได้ยังไง”

เก็บหนังสือใส่กระเป๋าลวกๆพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย วันนี้โรงเรียนของฉันจัดกิจกรรมเลี้ยงรุ่นของพวกรุ่นพี่ที่หอประชุมกลาง โดยเปิดประตูหน้าทิ้งไว้ ซึ่งแปลว่าจะมีใครก็ได้ที่สามารถเข้าออกรั้วโรงเรียน รวมถึงคนนอกเช่นกัน

ฉันและเพื่อนต่างห้องบางส่วนอาสามาช่วยเก็บกวาดข้าวของ แชยองเองก็เช่นกัน เรานั่งเล่นพูดคุยกันอยู่สักพักบริเวณห้องด้านหลังหอประชุม

“ไปเดินเล่นกันไหมล่ะ มินะจัง”

“อื้อ”

จู่ๆบรรยากาศตอนกลางคืนในฤดูร้อนก็หนาวขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว ฉันลูบต้นเองตัวเองไปมาเพื่อระบายความอบอุ่นแก่ตัวเอง แชยองที่เดินนำฉันอยู่ไม่ไกลจึงหยุดเดินเอาเสียดื้อๆก่อนจะหันมามองฉันอย่างพิจารณา

“หือ...มีอะไรหรอ หยุดเดินทำไมล่ะ”

เราจ้องตากันอยู่สักพักท่ามกลางหยดน้ำค้างภายใต้เสียงดวงดาวระยิบระยิบ ก่อนคนตัวเล็กจะเดินเข้ามาใกล้ๆ เขย่งปลายเท้าเล็กน้อย ก่อนวาดเรียวปากลงบนผืนแก้มของฉันโดยไม่รู้ตัว

นั่นมันเป็นการกระทำที่เกินเลยสถานะระหว่างเราไปหรือเปล่านะ...

เราแค่คุยกัน ยังไม่ได้คบเป็นแฟนสักหน่อย ทำไมจู่ๆเธอถึงมาหอมแก้มฉันล่ะ

“นี่! คนฉวยโอกาส”

“ก็ฉันชอบเธอนี่ บอกเป็นพันๆรอบแล้วไม่ใช่หรือไง”

คำพูดของแชยองทำหัวใจฉันเกือบวายอยู่เสมอ ฉันจำมันได้ขึ้นใจเพราะคืนนี้เป็นคืนที่ฉันมีความสุขที่สุดในโลก

แล้วก็เป็นคืนที่ฉันร้องไห้เสียใจจนเกือบตายเช่นกัน

“อึดอัดหรอมินะ”

“เปล่าสักหน่อย” เธอเงียบ ฉันก็เงียบ

“…”

“…”

“ชอบต่างหากล่ะ ทำอีกข้างไม่ได้หรอ”

อยากจะเอาหัวโขกกำแพงสักสามสี่ครั้ง มินะยา...แกพูดอะไรออกไปเนี่ย รู้ตัวบ้างไหม!

ตอนนี้เราสองคนไม่ต่างกับคนเป็นแฟนกันเลย เรียวมือจับกระชับแกว่งไปแกว่งมาภายใต้แสงสลัวที่มีแค่ฉันและเธอ จับมือ กอด หอม ขาดอย่างเดียวก็คือจูบ

แชยองอยากจะจูบฉันบ้างไหมนะ

แต่ฉันน่ะ...อยากจูบเธอมากเลย

“คิดอะไรอยู่หรอ ใจลอยเชียว” แชยองเปิดปากถามทำเอาฉันสะดุ้งออกจากจินตนาการอันกว้างไกล เอาอีกแล้วนะยัยมินะ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอีกแล้ว

“คิดอยู่ว่าถ้าเราคบกัน ฉันกับเธอจะเป็นยังไง”

“ก็เป็นแฟนกันไง ฉันก็จะทำกิจกรรมให้น้อยลงเพื่อมาอยู่กับเธอ เข้าห้องสมุดกับเธอบ่อยๆ แล้วเธอก็ต้องมาเชียร์ฉันแข่งบาสวันกีฬาสีด้วย”

สิ่งที่แชยองพูดออกมาไม่ต่างกับคนที่วางแผนชีวิตคู่เอาไว้หมดแล้ว หัวใจพองโตจนแทบระเบิดเมื่อความจริงใจที่เธอตั้งใจถ่ายทอดมาให้ฉันมันชัดเจนเกินกว่าผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนจะให้ฉันได้

“คิดไว้หมดแล้วหรอ”

“จริงจังขนาดนี้ไม่ให้คิดได้ไง นี่” แชยองจับมืออีกข้างของฉันขึ้นมากุมไว้ที่หัวใจของเธอ

“เธอได้ยินหัวใจฉันเต้นไหม ในนี้มันร้องหาแต่เธอนะไม่ว่าจะเป็นตอนนี้ หรือในอนาคต...”

น้ำตาของฉันไหลพรากเมื่อสัมผัสได้ถึงความรักที่เธอมีให้ฉัน

มันกลับไหลไม่หยุดเมื่อฉันรู้ว่าแชยองกำลังจะจากฉันไปเหมือนกันในคืนนี้

ฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเธอ ฉันต้องทำ

“ถ้าวันหนึ่งฉันไม่อยู่ตรงนี้ เธอจะรักคนอื่นไหม”

“เธอพูดเหมือนเธอจะไปไหนน่ะ”

“เปล่าสักหน่อย แค่คำถามลองใจอะ” แชยองยักไหล่

“ฉันตอบไม่ได้หรอก...”

เราต่างคนต่างตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอกนะ ฉันกับเธอยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความรักของผู้ใหญ่ ฉันไม่พูดอะไร...แชยองก็เช่นกัน เราจับมือกันบนสนามหญ้า มองท้องฟ้าและหายใจไปพร้อมๆกัน

“รอที่นี่ก่อนนะ ฉันขอไปทำธุระที่ห้องวิทยาศาสตร์ก่อน เดี๋ยวฉันกลับมานะ”

ฉันหูผึ่งทันทีที่แชยองพูดว่า ‘ห้องวิทยาศาสตร์’ เพราะมันเป็นสถานที่ที่ฉันเกลียดที่สุด

และเป็นสถานที่ที่ความตายพรากเธอจากฉันไป...

หมับ!

“ไม่” ฉันน้ำตาซึม

“ฉันจะไม่ให้เธอไปจากฉัน ไม่มีวัน”

แชยองทำหน้างงๆก่อนใบหน้ารับกับสันจมูกนั้นจะถูกเหวี่ยงไปอยู่ด้านหลัง ฉันดึงแชยองเข้ามากอดและกระชับกอดให้แน่นเพื่อไม่ให้เธอไป ฉันไม่รู้หรอกว่าตอนนี้แชยองกำลังทำหน้าตาแบบไหน งง ตกใจ หรือรู้สึกอย่างไร ฉันรู้แค่ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอทำแบบนั้นอีกแล้ว

…ไม่มีวัน

“ฉันไม่รู้ว่าเธอเจอเรื่องอะไรมา แต่ฉันขอร้องเถอะแชยองอา...”

“…”

“ช่วยอยู่กับฉันจนกว่าเราจะแก่ตายเลยได้ไหม”

ฉันงอแงด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่อย่างน้อยมันควรจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างสิ

ขอแค่เธอไม่ตายจากฉันไป มันก็เพียงพอแล้ว

“นี่มินะ ทำไมเธอถึงทำเหมือนฉันจะไปตายเนี่ย”

“ก็เธอจะไปตา...” ฉันชะงัก

“กะ…ก็เธอจะเดินไปไหนตามอำเภอใจคนเดียวในเวลากลางคืนแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ให้ฉันไปเป็นเพื่อนเถอะนะ”

ฉันเกือบหลุดคำนั้นไปแล้วให้ตายเหอะ แชยองคงไม่เชื่อหรอกว่าฉันย้อนเวลากลับมา เธอไม่มีวันเชื่อแน่นอน

“งั้นก็ได้ เราไปห้องวิทยาศาสตร์ด้วยกันนะ”


ครึ่งชั่วโมงผ่านไปกับการที่แชยองค้นบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้ที่ซ่อนไว้หลังโต๊ะอาจารย์ เธอหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า เป็นซองสีชมพูขนาดเท่ากำปั้น ก่อนจะหยิบของบางสิ่งในนั้นออกมาและยื่นมันให้กับฉัน

“ฉันว่าจะให้เธอตอนขอเป็นแฟนน่ะ แต่ตอนนี้เธอมาด้วย...มันก็คงไม่เซอร์ไพร์สแล้วแต่ไม่เป็นไร”

สร้อยเส้นบางห้อยจี้ที่มีความหมายต่อเราทั้งสองคน แล้วไม่ว่าจะมองดูยังไงมันก้มีราคาจนตีออกมาเป็นเงินไม่ได้เลย

“แชยองอา คือฉันรับมันไม่ได้ไหรอก มันแพงมากเธอก็รู้”

“ไม่เป็นไรบ้านฉันรวย” แชยองยักไหล่ คนตัวเล็กช่างน่าหมั่นไส้นักแต่ก็น่ารักมากเช่นกัน

“เป็นแฟนกับฉันนะ มินะ”

ฉันร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันอยู่ในหัวสมอง ทั้งปราบปลื้ม ซึ้ง ดีใจ และเสียใจในเวลาเดียวกัน

เสียใจ...ที่ตอนนั้นแชยองต้องตายเพราะเธอแค่อยากจะเซอร์ไพร์สฉัน

เสียใจ...ที่ไม่อาจรู้ได้ว่าเธอจากฉันไปเพราะอะไร

เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ไม่ใช่เราเริ่มใกล้เข้ามา ความรู้สึกลึกๆบอกว่าโชคชะตากำลังจะพรากแชยองไปจากฉันอีกรอบ

ราวกับอดีตพาฉันกลับมาเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ใดๆไม่ได้เลย

“มะ…มินะ”

“ระวัง!”

ฉันมัวแต่ร้องไห้ด้วยอารมณ์ที่สับสนจนไม่ทันได้ตั้งตัว ภาพทุกอย่างเหมือนถูกดึงให้ช้าลง แชยองเบิกตาโพลงกับบางสิ่งที่จู่โจมเข้ามาด้านหลังฉัน หัวสมองประมวลได้แต่คำว่า “ระวัง” จากแชยอง ก่อนหูจะเงียบดับและภาพทุกอย่างก็ดับลงเฉกเช่นกัน

ร่างกายของฉันทรุดลงกับพื้นพร้อมกับของแข็งบางอย่างที่กระแทกใส่ศีรษะเต็มๆ ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นนั้นไม่สามารถหาความชัดเจนได้เลย ดวงดาวที่เคยส่องสว่างกลายเป็นดวงวงกลมเบลอๆและมืดลงเรื่อยๆ...เรื่อยๆ

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!”

“โจร! ฆาตกร! ช่วยด้วยค่ะลุงภารโรง!”

“ช่วยด้วย!”

“มินะฟื้นสิ มินะไม่นะ มินะ มินะ!!!”
แชยองสัมผัสฉันและเขย่าตัวฉันอยู่แบบนั้น แต่ทำไมฉันจึงไม่มีแรงตอบสนองคนที่ฉันรักเลยนะ

อ่อ...มันคงเป็นเพราะฉันกำลังจะตายนี่เนอะ

ไม่เป็นไรนะ...

อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าแชยองไม่ได้ฆ่าตัวตาย

ไม่เป็นไรนะ...

ฉันย้อนเวลากลับมาช่วยชีวิตเธอได้แล้วนะ ซน แชยอง :)

เสียงฝีเท้าดังตึกตักเหมือนกับคนวิ่งไล่กันค่อยๆไกลจากฉันไป ถึงจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วแต่ฉันก็พอจะรับรู้ว่าโจรใจบาปคนนี้แหละ คือคนที่ฆ่าแชยองเพื่อชิงทรัพย์

ทว่าฉันย้อนเวลากลับมาช่วยเธอแล้วนะ แชยองอา

เธอปลอดภัยแล้วนะ...

แต่กลับเป็นฉันเองที่ต้องจากแชยองไป ทำได้เพียงคิดในใจและปล่อยให้ความสงสัยดับสิ้นลงพร้อมกับลมหายใจของตัวเอง

แย่จังเลยเนอะ ฉันเพิ่งมีความสุขมากๆไปเมื่อกี้เองเนอะ ;(

.

.

.

.

.

.


หนึ่งปีผ่านไป...

“สมองของคนไข้ได้รับความกระทบกระเทือนจนเสียหายรุนแรงจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ส่งผลให้คนไข้ตกอยู่ในภาวะโคม่าหรือเจ้าชายนิทรา”

ประโยคจากหมอที่เก่งที่สุดในกรุงโซลทำเอา ซน แชยอง ถึงกับร้องไห้จนทรุดลงตรงหน้า ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วแต่หญิงสาวก็ได้แต่โทษตัวเองอยู่เสมอ เธอที่ยอมให้คนใจบาปนั้นทำร้ายคนที่เธอรักโดยที่ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย กระทั่ง...


หนึ่งปีผ่านไป


สองปีผ่านไป


ห้าปี หกปี...


จนถึงปีที่เจ็ด


มินะก็ยังคงนิ่งเฉยกับแชยองเรื่อยมา


“ตื่นมาคุยกันสักคำก็ไม่ได้ ใจร้ายที่สุดเลยนะ เมียวอิ มินะ”

แชยองพึมพำ เธอวางดอกไม้ช่อโตและกรอบรูปลงข้างเตียงคิงไซส์ในบ้านของมินะแบบทุกครั้งเหมือนที่เคยทำ ผิดแปลกไปที่ครั้งนี้เหมือนจะเป็น ‘ครั้งสุดท้าย’ ระหว่างเธอกับหล่อน

“ฉันน่ะ...” แชยองเสียงสั่น

“ฉันน่ะ...จะไม่ได้กลับมาที่นี่แล้วนะ”

ซน แชยองในวัยยี่สิบเจ็ดปีกำลังร้องไห้ เธอกุมกระชับคนรักเก่าเอาไว้ไม่ให้ห่างพลางพร่ำบอกกับหล่อนอย่างฝืนใจ เรียวมือลูบใบหน้าคนรักอย่างโหยหาพลางกอดรัดกรอบรูปชิ้นเดิมเอาไว้แนบแน่น

แชยองไม่ได้อยากจากผู้หญิงที่รักหรือทิ้งหล่อนไว้เพียงลำพัง ทว่าเธอมีเหตุผลที่ต้องจากไป

“ฉันจะมาบอกรักเธอ...เป็นครั้งสุดท้าย”

ถ้ามินะรู้สึกตัว หล่อนคงรู้ว่ามีบางอย่างของแชยองที่ผิดปกติไป

ใช่...มันคือแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย

“ฉันจะไม่ได้กลับมาเยี่ยมเธอแล้วนะ ฉันขอโทษ...ขอโทษนะ มินะจัง”

ใช่...แชยองแต่งงานแล้ว และกำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่นอย่างถาวร

ในห้องสี่เหลี่ยมถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด ถ้ามินะรับรู้ก็คงจะดีใจไม่ใช่น้อย ที่แชยองได้เจอกับคนที่เธอรักและรักเธอไม่แพ้หล่อน อีกอย่างมันคงจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดที่แชยองเลือกแล้วล่ะ

..

.


“ฉันรักเธอนะแชยอง ยินดีด้วยนะ”

ไม่มีใครได้ยินเสียงของฉันเลย ร่างเบาหวิวลอยขึ้นบนอากาศเหมือนกับกลุ่มควันสีขาวที่ก่อตัวแน่นหนา ฉันส่งยิ้มให้กับคนที่รักจนสุดหัวใจ หยดน้ำตาไหลรินและจางหายไปในอากาศเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น ฉันน่ะ...พยายามที่จะสัมผัสเธอมากเลยนะแชยอง

...แต่ฉันทำไม่ได้จริงๆ

ฉันนั่งมองร่างตัวเองที่ถูกสายอะไรก็ไม่รู้ระโยงระยางเต็มตัวไปหมด สภาพดูไม่ค่อยดีเลยเนอะว่าไหม ไม่เห็นเหมือนมินะคนสวยเมื่อเจ็ดปีก่อนเลย ฮ่าๆ


ฉันน่ะ...ไม่เคยรู้สึกเสียใจเลยนะที่ได้ทำเพื่อเธอ

ตลอดเจ็ดปีฉันเฝ้ารอเธอมาหาที่นี่ทุกวันเลยนะ

แต่ฉันคงรอเธอไม่ไหวแล้ว


แปลกจัง วิญญาณของฉันกำลังร้องไห้แล้วทำไมร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่นั้นถึงต้องน้ำตาไหลตามด้วยนะ มันคงจะถึงเวลาของฉันแล้วจริงๆ


เจ็ดปี...ที่รอเธอมาหาทุกวัน

เจ็ดปี...ที่เจ็บปวด ทุกข์ทรมาน

เจ็ดปี...ที่ทำให้รู้ว่าฉันไม่มีวันกลับไปหาเธอได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว


โอกาสของคนเราน่ะนะ มันไม่ได้มีมาบ่อยๆหรอก จริงไหม :)


และฉันคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ใช้โอกาสนั้นเพื่อกลับไปหาเธออีกครั้ง

ฉันใช้มันไปแล้วเพื่ออยู่กับเธอ


ฉะนั้น...จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขที่สุดเถอะนะแชยอง

.

..


วินาทีที่หัวใจของมินะหยุดเต้นเป็นวินาทีที่สัญญาณชีพดับเป็นเส้นตรง จู่ๆหญิงสาวก็บอกลาโลกนี้ไปพร้อมกับคำลาของคนที่รัก แชยองหยุดนิ่ง พิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

...เหมือนหัวใจของเธอจะหยุดเต้นตามไปอีกคน

“มินะ...”

“มินะ!!”
อย่างกับคนเสียสติที่เอาแต่เขย่าร่างสาวญี่ปุ่นจนพ่อและแม่ของมินะต้องเข้ามาประคองแชยองเอาไว้ ทั้งๆที่พวกท่านเองก็ร้องไห้เสียใจไม่แพ้กัน

ร้องไห้จนแทบหยุดหายใจ...มันมีจริงๆนะ

หากความเสียใจมันฆ่าคนตายได้ แชยองคงตายไปตั้งแต่เจ็ดปีที่แล้วแล้วล่ะ ชีวิตนับต่อจากนี้มันอาจจะยากสำหรับเธอ แต่อีกไม่นานเธอก็คงจะลืมเลือนความเจ็บปวดพวกนี้ไปเอง


มันอาจจะดูเศร้านะ ถ้าวันหนึ่งเราลืมคนที่เรารักมากๆ

ลืม...ว่าเคยรู้สึกอะไรกับเขา

ลืม...ว่าเคยรักมากแค่ไหน

แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นสิ่งที่เขาต้องการให้คนที่เหลืออยู่ลืมความรู้สึกนั้นไปเสีย


เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขที่สุด


:’)


แด่มนุษย์ทุกคน...


จงใช้ชีวิตร่วมกับคนที่คุณรัก ‘ให้นานที่สุด’ เถอะนะ


บางทีโอกาสของเรา...


มันอาจเกิดขึ้น ‘เพียงครั้งเดียว’



I’m so lonely… You never know how it is.


ฉันหาทางออกไปจากตรงนี่ไม่ได้เลย


ใกล้สิ้นสุดวันที่แสนยาวนาน


“มีเพียงแค่ความปรารถนาที่อยากสลักไว้...ในหัวใจ”





จบบริบูรณ์




ผลงานอื่นๆ ของ PENGUINBOY

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 19:05

    ชอบเนื้อเรื่องมากเลยถึงแม้มันจะเศร้าแต่ก็ซ้อนความรักอันสวยงามที่มินะมีให้แชยอง

    #3
    0
  2. วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 01:10
    อบอุ่นแบบเหงาๆนะคะ ;_;
    เศร้านิดหน่อยที่มินะกลับไปช่วยแชงได้แล้ว แต่ตัวเองต้องมาจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกลาคนรัก
    เศร้าเพิ่มอีกนิดที่มินะต้องมารู้ว่าแชงกำลังจะแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ ถ้าไม่รักจริงคงทำให้ไม่ได้ :) โอกาสไม่ได้เข้ามาฟรีๆ จริงด้วยนะคะไรท์ ดราม่าอบอุ่นหัวใจเหมือนชีวิตจริงคนเราเลยนะคะ ^^ อ่านเพลินมากเลยค่ะ สู้ต่อไปนะคะไรท์ เย้ๆ :))
    #2
    0
  3. #1 ??lover
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 08:51

    เนื้อเรื่องมันบีบคั้นหัวใจมาก ㅠ.ㅠ

    #1
    0