นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[TWICE] อาถรรพ์นางคอย #MelodyOfMiChaeng

โดย PENGUINBOY

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้รู้ไว้...ว่าฉันยังรอเธอเสมอ "ตามคำสัญญา"

ยอดวิวรวม

353

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


353

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ก.ค. 62 / 00:14 น.
นิยาย [TWICE] Ҷþҧ #MelodyOfMiChaeng

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





อาถรรพ์นางคอย

#MelodyOfMiChaeng




เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจ : นาฬิกาเรือนเก่า - ปาล์มมี่







 


ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น


ขอให้รู้ไว้...ว่าฉันยังรอเธอเสมอ


"ตามคำสัญญา"





อาถรรพ์นางคอย

#MelodyOfMiChaeng



เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ก.ค. 62 / 00:14





อาถรรพ์นางคอย




นาฬิกาเรือนเก่าอาจไม่มีความหมาย


แค่ผ่านพ้นไปอาจไม่สำคัญ


แต่นาฬิกาเรือนเก่ายังบอกเวลาฉัน


บอกว่าครั้งหนึ่ง...เราเคยรักกัน



ท่ามกลางป่าลึกมีเพียงเสียงเศษใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ สายลมกระหน่ำพัดทำให้เกิดเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันสู้กับความเงียบสงัด ทิ้งน้ำหนักของเท้าทั้งสองลงบนผืนดินทีละข้าง ทีละข้าง กระทั่งหยุดนิ่งอยู่ใต้ต้นพิกุลแสนสง่าและสูงใหญ่

หญิงสาวในชุดสีขาวสะอาดดูเรียบร้อยไปทั้งตัวเดินกลับมาสถานที่เดิมที่คุ้นเคย กลิ่นหอมของดอกไม้กลางคืน เสียงของจั๊กจั่นบ่งบอกถึงเวลาสำคัญสำหรับหญิงสาว

“ถ้าพี่ไม่มา ฉันจะตรอมใจเสียตรงนี้”

เธอยังคงนั่งรออย่างไม่มีจุดหมาย หลังจากถูกพ่อและแม่กีดกันความรักที่เธอมีต่อ ชนทัต ชายหนุ่มผู้เป็นคนรักคนเดียวของ มีนา ทำให้เธอรู้สึกเสียใจอย่างมาก ชายหนุ่มที่คาดหวังว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันไปจนแก่เฒ่ากลับนิ่งเฉยกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขา

จวบจนสองชั่วโมงก็ยังไม่พบวี่แวว การตัดสินใจของมีนาอาจจะส่งผลดีต่อชีวิตของเธอ และมันอาจจะดีต่อชีวิตของเขาเช่นกัน

หญิงสาวพ่นลมหายใจ คืนนี้ก็เหมือนกับทุกๆคืน เหมือนชีวิตประจำวันของเธอ เหมือนสิ่งที่เธอคุ้นชิน ผิดแปลกไปแต่ความรู้สึกที่พังทลาย มีนาไม่อยากสวมบทนางเอกอีกต่อไปแล้ว เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

“ฉันรักพี่มากนะ ชาติหน้าฉันใด...ขอให้เราได้รักกันอีก”

เชือกเส้นหนาคล้องรอบต้นคออ่อนก่อนมันจะถูกออกแรงให้ตึงมากขึ้น หญิงสาวฉีกยิ้มออกมาเป็นครั้งสุดท้ายบนกิ่งไม้หนาที่ยื่นออกมาจากต้นพิกุลต้นนี้

เธอทิ้งน้ำหนักตัวตามแรงโน้มถ่วง...โดยเชือกเส้นเดิมยังคงพันธนาการร่างกายเอาไว้


จนขาดลมหายใจในที่สุด



อยากให้เธอยังอยู่ตรงนี้กับฉัน


เหมือนยังรออยู่...เหมือนยังคอยอยู่


เหมือนว่ายังอยู่



***



หากจะถามถึงวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉัน คงจะตอบได้ว่าเป็นทุกวันตั้งแต่ลืมตามองโลกใบนี้

ฉันชื่อ ชลธี ชลธีที่แปลว่าทะเลหรือทะเลสาบ เพื่อนๆมักจะเรียกฉันว่า “ชล” บางครั้งก็แปรผันเป็นเป็นชื่อสุดแสนจะน่ารักอย่างชลลี่หรือน้องชล

ฉันเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบนัก พ่อของฉันติดการพนัน ส่วนน้องชายของฉันก็เป็นเด็กเกเรเรียนไม่จบชั้นมัธยมต้นมาสองปีกว่าแล้ว มีเพียงแม่กับฉันที่ค้ำจุนครอบครัวและคอยแก้ปัญหาที่พ่อและน้องชายก่อไว้

เวรกรรมของฉันจากชาติปางไหนวะเนี่ย

“ชลลี่อย่าลืมหยิบยากันยุงไปด้วยนะ ฉันได้ข่าวว่าที่ตั้งแคมป์ของพวกเรายุงโคตรดุเลย”

ซัน เตือนฉันด้วยความหวังดี ฉันเองก็รู้สึกโชคดีนะที่ม่ีเพื่อนดูแลเอาใจใส่เก่งขนาดนี้ กับซันน่ะบางทีเราก็เหมือนแฟนกันมากๆเลยนะ คอยดูแลกันตลอด ตักเตือนเวลาทำผิด หรือแม้กระทั่งเวลานอนเรายังเคยเผลอกอดกันบ้างเลย

เพื่อนที่ไหนเขาทำกันแบบนี้วะ? ตลกชะมัด

“โอเคๆไม่ลืม เอาแบบสเปรย์หรือโลชั่นอะ”

“โลชั่นแล้วกัน” ซันตอบ

“ซันจะทาให้ชลลี่บ่อยๆเลย ฮี่ๆๆ”

รถทัวร์ขับมาถึงที่พักแรมของพวกเรา ฉันก้าวเท้าลงจากรถก่อนเดินเท้าต่ออีกประมาณหนึ่งกิโลเมตรเหตุผลรถทัวร์ไม่สามารถขับเข้าไปถึงด้านในได้ กระทั่งเรามาถึงจุดหมาย ฉันกวาดตามองไปทั่วแต่พบเพียงสิ่งปลูกสร้างเล็กๆและโรงอาบน้ำที่อยู่ห่างไปไม่ใกล้จากสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น

ฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่สามแล้วนะ ทำไมถึงต้องมาเข้าค่ายเหมือนเด็กมัธยมแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ ลมหายใจถูกถอนทิ้งเป็นระยะก่อนฉันจะวางกระเป๋าเป้ใบโตไว้ในเตนท์ส่วนตัวของฉันกับซัน

“ต้องอาบน้ำรวมจริงหรอ ให้ตายเถอะฉันไม่ได้เตรียมผ้าถุงมา” ซันบ่นอุบ

“นี่ซัน สมัยนี้ใครเขาใช้ผ้าถุงกันอยู่วะฮะ...นี่ เธอก็ใส่แค่ชุดชั้นในแล้วก็แอบไปอาบตอนที่เพื่อนคนอื่นนอนกันหมดแล้วดิ” ฉันยิ้มเล็กๆให้แผนการอันชาญฉลาดของตัวเอง

“เดี๋ยวฉันอาบเป็นเพื่อน ดึกแล้วคงไม่มีใครมาสนใจนมเธอหรอกนอกจากฉัน”

“นี่!!”

แค่หยอกเล่นพอหอมปากหอมคอเอง แล้วทำไมซันต้องตีฉันจนแขนชาขนาดนี้ด้วย มิหนำซ้ำใบหน้าเธอยังกลายเป็นสีลูกมะเขือเทศจนฉันเผลอหัวเราะออกมา

อย่างน้อยเรื่องสนุกในชีวิตของฉันก็คือซันนี่แหละ

ฉันไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนคนนี้หายไปจากชีวิตแน่นอน ฉันสัญญา

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เราแอบย่องหนีผู้คุมมาอาบน้ำกันสองคนในเวลาตีหนึ่งเศษๆ ไม่ยักกะรู้ว่าสถานที่จัดแคมป์ของชมรมจะทุรกันดารได้มากขนาดนี้ ไฟก็ไม่มี ต้องใช้แฟลชโทรศัพท์เป็นแสงสว่างแทนอีก ลำบากชะมัดยาก

เราอาบน้ำและแต่งตัวกันอย่างทุลักทุเลก่อนที่ฉันจะส่งสัญญาณให้ซันเดินนำออกไปก่อน เผื่อผู้คุมถามจะได้ตอบว่าปวดท้องกลางดึกกะทันหัน

“แล้วเจอกันในเตนท์นะ แผนตามนี้”

ซันเดินกลับไปก่อนแล้ว ทิ้งให้ตัวฉันเองอยู่ในความมืดท่ามกลางป่าลึกที่มีเพียงเสียงจั๊กจั่นและเสียงใบไม้แห้งดังเป็นระยะ สัญชาตญาณบอกให้ฉันหันกลับไปมองข้างหลัง เมื่อฉันกำลังรู้สึกว่า...มีใครบางคนมองฉันอยู่จากตรงนั้น

“ก็ไม่มีอะไรนี่หว่า ระแวงไปเองมั้งเรา”

ฉันไม่ใช่คนกลัวผีและฉันไม่มีความเชื่อในเรื่องวิญญาณหรอกนะ ก็แค่ระแวงกลัวถูกผู้คุมจับไปทำโทษก็เท่านั้นเอง ช่วยไม่ได้อะนะ ก็ฉันไม่อยากอาบน้ำรวมกับคนอื่นนี่

ปึ้ง!

“...อะไรวะ”

คราวนี้ไม่ได้แค่เพียงรู้สึกว่ามีใครกำลังจ้องมอง แต่ฉันกลับรู้สึกขนลุกวูบวาบเมื่อเสียงของแข็งปะทะพื้นดินดังขึ้น มันเหมือนกับเสียงอะไรบางอย่างที่หนักมากๆนั้นตกลงมาจากกิ่งไม้

ปึก!

“โอ๊ย” บางอย่างปลิวมากระแทกศีรษะของฉันอย่างเต็มแรง โชคดีที่มันไม่ใช่หินหรือของแข็งขนาดที่ทำให้ฉันหัวแตกได้

“เม็ดอะไรวะเนี่ย ใต้ต้นพิกุลมีเม็ดแบบนี้ด้วยหรอ”

ฉันพึมพำคนเดียวในความมืด เก็บเมล็ดพันธุ์ประหลาดนั้นใส่กระเป๋ากางเกงก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนกับ...ขาคนที่ห้อยลงมาจากต้นไม้

วินาทีนั้นสติของฉันจึงหายไป ภาพตรงหน้ากลายเป็นเรือนไม้เก่าขนาดไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่จนเกินไป กลิ่นของดอกไม้ลอยแตะจมูกช่างหอมสดชื่นอย่างกับบ้านคนไทยสมัยก่อนที่พ่อแม่เคยเล่าให้ฟัง

ภาพของชายหนุ่มรูปหล่อฉายขึ้นตรงหน้าฉัน สันจมูกคมกริบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มและมีรูปปากที่หนาแต่ดูรับกับใบหน้า เขานั่งอยู่ริมบ่อน้ำกับหญิงสาวอีกคนหนึ่ง เธอหน้าตาสะสวยอย่างกับเป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ผิวพรรณผ่องใส รูปร่างผอมบางแต่ดูเข้ากันไปหมดทุกส่วน

เธอสวยมากจริงๆ...ผู้ชายคนนั้นโชคดีจัง

“พี่ทัตจะไปเมืองกรุงจริงหรือ เพราะเหตุใดจึงทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียวล่ะ”

“พี่ไปทำงานเก็บเงินแต่งเมียน่ะสิ มีนาอยู่ที่นี่เถอะ...แค่รอพี่กลับมาก็พอ”

“พูดแบบนี้ฉันก็เขินแย่ล่ะสิ”

ใบหน้าขึ้นสีเลือดเมื่อชายหนุ่มที่รักที่สุดเผยความจริงออกมา ว่าเขากำลังจะขอเธอแต่งงาน

“ฟังนะมีนา” ชายหนุ่มพูดต่อ


“พี่รักเธอสุดหัวใจ แล้วไม่ว่าสิ่งใดรวมถึงความตายก็ไม่อาจพรากเราสองคนจากกันได้”


เหมือนละครน้ำเน่าเลยอะ ทำไมฉันต้องมาฝันเห็นอะไรแบบนี้ด้วยนะ

แต่เดี๋ยวนะ....ฉันเผลอหลับตอนไหนวะเนี่ย?


วูบ

ฉันไม่ได้หลับนี่หน่า จู่ๆภาพซ้อนละครน้ำเน่าเหล่านั้นก็หายไปจากสายตาของฉัน เหลือทิ้งไว้เพียงความมืดและเงียบสงัดใต้ต้นพิกุลนี้

“ชล! ชล!”

เสียงเรียกของอาจารย์เอมดังขึ้นสองสามรอบทำให้ฉันหลุดจากภวังค์ความคิด ไหนซันบอกว่าจะแอบกลับเตนท์เงียบๆไง ไหงไปเรียกอาจารย์มาแบบนี้ฉันก็โป๊ะแตกน่ะสิ

“ค่ะอาจารย์เอม หนูอยู่นี่ค่ะ!”

“ชลหายไปไหนมาลูก? ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? อาจารย์กับเพื่อนๆตามหาเราซะให้ทั่วเลย”

“หนูสบายดีค่ะ ไม่เป็นอะไรเลย”

“เฮ้อ...โล่งอกไปทีที่เจอนะ” อาจารย์เอมพูดจาแปลกๆทั้งที่ซันเพิ่งเดินกลับเตนท์ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วเองนะ แถมฉันเองก็ไม่ได้ยินเสียงพวกเขาเรียกฉันเลย

หลอกกันหรือเปล่าเนี่ย

“เกิดอะไรขึ้นหรอคะอาจารย์?”

“อาจารย์ต้องถามหนูชลมากกว่า ว่าชลน่ะหายไปไหนมาตั้งสี่ชั่วโมง”

“คะ? สี่ชั่วโมง? แต่หนูเพิ่ง...เอ๊ะ”

อาจารย์เอมยื่นหน้าจอมือถือให้ฉัน ปรากฏตัวเลขบนนาฬิกาดิจิตัลเป็นเวลา ตีห้าครึ่ง

บ้าหน่า...ตอนอาบน้ำเสร็จมันเพิ่งตีหนึ่งกว่าๆเองนะ ฉันเองก็ใช้เวลาเดินเล่นแค่สิบนาทีเอง

แล้วทำไมถึงกลายเป็นสี่ชั่วโมงได้นะ

“ไม่เป็นไรๆกลับมาก็ดีแล้ว อาจารย์นึกว่าเราจะซวยกันหมดแล้วซะอีก”

“คือหนูเพิ่งเดินแค่สิบนาทีเองนะคะอาจารย์ ไม่เชื่อถามซันสิ”

“ชล…”

ซันโผกอดฉันพลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“ชลหายไปสี่ชั่วโมงจริงๆ ซันนึกว่าจะเสียชลไปแล้ว ฮึก”

นั่นแหละค่ะเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นกับฉัน ตลกดีเนอะที่จู่ๆฉันก็วาร์ปหายไปไหนก็ไม่รู้ตั้งสี่ชั่วโมง

ทั้งๆที่ฉันยังไม่ทันร้องเพลงจบเลยด้วยซ้ำ...


เมล็ดพันธุ์ประหลาดมักได้มาจาก ป่าหิมพานต์ ผืนป่าแห่งนี้คือดินแดนแห่งตำนานมักกะลีผล ตามตำนานเล่ากันว่าป่าหิมพานต์เป็นดินแดนแห่งโลกทิพย์ทับซ้อนมิติกับโลกมนุษย์ บ่อยครั้งที่เริื่องเหนือธรรมชาติจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ในยุคที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย

มักกะลีผลออกผลเป็นหญิงสาวรูปงาม ตำนานไม่ได้กล่าวไว้ว่าพวกเขารับประทานอะไรเป็นอาหารหรือใช้ชีวิตอยู่ได้นานที่สุดกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี แล้วจะเป็นไปได้ไหม? ที่เมล็ดพันธุ์ที่ฉันได้มามันจะเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้

ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ

แต่บางสิ่งบางอย่างดลใจให้ฉันนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับป่าหิมพานต์และหญิงสาวที่เกิดจากต้นไม้ที่เรียกกันว่า “มักกะลีผล หรือ นารีผล”

มือเรียวหยิบเมล็ดพันธุ์พิลึกออกมาจากกล่องใสที่แข็งแรงเป็นพิเศษ นั่งมองมันอยู่สักพัก ชั่งใจว่าฉันควรจะลองพิสูจน์เรื่องเหนือธรรมชาติหรือไม่

“นารีผลจะมีจริงได้ไงวะ ก็แค่มีเมล็ดตกใส่หัวเฉยๆ มันอาจจะเป็นเมล็ดผลไม้พันธุ์หายากก็ได้...เพ้อเจอจริงๆเลยฉัน”

ฉันกำลังจะเก็บมันใส่กล่องดังเดิมแต่กลับชะงักขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

แต่ลองดูสักครั้งก็ไม่เสียหาย จริงไหม?

เปรี้ยง!

ฟ้าผ่าลงมาไม่ไกลจากละแวกบ้านของฉันสักเท่าไร จู่ๆความคิดพิศดารก็แล่นเข้าสมอง ฉันลุกออกจากโต๊ะทำงานและมุ่งตรงไปยังสวนหลังบ้าน หยิบอุปกรณ์ทำสวนอย่างจอบ เสียม และพลั่วออกมา ก่อนขุดดินและฝังเมล็ดพันธุ์นั้น

ใครจะรู้ว่ามันจะทำให้ชีวิตของฉัน...

เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง



***



สามวันให้หลัง

ขณะที่พ่อแม่และน้องชายได้มีโอกาสไปค้างแรมที่ต่างจังหวัดและปล่อยให้ฉันอยู่บ้านเพียงลำพัง จู่ๆก็มีหญิงสาวปริศนายืนอยู่หน้าประตูบ้าน ฉันมองลอดหน้าต่างออกไปพบร่างกายของเธอชุ่มฉ่ำไปด้วยเม็ดฝนที่กระหน่ำตกลงมา ฉันเองก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่สามารถทนมองผู้หญิงตากฝนได้นานๆหรอกนะ มันอันตรายจะตายจริงไหม ฉะนั้นจึงตัดสินใจถืออาวุธมีดไว้เพื่อป้องกันตัวก่อนใจกล้าจะบังคับให้มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตูต้อนรับหญิงสาวผู้น่าสงสาร

แต่ภาพตรงหน้าทำให้ฉันถึงกับอุทานออกมาอย่างแรง

“เชี่ย!”

ปั้ง!

ออกแรงปิดประตูพร้อมขยี้ตาตัวเองสองสามรอบ นี่ไม่ใช่ภาพทิพย์ที่ฉันมองเห็นอีกใช่ไหม? ผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนคนในนิมิตของฉัน...ฉันจำไม่ผิดแน่ๆ แต่เหตุผลที่ฉันตกใจขนาดนั้นไม่ใช่เพราะเธอหน้าเหมือนผู้หญิงที่ชื่อมีนา

แต่เป็นเพราะเธอไม่สวมเสื้อผ้าเลยสักชิ้นต่างหากล่ะ

สงสัยแต่ก็กลัวจะเป็นพวกโรคจิต ฉันชั่งใจอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเปิดประตูให้หญิงสาวผู้น่าสงสารเข้ามาหลบฝนภายในห้องรับรองแขก

“เธอเป็นใคร? แล้วทำไมสภาพถึง...เละเทะขนาดนี้”

โพล่งปากถามพร้อมหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาห่อหุ้มร่างกายของเธอ จะพูดไปก็อดที่จะมองไม่ได้หรอกเพราะสัดส่วนของผู้หญิงคนนี้ช่างดูดีไปหมดทั้งตัวจริงๆ

...อยากล้างตาจัง

“…”

“ฉันให้เธออยู่ได้ไม่นานหรอกนะคะ เห็นใจหรอกถึงให้เข้ามาอยู่ในบ้านแบบนี้”

“ข้าขออยู่เพียงชั่วครู่ จับตาดูไม่่หนีห่าง”

ว้อท!!?

“จับตาดูอะไรของเธอเนี่ย เป็นพวกโรคจิตเปล่าเนี่ย กรี๊ด!”

เผลออุทานออกมาเล็กน้อยเมื่อจู่ๆผู้หญิงตรงหน้าก็ลุกขึ้นพรวดพลางทิ้งผ้าเช็ดตัวไว้บนพื้น

“ทำอะไรเนี่ย หยิบผ้ามาคลุมเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

อือหือ...คมชัดยิ่งกว่าหนังระดับโฟร์เคเลยแม่คุณเอ๊ย

“ได้โปรดอย่าใจร้ายนักเลย” เธอพูด

“นายท่าน”

จู่ๆหญิงสาวปริศนาก็เดินเข้ามาประชิดตัวฉันใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น ร่างเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้ากำลังสัมผัสลงบนหน้าตัก เธอใช้ส่วนสงวนที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสะวันนาแนบลงบนต้นขาของฉัน ใบหน้าจดจ้องเข้ามาในดวงตาของฉันราวกับสะกดจิต

ฉันกลืนน้ำลายดังอึกเมื่อเรียวปากบางนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กระทั่งมันไปหยุดอยู่ข้างๆใบหู ผู้หญิงคนนี้เงียบไปพักหนึ่งก่อนกระซิบบางคำออกมาทำเอาฉันขนลุกซู่

“เรียกข้าว่า มีนา และข้าคือนารีผลที่ท่านสร้างมากับมือ”

ตบหน้าตัวเองสิบครั้งก็ยังเจ็บ ฉันไม่ได้ฝันไป...ผู้หญิงร่างเปลือยที่กำลังนั่งคร่อมฉันอยู่คือนารีผลที่ฉันปลูกไว้อย่างนั้นหรอ

“ไม่จริงน่า” ฉันตัวสั่น

ความคิดพันกันยุ่งเหยิงไปหมด หรืออาจจะเป็นเพราะฉันอ่านบทความเกี่ยวกับป่าหิมพานต์มากจนเก็บไปฝัน...แต่มันกลับเป็นความฝันที่เสมือนของจริงเสียมากๆ

“ฉันไม่เชื่อว่าเธอเป็นพวกอมนุษย์ เธออาจจะเป็นแค่โรคจิตที่เข้ามาขโมยของก็ได้ ฉันน่ะไม่เชื่อ...”

เพล้ง!

จู่ๆแก้วน้ำที่ตั้งไว้บนโต๊ะกลับแตกกระจายอยู่กับที่ มันไม่ได้ร่วงหล่นลงมาแตกแต่อย่างใด หญิงสาวทำมันแบบนั้นอยู่สองสามครั้งจนแก้วเหล้าของพ่อจะแตกหมดครัวแล้ว

ปะ...เป็นไปไม่ได้

ความไม่ระวังทำให้ฉันไม่ทันสังเกตคนตรงหน้า ไม่สิ...ไม่เรียกว่าคน ให้เรียกว่าอมนุษย์จะดีกว่า จู่ๆมีนาก็โน้มตัวเข้าจู่โจมฉันอีกรอบพร้อมขยี้ริมฝีปากใส่ฉันอย่างหิวกระหายอย่างกับสัตว์ป่า

“อุบ”

ใช่ เธอจูบฉัน รุนแรงและหิวโหยอย่างกับพวกผู้หญิงคลั่งเซ็กส์ในหนังผู้ใหญ่สิบแปดบวก

“อะไรของเธอเนี่ย! เป็นผีแล้วยังเป็นเบี้ยนอีกหรือไง”

ฉันผลักมีนาออกไปพลางใช้มือเช็ดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ไม่รู้หรอกนะว่านารีผลเป็นมนุษย์สปีชีส์ไหน กินอะไร นอนกี่ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งมีเพศสัมพันธ์แบบไหน

...ฉันไม่รู้อะไรเลย

“ขอแค่ครั้งเดียว แล้วข้าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อนายท่าน”

“ครั้งเดียวอะไรของเธอ” ฉันขมวดคิ้วต่ำ

“ขอเพียงข้าได้พลีกายถวายนายท่าน ครั้งเดียวเท่านั้น”

Holy shit! จู่ๆก็มีผีสาวสวยมาพลีกายถวายให้ถึงที่ นี่มันบุญหรือบาปกรรมกันแน่นะ ไอ้ชลเอ๊ย

“อะ...อะไรนะ” ฉันอ้าปากค้าง

“ขอแค่ส่วนนี้ของนายท่านอยู่ในตัวข้าก็เพียงพอ”

มีนายกมือของฉันขึ้นมาพลางลูบวนบนนิ้วเรียวไปมาอย่างหื่นกระหาย จู่ๆเธอก็เคลื่อนมันไปวางบนภูเขาทั้งสองลูกที่ประดับด้วยเชอร์รี่ชูชันตรงหน้าฉันเต็มสองลูกตา

ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือความฝันแต่มันโคตรจะพิศดารเลย สงสัยการ ‘มีอะไรกับผี’ คงไม่ใช่รสนิยมของฉันสักเท่าไรนัก

“หยุดก่อนมีนา ฉันคิดว่าฉันไม่อยากทำตอนนี้ อึก”

มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวฉัน ทั้งที่ร่างกายกำลังต่อต้านแต่หัวใจกลับรู้สึกยอมรับมัน

ทั้งที่รู้สึกดี แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบีบให้ฉันเรียนรู้วิธีที่จะปฏิเสธการกระทำของคนตรงหน้า สติของไอ้ชลคนนี้กลับมาแล้ว มือเรียวจึงออกแรงผลักร่างบางนั้นออกไปอีกครั้งพลันร้องไห้ออกมาอย่างตื่นกลัว

“นายท่านกลัวอะไรข้าหรือ? ข้าเพียงต้องการมอบความสุขให้นายท่าน...”

“ไม่! ฉันไม่อยากรับอะไรจากเธอทั้งนั้น!” ฉันตะคอกใส่นารีผล นารีผลที่ฉันปลูกมันด้วยมือของตัวเอง

“เธอเกิดมาแค่เพื่อสิ่งนี้หรือไง!”

“ข้าขอปฏิเสธ นายท่านกำลังเข้าใจข้าผิด ข้าเพียงเกิดมาเพื่อรับใช้นายท่าน...” มีนาร้องไห้

“ตลอดชั่วชีวิต”

เสียงครืนครานเริ่มลั่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับหยาดฝนที่เทลงมาจากท้องฟ้า ไฟฟ้าในบ้านของฉันดับ และใช่ ฉันกำลังรู้สึกกลัวมากๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆต้องอยู่กับอมนุษย์เพียงลำพังในบ้านที่ไร้ซึ่งแสงสว่างหรือเสียงเพลง

“ต่อให้ท่านจะคิดว่าข้าเป็นสิ่งอื่นใด แต่สุดท้ายข้าก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง”

“…”

“ท่านลองสัมผัสมันสิ”

มีนาจับมือของฉันไปทาบวางบนแผ่นอกด้านซ้ายของเธอ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงก้อนหัวใจที่กำลังเต้นไม่ต่างกับมนุษย์ มีนาหลับตาพริ้ม ยินยอมให้ฉันสัมผัสร่างกายของเธอเพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์อย่างไม่ขัดขืน

“ถ้าเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็...” ฉันกระแอมเสียง

“ฉันจำเป็นต้องพาเธอไปอยู่หอพักที่มหาวิทยาลัยกับฉัน เพราะถ้าเธออยู่ที่นี่พ่อแม่คงสงสัยแน่ๆ”

“ข้ายินดีทำตามใจนายท่านทุกอย่าง”

“อื้ม ก็ดี”

ความเหนื่อยล้าทำให้ฉันอยากจะหนีจากเรื่องบ้าๆพวกนี้ หนีไปให้ไกลแต่ฉันทำไม่ได้ สองเท้าลุกออกจากห้องรับแขกก่อนนำอีกฝ่ายขึ้นมายังห้องนอนส่วนตัวของฉัน และเอ่ยปากให้เธอนอนห้องนี้ได้จนกว่าจะเช้า

“ฉันจะไปนอนโซฟาข้างล่าง เธอนอนที่นี่เถอะ”

“ข้าคงจะรู้สึกเสียใจหากนายท่านต้องลำบากเพราะข้า” มีนากล่าว

“ฉะนั้นนายท่านได้โปรดเอนกายลงเคียงข้างข้า บนเตียงไม้นี้เถอะ”



***



เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมปรากฏชื่อบนหน้าจอที่คุ้นเคย ซันโทรมาหาฉัน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้นหลังจากหมกมุ่นอยู่กับสาวนารีผลแสนสวยคนนี้

“ว่าไงซัน”

“เย็นนี้ออกไปช่วยทำอุปกรณ์ที่ช็อปกันไปไหม คนที่ชมรมไปกันหมดเลยนะ”

เสียงใสดังทะลุโทรศัพท์มือถือทำเอาฉันเผลอฉีกยิ้มเล็กๆออกมา สายตากวาดมองไปทั่วห้องก่อนพบนารีนั่งอยู่บนขอบเตียงนอนและมองมาที่ฉันอย่างไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้

“เอ่อซันคือฉันอาจจะไม่...”

“ช่วงนี้เธอมัวแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนะชล ออกมาหาเพื่อนบ้างไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”

น้ำเสียงของซันเริ่มจริงจังขึ้นแต่ฉันเลือกไม่ได้หนิ ถ้าปล่อยให้มีนาออกไปเดินเพ่นพ่านในโลกมนุษย์คงไม่ดีแน่ๆ สมองขบคิดหาทางแก้ไขเพราะถ้าหากฉันเบี้ยวนัดซันอีกล่ะก็มีหวังเธอบุกมาหาฉันที่ห้องแล้วเจอมีนาแน่ๆ

โป๊ะแตกก็คราวนี้ล่ะ เอาไงเอากันก็ได้วะ!

“โอเคฉันจะไป ขอเวลาครึ่งชั่วโมงนะ”

กดวางสายพลางถอนหายใจ ชุดนักศึกษากระโปรงพลีทคงจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายสำหรับการพลางตัวเป็นมนุษย์ให้กับมีนา

“ใส่ชุดนี้ซะ เธอต้องออกไปข้างนอกกับฉัน”

“จริงหรือนายท่าน!” มีนาฉีกยิ้มกว้างเผยเหงือกสีชมพูสดพร้อมฟันที่เรียงสวยดูเป็นธรรมชาติ
ให้ตายเถอะ น่ารักเป็นบ้า

“อื้ม แล้วก็อย่าเที่ยวไปทำแบบนั้นกับใครล่ะ คงจะไม่ดีแน่ถ้าคนอื่นรู้ว่าเธอไม่ใช่คน”

“ข้าเข้าใจแล้ว”

“ไม่ๆๆๆ แล้วเธอช่วยเอ่อ...พูดภาษาคนปกติได้ไหม?”

“…”

“อย่างเช่นฉันกับเธอ คุณ เรา เค้า ตัวเอง แต่อย่ามึงกับกูก็พอ เข้าใจ...” เอ่ยกำชับพลางหันกลับไปมองเจ้าของร่างที่เพิ่งเปลี่ยนจากชุดลำลองเป็นชุดนักศึกษาหญิง

“…ใช่ไหม”

สวยฉิบหาย

มีนาดูดีจนแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง ฉันอ้าปากค้างให้กับงามของผู้หญิงคนนี้จนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าฉันน่ะแอบหลงเสน่ห์มีนาขึ้นมาบ้างนิดนึงแล้วล่ะ

“ฉันต้องพูดแบบนี้หรอคะ คุณชล”

“อือ อะแฮ่ม” ฉันกระแอมเสียงเล็กๆ

“นั่นแหละพูดปกติแบบที่ฉันพูดกับเธอน่ะ ถ้าใครถามก็บอกว่าเธอเป็นรุ่นน้องต่างคณะที่เพิ่งย้ายเข้ามาเป็นรูมเมทฉันก็แล้วกัน”

“ค่ะ คุณชล” น้ำเสียงคนตรงหน้ากำลังโจมตีหัวใจของฉันอย่างรุนแรง ท่องกับตัวเองไว้ว่าฉันจะหลงรักอมนุษย์ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด

“เปลี่ยนชุดเสร็จก็ไปกันได้แล้ว”


“เชี่ยยยยยยย นั่นเด็กไอ้ชลหรอวะ สวยเปลืองมากแม่ง”

ฉันวางกระเป๋าเป้ลงบนโต๊ะ สองขาก้าวเข้ามานั่งพร้อมกับมีนาที่เดินตามมาไม่ห่าง จวนเจียนจะหมดความอดทนเพราะพวกเพื่อนผู้ชายเอาแต่มองมีนาตาเป็นมัน แถมยังถามโน่นถามนี่สร้างความรำคาญให้แก่เธอไม่ใช่น้อย

แววตาสีดำนิ่งสนิทประกายลุ่มลึกไม่อาจเข้าถึงความคิดของมีนาได้ เธอยิ้มบางๆให้ชายหนุ่มพลางหันมามองหน้าฉันราวกับเธอไม่ได้รู้สึกตื่นกลัวใดๆ

“เออคนนี้แฟนกูเอง พวกมึงเลิกถามมากได้แล้ว! น้องเขารำคาญ” ฉันตอบปัดๆ

“อะหูยยยยย ที่หายไปหลายวันนี่มึงแอบเก็บเมียไว้ในห้องนี่เอง เปิดตัวขนาดนี้ไม่เกรงใจซันหน่อยหรอวะ นั่นก็เมียมึงหนิ”

“เมียพ่อมึงสิ” ฉันตะโกนด่าไอ้พวกชอบลามปาม

“ซันเป็นเพื่อนสนิทเฉยๆย่ะ”

ฉันมองไปยังหญิงสาวผมสีบลอนด์อ่อนที่ช่วยรุ่นพี่อีกกลุ่มอยู่ไม่ไกล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านัยน์ตาคู่นี้มันกำลังอัดแน่นไปด้วยความกังวลบางอย่างท่ี่แล่นเข้ามาระหว่างฉันกับซัน

ฉันเคยชอบซัน

ไม่สิ...

ซันกับฉันเราเคยชอบกัน

ฉันไม่แน่ใจหรอกว่าความรู้สึกของซันมันยังเหมือนเดิมอยู่ไหม ซันเองก็คงจะไม่โอเคที่ฉันพามีนามาด้วยแบบนี้ จู่ๆก็มีผู้หญิงสวยเข้ามาในชีวิตแถมยังตามแจไปไหนต่อไหนไม่ให้ห่าง คงไม่แปลกหรอกมั้งที่ซันจะนอยด์ฉันบ่อยๆ

เรามองหน้ากันอยู่สักพักในระยะห่างเกือบยี่สิบเมตร ฉันถอนหายใจ

“ทำไมมันไม่เข้ามาหามึงวะ มันเป็นคนโทรไปชวนมึงหนิ”

“ไม่รู้ว่ะ” ทำได้เพียงตอบปัดๆกลับไป

ฉันบอกความจริงกับซันไม่ได้ ต่อให้อมพระมาพูดเธอก็ไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่ฉันพยายามจะสื่อ จะให้พูดว่ามีนาเป็นมนุษย์ที่เกิดจากต้นไม้จากเมล็ดพันธุ์ลึกลับเนี่ยอะนะ...เหอะ แค่เกริ่นหัวข้อเฉยๆคนฟังยังหัวเราะเลย

“คุณชลดูเป็นกังวลกับคนชื่อซันเสียจริง” มีนาขมวดคิ้ว เม้มปากเป็นเส้นตรงพลางมองมาที่ฉัน

“พามีนาออกมาเที่ยวเพื่อมองหญิงอื่น จิตใจทำด้วยอะไร”

สถานการณ์ไม่ดีนักเมื่อมีนาเอาแต่ทำท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจพลางพูดจาตัดพ้อโน่นนี่นั่นจนพวกเพื่อนผู้ชายหันมองฉันเป็นตาเดียว มีนามองมาอย่างคาดโทษเมื่อฉันเอาแต่ส่งข้อความอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนี้ให้ซันรับรู้

“งั้นฉันขอตัวกลับก่อน พลบค่ำแล้วมักอันตราย”

“เธอจะกลับคนเดียวไม่ได้นะมีนา รอฉันก่อน ฉันยังไม่เสร็จธุระ”

“แล้วพบกันค่ะ”

มีนาลุกออกไปโดยไม่รอฉัน คนสองใจทำได้เพียงนั่งมองผู้หญิงสองคนสลับกันไปมาอย่างสับสน ฉันควรจะอยู่ท่ี่นี่ อธิบายความจริงให้ซันฟัง หรือฉันควรจะวิ่งตามมีนากลับไปดีนะ

“กลับดีๆนะจ๊ะน้องมีนา ถ้าไอ้ชลมันไม่สนใจเดี๋ยวพวกพี่ไปส่งเอง ฮิ้ว”

เพี้ยะ!

ฉันฟาดแรงๆไปบนท่อนแขนของเพื่อนชาย

“ปากดีนักนะพวกมึง ไม่มีใครจะไปไหนทั้งนั้น นั่งลง!”

จู่ๆก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดในขึ้นมาอย่างกะทันหัน สมองประมวลหาเหตุผลทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์มาเพื่ออธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่อาจหาเจอ มีนาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหัวใจฉันทั้งๆที่เราไม่เคยเป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ

“บ้าชะมัด”

ฉันตัดสินใจทิ้งซัน เก็บข้าวของทุกอย่างใส่กระเป๋าแล้ววิ่งตามมีนาออกไปในความมืด

ปั้ง!

หากเปรียบหัวใจของฉันเป็นดั่งกาน้ำมันคงจะเป็นกาน้ำที่ถูกเติมเต็มด้วยไฟร้อนแรงจนเดือดปุดๆ ความรู้สึกรุนแรงค่อยๆก่อตัวขึ้นเมื่อฉันมองหน้าผู้หญิงคนนี้ หอบหายใจรุนแรง หนักและถี่ ก่อนกัดฟันกรอดเพื่ออดทนต่อความรู้สึกที่กำลังจะระเบิดออก

“บอกแล้วไงว่าอย่าทำตัวมีปัญหา ฉันไม่ชอบ”

ฉันโมโหมีนามากที่เธอทำตัวงี่เง่า แต่ดูไปดูมาก็ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่กำลังรู้สึกอึดอัด

“ข้าดูไร้ค่าสำหรับท่านมากเหลือเกิน” มีนาตะเบ็งเสียง

“เธอทำตัวเอง”

“ท่านไม่เคยต้องการข้า ไม่เคย!”

“กรี๊ด!”

เพล้ง! ปั้ง!

ความรู้ในอินเทอร์เน็ตไม่เคยบอกไว้ว่านารีผลนั้นมีอารมณ์ที่รุนแรงเหนือมนุษย์ทั่วไป ดวงตากระตุกเล็กน้อยเมื่อเก้าอี้ตัวโปรดลอยขึ้นมาเหนือพื้นดิน ก่อนจะค่อยๆแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและร่วงลงบนพื้น ชิ้นถัดไปเป็นกรอบรูปครอบครัวที่ฉันหวงมาก ใช่...เธอทำมันแตก แล้วฉันก็ไม่แน่ใจด้วยว่าของระบายอารมณ์ชิ้นต่อไปสำหรับมีนาจะเป็นกระดูกของฉันหรือเปล่า

มีนากำลังใช้พลังของตัวเองทำลายข้าวของส่วนตัวของฉันด้วยความโกรธ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะมีนา!”

“…”

“…”

“เมื่อนายท่านบอกให้ข้าหยุด ข้าก็จะหยุด”

ด้วยความสัตย์จริง ฉันชอบมีนามากและเริ่มชอบเธอมาสักพักแล้ว ทว่าฉันเพียงต้องการเวลาเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับนารีผลก็เท่านั้นเอง

แต่ตอนนี้เธอกำลังทำให้ฉันโกรธมาก

“เธอต้องการให้ฉันต้องการเธอมากใช่ไหม”

“ท่านรู้ดี”

ได้

ถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนเหลือแค่สปอร์ตบาร์สีดำ ฉันผลักคนอารมณ์ร้ายติดกับผนังห้องนอนก่อนจู่โจมเธอด้วยจูบที่ร้อนแรงกว่าครั้งไหนๆ ร่างของมีนาอ่อนยวบลงพร้อมกับพลังของเธอ ฉันออกแรงฉีกเสื้อนักศึกษาที่มีนาใส่มันอยู่ออกพร้อมปลดเปลื้องเสื้อผ้าทุกชิ้นบนร่างกายอีกฝ่ายออกอย่าไม่ปรานี ก่อนบดเบียดสัมผัสบนเรียวปากใส่ต้นคออ่อน ทรวงอก หน้าท้องแบนราบ จนกระทั่งถึงบางส่วนที่เธออยากให้ฉันทำมันจนแทบขาดใจ

มีนาตอบรับการกระทำของฉันราวกับเธอรอเวลานี้มานานมากแล้ว เราเคลื่อนย้ายเสียงเพลงแห่งความเร่าร้อนมาบรรเลงบนเตียงนุ่มแทนผนังห้อง เล้าโลมไปมาอย่างหิวกระหาย พลางร้องครางออกมาดั่งสัตว์ป่าที่ถึงเวลาผสมพันธุ์

“ข้าต้องการนายท่าน ข้ารู้ว่านายท่านก็ต้องการข้าเช่นกัน”

อารมณ์ชั่ววูบทำให้ฉันตกเป็นเบี้ยล่างของนารีผล เธอขยับสะโพกใส่ฉัน ยั่วยวนฉัน จูบฉัน เล้าโลมฉัน ทำอยู่แบบนั้น ครอบครองฉันไว้แบบนั้นตลอดทั้งคืน

ฉันตั้งใจจะรักษาเธอ ดูแลเธอ ก้าวผ่านทีละขั้นและปฏิบัติเหมือนเธอเป็นมนุษย์คนหนึ่ง แต่แล้วตัณหากลับนำพาเรามาถึงจุดที่ไม่ควรเหมาะ มีนาได้สิ่งที่เธอต้องการ ส่วนฉันทำได้เพียงจมปลักกับความทุกข์และความกังวลนับต่อจากนี้

ค่ำคืนของเราผ่านไปอย่างรวดเร็ว


ตอนนี้...มีนาก็ได้สิ่งที่เธอต้องการแล้ว


ฉันก็คงจะไม่จำเป็นสำหรับเธออีกต่อไป


***



มนุษย์ก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดียรัจฉาน เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็มักจะเทมันทิ้งง่ายๆ

ไม่มีใครเคยบอกว่าเมื่อมักกะลีผลหรือนารีผลได้สิ่งที่ต้องการภายในเจ็ดวัน ร่างของพวกเธอก็สลายหายไปตามกาลเวลา เหลือทิ้งไว้เพียงซากกิ่งไม้และใบไม้แห้งอยู่เคียงข้างในห้องนอนขนาดเล็ก

นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่ฉันยังคงคิดถึงเรื่องนั้นเสมอ มีนาทำให้ฉันรู้สึกผิดแปลกกับหัวใจดวงเล็กราวกับฉันกำลัง ‘ตกหลุมรัก’ แต่แล้วเธอก็จากฉันไปโดยไม่มีคำลา สิ่งที่นารีผลตนนี้ทิ้งไว้ทำให้ฉันตระหนักถึงเรื่องเหนือธรรมชาติ เรื่องเวร เรื่องกรรม รวมถึงผลพ่วงจากชาติปางก่อน

เรื่องเหนือธรรมชาติมันเกิดขึ้นได้กับทุกคน

ฉันตัดสินใจโดดเรียนวิชาวันศุกร์แล้วกลับมาอยู่บ้านยาวๆจนถึงวันจันทร์ ความทรงจำระหว่างฉันกับมีนามันตราตรึงจนฉันไม่อาจทนอยู่คนเดียวได้

ก๊อกๆๆ

“ชลลูกเปิดประตูให้แม่หน่อยสิ”

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยหลังจากได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างแรง ก่อนเดินไปเปิดประตูต้อนรับผู้เป็นแม่

“คะแม่?”

“น้องพาแฟนมาที่บ้านน่ะ เป็นบ้าอะไรไม่รู้จู่ๆก็บอกว่าจะพาเธอมาอยู่ที่นี่ด้วย”

“เดี๋ยวนะ”

ไอ้น้องชายตัวแสบ นอกจากจะทำตัวเกเรจนเรียนไม่จบแล้วยังจะมีหน้าพาผู้หญิงเข้าบ้านอีกหรอ ฉันไม่อาจทนดูแม่เป็นกังวลได้อีกต่อไปจึงตัดสินใจถามกลับไปตรงๆ

“ไม่ใช่ว่ามันไปทำผู้หญิงเขาท้อง...”

“อือ” แม่หยักหน้างึกๆ

“ไอ้จอมมันบอกว่าเมียมันท้อง เลยจะพามาอยู่ที่นี่”

ให้ตายเหอะ น้องฉันเพิ่งอายุสิบเจ็ดเองนะ!

โคตรซวย

บอกแล้วว่าชีวิตของฉันมันบัดซบและโคตรจะไม่สมบูรณ์แบบสุดๆ ลมหายใจถูกถอนทิ้งก่อนฉันจะลงไปพบปะน้องชายและผู้หญิงใจง่ายที่ห้องโถงของบ้าน

“จอมขวัญ แกต้องคุยกับพี่เรื่องผู้หญิงที่แก...”
เหตุการณ์คล้ายกับครั้งเก่าเกิดขึ้นอีกครั้ง ขาทั้งสองข้างหยุดก้าว มือสั่น ตัวสั่นพร้อมเม็ดเหงื่อไหลซึมออกจากใบหน้า ดวงตาสั่นระริกเมื่อเงาสะท้อนในนั้นมันคือ มีนา

อย่างกับหัวใจถูกแช่แข็ง มีนากำลังนั่งอยู่ในบ้านของฉัน ข้างๆน้องชายของฉัน ในสถานภาพที่เป็นมนุษย์เต็มตัว

“แกออกไปก่อนไอ้จอม”

“ทำไมอะ? พี่จะทำอะไรแฟนผมหรือเปล่า? พี่อย่าทำอะไรเธอนะ เธอกำลังท้อง”

“บอกให้ออกไปก่อนไงวะ!” ฉันกระแทกเสียงใส่น้องชายจนมันจำใจต้องเดินออกไปทันที

ความเหน็บหนาวเกาะกุมหัวใจอย่างเหนียวแน่น ฉันไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรที่มีนากลับมาในสภาพมนุษย์แถมยังอ้างว่าท้องกับจอมขวัญอีก เหมือนกับบาปกรรมในชาติปางก่อนกลับมาเล่นงานฉันเต็มๆโดยไม่อาจวิ่งหนีได้...ไม่ได้เลยสักนิด

มีนาพาฉันเข้ามาในห้องครัวที่อยู่ถัดไปจากห้องรับรองแขก เธอนั่งลงบนโต๊ะอาหาร กระชากปกเสื้อพร้อมออกแรงดึงฉันเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ ลำตัวของฉันอยู่กึ่งกลางระหว่างขาทั้งสองข้างของมีนา วิญญาณเสือเจ้าป่าครอบงำหญิงสาวทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน ทั้งแม้ว่าเธอจะเป็นมนุษย์หรือไม่ก็ตาม

“จูบฉันสิ ฉันรู้ว่าคุณรอมานานแล้ว”

“ไม่”

มีนาตั้งใจยั่วฉันเหมือนที่เธอเคยทำทุกๆครั้ง แต่ใครจะไปมีอารมณ์กันตอนรู้สึกตกใจกันล่ะ ฉันปัดมือเธอทิ้งพร้อมจ้องมองเธอด้วยสายตาพิจารณา

“เธอคือมีนา” ฉันพูดต่อ

“เธอทำแบบนี้ทำไม? แล้วเธอเป็นตัวอะไรกันแน่”

“จุ๊ๆๆ” อีกฝ่ายกระตุกยิ้มพลันยกนิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปากของฉัน แต่แล้วนัยน์ตาดุดันกลับจ้องมองมาทำให้ฉันเสียวสันหลังวาบ

เพราะไม่ว่ามองมุมไหนคนตรงหน้าก็คือมีนา

กวาดตามองให้ทั่วว่าน้องชายตัวแสบไม่ได้แอบมองเราสองคน มีนาฉกฉวยโอกาสนี้สอดมือเข้าใต้ร่มผ้าเพื่อลูบไล้ร่างกายฉัน เธอกัดริมฝีปากตัวเองเล็กๆเพื่อยั่วยวนให้ฉันตายใจ

“จะบอกอะไรให้นะคะ” เสือสาวกระซิบแผ่ว

“ฉันไม่ได้ท้อง”

เสียงหัวเราะเยือกเย็นฟังดูน่าขนลุก เธอสะบัดผมยาวตรงสีดำเข้มไปด้านหลังเผยซอกคอขาวที่ตัดกับเสื้อปาดไหล่สีแดงเผยคอระหงส์

ฉันกัดฟันแน่น พยายามขบคิดหาเหตุผลแต่ก็ไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้เลย

“ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันได้กลับมาใช้ชีวิต”

“…”

“ถ้าฉันไม่โกหกว่าท้องกับจอมขวัญ...”

“…ฉันก็คงจะไม่ได้กลับมาอยู่ที่นี่กับคุณหรอกนะ”

มีนาฉวยโอกาสประทับจูบลงมาพลางใช้ฟันกัดเบาๆบนริมฝีปากล่าง เรียวปากเคลื่อนย้ายมาปะทะที่ข้างแก้มก่อนเธอจะแตะลิ้นร้อนลงบนใบหูของฉัน

“อย่าลืมสัญญาที่เคยให้กันสิคะ...”

“แม้แต่ความตายก็ไม่อาจพรากเราจากกัน”


“ใช่ไหมคะ....พี่ชนทัต


ดวงตาเบิกโพลงทันทีที่เธอเรียกฉันด้วยชื่อนั้น ความทรงจำในชาติปางก่อนถูกฉายออกมาอย่างกับหนังในโรงภาพยนตร์ ฉันเคยเป็น ชนทัต ชายหนุ่มในอดีตชาติที่ทิ้งให้เธอเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และตอนนี้ฉันคือ ชลธี หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาที่โง่เก็บเมล็ดพันธุ์ลึกลับมาจากใต้ต้นไม้ที่มีนาเคยฆ่าตัวตาย และสร้างเธอ...ให้มีชีวิตอีกครั้ง




มีนาจะอยู่กับฉันตลอดทุกชาติไป ไม่ว่าเราจะรักกันหรือไม่





เธอไม่เคยจากไปไหน

เธอคอยฉันอยู่เสมอ


เพื่อกลับมารักกันอีกครั้ง

เพื่ออยู่ด้วยกันจนวันตาย ทุกๆชาติ และตลอดไป




“ตามคำสัญญา”







จบบริบูรณ์



อาถรรพ์นางคอย

#MelodyOfMiChaeng


ผลงานอื่นๆ ของ PENGUINBOY

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 23:41

    wawaw แหวกแนวมากค่ะ ชอบๆ ดำเนินเรื่องได้สนุกมากค่าาา
    #5
    0
  2. #4 minari_
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 16:56
    โอ้ววววว่าแล้วค่ะ เจ้าชลต้องต้องมาเกิดใหม่ แต่แซ่บและร้านมากนะคะมีนา แต่อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าจะสงสารชลดีมั้ย แต่ก็นะเป็นเรื่องของอดีตชาติ ส่วนเจ้าซันก็คงงอนไปแล้วสินะ /เนื้อเรื่องน่าสนใจนะคะ อ่านสนุก ตื่นเต้น แถมมีหักมุม หักแล้วหักอีก เข้าใจว่าเป็นเรื่องสั้นไรท์ต้องสรุปๆให้เร็วๆ แต่ถ้ามีโอกาสได้ต่อเป็นเรื่องยาว ก็จะตามไปอ่านนะคะ แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว งื้อออ
    #4
    1
    • #4-1 PENGUINBOY
      18 กรกฎาคม 2562 / 18:04
      เราเขียนซันขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตเรื่องของคู่หลักแหละค่ะ ถ้าสังเกตจะรู้เลยว่ากลิ่นของเรื่องมันไม่ใช่ความรักแต่จะเป็นเรื่องของความแค้นอะไรแบบนี้มากกว่า /ขอบคุณมากเลยน้าาา แล้วก็ต้องขอโทษที่ตัดไวไปหน่อยนะคะ บางอย่างก็ไม่เมคเซ้นส์(รู้ตัวแหละ) แต่ไม่งั้นคงจบไม่ลง55555 ขอบคุณที่สนใจน้า
      #4-1
  3. #3 notbaddd (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 11:17
    ขนลุกเบาๆค่ะกับประโยคท้ายสุด พออ่านไปก็ตื่นเต้นดีนะคะ มีความเป็นไรท์เหมือนทุกครั้งเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากอ่านเรื่องยาวแนวนี้ของไรท์บ้างนะคะ สู้ๆนะคะไรท์ :)
    #3
    1
    • #3-1 PENGUINBOY(จากตอนที่ 1)
      18 กรกฎาคม 2562 / 18:02
      ตัวเราเองก็ไม่รู้ค่ะว่าความเป็นเรามันอยู่ตรงไหน สำนวนภาษาหรือการดำเนินเรื่องกันนะะ แต่ว่าๆๆ ขอบคุณมากนะคะ เรื่องนี้แปลกใหม่สำหรับเราจริงๆ แต่เรื่องยาวขอคิดก่อนนะคะว่าจะแต่งต่อไหม ฮ่าๆๆ
      #3-1
  4. #2 Pikajuukambee
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 10:37

    โอ้โห....แปลกใหม่มาก ๆ สำหรับพล็อตนี้ค่ะ ไปสุดมาก พาหักโค้ง ตกน้ำ ขึ้นบก ลงเขา แม่จ้าวววว เลิฟฟฟฟ ฮ่า ๆ ถ้าไรท์มีไฟพล็อตนี้อยู่ อยากขอเป็นเรื่องยาว หรือ SF ก็ได้นะคะ มันแปลกแะชอบมากจริง ๆ งื้ออออ

    #2
    1
    • #2-1 PENGUINBOY
      18 กรกฎาคม 2562 / 18:00
      หูยยพาหักโค้งตกน้ำขึ้นบนลงเขาเลยหรอคะ 555555 คิดอยู่เหมือนกันค่ะว่ามันเป็น OS ที่ยาวมากๆ ขนาดตัดตอนแล้วนะเนี่ย ขอบคุณนะคะ เราลองเขียนแนวนี้ครั้งแรกเลย
      #2-1
  5. #1 U.U
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 07:28

    หลอนดีค่ะ

    #1
    1
    • #1-1 PENGUINBOY
      18 กรกฎาคม 2562 / 17:59
      ขอบคุณค่าา~
      #1-1