[จบแล้ว] Fallen Angel เพลิงทัณฑ์ผลาญเทวา [Yaoi]

ตอนที่ 25 : บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    30 ก.ย. 59

บทส่งท้าย

 

“ฮอร์คไม่เอา...อื้อ!

เกเบรียลส่งเสียงประท้วงเบาๆ เมื่อฝ่ามืออุ่นไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเขาราวกับจะเรียกร้อง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คิดว่าค่อนคืนที่ผ่านมานี่เขายังไหวอยู่อีกหรือไงกัน!

“อีกนิดน่า”

“อีกนิดของเจ้ามันเชื่อถือไม่ได้ อะ อืม...”

เสียงด่าแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานเมื่อฮอร์คซุกหน้าลงบนซอกคอขาว ริมฝีปากขบเม้มเนื้ออ่อนทำรอยรักสีกุหลาบอย่างเอาแต่ใจ ปลายนิ้วร้อนเคลื่อนตัวไปตามแผ่นอกเกเบรียลก่อนจะหยุดหมุนวนอยู่บริเวณยอดอกสีสวย และเกลี่ยซ้ำๆ ไปมาจนเนื้อนุ่มหยุ่นแข็งขืนขึ้นสู้มือ

“ปากเจ้าบอกไม่ แต่ร่างกายเจ้าตอบสนองข้าดีจังนะ” ฮอร์คหัวเราะหึหึในลำคอโดยที่ยังไม่หยุดเล้าโลมเรือนร่างขาวโพลนตรงหน้า และแม้ว่าจะถูกดวงตาสีทองหวานฉ่ำถลึงมองราวกับจะด่ากันทางสายตา แต่อสูรหนุ่มก็หาได้สนใจไม่ เขาพลิกตัวคร่อมเกเบรียลไว้ ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ ไล้ลงมาเรื่อยๆ ก่อนที่เรียวลิ้นร้อนจะทำหน้าที่ปรนเปรอติ่งเนื้ออ่อนนุ่มแทนปลายนิ้วตนเอง เสียงครางหวานหูดังลอดออกจากปากเกเบรียลเป็นระยะ แม้ว่าเจ้าตัวนั้นพยายามจะกลั้นแค่ไหนก็ตาม

ให้ตายสิ เร้าอารมณ์เป็นบ้า!

ฮอร์คส่งเสียงคำรามในลำคอเมื่อทอดสายตามองร่างของเกเบรียลที่ขึ้นสีแดงระเรื่อไปทั้งตัว อีกทั้งใบหน้านั้นก็แสดงสีหน้าที่ทำให้เขาแทบอยากจะกลืนกินอีกฝ่ายเข้าไปทั้งตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลืนกินทั้งกายลึกไปจนถึงจิตวิญญาณ

“ฮอร์ค อึก...เจ้าบ้า จับอะไรฮะ!

“ไม่ใช่ว่าตรงนี้ของเจ้าเรียกร้องให้ข้าปลดปล่อยมันหรือไง”

“อะ ไอ้ลามก! อ๊า!

เสียงเกเบรียลกัดฟันกลั้นเสียงร้องน่าอายเมื่อถูกฮอร์คกดปลายนิ้วหมุนวนเข้าที่ส่วนยอดโดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว อารมณ์ของเทวทูตหนุ่มพุ่งทะยานขึ้นสูงจนน้ำตาใสไหลซึมที่หางตา ปลายนิ้วทั้งสิบจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ร่างสูงโปร่งบิดพลิ้วอยู่บนเตียงเร้าอารมณ์คนมอง เสียงหัวเราะน่าโมโหของฮอร์คทำให้เกเบรียลอยากจะลุกขึ้นไปฟาดหน้าหล่อๆ ให้แหกกันไปข้าง ติดที่ว่าแม้กระทั่งจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งเขายังไม่มีแรงเลย

“อยากไปหรือยังหืม...”

“เจ้า...อย่าพูดจาแบบนี้ได้ไหมฮะ อ๊ะ! อืม...เจ้าหน้าด้าน!

“ไม่เอาน่า จะด่าข้าหรือจะครางก็เลือกเอาสักอย่างสิ” ฮอร์คก้มหน้ามากระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างหูจนเกเบรียลสั่นสะท้านไปทั้งกาย ยิ่งอีกฝ่ายขบเม้มติ่งหูเขาเบาๆ โดยที่มือก็ยังทำหน้าที่ปลุกเร้าไปด้วยนั้น เกเบรียลก็รู้สึกคล้ายกับตัวเองอาจจะระเบิดได้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

“ขะ ข้าจะด่าเจ้า!

“หืม...แต่ข้าอยากฟังเจ้าครางหวานๆ มากกว่านี่นา”

ฮอร์คกระตุกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะจับตัวเกเบรียลพลิกนอนคว่ำแล้วดึงสะโพกอีกฝ่ายขึ้นสูง ฝ่ามือใหญ่ตบเข้าที่บั้นท้ายกลมกลึงดังเพี๊ยะจนเกเบรียลสบถด่าดังลั่น กระนั้นแทนที่จะรู้สึกผิด อสูรหนุ่มกลับหัวเราะร่าอย่างชอบใจ เขาโน้มตัวลง แนบแผงอกตัวเองกับแผ่นหลังของเกเบรียล ริมฝีปากไล่จูบตั้งแต่หลังต้นคอของเทวทูตหนุ่ม กัดเบาๆ ทิ้งรอยฟันเอาไว้ราวกับต้องการจะตีตรา และลากต่ำลงมาที่แผ่นหลัง ประทับจูบลงบนแผลเป็นทั้งหกซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นตำแหน่งของปีกสีขาวบริสุทธิ์ เกเบรียลตัวสั่นสะท้านทันทีที่เขาทำแบบนี้ ทุกครั้งที่พวกเขา รักกัน ฮอร์คจะทำเช่นนี้เสมอ และปฏิกิริยาของเกเบรียลก็ไม่ต่างกันเลยสักครั้ง

“อ๊ะ...เจ้าทำแบบนี้อีกแล้ว”

“ไม่ชอบเหรอ...” ฮอร์คถามกลับเสียงนุ่มในขณะที่ปลายนิ้วลากต่ำลงมาจนถึงบั้นท้ายกลมกลึง อสูรหนุ่มนวดคลึงเนื้อนุ่มอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนจะสอดปลายนิ้วผลุบหายเข้าไปตามรอยแยกนั้น

“อ๊ะ อืม...ไม่ใช่ไม่ชอบ ฮ้า...” เกเบรียลกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นยามที่จุดอ่อนไหวถูกสะกิดและสอดแทรกเข้าไปหมุนวนอยู่ภายในราวกับต้องการจะกลั่นแกล้ง เทวทูตหนุ่มซบใบหน้าลงกับหมอนในขณะที่สะโพกยกขึ้นสูงอย่างไม่รู้ตัว “แค่ อ๊ะ...แค่สงสัย อืม...ว่าทำไมเจ้าชอบ อึก...สัมผัสแผลเป็นที่หลัง ขะ ข้ากัน...”

“ข้าชอบสัมผัสทุกอย่างที่เป็นเจ้า” ฮอร์คคำรามเสียงต่ำเมื่ออารมณ์เริ่มพุ่งขึ้นสูงจนไม่อาจทนไว้ได้อีกต่อไป ดวงตาสีดำสนิทฉายประกายวาววับ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ “ตรงนี้ของเจ้านุ่มลงแล้ว ข้า...เข้าไปนะ”

“จะทำอะไรก็รีบทำ...อื๊อ ถามบ้าอะไรของเจ้าให้มากความ!

เมื่อได้รับคำอนุญาตที่มาพร้อมกับคำด่า ฮอร์คก็ชักนิ้วของตัวเองออกมาจนเกเบรียลสั่นสะท้านไปทั้งร่าง และแทนที่ช่องว่างนั้นด้วยบางสิ่งที่ใหญ่กว่า อสูรหนุ่มหลับตาลงในขณะที่ส่งเสียงคำรามในลำคอเบาๆ ยามสอดใส่ตัวตนของเขาเข้าไปในร่างกายของเกเบรียล ความอึดอัดอุ่นร้อนโอบรับเขาเข้าไปด้วยความคุ้นเคย มันตอดรัดราวกับจะทักทาย เสียงหวานครางแผ่วจากคนข้างใต้ร่าง ก่อนที่ฮอร์คจะยึดจับสะโพกของเกเบรียลไว้แล้วเริ่มกระทั้นกายเข้าออกช้าๆ จากนั้นจึงเพิ่มจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งโหม

เสียงหวานครางเครือไม่ขาดสาย เกเบรียลแทบจะตายเสียให้ได้เมื่อร่างกายช่วงล่างของตัวเองโอบรัดความเป็นชายของฮอร์คเอาไว้ และยามที่พวกมันเสียดสีกันอยู่ภายใน เทวทูตหนุ่มก็คล้ายกับเห็นสวรรค์อยู่ลิบๆ

ให้ตายสิ ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายโดนชักนำแบบนี้ด้วยฮะ!

จะด้วยอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้เกเบรียลตัดสินใจหันหน้ากลับมาแล้วใช้กำลังที่เหลืออยู่น้อยนิดพลิกตัวฮอร์คลงไปยังตำแหน่งล่างโดยที่จุดเชื่อมต่อระหว่างทั้งคู่นั้นไม่ได้ผละออกจากกันเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเกเบรียลแดงระเรื่อ ริมฝีปากเผยอหอบหายใจถี่ ดวงตาสีทองหลุบมองอสูรหนุ่มที่อยู่ภายใต้ร่างของตนเองด้วยแววตาที่ฮอร์คแอบให้คำจำกัดความในใจว่าโคตรร้อนแรง

“หืม...เจ้าคิดจะทำอะไรฮึเกล”

“ฮึ! ไม่ยุติธรรมที่เจ้าได้อยู่ด้านบนตลอด” ใบหน้างดงามแม้จะมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ข้างแก้มฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ข้าเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกับเจ้า ข้าควรได้อยู่ตำแหน่งเดียวกับเจ้ามั่งสิ!

“หืม...เจ้าจะรุกข้างั้นเหรอ” ฮอร์คเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงคล้ายจะแปลกใจเล็กน้อย ดวงตาสีดำหรี่ลงช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ร้ายนักนะเจ้าน่ะ”

“ถ้าเจ้าให้ข้าลองเข้าไปในตัวเจ้ามั่ง รับรองว่าลีลาเจ้าจะกลายเป็นแค่เด็กน้อยไปเลย” เกเบรียลเชิดหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่น่าเสียดายที่ฮอร์คคงต้องขัดความมั่นใจนั้นของเกเบรียลซะ

“ดูเจ้าจะมั่นใจจังนะ”

“นะ แน่นอนสิ” เกเบรียลรับคำด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ดวงตาสีทองหรี่มองคนที่ตัวเองนั่งคร่อมอยู่แล้วเกิดหนาววูบขึ้นมา แววตาที่ฮอร์คใช้มองเขาทำให้เกเบรียลรู้สึกว่าตัวเองเป็นนกตัวเล็กๆ ที่กำลังหลงเข้ามาติดบ่วงของนายพราน

“ข้าชอบแววตาที่มั่นใจของเจ้านะเกล...” ฮอร์คว่าพลางเลื่อนมือทั้งสองข้างจากเอวของเกเบรียลลงมายังเนินเนื้อนุ่ม ฝ่ามือใหญ่นวดคลึงมันเบาๆ ก่อนจะออกแรงกดสะโพกเกเบรียลให้ลงมาแนบชิดจนความเป็นชายของเขานั้นถูกดันเข้าลึกกว่าเดิม เสียงหวานครางระงม เกเบรียลเผลอแอ่นตัวด้วยความสะท้าน ยอดอกสีหวานตระหง่านอยู่ตรงหน้าอสูรหนุ่ม ฝ่ามือทั้งสองข้างยันหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของฮอร์คไว้เป็นหลักยึด ดวงตาสีทองไหววูบ ฮอร์คมองภาพความงดงามตรงหน้านั้นแล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปากตนเอง น้ำเสียงแหบต่ำกล่าวต่อแม้จะรู้ดีว่าตอนนี้สติของเกเบรียลแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็ตาม “ก็ได้ แต่เจ้ารุกข้าด้วยท่านี้แทนแล้วกัน”

“อื๊อ ฮอร์ค อะ อ๊า!

เสียงเกเบรียลเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายได้แค่คำเดียวก็เปลี่ยนไปครางเสียงหวานเมื่อสะโพกเขาถูกฮอร์คบังคับให้ขยับขึ้นลงทั้งๆ ที่ตัวเขานั่งคร่อมอยู่บนตัวอสูรหนุ่ม และตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เกเบรียลเอื้อมมือคล้องคอฮอร์คไว้และซบใบหน้าลงบนไหล่กว้าง ส่วนสะโพกก็ทำหน้าที่ขยับขึ้นลงโดยที่คราวนี้เขาเป็นคนทำเองไม่ได้โดนฮอร์คชักนำแต่ประการใด

เกเบรียลสัมผัสได้ถึงฝ่ามือใหญ่ชื้นเหงื่อซึ่งยกขึ้นแตะข้างแก้มตนเองและบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้น ก่อนที่วินาทีต่อมาฮอร์คจะดูดกลืนเสียงครางของเขาไปจนหมดด้วยริมฝีปากซึ่งบดเบียดมอบสัมผัสวาบหวามมาให้

จังหวะร้อนแรงนี้ดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหนเกเบรียลก็ไม่อาจทราบได้ รู้ตัวอีกทีร่างเขาก็กระตุกเกร็ง และปลดปล่อยความต้องการทุกหยาดหยดออกมาเต็มหน้าท้องตัวเองและอสูรหนุ่ม เสียงหวานครางกระเส่าอยู่ข้างใบหูของฮอร์ค ส่วนฮอร์คเองก็ไม่น้อยหน้า กระแสความอุ่นร้อนฉีดทะลักเข้าสู่กายของเทวทูตหนุ่มจนกระทั่งมันไหลย้อยออกมาตามเรียวขาสวย เสียงหอบหายใจเคล้าคลอกันเมื่อกิจกรรมเข้าจังหวะดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดเสียที และตอนนี้เกเบรียลก็ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะเงยหน้าขึ้นมาจากไหล่ของฮอร์คด้วยซ้ำ

“เจ้าจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอหืม?”

“...ข้าเหนื่อย” เกเบรียลส่งเสียงอู้อี้ ก่อนที่ตัวเขาจะถูกฮอร์คอุ้มออกจากตักแกร่งและวางลงบนเตียง ผ้าห่มผืนหนาถูกตลบขึ้นมาคลุมตัวเกเบรียลไว้ จากนั้นฮอร์คจึงสอดตัวเข้ามานอนข้างๆ และดึงเขาไปกอดไว้แน่น

“ก็เจ้าน่ารัก ข้าเลยอยากรักเจ้าเยอะๆ นี่นา”

“เจ้าก็อ้างไปเรื่อย” เทวทูตหนุ่มบ่นงึมงำ เขาซุกใบหน้าตนเองกับแผงอกกว้าง และแม้ว่าจะรู้สึกเหนียวตัวมากแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากลุกไปชำระล้างร่างกายตอนนี้ เพราะดูเหมือนว่าพลังงานเขาจะถูกฮอร์คสูบไปหมดจนการลืมตาก็เป็นเรื่องยากไปเสียแล้ว

“ง่วงแล้วเหรอ”

“อือ...”

“งั้นนอนกัน” ฮอร์คว่ายิ้มๆ อสูรหนุ่มกดจมูกลงสูดดมความหอมจากศีรษะอีกฝ่ายแล้วหลับตาลง โดยไม่ลืมที่จะกล่าวส่งท้ายค่ำคืนแห่งนี้ “ฝันดีนะเกล”

“อืม...ฝันดีฮอร์ค”

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทราแทบจะพร้อมๆ กัน

 

“ฮอร์ค...ข้าออกไปข้างนอกได้ไหม”

เกเบรียลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นๆ ดวงตาสีทองมองออกไปนอกหน้าต่างเมื่อเห็นว่าปุยหิมะสีขาวเริ่มร่วงหล่นจากฟากฟ้า ฝ่ามือกระตุกชายเสื้อคนข้างกายราวกับเด็กๆ เห็นของเล่น เป็นท่าทีที่ทำให้ฮอร์คอดเอ่ยถามออกไปไม่ได้

“เจ้าทำอย่างกับไม่เคยเห็นหิมะ”

“แดนน่านฟ้าไม่มีหิมะนี่” เจ้านกน้อยว่าพลางหันหน้ามองเขาด้วยแววตาคล้ายกับเด็กอยากได้ของเล่น “หิมะที่นี่ไม่อันตรายใช่ไหม ข้าออกไปจับมันดูได้หรือเปล่า”

“ฮ่าๆๆ เจ้านี่นะ ทำตัวเป็นเด็กจริงๆ” ฮอร์คว่าพลางหัวเราะออกมาเบาๆ เขาขยี้ศีรษะเกเบรียลด้วยความเอ็นดู ก่อนจะกล่าวอนุญาต “เอาสิ อยากไปดูก็ได้ แต่อย่าลืมสวมเสื้อคลุมหน่อยล่ะ”

“อื้ม!

เกเบรียลรับคำด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เจ้าตัวผลุบหายเข้าห้องไปครู่หนึ่งก่อนจะออกมาพร้อมกับเสื้อขนสัตว์ตัวหนาสวมคลุมกายอีกชั้น แต่แทนที่จะตรงดิ่งออกไปหาหิมะที่อยากดูนักอยากดูหนา เกเบรียลกลับวกมาจับมือเขาพร้อมกับจูงออกไปนอกบ้านด้วยกันเสียอย่างนั้น

“อะไรของเจ้าเนี่ย”

“ใจคอเจ้าจะปล่อยให้ข้าออกไปคนเดียวหรือไง”

“ก็ใช่ไง แค่หน้าบ้านใกล้ๆ นี่เองทำไมข้าต้องออกไปด้วยฮึ? แถมหิมะนี่ข้าก็เห็นจนเบื่อแล้ว ตกทีนี่เล่นเอาสวนผักข้าแทบแข็งตาย”

“เจ้านี่มันไม่ละเอียดอ่อนเลยให้ตายสิ” เกเบรียลหันมาถลึงตาใส่เขาพอเป็นพิธีในขณะที่เอื้อมมือเปิดประตูออกไปนอกบ้าน สายลมเย็นโชยพัดปะทะใบหน้า และถึงแม้ว่าจะรู้สึกหนาวจนหน้าชา แต่เกเบรียลก็ยังไม่วายบ่นต่อ “แค่ออกมาเป็นเพื่อนข้ามันลำบากนักหรือไงฮะ”

“ก็ไม่ได้ลำบากอะไร” ฮอร์คว่าขำๆ ดวงตาสีดำสนิทเหล่มองใบหน้าคนข้างกาย “เจ้างอนข้าหรือไง”

“บ้า ใครงอนเจ้ากัน ประสาท!

กล่าวจบก็สะบัดมือฮอร์คทิ้งแล้วเดินออกไปกลางแจ้ง เกเบรียลเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดที่เขาเกลียดนักเกลียดหนาถูกก้อนเมฆขนาดใหญ่บังจนทึบ และมีเกล็ดหิมะสีขาวนวลตกลงมาแทน เทวทูตหนุ่มยื่นมือออกไปข้างหน้า เกล็ดหิมะเกล็ดหนึ่งตกลงใจกลางฝ่ามือเขา มันให้ความรู้สึกเย็นเยียบก่อนจะสลายหายไปในวินาทีต่อมาเมื่อโดนความร้อนจากฝ่ามือเขาหลอมละลาย

“นี่...เขาว่าถ้าขอพรกับหิมะแรกแห่งฤดูแล้วจะสมหวังนะ” เสียงแหบต่ำดังขึ้นข้างใบหู เมื่อเกเบรียลหันกลับไปมองก็พบว่าฮอร์คมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาสีดำสนิทจ้องหน้าเขาด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนที่ริมฝีปากจะกระตุกยิ้ม “ไม่ลองหน่อยล่ะ?”

“ขอพรตรงๆ ได้เลยเหรอ ไม่ต้องมีเงื่อนไขเหมือนน้ำพุที่จัตุรัสไดอาหรือไง?”

“อืม...” ฮอร์คพยักหน้ารับ ก่อนจะถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ “จะว่าไปแล้วตอนนั้นเจ้าอธิษฐานว่าอะไรล่ะ?”

“ข้า...ขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดีน่ะ” เกเบรียลหลุบตาลงต่ำ เขาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “แต่ตอนนั้นข้าโยนเหรียญไม่ครบเลยคิดว่าสิ่งที่ขอคงไม่สมหวังซะแล้ว แต่โชคดีที่ไม่ใช่อย่างที่ข้ากลัว” เกเบรียลถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ดวงตาสีทองเงยสบกับฮอร์คแล้วเอ่ยถามกลับไป “แล้วเจ้าล่ะ ตอนนั้นเจ้าอธิษฐานว่าอะไรเหรอ?”

“ข้า...” ฮอร์คลากเสียงยาว ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเกเบรียลมีสีหน้าลุ้นระทึกขณะไหน และก่อนที่เทวทูตหนุ่มจะได้อ้าปากด่าโทษฐานที่เขาแกล้งอีกฝ่าย ฮอร์คก็ชิงเอ่ยต่อ “ข้าขอให้พรของเจ้าสมหวัง”

“เอ๊ะ?”

“ก็เจ้าพลาดไง อีกทั้งข้าไม่รู้ว่าเจ้าขออะไรเลยขอแทนเจ้าไม่ได้ ก็เลยขอให้เจ้าสมหวังกับสิ่งที่อธิษฐานไป ก็แค่นั้นแหละ”

เกเบรียลเบิกตากว้าง ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ฮอร์คอธิษฐานในครั้งนั้นจะเป็นการอธิษฐานแทนเขาแบบนี้ งั้นแสดงว่าที่เรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยดีก็เพราะคำอธิษฐานของฮอร์คสำเร็จผลงั้นเหรอ?

“หรือว่านี่จะเป็นเพราะคำอธิษฐานของเจ้าเป็นจริง?” เร็วเท่าความคิด เกเบรียลเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าตื่นเต้น “ข้าขอให้เรื่องทั้งหมดจบลงด้วยดี แต่ข้าโยนเหรียญพลาด แต่เจ้ากลับขอให้คำขอของข้าเป็นจริง เพราะแบบนี้ข้ากับเจ้าถึงได้กลับมาที่นี่อย่างปลอดภัย เจ้าคิดว่าเป็นไปได้ไหม?”

ป๊อก!

“โอ๊ย! เจ็บนะ เจ้าดีดหน้าผากข้าทำไมเนี่ย?”

“ทำไมเจ้าถึงคิดได้เป็นตุเป็นตะขนาดนี้ฮึ?” ฮอร์คว่าขำๆ “อย่าลืมสิว่าตอนโยนเหรียญข้าไม่ได้พิถีพิถันอะไร เข้าเป้าครบตามเงื่อนไขหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เรื่องมันจบด้วยดีเพราะเจ้าเลือกที่จะคุยกับพี่เจ้าจนรู้เรื่องไม่ตะบี้ตะบันฆ่าเขาเหมือนทีแรกซะมากกว่า”

“เอ๊ะ แต่ข้าว่า...”

“เกลข้าว่านะเรื่องแบบนี้เจ้าจะเอาไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจมันก็ไม่เสียหายอะไรหรอก แต่อย่าให้มันเป็นทุกอย่างในชีวิตเจ้า ที่เจ้าได้ชีวิตใหม่นี้มาเพราะตัวเจ้าเองทั้งนั้น ไม่คิดงั้นเหรอหืม?”

เกเบรียลนิ่งไปอย่างใช้ความคิด มันก็จริงอย่างที่ฮอร์คว่า วันนั้นเขาเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าเหรียญทั้งห้าที่อีกฝ่ายโยนไปนั้นเข้าเป้าครบตามจำนวนกำหนดหรือไม่ มันอาจจะเข้า หรือไม่เข้าเลยแม้แต่เหรียญเดียว แต่ถึงอย่างนั้นสุดท้ายแล้วเขาก็จบเรื่องราวและยุติความแค้นทั้งหมดลงได้ด้วยการเปิดใจยอมรับความจริง หากถามว่าเขายังโกรธซาฮาลอยู่หรือไม่ เกเบรียลตอบได้โดยไม่ต้องคิดว่าโกรธ การปกป้องเขามีหลายวิธีไม่ใช่เพียงแค่การฆ่าฟันเท่านั้น ยิ่งกับบุพการีที่แม้จะไม่ได้รักหรือสนใจเขาเลยก็ตาม

แต่สุดท้ายเกเบรียลก็เลือกเส้นทางแห่งการให้อภัย ปล่อยวางความแค้นในจิตใจและทำความเข้าใจกับเหตุผลของซาฮาล แม้ว่าวันนี้เขายังไม่อาจทำใจยอมรับการกระทำของผู้เป็นพี่ชายได้ แต่สักวันเกเบรียลก็หวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้นกว่าตอนนี้

“นั่นสินะ” เทวทูตหนุ่มเอ่ยออกมาสั้นๆ ก่อนจะยักไหล่ “ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า”

“ว่าง่ายแบบนี้สิถึงน่ารัก” ฮอร์คยิ้มรับก่อนจะขยี้ศีรษะอีกฝ่ายจนเส้นผมยุ่งเหยิงคล้ายรังนก “เข้าบ้านเถอะ ตากหิมะนานๆ เจ้าจะไม่สบายเอานะ”

“เดี๋ยวสิ” เกเบรียลรั้งแขนเอาไว้เมื่อฮอร์คทำท่าจะดึงเขาเข้าบ้าน ดวงตาสีทองเงยขึ้นสบแล้วเอ่ยประท้วง “ข้ายังไม่ทันจะได้ขอพรกับหิมะแรกของฤดูเลยนะ”

“เจ้านี่จริงๆ เลย” ฮอร์คส่ายศีรษะด้วยความเอ็นดู อสูรหนุ่มคลี่ยิ้มอ่อนโยน ก่อนกล่าวต่อ “เร็วสิ จะได้รีบเข้าบ้าน”

“อืม” เกเบรียลพยักหน้ารับแล้วหลับตาลง เพียงครู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้นมา จากนั้นจึงหันไปทางฮอร์คแล้วกล่าวต่อ “เสร็จแล้ว เข้าบ้านได้แล้วล่ะ”

“เจ้าขออะไรงั้นเหรอ”

“ไม่บอกเจ้าหรอก” เกเบรียลหันมายักคิ้วให้ฮอร์คด้วยท่าทีกวนอารมณ์ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำเข้าบ้านไป

“ไม่ยุติธรรมเลย ข้าก็อยากรู้นะว่าเจ้าขออะไรน่ะ เกี่ยวกับข้าหรือเปล่า เฮ้! หันมาตอบข้าก่อนสิ”

“ฮ่าๆๆ ข้ารักเจ้านะฮอร์ค อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆ นะ”

มีเพียงเสียงหัวเราะและถ้อยคำหวานหูเท่านั้นที่ส่งมาให้จากร่างของเทวทูตที่ชิงหนีเขาเข้าบ้านไปก่อน ฮอร์คย่นหัวคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะสาวเท้าเดินตามไปโดยไม่วายตะโกนถามซ้ำ

“บอกข้าหน่อยน่าเกล”

“ก็บอกไปแล้วไง”

“บอกอะไรข้าไม่เห็นจะรู้เรื่อง เฮ้ย! อย่าปิดประตูห้องหนีข้านะ”

เสียงตะโกนโวยวายของฮอร์คยังคงดังไม่ขาดสาย แต่แทนที่เกเบรียลจะรำคาญและตะโกนด่ากลับเหมือนทุกครั้ง คราวนี้เขากลับยิ้ม ยิ้มกว้างกับตัวเองในแบบที่ไม่เคยยิ้มมาก่อน หัวใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดทั้งๆ ที่อุณหภูมิของแดนอสูรในหน้าหนาวทำมือเขาแข็งค้าง

คำขอพรต่อหิมะแรกแห่งฤดู...

...เกบรียลขอให้ตัวเองและฮอร์คอยู่ด้วยกันอย่างนี้ไปตราบนานเท่านาน

THE END

-------------------------------

แจ็ค ทอร์ค

เซอร์วิสนิดๆ หน่อยๆ คงไม่โดนตามเก็บใช่มั้ยคะ 55555

ในที่สุดก็ปิดจบไปอีกเรื่องจนได้ แนวแฟนตาซีนี่เขียนยากจังค่ะ ตอนแรกนึกว่าจะไปไม่รอดแล้ว แต่ก็ฮึดสู้มาถึงตอนจบจนได้ ไม่รู้ว่าจะมีใครชอบตอนจบที่แจ็คเลือกหรือเปล่านะคะ แบบ...นุ้งเกลก็ยังคงเป็นนุ้งเกลคนเดิม ไม่มีปีก หน้าตามีรอยแผลเป็นบดบังความสวย(?) แต่ไม่รู้สิคะ ตอนที่แจ็คเขียนให้นุ้งเกลเลือกทางนี้ในหัวก็คิดแค่ว่า ได้อยู่กับคนที่รัก จะอะไรก็ไม่สำคัญไปมากกว่านี้อีกแล้ว และถ้าทุกคนชอบบทสรุปแบบนี้แจ็คจะดีใจมากเลยค่ะ ><

โอ๊ะ แต่ถึงเรื่องราวจะจบลงแต่ก็ยังมีตอนพิเศษให้ติดตามกันอีกสามตอนนะคะ ประเดิมด้วยตอนหน้า ใครสงสัยว่าวัยเด็กนั้นทั้งสองคนเจอกันได้ยังไงต้องห้ามพลาดค่ะ หวังว่านักอ่านทุกท่านจะมีความสุขกับบทสรุปนี้นะคะ บ๊ายบายยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #145 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 12:13
    หุยยยยย เป็นตอนจบที่ดีต่อใจอ่ะ กรี๊ดกร๊าดมากกกกกก มีความเอ็นซีที่ไม่คาดฝัน เห็นจะจบแล้ว ไม่คิดว่าจะมี เดาถูกเรื่องคำอธิษฐานด้วย แต่มันก็ไม่มีผลจริงๆแหละ เพราะมันก็เป็นแค่การเสี่ยงทาย จบแล้วอ่ะ ชอบมากกกกกก เนื้อเรื่องสนุก ภาษาอ่านง่าย คาแรกเตอร์ตัวละครน่าสนใจ พวกฉากสื่ออารมณ์นี่เขียนโคตรดี น้ำตาไหลตลอดเลย ขอบคุณไรท์สำหรับนิยายสนุกๆค่ะ เป็นกำลังใจให้จ้า
    #145
    1
    • 24 ธันวาคม 2560 / 13:28
      ดีใจที่ชอบนะคะ ขอโทษด้วยที่บางจุดบางตอนของเรื่องเหตุผลอาจจะอ่อนไปหน่อย ช่องโหว่เยอะไปหมด แต่ดีใจที่โดยรวมแล้วคุณโอเคกับมันนะคะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นด้วยค่ะ ><
      #145-1
  2. #117 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 06:46
    จบดี รู้สึกหัวใจมันฟูๆ เลยอะ พี่อสูรก็ยังเท่เหมือนเดิมเลนค่าา
    #117
    0
  3. #92 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 17:08
    Happy Ending ไปตามระเบียบ สนุกมากค่ะไรท์
    #92
    0
  4. #56 Tanee Lov (@baitong_55) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 07:42
    ชิบซาฮาลล
    #56
    0
  5. #55 TherainStar (@xicrer1911) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 21:50
    จบ Happy ก็รู้สึกดีค่ะ55555555555555
    #55
    0