[จบแล้ว] Fallen Angel เพลิงทัณฑ์ผลาญเทวา [Yaoi]

ตอนที่ 24 : บทที่ 23 ความทรงจำที่ถูกปลดผนึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    27 ก.ย. 59

บทที่ 23

ความทรงจำที่ถูกปลดผนึก

 

เกเบรียลทอดสายตามองร่างของฮอร์คซึ่งยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงกว้าง บาดแผลบริเวณหน้าท้องถูกจัดการรักษาและพันผ้าไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าซีดเผือดเริ่มกลับมามีเลือดอีกครั้ง แถมลมหายใจของอสูรหนุ่มก็สม่ำเสมอไม่แผ่วเบาเหมือนตอนนั้น

ค่อยยังชั่ว...

เทวทูตหนุ่มถอนหายใจเฮือกในขณะที่ยังคงกุมมือของฮอร์คไม่ปล่อย เกเบรียลไม่รู้หรอกว่าตัวเองเอาแต่นั่งเฝ้ามองอีกฝ่ายโดยไม่หลับไม่นอนมากี่ชั่วโมงแล้ว แต่มันคงนานพอที่จะเปลี่ยนท้องฟ้ามืดมิดยามค่ำคืนให้แตะแต้มด้วยสีทองจางๆ ของพระอาทิตย์ในยามเช้า

“ก็อกๆ”

เสียงเคาะประตูทำให้เกเรียลหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เทวทูตหนุ่มละสายตาจากใบหน้ายามหลับใหลของฮอร์คไปทางประตูบานใหญ่ มันถูกเปิดเข้ามาในวินาทีต่อมาโดยไม่รอให้เขาได้เอ่ยปากอนุญาต ก่อนที่ใบหน้าของเทวะอารักษ์ตนหนึ่งซึ่งเกเบรียลแสนคุ้นตาจะก้าวเข้ามาในห้อง

ก็จะไม่คุ้นได้อย่างไรล่ะ เมื่อคืนเขากับเจ้าหมอนี่ยังซัดหมัดใส่หน้ากันไม่ยั้งอยู่เลย!

“องค์ราชาให้มาตามท่าน” ใบหน้าอีกฝ่ายฉายแววหงุดหงิดใจยามต้องเรียกเขาด้วยสรรพนามที่เหนือกว่า แต่เกเบรียลหาใส่ใจไม่ แม้ว่าภายในใจลึกๆ จะอยากพุ่งไปซัดให้หน้าช้ำๆ นี่ยิ่งช้ำไปกว่าเดิม

“ที่ไหน”

“ห้องทำงานขององค์ราชา” ฝ่ายนั้นว่าพลางปรายตามองเขาเล็กน้อย “ข้าจะนำท่านไปเอง”

“ไม่จำเป็น ให้หลับตาเดินข้ายังคลำทางไปถูก” เกเบรียลเอ่ยปฏิเสธแทบจะในทันที ให้อารักษ์นำเขาในสถานที่ที่เขาอยู่มาตั้งแต่เล็กแบบนี้ชักจะน่าหัวเราะไปหน่อยแล้ว

“ประเด็นไม่ใช่ว่าข้ากลัวท่านจะไปไม่ถูก” เจ้านั่นมองหน้าเขาด้วยแววตาเชือดเฉือน “แต่ในฐานะที่ท่านยังไม่พ้นข้อหากบฏ ข้าไม่อาจปล่อยให้ท่านไปไหนมาไหนคนเดียวตามใจชอบได้”

“พวกหนูสกปรกก็ยังคงภักดีไม่ลืมหูลืมตา” เกเบรียลแค่นเสียงเหอะก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วทำเป็นมองเมินสีหน้าโกรธขึงของอารักษ์ตนนี้ยามโดนเขาเอ่ยปากจิกกัด “นำไปสิ อย่าให้เสียเวลา”

จบคำพูดของเขาก็ไม่มีฝ่ายใดเอ่ยอะไรออกมาอีก เทวะอารักษ์ตนนั้นหันหลังกลับแล้วก้าวนำเขาฉับๆ ด้วยอากัปกิริยาที่เกเบรียลมองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังข่มอารมณ์ไม่ให้ตัวเองด่าเขากลับ จะว่าไปแล้วตอนที่เขาดำรงตำแหน่งแม่ทัพหน่วยทะลวงฟันแห่งแดนน่านฟ้าไม่ยักกะเคยเห็นอารักษ์ตนนี้ในหน่วยไหนมาก่อน ไวเท่าความคิด เกเบรียลเอ่ยถามออกไปทันที

“เจ้าสังกัดหน่วยไหน”

“ท่านจะรู้ไปทำไม” ฝ่ายนั้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น

“ก็แค่สงสัย ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้าในหน่วยไหนมาก่อน” ว่าพลางเงียบไปเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบจึงเอ่ยต่อ “ยังไม่ได้เข้ารับคัดเลือกสังกัดสินะ มาใหม่ล่ะสิท่า”

“ไม่นานหลังจากข่าวท่านโดนเนรเทศเผยแพร่ออกไป”

“อ้อ งั้นเหรอ”

“ข้าไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่เป็นถึงเทวะขัตติยะแต่กลับทำเรื่องแบบนี้ลงไป” เทวะอารักษ์หันกลับมามองเกเบรียลด้วยสายตาผิดหวังระคนโกรธเคือง “ทั้งที่ข้าพยายามแทบตายที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทัพเพื่อปกป้องดินแดนแห่งนี้ แต่ท่านซึ่งเป็นสายเลือดขัตติยะกลับต้องการจะทำลาย!

“ข้าไม่ได้ต้องการจะทำลาย” เกเบรียลเอ่ยเสียงเรียบ

“แต่สิ่งที่ท่าน...!

“เจ้าชื่ออะไร”

“ฮะ?” จู่ๆ ก็โดนถามชื่อแบบนี้เล่นเอางงไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมตอบแต่โดยดี “ดาเมียน”

“เอาล่ะดาเมียน” เกเบรียลพยักหน้ารับคำแล้วกล่าวต่อ “สำหรับคำถามที่เจ้าถามข้า ข้าคงบอกอะไรเจ้าได้ไม่มากไปกว่าข้าไม่ได้จะทำลาย และเบื้องหลังราชวงศ์นี้มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่เจ้าคิด แต่หากเจ้ามีจิตใจคิดอยากปกป้องดินแดนแห่งนี้จริงๆ ข้าก็ยินดีที่มีอารักษ์อย่างเจ้าอยู่ในที่แห่งนี้”

“ท่าน...?”

“ถึงที่แล้ว ขอบใจที่นำมา” เกเบรียลตัดบทคำพูดอีกฝ่ายแล้วกล่าวต่อ “เจ้าดีกว่าที่ข้าคิด ขอโทษที่เคยเรียกว่าหนูรับใช้สกปรกแล้วกัน”

เกเบรียลกล่าวจบก็เปิดประตูตรงหน้าเข้าไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะเคาะตามมารยาทเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีทองกวาดมองภายในห้อง มันยังคงถูกจัดแต่งอย่างมีระเบียบเช่นทุกครั้งที่เขาเคยเห็น ตรงหน้าคือโต๊ะทำงานซึ่งเต็มไปด้วยกองหนังสือเรียงสูง ส่วนผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะนั้นก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านตำราอะไรสักอย่างในมือโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขาสักนิด

“ถ้าจะเรียกข้ามาดูเจ้าอ่านหนังสือก็ขอตัวนะ” เกเบรียลเอ่ยออกไปด้วยถ้อยวาจาจิกกัด แต่นอกจากจะไม่ทำให้ซาฮาลโมโหแล้ว อีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มมุมปากนิดๆ ให้เท่านั้น

“อย่าใจร้อนไปหน่อยเลย”

“เจ้ามีอะไรจะพูดก็ว่ามาเถอะ”

“นั่งก่อนสิ” ซาฮาลว่าพลางพยักพเยิดให้เกเบรียลนั่งลงบนเก้าอี้ “ยืนแบบนั้นเจ้าจะเมื่อยเอาซะเปล่าๆ”

“ข้าเกลียดพิธีรีตองของเจ้า” แม้ปากจะบ่นแต่เกเบรียลก็ยอมทรุดตัวลงนั่งแต่โดยดี

“งั้นข้าจะไม่อ้อมค้อม” ซาฮาลปิดหนังสือให้มือตัวเองแล้ววางลงบนโต๊ะ สองมือประสานกันในขณะที่ดวงตาสีทองจ้องหน้าเกเบรียลด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันจนเกเบรียลรู้สึกอึดอัด “บอกข้ามา สาเหตุที่ทำให้เจ้าบุกเขตต้องห้ามเมื่อครั้งที่แล้ว”

“เพราะข้าจะฆ่าเจ้ายังไงล่ะ”

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าสาเหตุ” ซาฮาลหรี่ตามองหน้าเกเบรียลเขม็งแล้วกล่าวต่อ “ก่อนหน้าวันที่เจ้าบุกรุกเขตต้องห้าม ฮิลลี่บอกข้าว่าเจ้าคิดจะล้มล้างข้า”

“ก็ไม่ผิด ข้าคิดจะล้มล้างเจ้าจริงๆ” เกเบรียลยอมรับ แล้วกล่าวต่อเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยขัดอะไร “บัลลังก์ที่เจ้าได้มาอย่างไม่ชอบธรรม คิดว่าจะเสวยสุขได้ตลอดไปโดยไม่มีใครรู้เบื้องหลังหรือไง”

“เจ้าหมายความว่าอะไร”

“ความทรงจำข้า...” เกเบรียลกล่าวออกมาแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาเริ่มร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น “เจ้าคิดสินะว่าตัวเองลบล้างมันไปจนหมด แต่ไม่ใช่หรอก มันค่อยๆ กลับมา และเด่นชัดในหัวข้า โดยเฉพาะตอนที่เจ้าชักดาบเปื้อนเลือดออกจากร่างของท่านพ่อกับท่านแม่”

ซาฮาลเงียบไปคล้ายจะอึ้งกับความจริงที่ถูกเปิดเผยจากปากของเกเบรียล ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงเมื่อคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ก่อนที่เขาจะหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็มีเพียงแค่แววตาเรียบนิ่งอย่างผู้ที่คุมสติของตนเองอยู่

“นั่นเป็นแค่ความทรงจำบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด”

“จนป่านนี้เจ้ายังจะแก้ตัวให้กับความผิดของตัวเองอีกงั้นเหรอ?!” เกเบรียลตวาดออกมาอย่างที่ไม่สามารถห้ามตัวเองได้อีกต่อไป ดวงตาสีทองฉายแววโกรธเคืองและผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าฆ่าพวกเขาเพื่อชิงบัลลังก์ ยังจะต้องการอะไรจากข้าอีก!

“ข้าไม่ได้ฆ่าเพื่อชิงบัลลังก์” ซาฮาลปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งพอๆ กับแววตา

“เจ้านี่มัน...!

“ข้าฆ่าคนเห็นแก่ตัวพวกนั้นเพื่อ ปกป้อง เจ้า”

ทันทีที่คำว่าปกป้องหลุดออกจากปากของซาฮาล เกเบรียลก็รู้สึกกับว่าตัวเองลิ้นแข็งและหลงลืมวิธีการพูดไปชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาสีทองมองสบกับผู้พูด ทว่ากลับไม่สามารถเดาได้เลยว่าแววตาของซาฮาลนั้นเสแสร้งหรือมันคือความจริงที่ฉายชัดออกมา เทวทูตหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ เขาไม่อาจทำใจเชื่อได้ว่าสิ่งที่ซาฮาลกล่าวออกมานั้นคือความจริง

“ข้าไม่เชื่อ สิ่งที่เจ้าพูดกับการกระทำของเจ้าสวนกันสิ้นดี”

“ข้าถึงบอกไงว่าความทรงจำที่หลุดผนึกออกมามีเพียงแค่บางส่วน เพราะถ้าเจ้าจำได้ทั้งหมดเจ้าจะรู้ว่าสาเหตุที่ข้าทำแบบนั้นเป็นเพราะอะไร”

“จะเพราะอะไรก็ตามแต่ มันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเจ้าฆ่าพ่อแม่ตัวเอง!” เกเบรียลกัดฟันกรอด เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่ซาฮาลก็บังคับให้เขาดำดิ่งสู่อดีตและรื้อฟื้นมันขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

“หากเจ้าไม่เชื่อคำพูดข้า งั้นก็จงเชื่อความทรงจำตัวเองแล้วกัน”

ซาฮาลกล่าวจบก็ไม่รอให้เกเบรียลได้เอ่ยขัดให้เสียเรื่อง ราชาแห่งแดนน่านฟ้ายื่นมือมาข้างหน้า ก่อนจะจรดปลายนิ้วชี้ตนเองลงบนหน้าผากของเกเบรียล พลันแสงสว่างวาบก็ไหลออกจากปลายนิ้วของซาฮาล กระแสอุ่นร้อนจากสายพลังสีขาวนวลทำให้เกเบรียลรู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอยและไร้เรี่ยวแรงขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น

เพราะตอนนี้เขาถูกกระชากกลับสู่ห้วงความทรงจำในอดีตอีกครั้ง!

วาบ!

 

ตึกตึกตึก

ฝีเท้ากระทบพื้นส่งเสียงเป็นจังหวะยามที่ฝ่ายนั้นก้าวเดินเข้ามาใกล้ เกเบรียลละสายตาจากหนังสือในมือแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเขาแม้ว่าอีกฝ่ายจะอายุมากจนมีริ้วรอยต่างๆ ขึ้นตามผิวหน้าแล้วก็ตาม

ท่านพ่อ มีธุระอะไรกับข้าหรือเปล่าขอรับ?

ตามข้ามาหน่อยเกเบรียล

เอ่ยแค่นั้นก็หันหลังเดินจากไป และแม้จะสงสัยแต่เกเบรียลก็ยังคงลุกเดินตามผู้เป็นพ่อของตัวเองออกไปแต่โดยดี เป็นเรื่องปกติที่ราชาแห่งแดนน่านฟ้าจะมีสีหน้าเรียบนิ่งและน้ำเสียงเย็นชาให้เขาแบบนี้อยู่เสมอ เนื่องจากเขาเองก็ไม่ใช่ลูกชายที่น่าภาคภูมิใจเท่าไหร่นัก เพราะนอกจากการนั่งอ่านตำราเงียบๆ แล้ว การต่อสู้ใดๆ ก็ไม่เคยอยู่ในความสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย

ที่นี่คือ...?

เกเบรียลเอ่ยออกมาเมื่อถูกนำลงมายังห้องใต้ดินแห่งหนึ่งที่นอกจากโคมไฟข้างผนังกำแพงแล้วก็ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงอื่นใดอีก ดวงตาสีทองกวาดมองไปรอบกายก่อนจะหันมาสบกับผู้เป็นบิดาเพื่อขอคำตอบ

ตลอดมาเจ้าไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อราชวงศ์แม้แต่น้อยเกเบรียล...

ท่าน...หมายความว่ายังไง?

เจ้าคือหลุมดำแห่งสายเลือดเทวะขัตติยะผู้สูงวัยกว่ายังคงกล่าวต่อโดยไม่สนเลยแม้แต่น้อยว่าใบหน้าของเกเบรียลจะซีดเผือดเมื่อถูกต่อว่าตรงๆ เช่นนี้ แม้ว่าเจ้าจะสร้างความอับอายให้ข้ามากแค่ไหน ข้าก็ยังให้โอกาสเจ้าเสมอเกเบรียล แต่สุดท้ายเจ้าก็เอาแต่อ่านตำราโง่ๆ และสนใจแค่การปรุงยาที่ไร้ประโยชน์ใดๆ ข้าทนมามากเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์เสียที

ข้าไม่เข้าใจ

ข้าจะยกบัลลังก์ให้ซาฮาล และเพื่อให้เขาแข็งแกร่งที่สุด เป็นหน้าเป็นตาให้แก่วงศ์ตระกูล...” ดวงตาสีทองหรี่ลงยามจ้องหน้าบุตรชายคนเล็กแล้วเอ่ยต่อ มาสิ...

ฝ่ามือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า เกเบรียลเบิกตากว้างเมื่อเห็นกระแสพลังเวทย์หมุนวนอยู่ใจกลางฝ่ามือนั้น

ทะ ท่านพ่อ ท่านจะทำอะไร?!’

พลังของเจ้าจะเป็นประโยชน์ต่อซาฮาลราชาแห่งแดนน่านฟ้าเอ่ยต่อโดยไม่ใส่ใจกับท่าทีตื่นตระหนกของเกเบรียลเลยแม้แต่น้อย อย่างน้อยพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้าก็ไม่ใช่ของปลอม ฉะนั้นเมื่อเจ้าไม่ทำประโยชน์ใดๆ ให้แก่ราชวงศ์ก็จงให้ข้ารีดพลังของเจ้าออกมาเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้พี่ชายเจ้าเถอะ!

ไม่! ท่านจะบ้าไปแล้วเหรอ?!

เกเบรียลตวาดเสียงดัง ใบหน้าฉายแววตื่นตกใจเมื่อได้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายบอก จะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร เทวทูตเช่นเขาหากถูกรีดพลังเวทย์ออกจากกาย แม้จะไม่ถึงตายแต่ก็จะมีสภาพคล้ายกับ เปลือกหรือก็คือมีชีวิตแต่ไร้จิตวิญญาณ เนื่องจากจิตวิญญาณและพลังเวทย์ของชาวเทวทูตนั้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไม่เหมือนเผ่าพันธุ์อื่นๆ นั่นเอง

ข้าจะบ้าแน่ถ้าปล่อยให้ตัวไร้ค่าอย่างเจ้าอยู่ต่อไปโดยไร้ประโยชน์

ท่านพ่อ อึ่ก!’

เกเบรียลหลุดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อฝ่ามือใหญ่วางทาบกลางหน้าผากเขาซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณ กระแสพลังเวทย์ใจกลางฝ่ามือคล้ายกับเกลียวคลื่นทำหน้าที่ดูดพลังเขาออกจากร่างไปช้าๆ ตลอดมาแม้จะรู้ตัวดีว่าไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของท่านพ่อเช่นเดียวกับพี่ชาย แต่ก็ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบเขาจนถึงขั้นกระทำการเช่นนี้ลงไปได้

น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินอาบแก้มด้วยความเสียใจ ทว่าตอนนั้นเอง...

ตึง!

เกเบรียลที่พยายามขัดขืนเต็มกำลังและประคองสติตัวเองเอาไว้ได้ยินเสียงประตูเปิดกระแทกผนังเสียงดังลั่น ก่อนวินาทีต่อมาจะได้ยินเสียงโวยวายของชายหญิงคู่หนึ่ง

ท่านแม่ปล่อยข้า! พวกท่านทำอะไรเขา!’

ไม่ใช่เรื่องของเจ้าซาฮาล หยุดเดี๋ยวนี้นะ!’

ข้าไม่หยุด!’ เสียงเข้มตวาดดังก้อง ก่อนเสียงฝีเท้าจะวิ่งเข้ามาใกล้ และทันทีที่ซาฮาลเห็นว่าเกเบรียลกำลังโดนทำอะไรอยู่นั้นก็คล้ายกับว่าสติของตัวเองขาดผึ่ง เขาตะโกนเสียงดังก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปขวางการกระทำนั้น ท่านทำบ้าอะไรท่านพ่อ!’

ข้าทำเพื่อเจ้าทั้งนั้นซาฮาล พลังของเกเบรียลจะช่วยเสริมให้เจ้าแข็งแกร่งยามขึ้นครองบัลลังก์

ท่านบ้าไปแล้ว!’ ซาฮาลกระชากตัวเกเบรียลที่โดนรีดพลังไปกึ่งหนึ่งออกจากน้ำมือของผู้เป็นพ่อ ดวงตาสีทองมองผู้ให้กำเนิดทั้งสองด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ นี่เกลเป็นลูกท่านนะ ทำแบบนั้นลงคอได้ยังไงกัน ท่านจะให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยไร้จิตวิญญาณงั้นเหรอ!’

ราชวงศ์ขัตติยะไม่ควรมีผู้อ่อนแอ

ข้ารู้ว่าท่านเป็นพวกที่เห็นแก่หน้าตาราชวงศ์ แต่ไม่นึกเลยว่าเพื่อรักษาความสมบูรณ์แบบนี้ไว้จะทำให้ท่านลงมือกับลูกชายแท้ๆ ของตนเอง!’

เจ้าไม่เข้าใจหรอกองค์ราชินีแห่งแดนน่านฟ้าเอ่ย การคลอดเด็กไร้ประโยชน์คนนี้ออกมาคือความผิดพลาดที่ข้าจะไม่มีวันให้อภัยตนเอง ส่งเขามาให้พ่อเจ้าซะซาฮาล จะได้จัดการให้เสร็จสิ้นเสียที อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็จะได้ทำประโยชน์ให้กับราชวงศ์บ้าง

ไม่มีวันซาฮาลเอ่ยเสียงลอดไรฟันในขณะที่โอบกอดร่างของเกเบรียลแน่น

เช่นนั้นข้าคงต้องลงมือกับเจ้า

ข้ายอมสู้กับท่าน ท่านพ่อ แต่ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ท่านทำร้ายเกลซาฮาลประกาศกร้าว เขาวางร่างของเกเบรียลให้นั่งชิดพิงกำแพงก่อนจะสร้างเกราะเวทย์คุ้มกันอีกฝ่ายเอาไว้แล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้ให้กำเนิดทั้งสอง

เรื่องไม่ควรเป็นเช่นนี้ เจ้าควรเด็ดเดี่ยวกว่านี้ซาฮาลราชาแห่งแดนน่าฟ้าส่ายหน้าพลางดึงดาบประจำกายออกจากฝัก แต่ถ้าข้าไม่ทำให้เจ้าสยบก็คงยากที่จะดำเนินการต่อ

เจ้าทำให้เรื่องยุ่งยากลูกข้าองค์ราชินีรำพึง ฝ่ามือบางกำดาบแน่นในขณะที่ดวงตาไม่ละไปจากใบหน้าบุตรชายคนโต

เกลเป็นน้องชายข้า และข้าจะไม่มีวันปล่อยให้พวกท่านทำร้ายเขาเด็ดขาด

สิ้นเสียงประกาศกร้าวของซาฮาล ทั้งสามก็พุ่งเข้าใส่กันทันทีโดยไม่มีแม้กระทั่งการออมมือ เสียงใบดาบปะทะกันดังสนั่น สลับกับเสียงดาบฟันเนื้อและเสียงสบถด้วยความเจ็บปวด เกเบรียลพยายามเรียกสติตัวเองกลับคืนมาไม่ให้สลบไป ทว่านั่นก็ใช้เวลามากกว่าที่คิด ภาพตรงหน้าเลือนรางจนต้องหลับตาแล้วสะบัดหน้าแรงๆ

ยะ อย่า...เสียงห้ามที่เอ่ยออกไปแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ เขาไม่ต้องการเห็นคนในครอบครัวต่อสู้กันแบบนี้ ไม่ต้องการเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เขาก็ไม่อาจทราบได้ หูได้ยินเพียงเสียงการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องก่อนที่...

ฉัวะ!

อึก! จะ เจ้า...?!’

ท่าน! มะ ไม่นะ อึก!’

เสียงนั้นคล้ายกับตัวเรียกสติเกเบรียลให้กลับมาสมบูรณ์ เขาเบิกตากว้างจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ดาบเปื้อนเลือดถูกดึงออกจากร่างของราชาแห่งแดนน่านฟ้า ก่อนจะตวัดแทงทะลุงร่างขององค์ราชินีต่อเป็นอันดับถัดมา เลือดสีแดงสดไหลออกมาเป็นสายหยดย้อมร่างของทั่งคู่จนกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนเวียนศีรษะ

ทะ ท่านพ่อ ท่านแม่?!

ทำไม ทำไมถึงเป็นแบบนี้?!

เกเบรียลได้แต่กรีดร้องอยู่ภายในใจ เทวทูตหนุ่มเอื้อมมือออกไปหมายจะสัมผัสร่างของทั้งคู่ แต่กลับดูเหมือนระยะห่างนั้นยิ่งไกลออกไป เสี้ยววินาทีแห่งความสับสนและไม่รู้จะทำเช่นไรนั้น ดวงตาสีทองก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครอีกคนอยู่ใกล้ๆ กัน เรือนร่างสูงใหญ่ทระนงองอาจ ยืนตระหง่านอยู่ข้างท่านพ่อท่านแม่ของเขา ในมือถือดาบเล่มยาวเปื้อนเลือด และทันทีที่ดวงตาสีทองทั้งสองคู่สบกัน เกเบรียลก็เบิกตากว้างกับความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

คล้ายกับลมหายใจถูกช่วงชิงไป

ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นกระหน่ำจนปวดร้าว สารพัดความรู้สึกถาโถมเข้ามาในใจ ทั้งหวาดหวั่น หวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยคำถามสำหรับการกระทำในครั้งนี้

ทำไมกัน...

ทำแบบนี้ทำไมท่านพี่?!

ทะ ท่านพี่ ท่าน...ทำไม ทำไมถึง...

ข้า...ไม่ได้ตั้งใจ

ซาฮาลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่หากฟังดีๆ จะเห็นได้ว่าปลายเสียงนั้นสั่นเครือ ฝ่ามือใหญ่กำด้ามดาบแน่นเพื่อควบคุมอาการสั่นของตัวเองให้สงบลง ดวงตาสีทองสบตากับผู้เป็นน้องชาย แววตาที่อีกฝ่ายมีให้ทำให้ซาฮาลปวดใจ และยิ่งเกเบรียลถดตัวหนีเขายามที่เดินเข้าไปใกล้ เขาก็รู้ว่าตัวเองในสายตาของน้องชายคงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ข้าทำเพื่อเจ้า

ท่านฆ่าพวกเขา ท่านฆ่าท่านพ่อท่านแม่

เกเบรียลเอาแต่พูดซ้ำๆ ราวกับไม่สามารถพูดประโยคอื่นได้ ดวงตาสีทองสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ซาฮาลได้แต่มองภาพนั้นด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนความเห็นแก่ตัวในใจจะผลักดันให้เขาเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย แม้จะถูกสายตาหวาดกลัวจ้องมองแต่เขาก็ทำเป็นมองเมินมันไป ฝ่ามือใหญ่เอื้อมแตะบนหน้าผากเกเบรียล พลันร่างของผู้เป็นน้องชายก็สั่นระริกราวกับลูกนกตกน้ำ ซาฮาลสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพึมพำร่ายเวทย์บทหนึ่ง

มันคือเวทย์ลบความทรงจำ

ลืมเรื่องนี้ไปซะ

จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป...

 

“นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดที่ข้าช่วงชิงมันไปจากเจ้า”

เสียงของซาฮาลปลุกให้เกเบรียลหลุดจากห้วงความทรงจำในอดีต เขากุมมือที่สั่นระริกของตัวเองแน่น แต่กระนั้นก็ไม่อาจบังคับร่างกายตัวเองไม่ให้สั่นได้ ดวงตาสีทองเบิกค้าง ความทรงจำซึ่งเพิ่งได้รับกลับคืนมาหลั่งไหลอยู่ภายในหัว ริมฝีปากเผยอคล้ายพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่มีคำพูดใดหลุดลอดออกมาแม้แต่น้อย เกเบรียลนิ่งค้างอยู่ในภาวะถูกแช่แข็งนานนับนาทีก่อนที่กระบอกตาจะร้อนผ่าวและหยดน้ำตาสายหนึ่งจะไหลอาบแก้ม ตอนนั้นเองราวกับว่าสติกลับคืนสู่ร่างในที่สุด เกเบรียลเงยหน้าขึ้นสบตากับซาฮาลแล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

“มันคือเรื่องจริงงั้นเหรอ...”

“ทั้งหมดคือความจริง” ซาฮาลพยักหน้ายืนยันแล้วกล่าวต่อ “นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมข้าถึงโกรธเจ้าเป็นอย่างมากตอนที่เจ้าบุกเข้าเขตต้องห้ามเพื่อทำลายผลึกจิตวิญญาณของข้า ทั้งๆ ที่ข้าช่วยเจ้าแต่เจ้ากลับตอบแทนมันด้วยการหักหลังข้า”

“นั่นเพราะความจริงที่ว่าเจ้าฆ่าท่านพ่อกับท่านแม่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง” เกเบรียลส่ายศีรษะเบาๆ เทวทูตหนุ่มยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วกล่าวต่อ “ความทรงจำข้าหวนคืนมาแค่ช่วงเวลานั้น ข้าในตอนนั้นรู้เพียงแค่พวกเขาทั้งสองหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครบอกอะไรข้า และความทรงจำที่ค่อยๆ ปลดผนึกตัวมันเองชี้ชัดว่าเจ้าเป็นคนสังหารพวกเขา เจ้าขึ้นครองบัลลังก์ บรรดาญาติเชื้อสายรองถูกเจ้าส่งไปประจำการหัวเมืองย่อยจนหมด หากไม่ใช่เพราะเจ้าต้องการครอบครองอำนาจและกำจัดเสี้ยนหนามทุกคนที่มีให้พ้นทาง เจ้ายังจะให้ข้าคิดเป็นอื่นใดได้อีก ข้าไม่ผิดที่จะโกรธแค้นและคิดหาวิธีทำลายเจ้า”

“ข้าพลั้งมือ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นคิดเพียงว่าหากอำนาจอยู่ในมือข้าทั้งหมดข้าจะสามารถปกป้องเจ้าได้โดยไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือมาทำร้ายเจ้าอีก” ซาฮาลถอนหายใจเฮือกใจ สิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้กลับกลายเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายทำร้ายเกเบรียลเพียงเพราะโดนฮิลลี่เป่าหูและความไร้สติของตัวเองจนโดนความโกรธเข้าครอบงำ “เจ้าจำได้ตั้งแต่ตอนไหน”

“หนึ่งปีให้หลัง หลังจากเหตุการณ์นั้น”

“ช่วงนั้นเจ้าเริ่มสนใจการต่อสู้และเข้าร่วมกองกำลังแดนน่านฟ้าพอดี” ซาฮาลรำพึงในขณะที่หลุบสายตาลงต่ำ “คงฝึกฝนตัวเองเพื่อจัดการกับข้าสินะ”

“ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อล้มล้างเจ้า”

“นั่นสินะ...ข้าไม่น่าลบความทรงจำเจ้าเลย” ซาฮาลแค่นหัวเราะกับตัวเอง “แม้ว่ามันอาจทำให้เจ้าเกลียดข้าไปตลอดกาลแต่เรื่องทั้งหมดคงไม่ลงเอยแบบนี้”

“เจ้าทำร้ายข้าสาหัสนัก” เกเบรียลเอ่ยเสียงเบา “ใบหน้าข้า ปีกข้าล้วนแต่เป็นเจ้าที่ทำลายมัน ข้าเกือบตายจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฮอร์คช่วยข้าไว้ แล้วคราวนี้จะกล่าวโทษตัวเองเพื่อให้ข้าเห็นใจอย่างนั้นเหรอ”

“ข้าไม่มีเจตนาจะฆ่าเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่เป็นไร” ซาฮาลจ้องหน้าเกเบรียลนิ่ง “เพราะก่อนเนรเทศเจ้าไปนั้นข้าได้ถ่ายพลังกึ่งหนึ่งใส่ร่างเจ้า มันจะช่วยสมานอาการบาดเจ็บเจ้าจากภายในส่งผลให้บาดแผลเจ้าหายเร็วกว่าปกติ”

“สายเลือดเทวะขัตติยะล้วนมีร่างกายที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว”

“แต่มันแทบทำให้เจ้าหายเป็นปกติดีและไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเจ้า หรือข้าพูดผิดไป”

เกเบรียลชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อซาฮาลเอ่ยออกมาเช่นนี้ และแม้ว่าจะไม่อยากยอมรับแต่ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง บาดแผลบนหลังเขาแม้จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ต่างหน้า แต่มันกลับไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวเขาเลยจนแทบเรียกได้ว่าเกือบเป็นปกติ

“ใช่ ถูกของเจ้า” เกเบรียลรับคำก่อนจะผุดลุกขึ้นยืน “แต่ข้าจะไม่ขอบคุณเจ้าหรอกนะ และจะไม่ขอโทษเจ้าด้วยต่อเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็อยากให้มันผ่านไปซะ ข้าเหนื่อยเกินพอแล้วและไม่ต้องการนึกถึงมันอีก ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไรข้าขอตัวก่อน”

“เกล”

“อะไร”

“กลับมาเถอะ”

“เจ้า...ว่าอะไรนะ” เกเบรียลขมวดคิ้วมุ่นในขณะที่จ้องหน้าซาฮาลเขม็ง

“กลับมาอยู่ที่นี่ เรื่องทั้งหมดแค่ความเข้าใจผิด ไม่มีเหตุผลใดให้เจ้าต้องกลับแดนอสูรแล้ว” ซาฮาลเอ่ยรวดเดียวราวกับกลัวว่าเกเบรียลจะหาช่องปฏิเสธได้หากเขาพูดครึ่งๆ กลางๆ “ปีกของเจ้า...ข้าเก็บเอาไว้ ยังมีโอกาสทำให้เจ้ากลับเป็นเหมือนเดิม หน้าของเจ้าข้าจะหาหมอที่เก่งเวทย์เยียวยามารักษาเจ้า เพราะฉะนั้น...”

“เพื่ออะไร”

“เพราะข้ารักเจ้า” ซาฮาลจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็งจนเกเบรียลพลันนึกถึงเรื่องที่ฮิลลี่เอ่ยกับตนเองตอนเขาถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน “รักในแบบที่เจ้าไม่มีวันรู้เกล”

“น่าขำ คนที่กระชากปีกข้าทิ้งกับทำข้าเสียโฉมอย่างเลือดเย็นมาบอกว่ารักข้า”

“คำตอบล่ะ”

“เจ้าบอกว่าข้าไม่มีเหตุผลให้ข้ากลับแดนอสูร...” เกเบรียลเอ่ยทวนประโยคนั้นพลางหลุบสายตาลงต่ำ เรียวปากคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดถึงใบหน้าของใครอีกคน “ไม่หรอก เจ้าคิดผิดแล้วล่ะ เพราะข้ามีเหตุผลให้กลับไป แถมยังเป็นเหตุผลสำคัญเสียด้วย”

“อสูรตนนั้น...งั้นสินะ” ซาฮาลหรี่ตาลง ดวงตาสีทองฉายประกายเยือกเย็นยามเอ่ยต่อ “หากข้าฆ่าอสูรนั่นล่ะ กำจัดเสี้ยนหนามให้พ้นทาง ข้าจะได้ตัวเจ้ากลับคืนมาหรือไม่”

“หากเจ้าทำเช่นนั้น แม้แต่ตัวข้าเจ้าก็จะไม่มีวันได้เห็นมันอีก” เกเบรียลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ดวงตาสีทองจ้องหน้าซาฮาลเขม็งแล้วกล่าวต่ออย่างเด็ดเดี่ยว “หากเจ้าฆ่าฮอร์ค ข้าก็ไม่มีเหตุผลให้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป ข้ากล้าพูดได้ว่าไม่ลังเลสักนิดหากต้องปลิดชีพตัวเองตามคนรักของข้า”

“แต่ข้าสามารถคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้เจ้าได้”

“ข้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากเขา” เกเบรียลสบตากับซาฮาลด้วยแววตาจริงจังและหนักแน่น “ไม่ต้องการใบหน้าที่สมบูรณ์แบบ หรือแม้กระทั่งปีกของตนเอง”

“...”

“เพราะข้ามี เขาเป็นปีกให้กับข้าแล้ว”

 

มันเริ่มจากความว่างเปล่า ร่างกายแผ่วเบาราวกับลอยอยู่ในห้วงอากาศ จากนั้นสัมผัสอุ่นร้อนซึ่งกุมฝ่ามือเขาเอาไว้จะเรียกสติฮอร์คให้กลับคืนมาช้าๆ เปลือกตาขยับยุกยิกก่อนที่วินาทีต่อมามันจะค่อยๆ เผยอลืมขึ้น เพดานห้องสีขาวเป็นสิ่งแรกที่อสูรหนุ่มเห็น ดวงตาสีดำสนิทหลับลงอีกครั้งเมื่อปะทะกับแสงสว่างอย่างกะทันหัน

“ฮอร์ค”

น้ำเสียงแสนคุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อเขา ฮอร์คฝืนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ศีรษะเอี้ยวมองตามจุดกำเนิดเสียง ก่อนใบหน้าของใครคนหนึ่งจะปรากฏอยู่ตรงหน้า ดวงตาสีทองสั่นระริกและเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำใส ทว่าริมฝีปากกลับแย้มยิ้มกว้างด้วยความดีใจ อสูรหนุ่มยกมือขึ้นแตะใบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ ซึ่งเกเบรียลเองก็ซบข้างแก้มลงกับฝ่ามือใหญ่และใช้ฝ่ามือทาบทับหลังมือเขาไว้อีกชั้นหนึ่ง

“เกล...นี่ข้าตายแล้วเหรอ?”

“เจ้าเพิ่งฟื้นต่างหากล่ะ อสูรโง่” เกเบรียลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงคล้ายจะหัวเราะ ทว่าเสียงสะอื้นเบาๆ กลับทำให้เทวทูตหนุ่มต้องเม้มริมฝีปากตนเองเอาไว้

“เพิ่งฟื้น?”

“เจ้าบาดเจ็บตอนช่วยข้าไว้” เกเบรียลสูดลมหายใจเขาลึกในขณะที่อธิบายให้ผู้ที่เพิ่งฟื้นฟัง “เจ้าหมดสติไปเพราะเสียเลือดมาก ซาฮาลยื่นข้อเสนอกับข้าเพื่อแลกกับการรักษาเจ้า”

“ข้อเสนออะไร” ฮอร์คเอ่ยถามด้วยความรวดเร็ว อสูรหนุ่มชันตัวลุกขึ้นนั่งแม้จะรู้สึกตึงๆ บริเวณบาดแผลที่หน้าท้องก็ตาม ดวงตาสีดำสนิทจ้องหน้าเกเบรียลเขม็งยามกล่าวออกไปด้วยความร้อนใจ “เจ้านั่นบังคับให้เจ้าทำอะไรหรือเปล่า แล้ว...!

“ใจเย็นหน่อยสิ ไม่มีอะไรหรอก” เกเบรียลกดไหล่ฮอร์คเอาไว้เมื่อเห็นอสูรหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นไปเอาเรื่องซาฮาลทั้งที่ตัวเองเพิ่งฟื้นตัว “แค่ขอคุยกับข้านิดหน่อย”

“คุย?”

“เรื่องราวทั้งหมด” เกเบรียลยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ดวงตาสีทองกลับฉายประกายหม่นเศร้า “เขาคืนความทรงจำให้ข้าทั้งหมด มันทำให้ข้ารู้สาเหตุของเรื่องต่างๆ ในที่สุด...”

เกเบรียลเล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบให้ฮอร์คฟังอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งอสูรหนุ่มเองก็รับฟังด้วยท่าทีสงบ แม้จะมีอาการตกใจบ้างแต่ก็ถือว่าไม่ออกนอกหน้าจนเกินไปนัก จนกระทั่งเล่ามาถึงตอนที่ซาฮาลขอให้กลับมาอยู่ที่แดนน่านฟ้าเหมือนเดิมนั่นแหละ สีหน้าของฮอร์คถึงได้ดูเคร่งเครียดขึ้น

“แล้วเจ้าว่ายังไง”

“เจ้าอยากลองเดาไหมล่ะ” เกเบรียลยิ้ม แต่ดูเหมือนว่าฮอร์คจะไม่รู้สึกสนุกด้วยแม้แต่น้อย

“เกล...เจ้าก็รู้ว่าถ้าเป็นเรื่องของเจ้าข้าจริงจังแค่ไหน”

เกเบรียลชะงักไป ก่อนที่วินาทีต่อมาจะยิ้มกว้างจนตาหยี และแม้จะรู้ว่าฮอร์คยังคงไม่หายขาดดี แต่เขาก็ไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้โผเข้าไปกอดอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย สองแขนโอบรอบลำคอแกร่ง เกเบรียลซบใบหน้าลงบนไหล่กว้างแล้วถอนหายใจราวกับว่าได้ปลดเปลื้องภาระทั้งหมดบนบ่าออกไปในที่สุด ริมฝีปากบางขมุบขมิบพึมพำเสียงเบา ทว่าฮอร์คกลับได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ

“แน่นอนว่าต้องเลือกเจ้าสิ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้าก็เลือกเจ้าเสมอ”

“เกล...”

ฮอร์คเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาเบาๆ ใบหน้าคมเข้มดูอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเกเบรียลบอกออกมาตรงๆ เช่นนี้ ก่อนที่วินาทีต่อมาเจ้าตัวจะฉีกยิ้มกว้างแล้วโอบเอวเกเบรียลเอาไว้แน่น

“ฮึ! ก็สัญญากับเจ้าไว้แล้วไง”

“งั้นกลับบ้านเรากันนะ”

“แหงสิ! ข้าอยากกลับนานแล้วแต่เจ้าดันนอนง่อยเป็นผักเปื่อยอยู่เป็นอาทิตย์” เกเบรียลถลึงตาใส่อีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิดใจ แต่ในสายตาของฮอร์คกลับคิดว่าน่ารักจนไม่อาจหยุดยิ้มได้ “นี่กะว่าถ้าเจ้าไม่ตื่นสักทีข้าจะแบกเจ้ากลับไปเองด้วยซ้ำ”

“ให้มันน้อยๆ หน่อยเกล เจ้าอย่าทำตัวห้าวนักเลยน่า” ฮอร์คยิ้มพลางขยี้ศีรษะเกเบรียลเบาๆ

“ก็ข้าอยากกลับบ้านเรานี่นา”

“งั้นก็กลับ” ฮอร์คว่าพลางพยุงตัวเองลุกขึ้น แม้จะรู้สึกตึงที่บาดแผลแต่ก็ไม่ได้เจ็บหนักขนาดขยับตัวไม่ได้ ดวงตาสีดำสนิทจ้องสบกับเกเบรียลแล้วส่งยิ้มให้ “กลับบ้านเรากันตอนนี้เลย”

“เฮ้ย แต่เจ้ายัง...”

“ข้าไม่เดี้ยงง่ายๆ หรอกน่า” ฮอร์คว่าพลางย่นคิ้ว “ให้อุ้มเจ้าบินกลับบ้านตอนนี้ก็ยังไหว”

“จะบ้าเหรอ เดี๋ยวแผลเจ้าอักเสบนะ”

“งั้นก็ใช้บริการเจ้านั่นสิ”

“ฮะ เจ้านั่น?”

เกเบรียลได้แต่ทวนคำด้วยความงุนงง ก่อนที่วินาทีต่อมาฮอร์คจะลุกลงจากเตียงแล้วฉุดข้อมือเขาให้เดินตามออกไปข้างนอก ด้วยเรี่ยวแรงที่เกเบรียลได้แต่คิดในใจว่าบางทีฮอร์คอาจจะไม่ได้เจ็บหนักอย่างที่เขากังวลจริงๆ ก็ได้

 

“ข้าว่ามันหน้าตาคุ้นๆ นะ” ฮอร์คขมวดคิ้วในขณะที่ใช้ดวงตาคมกริบจ้องหน้าวิหคสวรรค์ตรงหน้า “เหมือนเจ้านกโง่ตัวนั้นเลย”

“แกว๊ก!!!

“ฮอร์ค เจ้าอย่าไปว่ามันได้ไหม”

เกเบรียลแทบจะกุมขมับเมื่ออยู่ดีไม่ว่าดีปากเสียๆ ของฮอร์คก็เริ่มทำงานอีกครั้ง เทวทูตหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ ในขณะที่ลูบศีรษะวิหคสวรรค์เพื่อปลอบให้มันสงบลง ตอนนี้เขากับฮอร์คอยู่บริเวณลานกว้างหน้าเขตขัตติยะ เพราะฉะนั้นจึงไม่อาจเลี่ยงการเป็นจุดเด่นได้เลยแม้แต่น้อย แถมยิ่งฮอร์คยั่วโมโหจนวิหคสวรรค์ส่งเสียงประท้วงดังแบบนี้ยิ่งตกเป็นเป้าสายตากันไปใหญ่

พลันดวงตาสีทองก็เผลอเบนไปสบกับใครอีกคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก ใครอีกคนที่มีดวงตาและใบหน้าละม้ายคล้ายกับเขา

“เฮ้เกล?”

“เจ้า...ข้าขอเวลาแป๊บนึงนะ”

“จะไปไหน” ฮอร์คเอ่ยถามก่อนจะชะงักไปเมื่อมองตามสายตาของเกเบรียล อสูรหนุ่มละสายตาจากร่างของซาฮาลมายังเทวทูตข้างกายตนเองแล้วกล่าวต่อ “แป๊บเดียวนะ แล้วรีบกลับมาล่ะ”

“อือ” เกเบรียลรับคำสั้นๆ แล้วสาวเท้าเดินตรงไปหาซาฮาลโดยไม่มีอาการลังเลเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่ายจึงได้เอ่ยออกมา “ข้าจะไปแล้วนะ”

“เจ้าเปลี่ยนใจได้เสมอเกล...”

“ไม่ล่ะ” เกเบรียลส่ายหน้า “ถึงจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วแต่...แต่ข้าก็ยังไม่อาจยอมรับการกระทำของเจ้าได้ แม้ว่านั่นจะทำเพราะต้องการปกป้องข้า แต่มัน...มันหนักเกินกว่าที่ข้าจะทำใจยอมรับได้ในระยะเวลาสั้นๆ”

“นั่นสิ คงต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” ซาฮาลจ้องหน้าเกเบรียลนิ่ง ดวงตาสีทองคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกหลากหลายที่ไม่อาจหาคำจำกัดความสั้นๆ ได้ “ขอให้เจ้าโชคดีกับชีวิตใหม่”

“ขอบคุณ...ท่านพี่”

เกเบรียลคลี่ยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินจากมาโดยไม่กลับไปมองภายหลังอีกเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีทองมองตรงไปข้างหน้า จับจ้องอยู่เพียงแค่ร่างสูงใหญ่ของอสูรหนุ่มซึ่งนั่งรอเขาอยู่บนหลังของวิหคสวรรค์เรียบร้อยแล้ว เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ ฮอร์คก็ช่วยฉุดเขาขึ้นมาแล้วออกคำสั่งให้มันโผทะยานขึ้นไปบนฟ้า

“พี่เจ้าว่ายังไงบ้าง” ฮอร์คเอ่ยถามในขณะที่โอบเอวเขาเอาไว้จากด้านหลัง

“เขาขอให้ข้าโชคดีกับชีวิตใหม่” เกเบรียลกล่าวพลางคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย “คงเพราะที่ผ่านมามีแต่เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นล่ะมั้ง ทั้งจากเขา และจากตัวข้าเอง...”

“อย่างน้อยในเรื่องร้ายก็มีเรื่องดี”

“เรื่องดีอะไรของเจ้า?”

“มันทำให้ข้าได้เจอเจ้าไง”

ฮอร์คกล่าวยิ้มๆ ส่วนเกเบรียลเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไป เทวทูตหนุ่มหลุบตาลงต่ำ อุณหภูมิบนใบหน้าเพิ่มสูงแม้ว่าจะมีสายลมเย็นคอยพัดปะทะยู่ตลอดก็ตาม ก่อนที่วินาทีต่อมาเกเบรียลจะตัดสินใจหันหน้าไปด้านหลัง และยื่นหน้าขึ้นกดริมฝีปากลงบนผิวแก้มอีกฝ่ายเบาๆ แล้วรีบหันกลับมาพึมพำเสียงอู้อี้

“ข้ารักเจ้า”

เป็นประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาผู้ฟังรู้สึกหัวใจพองโตและยากที่จะควบคุมตัวเองเข้าไปทุกที ดวงตาสีดำสนิทเหล่มองคนที่เอาแต่หันหลังก้มหน้าให้เขาแล้วเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่าย

“เกล”

“อือ?”

“ถ้าไม่ติดว่าเจ้าหันหลังให้ข้าอยู่ ป่านนี้เจ้าโดนข้าจูบจนปากเปื่อยไปแล้วแน่ๆ”

“ไอ้อสูรป่าเถื่อนหื่นกาม!

“รอก่อนเถอะเกล กลับถึงบ้านเราเมื่อไหร่ข้าจะจัดการทบต้นทบดอกเจ้าเสียให้คุ้มเลย”

ฮอร์คหัวเราะหึหึในลำคอ และคราวนี้ก็ดูเหมือนว่านกน้อยจอมพยศจะช็อกไปกับคำขู่ของเขาจนทำได้แค่ตัวแข็งทื่อและปิดปากนิ่งไปตลอดทาง

------------------------

แจ็ค ทอร์ค

บทหน้าบทส่งท้ายแล้วค่ะ น่าใจหายเนอะ แต่หลังจากบทส่งท้ายก็มีบทพิเศษให้อีกสามตอนค่ะ 

สรุปเรื่องราวทั้งหมดก็แค่เรื่องเข้าใจผิด ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กนะคะ แต่ไอ้การเข้าใจผิดนี่แหละที่เป็นต้นเหตุให้ทุกอย่างมันลามมาได้ขนาดนี้ อีกฝ่ายไม่พูดให้แน่ชัดและเลือกที่จะลบมันทิ้ง อีกฝ่ายไม่รู้อะไรทั้งหมดแต่กลับตัดสินมันไปทั้งอย่างนั้น

ซาฮาลเป็นตัวละครที่แจ็คชอบนะคะ เขาบิดเบี้ยว(?)ดี ฮ่าๆๆๆ รักแรง เกลียดแรง สุดโต่ง เพื่อปกป้องคนที่รักไม่ว่าการกระทำนั้นจะร้ายแรงแค่ไหนก็ทำได้โดยไม่ลังเล และแน่นอนว่านิสัยนี้ก็เป็นข้อเสีย ไม่งั้นซาฮาลคงไม่ขาดสติทำร้ายเกลเพราะแค่โดนฮิลลี่เป่าหู แต่สุดท้ายทุกอย่างก็น่าจะจบลงด้วยดี ในความรู้สึกแจ็คนะคะ ฮ่าๆๆ

หวังว่าตอนนี้ทุกคนจะสนุกกับมันนะคะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #144 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 00:56
    ใต้ความพีคนี้ คือเรื่องปกป้องเกลเราเดาแค่ตอนที่เนรเทศเกลไปแดนอสูรนะ ใครจะไปคิดว่าสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องทั้งหมดจะเป็นแบบนี้ ซาฮาลพลาดจริงๆแหละ ที่ลบความทรงจำเกลไป ถ้าทิ้งไว้เกลอาจจะเจ็บปวด แต่คิดว่ามันคงไม่แย่แบบนี้ แล้วกับประโยคที่ว่า คนที่ทำข้าเสียโฉมแถมเด็ดปีกข้า มาบอกว่ารักข้าเนี่ยนะ ประโยคนี้มันจริงๆนะ ถึงจะรักแรงเกลียดแรง แต่คนรักยังไงมันก็คือคนรักอ่ะ สงสารซาฮาลอยู่เหมือนกันนะ ก็ได้แต่หวังว่าสักวันคงจะกลับมาดีกันได้ ถึงจะไม่ได้สถานะที่หวังก็เถอะ
    #144
    0
  2. #116 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 23:27
    ฮืออออ น้องเกลหยิ่ง แอบเสียดายปีกเด้อ แต่ไม่เป็นไรนุ้งมรพี่ฮอร์คเป็นปีกให้แล้ว
    #116
    0
  3. #91 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 16:48
    "เพราะข้มี เขา เป็นปีกให้กับข้าแล้ว" เป็นเราเราหน้าชานะเออ
    #91
    0
  4. #54 P'oil (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 02:49
    จะมีใครมาปราบความซาฮานมั้ยอ่ะ อยากเห็น
    #54
    0
  5. #53 เอเรียล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 04:01
    ว้าวววว เรื่องนี้จบแล้ว ไรเตอร์เก่งจังเลยค่ะ ตอนจบนี่คือแบบนึกไม่ถึง แต่ก็สมเหตุสมผลนะคะ มีการแอบสวีทเล็กน้อย อิอิ ว่าแต่ว่าจะมีใครมาดามใจให้ซาฮาลไหมเนี่ย
    #53
    0
  6. #52 TherainStar (@xicrer1911) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 01:12
    ขอปีกคืนได้มัยย5555
    #52
    1
    • 28 กันยายน 2559 / 02:03
      เอาปีกไปทำไม นุ้งเกลมีพี่ฮอร์คเป็นปีกให้แล้วต้องใข้ให้คุ้มค่ะ 5555555
      #52-1