นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย {OS BANGCHAN Fic} FRIENDS

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
We're not, no we're not friends,nor have we ever been
We just try to keep those secrets in our lives
And if they find out,

will it all go wrong?

ปล.แนะนำให้เปิดเพลงฟังนะคะ
                                                                
  CR.SQ
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ก.ย. 59 / 11:13


Friends

#BANGCHAN

 

            ‘ เพื่อนกันเค้าไม่ทำกันแบบนี้หรอกเว้ย

 

            ประโยคนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวของผม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี ทุกคนที่เห็นความสัมพันธ์ของผมกับเขาล้วนบอกประโยคเดียวกันนี้กับผมทั้งนั้น ซึ่งในตอนนี้ผมก็คิดว่าแบบนั้น เพราะคนเป็นเพื่อนกันใครเขาจะนอนเตียงเดียวกัน(?) จะดูแลกัน(?) และจะรักในแบบที่ผมรักเขาแบบนี้หละครับ

 

            ดวงตากลมสวย ที่มักจะมองมาที่ผม ทำให้ผมตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ก็นั่นแหละครับ  ทุกอย่างเริ่มต้นที่ความเป็นเพื่อนกันของผมกับคิมฮิมชาน ผมชื่อบังยงกุกนะครับ ผมเป็นเพื่อนกับฮิมชานมาหลายปีจนไม่อยากจะนับระยะเวลาแล้วหละครับ เราอยู่ด้วยกัน ทำอะไรต่างๆนานา มาด้วยกันหลายอย่าง ผมคิดว่าเขาเข้าใจผมมากกว่าฝาแฝดแท้ๆของผมอีก ผมว่าเขาเหมือน แม่ เลยครับ แม่ทูนหัวของผมหนะนะ

 

            ผมรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร เขาก็รู้เหมือนกันว่าผมเป็นคนแบบไหน และชอบอะไร อย่างเช่น เขารู้ว่าผมชอบไปคลับ เขารู้ว่าผมชอบสีขาวดำ และเขาก็รู้ว่าผมเป็นคนพูดน้อย และผมก็เดาว่าเขารู้ว่าผมรักเค้า

 

            ผมอยากให้ทุกคนคิดถึงเพื่อนสนิทที่สุดของคุณนะครับว่าเวลาเค้าอยู่กับคุณ เค้าเป็นแบบนี้มั้ย ถ้าเป็นแบบเรื่องราวของผมกับฮิมชานแล้วหละก็ ผมบอกได้เลย มันไม่ใช่ความเป็นเพื่อนแล้วหละครับ และมันพัฒนามาไกลมาก เกินกว่าจะกลับไปยืนที่จุดเดิมแล้วหละครับ

            เมื่อก่อน ในตอนที่ผมกับฮิมชานยังเป็นเพื่อนกัน ฮิมชานเขาชอบอ้อนครับ...

“ปังง เราอยากกินต๊อกร้านนั้น พาเราไปกินหน่อยสิ” เสียงสองที่เขาใช้กับสายตาเหมือนเจ้ากวางน้อยถูกส่งมาให้ผม และก็เป็นอันว่าผมแพ้ทางเขาอยู่เรื่อยไป

 

            แต่พอความสัมพันธ์ของเรามาไกลขึ้นมากกว่าคำว่าเพื่อน เขาก็ยังอ้อนอยู่นะครับ แต่ผมว่ามันเป็นการอ้อนแบบแปลกๆครับ

            “ปัง ชานอยากได้กระเป๋าหลุยส์คอลเล็คชั่นใหม่อ่ะ เนี่ยลิมิเต็ดอิดิชั่นเลยนะ” เสียงของแม่ยอดยาหยีของผมดังขึ้น เหมือนเสียงคำสั่งในค่ายทหารเลยครับ คือถ้าไม่ทำตามนี่โดนปืนเป่าหัวเลยครับ

 

            “แต่ว่า ชานเพิ่งจะซื้อใบใหม่ไปเมื่อวานเองนะ” ผมพูดตอบกลับพร้อมกับพลิกหนังสือพิมพ์ในมือไปพลาง

 

            “นั่นมันเมื่อวาน ก็ชานจะเอาอ่ะ ปังจะซื้อไม่ซื้อ ถ้าไม่ซื้อก็คอยดูละกัน ” เสียงนิ่งๆตอบกลับมา ผมว่านี่มันไม่เข้าข่ายอ้อนแล้วครับ นี่มันข่มขู่ชัดๆ ส่วนผม บอกแล้วครับ ผมก็แพ้ทางเขาอยู่เรื่อยไป

 

            “จ้าๆ ชานเลือกเอาเลย อ่ะนี่บัตร ชานเอามาคืนเราด้วยนะ” ผมหยิบบัตรแบล็คการ์ดออกมาจากกระเป๋าแล้วเดินเอาไปให้แม่ทูนหัวของผม ก่อนจะแอบขโมยหอมแก้มนิ่มๆนั้นเบา ถือว่าคุ้มครับ กระเป๋าใบละเป็นหมื่นเป็นแสนกับการได้แค่หอมแก้ม คุ้มมากครับ คุ้มจนผมอยากจะร้องไห้

 

           

            ตอนที่เราเป็นเพื่อนกัน ฮิมชานเค้าชอบเดินมากอด มาวอแวกับผมมากๆครับ จนผมรู้สึกเสพติดสัมผัสแบบนั้นของเขา แล้วผมก็พบว่า ผมถูกทิ้งไว้กลางทาง ยังไงหนะหรอครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า…       “ชาน วันนี้เราเหนื่อยมากเลย มาขอกอดให้ชื่นใจหน่อยสิ” ผมพูดพร้อมอ้าแขนเดินเข้าไปหาร่างขาวๆที่กำลังใช้กล้องหน้าของโทรศัพท์ถ่ายเซลฟี่ตัวเองอยู่

            “ปัง หยุด อย่าพึ่ง ขอชานถ่ายเซลฟี่ก่อน ขอเดี่ยวๆ เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าชานอวดแฟน” คนสวยของผมไม่แม้แต่จะหันมามองผมเลยด้วยซ้ำในขณะที่เขาพูดวาจาที่แสนจะทำร้ายจิตใจผมออกมา ผมก็เลยยืนรอเขาอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง พอเห็นเขาวางโทรศัพท์ลงเท่านั้นแหละครับ ผมนี่วิ่งเข้าไปกอดเจ้าก้อนขาวๆของผมอย่างไว

            “นิ่มจังเลย หอมด้วย แฟนใครหว่า” ผมพูดพร้อมกับหอมแก้มขาวๆนั่นไปอีกหลายที

            ตอนแรกอีกฝ่ายก็หัวเราะคิกคักเลนกับผมอยู่ดีๆหรอก แต่เหมือนว่าผมจะเล่นนานเกินไปจน          ฮิมชานเริ่มร้อน เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มผุดบนใบหน้าขาว

            “ปัง ออกไปเลย เราร้อนแล้ว นู่นไปกอดทิกเกอร์ก็ได้ ดูท่าจะอยากให้พ่อมันกอดแย่แล้ว ชานจะไปนอนแล้วนะ ง่วง” พูดจบแค่นั้นก็ลุกเดินไปเลยครับ ไม่มีการกู๊ดไนท์คิสอะไรทั้งสิ้น ผมก็เลยหันไปมองไอเจ้าหมาน้อยทิกเกอร์ลูกรักพันธุ์พุดเดิ้ลของผม ก่อนจะเข้าไปกอดมันพลางระบายความในใจไปด้วย

           

            “ทิกเกอร์ แม่เราเค้าเป็นไรอ่ะ เมื่อก่อนตอนพ่อเป็นเพื่อนกับแม่ แม่เค้าไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย เห็นพ่อไม่ได้วิ่งเข้ามากอดตลอด แล้วดูตอนนี้สิ ต้องให้พ่อมากอดหนู นี่มันช่วงหมดโปรโมชั่นแล้วหรอ” ผมอยู่ในจุดที่ต้องพูดกับหมาแทนเมียแล้วครับทุกคน รู้อย่างนี้ผมกลับไปเป็นเพื่อนกับคิมฮิมชานดีกว่า

 

            อ่อ นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้เองครับ คือผมจะขอย้อนไปในอดีตก่อนว่า เมื่อก่อนผมกับฮิมชานเป็นรูมเมทกันครับ และเพราะแบบนี้เราจึงเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ มันอาจจะเป็นกรรมของผมครับที่เมื่อก่อนผมปล่อยให้เค้านอนคนเดียว มองเพดานในห้องอย่างเหงาๆอยู่บ่อยๆ เพราะผมมีงานที่คลับ ซึ่งกว่าจะเลิกก็เกือบเช้าแล้ว ทำให้ตอนนี้พอเราเป็นแฟนกันผมเลยเป็นฝ่ายที่ถูกทิ้งบ้าง

 

            “ชาน” ผมสะกิดเบาๆที่ไหล่ของคนตัวขาวข้างที่นอนตะแคงหันหน้าไปอีกทาง และไม่มีสัญญาณตอบกลับครับ

 

            “ตัวเอง หลับแล้วหรอ” ผมกระซิบถามไปอีกที และเหมือนเดิมครับไร้สัญญาณตอบกลับ

 

            ผมเริ่มปฏิบัติการพ่อบ้านใจกล้า จับฮิมชานให้นอนหันหน้ามาหาผมดีๆ ก่อนจะค่อยๆหอมแก้มซ้ายและขวา แต่ก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น มือขาวๆก็ตบเข้าที่แก้มผมอย่างจัง

            ‘ เพี๊ยะ! ’

 

            “ฮื่อ ยุง อย่ากวน แง่มๆ ” และนั่นคือคำพูดเหมือนละเมอของเค้าหละครับ ทั้งๆที่ไม่ลืมตามาดูแม้แต่น้อยว่าที่คุณเธอตบมานั่นไม่ใช่ยุงครับ แต่เป็นแก้มของแฟนหนุ่มสุดหล่อของตัวเองต่างหาก

            เออ อ่ะ ให้มันได้อย่างนี้สิครับ ผมหมดอารมณ์ที่จะทำอะไรมิดีมิร้ายเขาแล้วหละครับ นอนก็นอน ผมคงมีบุญวาสนาแค่นอนเตียงเดียวกันแหละครับ

 

 

            วันนี้ผมมางานวันเกิดเพื่อนกับฮิมชานครับ เจอเพื่อนเก่าเต็มไปหมด พอพวกมันเห็นผมมากับฮิมชานก็ล้อกันใหญ่เลยครับ

 

            “เฮ้ยๆ พวกมึงดู คู่เพื่อนสนิทเค้ามากันนู่นแล้วเว้ย” เสียงจากใครคนหนึ่งตะโกนออกมาต้อนรับพวกผมสองคน

 

            “เฮ้ยว่าไง ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่ป่าววะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงแซวดังมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ตอนนี้ไม่มีปิดปังอะไรแล้วครับ แม้แต่หมายังดูออกเลยว่าผมกับฮิมชานไม่ได้เป็นเพื่อนกัน

 

            “กูเป็นแฟนกับฮิมชานเว้ย กูไม่อยากเป็นแค่เพื่อนสนิทกับคนน่ารักๆแบบนี้หรอก เสียดายของแย่” ผมตอบออกไปพลางหันไปยิ้มให้กับคนตัวขาวที่จับมือกับผมอยู่ ต้องมีเขินกันบ้างแหละครับงานนี้

 

            “หยุดพูดอะไรเลี่ยนๆได้แล้ว ร้อน ปล่อยมือ จะไปกินน้ำ” อ่า นี่แหละครับ การเขินสไตล์คิมฮิมชาน ผมชินแล้วแหละ ถึงจะปากแข็งแต่ก็น่ารักที่สุดในโลกสำหรับผมเลยหละ

.

.

.

            ผมหนะเป็นคนคอแข็งพอมีงานสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแบบนี้มันก็ต้องมีดื่มกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ว่าคนที่ผมพามาด้วยนี่สิ รู้ว่าดื่มแล้วจะเป็นยังไงก็ยังคงดื่มอย่างต่อเนื่อง แล้วคนที่ซวยจะเป็นใครไปได้หละครับ นอกจากผมหนะ

 

 

            “กูยังไม่เมาเว้ยย อีกแก้วก็ไหววว” เสียงที่แสดงว่าแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์แล้ว ดังขึ้นจากคนตัวขาว ที่ตอนนี้หน้าแดงไปหมดแล้ว

 

            “ชาน พอแล้ว ไม่เอาแล้ว กลับบ้าน” ผมเอ่ยปรามเมื่อเห็นท่าไม่ดี เพราะฮิมชานเริ่มอยู่ไม่สุข เขาเป็นคนที่เมาแล้วจะไล่หอมคนอื่นครับ เสียงดังโวยวายด้วย

            คนตัวขาวเริ่มหันมาทางผม ขยับหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นก่อนปากนิ่มนั้นจะประทับลงบนแก้มของผมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยคำพูดเสียงอ้อนๆออกมา

 

            “ขออีกแก้วนะปังงง ชานสัญญา จาเป็นเด็กดี”

 

 

            ณ จุดนี้ไม่ทนแล้วครับ น่ารักเกินไปต้องพากลับอย่างเดียว

 

            “เฮ้ย พวกมึง ชงเหล้าให้เมียกูหน่อย ขอเข้มๆ ช็อตเดียวน็อค” ผมหันไปสั่งเพื่อน แล้วจากนั้นคุณก็คงไม่ต้องเดานะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากผมพาฮิมชานกลับห้อง...ก็นอนไงครับ หึหึ

 

 

            อีกอย่างนะครับที่ผมอยากจะเล่าให้พวกคุณฟัง ฮิมชานเนี่ยเขาเป็นคนใส่ใจคนอื่นครับ เมื่อก่อนตอนที่เราเป็นเพื่อนกัน เวลาผมกับเขาไปไหนด้วยกันเขาก็จะบอกผมให้ดูชุดตัวเองให้เรียบร้อยเข้าที่เข้าทางครับ บางครั้งก็ว่าผมบ้าง ตามนิสัยเขาแหละครับ

            แต่ตอนนี้เราไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว เขาก็ปากว่ามือถึงเลยครับ ช่วยผมจัดชุดตลอด เรื่องปกเสื้อ หรือรอยยับต่างๆ เขาจะช่วยผมจัดตลอด และผมก็ชอบที่จะให้เขาทำแบบนี้นะครับ เค้าไม่มีทางรู้ว่าตัวเองน่ารักแค่ไหนเวลาทำแบบนั้น และผมก็รักเขามากจริงๆ

 

            จะพูดก็ได้ว่าตอนนี้ผมหลงฮิมชานจนหัวปักหัวปำแล้วครับ ให้คนที่สวยกว่านี้ น่ารักกว่านี้มา ก็ไม่เอาแล้วครับ เพราะผมรู้สึกว่าฮิมชานคนนี้น่ารักที่สุดสำหรับผมแล้วครับ

            หลายคนอาจจะคิดว่าผมเว่อร์นะครับ แต่นี่คือผมพูดจริง ก็คนมันรักไงครับ มันจะให้พูดอะไรได้หละครับ

 

            ผมขอบคุณที่ทุกคนฟังเรื่องราวของผมกับเขา และอย่าลืมนะครับ ทบทวนความสัมพันธ์ของคุณว่า สรุปแล้วคุณยังเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า หรือเป็นแบบผมกับ คิมฮิมชาน แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ผมก็ขอให้คุณมีความสุขครับ

 

                                                                                    บังยงกุกที่รักคิมฮิมชานสุดหัวใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            สวัสดีค่า บังชานเรื่องแรกเลย มาแนวฮาๆ ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ คิดมุกไม่ออก 55555555555 อ่านเล่นๆเพลินๆเนาะ คอมเม้นต์นิดหน่อยก็ได้ ดีต่อใจไรท์เตอร์ค่า ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ 

                                                                
  CR.SQ
 

ผลงานอื่นๆ ของ pearlyth

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ByKati (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 22:16
    ทำไมชั้นต้องเขินตัวบิดกับการบรรยายอันล้ำลึก บรรเจิด ตระการตาของบังยงกุกขนาดนี้ด้วยย งื้อออออ ตะไมคู่นี้เค้าน่ารักกันจังคะแม่ขาา หนูอยากให้เขาเป็นแฟนกันจริงเลย เคมีเค้ากันสุดๆ ยิ่งฮิมช่วงแบดแมน..สวยงาม เฮียก็หล่อบรรเจิด โอ้วววว จะไปขอพระอิศวรละนะ //ไปละค่ะ แม่เรียกให้ขึ้นรถจะพาไปหาหมอ
    #2
    0
  2. #1 1111
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 22:11
    ฮือออออออออออออออออแบบนี้เลยค่ะแบบนี้ น้ำตาจะไหลขอร้องไห้นะคะ ฮือออออออออออออออออ เป็นคู่ที่เหมือนจะไม่หวานแต่จริงๆคือหวานมว๊ากกกกกกกกกก บั่บสฟห่ดฟาหดฟยดฟกา ปากบอกเพื่อนแต่การกระทำมันไม่ใช่เลยค่ะ ยงกุกพูดน้อยแต่ดูรู้เลยว่ารักเขามาก ฮอลลลลลลลล
    #1
    0