คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS] Serenade (Kim Sejeong x Jung Chaeyeon)

โดย p_sone99

serenade... เพลงที่แต่งให้เพื่อเป็นเกียรติแก่คนรัก

ยอดวิวรวม

185

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


185

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 มิ.ย. 61 / 17:31 น.
นิยาย [OS] Serenade (Kim Sejeong x Jung Chaeyeon)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Serenade
.
.
.



.
.
.

--------------------------------------------






============================================================================
Theme song : https://www.youtube.com/watch?v=p78NTG09yT0
전우성 (JEON WOO SUNG) - 축가 (Serenade) 

วันช็อตสั้น ๆ ที่สั้นสมชื่อ
ไม่มีอะไรเลยค่ะ แค่พอเพลงนี้ออก เห็นน้องแชนในชุดแต่งงานแล้วสวยมาก 
เลยเกิดอาการคันมือนิด ๆ 55555555555555

คอมเม้นติชม หรือเข้าไปพูดคุยกันในทวิตเตอร์ #ฟิคในถ้ำ ได้นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ :)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มิ.ย. 61 / 17:31



ร้านกาแฟเล็ก ๆ ในมุมหนึ่งของกรุงโซลที่คนไม่พลุกพล่านมากนักถูกใช้เป็นที่นัดพบคุยงานสำคัญ ร่างเล็กผู้มาถึงก่อนเลือกที่นั่งที่สามารถมองเห็นสวนของร้านได้อย่างชัดเจน เสียบหูฟังสีขาวเปิดเพลงบรรเลงคลอให้อารมณ์ผ่อนคลาย ทอดอารมณ์ไปกับเสียงเพลงจนไม่รู้เลยว่าคนที่รอคอยได้มาถึงแล้ว

 

ผู้มาใหม่ยื่นมือไปโบกข้างหน้าให้คนเหม่อสะดุ้งหันมอง มือเล็กถอดอุปกรณ์พังเพลงออก จัดท่าทางการนั่งให้เหมาะกับการคุยงาน แม้จะเป็นคนคุ้นเคยกันแต่เรื่องงานก็ต้องจริงจัง ยิ้มให้คนที่ทำกำลังทรุดตัวลงบนเก้าอี้

 

“อารมณ์สุนทรีจังเลยนะ” ร่างสูงเอ่ยแซวผู้ร่วมงานที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิท

“นิดหน่อย”

“อ่ะนี่ ลูกค้ารีเควสมา”

 

มือเรียวยื่นกระดาษชุดหนึ่งให้คนตรงข้ามที่รับไปเปิดดูอย่างคร่าว ๆ

 

“ดูเป็นผู้ชายที่โรแมนติกจังนะ”

 

ได้ลองอ่านสิ่งที่ลูกค้าต้องการและเรื่องราวโดยย่อก็อดยอมรับไม่ได้เลยว่าคน ๆ นี้ช่างเป็นคนที่อบอุ่นเสียเหลือเกิน

 

“ที่จริงแกส่งเมลล์มาก็ได้”

“มาคุยแบบนี้แหละดีแล้ว เผื่อแกสงสัยอะไรจะได้คุยกันทีเดียว”

“อืมมม เท่าที่แกให้ข้อมูลมาก็เข้าใจอยู่ ครบเลยล่ะ”

 

ข้อมูลที่ว่าก็หนีไม่พ้นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของคนสองคนตั้งแต่แรกเริ่มจนปัจจุบันรวมไปถึงความรู้สึก เธอไม่ใช่พวกสอดรู้เรื่องคนอื่น หากแต่มันจำเป็นต่องานของเธอที่ลูกค้าต้องการ ...เพลงในงานแต่งงาน

 

หลังการคุยงานเสร็จสิ้น คิม เซจอง เลือกจะกลับบ้านเพื่อเริ่มงานในทันที การอยู่นอกเขตเมืองหลวงทำให้เธอสามารถมีบ้านหลังเล็ก ๆ มีสวนหย่อมที่ปลูกดอกไม้หลากสีช่วยให้ชดชื่นไม่น้อย เหมาะแก่การนั่งทอดอารมณ์ ซึมซับเรื่องราวความรักอันสวยงามผ่านตัวหนังสือในหน้ากระดาษ

 

มือเล็กเริ่มขีดเขียนถ้อยคำที่จะนำมาเรียงร้อยเป็นเนื้อเพลง มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ถนัดเพลงเศร้าและเพลงรักที่ไม่ต้องใช้ความหวานซึ้งอะไรมากมาย เพลงของเธอจึงมักจะถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปเป็นเพลงประกอบละครดราม่าน้ำตาแตก แต่กับเพลงนี้ต้องใช้ความโรแมนติกค่อนข้างสูง ถ่ายทอดความรู้สึก ความรักทั้งหมดลงไปในบทเพลง นี่แหละที่ทำให้เธอไม่ค่อยอยากรับแต่งเพลงสำหรับงานแต่งงานสักเท่าไหร่นัก ...ถ้ามันไม่จำเป็นเช่นครั้งนี้

.

.

.

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึก รู้ตัวอีกทีเซจองก็ยืนอยู่หน้าสถานที่จัดงานแต่งงานเสียแล้ว เพราะไม่ใช่งานใหญ่โตอะไร แขกเหรื่อในวันนี้จึงมีไม่กี่สิบคน และหลายคนในนั้นเธอรู้จักเป็นอย่างดี

 

“อ้าวเซจอง ไปไงมาไงเนี่ย สบายดีนะ”

“สบายดี”

“ไม่คิดนะว่าจะมา”

“มาร้องเพลงน่ะ ขอตัวก่อนนะ”

 

อยู่สนทนากับเพื่อนร่วมรุ่นเล็กน้อยก่อนจะขอแยกตัวไปอีกทาง เธอไม่อยากที่จะต้องตอบคำถามอะไรให้มากความ รู้ดีว่าคงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่เธอมาปรากฏตัวที่นี่ แต่เธอแค่มาทำงานเท่านั้น แค่เพลงเดียวเธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที

 

เสียงประกาศจากพิธีกรว่าถึงเวลาแล้วให้แขกทั้งหมดไปรวมกันหน้าแท่นพิธี ทุกคนร่วมดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งความสุข ยกเว้นก็แต่ร่างเล็กที่ขอแยกตัวไปนั่งรอบริเวณอื่นดีกว่า ไม่อยากต้องทนเห็นภาพที่ไม่อยากเห็น เดี๋ยวจะพาลทำงานกันไม่ได้พอดี

 

“คุณคิมคะ ได้เวลาแล้วค่ะ”

 

ยิ้มรับให้สต๊าฟในงานที่เดินมาเรียกเมื่อถึงเวลาของเธอแล้ว ก้าวเดินตามไปด้วยใจที่เริ่มสั่น ระยะทางสั้นลงจนเปียโนสีขาวอยู่ในสายตา คิม เซจองพยายามโฟกัสแค่นั้น ห้ามไม่ให้ตัวเองมองไปทางอื่นโดยเฉพาะที่แท่นพิธี ...แต่มันก็ยากเหลือเกิน

 

ร่างบางที่สูงกว่าเธอเล็กน้อยในชุดสีขาวสะอาด กระโปรงยาวลากพื้น ผมสวยถูกจัดทรงอย่างง่าย ๆ เวลผืนยาวที่หมดหน้าที่คลุมหน้าเจ้าสาวแล้วหลังการกล่าวคำสาบานถูกปล่อยไว้ด้านหลัง ไม่จำเป็นต้องเห็นด้านหน้าก็รู้ได้ว่าเจ้าสาวในวันนี้สวยมากแค่ไหน สีหน้ามีความสุขจากเจ้าบ่าวและแขกร่วมงานทำให้ร่างเล็กต้องกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เจ็บหนึบที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อคิดว่าคนที่หันหลังเองก็คงมีสีหน้าไม่ต่างกัน

 

อาจเป็นเพราะรอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มที่ส่งมาให้นักร้องรับเชิญทำให้หญิงสาวที่ยืนตรงหน้าเขาต้องหันตามมา เหมือนใครหยุดเวลาตรงนี้เอาไว้เมื่อต่างคนต่างนิ่งงัน รอยยิ้มกว้างที่เคยมีค่อยหุบลง สีหน้า แววตาลำบากใจถูกส่งออกมาอย่างเก็บไม่อยู่ ในเมื่อหญิงสาวไม่คิดว่าจะเจอร่างเล็กในวันนี้

 

เซจองดึงสติตัวเองอีกครั้ง นั่งลงหลังเปียโนตัวใหญ่จดจ่อสมาธิกับคีย์บอร์ด หลบตาจากสายตาคู่สวยที่มองมา รู้ดีว่าอีก่ายลำบากใจมากแค่ไหน เธอเองก็ไม่ต่างกัน ทั้งลำบากใจ ทั้งเจ็บปวด ใครจะไปคิดนะว่าวันนึงเธอจะต้องมาอยู่ในงานแต่งงานของคนที่เธอรักมากที่สุด ...งานแต่งงานของ จอง แชยอน

 

ช่างเป็นเจ้าสาวที่สวยจนไร้ที่ติ ชุดแต่งงานสีขาวที่เน้นทรวดทรงอย่างพอดีขับให้ผู้ที่ใส่นั้นดูสง่า เหนืออกขึ้นไปจนถึงไหปลาร้าถูกตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ผืนบางปิดคลุมให้ดูมีลูกเล่น ใบหน้าสวยถูกเติมแต่งอย่างเบาบางเป็นธรรมชาติเข้ากับหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี ผมสลวยถูกรวบไว้ด้านหลังเพิ่มความหน้ามองด้วยการปล่อยไรผมให้คลอเคลียใบหน้า ด้านหลังเป็นผ้าสำหรับคลุมหน้าผืนยาวที่รับหน้าที่เสริมเป็นการคลุมไหล่บางนั่นไว้ ช่อดอกกุหลาบขาวในมือถูกถือไว้ไม่ห่างอก รอเวลาที่จะได้ส่งต่อให้กับบรรดาสาว ๆ ที่หวังจะได้มีงานเป็นคนต่อไป

 

สวย สวยจนไม่อาจหาสิ่งใดมาเปรียบ สวยจนรู้สึกว่าคำว่าสวยยังน้อยไป ...แต่คงจะดีกว่านี้หากเซจองสามารถชื่นชมได้อย่างสนิทใจ

 

เสียเวลาไปกับการประหม่าและคิดพิจารณาคนตรงหน้าแท่นพิธีมากเกินไปแล้ว นิ้วเล็กทั้งสิบประจำตำแหน่งเตรียมบรรเลงเพลงรักสุดโรแมนติกเพื่อเป็นของขวัญแด่บ่าวสาวในวันอันแสนพิเศษ

 

เพียงอินโทรแรกก็สามารถสะกดผู้คนทั้งงานให้หันมองมายังจุดเดียว ยังไม่ทันขึ้นเนื้อร้องก็รับรู้ได้ทันทีว่าเพลงนี้ช่างสวยงาม เสียงหวานขับกล่อมผสานเปียโนที่บรรเลง รอยยิ้มพึงใจจากตัวเจ้าบ่าวและแขกที่นั่งอยู่เป็นเครื่องการันตีว่าบทเพลงนี้ช่างกินใจ หากแต่ใครจะสังเกตได้ถึงอารมณ์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากคนร้องมันตรงกันข้าม ...เพลงรักที่แสนเจ็บปวด

 

เวลาไม่ถึง 4 นาที แต่มันช่างยาวนานในความรู้สึก เสียงปรบมือดังทั่วบริเวณ ร่างเล็กลุกจากเก้าอี้โค้งขอบคุณ ยกยิ้มเล็กน้อยให้เจ้าของงานก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา หมดหน้าที่ในวันนี้ของเธอแล้วแต่ขาเจ้ากรรมดันเกิดอาการหมดแรงไปเสียดื้อ ๆ จึงจำต้องหาที่นั่งในมุมที่ค่อนข้างจะลับตาจากงานนั่น เสียงแว่วดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ ช่วงเวลาแห่งความสุขที่เธอเองก็อยากจะอยู่ร่วมยินดี แต่เธอไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น

 

ทิ้งตัวใส่พนักเก้าอี้ หลับตาหวังคลายความปวดร้าวในหัวใจ แปลกที่ไม่มีน้ำตาคงเป็นเพราะเจ็บเกินกว่าจะระบายออกไป เคยคิดไว้ว่าผ่านมานานแล้วไม่ได้มีความรู้สึกอะไร แต่นั่นก็แค่การหลอกตัวเอง วันนี้จึงได้เจ็บปวดขนาดนี้

 

ภาพในวันเก่าไหลเข้ามาในความทรงจำ ช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีรอยยิ้มด้วยกัน จนวันที่จอง แชยอน เลือกเดินจากไป ล้วนแต่เป็นเพราะตัวเธอทั้งสิ้น

 

หากวันนั้นเธอใส่ใจอีกคนมากกว่านี้

หากวันนั้นเธอเลือกที่จะรั้งเอาไว้

ในวันนี้... คนที่เคียงข้างแชยอน อาจเป็นเธอ

 

“เซจอง...”

 

เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกเธอดังแว่วมา คนที่ตอนนี้ควรอยู่ในงานเคียงคู่กับชายคนรัก แม้จะอยากหันไปแต่ก็ต้องหักห้ามใจ ไม่อยากให้ใครต้องมาเห็นเธอที่กำลังถูกความเจ็บปวดกัดกิน

 

“เซจองคะ”

 

เหมือนใกล้เข้ามาอีกแล้ว ใกล้เสียจนเสียงนั้นก้องอยู่ในหูเธอ แรงประทับที่บนบ่าทำให้เธอสะดุ้ง แต่ก็ยังไม่หันไปมองเจ้าของเสียงนั่น

 

“คิม เซจอง”

.

.

.

“คิม เซจอง”

 

เสียงเรียกพร้อมแรงเขย่าตัวทำให้ร่างเล็กสะดุ้งจากที่ฟุบหลับบนกองกระดาษ แพขนตากระพริบถี่คล้ายเรียกสติให้เต็มตื่น แสงรำไรที่หน้าต่างบอกว่านี่เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว หันไปมองคนที่เอ่ยชื่อเธอ

 

“...”

“ปะ เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมนิ่งแบบนั้น”

 

คงเป็นเพราะจ้องหน้าอีกฝ่ายนานไป ไม่ขยับไปไหน คล้ายคนมึน งง จนหล่อนนึกเป็นห่วงขึ้นมา มือเรียวจับใบหน้าคนตัวเล็ก ลูบไล้ให้ได้สติ

 

“แชยอน?”

 

เอ่ยเรียกคนตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย หล่อนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน

 

“อื้อ เค้าเอง”

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่หาย ในวันนี้ เวลาแบบนี้จอง แชยอนไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลย หล่อนควรอยู่ในงาน...

 

...แต่งงาน?

 

ดวงตาเบิกโพลงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบหันมองรอบตัว เธอไม่ได้อยู่ในสวนที่กำลังจัดงานนั่น และคนตรงหน้าไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว ในมือไม่ได้ถือช่อดอกไม้ ข้างกายไม่ได้มีชายหนุ่มรูปงามในชุดเจ้าบ่าว จะว่าเวลาผ่านมาแล้วก็ไม่น่าเป็นไปได้เลยเพราะเมื่อครู่เธอยังอยู่ในงาน เธอเพิ่งจะร้องเพลงจบไป แล้วเหตุการณ์นี้มันอะไรกัน หรือว่าเธอ...

 

 

“ฝันเหรอ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”

 

จอง แชยอนถามย้ำหลังจากฟังสิ่งที่คนรักเล่าจบไป อดไม่ได้ที่จะหัวเราะจนท้องแข็ง ผิดกับคนเล่าที่นั่งหน้าบูดเมื่อรู้สึกว่ามันไม่ได้ขำเลยแม้แต่น้อย ความฝันนั้นเหมือนจริงจนเธอรู้สึกได้ ทุกความรู้สึกเหมือนกับว่ามันเกิดขึ้นจริง

 

“ไม่ตลกเลยอ่ะแชน”

“ไม่คิดมากน้า มันก็แค่ฝัน เค้ายังอยู่กับเซจองตรงนี้ไง”

 

ร่างบางเอื้อมมือไปบีบแก้มคนคิดมากเบา ๆ คงเป็นเพราะช่วงนี้เจ้าตัววุ่นอยู่กับการแต่งเพลงสำหรับงานแต่งงานที่บวกกับ MV เพลงที่เธอไปร่วมแสดงเพิ่งออกมา แฟนคลับที่พวกด้วยตำแหน่งคนรู้ใจของนางเอกสาวจึงเอาแต่นั่งดูทั้งวัน เปิดวนจนเก็บเอาไปฝันเป็นตุเป็นตะแบบนี้

 

“เหนื่อยจัง เค้าขอนอนหน่อยนะ”

 

ชีวิตดาราแบบเธอการจะหาเวลาว่างติดต่อกันนั้นยากเอาการ หากไม่ได้มีงานอีเวนท์ เธอก็มักจะมีคิวถ่ายละครสัปดาห์ละไม่กี่วันจึงไม่จำเป็นต้องพักอยู่ในกรุงโซล สามารถกลับมาพักที่บ้านในซองนัมได้โดยไม่ลำบากอะไร แต่เพราะช่วงนี้ต้องลุยถ่ายละครแทบจะทั้งวันทั้งคืนทำให้เธอไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนและค้างที่คอนโดในเมืองหลวงมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว เมื่อละครปิดกล้องลงเธอจึงรีบพุ่งตรงมาที่นี่ทันที ...บ้านของสองเรา

 

มือเล็กปัดไรผมที่คลอแก้มคนหลับที่ใช้ตักเธอแทนหมอน ก็ชอบมาอ้อนกันแบบนี้ล่ะนะ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าอีกฝ่ายหลับแบบจริงจัง คงเหนื่อยมากจริง ๆ ปล่อยให้นอนสักพักดีกว่า ก้มมองเสี้ยวหน้าคนขี้อ้อนพลางยิ้มให้ตัวเอง โชคดีเหลือเกิน แม้จะต้องอยู่ในความสัมพันธ์แบบลับ ๆ บอกใครไม่ได้ก็ช่างมัน แค่อยู่ด้วยกันตรงนี้ก็พอ

 

นึกแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ที่ฝันเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น แต่ก็รู้สึกแย่ไม่น้อยเลยเมื่อต้องคิดว่าในอนาคตมันอาจเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ ความกลัวเล็ก ๆ ผุดขึ้นในใจ เมื่อในฝันไม่ได้มีภาพแค่แชยอนแต่งงาน แต่ยังมีภาพในอดีตที่เราทะเลาะจนห่างกันไป วันนั้นถ้าไม่ตัดสินใจเข้าไปง้อ ให้เราคุยกันแบบตรง ๆ ในวันนี้ภาพฝันนั้นคงเป็นจริง

 

สะบัดหัวไล่ความคิดไม่ดีออกไป อนาคตมันก็แค่สิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไม่ต้องกังวลไปกับมัน

 

แค่วันนี้


วินาทีนี้


ที่ตรงนี้


เรายังอยู่ด้วยกัน


จับมือกันไม่ปล่อย


...ก็เพียงพอแล้ว

ผลงานอื่นๆ ของ p_sone99

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น