นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Ѻ (Kang Kyungwon x Bae Juhyun)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้






***************************************************

 

JH : ถึงมันจะแค่เสื้อยืด แต่ก็ช่วยรีดมันหน่อยได้ไหม

KW : รีดทำไม ใส่แล้วเดี๋ยวก็ต้องถอดอยู่ดี

 

***************************************************





===================================================================================
เห็นเสื้อที่พิกวอนใส่ออก vlive มันดูยับๆ หน้าไอรีนก็ลอยมาทันที
เลยเกิดอาการคันไม้คันมือนิดๆ 555555555
ที่จริงคือเริ่มแต่งตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่เพราะความไม่ค่อยว่าง + ขี้เกียจอยู่มากโข
เลยเพิ่งจะเสร็จเอาวันนี้ แหะๆ

คอมเม้นต์ติชม หรือเข้าไปพูดคุยกันได้ในทวิตเตอร์ #ฟิคในถ้ำ ได้นะคะ

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่าาา

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 มี.ค. 61 / 02:13



ในชีวิตคุณ เคยเจออะไรที่มันขัดหูขัดตามาก ๆ บ้างไหม

 

ติ๊งงงง ~

 

ประตูสแตนเลสเปิดออกเมื่อเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมหยุดนิ่งสนิท ด้านหน้าคือหญิงสาวสูงสักราว ๆ 170 เซนติเมตรกำลังก้าวเข้ามา ขาเรียวยาวที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นทำให้ฉันนึกอิจฉา แอบไล่สายตามองคนมาใหม่อย่างระมัดระวัง รู้ดีว่ามันเป็นการเสียมารยาท แต่ขอเถอะ ขนาดขายังสวยขนาดนี้ แล้วหน้าตาจะสวยขนาดไหนกันนะ แม้ท่ายืนจะ เอ่อ.. เรียกได้ว่าไม่เป็นกุลสตรีศรีเซาธ์โคเรียสักเท่าไหร่นัก รวมถึงการกระดกเท้าเบา ๆ เป็นจังหวะนั่นด้วย แต่โดยรวมยังถือว่าน่ามองอยู่ดี

 

มือล้วงในกระเป๋าคาดว่าคงกำโทรศัพท์เครื่องบางอยู่ สังเกตจากการที่มีสายสีขาวที่คงเป็นอะไรไม่ได้นอกจากหูฟังต่อยาวจากกระเป๋ากางเกงไปด้านบน ถ้าให้เดามืออีกข้างก็น่าจะอยู่ในตำแหน่งไม่ต่างกัน ..ดูเป็นผู้หญิงสายชิล ถ้าฉันเป็นผู้ชายและมีคนอื่นนอกเหนือจากฉันกับหญิงสาวอีกคน พนันได้เลยว่าเบ จูฮยอนคนนี้จะต้องโดนหาว่าเป็นพวกโรคจิตแน่นอน

 

ละสายตาจากเรียวขาอันน่าดึงดูดนั่นเพื่อลองสำรวจท่อนบนของร่างกายบ้าง ไม่ทันจะได้พิจารณาสัดส่วนทองคำก็รู้สึกว่าใบหน้าสวยของตัวเองมันกระตุกยิก ๆ เมื่อสิ่งที่ปรากฏในสายตาคือเสื้อยืดสีครีมที่เหมือนจะไม่รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “เตารีด”

 

...นี่มันอาชญากรรมชัดๆ

 


 

ในชีวิตคุณ เคยรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกอาฆาตไหม

 

ตั้งแต่เข้าลิฟต์มาก็รู้สึกแปลก ๆ ชอบกล ครั้งแรกเหมือนถูกจ้องมองกึ่ง ๆ ลวนลามทางสายตา แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรเมื่อที่ตรงนี้มีเพียงฉันกับหญิงสาวอีกคนที่ดูท่าทางยังไงก็ไม่ใช่พวกโรคจิต เธอทำเพียงก้มหน้ามองพื้น ใบหูสองข้างคงกำลังทำหน้าที่นำคลื่นเสียงจากอุปกรณ์เข้าสู่โสตประสาทตัดขาดโลกรอบตัวอย่างสิ้นเชิง นั่นถือว่าเป็นเรื่องดีที่ฉันจะได้แอบมองเธอ ...สวยมาก ให้ตายสิ

 

โชคดีชั้นที่สองเมื่อตำแหน่งที่เราสองคนยืนนั้นมันเยื้องกัน ฉันอยู่ด้านหน้าในขณะที่เธอยังคงยืมก้มหน้าอยู่ด้านหลัง และโชคดีชั้นที่สามเมื่อ ณ ตอนนี้ดูจะไม่มีใครอื่นอยากออกไปไหน ตลอดทางที่เจ้ากล่องเหล็กเคลื่อนที่ลงจึงมีเพียงฉันกับแม่สาวกระต่ายน้อยเท่านั้น

 

บรรยากาศที่กำลังดีให้หัวใจได้ระริกระรี้จู่ ๆ ก็คล้ายมีเมฆทมิฬเข้าปกคลุม ขนทั่วร่างพากันลุกอย่างตื่นเต้นโดยไร้สาเหตุ หลังคอเย็นวูบวาบเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่อยู่ตรงนั้น รู้สึกอึดอัดดั่งอากาศโดยรอบกำลังกดดันมาที่นี่ ลองสำรวจร่างกายตัวเองก็ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติจากภายในแต่อย่างใด สิ่งที่สัมผัสได้อยู่ตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย มันเหมือนฉันกำลังโดนปองร้าย เหมือนฉันกำลังถูก..อาฆาต

 

เหงื่อผุดขึ้นตามไรผม มือเรียวที่ซุกในกระเป๋าสั่นอย่างห้ามไม่ได้ พยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้เตลิดเลยไปไหน นึกสงสัยว่าอีกคนนั้นรู้สึกถึงความแปลก ๆ ในลิฟต์นี้บ้างไหม แต่เธอยังคงนิ่งอยู่ท่าเดิม หรือว่าเธอจะเป็นต้นเหตุของเรื่องราวเหล่านี้

 

หรือว่าเธอ..ไม่ใช่คน

 

 

เพ้อเจ้อ! ฉันเคยบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าดูหนังผี หนังสยองขวัญเยอะ เกมผีนั่นก็ด้วย”

“ไม่ได้เพ้อเว้ยนี่ฉันเจอจริง ๆ มันเป็นเหตุการณ์ที่แปลกมาก เหมือนที่เคยดูในหนังเลย”

“ฟังฉันนะคัง คยอนวอน แก! คิด! ไป! เอง!

 

ฉันรู้ว่ามันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ฉันเล่าทุกอย่างแบบไม่ได้เสริมเติมแต่งแม้แต่นิดเดียว แล้วดูเจ้าเพื่อนตัวดีนี่สิ นอกจากหาว่าฉันเพ้อแล้วยังทำท่าว่าเอือมระอาใส่กันอีก จริงอยู่ที่ฉันชอบเรื่องราวอะไรแบบนั้นแต่ฉันแยกแยะได้น่า ฉันไม่ได้เก็บมันเอามาจิตนาการต่อเสียเมื่อไหร่ มีบ้างที่เก็บไปฝันก็เท่านั้น อยากจะน้อยใจคนด้านข้างให้หนักที่ไม่ยอมเชื่อกัน ก็นึกขึ้นได้ว่ายัยนี่คงไม่มีทางง้อเด็ดขาด ดูจากการโซ้ยรามยอนแบบไม่สนใจสิ่งรอบข้างนั่นสิ งอนไปก็ต้องหายเองอยู่ดี

 

กินเสร็จก็แยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมัน ครั้นอยากจะขอไปค้างห้องเพื่อนสนิทเพราะยังฝังใจกับเหตุการณ์นั้นไม่หายก็รู้สึกกระดากใจที่จะไปเป็นส่วนเกินให้ห้องหอของคู่รัก ตัดใจพาตัวกลับไปยังที่เดิมคิดในแง่ดีปลอบใจตัวเองเข้าไว้ว่ามันคงไม่เกิดขึ้นซ้ำสองหรอก ...มั้ง

 


 

อีกแล้ว... ฉันเจอกับยัยเสื้อยับนี่อีกแล้ว เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่เจอกันในช่วงค่อนไปทางดึกแบบนี้ แน่ล่ะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอยังคงใส่เสื้อยืดยับ ๆ ออกไปข้างนอกเสมอ อย่าว่าแต่เสื้อเลยกางเกงก็ไม่ต่างกันมากนักหรอก และทุกครั้งที่เห็นมันช่างกวนใจจนอยากจะเข้าไปถามว่าให้ฉันรีดเสื้อผ้าให้เอาไหม

 

คงต้องโทษตัวฉันเองที่เป็นคนประเภทนี้ ถึงได้รู้สึกหงุดหงิดกับคนแปลกหน้าเพียงเพราะเสื้อผ้าของเธอมันไม่เคยสัมผัสกับเตารีดเลย แต่หล่อนเป็นผู้หญิงนะ ควรรักษาภาพพจน์ไว้บ้างสิ การแต่งตัวเป็นสิ่งแรก ๆ ที่คนอื่นจะมองเห็น แล้วแบบนี้จะไปสร้าง First impression ให้ใครเขาได้เหรอ อดคิดไม่ได้เลยว่าแฟนเจ้าตัวจะรู้สึกยังไงเวลาเจออะไรแบบนี้ เอ๊ะ..นี่ฉันกำลังเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานให้คนอื่นหรือเปล่านะ บางทีคงมีแค่ฉันนี่แหละที่ขัดใจเรื่องพวกนี้

 

ติ๊งงงง ~

 

ลิฟต์หยุดที่ชั้น 11 ซึ่งห้องของผู้หญิงคนนั้นตั้งอยู่ แค่เธอเดินออกไปฉันก็ไม่ต้องทนเห็นเสื้อยืดยับ ๆ นั่นอีกแล้ว แต่เพราะความกวนใจหลายครั้งหลายคราจนไม่อยากจะทนส่งผลให้ฉันก้าวตามเธอออกไป

 

“คุณ.. คุณ.. นี่คุณ”

“ค..คะ”

“ทำไมคุณไม่รู้จักรีดเสื้อบ้างคะ มันยับยู่ยี่แบบนี้คุณกล้าใส่ออกมาข้างนอกได้ไง ถ้าคุณไม่รู้จักเตารีดหรือรีดผ้าไม่เป็นเนี่ยร้านซักรีดก็มีเยอะแยะ ที่คอนโดเราก็มีบริการซักรีด ฉันว่าคุณไปใช้บริการบ้างเถอะค่ะ อย่าใส่เสื้อยับ ๆ แบบนี้อีกเลย เห็นแล้วมันบ่งบอกว่าคุณเป็นคนไร้ระเบียบแค่ไหน”

 


 

ไปแล้ว.. แม่กระต่ายสาวเมื่อตอนแรกพบนั้นไปแล้ว ทิ้งให้ฉันยืนงง กลางชั้น 11 หลังจากที่เธอเรียกและร่ายคาถาอะไรไม่รู้ยืดยาว เพราะมัวแต่มองหน้าสวย ๆ นั่นทำให้เลยทำให้ได้ยินไม่ชัดนัก เสื้อยับ ซักรีดอะไรก็ไม่รู้ รู้อย่างเดียวเธอสวยเป็นบ้า ตัวเล็กน่ารักน่าพกพา แต่พอนึกไปถึงเหตุการณ์ประหลาดที่มักจะเกิดขึ้นเวลาเราสองคนอยู่ในลิฟต์แล้วนั้น ขนก็พากันลุกชันทั่วร่าง ...บรื๋อ~~~~

 

ฉันพาตัวเองกลับเข้าห้องอย่างไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนัก ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันไม่ตามเจ้าหล่อนไปเพื่อถามถึงสถานการณ์เมื่อครู่นี้ เธอเป็นใคร ชื่ออะไร อยู่ชั้นไหน ห้องไหนก็ไม่รู้ แล้วแบบนี้ฉันจะไปหาเธอได้จากไหนกัน หรือจะต้องลองให้ลิฟต์เสี่ยงทายดู

 

เย อิ เย อิ เย ~

 


 

นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไป ยัยจูฮยอนเอ๊ย ไปทำแบบนั้นกับคนไม่รู้จักได้ยังไง แล้วเขาจะมองฉันเป็นคนยังไงกันก่นด่าตัวเองในใจเสียยกใหญ่หลังจากทำเรื่องที่น่าไม่อายจากอารมณ์ชั่ววูบ ถึงฉันจะเป็นคนเจ้าระเบียบและรักการรีดผ้ามากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ควรจะไปทำอะไรแบบนั้นไม่ใช่เหรอ บนโลกนี้คงไม่มีใครเข้าไปต่อว่าคนไม่รู้จักเพียงเพราะเขาไม่รีดเสื้อหรอกจริงไหม แต่ฉันได้ทำมันลงไปแล้ว

 

หากพรุ่งนี้หรือวันต่อ ๆ ไปบังเอิญได้เจอกันอีก ฉันจะทำยังไงดี หล่อนคงไม่เข้ามาด่าทอฉันคืนหรอกใช่ไหม เราอยู่คอนโดเดียวกันมีโอกาสได้เจอกันอีกแน่ หรือฉันจะขายแล้วย้ายคอนโดหนีดี บ้าน่า..ได้ยังไงกัน พี่ชายฉันได้ฆ่าตายพอดี เขาอุตส่าห์ยกมันให้

 

ฉันควรไปขอโทษเธอ ใช่..มันควรเป็นแบบนั้น พรุ่งนี้ฉันจะไปขอโทษเธอ หวังว่าเธอจะไม่โกรธกันนะ

 

 

ติ๊งงงง ~

ตัวเลขสีแดงหยุดค้างที่เลข 11 หัวใจฉันเต้นรัว มือชื้นเหงื่อกำลังสั่น ลุ้นว่าหน้าประตูนั่นจะใช่ผู้หญิงคนนั้นอีกไหม เหมือนโลกหมุนช้าลง ภาพสโลว์โมชั่นของประตูลิฟต์ที่กำลังเปิดออกค่อย ๆ เผยให้เห็นร่างของผู้เข้ามาใหม่ เป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่กำลังก้าวเข้ามา ไม่ทันที่ฉันจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะยังไม่พร้อมเจอหล่อนสักเท่าไหร่ตากลมก็ต้องเบิกกว้างเมื่อด้านหลังผู้ชายคนนั้นคือเธอ

 

ทำตัวให้ลีบเข้าไว้นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด ในลิฟต์ช่วงเช้าแบบนี้คนค่อนข้างเยอะ และด้วยความที่เป็นคนตัวเล็กอยู่แล้วทำให้ฉันหลบหลังคนอื่นได้อย่างง่ายดาย วันนี้เธอดูแปลกตาจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ปกติฉันจะเจอเธอในลุคเสื้อยืดยับ ๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาฉันตอนนี้คือเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีขาวที่เรียบกริบ สกินนี่ยีนส์กับรองเท้าผ้าใบสีดำยี่ห้อดัง ที่ไหล่ข้างหนึ่งมีกระเป๋าเป้สีดำ มืออีกข้างถือแจ็คเก็ตหนังเอาไว้ ต้องขอบคุณที่เธอเลือกยืนในจุดที่ทำให้ฉันสามารถมองเห็นเธอได้อย่างชัดเจน

 


 

นาฬิกาข้อมือบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า ยังไม่สายเท่าไหร่นักสำหรับคนที่มีสอบตอนแปดโมงครึ่งแบบฉัน ทำให้มีเวลาโอ้เอ้ในร้านสะดวกซื้ออย่างใจเย็น ความจริงแล้วฉันเป็นพวกตื่นสายถึงสายมาก ๆ เข้าเรียนเข้าสอบอย่างฉิวเฉียดทุกที แต่ที่วันนี้สามารถออกมาสูดอากาศยามเช้าได้ก็เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับต่างหากล่ะ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าเพราะอะไร ก็ผู้หญิงคนเมื่อคืนเธอเข้ามารบกวนจิตใจฉันเป็นบ้า

 

เสร็จภารกิจการตามหาอาหารเช้าที่ใช้เวลาไม่นาน ฉันก็ออกจากร้านพร้อมกับกาแฟกระป๋อง แซนด์วิชทูน่า ขนมปังไส้ถั่วแดง ไส้กรอก และน้ำเปล่า มื้อเช้าเป็นสิ่งสำคัญ..ต้องจัดเต็ม

 

ป้ายรอรถประจำทางคือจุดหมายต่อไป สำหรับเด็กต่างจังหวัดที่บ้านมีฐานะปานกลางการจะออกรถเอามาขับใช้สักคันคงทำไม่ได้ง่าย ๆ หรอกใช่ไหมล่ะ จะซื้อจักรยานสักคันยังคิดแล้วคิดอีก ที่ได้มาอยู่คอนโดดี ๆ ในเมืองหลวงแบบนี้ก็เพราะผลบุญจากการเป็นญาติห่าง ๆ ของเจ้าของห้องทั้งนั้น จึงได้เช่าในราคาแสนถูก อะไรประหยัดได้ก็ประหยัดไปยกเว้นเรื่องกิน

 

“ผู้หญิงคนนั้นนี่หว่า”

 

บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต นึกว่าจะมีโอกาสได้เจอเธอแค่ในลิฟต์นั่นซะอีก การได้มาเจอที่ป้ายรถเมล์แบบนี้เหมือนสวรรค์ได้ลิขิตมาแล้ว

 

“หวัดดีป้า”

 

แอบเนียนเดินไปใกล้ไม่ให้เธอได้รู้ตัว เอ่ยทักทายยามเช้าด้วยท่าทีกวน ๆ ดูเธอจะชะงักไปนิดเหมือนตกใจที่เจอ แน่ล่ะ ในเมื่ออยู่ดี ๆ เธอก็เข้ามาต่อว่าฉันเสียยืดยาวเรื่องเสื้อที่มันยับยู่ยี่ ตอนนั้นมัวแต่เพ้อเพราะความสวยน่ารักที่โดนใจอย่างมากจึงไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป กว่าจะรู้ตัวว่าเธอพูดอะไรออกมาบ้างก็ตอนที่หลุดจากภวังค์นั่นแหละนะ พอลองปะติดปะต่อจากสิ่งที่เธอพูดมากับสิ่งที่ฉันพบเจอ เหตุการณ์ประหลาดพวกนั้นมันเกิดขึ้นเพราะว่าฉันใส่เสื้อไม่ได้รีด ...แบบนี้ก็ได้เหรอ

 

เอาเถอะถึงเธอจะดูเป็นผู้หญิงที่แปลกไม่น้อยในความคิดฉันแต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า เธอนั้นช่างน่าสนใจ

 


 

ฉันอยากจะหายไปจากตรงนี้ หลบจากในลิฟต์แล้วยังต้องมาเจอที่นี่อีกเหรอ แต่เอ๊ะ.. เมื่อกี๊ยัยเสื้อยับนี่ทักทายฉันยังไงนะ ป้าเหรอ? ยัยนี่เรียกฉันว่าป้า!!!

 

“ย๊า!! เรียกใครว่าป้า ห้ะ!” หันไปแว้ดใส่คนตัวสูงด้านข้าง ที่ยังคงยืนยิ้มให้อยู่แบบนั้น

“ก็ป้านั่นแหละ วันนี้เสื้อฉันไม่ยับแล้ว เป็นไงล่ะ”

ท่าทางกวนประสาทนั่นทำให้ฉันอยากจะเป็นบ้า แถมยังอวดเสื้อล้อเลียนฉันอีก ความคิดที่เคยอยากจะขอโทษมันหายไปหมดแล้ว

 

“เป็นบ้าหรือเปล่า มายืนแอ่นตัวอวดเสื้อใส่คนไม่รู้จัก” ขมวดคิ้วใส่ไปที ยืนแอ่นส่ายไปมาแบบเทเลทับบี้นั่นคิดว่าน่ารักมากหรือไงกัน

 

“ถ้าฉันบ้า ป้าก็บ้ากว่า มีที่ไหนมาด่าคนไม่รู้จักแค่เพราะไม่รีดเสื้อ”

 

บ้าเหรอ ป้าเหรอ แค่! ไม่! รีด! เสื้อ! เหรอ!!! ปรี๊ด เบ จูฮยอนปรี๊ดแล้วเมื่อได้ยินสิ่งที่ยัยตัวสูงนี่พูดออกมา ว่าฉันว่าป้า บอกฉันว่าบ้าฉันยังโกรธน้อยกว่าการที่เธอทำเหมือนว่าการรีดผ้ามันไม่สำคัญอะไร ฉันทนไม่ได้!!

 

“แค่เหรอ เธอบอกว่ามันแค่ไม่รีดเสื้อเหรอ เธอมองเป็นเรื่องเล็กน้อยได้ยังไงกัน เธอรู้มั้ยว่าการรีดผ้ามันมีคุณค่า ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ต้องใช้ความอดทนและความประณีต บรรจงวางเตารีด ค่อย ๆ เลื่อนมือไปตามซอกมุม เธอต้องเริ่มจากการรีดปกเสื้อ แขน แล้วค่อยรีดตัว ห้ามลงน้ำหนักมือมากเกินไป เธอต้องใส่ใจแม้กระทั่งว่าผ้าแบบไหนใช้ไฟเท่าไหร่ เวลาที่กลิ่นของความร้อนกระทบเส้นใยผ้ามันลอยเข้าจมูก จะรู้สึกได้ถึงความเป็นระเบียบ เมื่อสวมใส่จะให้ความรู้สึกที่มั่นใจ ดูดี และที่สำคั —”

 

 

“พูดอะไรของป้าอ่ะ  รถมาแล้วฉันไปนะ บาย”

หลังจากยืนกระพริบตาปริบ ๆ ฟังคนตรงหน้าร่ายยาวเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของการ เอ่อ.. รีดผ้า ไปสักพัก ฉันก็คิดว่าควรต้องไปแล้วเมื่อรถประจำทางจอดเทียบป้าย อยากจะขำแต่เธอดูจริงจังจนฉันขำไม่ออก แอบรู้สึกผิดนิด ๆ ที่บังอาจใส่เสื้อไม่ได้รีด เหมือนตัวเองได้ก่ออาชญากรรมอันร้ายแรงที่อาจทำให้โลกนี้ถึงกาลล่มสลาย แต่นั่นมันเสื้อยืดไง จำเป็นต้องรีดเหรอ แค่เสื้อยืดอ่ะ

 

ปล่อยป้าขี้บ่นไว้ที่ป้ายนั่น เหมือนเธอจะรู้ตัวแล้วว่าได้ทำอะไรลงไปถึงได้ยืนหน้าเจื่อนแบบนั้น จะบอกให้ก็ได้ว่าบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้เสียงเบาจนได้ยินกันสองคน แต่มันทั้งบริเวณต่างหากล่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะให้เธอเผชิญหน้ากับความอับอายเพียงคนเดียวหรอกนะ แต่ฉันเองก็กำลังจะสายแล้ว ถ้าฉันไปสอบไม่ทันนี่มันหายนะยิ่งกว่าการไม่รีดเสื้อยืดซะอีก

 


 

เป็นอีกครั้งกับการที่ออกไปหาอะไรกินยามดึกกับเพื่อนสนิท อะไรที่ว่าก็หนีไม่พ้นรามยอนในร้านสะดวกซื้อนั่นแหละ ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้เพื่อนตัวดีได้ฟัง แน่นอนว่าเจ้านี่หัวเราะเสียลั่นร้านจนคนมอง ฉันอยากจะเคืองที่หล่อนบังอาจขำป้าผู้น่ารักของฉัน แต่เข้าใจเพื่อนดีเพราะมันเป็นเรื่องตลกจริง ๆ

 

กำลังจะเลี้ยวเข้าประตูคอนโด สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างเล็กของใครคนนึงพอดี ผมดำรวบขึ้นเป็นก้อนตรงกลางศีรษะ ตากลมโต ปากนิด จมูกหน่อย ผิวขาวราวกับน้ำนม และส่วนสูงที่ไม่น่าจะเกินร้อยหกสิบ ทำให้คน ๆ นี้ดูน่ารัก ยอมรับว่าสนใจตั้งแต่ที่ได้เจอครั้งแรกแต่ไม่กล้าเข้าไปทำความรู้จัก คิดไปคิดมาก็คงไม่พ้นว่ามีแฟนแล้วเป็นแน่แท้ สวยขนาดนี้คงเหลือถึงฉันหรอกน่า

 

“ไงป้า กลับซะดึกเชียว”

“เมื่อไหร่จะเลิกเรียกฉันว่าป้าสักที”

ยิ้มให้พร้อมยักคิ้วใส่อย่างกวน ๆ ดูเธอจะหัวเสียไม่น้อยที่มาเจอฉัน คนน่ารักไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดสินะ แม้แต่ตอนทำหน้าบึ้ง ขมวดคิ้วเป็นปมแบบนี้

 

“นี่เธอใส่เสื้อยับๆ นี่อีกแล้วเหรอ” นั่นไง เหมือนเธอจะมีเรด้าจับเรื่องนี้โดยเฉพาะ เจอกันกี่ครั้งก็ไม่พ้นเรื่องนี้ทุกที หรือฉันควรต้องรีดเสื้อนี่ดีนะ แต่ว่ามันจำเป็นด้วยหรือไง

 

“แล้วจะให้ฉันเรียกว่าอะไรล่ะ ฉันไม่รู้จักชื่อป้านี่” ยักไหล่ทำเป็นเมินต่อประโยคนั่น ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไร เพราะฉันหาเรื่องถามชื่อคนตัวเล็กนี่ได้อย่างเนียนๆ แล้วน่ะสิ ฉลาดใช่มั้ยล่ะ ^^

 

“ฉันชื่อเบ จูฮยอน ทีนี้ก็เรียกเลิกฉันว่าป้าสักที”

“โอเค ฉันคัง คยองวอน ยินดีที่ได้รู้จักนะป้าจูฮยอน”

เธอแนะนำตัวด้วยความเหวี่ยงตามสไตล์ ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่านี่คือปกติ หรือเป็นเฉพาะกับฉันกันแน่ แต่ฉันก็ไม่เสียมารยาทให้เธอต้องรอนาน แนะนำตัวกลับทันที พร้อมกับฉีกยิ้มให้หนึ่งที ไม่ต้องเดาเลยล่ะว่าปฏิกิริยาของเธอที่มีต่อประโยคต่อท้ายชื่อฉันนั่น จะเป็นยังไง

 

“ย๊า!! ฉันอายุมากจนพอให้เธอเรียกป้าเหรอ”

 

ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ...

 

“ป้าอายุเท่าไหร่” ได้ชื่อแล้วก็ถึงข้อมูลพื้นฐานอันต่อไปต่อไป การรู้อายุอาจไม่ได้ทำให้การปฏิบัติของฉันที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปได้หรอก แต่รู้ไว้น่าจะดีกว่า ซึ่งฉันประเมินคร่าวๆ แล้ว ถ้าไม่อายุเท่ากัน ก็คงห่างกับฉันบวกลบไม่เกินสองปี

 

27 ถามทำไม”  ผิดคาด ใครจะไปคิดว่าห่างกันตั้งหกปี นี่คนอายุใกล้จะสามสิบงั้นเหรอ ทำไมดูเด็กกว่าฉันที่เพิ่งจะยี่สิบต้นๆ ไม่ใช่เพราะฉันหน้าตาล้ำอายุหรอก แต่หล่อนดูเด็กกว่าวัยต่างหากล่ะ

 

“ฉัน 21 ห่างกันพอให้เรียกป้าได้อยู่ดี”

“ไอ้เด็กนี่!!!

การกวนประสาทคู่สนทนาให้อารมณ์เสียนั้นดูจะเป็นเรื่องสนุกที่ฉันพึงกระทำ ไม่เพียงหน้าตาที่เด็กกว่าวัยหรอก กิริยา ท่าทางก็ดูไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่วัยยี่สิบเจ็ดสักนิด ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร อมยิ้มกับท่าทางนั้นไม่นานก็นึกได้ว่าเราสองคนยืนคุยกันหน้าคอนโดมาพักนึงแล้ว สมควรแก่การจะก้าวเท้าเข้าสู่ชายคาสถานที่พักของสองเราเสียที

 

“ไม่เข้าคอนโดเหรอ” เอ่ยชวนและผายมือประหนึ่งตัวเองเป็น gentleman เรียกค้อนจากคุณสุภาพสตรีได้อีกวงใหญ่

 

 

ตลอดทางจากประตูจนกระทั่งเข้ามาอยู่ในลิฟต์ การสนทนายังคงบรรยากาศแบบเคย นั่นคือมีหนึ่งคนที่หงุดหงิด และอีกคนที่ยิ้มกว้าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครมีอาการแบบไหน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ฉันย่อท้อที่จะคุยกับหล่อนแต่อย่างใด เรื่องที่คุยก็คงไม่พ้นเรื่องเสื้อยับๆ นี่ที่ดูมันจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเธอไม่น้อย ซึ่งฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่หรอก มันดูแปลกๆ นะที่คนเพิ่งรู้จักกันคุยกันด้วยบรรยากาศแบบนี้ เป็นคนอื่นคงจะต่อว่าและหาว่าเธอเพี้ยน แต่ไม่ใช่กับฉันที่สุดแสนจะยินดีปล่อยให้เป็นแบบนี้ไป เพราะคนอย่างคัง คยองวอนน่ะ มีอะไรแอบแฝงอยู่เสมอ แล้วใครจะไปคิดล่ะว่าการสนทนาแบบนี้จะทำให้ฉันได้รู้ข้อมูลสำคัญมา นั่นคือ เธอ! ยัง! ไม่! มี! แฟน!! ดูเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่คนสวยขนาดนี้จะโสด แต่มันเป็นไปแล้ว หัวใจของฉันเต้นอย่างลิงโลดจนแทบกระเด็นออกมานอกอก อยากจะวิ่งออกจากลิฟต์ไปกู่ร้องให้ก้องด้วยความยินดี

 

 “นี่เลยชั้นเธอแล้วนี่ ไม่กลับห้องเหรอ” เสียงหวานปลุกจากวังค์แห่งความสุข เธอคงไม่ได้สังเกตหรอกว่าฉันไม่ได้กดหมายเลขชั้นของตัวเอง มีเพียงของเธอเท่านั้น ซึ่งดูแล้วอยู่ชั้น 29 โน่น สูงชะมัด

 

“รู้ด้วยหรือไงว่าฉันอยู่ชั้นไหน”

“เจอเธอบ่อย ๆ คงไม่รู้เลยล่ะมั้ง”

โอ ฉันควรรู้สึกยังไงดี คิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ยว่าเธอแอบสนใจฉันอยู่หน่อยๆ ถึงแม้ว่าเรื่องที่เธอสนใจมันจะเป็นเรื่องเสื้อก็ตามที แต่การสนใจเรื่องเสื้อของฉัน = สนใจฉัน ฮริ๊ง~

 

“อืมมม ฉันแค่อยากขึ้นไปส่งป้าก่อนน่ะ” หยอดไปหนึ่งหลอดให้พอกรุบกริบ เผื่อเธอจะรู้สึกใจเต้นกับความอบอุ่นของฉัน

 

“เพื่อ?” แต่จากการตอบรับนั้น ทำให้ฉันเก็บเศษหน้าแทบไม่ทัน

 

“ไม่รู้สิ แค่อยากหาเรื่องอยู่ด้วยนาน ๆ แหละมั้ง เอ่อ..ฉันหมายถึงยังอยากคุยกับป้าต่อน่ะ คือ..มะ หมายถึงว่าอยากทำความรู้จักอีกสักหน่อย”

 

 

ฉันอดจะเลิกคิ้วกับประโยคนั่นไม่ได้ คำพูดตะกุกตะกักกับท่าทางเขินอายนั่นดูไม่เป็นคนตัวสูงจอมกวนเลยสักนิด ฉันก็ไม่เข้าใจหรอกว่าเจ้าเด็กปากเสียนี่จะอยากขึ้นมาส่ง หรืออยากรู้จักฉันทำไม แต่ในเมือเธอหวังดีฉันก็ควรน้อมรับความหวังดีนี้ไว้ อย่างน้อยๆ เราก็อยู่คอนโดเดียวกันมีโอกาสได้เจอกันบ่อย รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย

 

ถ้าตัดเรื่องความกวนนั่นออกไป คัง คยองวอนก็ดูเป็นคนที่น่าสนใจไม่น้อย อารมณ์ดี หน้าตาดี สัดส่วนรูปร่างดี ติดที่ท่าทางดูตรงกันข้ามกับความสวยงามที่มี คงออกแนวผู้หญิงสบาย ๆ ลุย ๆ แมน ๆ

 

แต่ดูรวม ๆ แล้วมีสเน่ห์เหลือเกิน ~

 

เอาล่ะ ในเมื่อเธออยากจะคุยกับฉันต่อ ฉันก็ไม่เกี่ยงอะไร แต่หัวข้อบทสนทนาตอนนี้ฉันคงให้ได้แค่เรื่องเสื้อนั่น ฉันอยากจะรู้เหตุผลว่าทำไมเธอชอบใส่เสื้อยับ ๆ อาจจะดูแปลกนะ แต่มันคาใจฉันมานาน และคาใจหนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อฉันเห็นว่าเธอก็มีเสื้อเรียบ ๆ ใส่ อย่าหาว่าฉันบ้าหรือเพี้ยนอะไร เพียงแต่ฉันคิดว่าการใส่เสื้อผ้ายับมันเสียบุคลิก มองแล้วไม่สบายตาสักเท่าไหร่

 

แล้วฉันก็ได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้ เธอรีดผ้าไม่เป็น เสื้อผ้าพวกนี้เธอแค่ใส่มันอยู่ห้องกับออกไปร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโดก็เท่านั้น ส่วนพวกเสื้อผ้าบางชุดที่ต้องใส่อย่างเป็นทางการ เธอจะส่งร้านจ้างรีดเอา แต่ที่ไม่ส่งรีดทั้งหมดเพราะมันเปลืองเงิน

 

อืมมมม...

 

ยิ่งคุยเหมือนยิ่งสนิท ทั้งที่หัวข้อสนทนามีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น บรรยากาศดีขึ้นแต่ยังคงความมาคุนิด ๆ อย่างเคยเพราะความกวนประสาทของเด็กตัวสูงด้านข้างนั่นแหละที่ชอบทำให้ฉันโมโห ถ้าจำไม่ผิด ตั้งแต่ที่เคยคุยกันมาไม่มีครั้งไหนที่จะเป็นไปได้ด้วยดีเลย นี่ก็เพิ่งจะได้ลงมือฟาดกันไปเพราะความปากเสียนั่น

 


 

ติ๊งงงงง~

 

ตัวเลขสีแดงหยุดค้างที่เลข 29 พร้อมกับประตูสีเงินกรุด้วยสแตนเลสเปิดออก ไม่ต้องเสียเวลามองหาว่าใครคือผู้ที่อาศัยอยู่ชั้นนี้ในเมื่อมีแค่เราสองคน ฉันซึ่งอยู่ชั้นสิบเอ็ดคงไม่ใช่เจ้าของห้องแถวนี้เป็นแน่

 

“อยู่สูงเหมือนกันแฮะ” ฉันพึมพำขณะก้าวเท้าตามคนตัวเล็กออกไป ไม่ได้อยากจะไปเข้าห้องสาวเจ้าอะไรเทือกนั้น แต่ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว เดินไปส่งถึงหน้าห้องสักหน่อยคงไม่เป็นอะไร แต่ถ้าได้เข้าไปข้างในก็ดี

 

คนนำหน้าหยุดเท้าส่งผลให้ฉันต้องรีบเบรกเกือบหน้าทิ่ม เธอหันหน้ามาเลิกคิ้วใส่ด้วยความหมายอะไรไม่รู้ ฉันก็ไม่ได้ฉลาดขนาดที่จะเดาท่าทางอะไรใครออก

 

“อะไรเหรอ”

“ถึงชั้นฉันแล้ว เธอก็กลับไปสิ”

เธอเอ่ยเหมือนเป็นการไล่ ไม่ใช่แค่คำพูดแต่เธอยังวาดสายตาไปยังเจ้าตู้โดยสารที่เราเพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่

“เอ่อ.. อ่า.. โอเค” ฉันยึกยัก แหม มันก็เสียดายหน่อย ๆ ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วแต่ไม่รู้ว่าเธอพักที่ไหน ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรนะ แค่อยากรู้ไว้เฉย ๆ แต่เธอเชิญขนาดนี้แล้วฉันก็คงไม่ตื้อจะอยู่ต่อแต่อย่างใด วันนี้ยอมถอยไปก่อนก็ได้

 

“เดี๋ยว – เธอเอ่ยเรียกทำให้ฉันต้องหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวออก หันหลังกลับไปหมองพลางเลิกคิ้วถามว่าเธอมีอะไรอีกหรือ “– คราวหน้าอย่าใส่เสื้อยับ ๆ อีกนะ” ถ้าฉันตาไม่ฝาดไป นั่นเธอ..ยิ้มใช่ไหม

 

“ถ้างั้น– ฉันเว้นวรรคชั่วครู่ เรียกความมั่นใจให้ตัวเอง เธอยังคงมองฉันด้วยสายตาอันน่าหลงใหลคู่นั้นจนฉันประหม่าที่จะเอ่ยประโยคถัดไป

 

“– ป้าก็ไปรีดให้ฉันสิ”

 


 

Special shot

“ย๊า!!! คัง คยองวอน ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าเวลาซักผ้าให้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย”

 

เสียงแว้ดจากคุณป้าขี้บ่นดังขึ้นทันทีที่หล่อนหยิบเสื้อตัวสวยจากราวตากผ้าที่มีเสื้อผ้าหลากสีแขวนเรียงรายอยู่ เสียงนั้นเปรียบเสมือนไฟฟ้าแรงสูงที่ช็อตจนฉันสะดุ้งต้องเด้งตัวจากโซฟาตัวยาวถลาเข้าไปหาแม่คุณทูนหัวทันทีทันใด

 

“โถ่ คุณผู้หญิงคะ น้ำยามันหมดแล้วเค้ารีบด้วยอ่ะเลยไม่ได้ซื้อ” คุกเข่ากอดเอวเล็กไว้พร้อมงัดเสียงสองสามสี่บวกทำตาแป๋วอ้อนวอนให้คุณนายท่านเห็นใจ

 

ฟึบ! เสื้อตัวสวยย้ายจากมือบางลงมาอยู่บนหน้าฉันทันที

 

“ไปซักใหม่เลยนะ แล้วซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย”

“จ้า ได้จ้า รับคำสั่งพร้อทำตามเดี๋ยวนี้แหละจ้า”

 

เธอสั่งด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันรู้ชะตาตัวเองทันที ไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ นอกจากต้องรีบไปหยิบตระกร้าแล้วกวาดเสื้อผ้าบนราวนั่นลงอย่างด่วนจี๋

 

เพิ่งจะตากเสร็จไม่ถึงชั่วโมง นี่ฉันต้องเหนื่อยอีกแล้วเหรอ T.T

ผลงานอื่นๆ ของ p_sone99

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 U.U
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 10:30

    เอาชีวิตจริงของคุณ เบ มาเขียนหรอคะไรท์ 55+ สนุกดีค่ะ

    #1
    0