นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [OS] Miracle in December (BinKyeong ver.)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้








들리지 않는 들으려 애쓰다


ฉันดิ้นรนเพื่อฟังเสียงเธอ เสียงเธอที่ฉันนั้นไม่อาจจะได้ยิน...



----------------------------------------------------------------------------------------------







====================================================================================
ชะแว้บเอา Miracle in December เวอร์ชั่นบิ้นกยองมาลง
สำหรับใครเคยอ่านเวอร์ชั่นแทนี่แล้วไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ เพราะเหมือนกันเลย 5555555
ที่รีไรท์ก็เพราะว่าง และเพลงนี้ยังคงเป็นเพลงที่เราชอบมากๆ
เอาไว้เผื่อเป็นทางเลือก ใครอยากอ่านคู่เป็นแทนี่ หรือบิ้นกยองก็เลือกได้ตามใจชอบเลยค่าาาาา
และแน่นอนว่าคริสต์มาสนี้มีวันช็อตอีกเรื่อง ฝากติดตามด้วยนะคะ

คอมเม้นท์ติชม หรือเข้าไปพูดคุยได้ในทวิตเตอร์ #ฟิคในถ้ำ ได้นะคะ
ขอบคุณค่าาาาา

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ธ.ค. 60 / 14:51



                December 24, 2017 

                  Jingle bells, jingle bells, Jingle all the way, Oh what fun it is to ride In a one-horse open sleigh…’


                เสียงเพลงฮิตประจำเทศกาลอย่าง Jingle bells ดังแว่วมาจากโบสถ์ที่ตั้งตระหง่านในย่านเมียงดง ร้านค้า ตึกรามบ้านช่องต่างประดับประดาด้วยไฟหลากสีสัน เช่นเดียวกับถนนที่ทอดยาวก็ถูกประดับด้วยไฟหลากสีสันเช่นกัน ต้นสนสีเขียวขนาดสูงเท่าตัวคนถูกวางไว้หน้าร้านสะดวกซื้อ 24 ชม. ผู้คนมากมายต่างออกมาชื่นชมแสงไฟด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข แม้จะเป็นเวลาค่อนข้างดึกและอากาศที่หนาวจนติดลบแต่รอยยิ้มบนใบหน้าพวกเขาก็ ไม่จางหายไป ราวกับว่าพวกเขานั้นมีความสุขกับวันนี้มากมายเหลือเกิน... ใช่ เพราะนี่มันคือเทศกาลแห่งความสุข คริสต์มาส

                หิมะที่โปรยปรายลง มาในวันแห่งความสุขมองไปทางไหนก็เห็นแต่สีขาวโพลนที่ตัดกับไฟหลากสี สองเท้าย่ำไปตามทางที่เต็มไปด้วยหิมะ สายลมที่พัดผ่านแม้จะเพียงบางเบาแต่ในฤดูหนาวเช่นนี้ก็ทำให้สองมือบางที่ อยู่ภายใต้ถุงมือสีหวานต้องยกขึ้นมากอดตัวเองเพื่อหวังที่จะให้อ้อมกอดนั้น คลายหนาวลงได้บ้าง แต่ไม่เลย... นั่นสินะ กอดตัวเองมันจะไปหายหนาวได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อที่เธอหนาวน่ะ เธอหนาวที่ หัวใจ


                ดวงตาโศกมองกวาดไปรอบๆ กาย ช่วยไม่ได้ที่มุมปากจะกระตุกยิ้มให้กับภาพที่เห็น ก็ดูผู้คนเหล่านั้นสิทำไมเขาดูมีความสุขกันเหลือเกินแล้วทำไมเธอถึงได้เศร้า ในวันแห่งความสุขขนาดนี้กันนะ ทำไมกัน...


          สองเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุด ชะงักลงเมื่อรู้สึกถึงน้ำอุ่นๆ บริเวณหางตา ทำให้ต้องถอนหายใจเบาๆ หลับตาและเงยหน้าขึ้นมองฟ้าพลางยกยิ้มให้กับตัวเอง


          คิม มินกยอง ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน

 


..............................................................................................

 

 

                3 years ago…


                ปึ้ง!!

                เสียงประตูปิดลงเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนที่ออกไปข้างนอกนั้นกลับเข้ามาแล้ว ร่างสูงที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เหลือบมองดูนาฬิกา

                - 9.18 PM - ‘อ่าาา วันนี้กลับดึกอีกแล้ว

                กลับมาแล้วเหรอเยบิน กินอะไรมาหรือยังล่ะ?” ร่างสูงละมือจากงานตรงหน้าพลางเอ่ยถามคนรักเสียงใส แล้วลุกขึ้นเดินไปต้อนรับคนที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานด้วยรอยยิ้มกว้าง

                อืมคัง เยบินทำเพียงขานรับในลำคอเบาๆ พร้อมเหล่มองเจ้าของห้องที่เดินมารับตน

                วันนี้กลับดึกทำไมไม่โทรบอกล่ะ ฉันจะได้ไปรับคิม มินกยองเอ่ยถามคนรักด้วยเสียงอ่อนโยนที่เจือไปด้วยความห่วงใย สายตาอบอุ่นมองไปยังคนตรงหน้า รอยยิ้มกว้างยังไม่หายไปไหน

                ฉันขับรถกลับเองได้ แล้วอีกอย่างนี่มันก็ยังไม่ได้ดึกมากสักหน่อยเสียงหวานที่ติดเหวี่ยงหน่อยๆ ตอบคำถามกับคนตรงหน้าพร้อมทั้งเดินหนีอีกฝ่าย เข้าไปในห้องชุดสุดหรูที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างเรียบง่าย

                แต่ก็น่าจะโทรบอกกันสักนิดนี่นา ฉะ…”

                นี่!! คิม มินกยอง!! ฉันไม่ใช่เด็กมัธยมนะ. ที่กลับบ้านดึกแล้วจะต้องโทรรายงานพ่อแม่น่ะ!!ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะพูดจบคังเยบินก็โพล่งขึ้นมาอย่างหงุดหงิด เธอเหนื่อย เธออยากอาบน้ำจะแย่แล้วแต่อีกคนก็ยังเซ้าซี้เธออยู่นั่นแหละ

                เยบินไม่เห็นต้องขึ้นเสียงใส่ฉันเลยนี่ พูดกันดีๆ ก็ได้คิมมินกยองตัดพ้อคนรักอย่างน้อยใจ อะไรกัน.. เธอทำผิดอะไรเหรอ ทำไมอีกฝ่ายต้องมาหงุดหงิดใส่เธอด้วย?

                อย่ามางี่เง่านะกยองคังเยบินตวาดใส่ร่างสูงแล้วเดินเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว

                ปั้ง!!!!!

                เสียงปิดประตูห้องนอนดังลั่นตามอารมณ์ของผู้ปิดทิ้งไว้เพียงคนที่กำลังสงสัยว่าตัวเองทำอะไรผิดไป

                ฉันแค่เป็นห่วงเธอก็เท่านั้นเอง

..............................................................................................


                ติ๊ดดดด ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

                เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่น แต่คนที่กำลังนอนอยู่ยังไม่มีท่าทีที่จะตื่นเลย มีเพียงร่างสูงเท่านั้นที่ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เมื่อเห็นว่าคนรักกำลังหลับสบายจึงไม่อยากรบกวน

                เมื่อคืนหลังจากที่ถูกปิดประตูใส่หน้า คิมมินกยองกลับไปทำงานต่อทั้งๆ ที่จิตใจฟุ้งซ่าน ความคิดไม่ได้อยู่ที่งานตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย มันเอาแต่คิดถึงคนในห้องนอน คิดถึงเรื่องที่เพิ่งทะเลาะกัน เอ่อ.. จะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่ใช่ เรียกว่าเธอโดนเหวี่ยงดีกว่า แล้วก็คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านๆ มา   เธอนั่งจ้องคอมฯเกือบ 2 ชั่วโมง จึงตัดใจจากงานตรงหน้าและเข้าห้องนอน เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบอีกคนกำลังนอนหลับอยู่อีกฝากของเตียง คงเหนื่อยมากสินะร่างสูงคิดในใจและยิ้มเบาๆ  ยืนมองคนรักอยู่สักพักจึงเดินไปสอดตัวใต้ผ้าห่มและนอนมองอีกฝ่ายที่นอนหันหลังให้จนหลับไป

                ห๊าววววว วววว!!! กี่โมงแล้วเนี่ยตายแล้วววว สายแล้วๆๆๆๆๆจากที่กำลังสะลึมสะลือเตรียมไถตัวลงไปนอนต่อ ดวงตาคู่สวยกลับต้องเบิกโพลงเมื่อนาฬิกากำลังกำลังบอกว่าเธอสายแล้ว!

                ให้ ตายสิ นี่ฉันลืมตั้งนาฬิกาปลุกรึไงกัน สายแน่ๆเลยฉัน โอ๊ยยยย..เสียงหวานกำลังบ่นใส่ตัวเองอย่างหัวเสีย สองมือก็จัดการแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

                ตื่นแล้วเหรอเยบิน มากินอาหารเช้าก่อนสิเมื่อเห็นคนรักเปิดประตูห้องนอน ร่างสูงที่กำลังเตรียมอาหารเช้าจึงเอ่ยทักอย่างสดใสพร้อมรอยยิ้มที่มักจะส่งให้อีกฝ่ายอยู่เสมอ

                ไม่ล่ะ สายแล้ว ทำไมเธอถึงไม่ปลุกฉัน?” แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดของคนที่กำลังจะไปทำงานสาย

                ก็ฉันเห็นเธอกำลังหลับสบาย เลยไม่อยากปลุก

                ถ้าฉันตั้งนาฬิกาปลุกตอนไหน แสดงว่าฉันต้องตื่นตอนนั้นสิ เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้หรือไง!!!เหวี่ยงไปด้วย ใส่รองเท้าไปด้วย รองเท้าบ้านี่ก็ใส่ยากจริงๆ  ถ้าไม่เห็นว่าสวย โยนทิ้งไปนานแล้ว!!


                ฉันขอโทษร่างสูงหลุบตาลงต่ำ เอ่ยขอโทษคนรักเสียงแผ่วเบา แม้ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรผิดไปก็ตาม แต่ก็นี่แหละ..คิมมินกยอง มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ขอโทษทั้งๆ ที่บางครั้งตัวเองก็ไม่ได้ผิดอะไร

                ช่างมันเถอะเมื่อเห็นคนรักเอ่ยขอโทษ คังเยบินจึงลดระดับเสียงแต่ยังคงเจือไปด้วยความหงุดหงิดอยู่ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป

                เดี๋ยวสิ ยะเยบิน เธอเอาไปกินระหว่างทางก็ได้นี่ไม่ทันแล้ว พยายามจะเอ่ยรั้งคนรัก แต่ก็ไม่ทันแล้ว เธอไปแล้ว


..............................................................................................

 

                ขอโทษด้วยค่ะคุณจอน ฉันมาสายหลังจากที่บึ่งรถฝ่าฟันการจราจรอันแสนจะติดขัด คังเยบินก็มาถึงที่นัดหมาย ณ ร้านกาแฟแบรนด์หรูบนห้างดังใจกลางกรุงโซล

                ไม่เป็นไรครับ ดูจากเหงื่อแล้ว ผมเดาว่าคุณต้องรีบวิ่งมาแน่ๆชายหนุ่มกระเซ้าอีกฝ่ายอย่างเย้าหยอก ไม่มีอาการโกรธเคืองที่อีกฝ่ายมาสายแต่อย่างใด

                เอ่อ.. ค่ะ ฉันว่าเราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะคะคุณจอนคังเยบินยิ้มรับอีกฝ่ายอย่างเก้อเขิน จากนั้นจึงรีบพูดเข้าเรื่องงานเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

                ใจเย็นๆ ครับคุณคัง พักก่อนก็ได้ สั่งอะไรดื่มหน่อยไหมครับ

                ไม่เป็นไรค่ะคุณจอน ฉันกลัวมันจะรบกวนเวลาคุณถึงแม้จะแอบเห็นด้วยกับอีกฝ่าย แต่เธอก็ยังเกรงใจอยู่ดี

                ไม่เป็นอะไรหรอกครับคุณคัง ผมว่างทั้งวัน รอเดี๋ยวนะครับผมจะไปสั่งเครื่องดื่มให้พูดจบก็ลุกขึ้นไปที่เคาน์เตอร์โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้โต้แย้ง ผ่านไปครู่เดียวชายร่างสูงก็เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมไอซ์อเมริกาโน่และเรดเวลเว็ทเค้ก

                นี่ครับคุณคัง ผมเดาว่าคุณยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเลยสั่งเค้กมาให้คุณด้วย ยังไงก็ทานรองท้องไปก่อนนะครับชายหนุ่มยิ้มหวานให้อีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบัง

                ขอบคุณค่ะคุณจอนเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มอย่างเกรงใจ ก็นะ..เธอมาก็สาย นอกจากเขาจะไม่โกรธเคืองกันแล้วยังจะเทคแคร์กันขนาดนี้อีก

                ผมว่าคุณเลิกเรียกนามสกุลผมเถอะครับ เรียกชื่อผมเถอะ ผมไม่ถือหรอก

                ค่ะ คุณวอนอูตอบรับอีกฝ่ายแล้วจึงก้มลงจัดการเค้กตรงหน้าทันทีโดยไม่ทันเห็นรอยยิ้ม เอ็นดูที่อยู่บนใบหน้าหล่อของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามนั่น


.............................................................................................. 


                ครืดดดดดด ครืดดดดดด ครืดดด

                คนตัวสูงที่ทำกำลังออกแบบบ้านหลังงามละมือจากเม้าส์ไปรับโทรศัพท์ เมื่อเห็นชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็อดที่จะถอนหายใจเบาๆไม่ได้ เรื่องนั้นสินะ เฮ้ออออ...

                ว่าไงนายอง” 

                [แกลืมอะไรไปรึเปล่ากยอง วันนี้แกมีนัดตรวจนะ]  ปลายสายพูดด้วยเสียงหงุดหงิดเล็กๆ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะเพื่อนตัวดียังไม่มาตามนัดสักทีทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็สายแล้ว

                อ้าวเหรอ โทษทีฉันลืมไปน่ะความจริงแล้วเธอไม่ได้ลืมหรอก เพียงแต่ว่าตอนนี้เธอไม่อยากจะออกไปไหนต่างหาก

                [ฉันว่าแล้วแกต้องลืม รีบมาแล้วกัน] คิดไว้แล้วว่าต้องลืม มันน่านักเพื่อนคนนี้นี่!!!


                อืมๆ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละวางสายจากคุณเพื่อนสุดที่รัก คิมมินกยองก็จัดการเซฟงาน ปิดคอมฯ ทันที เพื่อเตรียมตัวออกไปตามนัด ถ้าสายกว่านี้เดี๋ยวก็ได้โดนเพื่อนตัวดีโทรมาวีนอีก 

                ทำไมใครๆ ก็ชอบมาวีนใส่จัง กยองล่ะเหนื่อยใจ เห้อมมมมมม!!!!


.............................................................................................. 



                Seoul International Hospital


                อาการของมินกยองเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอแทนที่คนที่เอ่ยปากถามคุณหมอตรงหน้าจะเป็นคนที่เข้ารับการตรวจ แต่ดันกลายเป็นเพื่อนสนิทเจ้าตัวถามเองซะนี่

                นายอง แกจะตื่นเต้นไปทำไมเนี่ย -*-มินกยองพูดอย่างเอือมเล็กน้อย ก็ดูเจ้านี่สิตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าตัวเธอซะอีก ทั้งๆ ที่คนป่วยคือเธอนะ

                ฉันไม่ได้ตื่นเต้น ฉันแค่อยากจะรู้เร็วๆตอบกลับเพื่อนรักด้วยหน้าตาใสซื่อ ทำเอาอีกฝ่ายแทบอยากจะถีบให้ตกเก้าอี้สักที

                เอ่อ.. ใจเย็นๆ กันก่อนนะคะ เดี๋ยวหมอจะบอกผลการตรวจเดี๋ยวนี้แหละค่ะคุณหมอสาวยิ้มน้อยๆกับสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า เป็นภาพที่เธอเห็นจนชินตาไปแล้วที่ตัวคนป่วยจะนั่งทำหน้าเบื่อไม่อยากจะรู้ผลการตรวจสักเท่าไหร่กับอีกคนที่ดูจะกระตือรือร้นในการฟังประหนึ่งเจ้าตัวเป็นคนป่วยซะเอง ... น่ารักจริงๆเพื่อนคู่นี้

 


                ไอกยอง ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเครียด อย่าทำงานเยอะ ให้รู้จักดูแลตัวเองบ้าง กินยาให้ตรงเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ...” 

                หยุด!!! แกนี่บ่นยังกับเป็นแม่ฉันเลยนะไอหินยกมือปรามให้อีกฝ่ายหยุดพูดสักที หลังจากออกจากห้องตรวจมาก็เป็นอย่างที่เห็น เพื่อนรักพูดบ่นเธอไม่หยุดปากเลย ถ้าเธอไม่ห้ามก็ไม่รู้ว่าจะหยุดบ่นไหม

                ก็ฉันเป็นห่วงแกนี่หว่าไอเพื่อนคนนี้ ฉันเป็นห่วงแกนะ มาว่าฉันเหมือนแม่แกได้ไง ฉันน้อยใจนะเนี่ย เชอะ!!!

                ฉันรู้น่าเข้าใจว่าเพื่อนเป็นห่วงแต่เล่นมาบ่นกันขนาดนี้ ใครๆ ก็ต้องเบื่อเป็นธรรมดาแหละน่า หรือคุณไม่เป็นล่ะ!


                แล้วนี่แกบอกเยบินรึยังหลังจากปล่อยให้ความเงียบปกคลุมมาสักพักใหญ่ๆ อิมนายองก็เอ่ยถามอีกคนอย่างสงสัย แต่ดูท่าว่าคำถามจะจี้ใจจำไปสักนิด เพื่อนของเธอเลยมีแววตาที่เศร้าลงแบบนี้

                ยัง ช่วงนี้เยบินยุ่งๆ ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเหนื่อยกับเรื่องของฉันเพิ่มอีกตอบคำถามเพื่อนเสร็จก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้

                โห..ไอกยอง ไอพระเอกซีรี่ย์ เยบินเป็นแฟนแกนะเว้ยแกจะรออะไรวะเรื่องขี้บ่นขี้โวยวายคงจะเป็นเครื่องหมายการค้าของคนๆ นี้ไปแล้วสินะ ส่วนภาพลักษณ์นิ่งเป็นหินนั่นมันหลอกลวงชัดๆ

                เออ น่า เดี๋ยวให้เยบินเสร็จงานนี้ฉันจะบอกเธอเองใช่ว่าเธอจะไม่อยากบอกคนรัก เวลาป่วยใครก็ต้องการคนดูแลทั้งนั้น แต่จะให้เธอทำยังไงได้ล่ะทุกวันนี้แค่ คุยกันดีๆยังไม่ได้เลย


                ตั้งแต่ขึ้นรถมาเพื่อนเธอก็เอาแต่นั่งเงียบ เหม่อมองออกไปนอกรถแววตานั้นดูเศร้าจนเธออดเป็นห่วงไม่ได้ ถ้าให้เดาเรื่องที่คิดนั้นคงไม่พ้นเพื่อนแฟนเจ้าตัวแน่ๆ เธอพอจะรู้มาว่าพักหลังนี้ทั้งสองคนนั้นมีปัญหากันอย่างหนัก ทะเลาะกันแทบจะทุกวันจนเธออดสงสัยไม่ได้ว่าในเมื่อเป็นขนาดนี้แล้วทำไมไม่ ห่างหรือเลิกรากันไป แต่ก็พอเข้าใจได้ล่ะนะว่าเพื่อนของเธอรักเยบินมาก ทั้งคู่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนตอนนี้ก็ราวๆ 6 ปีแล้ว คู่รักที่ใครต่างก็อิจฉาแต่มาวันนี้กลับกลายเป็นหนังคนละม้วน หรือว่า..ความรักของทั้งสองคนมันจะมาถึงจุดอิ่มตัวกันแล้วนะ


                คุณมินกยองคะ ฉันคิดว่าคุณควรจะเข้ารับการรักษาอย่างจริงจังได้แล้วนะคะ ถ้าปล่อยไปอาการคุณจะแย่ลงอีก
                ฉันเข้าใจค่ะคุณหมอ แต่ฉันยังไม่พร้อม


                ถ้า อย่างนั้นช่วงนี้คุณก็ควรจะดูแลตัวเองให้มากๆนะคะ คุณต้องทานยาให้ครบ พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญคุณห้ามเครียดหรือหักโหมตัวเอง เพราะถ้าอาการคุณทรุด ฉันก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันจะร้ายแรงขนาดไหน


                บทสนทนากับคุณหมอ ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ เธอรู้ตัวดีว่าร่างกายเธอกำลังอ่อนแอลงมากแค่ไหน แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา เธอห้ามตัวเองไม่ให้เครียดไม่ได้หรอกในเมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้


..............................................................................................



          เยบินนา .. วันนี้วันหยุดเราไปเที่ยวกันไหมร่างสูงถามคนรักด้วยน้ำเสียงสดใส วันนี้อากาศดี ลมหนาวเริ่มมาแล้วเหมาะกับการขับรถเล่นหรือเดินรับลมเย็นๆ แล้วยิ่งถ้าได้ไปกับคนรัก เดินจับมือกันคงจะเป็นอะไรที่มีความสุขมากเลยล่ะ ...แต่แล้วความคิดทั้งหลายก็ต้องพังทลายลงเมื่อคนรักตอบกลับมา

                ฉันมีธุระง่ายๆ สั้นๆ ประโยคเดียวที่สั่นไหวทั้งหัวใจ

                ธุระอะไรกัน เดี๋ยวนี้เราไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเลยนะนั่นน่ะสิ เธอกับคังเยบินไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันนานแล้ว นานจนลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายน่ะเมื่อไหร่ และไปไหนกัน

                ก็ฉันมีธุระ เธอจะอะไรกันนักกันหนามินกยองตอบกลับด้วยเสียงหงุดหงิด(เช่นเคย) เธอเองก็รู้ว่าเราสองคนไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้ว แต่ว่าเธอยุ่งๆ นี่นา ทำงานเสร็จก็เหนื่อยจนไม่อยากจะออกไปไหน

                ธุระของเธอคือการไปพบคุณจอนวอนอูอะไรนั่นใช่ไหม เธอว่าความให้เขาเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องไปพบกันอีกคิมมินกยองโพล่งด้วยเสียงหงุดหงิดไม่แพ้กัน เธอมีธุระอะไรกับเขาอีก???

                ธุระส่วนตัวของฉัน เธอไม่ต้องยุ่ง!!!คิ้วเรียวสวยเริ่มกระตุกย่นเข้าหากันเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเริ่มหาเรื่องเธออีกแล้ว

                เธอรู้ตัวไหมว่าเธอเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพราะเธอเหนื่อยจากงาน ฉันรู้ว่าเธอเป็นทนายที่ฝีมือดีใครๆ ก็อยากร่วมงานกับเธอ ฉันก็พยายามเข้าใจเธอมาตลอด แต่ตั้งแต่ที่เธอทำงานให้คุณวอนอูอะไรนั่นเธอก็ยิ่งเปลี่ยนไป เธอไปพบเขาบ่อยๆ เธอเจอเขามากกว่าที่เราเจอกันซะอีก

 

                ร่างสูงรู้สึกว่าตัวเองจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้ว เธอหงุดหงิด โมโห เธอไม่อยากจะเป็นฝ่ายยอมอีกต่อไป เธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากที่จะทนอะไรต่อไปแล้ว และเหมือนว่าตัวเองจะหน้ามืดไปเสียอย่างนั้น เหงื่อผุดตามไรผมทั้งที่อากาศก็ออกจะเย็นแบบนี้ หัวใจเต้นรัวเร็ว มือเธอเริ่มสั่นเล็กๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามเก็บอาการเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความผิด ปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ

                ก็เขาให้ฉันเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับบริษัทเขา ฉันก็ต้องไปพบเขาบ่อยๆ สิคังเยบินตอบไปตามความจริง หลังจากการร่วมงานในครั้งนั้นเขาก็ได้เชิญให้เธอไปเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของบริษัททำให้ต้องได้พบเจอกันบ่อยๆ เพื่อพูดคุยปรึกษาปัญหาต่างๆ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการพูดคุย เรื่องส่วนตัว ก็ตามที

                ท่าทางบริษัทเขาจะมีปัญหาเยอะจริงๆ นะถึงได้เรียกเธอไปปรึกษาแทบจะทุกวันแบบนี้น่ะ หึ!อดไม่ได้ที่จะประชดประชันออกไปแบบนั้น ในเมื่อสิ่งที่เธอได้ รับรู้ มากับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเหมือนจะไม่ตรงกัน

                เธออย่ามาหาเรื่องฉันนะมินกยอง แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอคุยกับผู้หญิงคนอื่นน่ะเมื่อรู้สึกว่าตัวเองโดนหาเรื่องมามากแล้วเธอเองก็อยากจะตอกกลับอีกฝ่ายเช่นกัน

          ฉันคุยกับใคร เธออย่ามาหาเรื่องฉันนะ!!ใครกัน? เธอไปคุยกับผู้หญิงอื่นตอนไหน? ตั้งแต่คบกันมาเธอไม่เคยคุยกับคนอื่นเลยนะ คังเยบินพูดบ้าอะไรกัน หรือแค่อยากจะหาเรื่องให้เธอเป็นฝ่ายผิดก็เท่านั้น

                ก็ผู้หญิงที่ชื่อ เบ จูฮยอน อะไรนั่นไงล่ะ ฉันเห็นนะว่าเธอคุยกันแถมยังออกไปพบกันบ่อยๆ อีกคังเยบินยิ้มเยาะเมื่อเห็นอีกฝ่ายแก้ตัวเป็นพัลวัน อย่าคิดว่าฉันโง่ไปหน่อยเลยคิมมินกยอง ฉันรู้ว่าเธอแอบคุยกับใครลับหลังฉัน ฉันเห็นไม่ใช่ไม่เห็น!!!

                มันไม่ใช่แบบที่เธอคิดนะเยบิน คุณเบจูฮยอน เขาเป็น...ร่างสูงไม่กล้าบอกว่าผู้หญิงที่ชื่อเบจูฮยอนนั้นเป็นหมอที่กำลังรักษาเธออยู่ตอนนี้ เธอไม่อยากเขวไปเรื่องอื่นเพราะตอนนี้เธอต้องการเคลียร์เรื่องของคังเยบินกับจอนวอนอูเท่านั้น!! 

                เป็นอะไร ? ลูกค้า ? หึ.. ช่วงนี้เธอรับงานของรีสอร์ทรุ่นพี่เธออยู่ไม่ใช่หรือไง ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบรับงานซ้อน ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่ลูกค้าเธอหรอกแก้ตัวไม่ออกเลยล่ะสิคิมมินกยอง แสดงว่าเธอแอบคุยกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆสินะ

                เขาจะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ ฉันพูดเรื่องเธอกับไอคุณวอนอูอะไรนั่นอยู่นะคนรักจงใจจะหาเรื่องให้เธอเป็นคนผิดจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย เมื่อเป็นแบบนี้ก็เหมือนทำให้อารมณ์ของมินกยองยิ่งเพิ่มขึ้น ระดับเสียงจึงเพิ่มขึ้นตามอารมณ์

                เรียกเขาดีๆ หน่อยอย่างน้อยเขาก็เป็นเจ้านายฉันได้ยินสรรพนามที่อีกฝ่ายพูดถึงบุคคลที่สาม แม้มันอาจจะไม่ใช่คำหยาบคายอะไรแต่ก็ทำให้เธอหงุดหงิดใช่เล่นเลยล่ะ ในเมื่อเขาเป็นถึงเจ้านายเธอและเป็นคนที่เธอ รู้สึกดี ด้วย

                มีปกป้องกันด้วย.. ฉันเข้าใจแล้วล่ะคัง เยบิน อย่างน้อยถ้าเธอจะคบกับเขาก็ช่วยบอกเลิกฉันก่อนเถอะ ไม่ใช่แอบคบแอบทำอะไรลับหลังฉัน  ปล่อยให้ฉันเป็นไอโง่แบบนี้!!!คิมมินกยองตะคอกใส่คนรักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอโกรธจนหน้าแดงน้ำตาคลอไปหมดเมื่อเห็นคนรักพูดปกป้อง(?)เขา

                เธออย่ามาดูถูกฉันแบบนี้นะมินกยอง!!!เมื่อคนตรงหน้าพูดจาที่คล้ายจะเป็นการดูถูกเธอทำให้เธอทนไม่ได้ตอบกลับอีกฝ่ายด้วยเสียงดังไม่แพ้กัน เธอแทบอยากจะตบหน้าเขาที่พูดจาแบบนี้แต่ก็ทำได้เพียงยกมือขึ้นมาชี้หน้าเท่านั้น เพราะต่อให้เธอโกรธแค่ไหนเธอก็ลงมือทำร้ายร่างกายคนรักของเธอไม่ลงหรอก

                ฉันไม่ได้ดูถูกเธอ ฉันพูดตามสิ่งที่ฉันเห็นและรู้มา

                คิมมินกยองรู้เห็นและสงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่มาตลอด แรกๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นว่ามันก็แค่เรื่องงาน แต่แล้วคังเยบินกลับเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ค่อยอยู่ห้องในช่วงวันหยุด ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแต่กว่าจะกลับเข้ามาก็ค่อนข้างดึก คุยแชทกับใครสักคนแทบจะตลอดเวลาบางครั้งก็เขินอายจนเธออดสงสัยไม่ได้ เธอเห็นคนรักกับชายหนุ่มคนนั้นหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะตอนกินข้าว เดินห้าง คุยกันออกมาจากโรงหนังรอบดึก หรือแม้แต่ตอนที่จอนวอนอูมารับส่งเยบินถึงหน้าคอนโด เธอพยายามคิดแล้วว่าเพราะเรื่องงานเท่านั้นไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ จึงเก็บทุกเรื่องไว้ในใจทำเหมือนไม่รู้อะไร แต่สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวจึงแอบค้นโทรศัพท์อีกฝ่ายวางไว้บนเตียงนอนทำให้ได้เห็นบทสนทนาที่เขาทั้งคู่คุยกัน บทสนทนาที่เกินกว่าจะเป็นเพียงผู้ร่วมงาน

                Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr


                เสียงโทรศัพท์ดังเหมือนเป็นสัญญาณระฆังหมดยก ใครกันที่โทรเข้ามาตอนนี้

                ค่ะคุณวอนอู ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะอ่า... บุคคลผู้ที่เป็นหัวข้อในการโต้วาที(?)เมื่อสักครู่นี่เอง

                ขนาดเราทะเลาะกันเธอยังรับโทรศัพท์เขาเลย เขาคงสำคัญกว่าฉันที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเธออีกสินะ!!!เชื่อเขาเลย เราเพิ่งจะทะเลาะเรื่องหมอนี่กันไปแต่คังเยบินยังจะมีแก่ใจรับสายเขาอีก

                ฉันไม่มีเวลามาทะเลาะกับเธอแล้วนะมินกยอง เชิญเธองี่เง่าไปคนเดียวเถอะพูดคุยกับปลายเสร็จทำให้ได้รู้ว่าเธอสายมามากแล้ว วันนี้เธอมีธุระคุยงานกับเขาจริงๆ ไม่ใช่ไปพบเพราะเรื่องส่วนตัว

                ถ้าเธอไป.. ฉันจะถือว่าเธอเลือกเขาแล้วเราก็จบกันพูดออกไปแม้จะด้วยเสียงแผ่วเบาแต่ก็สร้างความตกใจให้อีกฝ่ายได้ เพราะไม่คิดว่าเธอจะพูดคำนี้ออกมา อันที่จริง...เธอก็ไม่ได้อยากจะพูดมันหรอกนะ เพียงแต่ว่าเธอเหนื่อยเหลือเกินที่จะประคองความรักด้วยตัวคนเดียว มันไม่ใช่การพูดเพราะอารมณ์แต่มันคือสิ่งที่เธอคิดดีแล้ว

                มือบางที่กำลังจับลูกบิดประตูชะงักไปเมื่อได้ยินสิ่งที่คนรักพูดออกมา เธอยอมรับว่าเธอตกใจจนต้องหันหน้ากลับไปมองเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง เขาพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน ถึงเขาจะกำลังโมโหแต่ก็ไม่น่าพูดแบบนี้นะ งี่เง่าที่สุดเลย!

                ตามใจเธอก็แล้วกัน

                ปั้งงงง!!


                สิ้นเสียงประตูที่ปิดสนิท ร่างสูงที่ยืนอยู่ในห้องก็ล้มลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

..............................................................................................

 

                3 วันมาแล้วที่ไร้การติดต่อจากคนรัก ร่างบางนั่งทอดสายตาบนระเบียงห้องตัวเอง ตั้งแต่ทะเลาะกันครั้งนั้นแล้วเธอออกจากห้องไปจนเมื่อกลับมาเธอก็ไม่ได้เห็นอีกคนเลยจนกระทั่งวันนี้ เธอไม่ได้คิดว่าคนรักจะพูดจริงๆ เธอรู้ว่าเขากำลังโกรธมากๆ และเธอเองก็อารมณ์เสียไม่ใช่น้อย เธอจึงคิดว่าควรให้เราต่างฝ่ายต่างอารมณ์เย็นลงก่อนแล้วค่อยคุยปัญหากัน แต่เมื่อเธอกลับมาถึงห้องก็พบเจอแต่ห้องที่ว่างเปล่าไร้วี่แววของคนที่มักจะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมฯ ข้าวของทุกอย่างของเขายังอยู่ครบ เขาอาจจะไปหาเพื่อนหรือกลับบ้านที่ต่างจังหวัด แต่เธอก็ทำได้เพียงคาดเดาเท่านั้นเพราะเธอไม่สามารถติดต่อใครได้เลยทั้งเพื่อนสนิทหรือครอบครัวคนรักของเธอ

                คังเยบินใช้เวลาตั้งแต่เมื่อวานคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอจึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วต้นสายปลายเหตุมาจากใคร ใช่..มันมาจากเธอทั้งหมด เธอเป็นฝ่ายที่เปลี่ยนไป เธออารมณ์เสียจากงานก็มักจะพาลมาลงที่อีกฝ่ายเสมอๆ แต่เขาไม่เคยใส่อารมณ์เธอเลยทั้งที่เขาก็เหนื่อยจากงานไม่แพ้กัน เขายังคงใส่ใจและดูแลเธอเสมอ เขายอมเธอทุกเรื่อง ยอมขอโทษก่อนทั้งๆ ที่ไม่ผิดอะไร 

                ในช่วงเวลาหนึ่งเธอที่หวั่นไหวไป กับความแสนดีของผู้ชายคนนึง ช่วงเวลาที่เธอไม่คิดถึงใจของคนรักว่าถ้าเขารู้ เขาจะรู้สึกอย่างไร ในครั้งแรกที่เธอพบกับผู้ชายคนนั้นทั้งคู่พบกันเพียงแค่เรื่องงานแต่ช่วงหลังมามันไม่ใช่ จากพบเรื่องงานกลายเป็นเรื่องส่วนตัว จากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้ถูกจ้างกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ก้าวล้ำเกินกว่าคำว่าเพื่อนมาไกล กว่าเธอจะรู้ตัว..คนรักของเธอก็เจ็บปวดจนเกินเยียวยา

                ฮึก ฮึก กยอง.. ฉันขอโทษเสียงขอโทษปนเสียงสะอื้นดังขึ้นในห้องที่ว่างเปล่า เธอจะทำยังไงดี เธอจะติดต่อคนรักได้อย่างไร ณ ตอนนี้เธออยากพบเจอเขา อยากเอ่ยคำขอโทษ อยากปรับความเข้าใจ และอยากบอกว่าเธอ...รักเขาเหลือเกิน


..............................................................................................

 

                นายอง.. นายอง นายอง!เสียงหวานตะโกนเรียกเพื่อนสนิทของคนรักที่เธอบังเอิญมาเจอเขาในห้างแถวคอนโด ของเธอ แต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายไม่อยากจะเจอเธอสักเท่าไหร่เขาจึงได้พยายามเดินหนีเธอแบบนี้

                เดี๋ยวสินายอง ทำไมเธอต้องหลบหน้าฉันด้วย ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอนะสุดท้ายเธอก็วิ่งตามเขาจนทันแล้วคว้าแขนให้เขาหันหน้ามาคุยกับเธอจนได้

                โอเคๆ งั้นไปคุยที่สวนสาธารณะแถวนี้ก็แล้วกันอิมนายองถอนหายใจอย่างไม่ปิดบัง ให้ตายสิ..เธออุตส่าห์พยายามหนีแล้วนะ ทำไมต้องมาเจอเอาวันนี้ด้วยเนี่ย

                เมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่อยู่ตรงข้ามกับห้างทั้งคู่จึงหาที่นั่งเพื่อพูดคุยกันและเป็นฝ่ายร่างสูงที่เอ่ยปากออกมาก่อน

                ฉันรู้ว่าเธอจะถามฉันเรื่องอะไรเยบิน แต่ก่อนที่ฉันจะตอบคำถามเธอ เธอต้องตอบคำถามฉันมาก่อน

                เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้ นายองจึงเริ่มคำถามทันที...

                เธอกับกยองมีปัญหาอะไรกันงั้นเหรอ?”

          ปัญหา? นี่มินกยองไม่ได้บอกเพื่อนเขาเหรอว่าเราทะเลาะกันเรื่องอะไร เธอหยุดคิดเพียงชั่วครู่ก่อนจะเริ่มเล่าปัญหาทุกอย่างให้คู่สนทนาฟังไม่ว่า จะเรื่องที่เพิ่งทะเลาะไปเมื่อหลายวันก่อน เรื่องที่เธอเพิ่งจะมาคิดทบทวนได้และแม้กระทั่งเรื่องที่ว่าเธอหวั่นไหวไปกับใคร

          ในครั้งแรกที่นายองได้ฟัง ยอมรับว่าเธอโกรธคนตรงหน้าเอามากๆ แต่เมื่อได้เห็นแววตา น้ำเสียงรวมถึงความในใจที่สาวเจ้าได้สารภาพผิดออกมาก ก็ทำให้เธอใจอ่อนลงแต่ใช่ว่าเธอจะหายโกรธไปซะทีเดียวนะ

          ฟังฉันนะเยบิน...อิม นายองเงียบไปเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังต้องใจสลาย


          มินกยองมันไม่อยู่แล้วล่ะ

 

..............................................................................................

 

 

                ยิ่งเวลาผ่านไปดึกเท่าไหร่ หิมะก็ยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางพาตัวเองมานั่งยังมุมหนึ่งของสวนสาธารณะที่เธอมักจะมาเป็นประจำ กำลังนั่งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เรื่องราวที่เธอไม่เคยลืม...

               
มินกยองเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ที่มันไม่บอกเธอเพราะมันไม่อยากให้เธอต้องมากังวลและเป็นห่วงมันอีก มันรู้ว่าเธอเหนื่อยจากงานแค่ไหนจึงไม่อยากเอาเรื่องของตัวเองไปเพิ่มความเหนื่อยให้เธอ มันพยายามรักษาตัวเองมาโดยตลอด แต่สุดท้ายอาการมันก็ทรุดหนักลง วันที่เธอกับมันทะเลาะกันนั่นแหละ

               
ประโยคยาวๆ ที่ยังคงวนเวียนในหัวเธอมาตลอด 3 ปี เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนั้นเธอพาตัวเองกลับคอนโดไปได้อย่างไร เธอรู้เพียงแค่เธอหลับไปทั้งน้ำตา เธอร้องไห้ติดกันข้ามวันข้ามคืนจนเพื่อนๆ ต้องมาอยู่ด้วยเพื่อปลอบใจ ถึงแม้มันจะผ่านมาถึง 3 ปีแล้ว แต่ความเจ็บปวดในใจเธอมันคงยังชัดเจน...


               
보이지 않는 찾으려고 애쓰다
                ฉันดิ้นรนตามหาเธอ เธอคนที่ฉันนั้นไม่อาจมองเห็น 
                들리지 않는 들으려 애쓰다 
                ฉันดิ้นรนเพื่อฟังเสียงเธอ เสียงเธอที่ฉันนั้นไม่อาจจะได้ยิน

                '
เฮ้.. เยบิน ตื่นได้แล้วน่ายัยขี้เซา วันนี้อยากกินอะไรเดี๋ยวฉันทำให้' 


               
보이지 않던 보이고 들리지 않던 들려 
                ได้มองเห็นในสิ่งที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อน ได้ยินในสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน 
                나를 떠난 뒤로 내겐 없던 힘이 생겼어 
                หลังจากที่เธอจากไป ฉันก็ได้รับพลังวิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน

                '
นี่กยองทำอะไรน่ะ ไปซื้อเอาไม่ง่ายกว่าเหรอ'
                'โธ่เยบินนา ซื้อเอาน่ะง่าย แต่ของที่เราทำเองน่ะมันมีชิ้นเดียวในโลกนี่นา'

                "
อันที่จริง... ทำเองก็สวยกว่านั่นแหละ"


               
나밖에 몰랐었던 이기적인 내가 
                ความเห็นแก่ตัวที่คิดถึงเพียงแค่ตัวเอง
                맘도 몰라줬던 무심한 내가 
                ความไม่ใส่ใจที่ทำให้ไม่รู้ถึงความรู้สึกของเธอ

                '
เยบินฉันขอแวะร้านนี้ได้รึเปล่า'
                'ไม่เอาน่ะกยอง อะไรก็ไม่รู้เดี๋ยววันหลังค่อยกลับมาดูก็ได้'

                'ขอโทษนะคะ ฟิกเกอร์ที่คุณอยากได้หมดแล้วค่ะ'
                เฮ้อ... สุดท้ายก็ไม่ทันจนได้ ตัวนี้ทำออกมาจำกัดซะด้วยสิ อุตส่าห์รอและเก็บเงินมาตั้งนาน


               
이렇게도 달라졌다는 나조차 믿기지 않아 
                ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้
                사랑은 이렇게 계속 움직여 
                ความรักของเธอเป็นตัวขับเคลื่อนให้ฉันกลายเป็นแบบนี้

                "
กยอง ฉันได้หุ่นตัวนั้นมาแล้วล่ะ ถึงจะเป็นของมือสองแต่ก็สภาพดีเลยนะ"


               
생각만 하면 세상을 너로 채울 있어 ~
                หากลองเพียงแค่คิด ฉันคงจะสามารถเติมเต็มโลกใบนี้ได้ด้วยเธอผู้เดียว
                눈송이 하나가 눈물 방울이니까 
                หิมะที่ตกลงมานั้นเปรียบเสมือนน้ำตาของเธอ

                '
เยบินนา เธอรู้หรือเปล่าว่าโลกของฉันไม่เคยเหงาตั้งแต่มีเธอเข้ามา'


                 "
โลกของฉันที่ขาดเธอ มันช่างเหงาเหลือเกินมินกยอง"


               
가지 못하는 것은 내게로 오게 하는  
                สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจจะทำได้คือพาเธอกลับมาหาฉัน
                초라한 초능력 이젠 없었으면 좋겠어 ~
                หวังเพียงอยากจะให้พลังอันไร้ประโยชน์นี้หายไปเสียที

                '
เยบิน ถ้าวันนึงฉันไม่อยู่แล้วเธอต้องดูแลตัวเองดีๆ'
                'ต่อให้เธอไปแสนไกล ฉันก็จะไปตามเธอกลับมาดูแลฉัน..มินกยอง'

                "
ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกัน ฉันจะไปตามหาเธอได้จากที่ไหน"


               
나밖에 몰랐었던 이기적인 내가
                ความเห็นแก่ตัวที่คิดถึงเพียงแค่ตัวเอง
                맘도 몰라줬던 무심한 내가 
                ความไม่ใส่ใจที่ทำให้ไม่รู้ถึงความรู้สึกของเธอ

                'เยบิน เราไปเที่ยวกันดีกว่า'
                'ฉันไม่ว่าง ถ้าเธออยากไปก็ไปคนเดียวสิ'


               
이렇게도 달라졌다는 나조차 믿기지 않아 
                ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้
                사랑은 이렇게 계속 움직여 
                ความรักของเธอเป็นตัวขับเคลื่อนให้ฉันกลายเป็นแบบนี้

                "
ฉันไปเทศกาลดอกไม้ไฟที่ญี่ปุ่นมาด้วยล่ะมินกยอง เธอเคยอยากไปไม่ใช่เหรอ มันสวยมากๆ เลยนะ อิจฉาฉันล่ะสิ ... ฮึก"


               
시간을 멈춰 네게 돌아가
                หยุดเวลาเอาไว้ เพื่อกลับไปหาเธอ 
                추억의 책은 너의 페이지를 열어 
                เปิดดูหนังสือแห่งความทรงจำเล่มนี้ พลิกไปยังหน้านั้น
                안에 있어 ~ 너와 함께 있는
                ที่ยังคงมีฉันเคียงข้างอยู่กับเธอ

                'เยบิน เราคบกันเถอะนะ >//<'


               
아주 조그맣고 약한 사람이 너의 사랑이 
                คนตัวเล็กๆ ที่แสนอ่อนแอ ความรักของเธอ
                이렇게 모든 ( 삶을 모두) 바꾼 (세상을 모두)
                เปรียบเสมือนทุกๆอย่าง (ในทั้งชีวิต) เปลี่ยนทุกๆอย่าง (เปลี่ยนโลกทั้งใบ)

                'ไม่เป็นไรนะเยบิน มันพลาดไปแล้วก็ช่างมัน พรุ่งนี้เริ่มต้นใหม่นะ :)'


               
~ 사랑이 고마운 몰랐었던 내가 ~
                ฉันคนที่ไม่รู้จักว่าความรักมีค่าเช่นไร
                끝나면 그만인 알았던 내가 ~
                ฉันคนที่คิดว่าความรักเมื่อจบ ก็คือจบ

                '
ถ้าเธอไป.. ฉันจะถือว่าเธอเลือกเขาแล้วเราก็จบกัน'
                'ตามใจเธอก็แล้วกัน'


               
원했던 모습 그대로 날마다 나를 고쳐  
                เพื่อที่จะเป็นในสิ่งที่เธอต้องการ ฉันคอยปรับปรุงตัวเองทุกๆวัน
                사랑은 끝없이 계속될 같아
                และคิดว่าความรักนี้จะยังคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์

                '
เยบิน พักก่อนสิ เอาไว้ค่อยทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้'
                'ไม่เอาน่ากยอง ฉันอยากรีบทำ มีงานใหญ่รอฉันอยู่นะ'

                "ฉันเลิกบ้างานแล้วรู้ไหม"


               
시간을 멈춰 (! 이제 ) 네게 돌아가 (네게 돌아가)
                หยุดเวลาเอาไว้ (ตอนนี้ฉัน) จะกลับไปหาเธอ (กลับไปหาเธอ)
                추억의 책은 (! 오늘도)
                เปิดดูหนังสือแห่งความทรงจำเล่มนี้ (แม้ในวันนี้)
                너의 페이지를 열어 안에 있어 ~
                พลิกไปยังหน้านั้น ที่ยังคงมีฉันเคียงข้างอยู่กับเธอ

                '
สุขสันต์วันครบรอบนะคะเยบิน ใส่แหวนวงนี้ติดตัวเอาไว้นะ ให้มันเป็นตัวแทนของฉันในวันที่เราต้องไกลกัน' 


                “ฉันไม่เคยถอดมันเลย”



               
겨울에 와있는걸
                สิ่งที่ฉันพบเจอในฤดูหนาวนั้น

               
"ไม่มีอะไรที่อบอุ่นเท่าอ้อมกอดเธออีกแล้ว"


               
보이지 않는 찾으려고 애쓰다 
                ฉันดิ้นรนตามหาเธอ เธอคนที่ฉันนั้นไม่อาจมองเห็น
                들리지 않는 들으려 애쓰다 
                ฉันดิ้นรนเพื่อฟังเสียงเธอ เสียงเธอที่ฉันนั้นไม่อาจจะได้ยิน



               
มานั่งร้องไห้คนเดียวกลางหิมะในวันคริสต์มาสแบบนี้ แสดงว่าคุณต้องมีเรื่องเศร้าใจมากแน่ๆ เลย ใช่ไหมคะ

                เสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยตัดความคิดดังขึ้น ช่วยไม่ได้ที่คังเยบินจะต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

                น้ำตามันไม่เหมาะกับหน้าสวยๆ ของคุณเลยนะคะ

                ใครกันนะที่มารบกวนเธอในยามที่เธอต้องการอยู่คนเดียวเช่นนี้

                ฉัน คิม มินกยองค่ะ :)



                          ธันวาคม 9 ปีที่แล้ว ได้พาเธอมาเคียงคู่ฉัน
                          ธันวาคม 3 ปีที่แล้ว ได้พาเธอจากฉันไป
                          และธันวาคมปีนี้ ก็ได้พาเธอกลับมา

                          ปฏิหาริย์ของฉันได้เกิดขึ้นแล้ว แล้วของคุณล่ะคะ?

 

 

 

- ขอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับคุณ -


ผลงานอื่นๆ ของ p_sone99

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(