นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

FREE [???]

โดย p_sone99

..ฉันได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระแล้ว

ยอดวิวรวม

41

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


41

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 ธ.ค. 60 / 01:22 น.
นิยาย FREE [???]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

FREE

 

คุณเคยรู้สึกเหนื่อยกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องเผชิญบนโลกใบนี้ไหม

เหนื่อยจนคุณรู้สึกว่าอยากจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากทุกสิ่ง

และฉัน ก็ทำมันได้สำเร็จแล้ว






-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดี dek-d อีกครั้งหลังจากที่หายไปนานมาก
นิยายเรื่องสั้นเรื่องนี้นำมาจากเรื่องจริงของคนๆหนึ่ง
สิ่งที่เขาต้องพบเจอทั้งหลายทำให้ชีวิตเหนื่อยล้าและอึดอัด จนอยากปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ
แต่จะให้ทำตามนิยายอันแสนสั้นเรื่องนี้  ก็ใช่เรื่อง  และ ไม่สนับสนุนให้ใครได้ทำตาม!
ก็นั่นแหละ  ในเมื่อความเป็นจริงปลดปล่อยตัวเองแบบนิยายนี่ไม่ได้ ก็เลยบังเกิดเจ้านิยายสั้นๆ เรื่องนี้ขึ้นมา

ผู้แต่งขอขอบคุณทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่านอะไรก็ไม่รู้  นิยายที่มีชื่อเรื่องแต่ไม่มีชื่อตัวละคร
นั่นก็เพราะไม่อยากให้ยึดติดกับใครคนใดคนนึง (แหล  คนแต่งมันหาที่ลงไม่ได้ต่างหาก)
แถมยังมีบทพูดอยู่ประโยคเดียว เพื่ออะไร -*-

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 ธ.ค. 60 / 01:22


ชีวิตคนๆ นึง ต้องเผชิญอะไรบ้าง ไม่มีใครที่จะรู้แม้แต่ตัวเอง...

           

            ทุ่งหญ้าที่เขียวขจี สายลมที่พัดผ่านไปเบาๆ อากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลกนี้  นอกจากที่นี่ที่เดียว มองผ่านเหล่าดอกคาโมไมล์สีขาวสะอาดไปยังต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเพื่อให้ร่มเงา  ท้องฟ้าถูกแต่งแต้มด้วยกลุ่มก้อนเมฆบางตา  ทุกอย่างที่นี่ดูลงตัวและสวยงามราวกับดินแดนแห่งความฝัน

            สองเท้าเปล่าเดินเหยียบย่ำไปตามพื้นหญ้า  มือเรียวไล้ตามดอกหญ้าที่โอนอ่อนลู่ตามสายลม  ผีเสื้อตัวน้อยบินวนรอบกายที่หอมดั่งดอกไม้ในยามเช้า  รอยยิ้มกว้างที่ไม่ได้มีมานาน บัดนี้ถูกแต่งแต้มบนใบหน้าใส  ใช่..ที่นี่คือที่ของฉัน

 

            เรื่องราวในวัยเด็กมักจะจางหายไปตามเวลาที่ต้องเติบโตขึ้น... ครั้งสุดท้ายที่เรามีความสุขจนยิ้มกว้าง ...มันเมื่อไหร่กัน

            คนที่ยิ้มง่าย หัวเราะเก่ง สร้างความสุขให้ทุกคน  จริงๆแล้ว..เขาเป็นแบบนั้นหรือเปล่า  ...หรือมันเป็นเพียงหน้ากาก

            ใช่..มันเป็นเพียงหน้ากากที่ฉันหยิบยกมาเพื่อปิดบังความอ่อนแอของตัวเอง  ฉันอาจจะเคยเป็นคนแบบนั้นจริงๆ แต่นั่นก็แค่..เคย  คนที่ดูจะมีความสุขกับชีวิตแต่กลับเก็บเรื่องราวเบื้องลึกอันแสนเจ็บปวดเอาไว้  ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่กลับซ่อนน้ำตามากมายเอาไว้ภายใน  ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะอ่อนแอให้ใครเห็น  ไม่มีใครจะสนใจความเจ็บปวดที่ผ่านออกมาทางแววตา  แม้แต่คนที่สร้างมัน..

                ฉันฮีลตัวเองได้  ฉันปลอบใจตัวเองได้  ฉันจัดการความเจ็บปวดได้  จริงเหรอ?  ไม่เลย...เพียงแต่ฉันต้องทำ

               

                ปึก  ปึก  ปึก !!!  

               “ โธ่เว้ย! ”  เสียงกำปั้นที่กระทบกับกำแพงดั่งต้องการจะประลองว่าอะไรมันแข็งแรงกว่ากัน  เสียงตะโกนระบายความอัดอั้นที่เค้นมาจากกล่องเสียงผ่านริมฝีปากบาง  น้ำตาไหลราวกับเขื่อนที่แตกเพราะรับน้ำมากเกินไป  น้ำมูกไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งไม่รู้ว่าจะไหลเพื่ออะไร  แล้วสุดท้ายมันก็ไหลไปรวมกับน้ำตาและไหลเข้าปากที่กำลังตะโกน ...เค็ม


                คนๆ นึงที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังลั้ลลาปาจิงโกะ  แต่บัดนี้กลายเป็นอีเพิ้งร้องครวญคราง  โซเชียลมีเดียสีฟ้ารูปนกสีขาว..เพื่อนรักที่ดูจะอยู่เคียงข้างกันเสมอในยามทุกข์ยาก  ข้อความต่างๆ ไหลผ่านไทม์ไลน์พร้อมกับอารมณ์ที่ดิ่งลงไปทุกที  ทุกครั้งมันเป็นแบบนี้..อ่อนแอ  ร้องไห้  ระบาย  และกลับมา(ทำตัว)เข้มแข็ง  เพียงแต่ในครั้งนี้มันต่างออกไปก็ตรงที่เสียงประลองระหว่างกำแพงกับมือคู่สวยนั่นแหละ


                ทำไมต้องโซเชียลรูปนก..เพราะมันเหมือนได้คุยกับตัวเอง ก็แค่นั้น  จะไปหาคนที่สามารถแชร์ความเจ็บช้ำและเป็นกำลังใจให้กันได้..ใครล่ะ  มองไปก็ไม่เห็นจะมี


                เรื่องราวที่ต้องพบเจอเหมือนดั่งโดนทุ่มหินใส่  ครั้นจะเทแล้วหนีไปก็โดนดึงกลับมาทุกที  ก็ได้แต่ก้มหน้ารับไป  ตัวคนเดียวจะไปสู้อะไรได้  สองบ่าเล็กที่แค่สบายกระเป๋านักเรียนก็ยังเมื่อย  แต่กลับต้องมาแบกอะไรไม่รู้เยอะแยะมากมาย.,.เกินที่ใครคนนึงจะรับไหว


                ก็ไม่ต่างกับเชือกเส้นบางที่เอาไปแขวนหมูกรอบ  นานเข้า  เยอะเข้า  ...มันก็ขาด

               

                เปิดคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ง(ที่มีอยู่เครื่องเดียว)  เข้าเว็บเดิมๆ ที่เป็นแหล่งพลังงานความสุข  เปิดลำโพงดังๆเพื่อฟังรายการวิทยุสุดโปรด  กว่าจะหนีจากปัญหาข้างนอกนั้นเข้ามาใน my zone ได้  ก็เล่นเอาแทบเหนื่อย  ...วันนี้เกือบมาไม่ทันช่วงพิเศษซะแล้ว


                ยังคงทำตัวเหมือนเดิมทุกวัน  ป่วนประสาทคนอื่นเหมือนที่ผ่านมา  พิมพ์มุกตลก(ที่ไม่ค่อยตลก) ทั้งที่กำลังร้องไห้ อยากทำให้คนอื่นยิ้ม ...ทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่ยิ้ม


                ช่วงพิเศษจบไปแล้ว  มันเป็นอะไรที่สนุก  ใช่..แต่ฉันกลับหัวเราะไม่ออก  ได้แต่มองข้อความสนทนาไหลผ่านตาไปเรื่อยๆ  พร้อมกับอารมณ์ที่ยังดิ่งได้อีก  ข้อความที่บ่งบอกว่ามีใครบางคนรับรู้(?)ความเจ็บปวด  คำแนะนำที่อยากทำตาม..แต่ทว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ และสุดท้ายมันก็ไปจบที่กำแพง


                รายการวิทยุยังเล่นไปเรื่อยๆ  เพลงยังรันไปตามใจคนเปิดที่ไม่ยอมให้ขอเพลง  เสียงดีเจคนเดิมดังขึ้นหลังเพลงหนึ่งได้จบลง  ประโยคยาวๆ ที่เอ่ยขึ้นมาพาลให้น้ำตาไหลหนักเข้าไปอีกเมื่อได้ยินชื่อตัวเองในประโยคนั้น  สองขาทรุดลงนั่งคุกเข่าอยู่หน้ากำแพงพร้อมๆ กับอินโทรเพลงที่ดีเจเปิดให้  สองมือสั่นเทาปิดหน้าเอาไว้  ความรู้สึกมันตีรวนปนเป  และสุดท้ายก็  ..หัวเราะทั้งๆ ที่ร้องไห้  

               

                   ...ไม่มีอะไรแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ...


                ดูเหมือนจะดีขึ้น  แน่นอนว่ามันใช่  กำลังใจที่ได้ทำให้รู้สึกขอบคุณ  เพียงแต่ความรู้สึกเหนื่อยล้าที่สั่งสมมานานหลายปีมันเกินกว่าจะไปต่อได้แล้วจริงๆ ...อยากปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากทุกสิ่ง

               

                เดินไปหยิบกุญแจรถคู่ใจแล้วทะยานออกไปตามถนนเส้นยาว  ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไปจบที่ตรงไหนนอกเสียจากคนขับ  เปิดกระจกรับลมเย็น  บนถนนยามนี้มีเพียงรถไม่กี่คันที่มีจุดมุ่งหมายต่างกันออกไป  ...และต่างกับเธอ


                เจ้าสี่ล้อค่อยๆ ชะลอรอบและหยุดหมุนในที่สุด  เบื้องหน้าคือหน้าผาที่มีวิวสวยงาม  ท้องฟ้ายังคงมืดมิดและดวงดาวยังคงพร่างพราย  เอนตัวลงนอนบนกระโปรงรถ  หลับตาเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนสงบ  เสียงเพลง  Keep Holding On ดังแว่วผ่านกระจกที่เปิดไว้  เพลงที่ฟังวนซ้ำๆ ตั้งแต่ที่ดีเจเปิดให้ฟัง  จนบัดนี้


                รอยยิ้มแต่งแต้มที่มุมปาก  ความผ่อนคลายที่ได้รับเหมือนกับได้เติมพลัง


                ลืมตาขึ้นแล้วกระโดดลงจากที่นอนชั่วคราว  สองเท้าก้าวเดินไปตามทางที่แสงไฟจากหน้ารถส่องนำ  รอบข้างยังดูมืดสนิท


                หยุดลงที่ริมผาสูง  ความมืดมิดไม่ได้ทำให้มันดูน่ากลัว  แต่กลับทำให้รู้สึกสงบอย่างหน้าประหลาด  กางแขนออกและหลับตาลง  เงยหน้าขึ้นตามท่าทางยอดฮิตที่คนทั่วไปเขาทำกัน  สีหน้าที่ดูมีความสุขแทบจะเป็นคนละคนกับที่ร้องไห้อย่างบ้าคลั่งก่อนหน้านี้  สูดลมหายใจเข้าลึกๆ  พยายามคิดถึงความสุขที่ผ่านมา  และรอยยิ้มก็กว้างขึ้นไปอีก


                ไม่รู้ว่ายืนท่านี้นานเท่าไหร่แล้ว  แต่เมื่อลองลืมตาขึ้นจึงได้รู้ว่าพระอาทิตย์กำลังจะมาทำงานในอีกไม่ช้านี้  มองลงไปเบื้องล่างจึงได้รู้ว่าที่ที่ยืนอยู่ตรงนี้มันสูงเพียงใด  นกน้อยที่บินผ่านไปเรียกให้สายตาต้องมองตาม  ...พวกมันดูอิสระ


                หลับตาลงอีกครั้ง  สีหน้ายังคงความสบายใจเช่นเคย  พร้อมแล้วที่จะทิ้งทุกอย่างและออกโบยบิน  ก้าวขาขวาออกไปอย่างมั่นคง  ไม่รู้สึกถึงสิ่งใดที่รองรับอยู่  ไม่ช้า  ขาซ้ายก็ก้าวตามไป...


...ฉันได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระแล้ว

ผลงานอื่นๆ ของ p_sone99

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 เมษายน 2560 / 17:15
    Set the tear free and tear the obstruction apart.. you're not alone

    Tc, your DJ ;)
    #1
    1
    • #1-1 p_sone99
      23 เมษายน 2560 / 00:08
      Thx. my DJ :)
      #1-1