[Fic BNHA/MHA] I'm Lion! สิงโตไม่ใช่แมว! (Bakugou × OC)

ตอนที่ 2 : EPISODE 1 : Start

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    25 ม.ค. 64



ในคืนเดือนมืดไร้จันทรา ไม่มีแสงส่องสว่างเสียนอกจากดวงไฟตามริมถนน ณ ซอยเปลี่ยวบริเวณใกล้กับโรงงานร้าง มีร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งสภาพตัวมอมแมมนอนเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษดินทรายกับคราบเลือดสีน้ำตาลที่แห้งไปแล้ว เด็กหญิงอยู่ในภาวะเลือนลอย สติจะดับสิ้นไปได้ทุกวินาที เธอจ้องมองดวงไฟสีขาวเพื่อรั้งดวงตาหนักอึ้งของตนไม่ให้หลับไป

 

'แม่'

 

เธอร้องเรียกเพียงในใจ แม้ปากจะขยับไปด้วยแต่มันก็ไม่อาจส่งเสียงไปได้เลย แรงฮึดสุดท้ายของเด็กตัวน้อยหมดลง ภาพดวงไฟตรงหน้าเรือนลาง ดวงตาล้าเริ่มปิด ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับลง

 

"จิสะ!"

 

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เธอจำได้ ก่อนร่างกายของเธอจะถูกชัทดาวน์

 

พลัสอัลต้า! พลัสอัลต้า!

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นภายในห้องสีขาวเรียบเหมือนทุกครา เด็กสาวค่อยๆลืมตาหนักอึ้ง แล้วบิดร่างกายของตนช้าๆ

 

"คิดถึงแม่จังเลย"

 

ถึงความฝันนั้นจะไม่ค่อยน่าจดจำ แต่ว่ามันก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่แม่เหลือไว้ให้น่ะนะ

 

 

EPISODE 1 : Start


 

'วันนี้ไปสอบยูเอ พยายามเข้านะ'


 

กระดาษสีขาวเนียนที่มีข้อความส่งถึงเด็กสาวผู้มีศักดิ์เป็นลูก ถูกวางไว้บนโต็ะอาหารที่มีอาหารจานเดียวอุ่นทิ้งไว้ เช่นเดียวกับเมื่อวานแล้ววันก่อนๆหน้านั้นด้วย เด็กสาวเก็บข้อความกระดาษใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์ใบเก่า พลางใบหน้าก็อมยิ้มไว้เล็กๆ

 

'ขอบคุณนะคะ'

 

เด็กสาวเรือนผมสีอำพันหลังจากกินข้าวเสร็จ เธอก้าวเท้าของจากบ้านแล้วตรงดิ่งไปที่สถานี อาจเพราะตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ พื้นที่บนรถไฟถูกเบียดเสียดแน่นจนแทบจะไม่มีที่ยืน จิสะจึงเดินเลี่ยงหลบมาแถบริมกระจกรถไฟ เมื่อได้จุดยึดแล้ว จึงหยิบหูฟังแบบเฉพาะออกมาใส่กับหูสัตว์ตะกูลแมวของเธอ พลางมองสถานที่นอกหน้าต่างไปเรื่อยๆแบบไร้จุดโฟกัส เมื่อถึงจุดหมายจิสะลงจากรถไฟ เธอเดินออกมาจากบริเวณที่คนรุมมากๆและหยิบโทรศัพท์เครื่องบางมาถือไว้ในมือ จิสะยังไม่คุ้นชินกับสถานที่ที่ต้องไปสอบนักจึงจำเป็นต้องเปิดแผนที่เพื่อนำทางไว้ด้วย อย่างน้อยกันหลง

 

ตึกตัก ตึกตึก


 

ที่นี่....

 

ยูเอ!!


 

แค่แวบแรกที่เห็นอัตราการเต้นหัวใจสูงขึ้นกว่าปกติ เพราะความตื่นเต้นที่ปะทุขึ้นมา ตอนนี้เธอได้มาเหยียบแล้วที่ยูเอ ถนนเส้นทางความฝันของเธอ

 

ตุบ!

 

ร่างเล็กของเด็กสาวสะดุดเข้ากับก้อนหินริมทาง เกิดการเสียหลักจึงล้มหน้าคว่ำลงตรงพื้นถนน

 

แต่ดูท่ารางจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่น่ะนะ

 

"ทุกท่านพร้อมกันรึยัง เย่!" 

 

พรีเซนไมค์พยายามเรียกความสนใจจากเหล่าผู้เข้าสอบแต่ดูจะไม่มีใครตามน้ำสักคน หลังจากการล้มคว่ำหน้าคะมำด้านหน้าโรงเรียน จิสะก็ไม่อยู่รอให้ใครเชยชมรีบเดินออกจากจุดเดิมและเข้าสู่ตัวโดมอาคารที่นัดแนะทันที 


พอพลาดการเรียกความสนใจในรอบแรกไปพรีเซนไมค์ก็ปัดประเด็นเข้าสู่หัวข้อหลักในวันนี้ เขาเริ่มชี้แจงเกี่ยวกับการสอบเข้าและการเก็บคะแนน มีการถามแทรกเล็กน้อยแต่ไม่ได้สำคัญมากจึงปล่อยผ่านไป

 

"ถ้าอย่างนั้นขอให้เธอเจอบททดสอบที่ดีก็แล้วกัน พลัสอัลต้า!!"

 

จบการชี้แจงจิสะก็หยิบกระดาษใบสมัครสอบส่วนตัวออกมาดูแล้วเก็บเขาเดิม ก่อนจะเดินมุ่งหน้าตรงขึ้นรถบัสที่จอดไว้รอรับเด็กไปลงตามสนามสอบต่างๆ

 

สนามสอบ A

 

ตอนนี้เธอมายืนอยู่บนสนามสอบแล้ว ทุกคนที่อยู่ที่นี่คือคู่แข่งต้องทำคะแนนให้มากที่สุดเพื่อจะคว้าที่นั่งของสาขาฮีโร่มาได้ ระหว่างรอประกาศเริ่มสอบ จิสะก็ยืดเส้นยืดสายไปพลางคิดถึงวิธีการที่จะทำคะแนนให้ได้สูงที่สุดมีทั้ง ข้อจำกัดมากมายในอัตลักษณ์ความสามารถหรือเกณฑ์การให้คะแนน ตอนนี้เธอยังไม่รู้ขนาดแท้จริงของหุ่นยนต์ที่ใช้ในการสอบ ยังไม่รู้ว่าต้องใช้แรงเท่าใดหุ่นจึงพัง เพราะถ้าใช้แรงมากเกินไปก็จะหมดพลังก่อน แล้วจะไม่สามารถจัดการตัวอื่นเพิ่มได้ 


เด็กสาวจมอยู่ในห้วงความคิดจนเสียงพรีเซนไมค์ลอยเข้ามาในโสตประสาทจึงได้สติ แล้วกลับมาสนใจรอบตัวอีกครั้ง เมื่อเธอหันไปมองทางประตูเข้าสนามสอบก็พบเป็นกลุ่มผู้เข้าสอบที่กระจุกกันเต็มทางเข้า แววดวงตาของสัตว์นักล่าเผยออกมาจากเด็กสาว นัยน์ตาเริ่มหดเล็กลงจนคล้ายแมว กรงเล็บแหลมคมจิกลงพื้น เปลี่ยนจากการเดินสองขาเป็นการเดินสี่ขา

 

โฮกกกก

 

เสียงคำรามเรียกความสนใจไม่น้อยกับผู้ได้ยิน ในช่วงเวลาจังหวะนั้นเด็กสาวที่ตอนนี้กลายเป็นสิงโตตัวยักษ์ ได้ถือโอกาสกระโดดลอยข้ามผู้เข้าสอบคนอื่นๆเข้ามาในสนามได้ สิ่งแรกที่พบเจอเมื่อเข้ามาในสนามคือ เศษซากหุ่นยนต์ที่ถูกทำลายเละไม่เป็นท่า 

 

'ดินระเบิด' จากกลิ่นแรกที่สัมผัสได้ ทำให้ได้ความน่าจะเป็นมาหนึ่งข้อคือ หนึ่งในกลุ่มผู้เข้าสอบมีคนใช้อัตลักษณ์เกี่ยวกับระเบิดหรือดินปืนในการทำลายหุ่นยนต์ และส่อแววว่าจะได้อันดับสูง เพราะตั้งแต่ที่เดินตามหาหุ่นยนต์และไล่โจมตีนั้น จิสะได้กลิ่นดินระเบิดคลุงตามกองซานหุ่นยนต์ 


จิสะได้กลับมาใช้ร่างมนุษย์ตามเดิม เพราะการควบคุมร่างสัตว์ 100% นั้นเป็นสิ่งที่ใช้สมาธิสูงจึงเป็นเรื่องยากที่จะคงสภาพไว้ได้นาน เมื่อตอนนี้กลับร่างปกติแล้วอาวุธอย่างคมเขี้ยวและกรงเล็บได้หายไป สิ่งที่มาทดแทนคือความสามารถอีกอย่างของอัตลัษณ์ที่ครอบครอง ไฟ


ชื่ออัตลักษณ์ของจิสะไม่ได้มีการตั้งชื่อไว้อย่างถูกต้อง แต่ส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า ราชสีห์เพลิง ซึ่งก็แปลตรงตัวคือสิงโตและไฟ เธอไม่ได้มีสองอัตลักษณ์แต่ มีอัตลักษณ์ที่รวมความสามารถไว้สองอย่างเท่านั้น

 

บึ้ม บึ้ม

 

เสียงระเบิดบริเวณใกล้เคียงทำให้เด็กสาวเริ่มลงมือจัดการหุ่นยนต์ต่อ ก่อนที่จะถูกแย่งเป้าหมายไป จิสะควบคุมเปลวไฟของตัวเองให้เข้าไปอยู่ตัวของหุ่นยนต์ ค่อยๆเพิ่มอุณหภูมิจนเครื่องพังไปทีละเครื่อง เธอใช้ไฟล้อมรอบรัศมีตัวเธอและหุ่นยนต์ที่เป็นเป้าหมายเพื่อกันท่า ไม่ให้ผู้เข้าสอบคนอื่นมาแย่งคะแนนไปได้ ผ่านไปจนเหลือเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นก่อนจบการสอบ หยาดเหงื่อไหลท่วมกายเด็กสาว เสียงหอบแฮ่กแสดงออกถึงความเหนื่อยล้า สายตาเริ่มพร่ามัวจากอุณหภูมิความร้อนรอบกายและปริมาณน้ำตาลในเลือดที่ลดต่ำลงจนน่ากลัว สภาพร่างกายตอนนี้ของเธอถึงขีดจำกัดแล้ว

 

ตึก ตึก ตึก

 

แรงสั่นจากพื้นที่ยืนอยู่ ทำให้จิสะเริ่มรู้สึกตัวเธอให้ไปมองต้นทางของแรงสั่นสะเทือน พบเป็นหุ่นยนต์ร่างยักษ์ที่มีค่าคะแนนเป็น 0 แต้ม มันเริ่มใกล้ตัวเธอเข้ามาเรื่อยๆจิสะสั่งการให้ขานั้นก้าวออกจากพื้นที่อันตรายตรงนี้ แต่ทว่ามันกลับหยุดนิ่ง

 

'แย่...แย่แล้ว'

 

หนทางรอดที่สองถ้าไม่สามารถขยับร่างกายให้ออกจากครงนี้ได้ก็เหลือวิธีสุดท้ายแล้ว

 

 

ต้องเผามันจนสิ้น


 

- - - - - - - - - -




ร่างเด็กสาวตัวน้อยถูกพาไปส่งยังห้องพยาบาลหลักของโรงเรียน สภาพร่างกายภายนอกนั้นไม่มีบาดแผลอันตราย มีเพียงรอยช้ำเล็กๆตามร่างกายเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นอันตรายจนต้องพามารักษาดูอาการก็คงเป็น อุณหภูมิร่างกายที่สูงผิดปกติจนเกรงว่าจะเกิดอาการช็อก ตอนนี้หญิงชรา รีคัพเวอร์รี่เกิร์ลนั้นได้เพียงแต่เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด อัตลักษณ์ของเธอไม่สามารถใช้กับเด็กสาวที่หลับอยู่ได้ การรักษาโดยอัตลักษณ์ของเธอนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานในร่างกายในการช่วยรักษา แต่ว่าในร่างกายเด็กสาวตอนนี้พลังงานถูกใช้ไปจนหมดรวมทั้งน้ำตาลในเลือดที่เป็นพลังงานฉุกเฉินอีกด้วย

 

จิสะอยู่ในภาวะอันตราย หากอุณหภูมิร่างกายไม่ลดจำเป็นต้องส่งของโรงพยาบาลแทน

 

"อย่าเพิ่งลุกนะ"

 

รีคัพเวอร์รี่ห้ามปราบเด็กสาวที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา แล้วพยายามยันตัวลุกขึ้น โดยไม่สนสภาพร่างกายตนเอง หญิงชรายื่นลูกอมมาให้เด็กสาว จิสะเห็นแล้วจึงเข้าใจโดยง่าย รับมาแล้วยัดใส่ปากแทบทันที พอเธอตื่นขึ้นมา หญิงชราจึงเริ่มตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้งทำให้รู้ว่าเท้าขวาของเธอมีการแพลง จึงทายาแล้วพันผ้าก็อตไว้ ตอนนี้เหลือเพียงอุณหภูมิร่างกายเท่านั้นที่ยังคงสูงถึงแม้จะลดมาบ้างแล้วก็ตาม สองหญิงต่างวัยนั่งพูดคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นทำให้หญิงชรารู้ถึงสาเหตุของอาการต่างๆว่าเกิดจากผลของการใช้อัตลักษณ์ การใช้พลังไฟในร่างมนุษย์นั้นทำให้มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินรับไหว้ รีคัพเวอร์รี่เกิร์ลเห็นว่าตอนนี้เวลาล่วงเลยมานานแล้ว และอุณหภูมิร่างกายก็ลดลงจนไม่ถึงขั้นอันตรายแล้วจึงเอ่ยบอกให้เด็กสาวนั้นกลับบ้านได้

 

"ขอบคุณนะคะ"

 

เด็กสาวกล่าวออกไป พร้อมกับขาค่อยๆก้าวออกจากห้องพยาบาล ขาขวาค่อยๆขยับช้าๆเพราะยังคงเจ็บอยู่เมื่อตอนเดิน แต่เธอก็มัวสังเกตุแต่ขาของตนเอง จนลืมมองทางด้านหน้า เสียงของหล่นกระจายทั่วพื้นกับเด็กสาวตัวเล็กที่เพิ่งออกจากห้องพยาบาลได้ไม่ถึงสามก้าว ล้มก้มจำเบ้าไปกับพื้น

 

'วันนี้รางไม่ดีจริงๆด้วยสินะ'

 

"ขอโทษทีนะ เธอเป็นอะไรไหม"

 

ฝ่ายตรงข้ามก้มลงเก็บของเสร็จแล้วเธอก็ยื่นมือมาตรงหน้าเด็กสาว จิสะรับมือของอีกฝ่ายพยุงตัวขึ้น เซขวาเล็กน้อยเพราะขาที่ซ้น หญิงสาวฝ่ายตรงข้ามเห็นดังนั้นจึงอาสาพาไปส่งที่บ้าน ด้วยความเกรงใจจิสะเลยบอกปฏิเสธแต่คนที่ตัวสูงกว่าไม่ยอม สรุปสุดท้ายจึงจบด้วยการไปส่งที่หน้าโรงเรียน

 

ทั้งสองลากันแต่ก่อนตะไปอีกฝ่ายได้พูดบางอย่างออกมา

 

"โอเท็นกิ คิออน"

 

"อามาโอะ จิสะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

น้องที่โผล่มาตอนท้ายสุดคือ oc นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น