คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ѹԷ #4 กันริท #4 | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
รักกันสุดริท รักริทเหมือนกัน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.ย. 58 / 16:11




“ไหวมั๊ย...กัน นภัทร”


เสียงผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยถามหลังจากที่แจงตารางงานเดือนนี้ให้เจ้าตัวได้ฟัง ซึ่งสีหน้าคนฟังเองก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเหน็ดเหนื่อยจนอ่อนระโหยโรยแรง แต่แววตากลับเหม่อลอยจนคนใกล้ตัวสังเกตได้


“กัน”


“ครับ”


มุมปากของคนเรียกยกยิ้มอย่างระอา เมื่อคนตรงหน้าขานรับเสียงอ่อย มือหนายกขึ้นนวดขมับ ดวงตาคมก็หรี่ลงจนปิดสนิท


“ไง...เห็นตารางงานแล้วแทบสลบเลยหรือไง”


“ไม่หรอกพี่...งานเยอะ ดีกว่าไม่มีงานทำนะครับ”


“เฮ้อ...บอกว่าเหนื่อย พี่ก็ไม่ว่าหรอกนะ เกิดมาเป็นคน ก็ต้องมีเหนื่อย มีพักบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา”


ชายหนุ่มตาคมไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่ได้ยินเสียงเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม ก่อนที่เสียงนั้นจะหายไปทางประตู


“หรือจะให้พี่เคลียร์คิวให้มั๊ย”


“ไม่เป็นไรครับ...กันไหว”


“งั้นก็ตามใจ พี่ไปก่อนนะ”


“ขอบคุณครับพี่”


พูดจบพร้อมกับเสียงประตูปิด คนตัวเข้มก็เอนตัวลงกับพนักพิง กะจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ยังไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมจากข้างนอกห้อง จนเจ้าตัวต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย พอลืมตาขึ้นก็พอดีกับประตูบานใหญ่เปิดกว้างเข้ามาพอดี


“พี่โน่”


“ไอกัน...อ้าว...พักอยู่หรอ โทษที มีคนมาด้อมๆมองๆหน้าห้องอ่ะ”


กันเห็นพี่ชายตัวเอง ทำท่าฉุดกระชากลากใครจากหน้าห้อง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ จนโตโน่ที่วันนี้มาอัดเพลงพร้อมกับวง ต้องออกแรงล็อคคอเข้ามา


“ริท”


“อะ...เอ่อ...สวัสดีกัน”


คนตัวเล็กหันมาทักทายเพื่อนสนิทหน้าตาเหรอหรา ใบหน้าหวานออกจะแดง ก่อนที่กันจะเห็นริทหันกลับไปทำหน้าถมึงทึงใส่พี่ชายตัวเอง ที่ขอตัวออกจากห้องไปอย่างไว แต่ยังไม่ถึงนาที ประตูบานเดิมก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับผู้จัดการของตัวเองที่เพิ่งออกไปเมื่อสักครู่


“กัน...อ้าว...ริท อยู่นี่เอง เป็นไงบ้าง”


“สบายดีครับ พี่ล่ะ แวะไปกินกาแฟที่ร้านริทบ้างหรือเปล่า”


“แหม...เรานี่จริงๆเลยนะ นานๆเจอกันที แทนที่จะถามสารทุกข์สุขดิบ ยังห่วงขายของนะ”


“อ้าว...ไม่ได้หรอกครับ ช่วงกอบโกย ทำอะไรได้ต้องรีบทำก่อน”


“พอเลย ไม่คุยด้วยแล้ว กัน...พี่ไปแล้ว แค่จะแวะมาบอกว่าริทเข้าตึก แต่คงไม่ทันแล้วมั้ง ไปก่อนนะ...บาย”


“สวัสดีครับ”


ริทยิ้มหวานส่ง แต่ยังไม่ทันไร ประตูบานเดิมก็ถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง  คราวนี้เป็นทีมพี่ๆแดนซ์เซอร์ที่เดินมาตามริท เพื่อไปซ้อมเต้นสำหรับงานที่ต้องไปออกด้วยกัน


“ซ้อมที่นี่ก็ได้”


เสียงคนที่อยู่ในห้องดังขึ้นเบา เบา


“ไม่เอา ให้กันพัก เดี๋ยวริทไป....โอเค ซ้อมที่นี่ก็....ดีเหมือนกัน ริทขี้เกียจเดินแล้ว”


จะให้ริทไปซ้อมที่อื่นก็คงไม่ได้เพราะสายตาที่ส่งมาของคนตัวเข้ม ทำให้คำตอบของริทต้องออกมาแบบนั้น ทีมแดนซ์เซอร์เองก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนริทต้องแสร้งทำเป็นไม่เห็น ไม่เขิน ไม่อายใดใดทั้งสิ้น


แต่มันไม่เป็นไปตามนั้นเลย เพราะตลอดการซ้อมเต้น กันเอาแต่จ้องริท จนริทเต้นผิดๆถูกๆ เป็นอันต้องโดนพี่ๆแดนซ์เซอร์แซวกันไปหลายยก กว่าจะซ้อมเสร็จ ก็เล่นเอาริทแทบแย่เลยทีเดียว


“ไปก่อนนะกัน ริทททททททท............”


เสียงพี่ๆแดนซ์เซอร์เอ่ยแซวส่งท้ายก่อนที่จะพากันเดินออกจากห้องไป อาจจะฟังดูเหมือนไม่ได้พูดอะไรมากมาย แต่สายตาแต่ละคนที่มองริทที มองกันที เล่นเอาคนตัวเล็กกระฟัดกระเฟียดขัดใจที่โดนคนอื่นรุมแกล้งเอาอีกแล้ว


ริทยืนค้อนส่งจนพี่คนสุดท้ายออกไป จึงหันกลับเข้ามาสบกับสายตาคมที่มองอยู่ก่อนแล้ว ริทจึงเสหลบสายตา ด้วยการหยิบขวดน้ำของตัวเองขึ้นมาดื่มแก้เก้อ ก่อนจะย้ายตัวเองไปนั่งที่โซฟา ซึ่งมีอยู่ตัวเดียวภายในห้อง


“กัน...ทำไมไม่มานอนที่โซฟาล่ะ นั่งเก้าอี้มันนอนไม่ถนัดหรอก”


เสียงพูดเบาหวิว แต่ชัดเจนในโสตประสาทของกัน ทำเอากันยิ้มหวาน ก่อนจะทำตามที่ริทพูดอย่างว่าง่าย มิหนำซ้ำ


“กัน!!!


“ชูว์....ขอนอนแป๊บ”


กันไม่เพียงแต่เปลี่ยนที่นั่งจากเก้าอี้มาเป็นโซฟาตามคำพูดของริท แต่ยังใช้ตักของริทที่นั่งอยู่ก่อนเป็นหมอนหนุน ริทรีบปิดขวดน้ำ วางบนพื้น แต่ก่อนที่จะทันได้โวยวายต่อ กันที่ไม่ได้ขยับเปลี่ยนท่าทางแต่อย่างใด กลับยกมือหนาขึ้นมาบีบแก้มใสจนริทต้องยกมือตีที่ไหล่หนาเข้าให้ กันหลุดขำ เลยย้ายมือมาจับมือของริทไว้ ริทยู่ปากอย่างเด็กโดนขัดใจ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ นอกจากนั่งนิ่งๆต่อไป


ริทมองบรรยากาศรอบๆห้อง ทำให้นึกถึงวันเก่าๆ วันที่มีผู้ชายตัวเข้มๆคนหนึ่ง ขี้อาย ไม่กล้าเต้น แต่พอร้องเพลงที แม้แต่ตัวเขาเองที่ฟังเพลงก็ไม่ได้บ่อย ก็ยังต้องหยุดฟังอย่างกับต้องมนต์สะกด ภาพการซ้อมร้องซ้อมเต้น เหมือนฉากเก่าๆที่ค่อยๆย้อนกลับมา จากผู้ชายตัวบางๆ กลายเป็นผู้ชายตัวบึกบึนสมส่วน


“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ”


เสียงเบาๆดังขึ้นจากคนตัวเล็ก กันไม่ได้ขยับตัว มีเพียงแต่มือหนาที่กุมมือบางไว้แน่นขึ้นเท่านั้น


“เราต่างคนต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ จนริทไม่รู้ตัวเลยว่า กันเก่งขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”


รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าหวานตลอดเวลาที่พูดถึงคนที่อาศัยตักตัวเองแทนหมอน


“ริทเก่งกว่ากันเยอะ”


กันเพียงแต่เปล่งเสียงผ่านลำคอออกมาเท่านั้น ริทใช้มือข้างที่ว่าง จัดทรงผมให้คนที่นอนอยู่อย่างเบามือ เส้นต่อเส้นที่ได้สัมผัส บรรจงทำอย่างตั้งใจ


“ริทอัดเสียงไม่ทัน นานๆกันจะชมริทซักที โอ๊ย...ฮ่าๆๆๆ”


กันยกมือขึ้นฉกจี้เอวริทอย่างเร็ว ก่อนจะกลับมาจับมือริทไว้อย่างเดิม


“ชอบแกล้ง”


“ก็โดนแกล้งแล้วน่ารัก”


“ชิส์...”


รอยยิ้มหวานปรากฏแต้มบนใบหน้าคนทั้งคู่ คนหนึ่งลืมตา คนหนึ่งหลับตา


“เหนื่อยเปล่ากัน”


“ไม่”


“...”


“ริท”


“...”


“เงียบทำไม”


“กันโกหกริททำไม ริทไม่ใช่คนอื่นนะ”


กันลืมตาขึ้น หันมองคนที่อยู่ในสายตาตัวเอง เห็นรอยยิ้มหวานๆที่ส่งมา ก็รู้สึกเหมือนตัวเองมีเรี่ยวแรงมาจากไหนไม่รู้มากมายมหาศาล ริทก้มลงใช้ริมฝีปากบางของตนเองจรดลงบนดวงตาคมสองข้างอย่างช้าๆ


“ตาของกัน บอกริท...ว่ากันเหนื่อย”


กันยกยิ้มทันทีที่ได้รับสัมผัสที่หวานหยดนั้น ใบหน้าของริทแดงซ่านไปถึงใบหู


“น่ารักอ่ะริท”


ริทก้มลงจรดริมฝีปากลงที่แก้มเนียนของกันทั้งสองข้าง


“แก้มของกันก็บอกริท...ว่ากันเหนื่อย”


เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่เริ่มดัง เพราะไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น มีเพียงสายตาของคนสองคนที่มองสบกันอย่างมีความหมาย จนเป็นกันเองที่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากของตนเอง ริททำสีหน้าชั่งใจอยู่นาน จนกันต้องส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ ริทจึงค่อยๆก้มลงจรดริมฝีปากบางลงบนริมฝีปากของคนข้างล่าง ก่อนที่จะค่อยๆละเลียดชิมความหวาน ไล้ไปตามแนวริมฝีปากบนลงล่าง ก่อนจะประกบจนสนิทอีกครั้ง มือหนาที่จับมือบางอยู่ เปลี่ยนมาประสานกันจนไม่มีที่ว่างแม้แต่อากาศลอดผ่าน ริทหยอกเอินอยู่กับริมฝีปากของคนที่นอนหนุนตักสักพัก ก็ค่อยๆผละออก


“แต่...ปากของกัน ไม่ยอมบอกริท... ว่ากันเหนื่อย...”


กันยิ้มหวาน รู้สึกเหมือนตัวเองลอยได้ นานๆริทจะยอมทำอะไรแบบนี้ กันยกมือที่ว่างขึ้นไล้แก้มเนียนใสที่โหยหา ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นหายไปเป็นปลิดทิ้ง จะให้อ่านไลน์ ฟังเสียง ก็ไม่เท่าสัมผัสที่กำลังได้รับอยู่ในตอนนี้


“แต่ริทก็รู้ทันกันเสมอ...ว่ากันเหนื่อย โดยที่กันไม่จำเป็นต้องบอก”


ริทอมยิ้ม ก่อนหลุบตาลงต่ำ เส มองมือที่ประสานจับกันแน่นอยู่ กันลุกขึ้นนั่ง ขยับเข้าหาคนตัวเล็ก เชยคาง

ให้สบตาตน แต่ริทกลับไม่ยอมมอง


“ขอบคุณนะครับ ที่มาหากัน เวลาที่กันเหนื่อย”


“ยอมรับแล้วหรอ ว่าเหนื่อย...”


“ประชดกันหรอ อย่างนี้ต้องโดนทำโทษ”


ว่าจบ ริมฝีปากของคนทั้งคู่ก็ประกบกันอีกครั้ง คราวนี้ เนิ่นนาน และแสนหวาน จนหัวใจในอกของคนสองคนเต้นแรงแทบระเบิด จนริทต้องรีบยกมือผลักอกแกร่งของคนตรงหน้าออกก่อน ที่อะไรๆจะเลยเถิดไปมากกว่านี้


“พอแล้วกัน...เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”


เสียงริทเบาและอ่อนแรง จนกันแทบจะควบคุมตัวเองไม่ไหว โผจะเข้าหาริทอีก ริทเลยหลบพัลวัน จนกลายเป็นเหมือนเล่นกันไปโดยปริยาย


“ฮ่าๆๆๆ กัน พอแล้ว”


กันหยุดตามคำขอด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ริทยกมือบีบแก้มกันอย่างหมั่นเขี้ยว จนกันหน้าบูดเบี้ยว ยกมือลูบแก้ม หน้ายู่ พอรู้สึกหายเจ็บ กันเลยจับมือคนตัวเล็กตรงหน้าขึ้นมาบรรจงจูบอย่างแสนรัก  สายตาคมก็มองสบกับคนตรงหน้าไปด้วย ริทหน้าร้อนวูบ ด้วยเพราะคนตรงหน้าไม่เคยทำอะไรแบบนี้ จนต้องบ่นออกมาเบาๆ กลบเกลื่อนความเขิน


“น้ำเน่า อย่างกับในละคร”


“ไม่ชอบหรือไง”


ริทยิ้มหวานแทนคำตอบ ก่อนจะโผเข้าหาคนตรงหน้าที่อ้าแขนรอ


“วันนี้กันเว่อร์”


เสียงอู้อี้ดังอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโตกว่า แต่คำตอบของกันทำเอาริทคิดไปไกล


“แต่ริทหวาน”


“ไอบ้า” >///<


ใบหน้าหวานแดงก่ำ คนตัวโตกว่าก้มลงมองนิด ก่อนจะกระชับอ้อมแขนตัวเองให้แน่นขึ้นอีก


“ไปเที่ยวกัน”


“ฮะ...เที่ยว!!!


ริทผละจากอ้อมกอดมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย


“อืม....เที่ยว”


“เที่ยวไหน”


“เดี๋ยวก็รู้”


“แต่ริทมีงาน กันก็มีงานนะ”


“ก็ให้เสร็จงานก่อน”


ริททำท่าเอะใจ คิดหนักจนคิ้วขมวดเป็นปม แต่ความคิดความสงสัยทุกอย่างก็พลันหายไป เมื่อคนตรงหน้ายกมือหนาขึ้นมายีหัวเล่นอย่างเอ็นดู แถมยังใช้ปลายจมูกมาแกล้งชนปลายจมูกรั้นของคนตัวเล็กอีก


“ไปนะ...นะครับ”


“อื้อ....ตามใจ”





………………………………………………..






“เฮ้ย.....กัน กัน กัน”


“อะไรครับ ริท ริท ริท”


“กัน....จะดีหรอ”


“อ้าว...แล้วไม่ดีตรงไหน”


“กัน...เดี๋ยวก่อน กัน”


“ริท...”


บทสนทนาระหว่างคนสองคนที่ดูจะไม่ปะติดปะต่อ เพราะต่างฝ่ายต่างออกแรงดึงกันและกัน หลังจากที่เสร็จงานกันก็แวะมารับคนตัวเล็กทันที ระหว่างทางริทคอยถามกันตลอดว่าจะพาไปไหน แต่กันก็ไม่ปริปาก เอาแต่ยิ้มท่าเดียว จนเมื่อรถคันสวยเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง คนตัวเล็กก็ตั้งท่าโวยวายทันที แต่กันเองก็ไม่ได้สนใจ กลับพาไปที่จอดรถชั้นบนสุด แล้วจัดการพาคนตัวเล็กลงจากรถ บทสนทนาเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น


“กัน...ไหนบอกจะพาริทไปเที่ยว”


“ก็นี่ไง ที่ที่กันจะพาริทมาเที่ยว”


“เดี๋ยวๆกันๆ ฟังริทก่อน”


คนตัวเล็กเริ่มใช้เสียงเข้ม จนกันหยุดชะงัก ปล่อยมือที่จับไว้ออก


“ว่าไง...”


“ไม่ต้องมาทำเสียงห้วนเลยนะกัน กันบอกจะพาริทไปเที่ยว แต่ที่นี่มันห้างนะกัน ห้างสรรพสินค้า”


“ก็ใช่ไง ที่นี่ห้าง ริทไม่เคยเที่ยวห้างหรือไง”


คนตัวโตกว่าตอบยิ้มๆ แถมยังยียวนกวนริทอีก


“นั่นไง ประตูทางเข้า”


“กัน..อย่ามากวนริทนะ ริทรู้อยู่หรอกน่า ริทไม่ใช่เด็กสามขวบนะ”


“แล้วริทจะมายืนเถียงกันอยู่ทำไม เราเข้าไปเที่ยวกันดีกว่า”


“กัน ห้างสรรพสินค้า คนเยอะนะ แล้วเรามากันสองคนแบบนี้”


“ทำไมล่ะ เพื่อนมาเที่ยวด้วยกันไม่ได้หรือไง”


“มัน....ก็ได้...”


“ได้...โอเคครับ ถ้างั้นไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไปเที่ยวกัน”


กันไม่พูดอะไรต่อ เดินนำหน้าคนตัวเล็กไป แต่เมื่อรู้สึกว่าไม่มีคนเดินตาม จึงหันกลับมามองริท ที่ยืนนิ่งกอดอกทำหน้ายู่ อยู่ จึงเดินกลับมาหาคนตัวเล็กอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบเบาๆข้างแก้มเนียนใส


“หรือว่าจะต้องเดินจูงมือกันเข้าห้างไป”


ริทหันมามองค้อน


“หรืออุ้ม...”


ยังไม่ทันจบประโยคริทก็ออกเดินนำลิ่วเข้าห้างไป เรียกรอยยิ้มอย่างเด็กได้ของถูกใจจากคนตัวเข้มที่เดินตามหลังเข้าไปติดๆได้ทันที


ถึงแม้ว่าจะเกิดอาการเหวี่ยงวีนกันมาจากข้างนอก แต่เมื่อเข้ามาเจอของถูกตาถูกใจภายในห้าง ทั้งริทและกันก็ต่างพากันดูของอย่างเพลิดเพลิน กันพาริทเข้าร้านนั้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่น ตัวริทเองก็เดินตามอย่างตื่นตาตื่นใจ เพราะนานมากแล้วที่เขาเองก็ไม่ได้มาเดินเล่นที่ห้างนี้ มีหลายโซนที่เปลี่ยนแปลงไปจนริทเองแทบจำทางไม่ได้ บางครั้งก็มีแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายรูปบ้าง ทั้งกันและริทต่างก็แอคติ้งใส่กล้องกันอย่างสนุกสนาน เรียกรอยยิ้มจากแฟนๆได้เป็นอย่างดี บางทีริทได้ยินเสียงฮือฮากรี๊ดกร๊าดจากคนที่เดินผ่านไปมา โดยเฉพาะสาวๆ ซึ่งริทเองก็แอบเขินอยู่เหมือนกัน หันไปมองคนข้างๆก็มีแต่รอยยิ้มแต่งแต้มอย่างคนที่สบายอก สบายใจ ริทเลยได้ยิ้มตามไปด้วย


“ริท...หิวมั๊ย กันอยากกินป๊อบคอร์น”


ริทที่ตอนนี้กำลังสนใจอยู่กับเสื้อเชิ้ตหลากสีในร้านเสื้อเนื้อดียี่ห้อดัง หันมามองกันแวบนึง ก่อนจะหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีหวานตัวหนึ่งออกมาทาบบนตัว แล้วมองกระจกบานโตอย่างสนใจ


“นี่กันถามริท หรือกันบอกริท หรือกันสั่งริทฮะ”


“ริทจะซื้อเปล่า ถ้าไม่ซื้อกันจะเอาของคนที่ไม่อยากมาเที่ยวห้าง ไปเก็บในรถก่อน แล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน”


ริทเป่าปากอย่างรู้ทันว่าตัวเองโดนประชด ก่อนจะหยิบเสื้อสีเดียวกันสองตัว ส่งให้คนขายที่ยืนอมยิ้มอยู่


“เดี๋ยวกันมา ไม่ต้องคิดถึงนะ”


ริทถลึงตาใส่ ก่อนมองไปรอบๆ ว่ามีใครได้ยินหรือเปล่า แต่กันก็ไม่ได้สนใจ หันหลังกลับไปยังเป้าหมายที่ตัวเองต้องการทันที


เพียงไม่นาน กันก็กลับมาพาคนตัวเล็กไปชั้นโรงหนัง แล้วก็ได้ตั๋วหนังพร้อมป๊อบคอร์นกลับมา


“ไหนกันว่าจะไปซื้อป๊อบคอร์น”


“อ๋อ...โปรโมชั่น ซื้อป๊อบคอร์น แถมตั๋วหนัง”


“ไอบ้า...โอ๊ะ...อัน....”


ป๊อบคอร์นคำโต ถูกยื่นใส่ปากของคนที่กำลังพูด พร้อมกันนั้นก็ถูกคนตัวโตกว่าดันหลังให้เดินเข้าโรงหนังไป





...............................................





“โอ๊ย.....เหนื่อยมากกกกกก”


เสียงบ่นยาวพร้อมกับคนตัวเล็กที่ทิ้งตัวลงบนที่นอนสุดหวงของเจ้าของบ้าน


“ขับรถก็ไม่ได้ขับเอง ข้าวก็มีคนเลี้ยง หนังก็ดูฟรี ของก็ไม่ต้องถือ แล้วเหนื่อยอะไรครับริท”


คำพูดพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมกับวางข้าวของพะรุงพะรังไว้มุมหนึ่งของห้องนอน


“ริทเหนื่อยที่ต้อง...เดินไง”


“เดิน....”


“ใช่...เดิน”


ริทลุกขึ้นนั่ง ทำหน้าตาจริงจัง ย้ำกับคำพูดของตัวเอง กันเลิกคิ้วทำท่าตั้งใจฟังเต็มที่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะย้ายร่างของตัวเองมานั่งลงข้างๆริท


“เดินเหนื่อย...”


“ใช่ เหนื่อยมากด้วย นั่งดูหนังก็เมื่อย ปวดตัวไปหมด”


“แล้วกันไม่เหนื่อยกว่าหรือไง ทั้งทำงาน ทั้งไปรับ ทั้งขับรถ ทั้งแบกข้าวของให้ริท”


“ริทก็ทำงานนะ อีกอย่าง...ก็ไม่เห็นกันบอกว่าเหนื่อย กันไม่บอก ริทก็ไม่รู้ นี่ริทเดินเหนื่อย ริทบอก กันถึงรู้ไง”


“ประชดนัก”


คราวนี้ คนตัวโตหมั่นเขี้ยว เลยบีบจมูกแกล้งไปที ริทได้แต่เบี่ยงตัวหลบ พร้อมลูบจมูกป้อยๆ


“ก็จริงอ่ะ ริทไม่รู้จะทำยังไงกับคนปากแข็งแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าคนรอบข้างเขาเป็นห่วงกันขนาดไหน เหนื่อยก็แค่บอกว่าเหนื่อย มันพูดยากนักหรือไง ดูปากเรืองฤทธิ์นะครับ....เหนื่อย”


กันยิ้มกว้างกับท่าทางของคนตรงหน้า รู้สึกว่าวันนี้ เขาจะเหนื่อยก็ตรงที่ยิ้มบ่อยเกินไปเนี่ยล่ะ


“อีกรอบนะครับกัน....เหนื่อย เหนื่อย”


คนตัวเล็กพูดไปด้วย มือก็ชี้ปากตัวเองไปด้วย กันเลยล้อเลียนด้วยการอ้าปากพะงาบพะงาบเหมือนจะพูดตามแต่ไม่มีเสียง เลยโดนคนตัวเล็กตีแขนดังเพี๊ยะ กันเลยได้จังหวะคว้ามือของคนตรงหน้าไว้ทันที พร้อมกับพูดคำที่ริทอยากได้ยินมากที่สุดในตอนนี้


“กันเหนื่อย...”


เหมือนความรู้สึกหนักอึ้งมันหายมลายไปทันที เพียงเพราะการได้บอกความรู้สึกของตัวเองกับคนตรงหน้า ริทหยุดทุกการกระทำ รอฟังคนตรงหน้าพูดเพียงอย่างเดียว เพราะริทรู้ดีว่าเวลาแบบนี้ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการรับฟังคนตรงหน้า


“กันเหนื่อย...แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่มีความสุขดี กันได้ทำงานที่กันรัก ได้เจอคนที่กันรักแล้วก็รักกันทุกคน ถึงแม้กันงานจะเยอะไปบ้างจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่กันก็ทำได้ กันก็เลยไม่ได้บอกริท อีกอย่างริทก็เรียนหนัก กันไม่อยากทำให้ริทไม่สบายใจ ริทจะได้เรียนจบไวๆ มาทำงานด้วยกัน”


เสียงถอนหายใจยาวจากคนตัวเล็ก มาพร้อมกับใบหน้ายู่ๆอย่างคนคิดคำพูดไม่ออก


“พอจะพูดทีก็เล่นดักริทหมด แบบนี้ริทจะพูดอะไรต่อได้ล่ะ”


“ไม่ต้องพูดหรอก เป็นแบบที่ริทเป็นนี่ล่ะ ดีแล้ว”


ริทเลิกคิ้วพลางทำหน้าสงสัย ผิดกับอีกคนที่สีหน้าจะออกไปทางเจ้าเล่ห์เสียแล้ว


“หรือถ้าคิดคำพูดไม่ออกจริงๆ...”


ริทเสมองไปที่มือตัวเองที่ถูกจับกระชับแน่นขึ้น


“กันขอเป็นอย่างอื่นก็ได้...โอ๊ยๆๆ ริท เจ็บๆ”


“สมน้ำหน้า”


ริทแลบลิ้นให้กับคนที่โดนหยิกต้นแขน แต่ก็ต้องนิ่งไป เมื่อคนตรงหน้ากลับแสดงอาการหน้านิ่งใส่ตน


“เง้อ...กัน..ริทขอโทษ กันอย่าโกรธริทน้า.....ริทขอโทษน้า...”


กันยังคงไม่ยิ้ม แถมยังหันหน้า แล้วตั้งท่าจะลุกหนี จนริทต้องรีบคว้าตัวกอดเอวไว้แน่น กันเลยยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมต่อไป


“กัน....กันนนนนนนน”


คราวนี้ริทใช้ใบหน้าหวานใสมาคลอเคลียกับไหล่แกร่งเหมือนลูกแมว จนกันต้องหันหน้าหนีซ่อนยิ้ม


“พอแล้วริท”


“หายโกรธริทหรือยัง”


กันหันหน้ามาหาคนข้างกาย ก่อนจะใช้มือเชยคางมนให้รับกับรสจูบของริมฝีปากของตัวเองที่เหมือนอยากจะส่งผ่านความเหนื่อยล้าที่มีให้คนตรงหน้าได้รับรู้ คนตัวเล็กหลับตารับสัมผัสจากคนตรงหน้าอย่างคนที่ต้องการจะส่งกำลังใจทั้งหมดให้ ริมฝีปากของคนทั้งคู่แนบสนิท เนิ่นนาน ความคิดถึง ความห่วงใย ความใส่ใจ ถูกส่งผ่านรสสัมผัสหวานซึ้งที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทดแทนคนตรงหน้าได้ ร่างบางโอนอ่อนไปตามแรงโน้มถ่วง จนแผ่นหลังแนบสนิทกับความนุ่มของเตียง มือบางไล้ไปตามอกแกร่งผ่านเสื้อตัวเก่งที่เจ้าตัวชอบใส่ประจำ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหวาน เมื่อกันผละออกไปจูบที่แก้มทั้งสองข้างแทน


“หายโกรธริทแล้วใช่มั้ย”


เสียงเบาราวกระซิบ กันส่ายหน้าแทนคำตอบ


“กันไม่ได้โกรธริทซักหน่อย”


พูดจบก็ก้มลงไปจูจุ๊บที่ปากเล็ก ก่อนจะยกมือบางขึ้นมาบรรจงพรมจูบจนครบทุกนิ้ว สายตาก็คอยมองไปที่ใบหน้าหวานแดงก่ำตรงหน้าไปด้วย


“กันจะโกรธคนที่ทำให้กันหายเหนื่อยได้ยังไง...”


คราวนี้ปลายจมูกคลอเคลียกันและกันอยู่นาน ก่อนที่กันจะชี้นิ้วไปที่แก้มของตัวเอง พร้อมกับอมลมจนแก้มป่องไปข้างหนึ่ง ริทแกล้งหันหน้าหนี กันเลยได้แต่ทำหน้ายู่อย่างขัดใจ ริทหลุดขำก่อนจะบรรจงหอมแก้มคนตรงหน้าอย่างเอาใจ กันทำหน้าพริ้มเหมือนได้กำลังใจ ยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าคม ริทเลยอดไม่ได้ ยกมือไล้ไปตามรอยบุ๋มข้างแก้ม กันเลยแกล้งงับนิ้วริทเล่น จนริทหลุดขำอีก กันเห็นใบหน้าตรงหน้า รู้สึกเหมือน...


หัวใจที่กำลังพองโต


หัวใจที่ได้รับเลือดดีๆมาหล่อเลี้ยง


หัวใจที่กำลังเต้นแรงเพราะคนตรงหน้า


สายตาคมหวานตรงหน้าจ้องมองจนคนตัวเล็กกว่าจนริทต้องหลุบตาลงต่ำ พลันริมฝีปากของคนสองคนก็ได้สัมผัสกันอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน และความโหยหา เนิ่นนาน และมั่นคง

 

 



“กัน...อาบ...อ๊ะ.....อื้ออ....”

 

 





“กะ...กัน....ดะ...เดี๋ยว....กัน.....อะ...อาบ....งื้อออ...”

 

 






“กัน...อื้อออ...”

 

 

 

................................................................................................................................

 

 







“ริทซื้อเสื้อมาให้กัน....อุ๊ปส์!!! อ๊ะ....อื้ออออ.......”





















เฮ้อออออออออออออ..........................

เหนื่อยค่ะ มีใครทำงานเหนื่อยๆเหมือนกันบ้างมั๊ยคะ 


TT-TT

ผลงานอื่นๆ ของ pattarit

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. #10 เชอรี่
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 19:11
    เป็นอีกเรื่องที่อ่านแล้วยิ้มแก้มแตก

    ฟินไปกับโมเม้นงอลง้อของสองแสบ

    อ่านแล้วเหมือนเรื่องจริงมากๆค่ะ

    กันเหนื่อยแต่ไม่บอกว่าเหนื่อย

    ริทก็ห่วงกันมากจนเหมือนจะบ้า

    กันหายเหนื่อยเวลาริทอยู่ด้วย

    พวกเราฟินเวลากันริทงุงงิง มุ้งมิ้ง
    #10
    1
    • 1 ตุลาคม 2558 / 21:43
      ว้าววววว ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆเลยที่อ่านแล้วชอบ แล้วยิ้มแก้มแตก ส่วนอ่านแล้วเหมือนเรื่องจริง
      อันนี้ไม่รู้ค่า (ไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นไง 555) รู้แต่ว่ากันริทมุ้งมิ้ง เราก็ฟินนนนนนนนนน >////<
      #10-1
  2. #9 กันริท
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 10:13
    สั้นเลยค่ะ ไรต์ ฟินนนน รอพาท ต่อไปน่ะคับ
    #9
    1
    • 30 กันยายน 2558 / 00:21
      ขอบคุณมากนะคะ ^^
      #9-1
  3. วันที่ 28 กันยายน 2558 / 19:02
    ฟินนน ฟินนน ฉันฟินนนนนนนน!!!

    โอ้ยย บอกว่ากันริทเป็นแฟนกันจริงนี่เชื่อสนิทใจเลยนะคะไรต์ แถมเจอฟิคกระตุ้นแบบนี้อีก
    น่ารักมากๆ ไรต์ไปนั่งกลางใจสองคนนั้นรึเปล่า อย่างกับเรื่องจริงแน่ะ//แซวขำๆนะคะ

    ตอนจบนี่ยังไง กันเอ้ยย ซึ้งได้ไม่นานหื่นเลยเหรอลูกก
    รอพาร์ทต่อไปนะคะ สู้ๆ^^
    #8
    1
    • 30 กันยายน 2558 / 00:22
      ขอบคุณค่ะ เห็นเม้นท์แบบนี้แล้วมีกำลังใจจิ้น 555+ ขอบคุณที่รออ่านนะคะ ^^
      #8-1
  4. วันที่ 28 กันยายน 2558 / 10:13
    ฟินคะ อ่านแล้วมีความสุขมาก เขียนต่อนะไรต์
    #7
    1
    • 30 กันยายน 2558 / 00:22
      ดีใจที่อ่านแล้วมีความสุขนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ^^
      #7-1
  5. #6 ฟินกันริท
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 08:15
    อร๊ายยยย อ่านจบเค้าเหนื่อยกว่าเดิมเพราะเขิลลลลจนตัวบิดเลย ไรต์แต่งได้ละเมียดและฟินมากค่า มาอัพอีกบ่อยๆนะค้า
    #6
    1
    • 30 กันยายน 2558 / 00:24
      จ้าๆๆ จะพยายามต่อไปค่า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^
      #6-1
  6. วันที่ 25 กันยายน 2558 / 16:14
    ขออภัยทุกท่านค่าาาา ลืมกด เผยแพร่ -*-

    ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ 
    #5
    0
  7. #4 fhhy
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 18:40
    ไม่เห็นข้อความเลยอะะะ
    #4
    0
  8. วันที่ 24 กันยายน 2558 / 11:24
    ไรเตอร์ลืมแปะเนื้อเรื่องหรือคะ
    #3
    0
  9. #2 รอฟิน
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 02:48
    ไม่เห็นข้อความเลยเหมือนกันค่า 😭
    #2
    0
  10. วันที่ 24 กันยายน 2558 / 00:01
    ตัวหนังสือมันไม่ขึ้นอ่ะคะไรเตอร์ 😅
    #1
    0