ฟิคtwisted wonderland x oc(This love meet in a dream.รักนี้เจอในฝัน)

ตอนที่ 4 : โรงเรียนไนท์เรเวนคอลเลจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 ก.พ. 64

รูปไม่ขึ้นโปรดแจ้งไรท์ด้วยนะคะ 



(รูบนี้วาดไว้นานแล้ว)


     'นี้เซีย....เธอคิดว่า ฉันจะทำหน้าที่นี้ได้ดีรึเปล่า?'


   หญิงสาวผมดำเอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่ตัวเธอ และเด็กสาวที่อายุห่างกัน 4 ปี กำลังนั่งชมความสวยงามของดอกซากุระที่ผลิบานห้อมล้อมพวกเธออยู่


     ตัวหญิงสาวที่อยู่ในชุดกิโมโนสีขาว ฮากามะสีแดง สวมทับด้วยฮาโอริสีขาวบริสุทธิ์ เครื่องประดับผมดอกซากุระสีชมพูสลับขาว ผมสีดำยาวสลวยเหมือนกับสีของน้ำหมึกนั้น มัดปลายผมด้วยริบบิ้นสีขาว ในมือถือกระพรวน ข้างกายมีดาบคาตานะแบบโบราณวางเอาไว้อยู่ข้างกาย


ส่วนตัวเด็กสาวที่ถูกเอ่ยคำถามนั้น สวมเพียงกิโมโนสีขาวกับฮากามะสีกรมท่า ผมสีน้ำเงินเข้มเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน จากที่ปกติจะปล่อยยาวอยู่ตลอดนั้น ก็ถูกรวมมัดต่ำถึงต้นคอด้วยริบบิ้นสีขาวเอาไว้ด้วยเช่นกัน ข้างกายนั้นมีดาบไม้เคนโด้วางอยู่ไม่ห่างกาย


เด็กสาวเพียงหันไม่มองผู้ถามชั่วครู่ ก่อนที่จะหันกลับไปชมดอกซากุระที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง


     'ถ้าเป็นเธอละก็ ต้องทำได้อยู่แล้ว พวกท่านน่ะ หวังพึ่งในตัวเธอมากกว่าฉันนะ'


     น้ำเสียงที่กล่าวมานั้นไม่ได้มีความน้อยเนื้อต่ำใจแม้แต่น้อย มันเป็นเพียงน้ำเสียงที่นิ่ง ที่บ่งบอกว่าตัวเธอนั้นไม่ได้คิดมากอะไร แล้วก็คิดว่าแบบนั้นมันดีกว่าอยู่แล้ว ที่พวกท่านเลือกหญิงสาวคนข้างๆมากกว่าตน


     'งั้นหรอ...เข้าใจแล้ว ฉันจะทำมันให้ดีที่สุด เซียเองก็อยู่ข้างๆฉันด้วยนะ'     '

     'มันแน่นอนอยู่แล้ว'


   ทั้งสองหันมายิ้มให้กันและกัน ก่อนที่ภาพของเด็กสาวทั้งสองคนที่อยู่ท่ามกลางดอกซากุระจะค่อยๆถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ ภาพทุกอย่างถูกแทนที่ด้วยสีดำจนมองไม่เห็นสิ่งใดอีก...









".........?"


       ดวงตาสีฟ้าครามค่อยๆลืมขึ้นมาช้าๆหลังจากที่เห็นภาพวันวานจากความทรงจำที่น่าคิดถึง จะถูกปกคลุมไปด้วยสีดําทมิฬ


แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งที่แน่ใจแล้วว่าตอนนี้ตนเองกำลังลืมตาอยู่แท้ๆ แต่ทุกอย่างรอบกายนั้นก็ยังคงมืดสนิท แล้วก็ความรู้สึกที่แคบๆอึดอัดขยับตัวได้ลำบากนี้ก็ด้วย


"เกิดอะไรขึ้น...แล้ว ฉันอยู่ไหนเนี่ย? แคบชะมัด" 


     มือบางพยายามสำรวจจับโดยรอบ แต่มือนั้นก็ยื่นไปได้ไม่มากก็ชนกับกับพนังเสียแล้ว เซียอาน่าเริ่มรู้สึกรางไม่ดีสุดๆ ว่าตอนนี้ตัวเองนั้นมาอยู่ในที่แปลกๆน่ากลัวๆอีกแล้ว


"มีใครอยู่ไหม!ช่วยด้วย!"


เธอลองเสี่ยงที่จะร้องขอความช่วยเหลือดู เพราะตอนนี้เธอเริ่มกลัวแล้วว่าตัวเองนั้นจะมาอยู่ในที่ๆไม่ควรอยู่อย่างแรง แต่ก็พยายามทำใจว่ามันอาจจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากกว่านี้หลอกมั้ง...J


      มือบางก็พยายามดันพนังที่อยู่ตรงหน้าให้เปิดออกแต่มันก็แน่นหนามากเกินไป จนแถบเปิดไม่ออก


กึก กึก


      'เสียง? มีเสียงอยู่ข้างนอก'



"แย่ละสิ คนกำลังมากันแล้ว ต้องรีบแล้วละ!"


     มีเสียงพูดดังขึ้นมาอีกฝั่งของพนังนี้ แล้วก็พนังที่เธอพยายามดันอยู่นั้นก็มีแรงขยับเหมือนมีคนมาช่วยดึงด้วย หรือว่าจะมีคนได้ยินเสียงเธอแล้วมาช่วยอย่างนั้นหรอ?


"ฝาโลงหนักชะมัดยาก! อาวุธลับนี้ ถึงเวลาที่ต้องเอาออกมาใช้แล้วสินะ! ฮึบบ--- นี่แหน่ะ!!"


     อยู่ๆก็รู้สึกร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้น เซียอาน่าพยายาฟังว่าคนข้างนอกนั้นกำลัทำอะไรอยู่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ตรงขอบๆเหมือนเธอจะเห็นว่ามันเปิดออกนิดนึงแล้ว และมันก็มีแสงสีฟ้าแปลกตาปรากฎอยู่ตรงนั้นด้วย แล้วถ้าเธอมองไม่ผิดนั้น ทั้งความร้อนที่รู้สึกได้นี้ แล้วก็แสงไฟจากข้างนอกนั้น รวมถึงเหมือนจะได้กลิ่นไหม้ๆด้วย...



มันคือเปลวเพลิง!!



     'นี่คิดจะฌาปนกิจกันรึยังไง!!'



"เกิดบ้าอะไรขึ้นข้างนอกกันว่ะเนี่ย?!"


     เซียอาน่าเริ่มอยู่ไม่สุขมือบางทั้งออกแรงดันพนังมากกว่าเดิม แล้วครั้งนี้มันก็ขยับแล้ว พอมันขยับจนขาสามารถขยับได้สะดวกขึ้น เธอก็ใช้ขาคู่ออกแรงถีบอย่างเต็มแรง!!



"เอาละที่นี้ก็- วะ หว้าก! อะไรน่ะ!? แอ็ก-!!"



โครม! ตึง!!


     ฝาโลงกระเด็นไปตามแรงถีบ จนมันหล่นไปทับอะไรสักอย่างดัง แอ็ก! เเต่เซียอาน่าไม่ทันได้ยิน เพราะพอถีบฝาโลงกระเด็นไปแล้ว เปลวไฟที่เห็นก่อนหน้านี้ก็หายไป แสงสว่าสาดส่องเข้ามาก่อนที่ดวงตาสีฟ้าครามจะได้ทำการปรับแสงให้ง่ายต่อการมองเห็น


ร่างของเด็กสาวลุกขึ้นมาจากสิ่งที่ตัวเธอพึ่งรู้ว่าตนเองนั้นนอนอยู่ในโลงศพ ดวงตาสีฟ้าครามมองไปรอบๆ ด้วงความรู้สึกที่แปลกตาแปลกใจ แต่ก็ไม่เท่ากับครั้งแรกที่ตนเองนั้นหลงไปโผล่นู่นโผล่นี้เท่าไรแล้ว


ห้องที่เธออยู่ตอนนี้นั้น เต็มไปด้วยโลงศพแบบเดียวกันกับของเธอ แล้วมันก็แปลกตาไปอีก เมื่อโลงศพบางอันมันลอยอยู่กลางอากาศด้วย


"โผล่มาที่ไหนอีกแล้วเนี่ย? เดียว แล้วกระเป๋าฉันละ!?"


     เซียอาน่าไล่ตามองสำรวจตัวเองว่ากระเป๋าเป้สีขาวของเธอนั้นหายไปไหน แต่นั้นก็ไม่น่าแปลกใจเท่า เมื่อเธอสำรวจตัวเองแล้ว ก็พบว่าตัวเธอนั้นได้มาอยู่ในชุดที่แปลกตา ซึ่งมันไม่ใช่ชุดลำลองที่เธอใส่มาก่อนหน้านี้เลย


"ทำไมชุดฉันเป็นแบบนี้ละ เกิดบ้าอะไรขึ้นอีกกันเนี่ย!?" 


มือบางยกขึ้นมาเกาหัวอย่างเริ่มอารมณ์เสีย ของก็หาย ในนั้นมีทั้งมือถือกระเป๋าตังค์ แล้วก็ดาบปากกาของโคโคโระ แล้วก็รูปถ่าย-


กึก


     ตอนที่กำลังอารมณเสีย เริ่มจะคิดมากขึ้นไปทุกที  มือบางก็เคลื่อนไปโดนอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างลำตัว ก่อนที่เธอจะรีบหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่ามันคือดาบปากกา ขวดแก้วที่มีน้ำจากบ่อเลเธ แล้วก็รูปถ่ายของเธอด้วย ของสำคัญทั้งสามชิ้นยังอยู่กับเธอดี ไม่มีส่วนไหนเสียหาย


"โล่งอกไปที ที่ยังไม่หายไป"


     มือบางกอดของทั้งสามชิ้นไว้แนบอกอย่างหวงแหน



กุก กัก! กุก กัก!!




"หือ? อะไร-"



ผลึบ! โครม!!


     ฝาโลงที่เธอถีบไปก่อนหน้านี้จู่ๆมันก็มีเสียง กุกกัก! ก่อนที่มันจะกระเด็นลอยขึ้นมาด้วยแรงดันของเปลวไฟสีฟ้า จนเธอยังเเอบสะดุ้งตกใจไม่ได้ เมื่อไฟสีฟ้าหายไปก็ปรากฎร่างของสัตว์ตัวเล็กที่ดูคุ้นๆตาขึ้นมา


"ฟู่น็าาา!! นี้เจ้ากล้าดียังไงเนี่ย ถึงเอาฝาโลงมาทับข้าน่ะ ห้ะ! แล้ว ทำไมถึงตื่นขึ้นมาได้ละ!"


"เจ้าแมวหรอ?!  เจ้าแมวตัวนั้นใช่ไหม นี่แก พูดได้ด้วยหรอ?"


     เจ้าแมวสีเทาตัวเดิมที่แสนคุ้นตานั้นเอง เซียอาน่าเบิกตา กว้าง ถึงจะบอกกับตัวเองว่าหลังจากที่เจอทั้ง สกา แล้ว อิอาโก มาแล้วก็ตาม ต่อไปจะไปเจอสัตว์พูดได้อีกก็คงไม่แปลกใจแล้วละ แต่พอมาเจอเจ้าแมวที่รวมเดินทางมาด้วยกันตลอด กลับพูดได้เสียอย่างนั้น แล้วก็ มันดูแปลกไปจากเดิมจากที่เห็นล่าสุดด้วยจนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้จริงๆ


ใบหูของมันมีเปลวเพลิงสีฟ้าปรากฎขึ้นมาด้วย  หางของมันมีลักษณะแปลกประหลาดไป กลายเป็นหางสามง่ามสีดำ ใบหน้าที่ดูแสดงอารมณ์มากกว่าก่อนหน้านี้ จนดูเหมือนตุ๊กตา ไม่ก็เหมือนตัวทานุกิ มากกว่าที่จะเป็นแมวเสียอีก และที่สำคํญ ตัวของมันกำลังลอยอยู่กลางอากาศด้วย!





"ข้าไม่ใช่แมวสักหน่อย! ข้าคือท่านกริมม์ จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ต่างหากละ!"



     'อะไรอีกละว่ะนั้น?'



"เดียวก่อนสิ นี่ฉันเองไง แกจำฉันไม่ได้หรอ? เราอยู่ด้วยกันเมื่อกี้นี้ไง"

"พูดอะไรของแก ข้าไม่เคยพบ แล้วก็ไม่เคยเห็นหน้าแกมาก่อนเลยด้วย! แต่ช่างมันเถอะ แกน่ะรีบส่งเสื้อมาให้ข้าซะ!"

"หา! แล้วทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วย?"

"อย่าพูดมากรีบส่งมาซะ ไม่งั้นเดียวจะจับย่างสดซะหรอก!"


     พูดจบเจ้าแมวนั้นที่เรียกตัวเองว่ากริมม์ก็พ้นไฟสีฟ้าออกมาจากปาก จนเซียอาน่ายังต้องรีบก้มหลบ เปลวไฟมันเฉียดหัวเธอไปนิดเดียวเอง จนตัวของเธอลงไปนอนอยู่กับพื้นเลย


"เห้ย! เดียวสิ! นี่ฉันเองไงจำไม่ได้จริงๆหรอ?"

"ก็บอกแล้วไงว่าข้าไม่รู้จักแก! รีบส่งเสื้อมาซะ!"

"เดียว! ฟังกันก่อนสิ! โอ้ย! อะไรอีกว่ะเนี่ย!"

"จะหนีไปไหน กลับมานี้นะเจ้ามนุษย์! เอาเสื้อมาเนี่ย!!"


     เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว เซียอาน่าเลยตัดสินใจออกตัววิ่งออกไปที่ประตูห้องทันที โดยมีเสียงของเจ้ากริมม์ตามมาติดๆ



     สองขาพาตัวเองวิ่งมั่วไปทั่วกับสถานที่ ที่ดูแปลกตานี้ ซึ่งมันคือที่ไหนก็ไม่รู้ หลังจากที่ออกมาจากห้องโลงศพนั้นแล้ว เซียอาน่าก็วิ่งไปตามทางเดิน ผ่านห้องมากมาย วิ่งข้ามสวนที่มีบ่อน้ำเก่าอยู่ตรงกลาง ก่อนที่จะวิ่งกลับเข้ามาในตึก มือบางรีบยื่นไปเปิดประตูบานนึงก่อนที่จะเข้าไป


"แฮะ..แฮะ..แฮะ...หนีมันพ้นรึยังเนี่ย?"


     เมื่อเข้ามาได้แล้วเธอก็เอาหลังผิงกับชั้นหนังสือก่อนที่จะหอบหายใจเข้าออกช้าๆ หลังจากที่วิ่งมั่วหนีกริมม์ไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่ห้องนี้


"ว่าแต่ ที่นี้มันที่ไหนอีกละเนี่ย ห้องสมุดหรอ?"


     ดวงตาสีฟ้าครามมองสำรวจไปรอบๆตัวเองก่อนที่จะพบว่าตอนนี้ตัวเองนั้นได้มาอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายจนดูเหมือนจะเป็นห้องสมุด ถ้ามันเป็นแค่ห้องสมุดปกติเธอจะไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรเลย ถ้าไม่ใช่เพราะว่า มันมีหนังสือบางเล่มที่ลอยไปลอยมาอยู่ด้วยน่ะสิ!


"มาโผล่ในที่แปลกๆอีกแล้วสิเรา เห้ยเดียว! รูปถ่ายละ?!"


    หลังจากที่พักจนหายเหนื่อยแล้วจนตั้งสติได้ เซียอาน่าก็พึ่งรู้ตัวว่ารูปถ่ายของเธอนั้นหายไป ของที่อยู่ในมือมีแค่ดาบปากกากับขวนแก้วใส่น้ำเท่านั้นเอง



"หานี้อยู่หรอ!?"



น้ำเสียงแหลมๆดูเจ้าเล่ห์ดังขึ้นที่ข้างหลัง เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับกริมม์ มันตามมาทันแล้ว 


แต่นั้นก็เหมือนจะไม่ได้ทำให้เซียอาน่ารู้สึกวิตกกังวลมากเท่าสิ่งที่อยู่ในอุ้มเท้าของมันเลย...



รูปถ่ายของเธอ



"ข้าเห็นมันตกอยู่หน้าห้อง ก็เลยรู้แกแอบอยู่ในนี้ไงละ คิดหรอว่าจะหนีข้าพ้นน่ะ!"


   กริมม์พูดขึ้นพร้อมกับชูรูปถ่ายในอุ้มเท้าของมันด้วยท่าทางถือไพ่เหนือกว่า


"ทางตันแล้วสินะเจ้ามนุษย์ ส่งเสื้อมาซะไม่งั้นข้าจะเผารูปนี้ทิ้งก่อนที่จะไปย่างสดแก-"



"เอาคืนมานะ!!"


  

    เซียอาน่าตะโกนขึ้นมาอย่างสุดเสียงเมื่อได้ยินกริมม์พูดว่าจะเผารูปถ่ายของเธอ มือที่กำแน่นอยู่แล้วตั้งแต่เห็นรูปอยู่ที่มัน มือก็ยิ่งกำแน่นขึ้นจนมีเลือดไหลออกมา เป็นผลมาจากเธอเผลอกำตรงใบดาบของปากกาเข้าพอดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รู้ตัวหรือสนใจยัยดีอะไรมันเลยแม้แต่น้อย



"อะ...อะไรเล่า..มันก็แค่รูปถ่ายโง่ๆของแกเอง! โกธรอะไรขนาดนั้น....กัน..."


    กริมม์หลังจากที่มันโดนเด็กสาวตะคอกมันก็ถึงกับหยุดชะงักไปเลยด้วยความตกใจ และรู้สึกได้ถึงอันตราย ต่อให้มันจะทำใจกล้าพูดโต้กลับเธอไป แต่ด้วยอะไรบางอย่างทำให้มัน ไม่กล้าที่จะพูดต่อ เมื่อจ้องมองดวงตาสีฟ้าครามที่มองมาที่มัน...






     'พี่เซีย...ผมขอโทษ...'



     'พี่เป็นอะไรไปน่ะ...'








    'เซีย....'






กึก!



     จู่ๆเซียอาน่าก็เหมือนได้สติกลับมา เมื่อเธอจ้องมองใบหน้าของกริมม์ที่มีท่าทางกลัวจนตัวสั่นซ้อนทับกับใบหน้าของน้อยชายฝาแฝดของเธอ ก่อนที่ เสียงของเธอคนนั้นจะดึงสติเธอให้กลับมา



   'อีกแล้วหรอ...เป็นแบบนี้อีกแล้วหรอ?'



   ดวงตาสีฟ้าครามจ้อมมองลงไปที่มือของตัวเอง ริปฝีปากเมินเข้าหากันแน่น เวลาที่เธอโกรธมากๆมันจะคุมตัวเองไม่อยู่ทุกครั้ง ทั้งที่จริงๆแล้วเธอก็ไม่ใช่คนที่โกรธง่ายอะไรเลย ถ้าเรื่องนั้นมันไม่มีผลต่อใจ หรือเรื่องสำคัญกับเธอจริงๆ


"เฮ้อ...เอารูปถ่ายของฉันคืนมา อย่าให้ต้องพูดซ้ำนะ"


      เซียอาน่าพยายามทำใจเย็นก่อนที่จะพูดกับกริมม์อีกครั้งให้มันคืนรูปมาให้เธอ


"...คิ..คิดว่า..คิดว่าข้าจะกลัวแกรึไง! โธ่เอ๊ย! คิดว่าทำหน้าดุๆใส่ข้าแล้วข้าจะกลัวแกหรอ แกนั้นแหละส่งเสื้อนั้นมาซะ! ไม่งั้นข้าเผามันจริงๆด้วย!"


กริมม์ก็ยังคงทำตัวอวดเก่ง แล้วไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันชูรูปถ่ายขึ้นว่าถ้าเธอเข้าไปไกล้มากกว่านี้ หรือไม่ยอมส่งเสื้อให้มันละก็ มันก็คิดที่จะทำอะไรบ้าๆจริงๆ


"ถ้าฉันให้เสื้อแก แล้วฉันจะใส่อะไรละ อีกอย่างดูยังไงไซส์ของเสื้อตัวนี้ แกก็ใส่ไม่ได้หรอก เลิกพูดบ้าๆ คือรูปถ่ายมา แล้วมาคุยกันดีๆ"

"อย่าเข้ามาไกล้กว่านี้นะเว้ย!"

".....เอาคืนมา แล้วมาคุ-"


"บอกว่าอย่าเข้ามาไกล้ไง---ฟู่น็าาาา!!"



พลึบ!!!



     เปลวไฟสีฟ้าถูกพ้นออกมาจากปากของกริมม์ ก่อนที่มันจะพุ่งไปที่รูปถ่ายเข้าเต็มๆ จนมันมีไฟลุกขึ้น



ผลัก!!


    เซียอาน่าเบิกตากว้างกับภาพที่เห็น รูปถ่ายของเธอกำลังถูกเผาไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย ก่อนที่จะรู้ตัว เธอก็วิ่งไปกระชากรูปถ่ายนั้นออกมาจากอุ้มเท้าของกริมม์แล้วผลักมันออกไป ทั้งๆที่รูปมันยังติดไฟอยู่.....


แล้วด้วยความร้อนทำให้เธอทำรูปติดไฟนั้นตกพื้น แต่เธอก็รีบเอามือตบลงไปที่รูปถ่ายอย่างร้อนรนโดยที่ไม่ได้สนใจความร้อนของเปลวเพลิง แล้วก็เลือดที่ไหลอยู่ที่มืออยู่เลยสักนิด



    มือเปล่าที่พยายามตบไปที่รูปเพื่อดับไฟนั้นทั้งปวดแสบปวดร้อนจนพุพอง แล้วก็เลือดที่เกิดจากโดนใบดาบของปากกาทิ่มแทง แต่เซียอาน่าก็ไม่ได้สนใจมันเลย จนในที่สุดเธอก็สามารถดับไฟได้



"นี่แก!กล้าดียังไงมาผลักข้า!กับอีแค่รูปถ่าย ทำไมถึงต้อง-"



"หุบปาก! แกไม่รู้อะไรเลยอย่ามาพูดนะ!!"



 แปะ...แปะ...



      กริมม์ที่โดนผลักออกมามันเตรียมที่จะต่อว่าเด็กสาว แต่มันก็ต้องหุบปากเงียบไป เมื่อเด็กสาวตะคอกใส่มันอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้สิ่งที่ทำให้มันหยุดเงียบปากไม่ใช่เพราะเสียงตะคอก แต่เป็นหยดน้ำสีใสที่หยดลงมาที่รูปถ่าย ที่อยู่ในมือของเด็สาวต่างหาก 

รูปถ่ายนั้นขอบของมันถูกเผาจนไม่เหลือชิ้นดีมีเพียงแค่บริเวณกลางๆภาพเท่านั้นที่ยังพอมองออกว่ามันคือรูปใบหน้าใครบ้าง



"ห้ะ เห้ย...นี่แก..ร้องไห้หรอ..มันก็แค่ รูปถ่ายเองนี่..ไม่เห็นจะต้อง ร้องไห้เลย...."



   มันถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ ว่ามันเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยหรอที่ถึงกับต้องร้องไห้เพราะรูปถ่ายใบเดียว


      มือบางทั้งสองข้างที่มีแผลพุพองกับเลือดที่ไหนออกมาจากมือซ้าย ค่อยๆจับรูปถ่ายที่ยังมีส่วนที่เหลือขึ้นมาแนบอก อย่างระมัดระวัง ไม่ให้มันเสียหายไปมากกว่านี้ 


จากรูปถ่ายที่มีสีสันสวยสดใส กลับกลายเป็นรูปถ่ายที่มีรอยไหม้จนจะกลายเป็นสีน้ำตาลไหม้ไปหมด ขอบก็มีรอยแหว่ง ใบหน้าของคนทั้งสีคนในรูปนั้นยังพอมองออกได้บ้าง แต่ว่าเมื่อมองดูดีๆแล้ว มีใบหน้าของคนๆนึงในรูปที่โดนเผาจนดำ มองไม่ออกเลยว่าใบหน้านั้นเป็นยังไง...




 "==="



ฟู่!!




"แอ้ก!? อะไรอ่ะ เจ็บๆ! สายอะไรเนี่ย!?"


    เซียอาน่าที่ยังคงกอดรูปถ่ายในมืออยู่นั้นเงยหน้าขึ้นมามองเมื่ออยู่ดีๆ กริมม์ก็เกิดร้องขึ้นมา แล้วภาพที่เห็นนั้น ก็ยิ่งทำให้เธอไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ เมื่อที่ตัวของกริมม์มีอะไรบางอย่างที่คล้ายเชือกเข้ามารัดตัวของมันเอาไว้


"ไม่ใช่สายอะไรทั้งนั้นแหละครั้ง แส่เเห่งรักต่างหากละ!"



พรึบ!


      มีเสียงพูดดังขึ้นมา ก่อนที่จะมีร่างๆนึงของบุคคลปริศนาลอยตัวลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเซียอาน่า


"เอาละครับ คุณนักเรียนใหม่ ช่วยบอกผมทีว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี้กันครับ?"


     ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้นเป็นชายหนุ่มที่ดูๆไปอายุไม่น่าเกิน 30 ปี ตัวสูงราวๆ 180 เซนติเมตรเห็นจะได้ เขาสวมใส่ชุดสูทดูทางการ  กับเสื้อคลุมตัวนอกที่มีขนนกสีดำ สวมหมวกใบโต แล้วก็ที่เห็นเป็นอันดับแรก และดูเหมือนจะเป็นจุดเด็นของคนๆนี้เลยก็คือ หน้ากากสีดำที่มีจะงอยปากของอีกาที่ปกปิดเฉพาะบริเวณดวงตา แววตาที่ส่องสว่าสีเหลืองทองทอดมองลงมาที่เธอ


     เซียอาน่าไม่รู้ว่าควรจะตอบกับผู้มาใหม่ยังไงดี เพราะตอนนี้เธอปรับอารมณ์ไม่ทันแล้ว จากที่ทั้งโกรธมากๆแล้วก็เสียใจเรื่องรูปถ่าย แล้วมาตอนนี้ก็ต้องมาเจอกับคนแปลกๆอีกแล้ว


"นี้คุณ ร้องไห้หรอครับ?"


ชายคนนั้นจู่ๆก็ยืนหน้าเข้ามาไกล้ เมื่อไม่ได้คำตอบจากคนที่เขาถาม แต่พอได้มามองดูไกล้ๆแล้วเขาก็พึ่งรู้ว่าเด็กคนนี้พึ่งร้องไห้มาแน่ๆ


"ปะ เปล่า ไม่ได้ร้อง"

"โกหกไม่เนียนะครับ ยังมีคราบน้ำตาอยู่ที่หน้าอยู่เลย"


     เมื่อโดนทักเข้าเซียอาน่าก็รีบยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าออกให้หมดอย่างลวกๆ แต่ว่าอยู่ๆชายคนนั้นก็เข้ามาดึงมือเธอให้หยุด จนเธอมองเขากลับไปอย่างไม่เข้าใจ


"อย่าทำแบบนั้นครับ เดียวตาจะบวมเอา"


 เขาพูดก่อนที่จะออกแรงดึงให้ตัวเซียอาน่าลุกขึ้นยืน ก่อนที่เขาจะเดินไปหิ้วปีกกริมม์ที่โดนมัดอยู่ขึ้นมา


"เห้ย! แก! ไอ้หน้ากากทำอะไรเนี่ยปล่อยข้านะโว้ย!"

"ทานุกิเงียบปากไปครับ ผมกำลังคุยกับนักเรียนใหม่อยู่ เพราะงั้นช่วยอยู่เงียบๆไปด้วย"


"หา! แกว่าไงนะ! อีกอย่างข้าไม่ใช่ทานุ - อือ! อื้อออออ!!"


     อยู่ๆปากของกริมม์ก็โดนปิดสนิทเหมือนกับโดนรูดซิบปากยังไงอย่างนั้น จนเซียอาน่าเห็นเเล้วยังอดตกใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะตอนนี้เธอไม่อยากจะพูดอะไรกับกริมม์อีกหลังจากสิ่งที่เขาทำ จนชายปริศนาคนนั้นหันกลับมาพูดกับเธออีกครั้ง


"เอาละครับ คุณนักเรียนใหม่ ช่วยอธิบายมาด้วยว่าทำไมคุณทั้งคู่ถึงมาอยู่ที่นี้ในเวลานี้ ทั้งที่พิธีปฐมนิเทศกำลังเริ่มแล้วแท้ๆที่หอกระจกกันครับ?"

"นักเรียนใหม่? เดียวก่อนคุณพูดถึงเรื่องอะไรกัน แล้วที่นี่มันที่ไหนกันหรอ?"

"หือ? ทำไมถามแบบนั้นละครับ หรือว่าหัวจะได้รับการกระทบกระเทือนตอนที่ถูกส่งมาที่นี้จนลืมไปหรอครับ? แต่เรื่องแบบนั้นก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่นะ ที่รถม้าจะขนพวกโลงศพมาแล้วมันโครงครามจนหัวไปกระแทกกับฟาโลงได้น่ะ"

"พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลย......"

"ไม่เป็นไรครับ! ถ้าจำไม่ได้เดียวผมจะช่วยอธิบายให้ฟังเองระหว่างทางไปหอกระจก เพราะผมใจดียังไงละ"


     ชายคนนั้นพูดขึ้นก่อนที่จะเอามือมาดันหลังเธอเบาๆเป็นการบอกให้เธอเดินตามเขาไป ถึงจะยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เซียอาน่าก็เลือกที่จะตามเขาไปก่อน


     เซียอาน่าเดินตามหลังชายคนนั้นไปเงียบๆ แต่ก่อนที่จะออกจากห้องสมุดไป เธอก้มมองรูปถ่ายที่ยังคงอยู่ในมือ พร้อมกับของอีกสองชิ้นที่อยู่ในมือ ถึงจะรู้สึกเศร้า และเสียใจที่รูปถ่ายที่แสนสำคัญนี้เสียหาย แต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว


เธอเอารูปถ่ายแล้วก็ขวดเเก้วที่ใส่น้ำจากบ่อเลเธใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แต่กับดาบปากกาคงใส่ไม่ได้ เพราะมันอาจจะทะลุมาทิ่มขาเธอก็ได้ ตอนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะเก็บไว้ตรงไหน สายตาก็เห็นว่าตรงบริเวนเอวของเธอนั้นมีสายห่อยอะไรบางอย่างอยู่ด้วย แล้วพอมองที่ด้ามจับของดาบปากกาเอง มันก็มีช่องที่สามารถเอาไปแขวนได้ด้วย


     มือบางทำการเอาด้ามปากกาไปเกี่ยวกับสายที่เอวดู แล้วปรากฎว่ามันสามารถแขวนเอาไว้ได้ด้วยอย่างพอดีเลย


     'งั้นก็แขวนเอาไว้แบบนี้ละกัน'


     เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วเธอก็ออกจากห้องสมุดรีบตามชายคนนั้นไป








"อะแฮ่ม....งั้นผมจะเริ่มอธิบายแล้วนะครับ ที่ๆเธออยู่ตอนนี้คือ สถาบันการศึกษาเวทมนตร์ที่มีเกียรติและยิ่งใหญ่มากที่สุดในทวิสเตดวันเดอร์แลนด์ โรงเรียนไนท์เรเวนคอลเลจ ครับ โรงเรียนแห่งนี้จะคัดเลือกนักเรียนโดนจากกระจกแห่งความมืด โดยเลือกจากความสามารถที่พิเศษในตัวของพวกเขา แล้วเลือกมาเข้าเรียนที่นี้ครับ"

"เวทมนตร์เนี่ยนะ? ทวิสเตดวันเดอร์แลนด์?....กระจกแห่งความมืด?"


     เมื่อได้ยินชื่อสถานที่และศัพท์แปลกๆที่ไม่เข้าใจ ทำให้เซียอาน่าถึงกับขมัดคิ้วเข้าหากัน ถึงแม้ว่าวันนี้เธอจะเจอทั้งคนแปลกๆ สถานที่แปลกๆมามากมายแล้วก่อนที่จะมาที่นี้ก็เถอะ แต่ถ้าบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันราวกับเป็นเวทมนตร์ไหม ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธอก็คงคิดว่ามันไร้สาระ แต่จากสิ่งที่เจอมาทั้งหมดในวันนี้นั้น คำว่าเวทมนตร์อาจจะดูเบาไปเลยก็ได้


"แล้ว คุณคือใครหรอ?"

"โอ้! จริงด้วยสิ ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยสินะครับ ขอโทษที่เสียมารยาท อะแฮ่ม...."







"ตัวผมนั้นเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ ชื่อ เดียร์ คลาวลีย์ ครับ แล้วเธอละชื่ออะไรหรอ?"    


     ชายคนนั้นหรือที่เขาเรียกตัวเองว่าเป็นผู้อำนวจการเอ่ยแนะนำตัวอย่างสุภาพ พร้อมกับยื่นมือมาเพื่อที่จะจับทักทาย เซียอาน่ามองนิ่งๆเพราะปกติเวลาทักทายผู้ใหญ่ก็แค่โคงให้เป็นมารยาทไม่ค่อยมีหรอกการจับมือน่ะ แต่ว่าตอนนี้คงต้องตามน้ำไปก่อนละมั้ง


"เซียอาน่า ยูเมะ ยินดีที่รู้จักค่-"

"นี่มือเธอไปโดนอะไรมาน่ะ?"


     ยังไม่ทันพูดจบผู้อำนวยการที่สังเกตุเห็นแผลที่มือ ที่มันมีทั้งรอยพุพองแล้วไหนจะมือข้าซ้ายที่ยังคงมีเลือดไหลอยู่อีกด้วยนั้นอีก เขายืมมือมาจับมือของเธอทั้งสองข้างขึ้นไปดูอย่างตกใจ


     'ได้แผลมาจากเมื่อกี้งั้นหรอ เราไม่รู้ตัว ไม่ทันสังเกตุเลย'


"สงสันแผลไฟลวกเมื่อกี้นี้น่ะไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย"

"มีล่องรอยของเวทมนตร์อยู่ด้วย ฝีมือของเจ้าทานุกินี้อย่างนั้นหรอครับ"

".......คง...อย่างนั้นมั้ง"

"ให้ตายเถอะเจ้าปีศาจทานุกินี้ มาทำให้นักเรียนใหม่ของผมมีแผลได้ยังไงกัน แล้วเธอไม่เจ็บบ้างหรอครับ แล้วไหนจะข้างซ้ายนั้นอีก สาหัสเลยนะนั้น"

"เอ่อ ฉันคิดว่าแผลอันนี้ฉันจะทำตัวเองนะ พอดีไม่ได้ระวังเลยโดนของมีคมบาดเอาน่ะ"

"แบบนี้ไม่ดีเลยครับ นักเรียนใหม่ของผมได้แผลตั้งแต่วันปฐมนิเทศแบบนี้มันรางไม่ดีสุดๆ"


     ผู้อำนวยการดึงมือของเธอไปดูไกล้ๆก่อนที่จะทำท่าทางคลุมคิดอะไรบางอย่างก่อนที่จะเริ่มพูดต่อ


"ถึงผมจะไม่เก่งมากในด้านนี้ แต่ผมก็ใช้เวทย์รักษาพอได้ครับ เอาละอยู่นิ่งๆนะ"


     พูดจบผู้อำนวยการก็หยิบไม้เท้าของเขาขึ้นมาก่อนที่จะชี้มาที่มือของเธอ เซียอาน่ามองการกระทำของเขาอย่างแปลกใจ ก่อนที่เธอจะต้องเบิกตาขึ้น เมื่อมือทั้งสองข้างของเธอนั้นเกิดแสงสว่างขึ้นมา ก่อนที่รอยพุพองจากไฟลวก แล้วก็รอยบาดจะค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ


"เรียบร้อยแล้วครับ ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไหม?"

"ได้ยังไงกันเนี่ย ไม่น่าเชื่อ"


     เซียอาน่ามองมือทั้งสองข้างของตัวเองอย่างตกตะลึกแบบไม่เชื่อสายตา เมื่อกี้คือสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์อย่างนั้นหรอ มือของเธอกลับมาเรียบเนียนไร้รอยขีดขวนอีกครั้งราวกับว่าไม่เคยมีแผลมาก่อน ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนก็หายไปแล้วด้วย


"ไม่รู้สึกเจ็บเลย"

"ได้ยินอย่างนั้นค่อยดีขึ้นหน่อยครับ แหม! แบบนี้เวทย์รักษาของผมก็ยังใช้ได้ดีอยู่สินะ ดีจริงๆเพราะผมใจดีไงละถึงรักษาแผลเธอให้ ว่าแต่ว่าเมื่อกี้เธอบอกว่าเธอชื่อ เซียอาน่า ยูเมะ งั้นหรอ เป็นชื่อที่แปลกดีนะ อย่างกับชื่อของเด็กผู้หญิงเลย แต่ความหมายก็เพราะดีนะครับ"

"หา? พูดอะไรน่ะ ก็ฉันน่ะเป็น-"


"แย่ละสินี่มันสายมากแล้วนะเนี่ย" 



     'ฟังคนอื่นเขาพูดให้จบก่อนสิ!'



ผู้อำนวยการหันไปมองนาฬิกาแขวนของเขาที่ไม่รู้ว่าไปเก็บไว้ตรงไหน โดนที่ไม่ได้หันมามองหรือได้ยินเลยว่าเด็กสาวพยายามที่จะอธิบายอะไรบางอย่างกับเขา


"ถ้าเดินไปคงจะเสียเวลา งั้นไปทางลัดกันดีกว่าครับยูเมะคุง เอาละของอนุญาตนะครับ"

"เอ็ะ? เดียว!จะทำอะไร- หว้าย!"



     ผู้อำนวยการตรงเข้ามาไกล้เธอก่อนที่จะทำการโยนกริมม์ที่โดนมัดมาให้เธออุ้ม มันมีร้องดิ้นๆอย่างตกใจเช่นกัน แต่ยังไม่ทันจะได้คิดหรือพูดถามอะไร ผู้อำนวยการก็ยืนมือมาโอบหลังแล้วมืออีกข้างก็ยกขาทั้งสองข้างของเธอลอยขึ้น ก่อนที่จะกระทำการที่หัวใจของเธอจะวายตายได้เลย



พรึบ!!


     ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว หลังจากที่เธอโดนผู้อำนวยการอุ้มจนตัวลอย ร่างของทั้งคู่ก็ทยานขึ้นไปบนฟ้า เซียอาน่าหลับตาปรีจนเผลอกอดกริมม์แน่น กริมม์เองก็ตกใจไม่ต่างกันมันรีบซุดหน้าเข้ากับอกของเด็กสาวอย่างเผลอตัว


สายลมเย็นๆถูกพัดพามากระทบที่ใบหน้าก่อนที่เด็กสาวจะตั้งสติได้ แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น 


นอกจากใบหน้าของผู้อำนวยการที่อยู่ในระยะประชิตจนทำให้เซียอาน่ายังแอบเขินไม่ได้ กับระยะที่ไกล้นี้ แต่มันก็ชั่วครู่เท่านั้นก่อนที่เธอจะหันไปมองภาพทิวทัศน์เบื่องหน้า


"บิน? นี่เรากำลังบินอยู่หรอ?!"


     ภาพทิวทัศน์ที่เห็นเบื่องหน้านั้นเป็นทิวทัศน์ที่แปลกตาและแอบหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน เพราะด้วยความสูงขนาดนี้ ถึงเซียอาน่าจะไม่ได้เป็นโรคกลัวความสูง แต่แบบนี้เป็นใครมันก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันนะ


 แต่ในความหวาดเสียวกลัวว่าจะตกลงไปรึเปล่านั้น ภาพทิวทัศน์เบื่องหน้านั้นมันก็ทำให้รู้สึกยากที่จะละสายตาไปไม่ได้เลย ตัวอาคารที่เธออยู่ก่อนหน้านี้นั้นที่จริงแล้วมันคือปราสาทต่างหากละ และถ้ามองออกไปไกล ก็จะเห็นสิ่งปลูกสร้างอื่นๆอีกมากมายที่อยู่ในบริเวณโดยรอบ


เซียอาน่าอดตะลึงกับภาพสถานที่ที่สวยงามนี้ไม่ได้เลย แต่ในใจก็รู้สึกเหมือนกับว่า ตัวเองเคยเห็นทิวทัศน์แบบนี้มาก่อนจากที่ไหนสักที่ ในขณะที่คิดอยู่นั้นใบหน้าขอเฮดีสก็ลอยขึ้นมาในหัว


"จริงด้วยที่นี้มัน-"

"ที่นี้ ทำไมหรอครับ?"


ผู้อำนวยการเอ่ยถามขึ้นเมื่ออยู่ๆเด็กสาวก็เผลอพูดสิ่งที่คิดขึ้นมา ทำให้เธออ่ำอึ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่จะตอบเขากลับไป


"ที่นี่...อ่อ! ที่นี่มันสวยจังเลยนะ ใช่! สวยมากเลย  ทางลัดของผู้อำนวยการเนี่ย สุดยอดไปเลย"

"อย่างนั้นเองหรอครับ ขอบคุณที่ชมโรงเรียนของผม ผมน่ะชอบท่องเที่ยวโดยการโบยบินไปมาแบบนี้ที่สุดเลยละครับ ถ้ายูเมะคุงรู้สึกดีกับมันผมก็ดีใจครับ"

"แล้วปกติ คุณพานักเรียนใหม่ที่หลงทางมาทางลัดแบบนี้ตลอดเลยหรอ?"


     เมื่อเอ่ยถามไปแบบนั้นผู้อำนวยการก็ทำหน้าเหมือนกับคิดอะไรอยู่ครู่นึงก่อนที่จะหันหน้ามาสบตากับเธอตรงๆ พร้อมกับยกยิ้มอย่างสุภาพส่งมาให้


"ไม่ครับ ยูเมะคุงเป็นคนแรกที่ผมพามาทางลัดนี้ เพราะผมใจดียังไงละ"



__________________________________________________________________________________________________________

_____________


ตอนต่อๆไปจะไม่ยาวเท่าตอนแรกแล้วนะจะยาวประมาณนี้หรือยาวกว่านี้ก็ได้ 

ถ้าเจอคำผิดต้องขอโทษด้วยคะ


TB
เลือกทั้งหมดคัดลอกไปที่คลิปบอร์ด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #4 Eve852654 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:07

    เราร้องไห้ตอนที่กริมมันเผารูปภาพอ่ะ ลองนึกภาพดูสิถ้าเกิดให้เป็นภาพของเพื่อนเรา รู้ตัวอีกทีน้ำตามันก็ไหลแล้ว สนุกมาก
    #4
    1
    • #4-1 pattareyapinyaem(จากตอนที่ 4)
      12 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:16
      ดีใจที่ทำให้คนอ่านอินได้คะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
      #4-1
  2. #3 ジャスミン (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:04

    สนุกมากค่ะต่อๆๆๆ👍👍✨✨✨
    #3
    1
    • #3-1 pattareyapinyaem(จากตอนที่ 4)
      12 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:33
      เดียวจะรีบมาต่อให้นะคะ^^
      #3-1