ฟิคtwisted wonderland x oc(This love meet in a dream.รักนี้เจอในฝัน)

ตอนที่ 5 : เด็กผู้หญิง!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    27 เม.ย. 64




[หอกระจก]


"ฉันละสงสัยจริงๆว่าผู้อำนวยการบินหายออกไปไหน? อยู่ๆก็บินออกไปกลางงานพิธีเลย จนตอนนี้การคัดเลือกจบแล้วยังไม่กลับมาอีก"

     เสียงของชายหนุ่มผู้มีผมสีบลอนด์ที่มีไฮไลท์สีม่วงเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย หลังจากที่พิธีการคัดเลือกนักเรียนใหม่ได้จบลง แต่ผู้ที่มีอำนาจที่สุดในโรงเรียนนี้อย่างผู้อำนวยการยังไม่กลับมาเลย

     ก่อนที่จะมีคนพูดเสริมขึ้นมาอีกสองคน แต่หนึ่งในนั้นเสียงออกมาจากวัตถุสี่เหลี่ยนคล้ายแท็บเล็ตลอยได้ กับอีกคนที่มีผมสีขาวนัยน์ตาสีแดง

"ละทิ้งหน้าที่..."
"ไม่ใช่ว่าเขาปวดท้องหนักรีบไปเข้าห้องน้ำหรอ?"



ปัง!!


"ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละครับ!"



     จู่ๆประตูหอกระจกก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฎตัวของผู้อำนวยการที่พึ่งถูกพูดถึงไปว่า ละทิ้งหน้าที่บ้างละ ปวดท้องรีบไปเข้าห้องน้ำบางละ ทุกคำพูดมันดังออกไปนอกห้องจนคนที่ถูกพูดถึงได้ยินจนต้องรีบเข้ามาแก้ข่าว


"อ่ะ มาแล้ว"

เด็กหนุ่มตัวเล็กที่มีผมสีแดงพูดขึ้น....







     'ที่นี้ คนอยู่กันเยอะเลย'



     เซียอาน่าที่ยืนอยู่หลังผู้อำนวยการคิดในใจพร้อมกับมองไปรอบๆห้องที่มีคนใส่ชุดเหมือนกันกับเธออยู่กันเต็มไปหมด ถ้าไม่บอกว่าที่นี้คือโรงเรียนเธออาจจะคิดว่าที่นี้คือลัทธิบูชาอะไรสักอย่าง แบบที่เห็นในหนังก็ได้ ทุกคนที่ใส่ผ้าคลุมสีดำยาวปกปิดตัวเองตั้งแต่หัวไปจนถึงเท้าแบบนี้น่ะ


"ให้ตานสิ อย่าคิดกันไปเองจนผมเสียหายกันแบบนี้สิครับ แล้วผมก็ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ด้วย พอดีมีนักเรียนใหม่คนนึงหายไปผมก็เลยออกไปตามหาครับ"


เมื่อเขาพูดจบก็มีสายตาของหลายคู่หันมามองเธอ บางคนก็ไม่ได้สนใจอะไร ก่อนที่ผู้อำนวยการจะหันมาเปิดทางให้เธอ 

"เอาละครับยูเมะคุง เธอเป็นคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ทำการคัดเลือกหอ เดียวผมจะดูเเลทานุกิคุงให้เอง คุณรีบตรงไปที่กระจกแห่ความมืดเถอะครับ"

"ฮืออื่มงื้มมม!!!"

     
     กริมม์ที่โดนผู้อำนวยการหิ่วปีกอยู่นั้นส่งเสียงร้องเหมือนจะค้าน เซียอาน่าหันมองมันชั่วครู่ก่อนที่จะเลิกสนใจมัน แล้วหันไปโฟกัสกระจกตรงหน้า ร่างบางเดินไปยื่นอยู่ตรงหน้ากะจกบานนั้นด้วยความรู้สึกคุ้นๆตาว่าเคยเห็นกระจกแบบนี้ที่ไหนกัน


     'กระจกบานนี้ คล้ายกับของยัยราชินีหลงตัวเองนั้นเลย'



     เซียอาน่ามาหยุดอยู่ที่หน้าของกระจกแห่งความมืด เธอยืนรอสักพักก่อนที่กระจกที่สะท้อนภาพของตัวเธอเองนั้น จะปรากฎเปลวเพลิงสีเขียวลุกโชนขึ้นมา พร้อมกับใบหน้าขนาดใหญ่สีขาวที่มีลวดลายแปลกตาบนใบหน้าของมัน ปรากฎขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามถึงชื่อของเธอ


"จงเอ่ยนามของเจ้ามา"

"...เซียอาน่า ยูเมะ"

     
     เมื่อกล่าวออกไปใบหน้าในกระจกก็ทวนชื่อของเธอขึ้นมาครั้งนึงก่อนที่จะ ทำท่าทางเหมือนกับกำลังใช้ความคิดอยู่ครู่นึง ในระหว่างที่รอนั้น หูของเซียอาน่าได้ยินพวกคนรอบๆพูดถึงชื่อเธอกันด้วย แล้วก็อีกมากมายที่พูดถึงเธอ



     'เซียอาน่า?...ทำไมชื่อเหมือนผู้หญิงแบบนั้นละ?'

     'เสียงหวานชะมัด'

     'หมอนั้นกินข้าวบ้างรึปล่าวเนี่ย? ดูไม่ค่อยมีกล้าเนื้อเลย'



     ถ้าเซียอาน่าสามารถหันไปพูดได้ว่า ก็เธอเป็นผู้หญิงไง มันคงจะดีแต่ตอนนี้มันยังทำไม่ได้ คงต้องรอให้ผ่านตรงนี้ไปก่อนละนะ



"รูปแบบวิญญาณแบบนี้......... "



     หลังจากที่รอสักพัก กระจกแห่งความมืดก็ได้เอ่ยคำพูดที่น่าแปลกใจที่สุดออกมา


     
"ข้ามิอาจรู้"



     กล่าวจบก็มีเสียพูดคุยดังขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมกระจกแห่งความมืดถึงตอบมาแบบนั้น เซียอาน่ายืนทำหน้าไม่เข้าใจว่าที่กระจกแห่งความมืดพูดนั้นหมายความว่ายังไงเช่นกัน ก่อนที่เสียงของผู้อำนวยการจะเอ่ยถามขึ้น


"หมายความว่ายังไงครับ?"
"ข้าไม่สามารถสัมผัสถึงพลังเวทย์ได้เลยจากตัวของนาง ทั้งสีและรูปร่าง ข้ามองไม่เห็นเลย เหมือนกับมีเมฆหมองที่หนามาบดบังเอาไว้ทำให้ข้ามิอาจรู้ได้ เพราะเช่นนั้น ข้าจึงไร้หนทางที่จะยั่งรู้ได้ ดังนั้นจึงไม่มีหอไหนเหมาะสมเลย"
"ไม่น่าเป็นไปได้ รถม้าสีดำไม่มีทางนำคนที่ไม่มีพลังเวทมนตร์มาแน่นอน ! 100 ปีที่ผ่านมาไม่เคยทำผิดพลาดแม้แต่คนเดียว....นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"


     'เมื่อกี้กระจกแห่งความมืดมีพูดผิดรึปล่าวที่เรียกเจ้าหมอนั้นว่า นาง น่ะ?'

     'นั้นน่ะสิ แต่ดูเหมือน ผู้อำนวยการจะไม่ได้สนใจฟังตรงนั้นนะ'

     'ทั้งๆที่กระจกแห่งความมืดพูดชัดขนาดนั้นน่ะนะ?'


     เสียงพูดคุยจากคนรอบข้างที่เซียอาน่าได้ยินนอกจากความแปลกใจเรื่องที่ตัวเธอไม่มีเวทมนตร์แล้ว ก็มีเรื่องที่กระจกแห่งความมืดเรียกแทนตัวเธอว่า นาง แต่ผู้อำนวยการกับไม่รู้เรื่องเลย

     เซียอาน่าไม่รู้ว่าเวลานี้ตนเองควรจะพูดอะไรเลยได้แตฟังเสียงรอบข้าง แล้วก็ผู้อำนวยการพูดคุยกับกระจกแห่งความมืดอยู่เงียบๆ ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเอง แล้วภาวะนาในใจว่าถ้าเรื่องบ้าๆน่าปวดหัวพวกนี้ที่เกิดขึ้นกับเธอนั้น เป็นความฝันได้ก็คงจะดี เพราะถ้ามันเป็นความฝัน เธอก็อยากจะตื่นเหลือเกิน


"ผู้อำนวยการ ถ้านี้มันคือเรื่องเข้าใจผิดละก็- เอ๋!? ผู้อำนวยการ กริมม์หายไปไหน!? "
"หือ? ทานุกิคุงเหรอครับ ก็อยู่- อ่าวเห้ย! หายไปไหนแล้ว!?"

      ตอนแรกเซียอาน่าก็ตั้งใจจะบอกว่าถ้านี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันละก็เธอจะออกไปก็ได้ แต่สายตาก็หันไปเห็นว่าเจ้ากริมม์ที่น่าจะถูกผู้อำนวยการหิ่วปีกอยู่นั้นกลับหายไป แล้วพอถามคนหิ่วกลับได้คำตอบกลับมาแบบนั้นซะได้เนี่ยนะ!


"อื่มงื่มมม...ฮึบ! ถ้าอย่างนั้นข้าผู้นี้จะขอใช้พื้นที่นี้เองละนะ!"


แล้วก็ไม่ต้องให้เสียเวลาหานานเลยว่ามันหายไปไหน เมื่ออยู่ๆกริมม์ที่น่าจะโดนมัดด้วยแส่แห่งรักของผู้อำนวยการ กับโดนรูดซิบปาก แต่ตอนนี้มันกลับหลุดพ้นจากเหล่าพันธนาการพวกนั้นหมดแล้ว ก่อนที่ตัวของมันจะมาปรากฎตัวที่หน้ากระจกแห่งความมืดพร้อมกับกอดอกด้วงท่าทางมั่นใจ

"หยุดเดียวนี้นะ! เจ้าทานุกิ!"


"ข้าผู้นี้ใช้เวทมนตร์ได้ ไม่เหมือนกับเจ้ามนุษย์โง่เง่านั้นหรอ เพราะฉะนั้นรับข้าเข้าโรงเรียนซะ ไม่งั้นข้าจะแสดงเวทมนตร์ให้ดูเอง!"

"นี่หรือว่าคิดจะ- หมอบลงเร็ว!!"


     เมื่อเห็นว่ากริมม์สูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดแล้วเตรียมที่จะปล่อยออกมา แต่กับเซียอาน่าที่รู้ตัวดีว่ามันคงไม่ได้ออกมาเพียงแค่ลมปากของมันแน่ๆ เพราะทั้งโดน และเจอกับตัวมาแล้ว เธอจึงตะโกนขึ้นเพื่อเตือนคนอื่นๆ ถึงจะมีบางคนที่ยืนงงไม่เข้าใจอยู่ แต่กับคนที่รับฟังเสียงของเธอ แล้วก็คนที่รู้ตัวทันก็ก้มหมอบกันหมด ก่อนที่กริมม์จะพ้นเปลวไฟสีฟ้าออกมา จนหอกระจกจะกลายเป็นทะเลเพลิง


"งื่อ....ย่า.....!!!"



พรึ่บ!!



     เมื่อสิ้นคำเตือนเปลวไฟสีฟ้าก็ถูกปล่อยออกมาไปทั่วหอกระจกแห่งนี้ ผู้คนต่างแตกตื่นหลบเปลวเพลิงกันจ้าละหวั่น


"ว๊าก!! ร้อนนนน! ไฟจะลนก้นฉันแล้ว!"


     แต่ก็มีบางคนที่หลบไม่พ้นจนโดนไฟเผาก้นจนวิ่งรอบไปทั่ว 


"ปล่อยเอาไว้แบบนี้โรงเรียนได้กลายเป็นทะเลเพลิงแน่ครับ! ใครก็ได้จับเจ้าทานุกินั้นมาทีครับ!"


     ผู้อำนวยการพูดขึ้นมา ในขณะที่กริมม์ยังคงจะทำการเผาหอกระจกแห่งนี้ไปทั่ว เซียอาน่าเองก็มองเหตุการณืที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี ทำได้แค่คอยหลับพวกเปลวไฟที่จะหลงมาโดนเธอ 



"ชิ...ร้อนเป็นบ้า"
"เอ๊ะ..นายเก่งเรื่องล่าสัตว์ไม่ใช่เหรอ? จัดการเลยสิ ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่ของกินที่ทำให้อ้วนหรอกนะ"
"แล้วทำไมต้องเป็นฉัน แกก็ทำเองสิฟ่ะ"


"ผู้อำนวยการคลาวลีย์ เชื่อมือผมได้เลยครับ คนอื่นน่ะอาจจะทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารนี้ไม่ลง เพราะงั้นผมจะทำเองครับ แต่ว่า ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค้านะครับ"
"สมกับที่เป็นท่านอาซูล หาช่องทางหาประโยชน์เก่งจริงๆ"


     มีทั้งคนที่เหมือนจะช่วยแล้วก็ไม่สนใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเข้าไปจัดการกับกริมม์เสียทีเลย จนเซียอาน่าเองยังรู้สึกรำคาญใจว่า ไม่มีใครคิดจะทำอะไรเลยจริงๆดิ!



     'ไม่มีใครทำ ทำเองก็ได้ว่ะ!'


     เซียอาน่าค่อยๆย่องไปที่ข้างหลังของกริมม์ช้าๆ เหมือนว่ามันจะไม่ทันรู้ตัวเลย เพราะมั่วแต่จะพ้นไฟใส่คนอื่นไปทั่ว นั้นแหละถือเป็นโอกาสที่ดีตอนที่มันไม่รู้ตัวแบบนี้ เธอค่อยๆย่องไปที่ข้างหลังของมันช้าๆ 


"เป็นไงละพลังของข้าน่ะ ถ้ายังเห็นไม่ทันจะแสดงให้ดูมากกว่านี้ก็ได้- แอ็ก!?"

"จับได้แล้-!"


     มือบางยืนไปจับที่ตัวของกริมม์จากข้างหลังได้สำเร็จ ตัวมันเองก็ดูตกใจอยู่เหมือนกันที่ตัวเองโดนจับตัวได้โดยที่ตัวมันไม่ทันรู้ตัว


      แล้วเมื่อตัวการของความวุ่นวายโดนจับแล้วนั้น เรื่องก็ควรที่จะกลับมาสงบ แต่มันกลับไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ...



"นี่! ใครก็ได้ช่วยดับไฟที่ก้นฉันที- หะ หวาก!! "
"ดะ เดียว! อย่าเข้ามา-! อัก!"



ปัก! โครม !!


     จู่ๆคนที่โดนไฟลนก้นก่อนหน้านี้ก็วิ่งสะดุดขาตัวเอง แล้วร่างของเขาก็ลอยมาชนเข้ากับเซียอาน่าที่กำลังจับกริมม์ได้อย่างพอดิบพอดี จนร่างของทั้งสามลงไปนอนกองอยู่กับพื้น



"โอ้ย...เจ็บๆ หืม? เฮ้ย! ไฟที่ก้นฉันดับไปแล้วนิน่า!"


     ชายหนุ่มผมขาวนัยน์ตาสีแดงที่อยู่ข้างบนหันกลับไปมองก้นของเขาที่ไม่มีไฟอยู่แล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา โดยที่ไม่ทันหันไปมองเลยว่าตัวเองนั้นกำลังนั่งคร่อมใครอยู่



"....อ่า ยินดีด้วยเรื่องก้นของนาย แต่ ช่วยลุกออกไปก่อนได้ไหม? นายทับฉันอยู่..."
"เอ๋? อ่า! โทษทีๆไม่ได้ตั้งใจนะนายเป็นอะไร-  หืม!!? เดียวก่อนสิ! นะ นี่ นี่!!"
".....?"





"นี่นาย- เอ้ย!ไม่ใช่! เธอเป็นผู้หญิงหรอ!?"



     เสียงพูดของชายคนนั้นดังขึ้นมา แล้วคำพูดของเขาก็เรียกสายตาของทุกคนให้หอกระจกหันไปมองเป็นตาเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เมื่อร่างของนักเรียนคนสุดท้าย ที่กระจกแห่งความมืดไม่อาจมองเห็นเวทมนตร์ในตัวของเขาได้ แล้วเมื่อได้เห็นใบหน้าเต็มภายใต้ฮู้ด 


ใบหน้าหวานได้รูป ดวงตาสีฟ้าคราวก้มโต แล้วเป็นเพราะตอนที่ชายคนนั้นวิ่งมาชนจนทำให้ร่างของเธอล้มลงไปนอนกับพื้น ทำให้ฮู้ดที่คลุมหัวอยู่นั้นเปิดออก จนผมสีน้ำเงินเข้มถูกปล่อยออกมา



"เด็กผู้หญิงหรอ!!"


     มีเสียงของคนหลายคนพูดขึ้นมาเมื่อมองมาที่นักเรียนคนสุดท้ายอย่างเต็มตา


     'เด็กผู้หญิงงั้นหรอ?'

     'ทำไมถึงมีเด็กผู้หญิงมาอยู่ที่นี้ได้ละ!?'



"อะ เออนี่เธอ ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ลุกขึ้นมาก่อนเถอะ มาสิ"


     ชายที่วิ่งมาชนเธอหลังจากที่เขาหายตกใจเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงแล้ว ก็รีบลุกออกไปจากตัวเธอก่อนที่จะยื่นมือมาให้ เซียอาน่ามองใบหน้าของเขากับคนอื่นๆที่มองมาที่เธอนิ่งๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนถึงมองเธอแบบนั้น การที่เธอเป็นผู้หญิงนั้นมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ

     แต่คิดไปก็ปวดหัว เพราะตัวเองก็ไม่รู้ มือบางยืนไปจับมือของชายคนนั้นก่อนที่เขาจะออกแรงดึงเธอให้ลุกขึ้นมา

"ฉันขอโทษนะที่วิ่งชนเธอ"
"ไม่ ไม่เป็นไร"
"ว่าแต่ เธอเป็นผู้หญิงจริงๆหรอ แล้วทำไมถึงเข้ามาที่นี้ได้กันละ?"
"ระ เรื่องนั้น- "



"เฮ้ย! เจ้าทานุกินั้นมันจะก่อเรื่องอีกแล้ว!!"


     เสียงพูดของใครบางคนพูดขึ้นมาก่อนที่ทุกสายตาจะหันไปมองที่กริมม์ ที่ไม่รู้ว่ามันหลุดออกไปจากการจับกุมของเซียอาน่าตั้งแต่เมื่อไร เธอมองมันสลับกับที่มือตัวเองก่อนที่จะยืนงงว่ามันหนีออกไปตอนไหน



"หนีไปตอนไหนกันเนี่ย!"

"ก่อนอื่นต้องจับเจ้าทานุกินั้นให้ได้ก่อน คุณยูเมะหลังจบเรื่องนี้คุณมีเรื่องต้องอธิบายให้ผมฟังเยอะเลยนะครับ"


     ผู้อำนวยการหลังจากที่ยืนอึ่งตกใจเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงมาสักพัก ก่อนที่จะตั้งสติได้ เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับมอกเธอว่าหลังจากจบเรื่องพวกนี้ เรามีเรื่องต้องคุยกันแน่ๆ


     และในจังหวะที่จะหาทางจับกริมม์กันอยู่นั้น น้ำเสียงอัดเด็ดขาดของคนๆนึงก็ดังขึ้นมา



"ทนดูผู้ทำผิดกฎไม่ได้แล้วละ เอามันไปตัดหัว!!"



วิ้ง! เคร้ง!




"โอยะ!? นี่มันอะไรเนี่ย!?"


     เมื่อสิ้นคำพูดนั้น ก็มีวัตถุบางอย่างที่มีรูปร่างเหมือนทั้งปลอกคอหัวใจสองสี สีแดงและดำ ปรากฎขึ้นที่คอของกริมม์ ซึ่งผู้ที่ทำแบบนั้นก็คือเด็กหนุ่มร่างเล็ก ที่ตัวเล็กกว่าเซียอาน่า ผมสีแดงสดที่โผล่ออกมาให้เห็นนอกฮู้ด


"กฎของราชินีโพธิ์แดงของที่ 23  'ห้ามพาแมวเข้ามาที่งานเทศกาล' การบุกรุกของแกเป็นการการละเมิดกฎอย่างร้ายแรง เพราะฉะนั้นจึงต้องไล่ออกไปซะ"

"ข้าไม่ใช่แมวนะเฟ้ย! ปลอกคอนี่ข้าจะเผา.....เอ๊? แย่แล้ว! ทำไมใช้เวทมนตร์ไม่ได้ละ!?"

"หึ...แกจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ จนกว่าผมจะเอาปลอกคอนั้นออกให้ ตอนนี้ แกก็ไม่ต่างอะไรกับแมวธรรมดา"

"วะ ว่าไงนะ!? ข้าไม่ใช่สัตวเลี้ยงนะโว้ย!"


     กริมม์กับเด็กชายคนนั้นพูดเถียงกันไปมา แต่คนที่ดูจะใส่อารมณ์มากที่สุดก็คงไม่พ้นจะเป็นกริมม์ แต่ถึงอย่างนั้นการโต้เถียงก็จบลงเมื่อผู้อำนวยการพูดขัดขึ้นมา


"อย่างน้อยความวุ่นวายก็จบลงแล้วนะครับ แต่ว่าก่อนอื่น คุณยูเมะเธอกับเจ้าทานูกินี้รู้จักกันรึปล่าวครับ?"


     ผู้อำนวยการหันมาถามคำถามกับเธอ เซียอาน่ากำลังจะพูดตอบ แต่ก็นึกไปได้ว่าก่อนหน้านี้กริมม์ จำเธอไม่ได้ถึงแม้ว่าเธอกับมันจะร่วมเดินทางไปโผล่นู่นโผล่นี่มาหลายทีแล้วก็ตาม แต่มันกลับบอกว่าไม่รู้จักเธอเลย บวกกับรูปถ่ายที่แสนสำคัญของเธอที่กริมม์พึ่งจะเผาไปนั้น มันทำให้ในใจนั้นเกิดความโกรธเคืองยังไม่หายไป


"ไม่ ไม่รู้จักเลย ก็แค่ตอนที่โผล่มาที่นี้ก็โดนมันไล่แล้ว คุณก็เห็นนิ ว่าก่อนหน้านี้มันทำอะไรลงไปบ้าง"


     เซียอาน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่ในน้ำเสียงนั้นกลับมีความโกรธประปนอยู่ด้วยถ้าไม่ได้ตั้งใจฟังให้ดีๆก็จะได้ยินเหมือนพูดปกติเท่านั้น 


"งั้นหรอครับ อะแฮ่ม งั้นก็ต้องออกไปจากโรงเรียนนี้ซะ ถ้าไม่อยากลงไปในหม้อไฟซะก่อนนะ เพราะผมใจดียังไงละ"

     เมื่อได้รับคำตอบมาแบบนั้นผู้อำนวยการก็นึกย้อนไปก่อนหน้านี้ที่พึ่งเจอกับเด็กสาว ใบหน้าที่มีคราบน้ำตา กับมือที่มีแผลพุพอง แล้วจากน้ำเสียงจะบอกว่ากริมม์เป็นคนทำให้เธอมีสภาพแบบนั้น ถ้าเอามาเล่าให้ฟังคงไม่มีใครเชื่อง่ายๆ แต่กับเขาที่เห็นมากับตา ก็พอรู้ได้ว่ากริมม์นั้นต้องเป็นตัวก่อเรื่องแน่ๆ


"ฮะเนียด! ปล่อยเดียวนี้นะ! ข้าผู้นี้น่ะจะต้อง จะต้อง! เป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ไห้ได้เลย.....!!"



     กริมม์ตะโกนขึ้นอย่างสุดเสียงก่อนที่จะโดนหิ่วปีกออกไปจากหอกระจกแห่งนี้


     เซียอาน่ามองตามมันไปจนลับตา ถึงจะรู้สึกผิดและสงสารที่พูดออกไปแบบนั้น แต่เธอนั้นยังรู้สึกโกรธเคืองกริมม์อยู่กับสิ่งที่มันทำ ถึงตัวกริมม์หรือว่าใครก็ตามจะมาหาว่าเธอนั้นคิดมากเกินไป หรืองี่เง่าแค่ไหนที่โกรธกับอีแค่รูปถ่ายใบเดียว ต่อให้ใครจะพูดหรือคิดยังไง แต่รูปถ่ายนั้นมันมีความสำคัญกับเธอมาก มากเกินกว่าที่จะมีใครมาเข้าใจมันได้


"เอาละครับ ถึงจะมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อยแต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาปกติแล้ว งั้นก็ให้หัวหน้าหอทุกคนพานักเรียนใหม่กลับไปที่หอได้แล้วครับ หือ?"


     ขณะที่พูดผู้อำนวยการก็เหมือนกับคิดอะไรได้ขึ้นมาก่อนที่จะหันไปมองรอบๆ


"จะว่าไปแล้ว...ผมยังไม่เห็นหัวหน้าหอ ดราโกเนียคุง เลยนะครับ"
"ปกติหมอนั้นก็ไม่เข้าร่วมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"
"เอ๋? แล้วไม่มีใครบอกเรื่องพิธีนี้กับเขาเหรอ?"
"ถ้าจะโทษคนอื่นละก็ ทำไมไม่เชิญเขาเองละ"


     หลังจากนั้นหัวข้อทบสนทนาในหอกระจกก็พูดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี้ จนทุกคนลืมเรื่องที่มีเด็กผู้หญิงอยู่ที่นี้ไปหมดแล้วละมั้ง เซียอาน่าที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยก็ได้แต่ยืนฟังเงียบๆกับเรื่องที่คนพวกนี้คุยกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะพูดถึง คนที่มีชื่อแปลกๆ ที่มีความหมายเกี่ยวกับ มังกร 


      'ปวดหัวชะมัด....'


เซียอาน่าเริ่มรู้สึกปวดหัวกับเรื่องบ้าๆที่ราวกับความฝันพวกนี้เต็มทนแล้ว มือบางยกขึ้นมากุมศีรษะตัวเองก่อนที่จะก้มตัวลงไปนั่งกุมอยู่ที่พื้น 


     'ถ้าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นควาฝันก็คงดีสิ ฉัน อยากกลับบ้านแล้ว....ซีม่อล ซีนอย ช่วยพี่ด้วย โคโคโระ เมย์โกะ...ฉันอยากเจอพวกเธอ....แล้วก็....'




     ร่างของเด็กสาวที่นั่งกุมหัวตัวเองอยู่คนเดียวนั้นไม่ได้เป็นที่สะดุดตาหรือแปลกใจของใครเลย ดวงตาสีฟ้าครามมองต่ำลงไปที่พื้นด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง ว่าตนนั้นไม่รู้ว่าต่อจากนี้ควรจะทำยังไงต่อไปดี ต่อให้คิดจนหัวจะระเบิดก็คงคิดไม่ออก ก่อนที่ใบหน้าของหญิงสาวผมดำ จะปรากฎขึ้นมาในหัว ทุกครั้งที่เซียอาน่าสิ้นหวัง หรือท้อแท้ก็จะมีเธอคนนั้นอยู่ข้างๆเสมอ


     'จริงด้วยสิ ที่ฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เพราะเธอคนนั้น เพราะอยากได้เธอคืนมา ฉันเลยต้องมาเจอกับเรื่องพวกนี้.....'





"==="





"สาวน้อย เจ้าเป็นอะไรรึปล่าว ทำไมถึงลงไปนั่งแบบนั้นละ?"



     ดวงตาสวยเบิกกว้างขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงที่ดังข้างๆหู ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับใบหน้าหวานของเด็กหนุ่ม?คนนึงที่มีนัยน์ตาสีทับทิมกำลังก้มมองมาที่เธอก่อนหน้านั้นแล้ว


"มีเรื่องอะไรกวนใจเจ้ารึ จนทำให้ใบหน้าอันงดงามต้องมีน้ำตา"


เด็กหนุ่ม? คนนั้นยื่นปลายนิ้วมาปาดน้ำตาออกอย่างอ่อนโยนให้ จนเซียอาน่าสะดุ้งรีบลุกขึ้นก่อนที่จะเช็ดน้ำตาตัวเองออกอย่างลวกๆ

"มะ ไม่ฉันสบายดี ขอบคุณที่เป็นห่วง"
"งั้นหรอ...แต่เจ้าดูเหนื่อยๆนะ คงจะผ่านอะไรมาเยอะละสิ แววตาของเจ้ามันบอก"
"......ก็คงอย่างนั้น"
"น่าเสียดายที่วันนี้มีเวลาไม่มาก เอาไว้วันหน้าถ้าเราพบกันอีก มาทำความรู้จัดกันให้มากกว่านี้ดีกว่านะสาวน้อย"
"เอ่อ...ค่ะ"


     ถึงอีกฝ่ายจะดูเหมือนเด็กกว่าเธอ แต่ไม่รู้ทำไมในใจกลับบอกให้เธอพูดสุภาพกับเขาเอาไว้ก่อนดีกว่า เมื่อพูดคุยกันเสร็จ เหล่าผู้คนในหอกระจกก็ค่อยๆออกไปกันหมด จนเหลือแค่ตัวเธอกับผู้อำนวยการ



"เอาละครับ คุณยูเมะ ผมต้องขออภัยในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยนะครับ ที่นี้ช่วยตอบคำถามผมมาด้วยครับว่า ทำไมคุณถึงเข้ามาที่นี้ได้กัน?"

"เรื่องนั้น....."




















"ญี่ปุ่น? ผมไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่นั้นมาก่อนเลยนะครับ"


     หลังจากที่เซียอาน่าอธิบายไปว่าตัวเองนั้นมาจากญี่ปุ่น ที่จู่ๆก็โผล่ไปในที่ๆแปลกๆก่อนที่จะมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อยู่ในโลงศพแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้เล่าไปว่า ไปเจอใครมาบ้างแล้วเหตุผลจริงๆที่ถูกมอบหมายมาคืออะไร เพราะไม่รู้ว่าเรื่องพวกนั้นจะเป็นความลับรึเปล่าจึงไม่ได้บอกความจริงไปทั้งหมดกับผู้อำนวยการ


"ว่าแต่ว่า กระจกแห่งความมืด ที่บอกว่าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงเวทมนตร์ของเธอเนี่ยมันยังไงครับ"

"ข้าไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์จากตัวนางเลย เพราะมีเมฆหมอกหนามาบดบังการมองเห็นของข้า ทำให้ข้าไม่สามารถยั่งรู้ได้"

"มองไม่เห็น ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีใช่ไหมครับ"
"ผู้อำนวยการ ที่พูดหมายความว่ายังไง?"


     ผู้ทำนวยการหันกลับมาหา พร้อมกับชี้นิ้วมาที่บริเวณเอวของเธอ


"ถ้าคุณไม่มีเวทมนตร์จริง คุณก็ไม่น่าเป็นเจ้าของสิ่งนั้นได้นะครับ"

"คุณหมายถึง ดาบปากกานี้นะหรอ"


     เซียอาน่าก้มไปหยิบดาบปากกาที่อยู่ข้างเอวขึ้นมา ที่เธอเอามันไปแขวนเอาไว้ที่สายคลองที่เอว แต่จะว่าไปคนอื่นๆที่อยู่ในห้องนี้ พวกเขาก็มีสายคลองแบบนี้อยู่ที่เอวกันหมดทุกคนเลย แต่ของที่พวกเขาแขวนเอาไว้นั้น เป็นของที่มีลักษณะคล้ายกุญแจสีทอง ที่มีอัญมณีเม็ดสีต่างกับฝั่งอยู่


"ถึงตอนแรกผมจะไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร แต่พอมองมันไกล้ๆตอนที่พาคุณมาที่หอกระจก มันก็ทำให้ผมรู้ว่า ของชิ้นนี้มีพลังบางอย่าง ที่คล้างครึงกับเวทมนตร์อยู่ แล้วคุณที่เป็นเจ้าของมัน ก็น่าจะมีอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆครับ"

เซียอาน่าฟังสิ่งที่ผู้อำนวยการพูดก่อนจะดึงดาบปากกามาถือเอาไว้ ก่อนที่ภาพเหตุการ์ตอนที่เธอจะถูกยัยราชินีหลงตัวเองนั้นจะกอกยาพิษให้กิน ดาบปากกาอันนี้มันก็มาปกป้องเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้มันมาจากโคโคโระ จะไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นเลย มันก็เป็นแค่ปากกาที่มีลักษณะเป็นดาบแฟนตาซีปกติเท่านั้นเอง

"ฉันได้มันมาจากเพื่อน ตอนวันเกิดอายุคบ 15 ถึงจะไม่เข้าใจว่ามันพิเศษยังไงจนเมื่อเร็วๆนี้ แต่ที่ผ่านมาปีนึงกว่าๆ มันก็เป็นแค่ปากกาธรรมดาเองนะ"
"อืม....ถ้าเธอว่าแบบนั้น...คุณยูเมะ ผมขอดูไกล้ๆหน่อยได้ไหมครับ"


     ผู้อำนวยการหลังจากที่ฟังเธอพูด เขาก็ทำท่าทางครุ่นคิดก่อนที่จะยืนมือมาขอดู เซียอาน่าก็ไม่ได้ขัดอะไร เธอส่งมันให้เขาดู เมื่อได้ไปแล้วผู้อำนวยการก็ตรวจสอบมันดูไกล้ๆ ก่อนที่จะลองขยับมันดู แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น


"แปลกจริงๆครับ ผมว่าผมมองไม่ผิดนะ สิ่งนี้มีความคล้ายกับปากกาเวทมนตร์ที่นักเรียนของเราใช้เลย แต่เจ้าสิ่งนี้ผมลองขยับ ร่ายคาถาดูก็ไม่มีอะไรเลย ทั้งๆที่เป็นของที่วิเศษแท้ๆ คุณยูเมะจะว่าอะไรไหมถ้าผมอยากจะเอามันไปตรวจสอบน่ะ"
"เอ๋? ก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นด้วยละ มันวิเศษขนาดนั้นเลยหรอ?"
"ตาของผมมองไม่ผิดแน่นอนครับ ถ้าได้ลองตรวจสอบดูอาจจะพอรู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง ไม่ก็รู้ถึงที่ๆคุณจากมาก็ได้ ถ้าผมได้เอามันไปตรวจ-"




ปัก!! ตึง!



"ผู้อำนวยการ!?"



     จู่ๆร่างของผู้อำนวยการก็โดยเสยคายหงายหลังลงไปนอนกับพื้นดังปัก! ก่อนที่ตัวการที่ทำแบบนั้นจะค่อยๆหมุนสี่ห้าตลบลอยกลับมาอยู่ในมือของเด็กสาว เซียอาน่าที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างยืนนิ่งค้างไปชั่วครู่พร้อมๆกับกระจกแห่งความมืดที่เห็นเหตุการณ์เหมือนกัน ก่อนที่จะได้สติรีบเข้าไปดูอาการของผู้อำนวยการ พร้อมกับตบหน้าเขาเบาๆเรียกสติ



"ผู้อำนวยการ!ทำใจดีๆไว้ ได้ยินฉันไหม! ฮัลโหล!"

"อ่า...คุณ..ยูเมะ? นี่ มื้อเช้าแล้วหรอครับ ทำไมผมเห็น ไข่ดาว เต็มไปหมดเลยละ....?"

"สติหลุดไปแล้วหรอย่ะ!!"





     







_____________________________________________________________________________________________________
_________

ใครหน่อ ไม่ได้โดนเชิญมา น่าสงสารเขานะคะ^^
TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #6 Tidvita (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:37
    น่าสงสารผอ.ที่โดยเลยคางนะคะ 555+
    #6
    0