คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

199

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


199

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 มิ.ย. 62 / 03:47 น.
นิยาย [HAWKANT: Hawkeye x Ant Man / Clint Barton x Scott Lang] Whole Lot Of Leavin' [HAWKANT: Hawkeye x Ant Man / Clint Barton x Scott Lang] Whole Lot Of Leavin' | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...
s
n
a
p

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มิ.ย. 62 / 03:47


It’s pretty cold for late September
And autumn wind is creepin’ in
The summer sun packed up it’s long gone
There’s a whole lot of leavin’ goin’ on

ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างห้องของ ‘คลินท์ บาร์ตัน’ หรือ โค้ดเนม ‘ฮอว์คอาย’ หนึ่งในเหล่าอเวนเจอร์สที่ใคร ๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี อันที่จริงแล้วมันก็ออกจะอากาศเย็นไปเสียหน่อยสำหรับเดือนกันยายน แต่คลินท์ก็ไม่ได้จะปริปากบ่นแต่อย่างใด เพราะเจ้าตัวก็ออกจะชอบอากาศเย็น ๆ มากกว่าอากาศร้อนอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่มาพร้อมอากาศและบรรยากาศเย็น ๆ นี่สิที่เขาไม่ชอบเสียเท่าไหร่นัก

ความจริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น – สำหรับคลินท์แล้ว เขาคงจะชอบช่วงเวลานี้มากที่สุดในช่วงปี บรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว … อากาศเย็น ๆ อ่อน ๆ ที่ยังเจอปนความอบอุ่นให้ได้สัมผัสอยู่ไม่มากก็น้อย มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะออกไปเดินสูดอากาศที่ไหนซักแห่งไกล ๆ ผู้คน

นั่นล่ะ… นั่นเป็นสิ่งที่คลินท์ บาร์ตันมักจะทำเมื่อเขามีเวลาว่างในช่วงนี้ของปี พอนึกขึ้นได้แล้วชายหนุ่มก็อดนึกถึงช่วงเวลาในปีก่อน ๆ ที่ผ่านมาเสียไม่ได้ – ช่วงเวลาที่เขาได้ใช้ไปกับคนที่เขารัก และ คนที่เขาสามารถเรียกว่าเพื่อนได้อย่างสนิทใจ

ทั้งคู่ไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาอีกแล้ว

นาตาชา โรมานอฟ – แนท… แนทจากเขาไปในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับธานอส

ไอ้บ้านั่น… ฉันหวังจริง ๆ ว่าจะได้เป็นคนฆ่ามันด้วยตัวฉันเอง

คลินท์ยกแก้วกาแฟอุ่น ๆ ในมือขึ้นมาจิบเพื่อผ่อนคลายความเครียดของตนเอง เขาอดคิดถึงแนทไม่ได้จริง ๆ เพราะแนทเปรียบเสมือนทุก ๆ อย่างในชีวิตของเขา เธอเป็นเพื่อน – เพื่อนที่ดีที่สุด… หรืออาจจะรองจาก ฟิล โคลสัน แต่เธอก็ยังเป็นคนคนหนึ่งที่เขารักมาก ๆ และการต้องมาเสียเธอไปต่อหน้าต่อตานั้น… เขาจะไม่พูดก็แล้วกัน

ส่วน ฟิล โคลสัน – เอเจนท์โคลสันที่ใครต่อใครก็กลัวนักกลัวหนากันไปทั้งหน่วยชีลด์ โคลสันที่เป็นคนให้โอกาสคลินท์ได้เริ่มต้นใหม่กับชีวิตใหม่อีกครั้ง สำหรับคลินท์แล้ว… โคลสันไม่ใช่โคลสัน แต่โคลสันคือฟิล

ฟิลที่คอยดูแลคลินท์เวลาไม่สบาย เวลาบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งเวลาที่เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะต้องการคนดูแลเสียด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นมากกว่าเพื่อน หรืออย่างน้อยก็… เคยเป็น

เพราะคลินท์เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้ฟิลต้องตาย ใช่ นั่นคือเรื่องตั้งแต่นิวยอร์คในปี 2012 และจนทุกวันนี้คลินท์ก็ยังเกลียดโลกิเข้าไส้ คลินท์ไม่เคยหยุดโทษตัวเองได้เลยนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง – วันที่ฟิล โคลสันโดนแทงด้วยไอ้หอกบ้านั่น วันที่นิค ฟิลรี่เดินมาตบบ่าเขาหลังจากบอกข่าวที่เลวร้ายที่สุด

วันที่คลินท์ทำได้เพียงยืนมองร่างไร้วิญญาณของคนรักและทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้นอกจากกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นแห่งความเจ็บปวดเอาไว้อย่างแนบเนียน

ก็เป็นแนทอีกนั่นล่ะที่อยู่เคียงข้างเขา

I bet it’s warm in California
I think it’s time to hit the road
I just might call that plain of gypsies
Whose searching for our pot of gold

คลินท์พยายามดึงตัวเองออกจากความเศร้าหมองในจิตใจด้วยการหันไปนึกถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งแทน

สก็อต แลงก์

อืม… สก็อตอยู่ซานฟรานซิสโกในขณะที่คลินท์ยังคงอยู่นิวยอร์ค – ท่าทางที่ซานฟรานคงจะไม่มีลมเย็น ๆ พัดแบบนี้ล่ะมั้ง? อากาศแถวนั้นคงยังอบอุ่นอยู่ บางทีคลินท์เองก็คิดว่าเขาน่าจะลองไปพักผ่อนแถว ๆ นั้นบ้างเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ใช่ว่าคลินท์จะมีเวลาว่างบ่อย ๆ เสียด้วยสิ

คลินท์รู้ดีว่าสก็อตจะอ้าแขนรับเขาทันทีแค่เพียงเขาเอ่ยปากบอกว่าจะไปเยี่ยม ใช่ สก็อตเป็นคนแบบนั้น และนั่นก็น่ารักเป็นบ้า

คลินท์ยิ้มออกมาน้อย ๆ คลินท์คิดว่าความสัมพันธ์ของเขากับสก็อตเป็นช่วงระหว่างรอยต่อของอะไรบางอย่าง…

จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ? คนรักก็คงจะยังไม่ใช่ พวกเขาไม่เคยคุยกันไปถึงขั้นนั้น

คนคุย? อันนี้ก็พอมีเค้าลางว่าจะใช่ – แม้ว่าเมื่อก่อนคลินท์จะเป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และระหว่างที่เขาอยู่กับฟิล ฟิลเองก็ไม่ใช่พวกคนชอบพูดเสียด้วย – แต่สก็อต… สก็อตน่ะเป็นขั้วตรงข้ามของทั้งเขาและฟิลไปเลย สก็อตเป็นคนสดใสร่าเริง และคลินท์คิดว่าการที่เขาใช้เวลาอยู่กับสก็อตมาก ๆ เข้า ก็ทำให้ชีวิตของเขาสดใสขึ้นมาบ้าง

รอยยิ้มหวาน ๆ ของเจ้าของดวงตาสีเขียวทองยังคงแจ่มชัดในหัวของคลินท์

Seems like lately there’s a whole lot of leavin’ goin’ on

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำเอาคลินท์สะดุ้งเล็กน้อย ชายหนุ่มหรี่ตามองโทรศัพท์โง่ๆบนโต๊ะอย่างหัวเสีย

ใครกันจะโทรมาหาตอนนี้ แถมไม่โทรเข้ามือถืออีกต่างหาก!

แต่คลินท์ก็จำใจรับโทรศัพท์นั่นอยู่ดี

[โคลสันตายแล้ว] เสียงปลายสายพูดอย่างไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึกใด ๆ มันเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่คลินท์คุ้นเคยและจำได้ดี เสียงเย็นชาแบบนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เมลินดา เมย์

“เขาตายไปตั้งแต่ปี 2012 แล้ว เอเจนท์เมย์” คลินท์ตอบกลับไปด้วยความสับสน แน่นอน เมย์ต้องรู้เรื่องนี้ ไม่มีทางที่เมย์จะไม่รู้ เพราะเมย์น่ะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ระดับสูงกว่าเขาไปอีกระดับหนึ่ง

[ใช่ เขาตาย และเขาตายอีกครั้ง]

“คุณหมายความว่ายังไง เมย์?”

[ฟิวรี่ – ฟิวรี่หาทางพาโคลสันกลับมาได้ในตอนนั้น – หลายเดือนหลังจากนิวยอร์ค]

คลินท์รู้สึกเหมือนกระเพาะอาหารของกำลังบิดตัวไปมาในท้องด้วยความโกรธและโศกเศร้า

นั่นหมายความว่าหลายปีที่ผ่านมาโคลสัน – ฟิล – มีชีวิตอยู่มาตลอด และไม่มีใครบอกเขาแม้แต่คนเดียว

“มีงานศพหรือเปล่า?”

[ไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่โคลสันต้องการ บาร์ตัน ถ้านายอยากรู้ทุกอย่าง ฉันจะเล่าให้นายฟัง แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในแคลิ –]

“ที่ไหนในแคลิฟอร์เนีย?”

[ซานฟราน]

“ได้ เดี๋ยวผมจะจองตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวนี้เลย”

I close my eyes and picture your hand in mine
I still hear your voice that takes me back to that time
Where I can find a reason to be strong
Seems like lately there’s a whole lot of leavin’ goin’ on

คลินท์กระแทกหูโทรศัพท์ลงเต็มแรง ก่อนที่เขาจะแทบล้มทั้งยืนลงที่โซฟา คลินท์ไม่คิดว่าเขาจะต้องได้รับข่าวแย่ ๆ นี่อีกครั้ง แน่นอนว่าไม่ใช่หลังจากที่เขาเพิ่งจะทำใจเรื่องแนทได้ไปหมาด ๆ

ฟิล โคลสันไม่เคยแม้จะติดต่อคลินท์เลยสักครั้ง

บางทีนายอาจจะไม่ได้สำคัญกับเขาขนาดนั้น บาร์ตัน

ซึ่งนั่นก็เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว… ในทุก ๆ ความสัมพันธ์ที่นายมี ยกเว้นแต่แนทน่ะนะ

เพราะแนทเป็นเพื่อนไงล่ะ

แต่โคลสัน – ฟิล – ไม่ใช่เพื่อนของนาย บาร์ตัน

คลินท์หลับตาลงและยอมให้ตนเองหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้งในรอบหลายเดือน

แต่เมื่อเขาหลับตาลง เสียงที่เขาได้ยินกลับเป็นเสียงของฟิล โคลสันที่ดังก้องอยู่ในหู ตลอดเวลาที่คลินท์ทำงานร่วมกับฟิล เสียงของฟิลจะอยู่ในหูของเขาตลอดเวลา คอยบอกเขาว่าเขาควรจะทำอะไร คอยให้กำลังใจ คอยเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังระหว่างที่คลินท์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่เป็นเวลานานเพื่อจ้องมองเป้าหมายที่เขาอาจจะต้องจัดการจากที่สูง

เสียงของฟิล โคลสันที่บอกรักคลินท์

เสียงที่ทำให้คลินท์เข้าใจว่าการมั่นใจในตนเองเป็นเช่นไร

เสียงที่ทำให้คลินท์เข้มแข็งในวันที่เขาทำพลาด หรือช่วยชีวิตเอเจนท์คนอื่นไม่ได้

เสียงของฟิล โคลสันที่เขาไม่ได้ยินอีกเลยเป็นเวลาหลายปี

เมื่อคลินท์รู้ตัวอีกที เขาก็ยืนอยู่ที่สนามบินพร้อมกับตั๋วไปซานฟรานในมือ

Close the window draw the curtains
You ain’t the only one here hurting
No one’s right no one’s wrong

“คลินท์!” เสียงของสก็อตร้องเรียกหลังจากที่เขาเดินออกมาจากเกท สก็อตยิ้มกว้างพร้อมโบกมืออย่างร่าเริง

อืม… ออกจะร่าเริงผิดเวลาไปหรือเปล่านะ?

คลินท์พยักหน้าน้อย ๆ ให้อีกฝ่ายพร้อมเดินตรงไปหา – คลินท์เอ่ยปากขอไปพักกับสก็อตเมื่อไหร่เขาก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ ก็คงจะหลังจากที่เขากดซื้อตั๋วเครื่องบินล่ะมั้ง คลินท์ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่สก็อตก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะอย่างน้อยคลินท์ก็จะได้มีเพื่อน

สก็อตรีบคว้าตัวเขาไปกอดแน่นทันที

“เสียงนายฟังดูไม่ดีเลยนะตอนโทรมา… เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” สก็อตถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้เล็กน้อย เพราะเจ้าตัวกำลังซุกใบหน้าลงกับไหล่กว้างของคลินท์ “บอกได้หรือเปล่า?”

“ฉัน – ฉันก็ยังไม่แน่ใจ…” คลินท์ตอบตรง ๆ “จริง ๆ แล้วฉันมีนัดกับคนคนนึงที่… น่าจะบอกฉันได้ล่ะมั้งว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“นายพูดถึงชื่อฟิล โคลสัน”

“งั้นเหรอ…”

“ฉันหาประวัติเขาแล้ว”

“อ้อ…”

คลินท์กะพริบตาปริบ ๆ เขาไม่รู้ว่าประวัติที่สก็อตเจอน่ะ คือประวัติอะไรกันแน่ เท่าที่เขารู้ ประวัติของเอเจนท์ระดับสูงอย่างโคลสันก็ไม่น่าจะหาได้ง่าย ๆ นี่นา “เดี๋ยวนะ แล้วนายหาเจอได้ยังไงกัน?”

สก็อตไม่พูดอะไรเพียงแต่ฉีกยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์

อยากจะฟัดให้หายยิ้มเลยจริง ๆ

ระหว่างทางไปบ้านสก็อตจากสนามบิน ทั้งคู่ก็คุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อยจนถึงบ้านนั่นล่ะ

สำหรับคลินท์แล้วมันก็ดีเหมือนกันที่เขาได้พูดคุยกับคนอื่นบ้าง… คนที่ทำตัวสดใสตลอดเวลาแบบสก็อตน่ะนะ คลินท์คิดว่าเขาก็ชอบแบบนี้ไม่น้อยเลย

หลังจากที่ทั้งคู่เข้าบ้านมาเรียบร้อย สก็อตก็ขยับเข้ามาใกล้คลินท์มากขึ้น มือนุ่ม ๆ ของสก็อตค่อย ๆ ยกขึ้นมาประคองแก้มทั้งสองข้างของคลินท์เอาไว้

“เขาตาย…” คลินท์พูดออกมาเบา ๆ พร้อมหลับตาลง “เขาตาย… เป็นครั้งที่สอง”

“ฉันรู้” สก็อตตอบเสียงแผ่ว “มันหนักมากเลยใช่มั้ย?”

คลินท์พยักหน้าก่อนจะกอดสก็อตเอาไว้ในอ้อมแขนของเขา สุดท้ายคลินท์ก็ไม่สามารถกลั้นความเจ็บปวดที่พรั่งพรูถาโถมเข้ามาได้อีก เสียงสะอื้นที่ถูกเก็บเอาไว้นานนับปีของคลินท์ดังออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป

Lately there’s a whole lot of leavin’ goin’ on

สก็อตไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่านั้น

ในคืนนั้น คลินท์และสก็อตนอนอยู่ในเตียงเดียวกันโดยที่สก็อตกอดคลินท์เอาไว้จากด้านหลังตลอดคืน

สก็อตตื่นขึ้นมาหลายครั้งในตอนดึก เพราะเสียงสะอื้นจากคนข้าง ๆ แต่สก็อตเองก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรนอกจากคอยปลอบคลินท์ด้วยรอยจูบเบา ๆ ที่แผ่นหลัง

You used to live to say you love me
Now you got one foot of the door
It’s then you turn around and ask me
Do we got it anymore?

หลังจากคลินท์ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างจาก เมลินดา เมย์ คลินท์ก็กลับมาที่บ้านของสก็อตด้วยใบหน้าอิดโรยที่ไร้เรี่ยวแรง คลินท์เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้สก็อตฟังอีกครั้งทั้งน้ำตา

เป็นภาพที่สก็อตไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

ไม่แม้แต่วันที่พวกเขาเสียนาตาชาไป

สก็อตจึงปะติดปะต่อได้ไม่ยากว่าคลินท์กับเอเจนท์โคลสันเคยเป็นอะไรกัน

“ยังไงฉันก็ยังอยู่กับนายนะ…” สก็อตลากนิ้วเรียวของเขาไปตามสันกรามของคลินท์ “นาย… นายจะอยู่กับฉันต่อก็ได้”

เพราะสก็อตรู้ดีว่าคลินท์พร้อมจะกลับนิวยอร์คทันที แต่สก็อตไม่อยากให้คลินท์ไปตอนนี้เลย เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าคลินท์ไม่พร้อมที่จะอยู่คนเดียว และสก็อต… สก็อตก็คิดถึงอีกฝ่ายมากเหลือเกิน

“อยากให้อยู่หรือเปล่า?”

สก็อตเผลอยิ้มและหัวเราะออกมาก่อนจะบีบแก้มของอีกฝ่ายเบา ๆ

“พูดขนาดนี้คงไม่อยากให้อยู่มั้ง?”

“ก็ไม่แน่นี่ อาจจะแค่พูดตามมารยาทก็ได้” คลินท์ยักไหล่

“อืม… ตามมารยาทถ้านั่นเคยมีในพจนานุกรมของฉันอ่ะนะ”

คลินท์ส่ายหัวน้อย ๆ ก่อนที่ใบหน้าของทั้งคู่จะเคลื่อนเข้ามาใกล้กันจนทั้งคู่รู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย

สก็อตค่อย ๆ ประทับริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากของคลินท์อย่างอ่อนโยน มือหนาของคลินท์จับที่เอวของสก็อตไว้พร้อมทั้งจูบอีกฝ่ายกลับไป ทั้งคู่พากันลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง ฝีเท้าของทั้งคู่ตรงไปที่ห้องนอนของสก็อตโดยที่ริมฝีปากของทั้งสองไม่ห่างออกจากันเลยแม้แต่น้อย

I close my eyes and picture your hand in mine
I hold the line you’ll never hear me say goodbye
So pretty baby please be strong
Seems like lately there’s a whole lot of leavin’ goin’ on

“สรุปว่าอยู่ต่อ?” สก็อตถามขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่อาบน้ำเสร็จ ผ้าขนหนูผืนบางถูกมัดไว้หลวม ๆ ที่รอบเอว “ไม่อยู่ก็ได้ แต่ก็อยากให้อยู่…”

“จริง ๆ แล้วก็… ยังไม่ได้ซื้อตั๋วเที่ยวกลับ” คลินท์ยิ้มน้อย ๆ ให้อีกฝ่าย แขนหนา ๆ ของคลินท์ค่อย ๆ ห่อรอบเอวของสก็อตเอาไว้ ริมฝีปากและจมูกของเขาซุกไซร้ไปตามต้นคอที่ยังเปียก ๆ อยู่เล็กน้อย “ตั้งใจว่าจะมาอยู่ด้วยก่อนกลับอยู่แล้ว…”

“อือ…” สก็อตหลับตาลงและครางในลำคอ “อยู่ตลอดเลยก็ได้”

“อืม ก็ไม่มีเหตุผลให้กลับไปนิวยอร์คแล้วด้วย ถ้ามีอะไรก็ไว้ค่อยบินไปก็ได้เนอะ”

“ให้โอกาสบินไปเก็บของครั้งนึง” สก็อตหัวเราะออกมา “แล้วก็บินกลับมาอยู่นี่แหละ”

“แล้วนายจะกังวลเรื่อง – เอ่อ… ฉันกับโคลสันรึเปล่า?” คลินท์ถามออกมา จริง ๆ เขาตั้งใจว่าจะไม่บอกอะไรเรื่องระหว่างเขากับฟิล แต่ดูท่าทางอีกฝ่ายจะคิดได้เองอยู่ดี … จริง ๆ แล้วถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา คลินท์ก็คงไม่พูดถึงฟิลด้วยซ้ำ “ฉัน… ฉันตัดใจจากเขาได้ตั้งนานแล้วล่ะนะ ก็… ก็สำหรับฉัน เขาตายไปตั้งนานแล้วนี่”

“ฉันเชื่อใจว่าถ้ามีอะไร นายจะบอกฉันเอง” สก็อตตอบกลับมาก่อนหันใบหน้าของเขามาสบตากับคลินท์ จูบเบา ๆ ที่คลินท์ติดใจเสียเหลือเกินของสก็อตถูกประทับลงที่ริมฝีปากและคางของเขาอีกครั้ง

“แปลว่า… ระหว่างเรา…?”

“นายกำลังจะขอฉันเป็นแฟนงั้นเหรอ คลินท์?”

คลินท์หน้าแดงขึ้นมาทันใด จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่ได้คบกับใครมานานเต็มที ยิ่งจะขอใครเป็นแฟน… เท่าที่จำได้เหมือนว่าฟิลจะเป็นคนขอด้วยซ้ำ

“ก็… ก็…”

“ตกลง”

คลินท์จ้องมองสก็อตอยู่หลายวินาทีจนอีกฝ่ายต้องสะกิดเขา

“ตกลง?”

“อื้ม! ตกลง”

คลินท์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ไปเก็บของวันไหนดีนะ…” คลินท์พึมพำกับตัวเอง

“ไม่ใช่พรุ่งนี้ อย่างน้อยก็… อยู่ด้วยกันก่อนซักพักนึง”

“คร้าบ คร้าบ คร้าบ คุณแฟน

สก็อตตีเข้าที่แขนของคลินท์ดังเพี๊ยะ!

คลินท์กลับไปที่นิวยอร์คอีกทีก็อาทิตย์ถัดมาพร้อมกับสก็อตที่มาช่วย ระหว่างที่เขาค่อย ๆ เก็บของจำเป็นลงกระเป๋า เขาก็เหลือบไปเห็นแฟ้มรูปถ่ายที่เขาซุกซ่อนไว้นานหลายปี

อัลบั้มรูปของเขากับฟิล…

คลินท์ยิ้มเศร้า ๆ กับตัวเองโดยที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าเขาควรจะเอารูปพวกนี้ไปด้วยดีรึเปล่า

“ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้านายจะเอารูปกลับไปด้วย” สก็อตพูดขึ้นพลางจูบที่ขมับของคลินท์ที่นั่งอยู่บนพื้นห้อง “ฉันเข้าใจ”

คลินท์เปิดรูปถ่ายดูอยู่หลายนาทีราวกับว่ากำลังพิจารณาว่าจะเก็บรูปไหนไปดีหรือเปล่า

สุดท้ายคลินท์ก็หยิบรูปที่เขาคิดว่าสำคัญที่สุดออกมา

รูปของเขาสามคน – แนท คลินท์ และฟิล – ทั้งสามดูมีความสุขมากเหลือเกินในรูปถ่ายใบนั้น เขาจำไม่ได้หรอกว่าใครเป็นคนถ่ายรูปนั้นให้พวกเขา แต่เขาจำได้ดีว่าวันนั้นเป็นวันที่พวกเขาว่างตรงกัน – ซึ่งก็หายากเป็นบ้า – และฟิลก็ชวนพวกเขาไปเที่ยว ตอนนั้นทั้งคลินท์ทั้งแนทยังอายุน้อย ๆ อยู่เลยด้วยซ้ำ เรียกว่าเป็นเอเจนท์ระดับล่าง ๆ ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน…

มันเป็นวันที่ดีจริง ๆ

“รูปเดียวเหรอ?” สก็อตถามพลางลูบผมนิ่ม ๆ ของคลินท์

“อืม… แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ” คลินท์โยนแฟ้มรูปกลับเข้าที่เดิมของมัน “ส่วนที่เหลือก็… ทิ้งไว้ที่นี่แหละ ไว้คิดถึงเมื่อไหร่ค่อยกลับมาหาก็ได้”

I’ll come back for you baby


note: วันนี้มาคุยด้วยนิดนึง เราคิดมานานแล้วว่าอยากแต่ง hawkant จากเพลงนี้ uwu เพราะว่าเรื่องราวของเพลงนี้เนี่ย มันก็เหมาะกับพี่คลินท์มากๆเลย!
เรื่องของเพลงนี้ก็คือ Jon Bon Jovi แต่งเพลงนี้ให้กับ(อดีต)เพื่อนในวง: Richie Sambora มือกีตาร์ของวงที่เพิ่งจะหย่ากับภรรยา (Heather Locklear) ไปหมาดๆ ก็ต้องมาเสียคุณพ่อไปอีก ซึ่งความสัมพันธ์ของคุณ Jon กับ Richie เนี่ย ลึกซึ้งกันมากๆ เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ และก็รักกันมากๆ ในตอนนั้น Richie ที่สูญเสียคนรอบตัวไปก็คงจะหันไปหา Jon แน่ๆ ทำให้ Jon แต่งเพลงนี้ขึ้นมา : )
ซึ่งก็เหมือนกับพี่คลินท์ที่เสียนาตาชาไปใน Endgame ส่วนฟิลโคลสันก็มาตายจริงๆใน Agents of Shield เรื่องของคลินท์กับฟิลเนี่ย เแม้ว่ามาร์เวลจะทำให้ฝั่งอเวนเจอร์สไม่รู้อะไรเรื่องฟิลโคลสันเลย แต่เราว่ามันไม่แฟร์เลย เราเลยอยากเขียนฉากที่คลินท์รู้ว่าโคลสันตายแล้วจริงๆบ้าง แม้ว่าใน timeline (ที่เละเทะไปแล้ว) ของ AOS จะวางให้โคลสันตายก่อนที่เกิดเรื่องธานอสก็เถอะ แต่นั่นเป็น timeline ที่เรารับไม่ได้ 5555 แต่จะว่าคนเขียนบทก็ไม่ได้ เพราะคนเขียน AOS ก็คือไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรใน Endgame ก็เลยต้องยอมๆไป //เศร้า
นั่นแหละฮะ ก็เลยกาวเพลงนี้กะพล็อตนี้ขึ้นมา!!!
สก็อตตี้น่ารัก!


Buy Me a Coffee at ko-fi.com

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ parkersjjj จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 17:16
    งืมมมมมเขินอ้า-///-
    #3
    0
  2. #2 ssoomm
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 22:44

    ฮื่อ สารภาพเลยนะ เราเขินมากคือน่ารักมาก แต่งคู่นี้อีกนะคะ // เขินนนนนน

    #2
    0
  3. #1 .•:*´Lenna`*:•. (@koystar) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 20:04
    น่ารักมากเลยค่ะ ฮื้ออออ สก๊อตกินกับอะไรก็อร่อย 555 // ในส่วนของเอเจนออฟชิลนี่ดูไปซีซั่นเดียวเอง เพราะรู้สึกเริ่มออกทะเลเลบไม่ดูต่อ ไม่รู้เลยว่าฟิลตาย แง่งงง
    #1
    1
    • #1-1 parkersjjj (@parkersjjj) (จากตอนที่ 1)
      13 มิถุนายน 2562 / 22:55
      AOS นี่ออกทะเลจริงฮะ แต่เราว่ามันออกทะเลแบบสนุกนะ 555 เราชอบปมเรื่องปมตัวละครต่างๆ เราคิดว่า AOS นำเสนอตัวละครออกมาให้ดูเป็น "มนุษย์จริงๆ" ดี ไม่เหมือน MCU ที่ทุกคนเป็นฮีโร่กันหมด ทุกคนมีพลังมีความสามารถอะไรบางอย่างเหนือมนุษย์ทั้งนั้น (ยกเว้นคลินท์กับแนท) เราเลยชอบ AOS มากๆ 5555 อยากให้ลองดูต่อนะคับ ส่วนเรื่องฟิลตายนี่มาตายเอาซีซั่นล่าสุดฮะ เพิ่งฉายไปได้ 3-4 ตอน
      #1-1