คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

220

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


220

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 มิ.ย. 62 / 03:44 น.
นิยาย [Doctor Strange x Ant-Man] GO OUT WITH ME [Doctor Strange x Ant-Man] GO OUT WITH ME | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Stephen Strange x Scott Lang
Librarian!Stephen / Writer!Scott + Matchmaker!Loki
-
"ผมอยากชวนบรรณารักษ์คนโปรดของผมไปเดทน่ะ แต่ผมไม่รู้จะทำยังไงดี คุณช่วยผมได้มั้ย สตีเฟ่น"

by: parkersjjj : twitter: @parkersjjj
wordpress: parkers writes – queer fanfics by a queer trans boy

Buy Me a Coffee at ko-fi.com
t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มิ.ย. 62 / 03:44


สก็อต แลงก์ เป็นนักเขียนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้ดังมากมายอะไร จริงๆแล้วเขามักจะเขียนผลงานวิชาการเสียมากกว่า แต่ก็เพิ่งมีช่วงหลังๆมานี่แหละที่เขาเริ่มเขียนอะไรบางอย่างที่… ไม่ค่อยวิชาการเท่าไหร่นัก

เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นจากการที่อยู่ๆร้านกาแฟภายในตึกเก่าแก่ที่เขาชอบไปบ่อยๆน่ะ ตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็น ห้องสมุด – จริงๆจะเรียกว่าเปลี่ยนก็คงไม่เชิง เพียงแต่ว่าแค่เปิดพื้นที่ที่เหลืออยู่ให้เป็นห้องสมุดเสียเท่านั้นเอง ซึ่งสก็อตก็พอใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้เสียเหลือเกิน เพราะเขาน่ะชอบตึกแห่งนี้มานานแล้ว ตึกทรงเก่าๆคลาสสิคที่ให้บรรยากาศอบอุ่นสำหรับใครก็ตามที่หลงใหลในความโบราณ สก็อตพอใจกับสิ่งนี้เอามากๆ

แต่ที่ทำให้สก็อตพอใจมากที่สุดน่ะไม่ใช่ตัวห้องสมุดหรอกนะ แต่ว่าเป็น…

“อ้าว คุณแลงก์… สวัสดีครับ วันนี้มองหาหนังสือแนวไหนอยู่เหรอครับ” เสียงทุ้มต่ำของคุณบรรณารักษ์ที่มีรอยยิ้มหวานอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาดังขึ้นทันทีที่สก็อตเปิดประตูเข้าไป … สตีเฟ่น สเตรนจ์

“คุณควรหยุดเรียกผมด้วยนามสกุลเสียทีนะ สตีเฟ่น” สก็อตเบ้ปากเล็กน้อยพร้อมก้าวเท้าไปที่โต๊ะทำงานของคุณบรรณารักษ์ที่เขาชอบเสียเหลือเกิน “เรียกผมว่าสก็อตสิ เรียกว่า ‘คุณแลงก์’ มันดูเหินห่างยังไงก็ไม่รู้”

“ก็… คุณเป็นผู้มาใช้บริการนี่ครับ” สตีเฟ่นตอบเสียงเรียบ “แล้วผมก็คุยกับทุกคนแบบนี้ทั้งนั้น”

“รวมถึงโลกิด้วย” สก็อตเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมเอียงคอเป็นเชิงถาม

โลกิ – โลกิเป็นบรรณารักษ์อีกคนหนึ่งที่นี่ อย่าได้ไปชวนโลกิคุยเกี่ยวกับวิลเลี่ยม เชคสเปียร์เชียวล่ะ หมอนั่นจะพูดจนลิงหลับไปเลย

“ไม่นับโลกิสิครับ เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของผมนี่นา มันไม่เหมือนกันเสียหน่อย”

“งั้นคุณก็นับผมเป็นเพื่อนสิ” สก็อตพูดอย่างมีความหวัง นิ้วเรียวเคาะเป็นจังหวะที่โต๊ะของอีกฝ่าย

“สรุปว่าวันนี้คุณจะมากวนผมเล่นๆ หรือจะมาหาหนังสืออ่านกันครับ คุณแลงก์ ”

กวนประสาทชะมัด นี่หมอนี่จะไม่รู้ตัวจริงๆเหรอ

สก็อตหน้าหม่นลงไปเล็กน้อยก่อนจะยักไหล่ “ผมเบื่อๆน่ะ คุณมีหนังสืออะไรใหม่ๆบ้างมั้ยล่ะ”

“คุณสนใจเรื่องอะไรล่ะครับ”

“เอ… ผมว่าผมลองอ่านอะไรที่ผมไม่เคยอ่านหน่อยดีกว่า” สก็อตใคร่ครวญอยู่ชั่วขณะก่อนจะนึกขึ้นได้ “ดอกไม้! ดอกไม้เป็นไง ผมไม่เคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับดอกไม้เลย มันน่าจะเป็นประโยชน์กับสิ่งที่ผมกำลังเขียนอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ”

สตีเฟ่นส่งรอยยิ้มหวานๆละลายใจให้เขาอีกครั้ง “คุณสนใจด้านไหนเกี่ยวกับดอกไม้ล่ะครับ คุณแลงก์ แบบว่าด้านวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่น”

“มันมีด้านอื่นด้วยงั้นเหรอ”

สตีเฟ่นยกนิ้วชี้ขึ้นมาทันใดทำให้สก็อตเงียบไประหว่างที่นตัวสูงพิมพ์อะไรบางอย่างเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ไม่กี่วินาทีถัดมา สตีเฟ่นก็พยักหน้าให้สก็อตตามเขาเข้าไปในส่วนของชั้นหนังสือต่างๆมากมาย “ตามผมมาสิ ผมคิดว่าผมมีสิ่งที่คุณน่าจะสนใจไม่น้อยเลย”


“ความหมายของดอกไม้ชนิดต่างๆ…” สก็อตพึมพำเบาๆหลังจากที่สตีเฟ่นยื่นหนังสือให้เขาสองสามเล่ม “มันก็แค่แบบว่า… กุหลาบหมายถึงความรักอะไรแบบนี้ไม่ใช่เหรอคุณ”

“แต่กุหลาบก็ไม่ได้มีเพียงสีเดียวนี่ครับ คุณแลงก์” สตีเฟ่นหัวเราะออกมาน้อยๆ “ผมเคยเปิดอ่านเล่นอยู่นิดหน่อยตอนที่ห้องสมุดเพิ่งรับเข้ามา ผมว่ามันก็น่าสนใจทีเดียวนะ คุณลองเอาไปอ่านดูสิ”

“โอเค ถ้าคุณว่าดีผมก็ว่าดี!” สก็อตยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า “ผมว่าผมจะนั่งอ่านอยู่ที่นี่สักพักล่ะ ผมเริ่มเบื่อบ้านตัวเองแล้ว”

“แล้วแต่คุณเลยครับ ไม่แน่โลกิอาจจะมานั่งคุยเป็นเพื่อนคุณก็ได้ ผมคิดว่าโลกิรู้เรื่องดอกไม้เยอะพอสมควรเลยนะ”

“แต่ผมว่าผมอยากคุยกับคุณมากกว่านะ”

สตีเฟ่นไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่ารอยยิ้ม แล้วคนตัวสูงก็เดินหายเข้าไปในชั้นหนังสือสูงๆมากมายที่สายตาของสก็อตไม่สามารถมองตามไปได้ทัน สก็อตถอนหายใจดัง พรืด ก่อนจะเดินไปที่โซนเก้าอี้นั่งเพื่อหาที่เหมาะๆอ่านหนังสือ


“ดอกทานตะวันหมายถึง ความคิดบริสุทธิ์ งั้นเหรอ… นอกจากนั้นยังหมายถึง ความรักความชื่นชม และ ความรักที่ทุ่มเท ด้วย… โห ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย” สก็อตพึมพำออกมากับตนเองโดยที่ไม่กลัวว่าใครจะได้ยินเพราะรอบกายไม่มีใครอยู่เลย

แล้วสายตาของสก็อตก็มองไปเห็นความหมายของดอกอามาริลลิส – ความงดงามอันเลิเลิศ และ คุณค่าที่มากมายเกินกว่าความงาม

ใบหน้าหล่อเหลาของสตีเฟ่น สเตรนจ์ลอยเด่นขึ้นมาในหัวของสก็อตทันทีทันใด ทำเอาสก็อตต้องยกหนังสือขึ้นปิดหน้าของตัวเองด้วยความขวยเขิน

“ทำไมถึงเป็นหน้าคุณกันล่ะ!” สก็อตโพล่งขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

“หน้าใครงั้นหรือ สก็อต” โลกิยื่นใบหน้าออกมาจากชั้นหนังสือทำเอาสก็อตสะดุ้งเฮือก “ใช่คนแถวนี้รึเปล่าน้า”

“เงียบไปเลยนะ โลกิ” สก็อตทำหน้ายู่ “สตีเฟ่นไปไหนเสียล่ะ”

“โห เห็นหน้าฉันไม่ทักทายกันซักคำ เอาแต่ถามถึงสตีเฟ่นทุกรอบ ฉันน้อยใจนะเนี่ย” โลกิทำหน้าเจ็บปวดแบบปลอมๆก่อนจะยักไหล่ “เห็นว่าเดินไปที่ร้านกาแฟ หมอนั่นอยู่ได้ด้วยคาเฟอีนนี่นา”

สก็อตพยักหน้าก่อนจะเงียบไป โลกิจึงกลับไปจัดหนังสือที่ชั้นต่อ

“นายว่าสตีเฟ่นชอบดอกไม้มั้ย”

คราวนี้โลกิเดินออกมาจากชั้นหนังสือแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆสก็อต “หมอนั่นไม่รู้เรื่องดอกไม้ – ว่าแต่ทำไมอยู่ๆนายถึงอ่านเรื่องดอกไม้กัน”

“ฉันไม่ได้ถามว่าเขารู้เรื่องรึเปล่า ฉันถามว่าเขาชอบมั้ย” – และเขาชอบฉันมั้ย

“ก็คงชอบแหละมั้ง มีใครบ้างที่ไม่ชอบดอกไม้… จริงๆก็มีแหละ แต่คงไม่ใช่สตีเฟ่น”

“เขา… เขาชอบความโรแมนติกมั้ย”

“โรแมนติกแบบตัว R ตัวใหญ่หรือตัวเล็กกันล่ะ ฉันคิดว่าเขาเป็นพวก R ตัวใหญ่เสียมากกว่านะ แต่ฉันก็พูดอะไรมากไม่ได้หรอก เขาก็เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานของฉันเท่านั้น ฉันไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขามากขนาดนั้น”

Romantic or romantic…

“เขาอาจจะชอบทั้งคู่ก็ได้” โลกิพูดต่อไป “นายชอบเขา มองจากดาวพลูโตยังรู้เลย”

“ก็คงงั้น สตีเฟ่นไม่เห็นรู้เลย” สก็อตทำหน้าหม่นหมองอีกแล้ว ทำให้โลกิอดเห็นใจอีกฝ่ายไม่ได้ “หรือเขาอาจจะไม่ได้ชอบฉัน เขาก็เลยทำเป็นไม่รู้เรื่อง”

“ฉันว่าเขาไม่รู้จริงๆนั่นล่ะ อ๊ะ! โน่น มาโน่นแล้ว”

สตีเฟ่นเดินตรงมาที่สก็อตและโลกิพร้อมแก้วกาแฟหอมกรุ่นสองใบ

“ผมเห็นว่าคุณแลงก์นั่งอ่านหนังสือมาพักใหญ่แล้ว แล้วผมเองก็ต้องการกาแฟ… ผมก็เลยซื้อมาเผื่อคุณด้วย” สตีเฟ่นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มพร้อมยื่นถ้วยกาแฟให้สก็อต

“ไม่เห็นซื้อมาฝากฉันบ้างเลย” โลกิบ่นขึ้นมา

สตีเฟ่นจงใจไม่ตอบโลกิ แต่ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวและแดงจัด “ผมไม่รู้ว่าคุณแลงก์ชอบกาแฟอะไร… แต่ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบอะไรที่ออกรสหวานหน่อย ผมก็เลย…”

“คาราเมล!” สก็อตยิ้มอย่างดีใจหลังจากจิบกาแฟเข้าไป เขานึกว่าสตีเฟ่นจะซื้ออะไรประเภทเอ็สเพรสโซ่มาให้เขาเสียแล้ว “ผมชอบคาราเมล คุณนี่เดาเก่งจริงๆเลยนะ สตีเฟ่น”

“ผม – ผมไม่ได้เดา…” สตีเฟ่นพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงที่เบาเกินกว่าสก็อตจะได้ยิน แต่เสียงนั้นไม่ได้เล็ดรอดหูของโลกิไปอย่างใด โลกิกระตุกยิ้มน้อยๆที่ริมฝีปากให้กับเพื่อนร่วมงานอย่างรู้ทัน

โลกิลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้พร้อมดึงแขนของสตีเฟ่นไปอย่างรวดเร็วจนสก็อตได้แต่กะพริบตาปริบๆ


“สตีเฟ่น นายชอบสก็อต” โลกิขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงยิ้มเยาะนิดๆ “นายควรจะชวนเขาไปเดท”

“นายพูดอะไรกัน โลกิ” สตีเฟ่นก้มมองลงที่กองหนังสือที่ควรจะถูกจัดเข้าชั้น เขาจงใจเต็มที่ที่จะไม่สบตาคู่สนทนาของเขา “ฉันไม่ได้ชอบหรือไม่ชอบคุณแลงก์เสียหน่อย”

“นายไม่เคยซื้อกาแฟฝากใคร”

“ฉันเคย

“คนฝากซื้อไม่นับ”

สตีเฟ่นนิ่งเงียบพร้อมพลิกหนังสือไปมาราวกับว่าเขาสนใจมันเสียเหลือเกิน

“อย่างแรกนายควรเลิกเรียกสก็อตว่า คุณแลงก์ ถ้านายอยากเป็นมากกว่าแค่บรรณารักษ์ในห้องสมุดที่เขารู้จัก” โลกิหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาจากกอง

“มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบฉัน” สตีเฟ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงขมขื่น “ฉันแก่แล้ว โลกิ คุณแลงก์ไม่มองฉันหรอกน่า”

“ก็ยังไม่เลข 5 เสียหน่อย นี่มันปีไหนแล้ว ไม่มีใครสนอายุแล้วเสียหน่อย ยกเว้นแต่ว่านายจะเป็น Humbertที่มองหา Lolita

สตีเฟ่นทำหน้าตากระอักกระอ่วนและสะอิดสะเอียนในเวลาเดียวกัน ทั้งโลกิและสตีเฟ่นรู้จักเรื่อง Lolita ดี และมันคงจะเป็นการดีกว่าที่ทั้งคู่ไม่คิดเรื่องนั้นในตอนนี้

“สก็อตก็ไม่ได้อายุ 12 เสียหน่อยนี่ เขาก็แค่ 30 ต้นๆเท่านั้นเอง นายจะบอกว่านั่นเด็กไปงั้นเหรอ”

“เขาไม่ได้เด็กไปสำหรับฉัน แต่ฉันกำลังบอกนายว่า ฉันแก่เกินไปสำหรับเขาต่างหากเล่า” สตีเฟ่นกระแทกหนังสือปิดด้วยความหงุดหงิด “เขาอาจจะมีแฟนแล้วเสียด้วยซ้ำ”

“นายไม่มีวันรู้อะไรถ้านายไม่เริ่มนะ สตีเฟ่น”


“เฮ้ คุณสตีเฟ่น ผมฝากหนังสือพวกนี้ไว้หน่อยสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาอ่านต่อ” สก็อตวางหนังสือลงที่โต๊ะทำงานของสตีเฟ่น “พรุ่งนี้คุณจะได้หยิบให้ผมได้เลย จะได้ไม่ลำบากคุณไปหาตามชั้นหนังสือให้ผมอีก”

“นี่คุณอยู่จนห้องสมุดปิดเลยนะครับ คุณแลงก์” สตีเฟ่นรับหนังสือเหล่านั้นมาวางไว้ที่ชั้นส่วนตัวของเขาเอง “ผมคิดว่าคุณจะชอบอ่านที่บ้านมากกว่าเสียอีก”

“อ่านที่นี่ก็มีสมาธิดี… บรรยากาศดีด้วย กาแฟก็อร่อย”

ใบหน้าของสตีเฟ่นแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย

“คุณได้เห็นหน้าผมจนเบื่อแน่ๆ”

“ไม่เบื่อหรอกครับ”

ทั้งคู่ยืนนิ่งเงียบไป ในขณะที่โลกิแอบผลักสตีเฟ่นจากข้างหลัง

“งั้นผมไปก่อนล่ะนะ แล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้ สตีเฟ่น”

สก็อตหันหลังกลับไปและมุ่งหน้าไปที่ประตู พอดีกับที่สตีเฟ่นเอ่ยปากเรียกขึ้น

“สก็อต -” สก็อตหันกลับมามองที่ต้นเสียงด้วยรอยยิ้มและความคาดหวัง ภายในใจของสตีเฟ่นกำลังโต้กันอย่างเร่าร้อนว่าเขาควรจะปล่อยให้สก็อตกลับบ้านไปแบบนั้น หรือเขาควรจะลองเชื่อโลกิดูสักครั้งแล้วลองชวนสก็อตไปดินเนอร์ด้วยกันดี

อย่าโง่น่า สตีเฟ่น เขาไม่มีทางไปกับนายหรอก

“กลับบ้านดีๆนะครับ” สตีเฟ่นพูดขึ้นในที่สุดพร้อมกับที่โลกิทำหนังสือหลุดมือเสียงดัง

“โง่เง่า” โลกิกรอกตาไปมาด้วยความเหนื่อยใจหลังจากที่สก็อตเดินออกจากห้องสมุดไปแล้ว


วันต่อมา สก็อตมาพร้อมกับดอกการ์เดนเนียหนึ่งดอกที่วางลงบนโต๊ะทำงานของสตีเฟ่น สตีเฟ่นเลิกคิ้วอย่างสงสัยแต่สก็อตก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจาก “ผมว่ามันน่ารักดี ผมเลยเอามาให้คุณ” หลังจากนั้นสก็อตก็หายตัวไปพร้อมกับหนังสือที่เขาฝากสตีเฟ่นเอาไว้

“นายรู้ความหมายของดอกนี้มั้ย โลกิ” สตีเฟ่นชูดอกไม้ขึ้นให้โลกิดู อีกฝ่ายหรี่ตามองอยู่พักใหญ่ก่อนจะหัวเราะออกมา

“รู้ แต่ฉันไม่บอกนายหรอกนะ” โลกิตบบ่าของคนแก่กว่าเป็นเชิงให้กำลังใจ “นายลองหาความหมายของมันดูสิ”

มันไม่ยากเท่าไหร่สำหรับโลกิที่จะตามหานักเขียนหนุ่มในห้องสมุดที่เขาคุ้นเคย สก็อตไม่ได้กำลังอ่านหนังสือ แต่ชายหนุ่มกำลังเอนหลังบนเกาอี้นวมด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“เลือกได้ดีนี่” โลกิพูดขึ้นเบาๆ “แต่ฉันคิดว่าการบอกว่าสตีเฟ่นน่ารักน่ะ ออกจะ… เด็กไปหน่อยล่ะมั้ง”

“ก็เขาน่ารัก”

“นายไม่คิดว่าอายุของเขามากไปสำหรับนายเหรอ”

สก็อตส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว แก้มทั้งสองของเขาแดงระเรื่อขึ้นมา “จริงๆแล้ว… จริงๆแล้วฉันออกจะชอบคนอายุมากกว่า”

“งั้นนายก็ควรทำให้เขารู้เรื่องนั้น”

สก็อตได้แต่กะพริบตาถี่รัวหลังจากที่โลกิเดินหายไปอีกแล้ว

สองคนนี้นี่เป็นอะไร ทำไมถึงเดินหายไปได้เฉยๆทุกทีเลย!


หลังจากนั้นกว่า 2 สัปดาห์ สตีเฟ่นก็ได้รับดอกไม้นานาชนิดจากนักเขียนหนุ่ม ในบางทีมันก็ดูจะเป็นเหมือนการสุ่มมาให้แบบส่งๆไป แต่สายตาของโลกิบอกสตีเฟ่นว่านี่มันไม่ใชาการสุ่มเอามั่วๆอย่างแน่นอน

จนกระทั่งครั้งสุดท้าย – วันที่สก็อตอ่านหนังสือที่สตีเฟ่นแนะนำให้จบทุกเล่มแล้ว

“นี่ สตีเฟ่น ผมคิดว่าผมเบื่อเรื่องดอกไม้เสียแล้วล่ะ แต่ผมมีดอกไม้ดอกสุดท้ายมาให้คุณนะ” สก็อตยื่นดอกกุหลาบสีแดงให้อีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง

สตีเฟ่นรับดอกกุหลาบแดงนั้นมา และคราวนี้เขาก็รู้แน่ชัดว่าดอกกุหลาบสีแดงหมายถึงอะไร สตีเฟ่นเริ่มจะปะติดปะต่อความหมายต่างๆของดอกไม้ที่เขาได้รับมาในทุกๆวันได้ทีละน้อย

“คุณ…”

“วันนี้ผมมาหาหนังสือเรื่องใหม่ล่ะนะ ตอนนี้ผมอยากได้พวกแนะนำ”

สตีเฟ่นกะพริบตาก่อนจะดึงบทบาทบรรณารักษ์ของเขากลับคืนมา “คุณอยากได้คำแนะนำเรื่องอะไรล่ะ สก็อต”

“Dating advice” สก็อตพูดเสียงเรียบ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ดวงตาสีใสของบรรณารักษ์คนโปรด

“ผมไม่คิดว่าห้องสมุดของเราจะมีหนังสือประเภทนั้น…”

สก็อตพูดต่อไปราวกับว่าเขาไม่ได้ยินคำตอบของสตีเฟ่นแม้แต่น้อย “ผมอยากชวนบรรณารักษ์คนโปรดของผมไปเดทน่ะ แต่ผมไม่รู้จะทำยังไงดี คุณช่วยผมได้มั้ย สตีเฟ่น”

สตีเฟ่นอ้าปากเล็กน้อยแต่ไม่มีเสียงอะไรเล็ดรอดออกมา เขาไม่อยากจะให้ความหวังตัวเองเสียเท่าไหร่ แต่บรรณารักษ์ในห้องสมุดแห่งนี้ก็มีเพียงเขาและ… โลกิ

ใช่ ต้องใช่แน่ๆ สก็อตกำลังหมายถึงดลกิ สก็อตไม่ได้หมายถึงเขาอย่างแน่นอนอยู่แล้ว

“ถ้าคุณหมายถึงโลกิ -“

“คุณคิดว่าผมหมายถึงโลกิอย่างงั้นเหรอ สตีเฟ่น”

สตีเฟ่นหลบสายตาของสก็อตลงมองที่หนังสือที่กองอยู่ข้างเขาๆ งั้นสก็อตก็คงหมายถึงบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดอื่นล่ะมั้ง

“บรรณารักษ์คนไหนกันที่ผมเอาดอกไม้มาให้ทุกวันมาเป็นอาทิตย์แล้วเนี่ย มีคนอื่นนอกจากคุณอีกเหรอ สตีเฟ่น” สก็อตพ่นลมหายใจออกมาดังๆ “นี่คุณไม่รู้ตักจริงๆ หรือคุณทำเป็นไม่รู้เพราะคุณไม่ได้ชอบผมกันแน่ ผมไม่ว่าอะไรนะถ้าคุณจะไม่ชอบผม ผมก็แค่ – ผมก็แค่คิดว่าผมน่าจะลอง – ก็แบบว่า – โลกิก็บอกให้ผมลอง – ผม -” เสียงของสก็อตค่อยๆหายไปช้าๆ พร้อมๆกับที่สีเฟ่นลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานและเดินอ้อมโต๊ะออกมายืนข้างหน้าสก็อต

“โลกิบอกให้คุณลอง”

สก็อตพยักหน้า ใบหน้าหวานๆของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความละอายใจ “ผม – ผมก็แค่ – ผมคิดว่าผมมีโอกาสแม้ว่ามันจะน้อย -“

“โลกิก็บอกให้ผมลอง

สตีเฟ่นค่อยๆเคลื่อนทั้งสองมือของเขาไปประคองที่เอวบางของอีกฝ่ายพร้อมลดระดับใบหน้าของเขาลงให้พอดีกับสก็อต

“แล้วทำไมคุณไม่ -“

สก็อตถูกตัดบทอีกครั้งเมื่อริมฝีปากอุ่นของคนแก่กว่าประทับลงกับริมฝีปากของเขาเองอย่างไม่ทันตั้งตัว เปลือกตาของสก็อตหลับลงพร้อมกับที่เขาโอบรอบคอของบรรณารักษ์ตัวสูงด้วยแขน ทั้งคู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายืนจูบกันแบบนั้นอยู่นานเท่าไหร่ มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ความชื่นชม และความโหยหา และมันอาจจะเลยเถิดไปมากกว่านั้นถ้าทั้งคู่ไม่ได้ยินเสียงกระแอมไอดังขึ้น

สก็อตสะดุ้งโหยงและผละออกจากสตีเฟ่น แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรเท่าไหร่นักเพราะสตีเฟ่นน่ะโอบรอบเอวของเขาอยู่

“ในที่สุดพวกนายก็เลิกโง่กันเสียที” โลกิพูดอย่างเบื่อหน่าย “ฉันคิดว่าฉันจะต้องจับนายสองคนมัดไว้ด้วยกันเสียแล้ว”

“โลกิ!” สตีเฟ่นพูดเสียงดุ แต่เขาก็ไม่ได้ถอยห่างออกจากสก็อตเลยแม้แต่น้อย

“เอาเป็นว่าวันนี้ฉันจะดูห้องสมุดให้เอง พวกนายน่ะไปเดทกันได้แล้ว ฉันเบื่อจะเห็นหน้าลูกหมาน้อยของสก็อตเวลาพูดถึงนายเต็มทีแล้ว” โลกิโบกมือไล่ทั้งคู่พร้อมกรอกตา “เดินไปอีกสักสองบล็อคจะเจอร้านเงียบๆน่ารักๆอยู่หัวมุม อาหารอร่อยดี ฉันไปบ่อยๆ”

สก็อตหรี่ตามองโลกิก่อนจะกระตุกยิ้ม “ไปบ่อยๆ งั้นเหรอ นายไปกับใครกัน”

“ฉันก็มีคนของฉันน่า”

“ใช่พ่อหนุ่มหัวทองกล้ามโตหรือเปล่า” คราวนี้สตีเฟ่นพูดขึ้นบ้าง

โลกิถอนหายใจก่อนจะยอมแพ้ “ใช่ เขาชื่อธอร์ ทีนี้พวกนายก็ไปได้แล้ว!”


“ผมคิดว่าผมจะแก่เกินไปสำหรับคุณเสียอีก” สตีเฟ่นเอ่ยขึ้นเบาๆระหว่างที่ทั้งคู่รออาหาร สายตาของเขาไม่ละไปจากคนฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่วินาทีเดียว

“ทำไมคุณคิดแบบนั้นล่ะ โลกิก็ถามผมแบบนี้เหมือนกัน” สก็อตขมวดคิ้ว “คุณก็ไม่ได้อายุมากขนาดนั้นเสียหน่อย”

“ก็… ผมก็ใกล้จะ 50 แล้ว แต่คุณเพิ่งจะ 30 ต้นๆเองนี่” สตีเฟ่นยักไหล่ “ผมเคยบ่นเรื่องนี้กับโลกิ…”

“ผมชอบคนอายุมากกว่า” สก็อตโพล่งออกมาก่อนจะยังปากตัวเองไว้ได้ทัน

“โอ้”

สตีเฟ่นได้โอกาสทดสอบทฤษฎีที่เขาคิดขึ้นได้ในหัวหลังจากที่อาหารของทั้งคู่มาเสิร์ฟ สตีเฟ่นยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนพร้อมกับป้อนอาหารเข้าปากของอีกฝ่าย

“คุณทำอะไร -“

“ผมกำลังสงสัยว่าคุณชอบคนอายุมากกว่าเพราะคุณอยากเป็นเด็กรึเปล่า”

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นกัน”

“แล้วจริงมั้ยล่ะ เด็กดี

สก็อตหน้าแดงจัดพร้อมพยักหน้าน้อยๆก่อนจะขยับไปนั่งข้างๆสตีเฟ่น คนตัวสูงค่อยลูบไล้ที่ต้นขาของอีกฝ่ายด้วยฝ่ามือหนาในณะที่สก็อตมุดหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา

สตีเฟ่นจูบที่หน้าผากของสก็อตอย่างนุ่มนวลพร้อมกระซิบเสียงเบา “ทานอาหารให้หมดแล้วผมจะให้รางวัล”

“Yes, daddy.”



Buy Me a Coffee at ko-fi.com

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ parkersjjj จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ssoomm
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 06:45

    หู้ยยยยย เขินนนนนน

    #2
    0
  2. วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 21:19

    ฟินมากมาย~ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะไรท์

    #1
    0