คัดลอกลิงก์เเล้ว

nicotine, chanbaek

‘อย่างมึงไม่เหมาะกับบุหรี่หรอก..แบคฮยอน’ เมื่อนึกถึงประโยคนี้ แบคฮยอนก็หัวเราะออกมาในลำคอ มองดูมวนบุหรี่ที่ตนคีบอยู่ในมือ ใครจะรู้ คนที่สำลักควันบุหรี่ในวันนั้นนั่นแหละ ที่มาติดมันอยู่ทุกวันนี้

ยอดวิวรวม

34

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


34

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 พ.ค. 63 / 16:00 น.
นิยาย nicotine, chanbaek nicotine, chanbaek | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


  • osแก้บนบัตรคอน #EXplOrationinBKK คับผม เอนจอยรีดดิ้งทุกคน :D


special thanks ;
 

tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 พ.ค. 63 / 16:00


 

 

 


Nicotine

 

 

 

nicotine ; สารเสพติดชนิดหนึ่ง ส่งผลต่อสมองและระบบประสาท เมื่อผู้เสพได้เสพมันเข้าไปจะกระตุ้นให้อารมณ์ดี ทำให้รู้สึกสบายและลดความรู้สึกหงุดหงิด

 

-22.39น.-

ปึง

.

.

.

เสียงปิดประตูดังขึ้นไม่เบานัก ก่อนเจ้าของการกระทำจะสาวเท้าก้าวเข้ามาในบริเวณห้องอย่างคุ้นชิน

 

จะไม่ชินได้อย่างไร ก็นี่มันห้องเขานี่หน่า ห้องของ ‘พยอน แบคฮยอน’ คนนี้

 

มันคงจะชินกว่านี้ถ้าเกิดมีเสียงเพลง หรือวีดีโอเกมอะไรทำนองนั้นดังอยู่ แต่มันไม่มีแล้ว

 

ร่างบางโยนกระเป๋าลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดีนัก ชุดนักศึกษาถูกถอดทิ้งไว้ลวกๆก่อนเจ้าตัวจะหายเข้าไปในห้องน้ำพักใหญ่

 

แบคฮยอนหวังเพียงแค่จัดการชำระล้างร่างกายตัวเองให้ให้เสร็จสิ้นแล้วเอนตัวลงนอนให้วันนี้มันผ่านพ้นไปเสียที เพราะมันไม่มีอะไรน่าสนใจเลยซักนิด

 

ไม่มีเลยตั้งแต่ที่เขาต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

.

.

-23.49น.-

เมื่อจัดการกับทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดังใจหวัง แบคฮยอนปิดไฟทุกดวงจนมีแต่ความมืดที่ปกคลุมไปทั่วห้อง ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนพร้อมกับหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองไว้อย่างมิดชิด แล้วก็ทำอย่างที่ทำทุกวัน

 

เริ่มจากหลับตาลง

 

ค่อยๆปล่อยให้ทุกอย่างมันโล่ง แล้วเดี๋ยวทุกอย่างก็จะหายไปเอง

.

.

.

.

แต่วันนี้มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะหลับลงไป เช่นเดียวกับทุกๆคืนที่แบคฮยอนพบเจอ มันไม่เคยง่าย

 

นอนไม่หลับ

 

เขาไม่ไหวที่จะแบกร่างกายนี้อีกต่อไปแล้วนะ

 

แค่หลับตาลงแล้วก็หลับไปเหมือนคนปกติไม่ได้เลยหรือไงกัน แบคฮยอนอยากจะโทษทุกอย่างบนโลกใบนี้ แม้แต่การนอนหลับ เขายังไม่ได้รับการยินยอมจากพระเจ้าเลยด้วยซ้ำ มันน่าเจ็บใจ

 

เจ็บใจที่แต่ก่อน เขาไม่ใช่คนหลับยากเลยซักนิด หัวถึงหมอนก็หลับไปเลย แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ ที่ต่อให้อยากหลับแทบตายมันก็ยังคงไม่หลับไป

 

เขาโมโห

 

โมโหเสียจนหยดน้ำตาไหลรินลงมาที่ข้างแก้ม

 

มันน่าโมโหจะตายที่ถึงแม้จะอยากหลับแค่ไหนแต่ก็หลับไม่ลง จะโทษใครก็ยังโทษไม่ได้อีก

 

ร่างบางนอนกระสับกระส่ายอยู่อีกร่วมชั่วโมงแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างใจหวัง

 

สุดท้ายดวงตากลมโตก็ลืมขึ้นในความมืด ในเมื่อนอนไม่หลับ เขาก็จะไม่ฝืนนอนอีกต่อไป ร่างเล็กปาดน้ำตาที่เลอะบนแก้มออกแบบไม่ใส่ใจนัก ดึงผ้าห่มลุกขึ้นจากเตียง ตั้งใจจะตรงออกไปที่ระเบียง ก่อนขาเรียวจะหยุดชะงัก

 

แล้วก็ถอยกลับมาที่โต๊ะไม้ข้างประตูที่วางสัมภาระของเขาไว้

 

แบคฮยอนชั่งใจอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะคว้าซองบางอย่างกับไฟแช็กติดออกไปที่ระเบียงด้วย

 

เขาเท้าศอกลงกับราวกั้น นัยน์ตาหม่นทอดมองออกไปไกล ชมวิวเมืองที่ถึงแม้จะมืดค่ำมากแค่ไหนก็ยังมีไฟเปิดอยู่ตามตึกสูง และถนนก็ยังคงมีรถอยู่ประปราย เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ไม่มีวันหลับใหล

 

ที่ตรงนี้วิวดีที่สุด.. ตราบใดที่ไม่ได้มีเขาคนเดียวที่ยืนมองอยู่ตรงนี้น่ะนะ

 

แบคฮยอนหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก ก่อนจะจุดไฟแช็ก ให้ปลายมวนบุหรี่นั้นโดนเผาและติดไฟขึ้นมา

 

เมื่อสูบแล้ว ก็ค่อยๆหลับตาลง ปล่อยควันออกมาทางปากช้าๆ กลุ่มควันค่อยๆลอยตามลมแล้วก็หายไปทั้งอย่างนั้น แต่ส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ในร่างกายของแบคฮยอน มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาประหลาด

 

สารนิโคติน

 

ในตอนนี้ ก็น่าจะมีเพียงเจ้านี่นี่แหละที่เข้าใจเขาที่สุด

 

‘แค่กๆๆ!..’

 

‘ใจเย็นดิ บอกแล้วไงว่าให้ค่อยๆ’ เสียงทุ้มบอกพร้อมหัวเราะอย่างเอ็นดูถึงแม้ก่อนหน้านี้ ‘ปาร์ค ชานยอล’ จะกำลังเศร้าอยู่ก็ตาม

 

‘แสบ.. แสบคอแสบจมูกไปหมดแล้ว มึงสูบเข้าไปได้ไงเนี่ย’ แบคฮยอนในตอนนั้นดื้อด้านจะลองสูบให้ได้ถึงแม้เพื่อนใหม่อย่างชานยอลจะห้ามปรามแล้วก็ตาม

 

‘บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่างมึงไม่เหมาะกับบุหรี่หรอก..แบคฮยอน’

 

เมื่อนึกถึงประโยคนี้ แบคฮยอนก็หัวเราะออกมาในลำคอ มองดูมวนบุหรี่ที่ตนคีบอยู่ในมือ

 

ใครจะรู้ คนที่สำลักควันบุหรี่ในวันนั้นนั่นแหละ ที่มาติดมันอยู่ทุกวันนี้

 

‘ใช่..แบบนั้นแหละ เหมือนหายใจปกติ ค่อยๆปล่อยออกมา’

 

เพราะเจ้าบุหรี่มวนแรกตัวนั้น ที่ทำให้แบคฮยอนกับเพื่อนร่วมห้อง สนิทกันเข้าไปอีกขั้น ได้แชร์เรื่องราวต่างๆด้วยกันทุกๆค่ำคืน

 

ในตอนนั้น..ชานยอลอกหักมา

 

แล้วเราก็เพิ่งจะเป็นรูมเมทกันได้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ

 

อีกคนเศร้าซะจนแบคฮยอนไม่รู้ว่าจะต้องปลอบยังไง

 

แบคฮยอนน่ะ ถูกใจชานยอลคนนี้ตั้งแต่แรกเห็นเลยล่ะ ติดที่ว่าชานยอลดูจะไม่ได้สนใจรูมเมทแบบเขาซักเท่าไหร่นัก แถมยังมีปัญหาความรักอยู่ตลอด

 

แต่ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง แบคฮยอนก็อยากจะอยู่เป็นเพื่อน อย่างน้อยแค่ไปนั่งเงียบๆข้างๆมัน แบคฮยอนก็อยากจะทำ

 

‘สูบแล้วเป็นไงอ่ะ..ดีไหม?’

 

‘สำหรับกูก็ดีมั้ง..หายเฮิร์ตได้พักนึง’

 

‘ลองหน่อย’

 

แล้วก็เป็นอย่างที่เห็น

 

จากที่ไม่สนิท ก็กลายเป็นมานั่งปลดทุกข์ด้วยกันทุกคืน พร้อมกับมวนบุหรี่คู่ใจ ที่เหมือนจะเป็นปกติไปแล้วเวลาทั้งสองออกไปที่นอกระเบียงนั่น

 

พอนานๆไปชานยอลก็บอกว่าเขาเก่งมาก ที่ทำให้อยู่ด้วยแล้วสบายใจขนาดนี้ ไม่มีเรื่องอะไรที่เอามาปรึกษาแล้วแบคฮยอนจะให้คำแนะนำดีๆไม่ได้เลย

 

ทั้งคู่เป็นความสบายใจของกันและกันเสมอมา แบคฮยอนก็ยังคงเก็บความลับนั้นไว้ในใจ ไม่เอ่ยออกมาให้อีกคนไม่สบายใจซักคำ

 

เขาคอยหาเรื่องราวดีๆมาแบ่งปัน คุยในเรื่องที่อีกคนสนใจ จนได้ทำอะไรด้วยกันบ่อยขึ้น เรียกว่าเข้ากันได้ไปซะทุกอย่าง

 

ผ่านไปเป็นปี..จนวันนึง ก็มีคนเกิดล้ำเส้นขึ้นมา ไม่ได้เกิดจากแบคฮยอนเสียด้วยสิ

 

ชานยอลจูบเขา

 

‘ชานยอล..มึง-’

 

‘กูตั้งใจ..แล้วก็จะไม่ขอโทษ’

 

ตอนนั้นเองมันเหมือนกับโลกทั้งใบกำลังมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคยเป็น

 

อีกคนบอกว่ารู้สึกดีกับแบคฮยอนจนไม่อยากห้ามความรู้สึกตัวเองอีกแล้ว

 

แล้วแบคฮยอนคนใสซื่อที่พยายามเก็บความรู้สึกตัวเองมาตลอดก็ไม่ต้องปกปิดมันอีกต่อไป

 

แต่ทั้งคู่ก็ยังคงตกลงกันว่าจะเป็นแค่เพื่อนกันไปแบบนี้ ไม่อยากให้ยกระดับความสัมพันธ์แล้ววันหนึ่งจะต้องตัดมันให้ขาด แล้วไม่ได้ติดต่อกันอีก

 

ชานยอลกับแบคฮยอนน่ะ..เป็นเพื่อนที่จูบกันเป็นบางครั้ง มากกว่าจูบก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เคย

 

ก็เป็นเพื่อนกันทำนองนี้แหละมั้ง แบคฮยอนพอใจกับสถานะในตอนนั้นเอามากๆเลย

.

.

.

.

แต่นานวันไป แบคฮยอนก็เหมือนโดนตีแสกหน้า

 

ไม่ถึง3เดือนชานยอลพาคนอื่นเข้ามาในห้อง วันที่คิดว่าเขาจะไม่กลับ

 

‘ไหนมึงบอกว่ารู้สึกดีกับกูไงชานยอล มึงบอกแบบนั้นไง!’

 

‘กูขอโทษว่ะแบคฮยอน..’

 

‘..’

 

‘มันไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นแล้ว เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้มั้ยวะ’

 

มีเพียงคำขอโทษที่มันเอ่ยออกมา แบคฮยอนรู้สึกเหมือนชานยอลควักหัวใจเขาออกมาเหยียบเล่น เขาตื้อจนพูดอะไรไม่ออก กลับมาร้องไห้คนเดียวเหมือนจะขาดใจตายในวันนั้น

 

แต่ยังไงสุดท้ายก็ต้องรวบรวมสติ เพื่อออกไปบอกกับชานยอลว่าเขาโอเค ไม่เป็นไรเลยหากความรู้สึกมันจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีอะไรยั่งยืนตลอดไปหรอก แบคฮยอนเข้าใจดี

 

ก็แค่เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเยอะแยะซักหน่อย ที่ผ่านมาก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วนี่นา

 

เขายังจำสายตาชานยอลในวันนั้นได้ดี เพื่อนของเขาดีใจอย่างสุดซึ้งที่เห็นว่าแบคฮยอนโอเคกับมัน แถมชานยอลยังบอกกับเขาว่า ยังอยากมีแบคฮยอนอยู่ใกล้ๆแบบนี้ไปตลอด ให้แบคฮยอนเป็นความสบายใจของปาร์คชานยอลแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆเลยนะ

.

.

.

แล้วเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันจริงๆ ตั้งแต่ออกไปสูบบุหรี่ด้วยกัน คุยเรื่องผู้หญิงของมัน ชานยอลอกหักอีกบ้างนิดหน่อย แล้วก็มีความรักครั้งใหม่ พาผู้หญิงเข้าห้องมาบ้าง แต่ก็ดีที่อย่างน้อยมันก็พยายามทำทุกอย่างให้รบกวนเขาน้อยที่สุด

 

แต่ทำยังไงได้ล่ะ แบคฮยอนคนนี้มันรู้ไปหมดซะทุกอย่าง แล้วก็มานั่งเจ็บเองคนเดียวเงียบๆทุกครั้ง

 

และถึงแม้ชานยอลจะบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่สิ่งที่ไม่เคยหายไปเลยก็คือ

 

บางครั้งที่เราออกมาคุยกันที่ริมระเบียง

 

เราจูบกัน

 

แล้วหลังจากนั้นอีกคนก็จะขอโทษเขาทุกครั้งพร้อมกับบอกว่าอารมณ์มันพาไป

 

ใจนึงแบคฮยอนก็อยากจะต่อยมันให้ช้ำที่กล้ามาเล่นกับความรู้สึกเขาขนาดนี้

 

แต่อีกใจ

 

เขาก็ยังอยากได้สัมผัสจากริมฝีปากคู่นั้น แบคฮยอนโหยหามันเสมอ ตัวเขาเองก็รู้สึกแย่ที่มันเป็นแบบนี้

 

เขายังคิดถึงชานยอลตลอด ถึงแม้ในตอนนั้นจะไม่ได้ห่างกันซักนิดแต่แบคฮยอนรู้สึกว่ามันมีกำแพงสูงที่กั้นระหว่างเขากับเพื่อน จนแบคฮยอนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

 

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เขาก็คงอยู่ในสถานะเพื่อนร่วมห้องกับปาร์คชานยอลไปอีกหลายเดือน เห็นอะไรต่อมิอะไรจนชินชาไปซะแล้ว ใจที่เคยเจ็บ มันก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นแล้วล่ะ

 

แต่ใครว่ามันจะไม่เจ็บเลย ก็รู้สึกแปล๊บอยู่ทุกครั้ง ใจไม่รักดี..

 

ถึงมันจะแย่ซักแค่ไหน อย่างน้อยกำแพงที่เพื่อนของเขาสร้างขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวก็ยังดีกว่าที่มันจะตีตัวห่างออกไปจริงๆ

.

.

แล้วที่ทำให้เราต้องห่างกันจริงๆอย่างทุกวันนี้น่ะหรอ..

 

มันเริ่มจากวันเกิดของแบคฮยอนนั่นแหละ

 

เลือกวันได้เยี่ยมสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะนายปาร์คชานยอล

 

ที่จริงวันนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษมากมายนัก ชานยอลจำวันเกิดของแบคฮยอนได้เฉกเช่นทุกปี มีของขวัญเล็กๆน้อยๆพร้อมกับร้องแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้เขา อวยพรให้เขามีความสุขตามฉบับ ก่อนมันจะเริ่มทำลายความสุขของเขาเสียเอง โดยการบอกว่า

 

‘แบคฮยอน..กูจะย้ายคอนโดนะ’

 

แบคฮยอนยังคงมึนงงกับสิ่งที่ชานยอลได้พูดมา ถามตัวเองในหัวซ้ำๆว่าเขาทำอะไรผิดไปให้ชานยอลไม่พอใจรึเปล่า แล้วก็ได้คำตอบในทันที

 

‘กูจะย้ายไปอยู่กับน้องเค้า เมทน้องเพิ่งดรอปไป’ ชานยอลคงกำลังพูดถึงแฟนใหม่ของตัวเองสินะ

 

แล้วเขาบอกได้ด้วยหรือไงว่าไม่ให้ไป บอกได้ไหมว่าแล้วเพื่อนมึงที่อยู่ตรงนี้มึงจะทิ้งไปเลยใช่ไหม สุดท้ายแบคฮยอนก็ทำได้แค่พยักหน้าตอบรับมันไป ส่วนชานยอลก็ยิ้มแบบโล่งอกที่เคลียร์กับเพื่อนสนิทได้ลงตัว ไม่มีปัญหาอะไรให้หนักใจอีกต่อไป

 

ก็ใช่น่ะสิ มึงโยนความหนักใจมาให้กูหมดแล้ว

 

แต่แบคฮยอนก็อยากจะตีตัวเอง ที่ไม่เคยโกรธหรือเกลียดปาร์คชานยอลได้จริงๆซักที

 

วันสุดท้ายก่อนจะย้ายออกไปชานยอลขอบคุณทุกอย่างสำหรับ2ปีที่เราเป็นรูมเมทกัน บอกว่าดีใจมากที่ได้แบคฮยอนเป็นเพื่อนร่วมห้อง ขอให้เขาดูแลตัวเองดีๆแล้วจะกลับมาหาบ่อยๆ

 

แล้วเรื่องของเราก็จบไปแบบนั้น

 

ตั้งแต่วันนั้นมาชานยอลก็ไม่ได้กลับมาหาเขาอีกเลย อาจมีแชทมาหาบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็นับครั้งได้ ด้วยความที่เราไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน ถ้าไม่เจอกันที่ห้อง อย่าว่าแต่จะได้เจอกันเลย เฉียดกันซักนิดยังเป็นเรื่องยาก

 

นับไม่ผิดนี่ก็คง..4เดือนแล้วล่ะมั้ง ที่เขาไม่ได้เจอหน้าปาร์คชานยอลเลย

.

.

.

มือเรียวนำมวนบุหรี่ขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากก่อนจะอัดสารนิโคตินเข้าปอดอีกครั้ง แล้วก็พ่นควันสีขาวคลุ้งออกมาทางจมูก

 

แค่คิดถึงตอนที่ยืนอยู่ตรงนี้โดยมีร่างสูงของอีกคนพิงหลังกับราวกั้นระเบียงแล้วส่งยิ้มมาให้ก็ทำเอาแบคฮยอนเจ็บไปทั้งใจ แล้วยิ่งสูบบุหรี่แบบนี้.. แบคฮยอนก็มักจะนึกถึงตอนที่ชานยอลโน้มตัวลงมาใกล้แล้วก็ทาบริมฝีปากลงบนกลีบปากของเขาในที่สุด

 

คงเป็นเขาคนเดียว ที่ยังจำเรื่องราวเหล่านั้น

 

แบคฮยอนคิดจะเลิกบุหรี่หลายต่อหลายครั้ง

 

ตอนเด็ก ผู้ใหญ่ก็เอาแต่พร่ำสอนว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี เขาเชื่อแบบนั้นมาตลอด แต่ว่าตอนนี้..มวนบุหรี่เล็กนี่ มันคงเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาเขาได้

 

แบคฮยอนรู้เสมอว่ามันอันตรายต่อสุขภาพ แต่ก็ยังเลือกที่จะทำมัน เพราะอะไรน่ะหรอ

 

ก็เพราะช่วงเวลาที่ได้สูบ.. มันเหมือนมีชานยอลเข้ามาอยู่ในห้วงความคิดเสมอ ถึงแม้เวลาคิด เขามักจะบอกตัวเองตลอดว่าอยากลืม

 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจลึกๆ ที่จริงแบคฮยอนอยากจำมันต่างหาก ทุกครั้งที่หยิบบุหรี่ขึ้นมาทีไร ชื่อปาร์คชานยอลยังคงเป็นสิ่งแรกที่เด้งเข้ามาในความคิดของเขาเสมอ

 

รสบุหรี่ที่มันขม แบคฮยอนยังรู้สึกว่าเทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ที่ได้พบเจอกับผู้ชายที่นำพาบุหรี่เข้ามาในชีวิตเขา

 

แบคฮยอนอาจจะเล่าแค่ในมุมที่ชานยอลกระทำร้ายกาจ แต่ก่อนที่เพื่อนคนนั้นจะร้ายกาจ มันแสนดีซะจนแบคฮยอนหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้นจนถึงตอนนั้นยังไงล่ะ

 

และต่อให้มันร้ายกาจกว่านี้อีกซักหน่อย แต่ถ้าเกิดชานยอลยังอยากจะกลับมาเป็นรูมเมทกับเขาอีกครั้ง แบคฮยอนก็ยินดีด้วยซ้ำไป

 

ร่างบางปล่อยให้ความคิดของตัวเองล่องลอยไป พร้อมกับการอัดสารนิโคตินเข้าไปอีกครั้ง และอีกครั้ง สายตายังคงหม่นหมอง ทั้งที่สมองเริ่มโล่งแล้วแท้ๆ แต่ทำไมยังไม่รู้สึกง่วงอีกนะ

 

คงคิดถึงช่วงเวลาที่อีกคนชอบแอบมานอนห้องเขาบ่อยๆละมั้ง ทำเป็นเนียนมาถามสารทุกข์สุขดิบ แล้วสุดท้ายก็จบด้วยการแทรกตัวเข้ามานอนด้วยพร้อมกับใช้แบคฮยอนเป็นหมอนข้าง

 

ช่วงเวลาดึกๆทำให้จิตใจคนเราฟุ้งซ่านแบบนี้นี่เอง แบคฮยอนหันหลังมองเข้าไปในห้องเพื่อดูนาฬิกาพบว่าตอนนี้ตีหนึ่งเศษๆแล้ว เขาควรจะเข้านอนได้แล้วหรือเปล่า พรุ่งนี้เขายังต้องตื่นแต่เช้าอยู่นะ

 

ถ้าฝืนตัวเองซักหน่อย บางทีอาจจะหลับไปเองก็ได้ แบคฮยอนว่าจะลองนอนดูอีกซักครั้ง

 

ติ๊งต่อง!

 

ไม่ทันที่จะได้ก้าวขากลับไปนอน ก็มีเสียงออดดังขึ้นก่อน แบคฮยอนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย ใครจะมากดออดเรียกเวลาตีหนึ่งแบบนี้

 

ติ๊งต่อง!

 

แต่เหมือนโดนเร่งอีกครั้ง เขาเลยทิ้งความสงสัยไปแล้วจี้บุหรี่ลงกับกระถางบุหรี่เพื่อดับมัน ก่อนจะสาวเท้าไปที่ประตูห้องช้าๆ

 

ก๊อกๆๆ

 

คราวนี้ไม่ได้กดออดแต่เป็นเสียงเคาะประตูแทน แล้วก็มีเสียงดังมาจากหลังประตู “แบคฮยอน!” มันคุ้นหูเสียจนแบคฮยอนใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่แค่คุ้น.. แต่เขาจำเสียงนี้ได้ดี

 

ปาร์คชานยอล..

 

ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไง ดีใจดีไหมนะ? เพื่อนมาหาในรอบ4เดือน แต่มาตอนตีหนึ่งน่ะหรอ?

 

สุดท้ายแบคฮยอนเลยสูดหายใจลึกๆก่อนจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับแขกผู้มาเยือน

 

“ชาน-!..”

 

คนหลังประตูยิ้มหวานแล้วก็โถมตัวเข้ามากอดซะเต็มแรงจนเขาแทบจะเซถอยหลังไปหลายก้าว หลังจากนั้นแบคฮยอนได้แต่ยืนนิ่งเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก

 

เป็นชานยอลที่ผละห่างออกมาแล้วเป็นฝ่ายพูดก่อน

 

“แบคฮยอน มึงนอนยังวะ กูมาดึกไปไหมเนี่ย” ก็รู้ตัวนี่หว่า ยังจะยิ้มหน้าระรื่นอีก

 

ทั้งๆที่ควรจะโกรธแต่ทำไมแบคฮยอนถึงรู้สึกดีใจก็ไม่รู้ “ตีหนึ่งบ้านมึงดึกมั้ยล่ะ?”

 

“ไม่หรอก พยอนแบคฮยอนชอบนอนตีสองกูจำได้” ยักคิ้วให้เขาสองจึ้กอย่างที่ชอบทำเวลากวนเขาได้สำเร็จ แบคฮยอนพรูลมหายใจจนเส้นผมบนหน้าผากกระพือตามแรงลมแล้วถามออกไป

 

“มึงมาทำไรล่ะ?”

 

“ก็แวะมาทักทายเพื่อนหน่อยไม่ได้หรอวะ ไม่ได้มาตัวเปล่าด้วยนะ” คนตัวสูงว่าแล้วก็ยกถุงเบียร์ในมือขึ้นมาให้ดู แบคฮยอนส่ายหัวแบบเหนื่อยใจ ชานยอลกินเบียร์ตั้งแต่เมื่อไหร่กันละเนี่ย

 

แต่จากเมื่อกี้ ตัวเพื่อนเขาไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ติดมาเลยแสดงว่ายังไม่ได้ดื่มมา แถมยังไม่มีกลิ่นนั้นซะด้วย แปลก..แปลกมากๆ

 

ถ้าให้เดา ก็คงมีปัญหาหนักใจอะไรซักอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางถ่อมาถึงนี่ได้ตอนนี้หรอก “เข้ามาก่อนดิ” ร่างบางว่าก่อนจะเดินนำเข้าไปที่โซฟากลางห้อง ปล่อยให้หน้าที่ปิดประตูเป็นของอีกคน

 

“โห..เหมือนเดิมเด้ะเลยนะมึง” ชานยอลมองสำรวจไปรอบๆห้องแบบชอบใจ มันก็แน่อยู่แล้ว แบคฮยอนไม่ได้เคลื่อนย้ายอะไรซักอย่าง แถมไม่มีใครใหม่ย้ายเข้ามา อะไรอยู่ที่ไหน มันก็ยังคงวางอยู่ตรงนั้น “กูไม่มีเวลาจัดห้องหรอก ช่วงนี้มันยุ่งๆ”

 

ต่อให้ว่าง ก็ไม่อยากเปลี่ยนมันซักเท่าไหร่ด้วย

 

“ถึงว่า มึงผอมลงนะแบคฮยอน กินเยอะๆหน่อยไออ้วน” ร่างสูงเดินมายีหัวเขาจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่แบคฮยอนไม่ได้สนใจนักราวกับชินไปแล้วเพราะเพื่อนคนนี้มันก็ชอบทำแบบนี้ตลอดเวลาเจอหน้ากัน “คำว่าผอมลงกับไออ้วนมันอยู่ในประโยคเดียวกันได้ด้วยหรอวะ?”

 

“ไออ้วนกูก็แค่เรียกเล่นเฉยๆหรอก แต่มึงผอมไปแล้วจริงๆนะ ล่าสุดที่เจอกันยังมีน้ำมีนวลกว่านี้” จะให้สารภาพไหมว่าทุกวันนี้ให้เขากินข้าวครบ1มื้อยังยากเลย

 

“..”

 

“กูไม่อยู่บังคับกินข้าวก็ฝืนๆกินหน่อยได้ไหมล่ะ?” แล้วใครบอกให้ไป ก็มาอยู่บังคับกูสิ

 

แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่สิ่งที่เขาทำได้ก็คือตอบอะไรไปก็ได้ อะไรก็ได้ที่เขาว่ามันจะต้องไม่แสดงออกว่าเขายังต้องการเพื่อนคนนี้อยู่

 

“บ่นเป็นพ่อเลย..” ทุกอย่างที่ทำ แบคฮยอนก็แค่ควรต้องทำ เพราะเขาไม่อยากให้ชานยอลรู้สึกลำบากใจ

 

“ดูมึงทำตัว แบคฮยอน”

 

“มึงไม่ได้มาแค่เพราะมาดูกูหรอกชานยอล” คนตัวเล็กโพล่งออกมาทำให้ชานยอลเงียบไป แน่ล่ะ ถ้าอยากมาดูเขาเฉยๆก็คงมาตั้งนานแล้วนี่

 

“..”

 

แบคฮยอนรู้ตัวเองดีว่าสำคัญกับปาร์คชานยอลคนนี้ในระดับไหน “ระเบียงไหม?”

 

ระดับที่ปรึกษาเวลาเศร้าไง

.

.

.

.

บุหรี่มวนที่สองของร่างบางในคืนนี้ถูกจุดขึ้น แล้วก็แนบลงบนริมฝีปากเล็กเพื่อสูดเอาควันพิษเข้าปอด ปาร์คชานยอลที่เดินตามเข้ามา วางถุงเบียร์ลงบนโต๊ะเล็กๆก่อนจะเดินมาทิ้งสะโพกลงบนราวกั้นระเบียง

 

แบคฮยอนแยกไม่ออกเลยว่ากำลังเห็นภาพทับซ้อนอยู่หรือเปล่า ถ้ามันเป็นเรื่องจริงเขาก็จะดีใจเอามากๆ “กลิ่นดี..” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาแบบนั้น เขาเลยยื่นซองเล็กๆที่ภายในบรรจุมาร์ลโบโร่ที่เหลืออีกจำนวนเล็กน้อยให้

 

แต่ชานยอลกลับส่ายหน้าทำเอาร่างเล็กเลิกคิ้วด้วยความงุนงง “กูเลิกมาสองเดือนแล้วว่ะ ถ้ากลับไปแตะอีกมีหวังคงไม่ได้เลิกอีกเลย” เพื่อนสนิทเขาพูดเสียงติดตลก

 

แบคฮยอนคงฟังไม่ผิดใช่ไหม ชานยอลน่ะนะกำลังจะเลิกบุหรี่?

 

แต่มันก็คงจริง เพราะที่ตัวของเพื่อนเขาไม่มีกลิ่นที่คุ้นเคยเลย

 

“เลิกบุหรี่ไปกินเบียร์แทน?” แบคฮยอนถามพร้อมเหล่ไปยังกระป๋องเบียร์ที่ยังไม่ถูกเปิดทำเอาชานยอลหัวเราะ

 

“ไม่เชิงว่ะ หาอะไรเข้าปากจะได้ไม่ต้องนึกถึงบุหรี่” พอพูดแบบนั้นแบคฮยอนก็เริ่มเกรงใจ ดับมวนบุหรี่ของตัวเองลง ไม่อยากให้ความตั้งใจของชานยอลต้องขาดลงเพราะเห็นแบคฮยอนสูบมันแบบล่อตาล่อใจซักเท่าไหร่

 

“เห้ย กูไม่เป็นไร มึงสูบของมึงไปก็ได้ เพิ่งจุดเอง” ไม่ล่ะ แบคฮยอนไม่ชอบยืนสูบคนเดียวเวลามีคนอยู่ด้วย

 

ถึงจะชอบทำลายสุขภาพตัวเอง แต่เขาก็ไม่อยากให้มันกระทบคนอื่นหรอกนะ

 

“เอาเหอะ ขี้เกียจดูดแล้ว”

 

ชานยอลมองไปยังกระถางดับบุหรี่ของแบคฮยอนก่อนจะเห็นว่ามีเศษซากก้นบุหรี่อยู่เต็มกระถางแทบจะไม่เหลือพื้นที่ว่างแล้ว “โห..แบคฮยอนของกู สูบจัดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

 

แบคฮยอนทำเพียงยักไหล่ตอบกลับไป คงไม่มีอะไรที่จะตอบมันได้ดีเท่านี้แล้ว

 

“เพลาลงบ้างไอตัวดี กูยังอยากเห็นมึงตอนแก่นะ”

 

“..” คิดว่ากูอยากสูบจัดรึไง ก็เพราะคิดถึงมึงไงล่ะไอ้เพื่อนโง่

 

“เหนือชั้นกว่ากูแล้วมั้งเนี่ย” ร่างสูงเข้ามากอดคอแซว

 

“กูไม่วัดกับคนที่จะเลิกบุหรี่แต่ไปติดเบียร์แทนหรอก”

 

“ฮ่ะ..” ชานยอลหัวเราะในลำคอให้กับร่างเล็กที่ตอบกลับมาแบบเหน็บแนม

 

ก็เป็นแบบนี้เสมอ แบคฮยอนอาจจะกวนๆไปบ้าง แต่เวลาอยู่ด้วยแล้วก็เป็นความสบายใจของชานยอลอยู่ร่ำไป ทำให้เขายิ้มออกมาได้เสมอไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน

 

แบคฮยอนน่ะ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาจริงๆ

 

“แล้วทำไมอยู่ๆถึงอยากเลิก” แบคฮยอนถามขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความเงียบ ก็ชานยอลเป็นคนบอกเขาเองนี่หน่าว่าสูบแล้วทำให้รู้สึกดี หายเครียดลงไปเยอะ เหตุผลที่ทำให้เลิกสูบคงต้องมีอิทธิพลกับมันมากจริงๆ

 

“น้องมันไม่ชอบให้กูสูบว่ะ..” คำตอบที่ได้ทำเอาแบคฮยอนนิ่งไป “กูก็เลยอยากเลิกให้เค้า”

 

มันน่าตลกที่แบคฮยอนสูบบุหรี่ก็เพราะอยากจะมีเรื่องคุยกับชานยอลให้สนิทใจมากขึ้น อยากเข้าไปอยู่ในโลกของเพื่อนเขาให้มากกว่าเก่า

 

แต่ก็อย่างว่าสินะ.. คนที่ใช่ มันไม่ต้องพยายามเลย เค้าจะพยายามเพื่อเราเอง อย่างที่ชานยอลพยายามเลิกบุหรี่เพื่อแฟน อีกหน่อยชานยอลก็คงทำได้แน่ๆ แบคฮยอนรู้ดีว่าเพื่อนเขามีแพสชั่นที่เปี่ยมล้นขนาดไหน

 

ส่วนเขา ก็ยังคงอยู่ในวังวนของนิโคตินตัวร้ายนี่ต่อไปเรื่อยๆ คงต้องเลือกที่จะพึ่งมันไปก่อนจนกว่าแบคฮยอนจะแข็งแรงด้วยตัวเองได้มากกว่านี้

 

“อือฮึ..แล้วตกลงมาหากูถึงนี่มีอะไร?”

 

“..” ชานยอลเงียบไป ก่อนจะผละจากการกอดคอเขาแล้วไปเกาะราวระเบียงแทน “กูทะเลาะกับเค้านิดหน่อยว่ะ”

 

“ไม่นิดมั้ง ถึงมาหากูตอนตีหนึ่งอ่ะ อย่าบอก..ว่ามึงโดนเค้าไล่ออกจากห้อง” ชานยอลอาจจะแค่เข้าห้องไม่ได้เลยมาหาเขาแทนก็เป็นได้

 

ทฤษฎีการเดานั้นทำเอาชานยอลขำพรืดออกมา “ฮ่าๆๆ ก็แย่แล้ว กูแค่ยังไม่อยากกลับไปเจอน้องเค้าตอนนี้หรอก กลัวจะทำนิสัยไม่ดีใส่ให้เค้าเสียใจอีก” ผู้หญิงคนนั้นนี่มันโชคดีจริงๆเลยนะ

 

“..” ถ้าเป็นมวย ชานยอลก็ชอบใส่หมัดฮุกให้เขาจังๆแบบนี้ทุกที ให้ตอบกลับไปเลยเหมือนไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ง่ายซักนิด แบคฮยอนก็ทำได้แค่ต้องตั้งสติให้ดีๆเท่านั้น

 

 

เขาเชื่อว่าตัวเองเก่งมาก เพราะที่ผ่านมาชานยอลไม่เคยจับได้เลยซักครั้ง

กับคนนี้ก็เป็นหนึ่งในบรรดาแฟนของมัน แต่ครั้งนี้ชานยอลคบกับเด็กคนนี้นานที่สุด แล้วก็ดูจริงจังมากที่สุดเลยล่ะ.. ในฐานะเพื่อน แบคฮยอนก็อยากยินดีที่มันเลือกที่จะจริงจังกับใครซักคน

 

แต่ความรู้สึกส่วนตัวมันไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลยน่ะสิ

 

“น้องมันเก่งนะ.. ทำมึงเกรงใจได้ขนาดนี้”

 

“เค้าดีมึง.. ดีจนกูอยากจะดีให้เท่าเค้า ไม่อยากให้เค้ารู้สึกว่านี่กูมาคบกับคนเลวๆขนาดนี้ได้ยังไง” ก็ยังคงพูดติดตลกถึงแม้ตอนนี้ถ้าเป็นหมามันก็คงหูตกลู่ๆแล้ว

 

“แล้ว..มีเรื่องอะไรกัน”

 

“เรื่องไม่เป็นเรื่องว่ะ ช่วงนี้ทะเลาะกันบ่อย เรื่องเล็กๆก็เอามาทะเลาะกันได้แล้ว แต่วันนี้น้องมันอยู่กับใครก็ไม่รู้กูไม่เคยเห็นหน้า..”

 

“..”

 

“กูเองก็หน้ามืดคิดได้อย่างเดียวว่ามีชู้ป่ะวะ เดินเข้าไปชกหน้าแม่ง สรุป..ลูกพี่ลูกน้องเค้า กูหน้าชาเลยแบคฮยอน..” แบคฮยอนฟังเพื่อนเค้าเล่าปัญหาหนักใจอีกพักใหญ่แบบตั้งใจและไม่ละสายตาซักนิด

 

เขาชอบเวลาได้มองหน้าอีกคน เวลาที่เพื่อนเขากำลังเล่าเรื่องราวในชีวิตให้ฟัง

 

ถึงจะได้ฟังเรื่องที่แทงใจอยู่เสมอ แต่แค่เสียงก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจแล้วว่าอีกคนยังอยู่ตรงนี้

 

“มึงก็ควรไปขอโทษเค้าดีๆ ครั้งนี้มึงผิดที่งี่เง่าชานยอล” พอพูดแบบนั้นอีกคนก็เฉาลงเป็นเท่าตัว

 

“..” มันก็คงก่นด่าในใจว่าแบคฮยอนคนนี้น่ะใจร้าย พูดจาไม่เคยถนอมน้ำใจกันเลยเวลาจะด่า

 

“แต่ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ..รักเค้าใช่ไหมล่ะ?” ร่างเล็กเลิกคิ้วถาม ชานยอลก็รีบพยักหน้าตอบหลายทีซ้อนแบบไม่ต้องคิด

 

แบคฮยอนยกยิ้มอ่อนที่ริมฝีปาก แล้วก็ค่อยเริ่มพูดต่อ “งั้นก็รักษาเค้าไว้ดีๆ ที่มึงพยายามจูนเข้าหาเค้าอ่ะมันดีแล้ว แต่เรื่องขี้หึงก็แผ่วลงบ้าง มึงจะหวงทุกคนในชีวิตไม่ได้หรอกนะ”

 

“ขนาดมึงกูยังหวงเลย” ชานยอลพูดออกมาหน้าตาย แต่คนฟังน่ะใจกระตุกทุกครั้งที่มันพูดแบบนี้

 

“..กูถึงบอกให้แผ่วไง ไว้ใจเค้าหน่อย มึงบอกเองนี่ว่าเค้าดี?”

 

“อือ..”

.

.

.

.

-02.58น.-

เราคุยเรื่องสัพเพเหระอะไรกันอีกมากมายตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน รู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่ระเบียงตรงนี้จนจวนจะตีสามอยู่แล้ว

 

แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แบคฮยอนกำลังขยับปากเจื้อยแจ้วตามประสา ก็ต้องค่อยๆเงียบลงหลังจากสังเกตได้ว่าคนข้างกายเขาเงียบไป แต่ที่ทำให้ใจเต้นด้วยจังหวะแปลกๆก็คือคนตัวสูงกำลังจ้องมองมายังริมฝีปากเรียวเล็กนั้นเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์

 

“..” สายตาที่ทอดมาของชานยอลนิ่งไม่หลบ ทำเอาแบคฮยอนเริ่มรู้สึกร้อนที่ข้างแก้มทั้งสอง

 

“..”

 

“มึง..” แบคฮยอนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วมองการกระทำของคนตัวสูงที่กำลังโน้มหน้าเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ

 

ใกล้

 

จนปลายจมูกเฉียดกันน่าใจสั่น

 

ใกล้จนริมฝีปากเราแทบจะสัมผัสกันอยู่แล้ว

 

แบคฮยอนใจเต้นโครมครามจนแทบจะออกมานอกอก สัมผัสที่เขาเฝ้าคิดถึงมันตลอดกำลังจะได้รับมันอีกครั้งแล้ว

 

แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อจู่ๆชานยอลก็หลับตาลงเบนหน้าเคลื่อนริมฝีปากไปที่ข้างใบหูเล็กแทน ก่อนจะกระซิบแผ่วเบา

 

“ขอโทษแบคฮยอน”

 

“..?”

 

“กูว่า..ถึงเวลาต้องกลับแล้วล่ะ”

 

ขอโทษกันอีกแล้วหรอ ปกติคำนี้แบคฮยอนมักจะได้ยินมันหลังจากชานยอลจูบเขาไปแล้วนะ แบคฮยอนหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะถอยหลังออกมาก้าวหนึ่งเพื่อไม่ให้ใกล้กันเกินไป

 

“อือ กลับเหอะ พรุ่งนี้กูมีเรียนเช้า”

 

เหมือนเพื่อนรักของเขาจะยังติดใจกับเรื่องเมื่อครู่ และดูเหมือนอยากจะเคลียร์เสียด้วย ทั้งๆที่ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วแท้ๆแต่ก็ยังจะพูดขึ้นมาอีก “แบค-..”

 

“มึงแค่เมาชานยอล.. ดีแล้วที่คิดทัน ไม่งั้นกูนี่แหละจะฟาดปากมึง” เป็นไงล่ะ แบคฮยอนคนนี้นี่มันปากเก่งสุดๆไปเลย

 

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้ชานยอลยิ้มออกได้ แบคฮยอนเดินออกมาส่งเพื่อนของเขาที่หน้าประตู “กลับดีๆมึง” ทำเพียงแค่บอกลาสั้นๆ เพื่อนของเขาก็เพยิดหน้าตอบกลับมาแล้วก็พูดต่อ

 

“มึงก็เบาลงหน่อยละกันบุหรี่น่ะ เลิกได้ก็เลิกนะแบคฮยอน กูเป็นห่วงมึง เจอกันเพื่อน” ประโยคเอ่ยลาคำสุดท้ายก่อนประตูจะปิดลง

.

.

.

.

เขาจากไปแล้วแต่ไม่รู้ทำไมแบคฮยอนยังคงนิ่งอยู่หน้าประตูตรงที่เก่า

 

ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่อีกต่อไป

 

“กูเลิกไม่ได้ชานยอล” มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาแต่แบคฮยอนก็ยังคงเอ่ยต่อ

 

“เพราะกลิ่นที่มึงว่าดีนั่นแหละ”

 

“ทุกครั้งที่กูจูบกับมึงมันคือกลิ่นนี้” กลิ่นของชานยอลทุกครั้งมักจะปนไปกับกลิ่นนิโคติน แรกๆแบคฮยอนไม่ได้ชอบซักนิดเพราะมันขม

 

แต่ไปๆมาๆแบคฮยอนกลับชอบเวลามันติดอยู่ที่ลมหายใจอีกคน ราวกับกับรสนิโคตินตอนที่จูบกันมันเป็นความทรงจำที่ฝังลึกอยู่ทั้งในสมอง..และในใจ

 

ปาร์คชานยอลคนนั้นน่ะแย่เหมือนกับนิโคติน

 

ไม่สิ..แย่ยิ่งกว่าเสียอีก เพราะต่อให้รู้ว่าอันตรายแค่ไหนแบคฮยอนก็ยังอยากที่จะลิ้มลอง รู้ตัวอีกทีเขาก็เสพติดมันไปแล้ว ต่างกันตรงที่มวนบุหรี่เขาสามารถหามาสูบเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ

 

แต่กับชานยอล แบคฮยอนคว้าเพื่อนคนนี้เอาไว้ไม่ได้เลยซักครั้ง

 

“แล้วทุกครั้งที่สูบ..มันเหมือนมึงยังอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงนี้กับกูไงชานยอล”

 

 

 

 

-end-

 

 

 

 

 

-talk-

สุดท้ายนี้บุหรี่ในฟิคอาจจะดูเท่ดูคูล แต่ในชีวิตจริงไม่นะคะ ฝากไว้ให้ครีส

 

ผลงานอื่นๆ ของ พารา(rare)

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 6104
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 14:27

    คนรุ้สึกมากกว่า มันก็เจ็บกว่า เป็นเรื่องธรรมดาแหล่ะเนอะ ;_;

    แต่แม่งก็โคตรไม่ยุติธรรมกับแบค มาทิ้งแบคไว้กลางทางแบบนี้ได้ไง

    ทำกันไปมากกว่าเพื่อน แต่ก็มาบอกให้กลับไปเป็นเพื่อน

    ร้องขอให้แบคยังอยู่ ทั้งที่ตัวเองก็มีแฟนไปเรื่อย เห็นแก่ตัวอ่ะ ไม่นึกถึงใจแบคเลย

    คิดว่าแบคโอเคกับที่เป็นอยุ่นี่จริงๆเหรอวะ? อิบ้าเง้ยยยยยยยยยยยยยย

    #1
    0