นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย (os) Where were you? | kaihun

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Where were you ?
-KAIHUN-





     ●  เหตุเกิดจาก #EXplOrationinBKK ที่ทำให้บังเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ลองเข้ามาอ่านแบบแกล้งๆซักหน่อย ลองดูน่า




Special thanks;
Where were you in the morning - Shawn Mendes








sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 ธ.ค. 62 / 21:50


-22.23pm.-

-Night light hotel-

 

ร่างสูงเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอำพันคู่สวยอย่าง ‘คิม จงอิน’ นั่งเตร็ดเตร่อยู่ที่เคาท์เตอร์บาร์ โดยที่ในมือถือแก้วไวน์ค้างไว้ เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางลูบปากแก้ววนไปมาแบบเซ็งในอารมณ์

 

วันนี้ก็เหมือนกับทุกวัน ยิ่งทำให้เขาถอนหายใจอย่างนึกเบื่อหน่าย

 

ชีวิตในวัย27ปีไม่ได้สนุกสนานเหมือนที่เคยคิดไว้ซักเท่าไหร่ โปรเจคงานครีเอทีฟโฆษณาที่เพิ่งจบไปก็ดูดพลังซะจนเขาแทบจะทรุด จงอินจำได้ว่าเขาเคยมีความสุขกับงานด้านครีเอทีฟเหลือเกิน

 

แต่จากที่เคยตื่นเต้นกับการทำงานในปีแรก พอปีถัดๆ มามันก็รู้สึกจืดจาง ที่ทำไปก็ไม่ใช่เพราะแพสชั่นอีกแล้วแต่กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อดำรงชีวิตไปอย่างนั้นแทน

 

เหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน การออกมาดื่มคนเดียวเป็นสิ่งที่จงอินเคยโปรดปรานที่สุด แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น เขาอ่อนล้าเกินกว่าจะมานั่งหงอยคนเดียวแบบนี้ ถึงแม้จะมีคนชวนไปร่วมปาร์ตี้สังสรรค์อะไรทำนองนั้นจงอินก็ไม่อยากไปซักเท่าไหร่

 

ถึงจะอยากมีเพื่อนคุยก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะชอบอยู่ที่ที่มีคนพลุ่กพล่านมากนัก ก็เจอมันทุกวันนี่หน่า

 

เขาชอบที่ที่สงบเป็นส่วนตัวแบบบาร์ในโรงแรมแห่งนี้ เป็นมุมที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป นั่งดื่มด่ำคนเดียวเงียบๆ แล้วหาคนคุยด้วยน่าจะเป็นอะไรที่เขาถนัดกว่า

 

เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่คิมจงอินกำลังประสบกับความรู้สึก เหงา ที่ก่อตัวขึ้นมา

 

บางทีเขาเพียงแค่ต้องการผู้ฟังที่ดีซักคนสำหรับค่ำคืนนี้

 

เพียงชั่วอึดใจก็เหมือนสิ่งที่เขากำลังคิดในใจมันได้ผล เมื่อเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่เคยว่าง กลับมีร่างผอมของใครบางคนที่เข้ามาจับจองที่นั่งพร้อมกับกลิ่นโคโลนจ์เย็นๆ และน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง “ไวท์รัสเซียน2ช็อตครับ” จนอดไม่ได้ที่จงอินจะหันไปตามเสียงนั่น

 

อีกคนที่เขากำลังให้ความสนใจนั้นแต่งตัวด้วยเชิ้ตขาวกับกางเกงแสล็คสีดำ กระดุมเสื้อที่ปลดออกถึง2เม็ดด้วยกันทำให้รู้สึกว่ามันไม่ทางการจนเกินไป เป็นความตั้งใจที่ดูดีเสียจนเขาเผลอเสียมารยาทมองอยู่นานสองนาน

 

“ถ้าจะมองนานขนาดนี้ ผมอนุญาตให้เอากลับไปมองเล่นที่บ้านนะครับ” น้ำเสียงปนขำของอีกฝ่ายทำเอาจงอินคิ้วกระตุกเล็กน้อย ถูกจับได้ซะแล้ว เขาคิดว่าทำได้แนบเนียนแล้วเสียอีก

 

เมื่อถูกทักจงอินเลยได้แต่กระแอมไอแก้เก้อเขิน “ขอโทษทีครับ คุณแค่..” น่าสนใจ น่าสนใจเอามากๆ เสียด้วยสิ แต่ขืนพูดออกไป คนตรงหน้าคงหาว่าเขาเป็นโรคจิตแล้วก็ปล่อยเขาไว้ที่เดิมเฉาๆ อย่างนี้ต่อไป

 

“ผม..?”

 

“ไวท์รัสเซียน2ช็อตครับคุณผู้ชาย” บทสนทนาถูกคั่นด้วยบาร์เทนเดอร์ที่นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟอย่างนอบน้อม

 

“เครื่องดื่มคุณน่ะ” จงอินเพยิดหน้าไปทางค็อกเทลแก้วสวยที่บรรจุแอลกอฮอล์สีน้ำตาลเข้มนั่นเมื่อเจ้าของมันไม่มีทีท่าจะสนใจ

 

“คุณแอบเลี่ยงคำถามผมนี่นา..” ร่างบางหยิบเครื่องดื่มของตนเองก่อนจะหันมาส่งยิ้มขำๆ ปนเอ็นดู

 

‘โอ เซฮุน’ มองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาวิบวับ

 

เซฮุนรู้ ว่าตัวเองดูดี แล้วก็รู้ด้วยว่าผู้ชายคนนี้กำลังจะพูดมันออกมาในไม่ช้า แต่ถ้าถามว่าแล้วทำไมเขายังดันทุรังจะเอาคำตอบให้ได้

 

ก็เพราะมันดีกว่าไม่ใช่หรือไง ถ้าจะได้ฟังจากปากเขามากกว่าคิดเองเออเอง

 

“คุณ..ดูดีน่ะ” ริมฝีปากเรียวยกยิ้มก่อนจะหัวเราะในลำคอเมื่อได้คำตอบที่น่าพึงใจดังที่คิดไว้

 

เซฮุนเข้ามาในบาร์แห่งนี้เพราะอยากหาอะไรที่แปลกใหม่ขึ้นบ้างหลังจากนั่งเหงาๆ ในบ้านมาหลายวัน เขามักจะทำแบบนี้เสมอหากวันไหนที่สมองตื้อๆ ตันๆ

 

การออกมาหาประสบการณ์ใหม่กับคนใหม่ๆ คือทางเลือกที่เซฮุนชอบ

 

แต่เข้ามาเพียงแป๊บเดียว เขาคิดว่าตอนนี้เขาน่าจะได้เจอมันแล้วล่ะ สิ่งที่น่าสนใจที่เขากำลังหมายถึง “ฮ่ะๆ .. คุณถนัดชมคนแปลกหน้าแบบนี้บ่อยๆ หรือไง” เซฮุนหยิบไวท์รัสเซียนช็อตแรกขึ้นดื่มทีเดียวจนหมดแก้ว

 

แอลกอฮอล์แล่นปราดไปทั่วร่างกายจนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา ความรู้สึกขมปร่าของรสกาแฟที่ปนมาเป็นอะไรที่เซฮุนชอบที่สุด เหมือนมันกำลังปลุกอีกด้านหนึ่งของเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น

 

เซฮุนอ่านผู้ชายคนนี้ออก ไม่ต่างจากที่เขาอ่านเซฮุนออกเลย “ให้ผมบอกว่าคุณเป็นคนแรกก็คงจะเป็นการโกหกที่ไม่เนียนเท่าไหร่” เซฮุนยิ้มรับ อย่างน้อยก็ไม่พูดโกหก ซึ่งเป็นสิ่งที่เซฮุนชอบที่สุด

 

เราทั้งคู่คล้ายกันจนรู้สึกประหลาด

 

“ผมอยากรู้จักคุณ”

 

“ผมอยากรู้จักคุณ” แล้วก็เหมือนว่าจะใจตรงกันแบบสุดๆ ไปเลย หลังจบประโยคทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา

 

ดูเหมือนอะไรๆ จะเป็นใจไปซะหมด

 

“อืม..งั้นควรเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ” เซฮุนเท้าคางมอง แล้วไล่สายตาสำรวจอีกฝ่ายอย่างจริงจัง ทั้งดวงตาที่รับกับสันจมูก กรอบหน้าคมๆ รวมกับผิวสีแทนละเอียดขับให้คนตรงหน้าดูดีเสียยิ่งกว่าอะไร

 

แบบนี้รึเปล่า ที่เรียกว่าลูกรักของพระเจ้า..

 

“ผมมาที่นี่บ่อย แต่ไม่เคยเห็นคุณ” เป็นประโยคที่ไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของเซฮุนซักเท่าไหร่

 

“ผมคิดว่าคุณจะถามชื่อผมก่อนซะอีก” แน่นอนล่ะ ใครๆ ก็คงอยากจะรู้ชื่อก่อนจะทำความรู้จักกัน แต่เอาเข้าจริง ถึงเขาจะถามเซฮุนก็คงไม่มีคำตอบให้อยู่ดี ถึงได้บอกไงว่าผู้ชายคนนี้เรียกได้ว่า..

 

ตรงสเป็คของเขาไปเสียทุกอย่าง

 

“ผมมีเวลาถามชื่อคุณอีกตั้งหลายชั่วโมงนี่หน่า” จงอินยกยิ้มบาง แล้วสบตากับเจ้าของดวงตาคู่สวยที่กำลังมองเขาอยู่ เหมือนจะท้าทายว่าใครจะเป็นฝ่ายหลบก่อนกัน

 

และดูเหมือนเกมนี้จะไม่มีใครแพ้

 

“คุณเอาอะไรมามั่นใจล่ะ ผมอาจจะจบที่ไวท์รัสเซียนนี้เป็นแก้วสุดท้ายแล้วกลับเลยก็ได้” เซฮุนเหลือบไปมองไวท์รัสเซียนช็อตสุดท้ายที่ตั้งทิ้งเอาไว้

 

อันที่จริงความตั้งใจของเซฮุนเป็นแบบนั้น ปกติเขาจะเลี้ยงเหล้าตัวเองเพียงแค่2ช็อตแรกเท่านั้นแล้วก็กลับบ้าน

 

แต่ถ้ามีใครสั่งมาให้ เขาก็ยินดีรับไว้แล้วนั่งเล่นต่อได้ไม่ขัด

 

และเวลาที่ไปที่ไหนๆ ส่วนมากมักจะไม่ได้กลับบ้านที่2ช็อตแรกเสียด้วยสิ..

 

“ไว้หมดแก้วแล้วผมจะคิดดูนะว่าควรจะรีบถามชื่อคุณ หรือว่าสั่งอะไรอร่อยๆ ให้คุณทานต่อดี” เซฮุนทำเพียงยักไหล่ก่อนจะกระดกค็อกเทลช็อตสุดท้ายของตัวเองจนหมดแล้ววางลงบนบาร์

 

“ใจร้อน..” จงอินหัวเราะในลำคอกับท่าทีที่ดูเหมือนจะแอบกระเง้ากระงอดนั่น

 

“ผมอ่านง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง”

 

“ผมมองคนเก่งนะ”

 

“งั้นไหนลองบอกหน่อยสิ ว่าผมเป็นคนยังไง”

 

“อืม.. แน่นอนว่ามีสเน่ห์”

 

“ตั้งแต่นั่งลงคุณเอาแต่ชมผมไม่หยุด” เป็นความจริงที่เถียงไม่ได้ เขาชมคนตรงหน้าไม่ขาดปาก เขาแค่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกก็แค่นั้น ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากมาย

 

“แล้วคุณไม่ชอบหรือไง” จงอินถามกลับแล้วเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหย้าแหย่

 

“ผมชอบอยู่แล้วล่ะ แต่น่าจะชอบมากกว่าถ้าผมได้ยินคำนี้..”

 

“..”

 

ตอนที่อยู่บนเตียง

 

“ฮ่ะๆ ..ใจร้อนอีกแล้วนะ” จงอินหัวเราะในลำคอก่อนจะส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู พยายามกะอายุอีกคนตรงหน้าอยู่

 

ตอนนี้เขาหวังแค่อย่างเดียว

 

ขอแค่ไม่พรากผู้เยาว์จงอินก็พอใจแล้วล่ะ

 

ร่างสูงหันไปหาบาร์เทนเดอร์ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มใหม่ให้อีกคน “เบียร์หอมๆ เย็นๆ ซักแก้ว สำหรับคนขี้ใจร้อนหน่อยครับ”

 

“ผมไม่ชอบสายตาแบบนั้น”

 

“หืม? ..”

 

“สายตาที่คุณมองว่าผมเป็นเด็ก” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันน้อยๆ ติดไม่พอใจ “ผม25แล้ว คุณน่าจะรู้ข้อนี้เอาไว้” จงอินเลยยกมือขึ้นแบบจำยอม “โอเค ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ” บอกแบบนั้นแต่ก็ยังไม่วายยิ้ม

 

“แต่ผม27แล้ว คุณน่าจะรู้ข้อนี้เอาไว้เหมือนกัน”

 

“นี่เรากำลังเล่นเกมคำถามกันอยู่หรือยังไง?” เซฮุนเพียงแค่พึมพำก่อนเบียร์สีสวยจะวางลงตรงหน้า

 

พอร่างผอมพูดขึ้นมาแบบนี้ จงอินก็เหมือนจะคิดอะไรออก “เกมคำถามก็สนุกดีนี่.. คุณสนใจไหม?” ตามจริงเซฮุนไม่ได้อยากแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์กับคนแปลกหน้าเท่าไหร่ เพราะว่าเจ็บมาเยอะ

 

แต่กับคนตรงหน้า เขาจะยกให้เป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน เซฮุนคิดว่าตนเองมองออกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่มีพิษมีภัยอะไร

 

“ก่อนกลับ.. ผมให้แค่10คำถามนะครับ”

 

“ถ้าคุณให้10ผมก็ให้10 ว่าแต่ใจร้ายจัง ผมไม่ได้มีเพื่อนนั่งคุยเล่นแบบนี้บ่อยๆ นะคุณ” จงอินเหย้าก่อนจะส่งรอยยิ้มจริงใจไปให้แต่ก็เหมือนจะโดนแขวะกลับมา

 

“อย่างคุณน่ะ ไม่ได้เหงาหลายคืนหรอก ผมดูออกนะ”

 

“ผมโสด”

 

“ผมยังไม่ได้ถามคำถามนั้นเสียหน่อย..” เซฮุนกลับมามีแววตาซุกซนอีกครั้งเมื่ออยู่ๆ อีกคนก็โพล่งออกมาแบบนั้น

 

“คุณกำลังจะหาวิธีให้ผมพูดออกมา แล้วผมก็เต็มใจตกหลุมพรางที่คุณตั้งไว้แต่เริ่ม” จงอินยกไวน์ในมือของตนเองขึ้นจิบทั้งๆ ที่เรียวปกก็ยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่แบบนั้น

 

คนตรงหน้าไม่ต่างจากลูกแมวเวลาพบของเล่นน่าสนใจซักนิด ทั้งแววตาซนๆ นั่น จงอินรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร

 

คิดจะให้เขาเป็นเหยื่อ

 

แล้วจงอินก็โอเค เขาจะยอมเป็นเหยื่อก็ได้ ถ้าอีกคนตั้งใจแบบนั้น

 

“ถือว่าผมใช้คำถามไปแล้วแล้วกันถ้าคุณจะเต็มใจตอบซะขนาดนี้ ตาคุณแล้วครับ” เซฮุนยกผลประโยชน์ให้อีกฝ่ายก่อนจะผายมือให้จงอินเป็นฝ่ายถามเขาบ้าง

 

“อืม.. คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมว่ามาที่นี่ครั้งแรกหรือเปล่า”

 

“ครับ ครั้งแรก”

 

“อืม..แล้วแบบนี้จะมีครั้งต่อไปรึเปล่านะ”

 

“ก็อาจจะมี ถ้าเกิดที่นี่น่าสนใจ.. แบบมากๆ น่ะ” เซฮุนตอบแล้วสบสายตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง เวลาสบตากับผู้ชายตรงหน้ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มันสปาร์คกันมากๆ แถมแววตาคมของอีกคนเหมือนกำลังท้าทายเชิญชวนเซฮุนอยู่อย่างนี้

 

แล้วมาหาว่าเขาใจร้อนได้ยังไง

 

“คุณใช้ไปสองคำถามแล้วนะ” จงอินเสียรู้เข้าให้แล้วตอนที่เซฮุนบอกมาแบบนั้น แต่ก็ยอมรับแต่โดยดี

 

“ครั้งนี้ผมประมาทเอง แต่ครั้งหน้าผมไม่หลงกลแล้วนะ” ร่างบางเพียงแค่ยักไหล่ยิ้มๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายถามกลับบ้าง

 

“เหล้าหรือเบียร์ครับ?”

 

“แน่นอนว่าเหล้า”

 

“แต่คุณสั่งเบียร์ให้ผม” เซฮุนเอียงคอเล็กน้อยแบบงงงวย “มันเหมาะกับคุณ ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ แต่ถ้าคุณไม่ชอบแก้วต่อไปผมจะสั่งเหล้าให้”

 

“ถ้าตั้งใจจะมอมผม บอกเลยว่าไม่ได้ผลหรอก” เขาขยิบตาก่อนจะซดเบียร์ในแก้วซะอึกใหญ่จนคนที่มองอยู่หลุดยิ้มกับท่าทางเหล่านั้น

 

อิริยาบทของคนตรงหน้ามันมีสเน่ห์เหลือเกิน ทั้งท่าทีที่มองเขา การขยับ และการวางมือลงบนเคาท์เตอร์บาร์ยังน่ามองเสียจนจงอินคิดว่าตนเองคงได้นั่งมองอีกฝ่ายได้ทั้งวัน “ผมชักจะอยากรู้ชื่อคุณขึ้นมาบ้างแล้ว ขอใช้สิทธิ์ในคำถามนี้ได้ไหมนะ”

 

หลังจบประโยคคนตัวบางก็ยกนิ้วขึ้นมาส่ายปฏิเสธทันที “หมดสิทธิ์ในการรู้ชื่อผมแล้วต่างหากคุณ”

 

“หืม?”

 

“เอาไว้ผมอยากบอก จะรีบบอกคุณทันทีเลย ตกลงไหม?” บอกแบบนั้นแต่เซฮุนเองก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะอยากบอกเมื่อไหร่ อาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้ เขาไม่เคยบอกชื่อกับคนที่รู้จักกันเพียงสั้นๆ เสมอ

 

“ตามใจคุณอยู่แล้ว” คำตอบที่ได้ทำเอาเซฮุนอารมณ์ดี เขาชอบที่อีกฝ่ายไม่เร้าหรือให้รำคาญใจซักนิด “ว่าแต่คุณไม่อยากรู้ชื่อผมหรือไง?” จงอินถามกลับบ้างเพราะอีกคนดูไม่มีทีท่าที่จะอยากรู้ชื่อของตนเองบ้างเลย

 

“ผมจะไม่ถามคำถามที่ตัวเองไม่อยากตอบหรอก” ถ้าถามไปยังไงเขาก็ต้องถามกลับ ถูกไหมล่ะ?

 

“อืม..ผมเห็นด้วย”

 

“ไปอีก1คำถามแล้วนะคุณ..” เซฮุนพึมพำลอยๆ ทำเอาจงอินหลุดหัวเราะ เขาคงเป็นคนขี้ตั้งคำถามแบบไม่รู้ตัวจริงๆ

 

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วคำถามที่4เลยแล้วกัน คุณทำงานอะไร?” ใจคอจะไม่ให้เซฮุนได้ถามอะไรเขากลับบ้างหรือไงกันนะ เซฮุนเพียงแค่คิดในใจแต่สุดท้ายก็ยอมตอบออกไป

 

“นักเขียนมั้งครับ บล็อกเกอร์ เขียนบล็อกไปเรื่อยๆ อะไรทำนองนั้น”

 

“แล้วคุณจะเอาเรื่องผมไปเขียนบล็อกรึเปล่า?”

 

“ให้ตาย ผมต้องเจอคำถามนี่กี่ร้อยครั้งกัน” เวลาพูดคุยกับใครใหม่ๆ เซฮุนมักจะโดนถามคำถามนี้เสมอ ทำเอาเขากลอกตา ใช่ว่าเขาจะเขียนมันซะทุกเรื่องซักหน่อย

 

“ฮ่ะๆ ใครจะรู้ล่ะ” จงอินชอบเวลาเห็นร่างบางตรงหน้าทำท่าไม่พอใจใส่เวลาโดนเหย้า

 

“ผมเขียนเรื่องการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ แต่เรื่องเที่ยวกลางคืนก็เคยเขียนอยู่บ้างนะ..” เซฮุนทำท่าครุ่นคิดก่อนจะพูดต่อ

 

“ทำให้เรื่องของเราน่าสนใจสิครับ เผื่อผมจะเขียนถึงคุณซักโพสต์นึง”

 

“ผมหยอกเล่นหรอกหน่า ทำเหมือนจะเขียนจริงอย่างนั้นล่ะ” จงอินว่าก่อนจะนำแก้วในมือมาชนกับเบียร์ของเขาที่วางอยู่จนเกิดเสียงแกร๊ง

 

“ผมไม่อยากถูกถามอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะครับ”

 

“โทษทีผมแค่เพลินไปหน่อย ตาคุณแล้วแมวน้อย”

 

“ที่จริง3คำถามก็เกินพอแล้วครับสำหรับผม” นั่นเป็นเรื่องจริง เซฮุนไม่อยากรอให้เวลาล่วงเลยไปกว่านี้อีกแล้ว

 

“..?”

 

“อีกแค่คำถามเดียวที่ผมจะอยากถามคุณ

 

“..?” จงอินเลิกคิ้วรออย่างใจจดใจจ่อ คนตรงหน้าแลบลิ้นเลียริมฝีปากทิ้งเวลาอีกซักพักก่อนจะพูดต่อ

 

“ซึ่งคำถามก็คือ..เมื่อไหร่คุณจะเลิกมองผมเฉยๆ ซักที”

 

“..”

 

“ทั้งๆ ที่คุณสัมผัสมันได้”

 

ทั้งร่างกายของผม

 

“ผมนึกว่าเราจะค่อยเป็นค่อยไปซะอีก” เขาพูดไม่ทันขาดคำร่างผอมก็เคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้จงอินจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดแก้มของเขา แล้วกระซิบออกไปเสียงแผ่ว

 

“ผมต้องการคุณ เดี๋ยวนี้เลยที่รัก” ทันทีที่พูดจบก็ต้องร้องเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่อมือหนาตวัดเข้ารอบเอวบางรั้งให้มาใกล้แทบจะทันที

 

“คุณพูดไม่ระวังเจ็บบั้นท้ายเลยนะ” จงอินบอกเสียงแผ่วไม่ต่างกันอาจเป็นเพราะทั้งสองอยู่ในระยะที่เรียกว่าแนบชิดจนใกล้จะหลอมเป็นร่างเดียวกัน

 

เขาแทบจะดึงอีกคนมานั่งเกยตักอยู่รอมร่อ สูดดมความหอมหวานที่เขาแน่ใจว่าไม่ได้มาจากโคโลนจ์แต่มันออกมาจากร่างของคนตรงหน้า เซฮุนก็ยังส่งยิ้มซุกซนมาให้คล้ายกับจะท้าทายให้ฟางเส้นสุดท้ายของจงอินมันขาดเร็วๆ เสียที

 

ผมไม่เคยกลัว มีแต่เด้งสวนเท่านั้นแหละคุณ

 

 

 

 

 

 

CUT

tw : @cyxyep

 

 

 

 

 

 

 

“ขอโทษที่รัก ผมทำคุณเลอะ”

 

“เราก็เลอะด้วยกันแล้วนี่” คนตัวบางบอกเสียงหอบแบบยิ้มๆ แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา จงอินผงกหัวขึ้นมามอบจูบที่เซฮุนชอบเป็นรางวัล จูบหนักๆ ที่ริมฝีปากแล้วก็จูบไปทั่วกรอบหน้า ลำคอ และลาดไหล่บาง

 

“ที่รัก”

 

“ฮึ?”

 

“ผมชอบที่คุณขานรับชื่อนี้” จงอินบอกเสียงนุ่มทุ้ม อีกคนที่เผลอขานรับก็ได้แต่กัดปากเบาๆ แบบเก้อเขิน

 

“แล้วก็ชักจะชอบที่จะเรียกแบบนี้แล้วซะด้วยสิ” ณ ตอนนี้จงอินชักจะไม่อยากรู้ชื่อของคนตรงหน้าเสียแล้ว ถ้าได้เรียกแบบนนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงดี

 

“คุณอยากเรียกอะไรก็เรียกเถอะ ผมชอบทุกอย่าง” ทุกอย่างที่เป็นจงอินเลย เซฮุนชักจะเริ่มชอบมันแล้วล่ะ

 

“อาบน้ำกันไหม คุณคงเหนียวตัว” เขาบอกพลางยกตัวเองขึ้นเพื่อสำรวจความเหนอะหนะที่ตนเองได้ทำไว้ มันเยอะไม่เบาเลย

 

“เฮ้อ ผมเจ็บบั้นท้ายอย่างที่คุณว่าจริงๆ นั่นแหละ เดินไม่ไหวแล้วครับ” เซฮุนโอบรอบคอคนตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับลูบแผ่นหลังกว้างแบบเพลินๆ พออารมณ์นั้นหมดไปความเจ็บที่โดนเสียดสีเป็นเวลานานก็แสดงอาการออกมาทันที

 

“คุณอยากให้ผมทำยังไง” ที่จริงก็พอจะรู้ แต่เขาแค่อยากฟังคำขอของอีกคนก็เท่านั้น

 

“อุ้มผมหน่อยจงอิน ได้ไหมครับ” พอได้ยินคนตัวบางเรียกชื่อเขาเต็มๆ หูอีกครั้งก็ทำเอาใจสั่นไม่หยอก อยากจะก้มลงฟัดจมอกให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดตรงที่ว่าคืนนี้เขาน่าจะรังแกอีกคนเยอะเกินไปแล้ว จึงผละลงจากเตียงแล้วยอมช้อนตัวอุ้มเซฮุนแล้วพาเข้าห้องน้ำไปทำความสะอาดร่างกายแต่โดยดี

 

 

 

 

เมื่อทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งสองก็ต้องระเห็ดตัวเองมานอนกกกอดกันที่โซฟาแทนเพราะสังเวียนรักดูเหมือนจะไม่พร้อมนอนหลับในตอนนี้ซักเท่าไหร่

 

แขนของจงอินแทนหมอนให้กับลูกแมวน้อยที่กำลังให้ความสนใจกับโทรทัศน์อยู่

 

ฟอดดด!

 

เขาก้มลงสูดดมความหอมจากแก้มนุ่มไปเต็มปอดจนอีกคนหันขึ้นมาสนใจเขา “อะไรครับ”

 

“สนใจแต่หนังไม่เห็นสนใจผมเลย” แกล้งบอกแบบน้อยใจก็ได้รอยยิ้มจากเซฮุนมาหนึ่งที่ เซฮุนยกตัวขึ้นมาจุ้บปากเขาเร็วๆ หนึ่งที “เพิ่งรู้ว่าคุณเป็นคนเรียกร้องความสนใจ”

 

“ผมเรียกร้องแค่กับคนที่ผมอยากให้เค้าสนใจนะ”

 

“ฮึ..”

 

“แล้วคนคนนั้นก็ต้องเป็นคนพิเศษด้วย” เซฮุนช้อนตามองเขาที่มองอยู่ก่อนแล้ว

 

จงอินจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของอีกคนที่มีทั้งความกล้า ท้าทาย แล้วก็ขวยเขินไปในคราวเดียวกันได้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่อยากให้เพื่อนคุยอย่างคนตรงหน้าอยู่ต่อ

 

“พรุ่งนี้คุณอยากอยู่ด้วยกันไหม?” จงอินเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงติดเว้าวอน

 

“หืม?”

 

“ไม่อยากให้คุณไปเลย”

 

“โธ่ พ่อคุณขี้ใจน้อยนะครับ” เซฮุนยกมือขึ้นบีบจมูกแบบเอ็นดู

 

“อยากอยู่ด้วยกันไหมครับ?” เขาถามย้ำอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้รับคำตอบ

 

“..”

 

“..?”

 

“มื้อเช้าคุณชอบอะไรล่ะ?” คำตอบที่ได้ทำเอาจงอินฉีกยิ้มกว้าง

 

“ไข่ดาว3ฟองก็อยู่ท้องแล้วครับ” เขาบอกพร้อมกดจูบที่แก้มของเซฮุนอีกที

 

“ผมยังใช้สิทธิ์คำถามรู้เรื่องเกี่ยวกับคุณได้รึเปล่าครับ?”

 

“ได้สิ”

 

“ผมอยากรู้เรื่องคุณ เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหม” เซฮุนพูดเสียงงึมงำ อยากฟังเรื่องเกี่ยวกับจงอินไว้ให้มาก เพราะเขาคงคิดถึงแย่

 

“ผมเป็นครีเอทีฟโฆษณาครับ ชีวิตคงไม่ได้เจอกับประสบการณ์สนุกๆ สุดเหวี่ยงแบบคุณเท่าไหร่ แต่งานนี้สนุกดีนะ ผมรักการอยู่ในสตูดิโอ แต่ก็เหนื่อยเอาการเลยล่ะ วันๆ เจอแต่คนเต็มไปหมด บางทีก็เลยต้องออกมาพักผ่อนดื่มอะไรคนเดียวเหมือนกับวันนี้..”

 

“..”

 

“วันนี้เพิ่งจบโปรเจคใหญ่แล้วผมก็เหนื่อยมากๆ ซะจนคิดว่าถ้าใครซักคนให้พูดคุยด้วยก็คงดี แล้วคุณก็มาได้ตรงเวลาสุดๆ ไปเลย”

 

“..”

 

“ในตอนที่ผมไม่อยากอยู่คนเดียว มีแมวน้อยที่บอกให้ผมเอากลับไปมองที่บ้านได้”

 

“ฮึ..ผมประชดคุณต่างหาก”

 

“คุณชอบผม”

 

“เรียกว่าถูกใจจะดีกว่ารึเปล่า” เซฮุนหันขึ้นมางับคางเขาอย่างมันเขี้ยว

 

“เหมือนที่ผมก็ถูกใจคุณนั่นแหละที่รัก”

 

แล้วทั้งคู่ก็หันไปสนใจกับหนังบนทีวีอีกครั้ง พูดคุยกันถึงเรื่องของวันพรุ่งนี้อีกเล็กน้อยก่อนจะกอดกันจนหลับไป

 

 

 

 

 

-8.13am.-

ร่างโปร่งถูกปลุกด้วยแสงแดดยามเช้าที่ลอดม่านเข้ามา เขาขยี้ตาแบบสะลึมสะลือค่อยๆ ตื่นแบบขี้เซา ริมฝีปากยกยิ้มเมื่อนึกถึงเมื่อคืนอันแสนหวาน

 

แอบคิดถึงไหล่ขาวเนียนที่เขาใช้เป็นที่วางคางเพื่อกดจมูกลงกับแก้มใส แค่คิดก็ทำให้เขาอยากจะทำมันครั้งอีกให้แก้มช้ำกันไปข้าง เมื่อคืนเขาคิดไว้ตั้งหลายอย่างว่าวันที่อยู่ด้วยกัน1วันนี้จะใช้อย่างไรให้คุ้มค่า

 

แต่คิดไปคิดมาแค่อยู่ด้วยกันที่นี่ ทำอาหารและดูหนังด้วยกัน คุยกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็เป็นอะไรที่ลงตัวมากที่สุดสำหรับจงอินแล้ว

 

มือหนาควานหาคนตัวเล็กที่อาศัยแขนเขาเป็นหมอนเมื่อคืน อยากจะคว้าเอวบางเข้ามากอดให้ความอบอุ่นพร้อมกับมอร์นิ่งคิสตอนเช้า แต่ก็ไม่เป็นดั่งใจคิดเมื่อพบกับความว่างเปล่าแทนทำเอาเขาขมวดคิ้ว

 

รอยยิ้มของเขาเริ่มจางหายไปก่อนจะลืมตาขึ้น แต่ไม่พบร่างของอีกคนนอนอยู่ข้างๆ

 

จงอินลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปรอบห้อง มันดูสงบจนเขาแปลกใจ ที่ห้องโถงไม่มีร่างของอีกฝ่าย

 

มันสงบเสียจนจงอินเริ่มใจเสีย เดินไปทั่วมุมห้องแต่ก็ไม่พบร่างของคนที่เขากำลังตามหาเลยแม้แต่น้อย

 

เขาใจร่วงไปถึงไหนต่อไหน ความรู้สึกเหมือนของรักกำลังหลุดลอยหายไปมันตีขึ้นมาจนรู้สึกอึดอัดไปหมด เขาเดินวนจนทั่วบริเวณ ในห้องน้ำก็ไม่มี ห้องนอนก็ไม่มี โซนห้องครัวก็ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขากกกอดเมื่อคืน

 

แล้วเขาก็เห็นโพสต์อิทที่ติดอยู่ที่ตู้เย็น จงอินรีบสาวเท้าเข้าไปอ่านโพสต์อิทแผ่นนั้นหวังให้ข้อความนั้นบอกว่า เขาแค่ออกไปซื้อของและกำลังจะกลับมา

 

แต่ก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจเมื่อมันไม่เป็นอย่างที่หวัง

 

‘I would miss you’

OSH

 

ทั้งๆ ที่บอกแล้วแท้ๆ ว่าเช้าวันพรุ่งนี้เราจะอยู่ด้วยกัน หรือมีเพียงแค่เขาที่เข้าใจอยู่ฝ่ายเดียว การถามถึงอาหารเช้าของอีกฝ่ายไม่ได้มีความหมายอะไรในเมื่อเขาเลือกจากไปโดยไม่ทิ้งอะไรไว้เลยนอกจากตัวอักษร3ตัว ให้เขาตามหาด้วยตัวเอง

 

Where were you in the morning, baby?

 

You didn’ t leave your number for me

 

Left me with out a warning, baby

 

How do you, how do you just walk away?

 

 

แล้วเซฮุนก็ทิ้งให้คิมจงอิน นอนหนาวอยู่เพียงลำพังโดยไม่ทิ้งอะไรไว้เลยจริงๆ

 

เขาทิ้งตัวลงบนเตียงตัวเดิมแล้วมองเพดานด้วยความว่างเปล่า เฝ้าแต่คิดว่าเขาทำอะไรผิดไปงั้นหรืิอ แต่ก็ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้เลย จงอินคิดไม่ออกจริงๆ ว่าอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายจากไปโดยไม่มีคำลา

 

การจบความสัมพันธ์แบบไม่มีสัญญาณเตือนนี่มันน่ากลัวจนเขารู้สึกหนาวไปหมด น้ำตาที่ไหลลงมานั้นเขาไม่แน่ใจว่าเพราะเสียใจหรือว่าไม่ทันตั้งตัวกันแน่

 

แล้วจงอินก็เพิ่งรู้ตัว ว่าเขาน่าจะตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นเข้าเต็มเปาตอนที่เขาหายไปแล้ว หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลย

 

หลังจากนี้คิมจงอินคนนี้ก็คงเป็นแค่คนโง่ๆ ที่เข้าไปนั่งบาร์เดิมแทบทุกวัน เพื่อหวังจะได้เจอกับแมวน้อยตัวนั้นอีกครั้ง

 

ความฝันลมๆ แล้งๆที่ไม่มีวันเป็นจริง

.

.

.

อซฮ. official has new post..

เคยได้ยินว่าการ make love ทำให้เราเกิดความผูกพันขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว วันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคนส่วนมากที่เป็นคู่นอนชั่วคราวถึงไม่จูบปากกัน และที่สำคัญ ’ไม่นอนค้าง’ เพราะความผูกพันนี่มันแย่สุดๆไปเลยล่ะครับ มันทำให้เราคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลาจริงๆ

Dear my KJI.

Ps. ผมกำลังจะย้ายไปแคนาดาครับทุกคน ครั้งนี้อาจจะไปซัก6เดือนเลย หวังว่าการไปเที่ยวแบบพักร้อนยาวๆครั้งนี้จะได้อะไรกลับมาเขียนบล็อกให้ทุกคนได้อ่านบ้าง รอติดตามด้วยนะครับ

liked by 100k and others

 

 

 

 

 

-end-

 

 

 

 

 

 

-Talk-

ว่างๆก็เข้าไปชิดแชทกันที่ทวิตเต้อแลนด์ได้นะคะ 3

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ พารา(rare)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น