เมื่อวาน..ไปงานศพญาติของเพื่อนสนิทมา..
คุณยายเพิ่งเสียชีวิต เมื่อตอนวันจันทร์ ที่ผ่านมา รวมอายุได้ 96 ปี
ลูกที่ดูแลคุณยายบอกว่าคุณยายไปอย่างสงบ นอนหลับแล้วก็สิ้นลมหายใจ
คุณยายไม่ได้มีโรคอะไร...นอกจาก..โรคชรา...ตามสังขาร..
และแล้วทุกอย่าง............สำหรับคุณยาย................
.....สู่ความเป็นธรรมชาติของชีวิต อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง
การเดินทางที่ยาวนานได้สิ้นสุดลง... เหลือเพียงเริ่มใหม่...หรือ ไม่.. ไม่มีใครรู้...
...........ขอให้คุณยายไปสู่สุขคตินะคะ.............
ช่วงนี้ก็ใกล้วัน..ลอยกระทง... เต็มที่แล้ว..
อยากกลับบ้านไปลอยกับที่บ้าน....ไม่รู้จะได้ไปเหรอปล่าว
แต่... ก็มีหลายครั้ง..........ที่เราไม่สามารถทำตามความต้องการตัวเองได้..
เพราะ...บางที....เราก้อ...มีเหตุผล...อื่นเข้ามา
แต่ใจก็อยากกลับมาก...เพราะที่บ้านเราเพิ่งย้ายไปอยู่ที่นั่นยังไม่ถึงปี
อยากขับรถพาแม่กับป๋า...ไปลอยกระทงที่พุทธมณฑล.. (บ้านใหม่เราอยู่ใกล้เลย..)
ถ้าได้ไป....จะได้พาป๋าแม่ไปเปิดหูเปิดตา...หลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านมาสองอาทิตย์แล้ว...
พูดแล้วก็อยากกลับ........ที่นั่น ตื่นเช้ามา..อากาศสดชื่นมาก....
กลางคืนอากาศกำลังเย็นสบาย.. ยังมีต้นมะพร้าวปลูกเป็นแนว ห่าง กันเป็นช่วงสั้น กลางกิ่งก้านสาขา.. สวยงาม
ตามแนวถนนราดยางเข้าบ้าน..มีคูคลองขนาบข้าง...ถึงน้ำจะไม่ใสมาก...
...แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก.... มากกว่าที่เราสิงสถิตย์ประจำทุกๆวัน
เราชอบบรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยธรรมชาติระเกะระกะ ..
ต้นไม้แย่งกันขึ้นอย่างตามใจฉัน....บรรเลงเพลงธรรมชาติกันเต็มที่ ผักตบเต็มคลอง
ปลาตัวเล็ก ดำว่าย ดำผุด ..หาอากาศหายใจ...ลูกปลาช่อนตัวแดง แดง...อยู่เหนือน้ำ มีแม่นำทางอยู่เบื้องล่าง
ชอบนั่งดูเห็นแล้วเพลินตา....ยิ่งเวลาแมงมุงขายาว ๆ เล่นสเก็ตบนผิวน้ำได้ราวมีวิทยายุทธชั้นสูง (เดินได้ว่องไวมักๆๆ)
ผักบุ้ง..เลื้อยเต็ม คลองน้ำใส.. ปลาเข็ม (รู้จักกันป่ะ...ปลาปากแหลมๆ) ว่ายครื้นเครงกันเป็นหมู่คณะ
ต้นไม้มะพร้าวขึ้นตรงโน้น ต้นกล้วยขึ้นตรงนี้ แถมด้วยกอตะไคร้ ดอกถ้วยทองหน้าบ้าน
กระดุมทองขนาบข้างอาณาจักรของบ้านเรา..สีเหลืองอร่าม.. ปูพรมทางด้านด้วยต้นหญ้า...
และหนำซ้ำหลังบ้านเรา...ยังมีต้นอ้อ...ปลิวไสวยืนอ่อนแอ้นลู่ตามแรงลม... มองทีไรเคลิ้มทุกที
พูดแล้ว..เหมือนอยู่ต่างจังหวัดเลยแฮะ.... แต่จริงแล้ว..แค่ชานๆ เอง...
แต่ความรู้สึก...ที่ได้รับ....เวลาได้ไปอยู่ที่นั่น...จิตใจเราสงบได้อย่างเหลือเชื่อ
............เวลากลับบ้านอยู่ที่บ้านนั้น.. จะโยน มือถือไปไกล....ปลดปล่อยพันธการชิ้นแรก
ตามมาด้วยโทรทัศน์ที่เวลาอยู่คนเดียวแล้วขาดไม่ได้ กับกลายเป็นส่วนเกินของชีวิตเราโดยปริยาย
.............เรากลับชอบมานั่งมอง ท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่มืดมีเพียงแสงนิออนบาง ๆ รอบ ๆ บ้าน
ก็มีหิ่งห้อย...ตัวน้อยๆๆ ...บินอืดๆฉาย แสงไฟที่ท้องน้อย...อวดเสน่ห์แห่งความมหัศจรรย์ที่ถูกสร้างมาบนโลกใบนี้
เสียงจักกะจั่น จิ้งหรีด..ร้องกันระงม เชียว.... ถึงจะไม่มีเสียงเพลง ที่เราชอบฟังก่อนนอน...
แต่เราก็ได้ฟังเสียงบรรเลง... ที่ถูกบรรเลง.. โดยศิลปินธรรมชาติ ที่แข่งกันตะเบงเสียง...
เปล่าประกาศให้โลกรู้ตัวตน....ของตัวเอง.... ด้วยความเป็นตัวตน..ที่ถูกธรรมชาติสร้างมาโดยมิปรุงแต่ง
ไม่เคยดัดแปลง ความงาม.................ความงามอย่างแท้จริง.............................มิเสริมแต่ง
พอเพียง...เพียงพอ... กับความงามของผู้อื่น... โดยมิต้องทำลาย.........
ความเป็นตัวตนของธรรมชาติที่เป็นอยู่............ให้เกียรติและศัทธาในวิธีชีวิตของกัน...............
และเป็นแบบอย่างการอยู่อย่างเดียว ที่มนุษย์.......ที่ยกย่องตัวเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ
ไม่สามารถกระทำได้............."อยู่รวมกันอย่างสร้างสรรค์............เกื้อกูล คำจุน......มิทำลาย"
O2 (อ๊อกซิเจน) ล้วนๆ
ความคิดเห็น
ทำให้เห็นธรรมชาติอันงดงาม
และเป็นธรรมชาติที่แท้จริงหาได้ยากในกรุงนะ
ธรรมชาติอันแสนงาม.........ทั่วเขตคามจักใฝ่หา
พักผ่อนกันทุกครา..............สุขอุราแสนรื่นรมย์
มีน้ำใสไหลเย็น..................สาดกระเซ็นชื่นสุขสม
เมฆน้อยล่องลอยลม..........พระพายพรมใบไม้ปลิว
ดีใจ..ที่มีคนชอบ..แต่เราอ่ะชอบกลอนของฝนมากเลยนะ..
สงสัย...ต้องซื้อสมุดโน๊ตเล่มโต...มาจดเก็บคำกลอนเพราะ....
เก็บไว้...ไว้..........ดู..................เป็นที่ระลึกถึงกวีน้อยๆ ซะหน่อย