[END]::MAD TUSSLE:: รักนี้ขยี้สุดแรง!

ตอนที่ 9 : ::MAD TUSSLE:: EPISODE 06 [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    14 ส.ค. 61




เปิดโอน #นับกาล แล้วค่ะ!!



ราคา 400 บาท









 EPISOD06



So wake me up when it’s all over
When I’m wiser and I’m older
All this time I was finding myself
And I didn’t know? I was lost



นี่ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่ต้องจ่ายค่ารถไฟฟ้าให้กับไอ้บ้าโรคจิตที่เดินตามติดชีวิตฉันไม่หยุดแบบนี้เนี้ย


” ฉันเหลือบตามองร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากฉันมากนัก ท่าทางของเขาดูตื่นตาตื่นใจพอสมควร ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหมอนี่ไม่เคยขึ้นรถไฟฟ้าจริงๆ น่ะ จะรวยอะไรเบอร์นั้นถึงขนาดไม่เคยนั่งรถสาธารณะเลยหรือไงกัน


“เธอจะไปไหนต่ออ่ะ” นับกาลถามฉันเมื่อรู้ตัวว่าถูกมอง ฉันกรอกตาขึ้นและดึงสายตากลับมาที่ประตูกั้นระหว่างผู้โดยสารกับประตูรถไฟฟ้าซึ่งแล่นมาจอดเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่ตอบคำถามเขาและก้าวเข้ามาภายในรถไฟฟ้าโดยไม่รอเขาด้วย นับกาลรีบวิ่งตามเข้ามาทันที สีหน้าเขาดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ อย่างกับเด็กเพิ่งหัดเที่ยว


เนื่องจากเวลานี้เป็นช่วงหัวค่ำทำให้ผู้โดยสารค่อนข้างแน่นขนัด ฉันแทรกตัวมายืนริมประตูอีกฝั่ง นับกาลแทรกตามมาด้วย เขาใช้ร่างกายสูงใหญ่บดบังฉันเอาไว้จากผู้โดยสารคนอื่น และแน่นอนว่าการกระทำของเขาทำให้ระยะห่างระหว่างเราสองคนอยู่ใกล้กันจนเกินพอดี


“ถอยออกไปหน่อยได้มะ อึดอัด”


“ถอยไม่ได้แล้วดิ คนเยอะ มันเบียด” เขาตอบหน้าตายขณะแผงอกแกร่งแนบชิดกับไหล่ของฉัน จังหวะที่รถไฟฟ้าเลี้ยวโค้งนับกาลก็เซเข้ามาหาฉันตามแรงโน้มถ่วง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำฉันมึนหัวไปชั่วขณะ ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ


“นะ นี่! ยืนดีๆ หน่อยสิ” ฉันกระซิบเสียงเม้งแตกใส่เขา พยายามใช้สายตาเหวี่ยงแรงจิกกัดเผื่อเขาจะสำนึกบ้าง แต่นับกาลก็คือนับกาล ผู้ชายหน้าหนาหน้ามึนและอึนที่สุดในสามโลก!


“ก็คนมันเยอะ เขาเบียดมา ฉันทรงตัวไม่อยู่”


“นายก็จับราวไว้สิ อ๊ะ!” ฉันพูดยังไม่ทันจบรถไฟฟ้าก็เข้าโค้งอีกรอบ คราวนี้เป็นตัวฉันเองที่เสียหลักเซไปหาร่างสูง นับกาลใช้แขนข้างที่เว้นว่างจากการจับราวมาตวัดรอบเอวฉันเอาไว้ เขาพยุงฉันด้วยมือข้างเดียวทำให้ร่างกายของเราแนบชิดกันมากกว่าเดิม



ฉันช้อนใบหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราใกล้กันมาก มันใกล้จนแทบจะสัมผัสกันเลยล่ะ ไม่รู้ว่าฉันเผลอสบกับดวงตาคมเข้มพราวระยับคู่นั้นนานเท่าไหร่ จนกระทั่งได้ยินเสียงประกาศสถานีต่อไปฉันถึงรีบดันตัวเองออกจากวงแขนของเขา


[สถานีต่อไป…]


ฉันหมุนตัวเข้าหาประตูรถไฟฟ้าเพื่อเตรียมจะเดินออก ขณะหัวใจที่เคยสงบนิ่งมาโดยตลอดเกิดภาวะแปลกๆ ขึ้นกะทันหัน


ตึกตัก ตึกตัก


ทำไมมันเต้นแรงจัง บ้าจริง แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ หยาดฟ้า!


 


หลังจากลงจากรถไฟฟ้าโดยมีร่างสูงเดินตามมาติดๆ ราวกับเด็กเดินตามผู้ปกครอง ฉันก็เลิกสนใจเขาแล้วรีบเดินกลับบ้านให้เร็วที่สุด ความจริงระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้ามาถึงมหาวิทยาลัย H มันไม่ได้ไกลกันมาก ฉันจึงเลือกที่จะเดินมากกว่านั่งรถรับจ้างน่ะ


“เพิ่งรู้เหมือนกันแฮะว่ามหาลัยเราอยู่ใกล้รถไฟฟ้าแค่นี้เอง ปกติเธอเดินทางแบบนี้ประจำอยู่แล้วเหรอ” จู่ๆ นับกาลก็ชวนคุยทำลายความเงียบขึ้นมา ฉันเหลือบตามองเขานิดๆ พลางแอบคิดในใจว่าเราสนิทกันถึงขั้นเดินคุยกันได้แบบนี้แล้วเหรอ “ปกติเวลาฉันไปไหนมาไหนจะใช้รถส่วนตัวตลอด พอได้ลองมาใช้รถไฟฟ้าแบบนี้ดูบ้างมันก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ”


สนุกเหรอ? นี่เขากำลังอวดรวยใส่ฉันหรือเปล่าน่ะ เหอะ!


ฉันใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็เดินมาถึงเขตบ้านพักนักศึกษา ซึ่งบ้านแฟรี่อยู่ในโซน A โซนของบ้านระดับ VIP ตั้งอยู่โซนในสุดของเขต กว่าจะเดินเข้าไปถึงโซนนั้นได้ก็ต้องผ่านโซนต่างๆ ทุกระดับคลาส


“นายควรเดินให้ห่างจากฉันไว้นะ” ฉันพูดโดยไม่มองหน้าเขา นับกาลเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้พลางขมวดคิ้วใส่


“ทำไมอ่ะ ทำไมต้องเดินห่างๆ ด้วย”


“เพราะฉันไม่อยากตกเป็นข่าวซุบซิบกับนายไง” ฉันตอบก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางกลุ่มนักศึกษาที่กำลังนั่งสังสรรค์กันอยู่หน้าบ้านพัก คนพวกนั้นหันมามองฉันกับนับกาลเป็นตาเดียว แถมยังหันไปซุบซิบกันอีกต่างหาก และถ้านับกาลยังเดินตามฉันในระยะประชิดแบบนี้ พรุ่งนี้เตรียมตัวเป็นข่าว Gossip ในมหาวิทยาลัยได้เลย


“แล้วไง ใครแคร์?”


“ฉันนี่ไงแคร์!” ฉันหันไปแว้ดใส่เขาเสียงเบา ให้ตายดิ นี่เขาถามมาได้ยังไงว่าใครแคร์ ถ้าฉันไม่แคร์ฉันจะพูดทำพระแสงอะไรเล่า!


“แค่เป็นข่าวกับฉัน เธอจะแคร์ทำไม ทำเป็นไม่เคยฉาวไปได้” คำพูดลอยๆ เหมือนไม่คิดอะไรของเขา เปรียบเสมือนหมัดน๊อคฉันกลางอากาศเลยล่ะ!


“ฉันจะฉาวกับใครมันก็เรื่องของฉัน แต่ต้องไม่ใช่กับนาย! 



#Loading...25%



ไม่รู้ทำไมต้องรู้สึกโกรธด้วย ทั้งที่ปกติก็ไม่เคยสนใจคำพูดพล่อยๆ ของใครอยู่แล้ว แต่พอเป็นผู้ชายคนนี้ฉันกลับไม่ชอบ บ้าชะมัด!


“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงทักจากด้านหลังซึ่งเป็นฝั่งหน้าบ้านแฟรี่ดังขัดจังหวะปะทะของฉันกับนับกาลขึ้น ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติที่ขาดผึงไปให้กลับมา ก่อนร่างสูงเจ้าของเสียงนั้นจะเดินเข้ามาหยุดยืนด้านข้างกัน “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าหยาด”


“เปล่า ไม่มีอะไร” ฉันละสายตาจากนับกาลไปตอบคำถามเพลิงศูรย์ เขาไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่สายตาคมกริบแสนเยือกเย็นนั่นกำลังมองไปทางนับกาล


“อืม งั้นเข้าบ้านกันเถอะ” เพลิงศูรย์คว้ามือฉันไปจับแล้วดึงให้เดินไปทางเข้าบ้าน หากทว่าเดินยังไม่ถึงสามก้าวก็มีเสียงหยันๆ ไล่ตามหลังมา


“สันดานมึงยังแย่เหมือนเดิมเลยนะไอ้เพลิงศูรย์”



“ไม่คิดจะทักทายเพื่อนเก่าหน่อยหรือไง”


เพลิงศูรย์ชะงักอยู่กับที่พร้อมฉันด้วย ฉันเหลือบมองใบหน้าเรียบนิ่งของผู้ชายข้างกายเล็กน้อย ฉันเห็นนะว่าแววตาที่เขาใช้มองนับกาลมันแปลกๆ น่ะ สองคนนี้ต้องมีซัมติงอะไรกันสักอย่างแน่ๆ


“ไม่จำเป็น กูไม่เคยมีเพื่อนหน้าตาแบบมึง” เพลิงศูรย์ตอบโดยที่ยังหันหลังอยู่ ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเขาถึงพูดจาหยาบๆ กับนับกาลได้ทั้งที่เป็นรุ่นน้องหมอนั่นหนึ่งปี นั่นเป็นเพราะว่าตามจริงแล้วอายุของเพลิงศูรย์ก็เท่าๆ กับนับกาลนั่นแหละ แต่เพราะติดปัญหาบางอย่างตอนสมัยมัธยมทำให้เขาต้องดรอปเรียนไปหนึ่งปี ทำให้เขาเรียนช้าไปหนึ่งปีนั่นเอง ไม่อย่างนั้นปีนี้เขาคงเรียนอยู่ปีสี่เหมือนนับกาลนั่นแหละ


“แล้วถ้าหน้าตาแบบน้องสาวกูล่ะ มึงพอจะคุ้นเคยบ้างไหม?”


ฉันไม่เข้าใจว่าสองคนนี้กำลังคุยเรื่องอะไรกัน น้องสาวของนับกาลคือใคร? แล้วเกี่ยวอะไรกับเพลิงศูรย์ด้วย? ฉันได้แต่ยืนมองหน้าสองคนนั้นสลับกันไปมา นับกาลแสยะยิ้มร้ายมุมปากขณะที่เพลิงศูรย์นิ่งเงียบไปแล้ว


“มึงคงรู้แล้วสินะว่ายัยนั่นกลับมาแล้ว และมึงก็ควรจะรู้นะว่าต้องทำตัวยังไง”



“เพื่อชดใช้ในสิ่งที่มึงเคยทำไว้กับเธอ”


คำพูดแปลกๆ ของนับกาลค่อนข้างมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเพลิงศูรย์มากเลยทีเดียว ฉันเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไป แววตาเย็นชาคู่นั้นสั่นไหวแปลกๆ มือหนาที่กุมมือฉันบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ เพลิงศูรย์กำลังสูญเสียความเป็นตัวเองเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของนับกาล


นี่มันเรื่องอะไรกันนะ อะไรกันที่ทำให้ผู้ชายอย่างเพลิงศูรย์สูญเสียการควบคุมได้ขนาดนี้ เขาเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง แม้ในเรื่องหนักๆ เขาก็สามารถคอนโทรลมันได้ตลอด หากทว่าครั้งนี้ฉันกลับมองเห็นความอ่อนแอของเขาชัดมาก


เพลิงศูรย์เป็นอะไรไปนะ



 

“นายรู้จักกับหมอนั่นด้วยเหรอเพลิง” ฉันถามเมื่อเราสองคนเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นรวมเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ทุกคนในบ้านคงจะเข้านอนกันหมดแล้วล่ะ บรรยากาศในห้องนั่งเล่นถึงได้เงียบสงบเหลือเพียงฉันกับเขาแค่สองคนแบบนี้


“แล้วเธอล่ะ รู้จักมันด้วยหรือไง” เขาตอบคำถามฉันด้วยคำถาม


“ก็ไม่เชิงรู้จัก และไม่ได้อยากรู้จักด้วย” ฉันทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา สองขายกขึ้นไขว่ห้าง สองแขนยกขึ้นกอดอก สองตาจับจ้องร่างสูงตรงหน้าอย่างจับผิด “อย่ามาเบี่ยงประเด็นนะเพลิง ฉันถามนายอยู่ว่านายรู้จักไอ้บ้านับกาลนั่นด้วยเหรอ”


“เคยรู้จัก” เขาตอบแบบขอไปที


“เคย? หมายความว่าไง?” ฉันเซ้าซี้ถามต่อ เพลิงศูรย์ใช้สายตาเย็นๆ มองฉัน ถ้าเป็นคนอื่นคงกลัวหงอไปแล้ว แต่ขอโทษเถอะ มันใช้ไม่ได้ผลกับฉันหรอกนะ เพราะฉันไม่กลัวจ้ะ


“ไม่มีอะไรหรอก เธอกลับห้องไปได้แล้ว”


“นี่อย่ามาไล่ฉันนะ คิดจะปิดบังกันใช่มะ?” ฉันเม้มปากนิดๆ อย่างไม่พอใจ เพลิงศูรย์กับนับกาลกำลังทำต่อมเผือกฉันสั่นมาก! และฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าสองคนนี้รู้จักกันได้ยังไง และอะไรคือสิ่งที่ทำให้คนเย็นชาอย่างเพลิงศูรย์อ่อนไหวได้ขนาดนี้


“ไม่ได้ปิดบังอะไรทั้งนั้น มันไม่มีอะไรจริงๆ”


“เหรอ งั้นฉันคงต้องเริ่มสืบจากน้องสาวของหมอนั่นก่อนคนแรก” ฉันแกล้งหย่อนหินถามทาง และมันได้ผล เพลิงศูรย์หันขวับมาจ้องหน้าฉันทันที


หึ ดูออกง่ายขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย


“อย่าไปยุ่งกับเธอ”


“ใคร?” ฉันเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าใสซื่อสุดๆ เพลิงศูรย์เม้มปากนิดๆ สองคิ้วขมวดหน่อยๆ สีหน้าเคร่งเครียดทันตา


“ก็แค่เพื่อนสมัยเด็ก ฉันกับไอ้เวรนั่นเคยเป็นเพื่อนรักกันสมัยเด็ก ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ไม่จำเป็นต้องสืบ”


ในที่สุดเพลิงศูรย์ก็ยอมตอบคำถามฉัน นี่เขากลัวว่าฉันจะไปยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงคนนั้นมากเลยหรือไงนะ ทำไมต้องปกป้องเธอขนาดนี้ด้วย ยัยนั่นสำคัญกับเขามากเลยเหรอ สำคัญมากกว่าฉันหรือไง


อยู่ๆ ร่างกายฉันก็ร้อนวาบไปทั่วทั้งตัว หัวใจเต้นรัวบ้าคลั่ง มันร้อนรุ่มไปหมด ฉันรู้ว่าอาการเหล่านี้มันคืออะไร ฉันมักจะเป็นแบบนี้เสมอเมื่อมีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะไร้ความสำคัญ โรคขี้อิจฉาที่รักษาไม่หายของฉันมันกำเริบอีกแล้วน่ะสิ


หึ สำคัญมากงั้นเหรอ ยัยนั่นน่ะน่าสนุกดีนี่ ชักอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นซะแล้วสิ!



#Loading...51%


@คณะศิลปกรรมศาสตร์


“วันนี้เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันนะ เธอโอเคไหมเนี้ยฝัน”


“อืม ฉันโอเค”


เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาหญิงดังมาจากโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ถัดไปสองโต๊ะ บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบเพราะอยู่ในช่วงหัวค่ำของวันซึ่งนักศึกษาส่วนมากแยกย้ายกันกลับบ้านหมดแล้ว หากทว่ายังมีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกลุ่มของพวกเธอ


และคนคนนั้นก็คือ ฉันเอง


แว่นกันแดดสีชาถูกถอดออกพร้อมกับดวงตาคมเฉี่ยวจ้องมองไปทางนักศึกษาหญิงกลุ่มนั้น และเหมือนพวกเธอจะรู้ตัวว่าถูกมอง หนึ่งในนั้นเลื่อนสายตามาสบตากับฉันนิ่งๆ


เธอผู้เป็นเจ้าของใบหน้าสวยจัดตัดกับผมหน้าม้าสีดำตรงยาวสลวย แววตาเย็นชาคู่นั้นของเธอจ้องมาทางฉันนิ่งนาน


และใช่ เธอคือผู้หญิงที่ฉันกำลังตามหาตัวอยู่นับฝัน


ริมฝีปากสีสดบิดยิ้มนิดๆ ขณะยังคงสบตากับเธอคนนั้น สีหน้าและแววตาเย็นชาของเธอไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด สมกับคำร่ำลือที่หนุ่มๆ หลายคนขนานนามให้เธอว่าเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็ง


หึ ช่างน่าสนใจดีจริงๆ


ฉันละสายตาจากนับฝันมาที่หน้าจอโทรศัพท์แล้วกดส่งข้อความไปหาใครคนหนึ่งซึ่งเขาคืออีกคนที่ฉันตั้งใจมานั่งรอในวันนี้


 

หยาดฟ้า : ฉันนั่งรอนายอยู่หน้าคณะศิลปกรรมฯ นะเพลิง เดินมาหาหน่อยสิ


 

ข้อความถูกส่งไปเพียงครู่เดียวก็ถูกเปิดอ่าน เพลิงศูรย์ส่งข้อความกลับมาทันที


 

เพลิงศูรย์ : ไปทำอะไรที่นั่น ทำไมไม่มาหน้าคณะนิเทศฯ


 

ฉันยกยิ้มนิดๆ สองตาเลื่อนขึ้นมองผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง เธอไม่ได้จ้องฉันแล้ว แม้จะยังแอบลอบมองกันอยู่เป็นระยะๆ ก็ตาม


 

หยาดฟ้า : ก็เดินมาไกลแล้วมันเหนื่อยอ่ะ ขอนั่งรอที่นี่แล้วกันนะ คณะมันอยู่ข้างๆ กันหนิ นายเดินมาหาฉันเลยนะเพลิง ฉันรออยู่


 

อย่างที่ทุกคนได้อ่านนั่นแหละ เพลิงศูรย์ไม่ได้เรียนอยู่ที่คณะนี้ เขาเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ แต่เพราะสาเหตุบางอย่างฉันถึงจงใจมานั่งรอเขาหน้าคณะศิลปกรรมฯ แทน จึงไม่แปลกถ้าเขาจะแปลกใจ


 

สิบนาทีต่อมา


หลังจากส่งข้อความคุยกันไม่นาน ร่างสูงคุ้นตาปรากฏตัวขึ้นจากทางเดินของหน้าคณะนิเทศฯ เขามองมาทางฉันด้วยสีหน้านิ่งๆ ตามปกตินิสัย หากทว่าจังหวะที่เพลิงศูรย์กำลังเดินเข้ามาหาฉัน จู่ๆ เขาก็ชะงักไปพร้อมกับสายตาคมที่ละจากฉันไปทางใครอีกคนซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลกัน และเธอคนนั้นก็กำลังมองไปทางเขาเช่นกัน



ไม่ธรรมดาจริงๆ สินะ สายตาที่สองคนนั้นใช้มองกันมันไม่ธรรมดาเลยจริงๆมันมีความรู้สึกบางอย่างเชื่อมอยู่ในแววตาของพวกเขา ฉันสัมผัสถึงมันได้ ความผูกพันนั่น


เพลิงศูรย์กับนับฝันงั้นเหรอ น่าสนุกดีนี่


ฉันมองสองคนนั้นสลับกันก่อนจะหยิบแว่นมาสวมแล้วลุกขึ้นยืน เพลิงศูรย์ละสายตาจากนับฝันกลับมาหาฉัน เขาเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว ดวงตาคมดำมืดจ้องมาที่ฉัน หากเป็นคนอื่นคงจะหวาดกลัวจนถอยหลังหนีไปแล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน


“มาแล้วเหรอเพลิง ฉันนั่งพักจนหายเหนื่อยแล้วล่ะ” ฉันตรงเข้าไปควงแขนเพลิงศูรย์อย่างสนิทสนมซึ่งเขาไม่ได้ปัดป้องอะไร ทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้ฉันกอดแขนต่อไป ฉันปรายตามองนับฝันเล็กน้อย แววตาเย็นชาของเธอสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากยกยิ้มพึงพอใจก่อนจะพูดต่อ “เราไปกันเถอะ ฉันหิวจะแย่แล้วเนี้ย”


” เพลิงศูรย์มองฉันด้วยสายตาเย็นชาอย่างที่สุดแต่ก็ยอมทำตามโดยไม่พูดอะไร มันรู้สึกเจ็บนิดๆ เหมือนกันนะ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยมองฉันขนาดนี้เลย


แต่ไม่เป็นไร ฉันไม่แคร์อยู่แล้ว เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ฉันยอมทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!


ฉันไม่ยอมไร้ตัวตนสำหรับใครเด็ดขาดโดยเฉพาะเพลิงศูรย์ คนที่สำคัญสำหรับฉัน ฉันไม่ยอมเสียเขาให้ใครแน่ๆ ไม่มีวัน!





#Loading...75%


[บทบรรยาย นับกาล]


“ไง ยัยตัวแสบ เฮียแวะมารับไปหาม๊าด้วยกัน”


ผมทักทายน้องสาวด้วยน้ำเสียงรื่นเริงตามอารมณ์เริงรื่น เพราะคืนนี้ที่บ้านผมมีปาร์ตี้อีกแล้ว ป๊ากับม๊ากำลังเตรียมงานกันอยู่ที่บ้าน ผมเลยแวะมารับนับฝันที่คณะเพื่อกลับบ้านด้วยกัน


“เอ่อ สวัสดีค่ะเฮียกาล งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะฝัน” เพื่อนๆ นับฝันยกมือไหว้ผมก่อนจะหันไปร่ำลากันแล้วเดินจากไป ผมมองตามสาวๆ วัยตะมุตะมิด้วยหัวใจชุ่มช่ำพลางโบกมือลาหย็อยๆ ไปด้วย


“แหม เพื่อนแกนี่ตะมุตะมิทุกคนเลยนะยัยฝัน” ผมแซวยิ้มๆ ก่อนจะลากสายตากลับมาหาน้องสาวที่ยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมไม่ขยับเขยื้อนสักนิด ยัยนี่เข้าญาณอีกแล้วเหรอวะ? ผมยื่นมือไปส่ายขึ้นลงตรงหน้านับฝันเบาๆ “เป็นไรอ่ะ คนหล่อมารับสนใจกันหน่อยครับน้องสาว”


” ดวงตาคมเฉี่ยวแสนเย็นช๊าเย็นชาเลื่อนมามองผมนิดๆ วูบหนึ่งผมเห็นความเจ็บปวดเจืออยู่ในแววตาช่ำวาวคู่นั้น คล้ายกับเธอกำลังจะร้องไห้ นับฝันรีบละสายตาหนีแล้วลุกขึ้นยืน “เฮียไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันไปเอง”


“อ้าวเห้ย ทำไมอ่ะ ก็ไปพร้อมกันเลยดิ” ผมดึงแขนนับฝันอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ เธอหันมาจ้องหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะเบี่ยงสายตาไปอีกทาง ผมเลยมองตามสายตานั้นไป


อะไรวะ นั่นมัน


“ขอร้อง” นับฝันพูดแค่นั้นพร้อมกับดึงแขนออกแล้วเดินจากไปอีกทาง ผมมองตามร่างบางของน้องสาวเพียงคนเดียวด้วยหัวใจขุ่นมัวก่อนหันกลับไปมองต้นเหตุของความเจ็บปวดในแววตานับฝันอีกครั้ง


ทำไม ทำไมสองคนนั้นถึงมาอยู่ที่นี่?! ทำไมต้องมาอยู่ต่อหน้านับฝันด้วยวะ?!


 



[เห้ย! เอาจริงดิเฮีย? แต่นั่นมันผิดกฎนะเฮีย]


“ผิดกฎแล้วไง หน้าตากูเหมือนคนชอบทำตามกฎเหรอ?” ผมอัดควันสีขาวเข้าปอดแรงๆ ก่อนจะพูดต่อ “จะทำไม่ทำ พูด?”


[เฮ้อ เข้าใจแล้วๆ เดี๋ยวเปิดประตูให้ แต่แค่แปปเดียวนะเฮีย ถ้าถูกจับได้ผมโดนเฮียเพลิงเชือดคอแน่ๆ] ไอ้ไนซ์ทำเสียงลำบากใจใส่ พอได้ยืนชื่อไอ้เวรนั่น อารมณ์ผมแม่งก็ขึ้นทันที


“มึงกลัวไอ้เชี่ยนั่นมากกว่ากูงั้นสิ?”


ผมอัดควันเข้าปอดอีกรอบก่อนจะโยนมันทิ้งลงบนพื้นแล้วใช้ปลายเท้าบดขยี้แรงๆ ความจริงผมไม่ค่อยชอบสูบบุหรี่นะ ปกติไม่สูบเลยล่ะ ไม่อยากทำร้ายปอดตัวเอง เพราะการสูบไอ้สารนิโคตินพวกนี้เข้าไปมากๆ มันจะทำให้โทรมทั้งกายโทรมทั้งใจ แล้วผมมันเป็นพวกสุขนิยมแถมยังกลัวไม่หล่อ ส่วนมากจึงมักจะคว้ามาสูบเฉพาะเวลาเครียดๆ โดยเฉพาะตอนนี้ที่โคตรเครียดเลย


หลังจากวางสายไอ้ไนซ์ผมก็เดินออกจากบ้านแมดมาตามทางเดินของบ้านพักในโซน A บ้านแมดตั้งอยู่ในสุดของซอยนี้เพราะเป็นบ้านที่โคตรพ่อโคตรแม่วีไอพีที่สุด ส่วนบ้านวีไอพีอื่นๆ ก็ตั้งอยู่ในซอยเดียวกันนี่แหละ แต่ห่างกันพอสมควรเพราะต้องการให้บ้านแต่ละหลังมีความเป็นส่วนตัว และบ้านที่ผมกำลังจะเดินไปหานี้เป็นบ้านที่ตั้งอยู่หลังแรกของซอย


‘FAIRY HOUSE’


แกร๊ก


เมื่อผมเดินมาถึงหน้าประตูบ้านซึ่งมีป้ายชื่อขนาดกลางแขวนอยู่เหนือบานประตู เสียงปลดล๊อคจากด้านในก็ดังขึ้นอย่างรู้จังหวะพร้อมกับใบหน้าขาวๆ ของไอ้ไนซ์ที่โผล่ออกมาจากความมืดหลังประตู


“เข้ามาเร็วๆ ดิเฮีย จะยืนหล่ออีกนานมั้ย เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นหรอก”


ผมเดินเข้ามาภายในบ้านแฟรี่ บ้านพักนักศึกษาระดับวีไอพีเหมือนกับบ้านแมดของผม แต่ต่างกันตรงที่บ้านผมดูมีคลาสกว่า หรูกว่า และประธานบ้านหล่อกว่ามาก


“ชั้นห้าห้องริมสุดซ้ายมือ”


“เออ ดีมาก ฝากดูต้นทางให้ด้วย” ผมกำลังจะเดินไปที่ลิฟต์แต่ถูกไอ้ไนซ์คว้าแขนเอาไว้แล้วชี้ไปทางบันได


“บ้านผมดึกๆ มีแต่คนใช้ลิฟต์นะเฮีย ถ้าไม่อยากแจ็คพอตเจอคนยืนรอหน้าลิฟต์ล่ะก็ นู้นเลยครับ เชิญใช้บริการบันไดจะดีกว่า”


“ชั้นห้าเนี้ยนะไอ้เวร?” ผมขมวดคิ้วทวนคำ แค่คิดก็เหนื่อยแล้วว่ะ


“แล้วแต่นะ” ไอ้ไนซ์ทำหน้าอึนๆ ก่อนจะปล่อยแขนผม ผมมองหน้ามันสลับกับบันไดอย่างโคตรชังใจ เอาจริงๆ คือตอนอยู่บ้านแมดผมก็ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ นะ แต่นี่มันบ้านคนอื่นไง แถมยังแอบย่องเข้ามาอีก ก็แบบไม่อยากเดินโชว์ตัวโต้งๆ นี่หว่า


“เออๆ บันไดก็บันไดวะ” ผมขยี้ผมสีเทาควันบุหรี่ของตัวเองลวกๆ ก่อนจะก้าวเท้าไปทางบันได แต่เสียงไอ้ไนซ์ก็ยังดังตามหลังมาอีก


“ว่าแต่แน่ใจแล้วนะเฮีย”


“มึงถามกูรอบที่ร้อยแล้วนะไอ้ลำไย ถ้าไม่แน่ใจกูจะยอมโดดงานปาร์ตี้ที่บ้านมาไหม ถามใจมึงดูซิ?” ผมเหวี่ยงค้อนกลับไปหามันวงใหญ่ ไอ้นี่มันเงาะ ลองกอง ลำไยจริงๆ ถามวนไปวนมาอยู่นั่น


“ก็แหม แอบขึ้นห้องสาวดึกๆ แบบนี้มันแลจะโรคจิตนี่หว่า ไม่น่าใช่สไตล์เฮียนับกาลเล้ย”


“สไตล์กูมันเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เว้ย! โดยเฉพาะสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจจากยัยดาวจอมฉาวจอมฉกนั่น กูไม่มีวันปล่อยผ่านไปง่ายๆ เด็ดขาด!


เธอเปิดศึกผิดคนแล้วหยาดฟ้า คิดจะงาบว่าที่น้องเขยของฉันเหรอ งานนี้ได้เห็นดีกันแน่!


 ถึงผมจะเกลียดขี้หน้าไอ้เวรนั่นมาก แต่ถ้าน้องสาวผมปักใจรักมันขนาดนั้น ไม่ว่าใครก็ห้ามแย่งมันไปจากยัยนั่นเด็ดขาด!


น้องข้าใครอย่าแตะ ย้ากกกกกกก!


#TO BE CONTINUED



รักเรื่องนี้จิ้มเลย
v
v



TALK
แหม! เกือบจะดีเกือบจะหล่อตลอดอ่ะเฮีย แล้วก็ตกม้าตายตอนจบตลอด 555
ช่างเป็นพระเอกที่ทำลายมาดตัวเองได้ตลอดเวลาจริมๆ >.,<
EP หน้าพูดเลยว่ามี H+ บุกขึ้นห้องสาวขนาดนี้ ไม่หื่นจะไหวเหรอออ อ๊าง!
มาๆ คอมเม้นเยอะๆ แสดงตัวออกมาเลย ใครซุ่ม ใครเงา ออกมานะ!

เปิดโอน MAD TUSSLE


ส่งลงทะเบียน(สิ่งตีพิมพ์)  400 บาท

กรอกฟอร์มสั่งซื้อ


ขั้นตอนการสั่งซื้อ
โอนเงินเข้ามาที่ ธนาคารกสิกรไทย 
เลขที่บัญชี :: 748-2-64181-9
ชื่อบัญชี :: ชนานา ยิ้มเฉลย
สาขา :: เซ็นทรัลพระราม 3 ประเภท :: ออมทรัพย์
*กรอกข้อมูลอย่างละเอียดทุกช่องนะคะ*
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอุดหนุนกันนะคะ
สั่งซื้อ E-Book เฮียนับกาลได้แล้วนะคะ
คุ้มสุด!! ฟินสุด!! หื่นสุด!!
     


ฟางสุ่มเลขคอมเม้นแจกหนังสือหลังหมดโควต้าอัพนะคะ
ทุกคอมเม้นมีสิทธิ์ได้หนังสือเด้ออออ
ยังไงก็ฝากหนุ่มๆ เซ็ต MAD ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะ
กดติดตามและคอมเม้นมาเยอะๆ เน้อ รักเฮียกาลต้องเม้นนะ

ทวีต หรือ แฮชแทกคุยกันได้นะคะ ><



________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,657 ความคิดเห็น

  1. #399 1991may (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 18:37
    เขามีแต่เมียข้าใครอย่าแตะไม่ใช่หรอเฮียเอาๆรู้ว่ารักน้องมาก5555555
    #399
    0
  2. #397 devilrecords (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 18:04
    เฮียกาลถามจริงนี่เป็นห่วงน้องหรือหึงหวงหยาดฟ้ากันแน่ ลองถามใจดู
    #397
    0
  3. #384 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 09:48
    อารมณ์หวงน้เองเพราะยังไม่มีเมีย 
    #384
    0
  4. #380 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 00:27
    เฮียยยยยยยยย ถามใจตัวเองก่อนม๊าย
    #380
    0
  5. #379 Frongkanokpan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 22:10
    นับกาลคนรักน้อง
    #379
    0
  6. #378 . SmeenZp . (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 21:34
    ระหว่างรอเฮียคิมเปิดขายอีกรอบก็มาอ่านเฮียกาลรอให้กร๊าวใจเล่น ๆ
    #378
    0
  7. #377 PanatdaKotwong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 21:19
    อยากได้พี่เเบบนี้เว้ยย!5555
    #377
    0
  8. #376 mmmmmmintttttt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:47
    หยาดฟ้านิสัยไม่ดีอ่า เเต่ก็อยากอ่านอ่ะชอบ
    #376
    0
  9. #375 mmmmmmintttttt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:46
    สงสารนับฝันอ่ะ รออ่านเรื่องนี้ ^^
    #375
    0
  10. #374 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 13:54
    รอเฮียกาลลล
    #374
    0
  11. #373 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 13:54
    รอเฮียกาลลล
    #373
    0
  12. #372 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 13:54
    รอเฮียกาลลล
    #372
    0
  13. #371 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 13:54
    รอเฮียกาลลล
    #371
    0
  14. #370 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 13:54
    รอเฮียกาลลล
    #370
    0
  15. #369 Frongkanokpan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:36
    หยาดฟ้านิสัยไม่ดี เห้ออออออ
    #369
    0
  16. #366 0985496090 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 10:53
    เจิมคร้าา+
    #366
    0
  17. #365 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 08:39
    เลือกเปิดศึกผิดคนแล้วหยาดฟ้า
    แล้วจะได้รู้ว่าเธอคิดผิดอย่างมหันต์ หึหึ
    #365
    0
  18. #364 PuyzZMeekaeW (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 23:48
    สุดๆ ไปเลยคร้าาาาาา หยาดฟ้า
    #364
    0
  19. #363 1991may (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 00:25
    เอาเลยหยาดเจ้ของเผือกด้วยคน....คริคริ
    #363
    0
  20. #362 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 08:30
    ขอเตือนด้้วยความหวังดีนะหยาดฟ้า
    ถ้าไม่อยากเสียตัว เอ้ยเสียใจอย่ายุ่งกับน้องสาวเฮียดีกว่านะ
    #362
    0
  21. #361 Borutan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 14:46
    มีสบตา นับกาลแลดูเหมือนหมาตามตูดเจ้านาย
    #361
    0
  22. #360 หว๋าย.... (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 13:43
    เจิมๆๆๆ...
    #360
    0
  23. #359 1991may (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 01:50
    ทำร้ายจิตใจ!!
    #359
    0
  24. #358 Phapatsara (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 23:30
    ชอบโมเม้นขึ้นbtsครั้งแรก55555
    #358
    0
  25. #357 fahnatee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 21:38
    ปากเหรอนั่น 55555
    #357
    0