นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF Gintama : If You Stay By My Side [TakaGin]

โดย _WhiteWinter_

“ตอนนี้ฉันน่ะคิดว่าไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือว่าตายไป ถ้ามีนายอยู่ข้างๆแล้วล่ะก็...มันก็คงไม่เลวร้ายนักหรอก”

ยอดวิวรวม

607

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


607

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


46
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 พ.ย. 61 / 00:26 น.
นิยาย SF Gintama : If You Stay By My Side [TakaGin]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ย. 61 / 00:26





Title : If You Stay By My Side

Pairing : Takasugi Shinsuke x Sakata Gintoki

Rating: PG-15

Author : _WhiteWinter_

Summary : “ตอนนี้ฉันน่ะคิดว่าไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือว่าตายไป ถ้ามีนายอยู่ข้างๆแล้วล่ะก็...มันก็คงไม่เลวร้ายนักหรอก”

Note : มีการสปอยล์เนื้อหาอนิเมะช่วงตอนที่ 365










          ผลึกหัวใจของชายที่น่าสะพรึงกลัว ผู้เป็นดั่งปีศาจที่หวังทำลายโลกและในขณะเดียวกันก็เป็นของชายคนสำคัญ ผู้ที่เป็นอาจารย์สอนให้เขารู้จักการใช้ชีวิตนั้นเปล่งประกายแสงสีแดงทับทิมสะท้อนเข้าสู่ดวงตาสีเดียวกัน


          กินโทกินั่งเท้าคางเหม่อมองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างเลือนลอยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์บนท้องฟ้า เสียงของคลื่นทะเลและสายลมเย็นในยามค่ำคืนที่พัดผ่านกายนั้นไม่สามารถปัดความว้าวุ่นในใจออกไปได้เลย ความรู้สึกมากมายผสมปนเปกันจนยากจะแยกออกว่าคืออะไร จนตอนนี้เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คิดจะทำมันถูกต้องจริงๆหรือเปล่า



          สิ่งที่เขาคิดจะทำมันอาจจะนำมาซึ่งจุดจบของโลกอีกครั้งก็ได้



          แล้วเจ้าพวกนั้นที่เคยช่วยเหลือโลกมาด้วยกันจะคิดยังไง จะพยายามห้ามเขาและจะกลายมาเป็นศัตรูที่หันคมดาบเข้าหากันหรือเปล่า?


          กินโทกิไม่สนใจหรอกถ้าหากว่าเขาต้องกลายเป็นศัตรูของคนทั้งโลก



          แต่มีแค่เจ้าพวกนั้น...มีแค่เจ้าพวกนั้นที่เขาไม่อยากให้กลายมาเป็นศัตรู



          “อา...คิดมากไปจนอยากกินของหวานเลยแฮะ อยากกินพาเฟต์ อยากกินนมสตอเบอร์รี่ อยากกินเค้ก อยากกินดังโงะ”



          อยากกินของหวานกับเจ้าพวกนั้น



          อยู่ๆภาพของเด็กสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงกับเด็กหนุ่มที่สวมแว่นตาในชุดฮากามะสีฟ้าขาวก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เปล่งประกายสดใส ใบหน้าอ่อนเยาว์ของทั้งคู่คลี่ยิ้มกว้างอย่างแสนจะกวนประสาทแต่กลับทำให้ริมฝีปากของคนมองอย่างเขาตวัดเป็นรอยยิ้มตามอย่างอดไม่ได้



           วันเวลาเหล่านั้นในร้านสารพัดรับจ้างที่แสนจะไร้สาระและดำเนินไปอย่างไร้แก่นสารใดๆ วันเวลาที่แสนจะล้ำค่าเหลือเกินสำหรับเขา



          “นายก็รู้ว่านายไม่จำเป็นต้องทำก็ได้” เสียงทุ้มดังมาจากชายอีกคนที่ก้าวเข้ามาหาเขาจากด้านหลังก่อนจะก้าวมาหยุดอยู่ข้างกัน ผิวของอีกฝ่ายดูซีดจางจนน่ากลัวภายใต้แสงจันทร์และที่ขอบตาทั้งสองข้างก็ประดับรอยดำคล้ำ



          ราวกับคนที่ใกล้จะตาย



          “ฉันไม่ปล่อยให้ไอ้คนที่ดูเหมือนกับเป็นซอมบี้จากหนังเกรดดีแบบนายจัดการเรื่องยากๆแบบนี้คนเดียวแน่ๆ ไม่สิ ฉันไม่ไว้ใจให้นายทำอ่ะ หน้านายหยั่งกับคนที่พร้อมจะล้มลงนอนตลอดเวลา เกิดไปล้มวูบหลับระหว่างบุกไปหาเจ้าพวกนั้นทุกอย่างได้จบสิ้นกันพอดี กินทามะได้อวสานแบบที่คนดูต้องหาว่าตัดจบแบบปาหมอนแหงๆ เอ๊ะ หรือเราจะตัดจบแบบเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝันของเจ้าชินปาจิดีนะ”


          “บ้านแกสิ ทำแบบนั้นคนดูได้บุกไปเผาบ้านคนเขียนแน่ๆ แต่ถ้าอยากจะให้มันตัดจบนัก เดี๋ยวฉันจะตัดจบชีวิตแกให้ตรงนี้ก่อนเลยก็ได้นะ” มือเลื่อนไปที่ดาบข้างเอวเตรียมพร้อมทำตามคำพูดเต็มที่


          “เฮ้ยๆ ไอ้คนที่จะโดนตัดจบชีวิตนะมันนายชัดๆ ขอบตานี่ดำยิ่งกว่าแพนด้าเสียอีก ทำไมไม่ทำตัวดีๆหลบหลังฉากไปใช้ชีวิตสงบๆรอฉันสร้างตอนจบแบบอลังการงานสร้างซะล่ะ”


          “หึ ไม่เอาด้วยล่ะ ฉันไม่เชื่อใจไอ้คนที่ทำตัวเหมือนลืมสมองไว้ในท้องแม่แบบแกหรอก”


           “เฮ้ย! แกว่าใครไร้สมองฟะ! จะเอางั้นหรอก! จะเอางั้นสินะ!” ชายแขนเสื้อถูกดึงรั้งขึ้นมาที่ต้นแขนด้วยท่าทีพร้อมจะต่อยตี


           “กินโทกิ การบุกไปครั้งนี้อาจจะเป็นเหมือนกับการฆ่าตัวตาย นายน่ะไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ นายน่ะ...” มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมดวงตาข้างซ้าย ความรู้สึกปวดร้าวปะทุขึ้นอย่างน่าประหลาด



           ภาพใบหน้าด้านข้างและหยาดน้ำที่หยดลงมาจากดวงตาสีทับทิมคู่นั้นยังคงแผดเผาติดตรึงอยู่ในดวงตาข้างซ้ายข้างนี้



           “...นายต้องแบกรับเรื่องนี้มามากพอแล้ว”



           ดวงตาสีทับทิมมองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายก่อนจะหันกลับไปจ้องมองดวงจันทร์เช่นเดียวกับที่อีกคนทำ



           “อย่างที่บอกนั่นแหละ ฉันไม่เชื่อใจให้นายทำคนเดียวหรอก เคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไงตอนที่พวกเราสู้กับโอโบโระว่าจะปกป้องหรือฆ่านายให้ตายน่ะ มันก็เป็นหน้าที่ของฉัน อย่าหวังจะได้ตายแบบเท่ๆด้วยดาบของพวกนาราคุเพื่อเรียกคะแนนนิยมเชียว อย่างนายน่ะตายด้วยดาบไม้โง่ๆของฉันก็พอแล้วเฟ้ย” กินโทกิยกมือขึ้นขยี้ผมอย่างงุ่นง่าน


           “แล้วก็นะ จะว่าไงดีล่ะ” ดวงตาที่ดูคล้ายกับปลาตายเหลือบมองหน้าอีกฝ่ายเพียงแวบเดียวก่อนจะเสหลบไปด้านอื่น



           “ฉันไม่ปล่อยให้นายทำเท่แล้วตายไปคนเดียวหรอกนะ”



           ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างก่อนจะเหลือบมองคนข้างกายแล้วก็ต้องคลี่ยิ้มบางๆกับใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำของคนที่พยายามทำเป็นเสมองไปทางอื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย


           “เมื่อกี้คือซีนบอกรักงั้นเหรอ?”


           “ไม่ใช่เฟ้ย! ใครจะไปบอกรักเจ้างั่งแบบนายกัน! ไม่สิ ใครเขาหลงรักนายกันฟะเจ้าบ้านี่!”

           

           ทาคาสุงิเพียงแค่หัวเราะในลำคอเสียงแผ่วให้กับเสียงโวยวายและใบหน้าที่ไม่พอใจของคนข้างกาย


          “รู้ไหมกินโทกิ การที่ได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายมันก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน เพราะรู้ว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ถึงทำให้รู้สึกกล้าที่จะทำอะไรที่ไม่เคยกล้าทำมาก่อน อย่างเรื่องที่ไม่เคยคิดจะพูดก็รู้สึกว่าถ้าเป็นตอนนี้ก็คงพูดออกไปได้”


          เจ้าตัวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสบายๆโดยที่ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวนั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงจันทร์ซึ่งกำลังส่องแสงอย่างนุ่มนวลบนท้องฟ้า

          

           “ตอนนี้ฉันน่ะคิดว่าไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือว่าตายไป ถ้ามีนายอยู่ข้างๆแล้วล่ะก็...มันก็คงไม่เลวร้ายนักหรอก”



           ใบหน้าคมคายหันกลับมาหาคนข้างกายก่อนริมฝีปากจะเอ่ยถ้อยคำหนึ่งออกมา



          “ฉันรักนาย”



          เสียงที่เปล่งออกมานั้นไม่ได้ดังไปกว่าเสียงที่ใช้พูดคุยในยามปกติแต่กลับหนักแน่นและมั่นคง ทิ้งความรู้สึกวูบวาบคล้ายกับหวาดหวั่นในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งปลอดโปร่งไว้ในอก ดวงตาสีเขียวมรกตสะท้อนแต่เพียงแค่ภาพใบหน้าของคนข้างกาย



          สะท้อนแค่เพียงแต่ภาพของคนๆเดียว ไม่ว่าจะเมื่อก่อน ตอนนี้ หรือแม้แต่อนาคตต่อจากนี้ก็ตาม



         อยู่ๆเสียงคลื่นของทะเลก็ฟังดูห่างไกลออกไปจนเงียบหาย ทุกความคิดที่อยู่ในหัวเลือนหายไปราวกับไม่เคยถูกนึกถึง มีเพียงแค่ดวงตาสีเขียวมรกตที่ปรากฏชัดเจนในความคิดและสายตา กินโทกิไม่สามารถละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้ ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายเต้นเป็นจังหวะที่ผิดไปจากเดิมและเต้นเร็วขึ้นจนแก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าว



          ขี้โกง


          อยู่ๆก็พูดออกมาด้วยใบหน้าจริงจังแบบนั้น แล้วเขาจะกล้าเล่นมุกเปลี่ยนเรื่องได้ยังไง



          “ฉัน...ฉันไม่ให้คำตอบหรอกนะเฟ้ย! ถ้าอยากได้คำตอบก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงตอนที่ช่วยโชโยได้แล้ว ตอนนั้นฉันถึงจะให้คำตอบ” พูดจบเจ้าตัวก็เบือนหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำหนีไปด้านอื่น ดูราวกับเด็กสาวซึนเดเระที่ถูกสารภาพรักไม่มีผิด


           “เฮ้ย ทำตัวแบบนี้มันน่าหยะแหยงนะ”


           “ว่าไงนะแก! นั่นคือคำพูดที่ควรใช้กับคนที่ตัวเองพึ่งสารภาพรักเรอะ!”


           เข้าซีนโรแมนติคได้ไม่ถึงสิบนาทีแกจะดึงเข้าซีนทะเลาะผิดใจเลยไม่ได้นะเว้ย!


           “อะไร อยากให้ชมว่าน่ารักหรือไง” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


           “อุ๊ หยะแหยงอ่ะ” กินโทกิทำสีหน้าพะอืดพะอมใส่อีกฝ่าย


           “เห็นไหมล่ะ” ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มกับสีหน้าประหลาดของอีกฝ่าย “อยู่ให้ถึงตอนที่ช่วยอาจารย์ได้แล้วงั้นเหรอ หมายถึงว่าห้ามตายก่อนหน้านั้นงั้นสิ ทั้งต้องตายด้วยดาบไม้ของนาย ทั้งห้ามตายก่อนหน้านั้น ยังไม่ทันเป็นแฟนกันก็สั่งนู่นสั่งนี่แล้วหรือไง”


           “หนวกหูเฟ้ย” หน้าไม่อาย! กล้าพูดคำว่าแฟนได้เต็มปากเต็มคำเลยเรอะ!


           “กินโทกิ”


           “อะ...อะไร”


           รอยยิ้มกว้างบนริมฝีปากได้รูปขับให้ใบหน้าคมคายที่ซีดเซียวของอีกฝ่ายดูมีชีวิตชีวานั้นเคลื่อนเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า ใกล้เข้ามาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นรดข้างแก้มตัดกับสายลมเย็นที่พัดผ่านกาย


           ดวงตาต่างสีจ้องมองกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา พวกเขาเพียงแค่ปล่อยให้ช่องว่างและระยะห่างลดลงไปเรื่อยๆ ก่อนดวงตาสีทับทิมก็ปิดลงรับสัมผัสที่ถูกประทับเข้าที่ริมฝีปาก


           ริมฝีปากของทาคาสุงิแห้งแตกและเย็นกว่าที่คิด ให้ตายสิ ไม่คิดจะทาลิปมันเลยหรือไง ดูปากของคุณกินเป็นตัวอย่างบ้างสิ ทั้งนุ่ม อวบอิ่ม แล้วก็ชุ่มชื่นสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะ ต้องขอบคุณยัยหมวยแหละนะที่ซื้อลิปมันมาติดบ้าน เขาเลยต้องใช้ด้วยเพราะจะได้คุ้มเงิน ลิปบ้าอะไรแท่งนิดเดียวราคาตั้งแพง


           และก็ราวกับอีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังฟุ้งซ่านคิดเรื่องอื่น ลิ้นร้อนจึงถูกสอดเข้ามาในโพรงปากที่เผยเปิดเพราะกำลังเหม่อลอย เรียวลิ้นกวาดตวัดลิ้มรสอีกฝ่าย รับรสชาติหวานของขนมที่เจ้าตัวฟาดไปเมื่อตอนเย็นผสมกับรสหวามขมและร้อนผ่าวของสาเกที่ลูกน้องเขายกมาให้ดื่ม


           ทาคาสุงิจูบอย่างดูดดื่มและเนิ่นนานราวกับต้องการทดแทนตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาจนโดนอีกฝ่ายตบเข้าที่บ่าด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เขาไหล่หลุดนั่นแหละเขาถึงได้หยุดแล้วผละออก



           ก่อนที่เขาประกบจูบใหม่อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง


           


          






          

---------------------------------------------------------------------------


ตัวคนเขียนพึ่งว่างมานั่งไล่ดู SS9-10 ที่ดองไว้ เนื้อเรื่องเข้มข้นจนนึกว่าเปิดอนิเมะผิดเรื่องเลยค่ะ พอดูจบแล้วก็รู้สึกอยากเขียนช่วงเวลาที่สองคนนี้อยู่บนเรือคุยเรื่องอนาคตต่อจากนี้ อันที่จริงชอบคู่HijiGinมากนะ แต่ก็ชอบคู่นี้พอกัน แถมตอนนี้ทาคาสุงิยังเหมือนโดนปักเดธแฟล็กอีก เลยอยากเขียนถึงเฮียแกก่อนโดนกอลิล่านักเขียนตัดจบชีวิต(ฮา)


เขียนไปโดยตั้งอยู่บนความปากแข็งและปากเสียของทั้งคู่ค่ะ จะหวานมันก็หวานไม่สุดอ่ะ


เขียนโดยคิดว่าถ้าสมมุติว่าทาคาสุงิตกหลุมรักคุณกินมาตลอดหลายปีตั้งแต่ตอนที่ยังเด็ก(ก็ชอบถึงขั้นที่บุกไปหาเขาเพื่อประลองดาบทุกวัน แถมยังตั้งใจจะแค่เป็นซามูไรที่เก่งกว่าคุณกินก็พอ ไม่เรียกตกหลุมรักจะเรียกอะไรค่ะ!) จนปัจจุบันแต่ไม่พูดออกไปเพราะความที่สนิทกันและปากแข็งแล้วล่ะก็ ท้ายที่สุดถ้ารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายเขาก็คงเลือกบอกรักแหละค่ะ อารมณ์แบบไหนๆก็ไหนๆแหละไรงี้ จะได้ไม่เสียใจทีหลังด้วย


คู่นี้เป็นคู่ที่ฟิคน้อยจนต้องผลิตอ่านเองเลยง่ะ เศร้าใจจริงค่ะ(ฮา)






ผลงานอื่นๆ ของ _WhiteWinter_

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:38

    กรี๊ดดดดดดด เพิ่งกลับมาบ้านกินทามะอีกครั้งหลังจากไม่ได้ตามซะนาน

    ชอบคู่นี้มากๆ เลย เป็นแม่ยก Allกิน แต่หลักๆ ที่ชอบที่สุดก็ ทาคากิน กับ อุทซึโระกิน (คู่นี้บาปหนัก 555+)

    ไรท์แต่งดีมาก ภาษาสวย คงความเป็นคาแรกเตอร์ได้ดี แต่ก็มีฉากหวานๆ ให้ฟิน

    ฟินฉากเดียวกันเลยที่ทาคาเห็นคุณกินร้องไห้ก่อนบอด แล้วก็ช่วงหลังๆ สองคนนี้ก็เดินทางไปเจอกันตรงตามหาหัวใจอาจารย์อีก 555

    มีฉากให้จิ้นเยอะเลยทีเดียว (หาเอาจากออริก็ได้ ไม่มีใครแต่งให้อ่านนนน)

    คู่นี้หาอ่านยาก ฟิคก็น้อย โดก็ไม่ค่อยเยอะเท่าคู่ฮิจิกิน ช้ำ ไรท์แต่งดี อยากให้แต่งเรื่องยาว

    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆ ให้อ่านค่าาาาา

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #4
    0
  2. #3 wang nai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:31
    น่าร้ากกกกกก
    #3
    0
  3. วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:16

    ขอบคุณที่เเต่งครับบ//คู่หาอ่านได้น้อยจิงๆ

    #2
    0
  4. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 23:56
    ชอบมากเลยค่ะ ชอบคู่นี้มากๆ ;-;
    แถมคาแรคเตอร์ตรงกับในอนิเมะด้วย ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ ;-;
    #1
    1
    • 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:14
      ทางนี้ก็ขอบคุณมากๆเลยสำหรับคอมเม้นต์นะคะ นึกว่าจะไม่มีคนอ่านไม่มีคนคอมเม้นต์ซะอีก(ฮา)
      #1-1