คัดลอกลิงก์เเล้ว

Mission (im)possible [Naruto Fanfiction]

เมื่อทีมสายลับสุดเท่ห์แห่งองค์กรโคโนฮะประสบปัญหาใหญ่ยักษ์ เมื่อทีมที่เคยมีแต่ชายฉกรรจ์จะต้องผันมากลายเป็นฮาเร็มชาย เหล่าเทพบุตรทีมเจ็ดจะทำอย่างไร ในเมื่อภารกิจก็ต้องทำ หัวใจก็ก็ต้องระวังไม่ให้ไปตกหลุมรักเธอ งานนี้ระหว่างภารกิจกับหัวใจ อะไรจะล่มก่อนกัน

ยอดวิวรวม

377

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


377

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.พ. 62 / 16:58 น.
นิยาย Mission (im)possible [Naruto Fanfiction] Mission (im)possible [Naruto Fanfiction] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคสั้นจากผ้านวมนุ่มนิ่ม ว่าด้วยเรื่องของสายลับทีมเจ็ด ทีมเทพบุตรสุดหล่อ เท่ห์ สมาร์ท ขวัญใจเหล่าสาวๆองค์กรโคโนฮะ ที่ทั้งชีวิตไม่เคยร้วมงานกับหญิงสาวคนไหน ต้องจำใจรับสมาชิกทีมพิ่มอีกหนึ่ง แถมยังเป็นหญิงสาวหน้าจาน่ารักที่พ่วงความโหดมาเต็มกระบุงอีกต่างหาก งานนี้หัวใจใครหัวใจมันละนะ
.
.
.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.พ. 62 / 16:58


Mission (im)possible

Author : ผ้านวมนุ่มนิ่ม

Pairing : Team 7 x Sakura ( NaruSaku, SaiSaku, SasuSaku )

Au : Spy

Rate : สบายๆ ไม่มีnc ไม่มีคู่ที่แน่นอน(รึเปล่าเอาเป็นว่าแล้วแต่จะคิด

คำเตือน : ฟิคนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อหาของการ์ตูนเรื่องนารูโตะทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน






Enjoy..

.

.

.

.



ว่าไงนะคะ!!”


เสียงหวานที่หวีดร้องอย่างตกใจดึงชายหนุ่มสามคนที่นั่งสัปหงกอยู่บนโซฟาหรูสะดุ้งตื่นจากความฝัน


เสียงอะไรวะชายหนุ่มผมทอง ผิวสีแทนร้องถาม เสื้อสูทสีดำที่ถูกสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดยับยู่อย่างไม่ตั้งใจ ดวงตาสีฟ้าที่หรี่ลงเพื่อปรับโฟกัสหลังจาหลบอยู่ใต้เปลือกตามานานเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาแก้มที่มีแผลเป็นรูปหนวดแมวอย่างสงสัย


ผมจะไปรู้ไหมครับ ก็อยู่ตรงนี้ด้วยกันหมดชายอีกคนที่นั่งข้างเขาตอบกลับ ผิวสีซีดที่ทูกปิดด้วยสูทเนี้ยบสีดำเข้ากับดวงตาและสีผม มุมปากที่ยกขึ้นมาตลอดเวลาจนแทบบอกไม้ได้ว่าเขากำลังยิ้มเพราะมีความสุขตลอดหรือกำลังสนุกที่ได้แกล้งคนข้างๆเอ่ยคำพูดที่ทำเอาคนข้างตัวฉุนกึ้ก


หน็อย เจ้าบ้า-”


หุบปากน่า


เสียงที่สามเอ่ยขัดด้วยความรำคาญ นิ้วยาวกำลังถูนวดดวงตาสีนิลคู่กับสีผมทรงเป็ด(?)ด้วยความอ่อนล้า บ่งบอกว่าเขาไม่สบอารมณ์อย่างหนักที่ถูกปลุกขึ้นมา เขาสวมเพียงเชิ้ตสีขาว ข้างตัวมีชุดสูทสีดำพาดอยู่ที่ที่วางแขนของโซฟา


เพราะน้ำเสียงขุ่นๆของชายคนที่สาม คู่กรณีทั้งสองจึงทำได้เพียงจ้องหน้ากันด้วยสายตาเคียดแค้นเบาๆ


นารูโตะซาอิซาสึเกะ!


บุคคลที่สี่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู เขามีรอยยิ้มพร่างพรายอยู่บนใบหน้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยกลบรอยแผลเป็นที่พาดยาวอยู่บนดั้งให้น่ากลัวน้อยลงได้เลย


หวัดดีฮะอิรุกะเซนเซย์!” ชายหนุ่มผมเหลืองนามนารูโตะทักเสียงใสก่อนวิ่งเข้าไปออเซาะอาจารย์ที่รักอย่างคิดถึง “คิดถึงเซนเซย์จังเยยยย


ทำตัวให้สมวัยหน่อยสินารูโตะ ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะอิรุกะเอ็ดก่อนดันตัวลูกศิษย์ที่โตแต่ตัวออกห่าง แต่เจ้าของดวงตาสีฟ้ายังคงโอบรัดอาจารย์สุดที่รักราวกับปลาหมึก จนสุดท้ายคนที่อาวุโสกว่าจึงจำต้องยอมปล่อยไป


เซนเซย์มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ” ซาอิตั้งคำถาม รอยยิ้มยกขึ้นอย่างยินดีเมื่อได้เจออาจารย์ที่ห่างหายไปนาน “อุตส่าห์ถ่อมาถึงนี่ ผมว่าคงเป็นเรื่องสำคัญ


ใช่อิรุกะตอบ เขาดันนารูโตะออกก่อนกวาดตามองทั้งสามที่โตขึ้นอย่างถนัดตา เขานึกดีใจอย่างมากที่ตัวเองได้รับหน้าที่จากหน่วยกลางให้มาแจ้งข่าวสำคัญให้กับลูกศิษย์ของตนทั้งสาม


เรื่องอะไรเหรอครับซาสึเกะถามด้วยน้ำเสียงสงสัย อิรุกะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกแปลกใจที่เห็นเจ้าลูกศิษย์หัวเป็ดหน้าตายมีความรู้สึกสงสัยกับคนอื่นเขาด้วย สงสัยเขาจะห่างหายจากเจ้าพวกนี้ไปนานจริงๆ


อิรุกะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่อาจจะดูใจดีในสายตาหลายๆคน แต่สำหรับสามหนุ่มที่รู้จักมักจี่กับบุรุษหน้าใสใจโหดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาจารย์ของพวกเขามานานถึงกับต้องลงความเห็นกันว่าเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก สามหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย พวกเขารู้สึกถึงความวุ่นวายลางๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่คนตรงหน้าเอ่ยประโยคถัดไป


คือว่าวันนี้...ทีมของพวกเธอจะมีสมาชิกใหม่น่ะ


อิรุกะยิ้มราวกับคำพูดนั้นเป็นประโยคทักทายทั่วไป แต่นั่นยังไม่ได้ทำให้พวกเขาตกใจได้เท่ากับ...


อ้อแล้วเธอก็เป็นผู้หญิงด้วยนะ


เซ้นส์ของพวกเขาไม่เคยผิดพลาดเลยจริงๆ....



•••



นารูโตะ แทบจะรู้สึกหายง่วงไปในพริบตา หลังจากที่เขาได้รับรู้ว่าทีมเจ็ดของพวกเขาจะมีสมาชิกหญิงมาเพิ่ม


ก่อนอื่นต้องท้าวความถึงทีมของพวกเขาก่อน...


ทีมเจ็ดของพวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มย่อยขององค์กรโคโนฮะ ที่ก่อตั้งและดูแลควบคุมโดยฮาชิรามะ เซ็นจูกับเพื่อนของเขา มาดาระ อุจิฮะ ซึ่งองค์กรโคโนฮะจะมีเป้าหมายในการแทรกซึมไปยังกลุ่มคนนอกกฎหมายต่างๆเพื่อทำในสิ่งที่เหล่าเอฟบีไอหรือตำรวจสากลทำไม่ได้


ในองค์กรนี้จะแบ่งเจ้าหน้าที่เป็นหลายระดับตามการฝึกฝนของพวกเขา ซึ่งระดับสูงสุดของเจ้าหน้าที่ภาคสนามจะต้องมาจับกลุ่มรวมกันเป็นทีม เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่จริงตามคำสั่ง


ซึ่งในบรรดารุ่นต่างๆที่จบไป เจ้าหน้าที่และอาจารย์ผู้ฝึกสอนของพวกเขามักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าถามถึงรุ่นที่มีความสามารถมากที่สุด ก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นรุ่นของพวกเขา เพราะเหล่าเพื่อนๆของเขาแต่ละคน พอแยกทีมไป ก็แทบจะไม่เคยได้ยินเลยว่าจะมีทีมไหนที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ ทั้งทีมอิโนะชิกะโจ หรือทีมไก ทุกคนต่างมีชื่อเสียงและได้รับการยกย่องจากหลายๆคนเสมอ แต่ถ้าถามถึงทีมที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นตำนานของรุ่นมากที่สุด ทุกเสียงจะลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันเสมอว่า..


...คือทีมเจ็ดของเขานั่นเอง


หล่อ เก่ง ฉลาดคือคำนิยามสั้นๆให้กับสมาชิกทีมเจ็ด ทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดแม้สมาชิกในทีมจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ ที่ประกอบด้วยหนุ่มหน้าตาดีมีมันสมองกับสองมือที่เก่งกาจ ซาอิซาซึเกะ อุจิฮะนารูโตะ อุซึมากิ และอาจารย์ที่ควบตำแหน่งปรึกษาทีมอีกสองคนของเขาที่หน้าตาดีไม่แพ้ลูกศิษย์


ทีมที่ไม่เคยทำให้ท่านฮาชิรามะและท่านมาดาระผิดหวัง ได้รับการยกย่องจากหน่วยต่างๆเสมอ ทั้งหน้าตาที่ดีเลิศราวรูปปั้นของไมเคิล แองเจลโลประกอบกับนิสัยเอื้ออาทร โอบอ้อมอารี และการทำอะไรที่ไม่ค่อยหวังผล ทำให้พวกเขาได้รับการขนานนามเสมอว่าเป็นเทพบุตรในคราบมนุษย์


แต่ตอนนี้คงใช้คำว่าเทพบุตรไม่ได้แล้วล่ะ...ก็เพราะจู่ๆท่านฮาชิรามะก็จับเด็กสาวที่พวกเขาไม่เคยจะรู้จักยัดเข้ามาในทีมน่ะสิ


โย่ว


เสียงร่าเริงเอ่ยทักทายสามร่างกับอีกหนึ่งอาจารย์ที่เดินเข้าไปในห้องประชุม เส้นผมสีเงินของหนึ่งในที่ปรึกษาทีมคือสิ่งแรกที่พวกเขาเห็น หน้ากากสีดำปิดบริเวณครึ่งล่างของใบหน้าหล่อเหลาที่แม้แต่คนในทีมก็ยังไม่เคยเห็น


สวัสดีครับครูคาคาชิซาอิทักกลับ


ไม่ทักฉันด้วยเหรอ


น้ำเสียงง้องอนเอ่ยอย่างน้อยใจ ชายผมดำที่ใบหน้าซีกขวามีรอยแผลเป็น ส่วนซีกซ้ายมีผ้าคาดตาอยู่ฉีกยิ้มอย่างเหงาหงอย


อย่างอแงน่าโอบิโตะซาซึเกะติเบาๆ


ใช่ สองคนนี้คือ คาคาชิ ฮาตาเกะและอุจิฮะ โอบิโตะ สองคู่หูผู้เก่งกาจ ยอดฝีมือที่หาตัวจับยากของโคโนฮะ มือซ้ายและขวาอย่างลับๆของมินาโตะ นามิคาเสะ ผู้เป็นพ่อแท้ๆของนารูโตะและผู้บังคับบัญชากรมทหารบก


ฉันมีศักดิ์เป็นอานายเลยน้า ซาสึเกะโอบิโตะเอ่ยอย่างตัดพ้อ “พูดดีๆกับอาคนนี้หน่อยจะเป็นไรไป


มีอาแบบนี้ ฉันไม่ขอนับญาติด้วยดีกว่าซาสึเกะกอดอกพร้อมยกมุมปากเย้ยหยัน ทำเอาคนที่อายุมากกว่าถึงกับรู้สึกร้อนที่หัว โอบิโตะก้าวเข้ามาหาซาสึเกะก่อนล็อกคอและยีหัวหลานชายที่รักเป็นการลงโทษ


ช่างเป็นภาพชินตาสำหรับนารูโตะเหลือเกิน


พอเถอะจ้ะ โอบิโตะ


เสียงหวานที่ชายหนุ่มทั้งหลายได้ยินแล้วต้องสะดุ้งเอ่ย


นารูโตะหันไปทางต้นเสียง เขาเห็นหญิงสาวผมน้ำตาลในสูทกระโปรงเนี้ยบ ข้างแก้มมีปานสีม่วงลากยาวถึงคาง ดวงตาสีน้ำตาลทอประกายสดใส


ครูริน สวัสดีครับซาอิทัก นารูโตะฉีกยิ้ม


วันนี้ครูเก่าๆมาที่นี่เยอะแยะเลยน้า...’


วันนี้เซนเซย์คนสวยมาทำอะไรที่นี่เหรอครับนารูโตะแกล้งหยอดขนมจีบ ทำเอาโอบิโตะและคาคาชิ ผู้หวงแหนเพื่อนรักยิ่งกว่าไข่ในหินหันมามองหนุ่มผมทองตาขวาง...สงสัยจะเป็นยิ่งกว่าเพื่อนรัก


รินหัวเราะน้อยๆ ก่อนเลื่อนมือไปจับที่เก้าอี้พนักสูงตัวหนึ่งที่หันหลังให้พวกเขาอยู่


ซากุระจ๊ะ หันมาทักทายเพื่อนร่วมทีมหน่อยสิ


แว๊บแรกนารูโตะคิดว่ารินหันไปพูดคนเดียว แต่เมื่อเก้าอี้ประชุมตรงหน้าพวกเขากลับหลังหันมา ร่างอ้อนแอ้นฉบับเด็กสาวก็ปรากฏให้เห็นเป็นประจักษ์ตา


ผมสีชมพูประบ่า ดวงตาสีเขียวกลมโตแฝงแววไม่พอใจ ผิวขาวอมชมพูเนียน ริมฝีปากอิ่มเบ้ลง 


น่ารักคือคำแรกที่ผุดขึ้นในหัวนารูโตะ ‘ขนาดอารมณ์ไม่ดียังน่ารัก...’


นี่คือซากุระ ฮารุโนะคาคาชิพูด “สมาชิกคนใหม่ของทีมเจ็ด


เด็กสาวขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์นัก


แต่เรียกซากุระพวกนายคงไม่รู้จักสินะอิรุกะเข้าร่วมบทสนทนา


สามหนุ่มหันไปมองอาจารย์ตนอย่างสงสัย...ก็แหงสิ เพิ่งรู้จักกันนี่นา


พวกนายรู้จักโค้ดเนม ‘ผีเสื้อราตรีไหม?” อิรุกะถามยิ้มๆ


สามหนุ่มอ้าปากเหวอ หันกับไปมองร่างเล็กที่ท้าวคางอยู่บนเก้าอี้ ประติดประต่อทุกอย่างจนลงล็อก


ผีเสื้อราตรีเป็นโค้ดเนมที่คนทั่งองค์กรโคโยฮะตั้งให้กับสปายสาวปริศนาที่ไม่เคยทำถารกิจพลาดแม้แต่ครั้งเดียว เธอเก่งกาจไร้ที่ติ ฉลาดเป็นกรด ทำภารกิจทีไร ไม่ว่าจะยากแค่ไหน ก็ไม่เคยใช้เวลาเกินหนึ่งสัปดาห์ แต่ด้วยไม่มีใครเคยเห็นหน้าเธอเลยเว้นแต่ท่านหัวหน้าองค์กร ผู้คนจึงสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา บ้างว่าเธอเป็นสาวอายุสี่สิบ บ้างว่าจริงๆแล้วเป็นผู้ชาย และอื่นๆ...


...แต่ใครจะไปคิดว่าจะเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆล่ะฟระ!?


นี่ จะจ้องฉันอีกนานมั้ยเสียงใสเอ่ย ดึงนารูโตะออกจากภวังค์


อ่า..เอ่อ


เยี่ยมเลย...สุดหล่อนารูโตะ ผู้พิชิตใจเหล่าแม่ยกและสาวน้อยใหญ่ทั่วทุกมุมโลกต้องมาใบ้กิน ทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มปิ๊งรักวัยเรียนเพราะเด็กสาวคนเดียว


จะให้พวกเราร่วมงานกับเธอจริงๆเหรอ


หนุ่มน่ามน คนอุจิฮะเอ่ยขึ้น นารูโตะหันมองใบหน้าราวรูปสลักน้ำแข็งของเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างตัว ดวงตาสีนิลจับจ้องยังเด็กสาวบนเก้าอี้ตรงหน้าอย่างเย็นชา..


..แต่ในฐานะเพื่อนสนิทแต่เด็กที่แทบจะคลานตามกันมา นารูโตะแอบเห็นประกายบางอย่างฉายวาบขึ้นมาในดวงตาสีนิลคู่นั้น


อะไรคือการทำหน้าเย็นชาเหมือนไม่สน แต่ข้างในลึกๆเฮียแอบดีใจวะครับ...


ดวงตาสีมรกตหรี่ลง


ทำไม เพราะฉันเป็นผู้หญิงรึไง?”ร่างเล็กเอ่ยถามเสียงเย็น “หรือเพราะฉันสวยไม่ถึงมาตรฐานพวกนาย


ครับ..”ซาอิเอ่ยอย่างใจลอย “คุณไม่สวยเลย...”


นารูโตะหันขวับไปหาหนุ่มซีดที่ตอนนี้มีสีชมพูประปรายอยู่บนแก้ม


ไอ้บ้าครับ ปากหมาไม่ตรงกับรีแอคชั่นมากๆเลยครับ!


หึ


ริมฝีปากเรียวสวยยกเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ งดงามราวน้ำแข็ง สองแขนดันตัวเองขึ้นจากเก้าอี้พร้อมยืนเต็มความสูง ซึ่งน่าจะไม่เกินจมูกของพวกเขา สองขาสืบมาหาพวกเขาอย่างใจเย็น จนกระทั่งเธอหยุดยืนห่างจากนารูโตะไม่ถึงคืบ


หนุ่มหน้าแมวกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ มือชื้นเหงื่อ หัวใจกระแทกซี่โครงอย่างไม่เป็นจังหวะ


นิ้วเรียวยาวของหญิงสาวยกขึ้นมาก่อนไล้ไปตามสันกรามของเขาจนปลายนิ้วมาหยุดที่ริมฝีปากของคนตัวสูงกว่า เธอเงยหน้าขึ้นสบกับตาสีฟ้าของเจ้าของ ลมหายใจอุ่นๆกลิ่นซากุระสมชื่อพุ่งเข้าระรานสติปัญญาของหนึ่งในทีมเจ็ดที่ได้ชื่อว่าไม่เคยเกรงกลัวอะไรจนใบหน้าของเขาเห่อร้อน ร่างกายแข็งค้างอย่างขยับไม่ได้


ร่างบางเหยียดยิ้ม สายตากวาดไปที่ดวงตาของสามหนุ่ม ก่อนกระซิบเสียงหวานแต่เล่นเอาสามหนุ่มสะท้านไปถึงทรวง


แล้วฉันจะรอดูก็แล้วกันว่าทีมเจ็ดที่เขาลือกันว่าเก่งนักเก่งหนาน่ะ จะแน่แค่ไหน


ก่อนจะเลื่อนมือมาผลักอกของนารูโตะเบาๆให้เขาหลบให้พ้นจากทางเดินแล้วหายออกไปจากห้องประชุม


ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบพร้อมกับใบหน้าที่แดงราวมะเขือเทศของนารูโตะ ก่อนโอบิโตะจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร


ก๊ากๆๆๆๆ เป็นไงล่ะ ไปไม่เป็นเลยล่ะสิ ฮ่าๆๆๆๆ


ที่ปรึกษาทีมของพวกเขาหัวเราะจนตัวงอ นารูโตะหันไปหาเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนของเขา ซาสึเกะเบือนหน้าหนีพร้อมยกมือขึ้นปิดใบหน้าส่วนล่างที่เห่อแดงขึ้นมา ส่วนซาอิยังคงจ้องค้างไปยังจุดๆที่หญิงสาวผมชมพูเคยอยู่ด้วยพวงแก้มที่อมชมพู


คาคาชิอมยิ้มส่วนรินหัวเราะเบาๆราวกับรู้ว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว


นารูโตะรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กหนุ่มวัยแรกแย้มอีกครั้ง หัวใจของเขาอ่อนระทวยราวกับไปวิ่งมาราธอนมาแล้วหมดแรง เขาเคยไปสู้กับหัวหน้าแก๊งค์ค้ายา สู้กับซามูไรหน้าโหด รวมถึงเอาชีวิตรอดจากทะเลทรายซาฮาร่าและป่าอะเมซอน แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขารู้สึกเหมือนตัวเองพ่ายแพ้แบบไร้ทางสู้แบบนี้


หัวใจของเขาแพ้ให้กับรอยยิ้มของเจ้าของดวงตาสีมรกตอย่างหมดรูป


...เขาโดนเธอตกเข้าให้ซะแล้วสิ...



•••




ซาอิรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ค่อยจะมีสมาธิเท่าไหร่นัก


มือของเขายังคงค้างอยู่ที่คีย์บอร์ด หน้าจอฉายภาพแผนผังของคาสิโนหรูหราในลาสเวกัส ช่องลม ทางเข้าและออกต่างๆเปล่งแสงสีเหลืองจ้า


เขามีหน้าที่ตรวจสอบทางหนีทีไล่ให้กับคนอื่นๆ แต่ตอนนี้สมองของเขากลับหาทางหนีออกจากการกระทำหนึ่งไม่ได้...


ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองหญิงสาวข้างตัวอีกครั้ง เธอกำลังนั่งเช็ดมีดสั้นที่มีด้ามจับสีแดงเลือดหมูขอบทอง ดวงตาสีเขียวสะท้อนแสงจากมีดเป็นประกาย ดวงหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์สีสด อาภรณ์ที่เธอใส่เป็นชุดราตรีสีดำเลื่อมทอง โชว์แผ่นหลังขาวเนียนราวกลีบซากุระยามแรกบาน กระโปรงยาวที่แหวกข้างจนเกือบถึงสะโพกอวดนวลขาขาวผ่องที่คาดทับด้วยแผ่นคาดมีดที่มีเข็มพิษเหน็บอยู่ เธอยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายใจ รองเท้าส้นสูงที่ประดับด้วยโลหะดัดรูปผีเสื้อทำให้เธอช่างดูมีเสน่ห์เหลือล้น


สวยสังหารคือคำนิยามที่เขาคิดออก


มันคงแปลกหลังจากที่เขาเอ่ยปากออกไปแล้วว่าเธอไม่สวยและไม่ถึงมาตรฐานเขา แต่จู่ๆก็หันมาชมเธอว่าสวยซะงั้น


เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะนารูโตะกับซาสึเกะเคยบอกเขาว่าเขาเป็นพวกปากปีจอ พูดอะไรขวานผ่าซากไม่ชอบคิด ทำเอาหลายๆคนแทบจะฝากรอยพระบาทไว้บนใบหน้าหล่อๆของเขาหลายครั้ง ทั้งคู่จึงได้เสนอยุทธวิธีสุดแสนจะวิเศษให้ นั่นคือให้เขาลองพูดตรงข้ามกับที่คิด ซึ่งหลังจากเขาเริ่มใช้วิธีนี้ อัตราการถูกพระบาบทหล่นทับก็แทบเหลือเป็นศูนย์


...เว้นแต่ว่ามันใช้กับคนข้างๆเขาไม่ได้ผลนี่สิ


ซากุระหยุดเช็ดมีดของเธอก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ


มีอะไรก็พูดมาเธอหันมามองหน้าเขา


ซาอิสะดุ้ง นั่นทำให้คนอื่นๆบนรถลีมูซีนคันยาวหันมามองทั้งคู่


มีอะไรเหรอซากุระจังนารูโตะเอ่ยถาม


ตั้งแต่ที่ซากุระย้ายมาอยู่ทีมพวกเขา เจ้าขี้หลีนารูโตะก็เป็นตนแรกที่เริ่มเข้าไปคุยกับเด็กสาว แถมไปขอเรียกสาวหน้าหวานว่าซากุระจังอีกต่างหาก ตอนแรกซาอิคิดว่าเธอจะปฏิเสธแล้วประทานหมัดหนักๆให้เป็นของแถม แต่สาวเจ้าดันบอกว่า


กล้าขอก็กล้าให้ ดีเหมือนกันที่ได้รู้ว่าพวกนายไม่ได้ปอดแหกไร้น้ำยา


เหมือนจะดีแต่ก็ดีไม่สุดนะครับ...


มีปัญหาเรื่องทางหนีรึไง?”เธอถาม


อ่า...นิดหน่อยครับซาอิตอบกลับ


เอาจริงๆทางหนีของพวกเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ถึงขั้นไร้ที่ติด้วยซ้ำ แต่ถ้าขืนตอบกลับไปว่าผมแค่อยากมองหน้าคุณเขาก็คงจะโดนโบกเข้าให้น่ะสิครับ


ไหน ขอดูหน่อยสิ


ร่างบางขยับเข้ามาจนไหล่ชนเขา เธอก้มลงเพื่อสังเกตแผมผังบนหน้าจอ นั่นทำให้ศีรษะของเธออยู่ตรงปลายจมูกเขาพอดี กชิ่นซากุระอ่อนๆลอยมาแตะจมูกของเขา จู่ๆใบหน้าของเขาก็เห่อร้อนขึ้นอย่างประหลาด


ก็ไม่มีอะไรนี่เธอสรุปออกจะดีด้วยซ้ำ


งั้นเหรอครับ


อื้ม


งั้นผมคงจะสับสนไปเอง


ซาอิปิดหน้าจอลง เขาวางโน๊ตบุ๊คลงข้างตัวก่อนคว้าเอากล่องเก็บอุปกรณ์อีกกล่องขึ้นมา


เขาเปิดกล่องเหล็กขึ้น ในนั้นมีอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วอยู่ เขาหยิบมันส่งให้เพื่อนรักทั้งสองกับสมาชิกใหม่ของทีม


ปรับใหม่เหรอ


ซาสึเกะถามสั้นๆขณะรับมันไป ซาอิพยักหน้า


ของหน่วยกลางมันไม่ค่อยเสถียรครับ ผมเลยเอาไปแก้


ซาอิอธิบายเพิ่มเติมถึงวิธีใช้งานในขณะที่เด็กสาวหนึ่งเดียวกำลังขมวดคิ้วใส่เครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กจ้อยในมือ


มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ?”เขาเอ่ยถาม


ดวงตาสีเขียวใบไม้ตวัดขึ้นมองคนถาม


ต่างหูงั้นเหรอ?”เธอเอ่ยถามช้าๆ


ครับ


มันเป็นต่างหูรูปดอกซากุระ ที่เพียงแค่ห้อยเอาไว้พร้อมกับไมค์ขนาดเล็กอีกตัวบนเสื้อ ก็สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้แล้ว จั้งแต่ได้รู้ว่าเธอจะเข้ามาในทีมนี้เมื่อสามวันที่แล้ว ซาอิก็ตั้งใจทำมันเพื่อเธอ เผื่อไว้ในกรณีที่จะได้ทำภารกิจร่วมกัน ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้


แล้วทำไมของคนอื่นไม่ใช่ล่ะ?”


เธอปรายตามองวัตถุอันเล็กๆที่นารูโตะกับซาสึเกะใส่เข้าไปในหูของตัวเอง ไมันไม่มีเค้าของคำว่าต่างหูด้วยซ้ำ


ผมแค่..เห็ว่าคุณเป็นผู้หญิงน่ะซาอิตอบแก้ชัดคงรู้สึกดีถ้าได้ใช้อะไรสวยๆงามๆใช้ไหมล่ะ


เขาหัวเราะแห้งๆ


ขอบใจ...”เธอเอ่ยเบาๆพร้อมยิ้มน้อยๆ


แต่นั่ยก็เพียงพอที่จะทำให้สมองของหนุ่มผิวซีดแทบระเบิดเป็นเสี่ยงๆ


เฮ้! หนุ่มสาวทั้งหลาย!”โอบิโตะชะโงกหน้าออกมาจากกระจกที่กั้นระหว่างคนขับกับคนอื่นๆที่นั่งบนรถ


เราจะถึงแล้วนะ!”


พวกเขาพยักน้า ซากุระสวมต่างหูก่อนเก็บมีดกลับไปยังซองที่ต้นขา


ซาอิขยับสูทของเขาให้เรียบร้อยก่อนรถจะหยุดลง


โชคดี แล้วเจอกันที่จุดนัดพบคาคาชิอวยพรก่อนกดเปิดประตู


ประตูรถเปิดออก พนักงานคาสิโนเดินเข้ามาต้อนรับพวกเขาที่กำลังลงจากรถ สายตานับสิบคู่จับจ้องมายังผู้มาใหม่ทั้งสี่ที่บัดนี้ยกหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าส่วนบนขึ้นมาสวมแล้ว


เอาล่ะ แยกย้ายซาสึเกะพูดเบาๆก่อนยกแขนขึ้นให้ซากุระคล้องเป้าหมายคือคาบูโตะ


ที่เหลือพยักหน้า


สาวผมชมพูหันมาทางซาอิ เธอยกยิ้มให้เขา


โชคดีเธอว่า ก่อนจะเดินอย่างสง่างามหายไปกับซาสึเกะ


ซาอิไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน แต่รู้แค่ว่าตอนนี้หัวใจของเขาพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...


..ไม่เป็นโรคหัวใจก็คงหลงไหลเธอเข้าให้แล้วล่ะ..





•••




ซาสึเกะไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าตัวเองจะต้องมาบู๊แหลกลาญตั้งแต่เริ่มทำภารกิจได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แถมยังมีแผ่นหลังเปลือยเปล่าของหญิงสาวหนึ่งเดียวในทีมชนกับแผ่นหลังของเขาอยู่ นิ้วเรียวจับด้ามมีดในมือเอาไว้


หลังจากที่พวกเขาแยกจากนารูโตะและซาอิ ซาสึเกะและซากุระก็ได้เจอคาบูโตะที่กำลังสราญรมย์อยู่ในวงแบล็คแจ็คกับคู่หูมาเฟียอีกหลายขา


ซาสึเกะกับซากุระแทบไม่ต้องหารือกันต่อเลย ทั้งคู่ตัดสินใจปลอมเป็นคู่รักกระเป๋าหนักที่พร้อมเปย์อย่างยิ่งยวด


เกมแรกผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ซาสึเกะก็กวาดเอาเงินทั้งโต๊ะให้มาอยู่ในกระเป๋าเขาได้พร้อมกับสายตาจงเกลียดจงชังจากผู้เล่นคนอื่นๆบนโต๊ะ


คาบูโตะอ้าปากค้างพร้อมรอยยิ้ม เขาบอกกับคู่รักวัยหนุ่มสาวมากฝีมือให้ตามไปกับเขาหน่อย เขาอยากศึกษาเทคนิคการเล่นไพ่ให้ได้อย่างเซียนจากหนุ่มผมดำ..


..แต่ที่ไหนได้ เขาดันกะจะปิดประตูตีแมวสองสายลับจากทีมเจ็ดเพื่อชิงเงินมาต่างหาก..


สิบรุมสองเนี่ยนะเสียงหวานเอ่ยไม่แฟร์เลย


ฆ่าผู้ชายซะหนึ่งในลูกน้องของคาบูโตะสั่งแล้วจับผู้หญิงไปให้ท่านคาบูโตะ


ไม่มีทางซะหรอกซาสึเกะตอบเสียงเย็นอย่างมีน้ำโหก่อนคว้าปืนขึ้นมา


ซากุระคว้าเอาเข็มพิษที่ต้นขาขึ้นมาสามเล่มก่อนขว้างออกไป ด้วยความแม่นรางจับกวาง มันปักเข้าที่ต้นคอของผู้เคราะห์ร้ายทันที พิษประหลาดออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วจนผู้โชคร้ายเหล่านั้นต้องลงไปดิ้นทุรนทุรายที่พื้นห้องวีไอพีของคาบูโตะ


ซาสึเกะเหนี่ยวไกปืน กระสุนพุ่งเข้าเจาะร่างหนึ่งในลูกน้อง ก่อนซาสึเกะจะใช้ปืนในมือกระแทกท้ายทอยของอีกคนและถีบหน้าอกอีกคนออกไป


ซากุระหยิบมีดขึ้นมา เธอควงมันในมือก่อนแทงไปที่ลูกน้องคนหนึ่ง แต่หมอนั่นดันหลบได้ ซากุระอาศัยจังหวะที่ชายฉกรรจ์ตรงหน้าก้มหลบ สวนกลับไปด้วยเข่าแหลมๆ ผิวหนังหุ้มข้อต่อแบบบานพับกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของชายผู้ไม่ทันตั้งตัวอย่างจัง


ซาสึเกะ!”


ราวกับรู้ใจ ซาสึเกะเบี่ยงหลบวัตถุบางอย่างที่ถูกขว้างมาจากด้านหลัง วัตถุคมกริบปักเข้าที่อกของชายผู้หมายจะเอาชีวิตซาสึเกะ หนุ่มผมดำยกยิ้มเย็นก่อนจัดการส่งลูกถีบเท่ห์ๆไปกลางอก


ในขณะที่เขากำลังจะกลับหลังหันไปขอบคุณเจ้าของมีดพก เขาก็เห็นปืนพกสีดำวับแวมสองกระบอกที่จ่ออยู่ด้านหลังของหญิงผมชมพู


ซากุระ!”


มือหนาเข้ารวบเอวของร่างเล็กก่อนพลิกตัวเธอให้มาอยู่ในอ้อมอกเขาก่อนที่กระสุนจะพุ่งเข้าทำร้ายเธอ กระสุนนัดหนึ่งลอยหวือผ่านอากาศไปอย่างไม่ทำอันตรายใดๆ ส่วนอีกนัดพุ่งเฉียดแก้มเขาไป


ซาสึเกะเหนี่ยวไกปืนในมือ กระสุนสองนัดพุ่งเข้าปลิดชีพมือปืนทั้งสองทันที


ซาสึเกะหอบนิดๆ เมื่อสักครู่เขาเกือบวิ่งมาช่วยเธอไม่ทันซะแล้ว ถ้าเธอเป็นอะไรไปล่ะก็...เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ


ยัยผู้หญิงเบ๊อะเซอะเอ๊ย..หัดระวังตัวซะมั่งสิ


นี่เสียงอู้อี้ร้องเรียกเขาปล่อยฉันได้ยัง


ซาสึเกะก้มมองร่างเล็กในอ้อมกอดของเขาก่อนปล่อยมือออกจากเอวบางของเธอ


เธอมองสภาพการทำลายล้างรอบๆตัว


ไม่เลวเลยนี่เธอว่า ดวงตาสีเขียวมรกตหันมองเขา


เธอก็เหมือนกันซาสึเกะพูดแค่รอบหน้าหัดระวังเอาไว้ด้วยละกัน


รู้น่าเธอพองแก้มอย่างงอนๆอันที่จริงเมื่อกี๊นายไม่ต้องมาช่วย ฉันก็จัดการได้น่า


ซาสึเกะลอบยิ้ม เขาอยากได้ดวงตาอะไรก็ได้มาเก็บภาพน่ารักนี้ไว้เหลือเกิน


นายเจ็บนี่เธอยกนิ้วโป้งขึ้นปาดหยดเลือดที่โหนกแก้มร่างสูง ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นที่แก้ม


ไม่เป็นไรหรอกเขาบอก


ซากุระจัง! ซาสึเกะ!”


ตัวป่วนหัวเหลืองปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูพร้อมกับผีดิบหน้าซีด ซาสึเกะถอนหายใจเฮือกใหญ่


หนวกหูน่าเจ้าพวกบ้าเขาตอบกลับเสียงกระด้าง


คุณซากุระโอเครึเปล่าครับ?”ซาอิเอ่ยถามหญิงสาวอย่างเป็นห่วง


อื้มเธอตอบสั้นๆพร้อมยิ้มบางๆ


ค่อยยังชั่ว ฉันเป็นห่วงซากุระจังแทบแย่แน่ะนารูโตะยิ้มทะเล้น


ไอพวกเพื่อนบ้า ห่วงสาวมากกว่าเพื่อนตัวเองอีกโว้ย!


พวกนายมีพลาสเตอร์ยาบ้างรึเปล่า?”เธอเอ่ยถาม


ทำไมเหรอครับซาอิถามกลับ


ซาสึเกะบาด-”


ซาสึเกะคุง


ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ


มันคงไม่แปลกถ้าคำพูดคำนี้หลุกออกมาจากปากของนารูโตะ อาจจะแปลกนิดหน่อยถ้าซากุระพูด และคงจะพิสดารนิดๆถ้าซาอิเอ่ย


แต่ประเด็นคือขณะนี้สามรายชื่อที่กล่าวมาได้แต่ยืนค้างจ้องหนึ่งในสมาชิกทีมเจ็ดที่ทำหน้านิ่งราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เรียกฉันว่า ซาสึเกะคุง


ซาสึเกะมองใบหน้าที่แทบจะเต็มไปด้วยคำถามของซากุระกับใบหน้าวัดเดอะเฮลของอีกสองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


ฉันช่วยเธอไว้ ไม่ทำก็ถือว่าเนรคุณน่ะนะซาสึเกะเอ่ยช้าๆก่อนกลับหลังหัน


ไปกันเถอะ เราต้องไปจับไอ้คาบูโตะนั่นอีกคนตัวสูงผลักประตูออกไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทิ้งอีกสามร่างให้ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ในห้อง


ซาสึเกะรู้ว่าเจ้าเพื่อนสนิทสองคนนั้นคงเริ่มก่นด่าเขาในใจแล้วว่าหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน


แต่ถ้าไม่หน้าทน คนที่หมายตาไว้ก็คงโดนงาบไปก่อนน่ะสิครับ


...นี่ใช่ไหมนะที่เรียกว่าอาการตกหลุมรักน่ะ...



•••




ซากุระรู้สึกว่าหัวใจของเธอชอบทรยศซี่โครงของเธอเสมอๆ


ทุกครั้งที่อยู่ใกล้คนกลุ่มหนึ่งเธอมักจะรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังเต้นแอโรบิค จนหลายๆครั้งเธอต้องยกมือขึ้นทาบทับทรวงอกเอาไว้เพราะกลัวเหล่าคนข้างๆจะได้ยิน


วินาทีแรกที่เธอรู้ว่าจะต้องทำงานร่วมกับทีมที่เธอนับถือเป็นไอดอลในดวงใจมานาน หัวใจของเธอแทบจะพุ่งทะลุซี่โครงออกมา ผีเสื้อนับร้อยกระพือปีกอยู่ในช่องท้อง เธอหวีดร้องถามริน เซนเซย์ที่เธอรักและเคารพแทบเท่าบิดามาดรของเธอเองอย่างไม่เชื่อหู จนกระทั่งได้คาคาชิเซ็นเซย์และโอบิโตะเซ็นเซย์ยืนยันอีกทอดหนึ่ง เท่านั้นเธอก็แทบจะวิ่งไปเขย่าตัวอิรูกะ อดีตเซ็นเซย์ทีมเจ็ดอย่างบ้าคลั่งแล้ว


แต่ทุกการกระทำอย่างดีใจของเธอก็ต้องหยุดลง เพราะด้วยความที่เธอเป็นสายลับ การกระทำที่กระโตกกระตากดี๊ด๊าราวชะนีเห็นผู้ก็คงจะไม่ดีต่อทั้งภาพลักษณ์ของเธอและศักดิ์ศรีของคำว่าสปายที่ค้ำคอได้


ซากุระต้องห้ามตัวเองเสมอๆไม่ให้โผเข้าไปขอลายเซ็นของสมาชิกทีมเจ็ด เธอได้แต่หวีดร้องอยู่ในใจและประท้วงกับหน้าที่การงานที่ทำให้เธอต้องมานั่งอารมณ์เสีย โป๊กเกอร์เฟส ขมวดคิ้ว ทำหน้านิ่งๆต่อหน้าไอดอลทั้งสาม แต่เธอก็ยังไม่วายมีโอกาสได้แกล้งทั้งสามให้หงายเงิบไปได้เหมือนกัน


และแล้วภารกิจแรกก็เริ่มต้นขึ้น ซากุระตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เธอจะได้ทำงานร่วมกับคนที่เธอนับถือมานาน


และพวกเขาก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ทั้งการวางแผน ความสามารถ และลีลาการต่อสู้ พวกเธอบุกทะลวงเข้าไปจนถึงตัวคาบูโตะได้โดยแทบจะไม่หอบเลยสักนิด มีแต่หัวใจสาวน้อยของซากุระที่กระชุ่มกระชวยหลังจากมีใบหน้าของเทพบุตรทั้งสามยามเอาจริงเอาจังเป็นอาหารตา


ยอมแพ้ซะนารูโตะเอ่ยช้าๆ 


พวกเธอทั้งสี่ประจันหน้ากับคาบูโตะที่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มแม้ว่าลูกน้องของเขาจะสลบไสลลงไปอยู่บนพื้นแล้วก็ตาม


หึ พวกแกต่างหากคาบูโตะแสยะยิ้มก่อนกดปุ่มบางอย่างบนโทรศัพท์


พื้นห้องสั่นสะเทือน ควันสีเทาโพยพุ่งออกมาตลบอบอวล


ซากุระยกมือขึ้นปิดจมูกและปาก ก่อนจู่ๆจะถูกแขนแกร่งกระชากแขนออกไปจากห้อง


หึ


คาบูโตะยกยิ้มพลางจี้ปืนมายังศีรษะของเธอ


สายลับของโคโนฮะสินะเขาเดินอ้อมมาด้านหลังเธอก่อนถือวิสาสะใช้กระบอกปืนเย็นเยียบแต่ไปที่กลางแผ่นหลังร่างบาง บังคับให้เธอเดินไปด้านหน้าไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้แฮะ


เซอร์ไพรส์ซากุระประชด ตอนนี้หัวใจของเธอเอาแต่ห่วงหาสมาชิกที่เหลือในทีม


จะปลอดภัยกันรึเปล่านะ..


ซากุระถูกดันหลังไปเรื่อยๆจนกระทั่งพวกเธอมาปรากฏบนดาดฟ้าของคาสิโน ท้องฟ้าพร่างดาวกับลมหนาวเกือบจะทำให้ซากุระสั่น


หมอนี่จะหาทางขึ้นเฮลิคอปเตอร์สินะ..


คาบูโตะ เจ้าพ่อตลาดมืดของชาวเอเชียในอเมริกาซากุระพูดถ่วงเวลาอาชญากรระดับเอส ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะได้เจอตัวเป็นๆ


คาบูโตะยิ้มเจ้าเล่ห์


อาชญากรเลยเหรอคาบูโตะถามคือมันก็เพราะนะ แต่เธอมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาว่าฉันเป็นอาชญากรล่ะ?”


ไม่รู้สิ คงเรื่องที่นายฆ่าคนล่ะมั้งเธอพูด


เธอมีหลักฐานอะไรว่าฉันฆ่าคนล่ะ


แล้วการที่นายเชิญฉันกับคู่หูเข้าไปในห้องนั้นล่ะ จะว่ายังไง? จะเชิญไปปาร์ตี้ชุดนอนรึไง?”


ซากุระเอ่ยถาม


ปากดีนักนะเขากดปลายกระบอกปืนเช้าที่กลางหลังเธอมากขึ้น


ใช่เธอเข้าใจถูกแล้วล่ะคาบูโตะเอ่ยเสียงเย็นฉันคืออาชญากรระดับเอสที่เธอตามหานั่นแหละ


ก็แค่นั้นซากุระยักไหล่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เธอชินกับกระบอกปืนที่จ่ออยู่ด้านหลังนับร้อยครั้ง


คาบูโตะเริ่มอารมณ์เสีย ซากุระรู้สึกได้


มือหนากระชากไหล่อีกด้านของซากุระเข้ามาก่อนจะฝังจมูกลงบนซอกคอขาวนวล


เธอนี่น่าสนใจนะคาบูโตะสูดกลิ่นหอมเข้าไป ส่วนซากุระได้แต่ทำหน้าสะอิดสะเอียน


มาเล่นกันหน่อยเป็นไง?”


ปล่อเธอเดี๋ยวนี้นะ!!!”


เสียงเกรี้ยวกราดของนารูโตะทำให้คาบูโตะเปลี่ยนจากการจับไหล่ร่างบางมาเป็นใช้แขนรัดคอเธอเอาไว้แทน


สามหนุ่มสามมุม เทพบุตรสุดเท่ห์ของซากุระปรากฏตัวขึ้นแล้ว หญิงสาวอยากจะกรี๊ดออกไปดังๆถ้าไม่ติดว่ามีแขนของคาบูโตะรัดเอาไว้อย่างกับงู


เข้ามาใกล้อีกนิ นังนี่ตายคาบูโตะขู่เสียงแข็งพร้อมกดปืนลงไปที่ขมับของเธอ


โห ท่าทีและน้ำเสียงขึงขังน่ากลัวจัง ไม่เห็นเหมือนเมื่อกี๊เลยน้า..


ปล่อยเธอซะนารูโตะกดเสียงเย็น เขาถลกแขนเสื้อขึ้น


อย่าหาว่าพวกผมไม่เตือนนะครับซาอิขยับเนกไท


อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของพวกเราซาสึเกะชักคาตานะ(ที่เอามาจากไหนก็ไม่รู้)ออกมา


ซากุระไม่ไหวแล้วค่าาาา ใจบางเหลือเกินนนน


หัวใจของซากุระกระแทกซี่โครงไปมาราวกับลูกบอลเด้งดึ๋ง แก้มเห่อร้อนอย่างหยุดไม่อยู่ แขนขาพลอยหมดแรงไปเสียดื้อๆ


แต่ก่อนใครจะได้ทำอะไรจู่ๆร่างของสามหนุ่มก็ทรุดลงพร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ดังขึ้นเหนือหัวพวกเธอ


ปืนช็อตไฟฟ้า! บ้าจริง! ซากุระน่าจะสังเกตเห็นตั้งแต่แรกว่าแบ๊คอัพของคาบูโตะมาแล้ว


หึ ปากดีไปก็เท่านั้นคาบูโตะยิ้มเยาะสุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี


ซากุระเห็นแววตาเจ็บปวดของสมาชิกทีมเจ็ดทั้งสาม ความรู้สึกแย่ต่างๆถมเถมากองรวมกันอยู่ในใจก่อนจะผสมกันเป็นความโกรธแบบปรอทแตก


หึซากุระพ่นลมออกมา เรียกความสงสัยให้แก่คาบูโตะอย่างมาก


อะไรของเธอ-”


ชานนาโร่ว!!!!!!”


ร่างของคาบูโตะลอยละลิ่วไปกระแทกลูกน้องสามคนที่เป็นเจ้าของปืนช็อตไฟฟ้าด้วยแรงทุ่ม จนร่างทั้งสี่ล้มระเนระนาด ทำให้ทีมเจ็ดที่เหลือหลุดพ้นจากพันธนาการไฟฟ้า


อย่ามาแตะต้องผู้ชาย(ในทีม)ของฉัน


เธอเดินนวยนาดเข้าไปหาร่างของหนุ่มๆที่เหลือในทีมซึ่งบัดนี้ลุกขึ้นมายืนตามปกติพร้อมกับใบหน้าอ้ำอึ้งปนรอยยิ้ม


เอายังไงต่อดีล่ะซากุระจังนารูโตะหักข้อนิ้ว


ผมว่าผมเตือนพวกนั้นไปแล้วนะครับซาอิยกยิ้มเย็นยะเยือกน่าขนลุก


หึ จัดให้พวกนั้นดูหน่อยเป็นไงซาสึเกะตวัดดาบคาตานะในมือ


เอาให้พวกนั้นรู้ซึ้งไปเลยว่ามายุ่งกับคนผิดคนแล้วซากุระชักมีดออกมา


ลุยเลย ทีมเจ็ด




•••




ว่าไงนะ!!!/ว่ายังไงนะครับ!!!/ห้ะ!!!”


เสียงตกใจของสามหนุ่มสมาชิกทีมเจ็ดร้องลั่นห้องประชุมเมื่อได้ฟังคำตอบของอาจารย์หัวดำที่คุมทีมพวกเขาอยู่


สืบเนื่องมาจากภารกิจล่าสุดของพวกเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่พวกเขาเล่นคาบูโตะซะน่วม สมาชิกหญิงหนึ่งเดียวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนป่านนี้เป็นเวลาสองสัปดาห์ถ้วนแล้ว ด้วยความสงสัย สามหนุ่มจึงรวบรวมความกล้าไปถามเซนเซย์ที่เคารพรักอย่างยิ่งยวด


และคำตอบที่ได้รับก็ทำเอาสามหนุ่มแทบหงายหลัง


เธอกลับไปกองกลางแล้วโอบิโตะตอบชิวๆ


ประเด็นคือหนุ่มๆไม่ชิวด้วยไง


ทำไมอ่ะจารย์!?”นารูโตะคะยั้นคะยอถาม


ไม่รู้สิ พวกนายไปทำอะไรไม่ดีไว้รึเปล่าล่ะ หืม?”


โอบิโตะที่กำลังวุ่นอยู่กับเกมกดในมือตอบกลับส่งๆ


พวกผมไม่เคยทำอะไรให้เธอนี่ครับซาอินึกย้อน


บางทีเธออาจจะไม่ได้อยากอยู่กับพวกนายตั้งแต่แรกแล้วก็ได้โอบิโตะพูดต่อฉันก็พอเข้าใจนะว่าทำ-”


ทำไมพวกนายไม่ไปถามเธอเองซะล่ะคาคาชิเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสืออะจึ๋ยสวรรค์รำไรในมือ


เธอไม่อยู่ที่นี่นี่ซาสึเกะส่ายหัว


แน่ใจ๊?”คาครชิเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ลูกศิษย์ทั้งสามได้เห็นจอมอนิเตอร์ซึ่งกำลังฉายภาพร่างบางที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมด้วยกระเป๋าลากใบใหญ่


แล้วทันใดนั้น ศิษย์รักทั้งสามของสองเซนเซย์ก็พุ่งพรวดออกจากประตูห้องไปโดยไม่บอกลาสักคำ


โด่ว นายไม่น่าขัดเลยคาคาชิโอบิโตะโวยกำลังสนุกอยู่เชียว


เจ้าบื้อ แกล้งเด็กสนุกเชียวนะคาคาชิส่ายหน้า


น่านะ แกล้งเด็กวันละนิดจิตแจ่มใสไงโอบิโตะหัวเราะคิกคักราวกับเด็กที่ได้เล่นสนุก


เด็กที่ว่านั่นลูกศิษย์แกนะเฟร้ยคาคาชิใช้สันหนังสือกระแทกหัวเพื่อนรัก


โอ๊ย มันเจ็บนะไอ่บ้า! ฟาดมาได้!”โอบิโตะโวยวาย


สม


ชิส์


นายไม่รู้จักรสชาติของชีวิตเลยคาคาชิโอบิโตะยิ้มฉันช่วยเจ้าพวกนั้นอยู่นะ


ยังไง


เจ้าพวกนั้นน่ะ สมควรโดนบลัฟบ้างโอบิโตะปรายตามองมอนิเตอร์กดดันนิดๆหน่อยๆ เดี๋ยวก็พูดความรู้สึกตัวเองออกมาเองแหละ


คาคาชิมองตามเพื่อนสนิท ในจอมอนิเตอร์ปรากฏร่างอีกสามร่างที่ยืนหอบแฮ่กอยู่หน้าประตู พร้อมกับหญิงสาวผมชมพู


ริมฝีปากใต้หน้ากากบิดเป็นรอยยิ้ม


ก็คงจะจริงแฮะ




•••




ซากุระจัง!”


หนุ่มผมเหลืองกระโดดเข้ามายืนจังก้าอยู่หน้าร่างเล็กผมสีลูกกวาด ก่อนเพื่อนอีกสองคนของเขาจะวิ่งตามมา


...มีอะไรกัน?”


ดวงตาสีเขียวกวาดมองทั้งสามอย่างสงสัย


เราขอโทษนะถ้าเราทำอะไรผิดน่ะนารูโตะกล่าวอย่างกับจะร้องไห้


ห้ะ..”


กลับมาอยู่ทีมเดียวกับพวกเราเถอะนะครับซาอิเอ่ยบ้าง


เดี๋ยว-“


ได้โปรดเถอะ ซากุระซาสึเกะมองเธอด้วยแววตาเศร้าสร้อย


สามหนุ่มโค้งให้เธอเพื่อเป็นการขอร้อง ในขณะที่เด็กสาวยืนงงเป็นไก่ตาแตก


เดี๋ยวๆๆๆมือบางจับไหล่สามหนุ่มให้เงยหน้าขึ้นหาเธอเป็นพัลวัล


พวกนายเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ


หลังจากกล่อมให้สามสายลับหลุดมาดให้ฟังเธอได้ หญิงสาวก็เริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้พวกเขาฟัง


สรุปสั้นๆซากุระพูดฉันแค่ไปทำเรื่องขอย้ายมานี่อย่างเป็นทางการเท่านั้นแหละ


เห..แบบนี้ก็แสดงว่า...”นารูโตะฉีกยิ้มกว้าง


ซากุระพยักหน้า


ฉันเป็นสมาชิกทีมเจ็ดอย่างถาวรละนะ


เย้!!!!”นารูโตะอ้าแขนโอบรัดร่างบางรักซากุระจังที่สุดเลย!!”


ผมดีใจมากๆเลยครับซาอิยิ้มอย่างอบอุ่น เขาจับมือทั้งสองข้างของซากุระเอาไว้


หึซาสึเกะพ่มลมหายใจออกอย่างโล่งใจ เขายีหัวเธอ


ใครอนุญาตให้พวกนายมาจับตัวฉันกันซากุระเอ่ยเสียงเย็นทั้งๆที่แก้มขึ้นสีระเรื่อ แต่เหมือนจะไม่มีใครสนใจ


เอาน่าๆ ซากุระจัง ก็อยู่ทีมเจ็ดแล้วนี่นานารูโตะยักคิ้วหลิ่วตา


ยินดีต้อนรับสู่ทีมเจ็ดนะครับซาอิจูบมือของเธอ


ทำตัวให้ชินซะซาซึเกะพูดข้างหูเธอ


และแล้วชายหนุ่มผู้ซี่งซากุระเคยนิยามว่าเป็นเทพบุตรก็แปลงร่างกายเป็นแวมไพร์กระหายเลือด ผู้ที่พร้อมจะขย้ำนางฟ้าตัวน้อยๆทันที


ซากุระอาจจะอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของทั้งสามไปเสียแล้ว ถ้าไม่ติดว่าสาวน้อยถือคติง่ายไปก็ไม่น่าสนใจ


ร่างบางสะบัดมือที่เกาะแกะรอบตัวออกก่อนก้าวยาวๆเข้าไปในฐานลับ


เธอหยุดก่อนสะบัดใบหน้าเรียวสวยกลับไปหาสามหนุ่ม ดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววเจ้าเล่ห์


ไหนๆก็อยู่ทีมเจ็ดแล้ว งั้นก็...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ


ซากุระชยิบตาข้างหนึ่งลงก่อนเดินหายเข้าไปในฐานที่มั่นของพวกเขา ทิ้งให้สามหนุ่มยืนตาค้างกันเป็นแถบๆ




มาดูกันว่างานนี้ แวมไพร์จะได้ดื่มเลือดนางฟ้า หรือจะตกเป็นข้านางเทพธิดาสาวสวยกันแน่

.

.

.



THE END














Credit : https://www.zerochan.net/1827791

  • เย้! จบแล้ว! สนุกไหมเอ่ย5555
  • เรื่องนี้ไรท์ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปปกฟิคนี้เองแหละค่ะ(เครดิตภาพตามด้านบน) คือเลื่อนๆดูภาพอยู่แล้วก็มีพล็อตแว๊บขึ้นมาเฉยเลย ก็เลยกลั่นออกมาเป็นเรื่องสั้นเรื่องนี้นี่แหละค่ะ
  • สนุกไม่สนุกคอมเม้นต์ติชมกันได้ และฝากติดตามไรท์และเรื่องสั้นเรื่องอื่นๆ(ถ้ามี)ด้วยนะค้าาา



ผ้านวมนุ่มนิ่ม


ผลงานทั้งหมด ของ ผ้านวมนุ่มนิ่ม

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 23:08

    แงง น่าร๊ากกก กะคือ 4P สินะ อุคิๆ

    #4
    0
  2. วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 20:12

    เป็นกำลังใจให้นะคะะ

    #3
    0
  3. วันที่ 20 มกราคม 2562 / 22:22

    น่ารักมากๆเลยค่ะ

    #2
    1
  4. #1 k a r e p 2 5 4 4
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:11

    ติดตามคะ

    #1
    1