นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Twice] : Waiting at the original (Short fiction)

การที่มารอที่เดิมๆ เวลาเดิมๆ คนๆเดิม ที่เคยให้สัญญาไว้

ยอดวิวรวม

191

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


191

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


6
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ก.พ. 63 / 13:57 น.
นิยาย [Twice] : Waiting at the original (Short fiction)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เคยเป็นไหม? การที่รอใครสักคน โดยไม่รู้ว่าเขาจะคิดเหมือนเราหรือเปล่า เหมือนที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้...
.
.
.
.
.
.
.
.

(แต่งขึ้นโดยจินตนาของผู้เขียนทั้งหมด ไม่ได้มีเจตนาทำให้ศิลปินเสื่อมเสีย แต่อย่างใด)

#ขอให้ทุกคนที่เข้ามา สนุกในการใช้จินตนาการนะคะ

#มือใหม่นะคะ ไม่ดีพอ แต่จะพยายามให้เข้าใจง่ายนะคะ 

*ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและติดตามนะคะ*

tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.พ. 63 / 13:57


ระลอกคลื่นทักทายสายลมที่พัดกระแสน้ำจากทะเลกว้างเข้าสู่ชายหาดเป็นระลอก รุ่งเช้าจรดย่ำค่ำสนธยา สีเมฆาขาวจางปรับเป็นสีแดงฉานไล่กับเวลาพลบค่ำ ประกายแสงทางยาวส่องลงพสุธาขนานกันเป็นทางเส้นฟ้าริมเกาะไร้ผู้คนบรรยากาศเปลี่ยนไปในทันตา ดวงตาทอดมองไปยังพื้นที่ชายหาดอันกว้างไกลตรงหน้า ขาทั้งสองเหยียบย่างลงบนเนื้อทรายเม็ดละเอียดที่อ่อนนุ่มราวกับผืนพรมชั้นเยี่ยม บรรยากาศแสนอบอุ่นและเงียบสงบของทะเลยามนี้มีเพียงเสียงคลื่นลมทะเลกำลังซัดสาดชายหาดกระทบฝั่งเสียงดังราวกับเสียงดนตรี ชั่งไพเราะเกินคำบรรยาย บัดนี้ลมทะเลปะทะเส้นผมปลิวไสวของหญิงสาว

แสงสุริยาท้ายสุดของฤดูกาลร้อน คำสัญญาเมื่อครั้งเยาว์วัย คงมีแต่หญิงสาวที่มารอดูแสงทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆาที่แห่งนี้ ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร บรรยากาศอบอุ่นเช่นเดียวกับสิบปีที่แล้ว อาจมันจะนานเกินไปสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของใครบางคน แต่สำหรับการรอใครบางคนไม่อาจกล่าวได้เลยว่ามันยาวนานเพียงใด

.

.

.

.

 

 

 

10ปี ที่แล้ว...

 

สาวน้อยวัยมัธยม กำลังนั่งก่อกองไฟ สำหรับคืนนี้ หากจะโทษสายลม ก็คงโทษไปได้แค่นั้น คงมีแต่ตนที่ยังทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง "ทำแบบนั้น มันคงจะติดหรอก" เสียงหญิงสาว ดังอยู่ด้านหลัง หญิงสาวยังพยายามทำต่อไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนยิ่งทำยิ่งล้มเหลว'ฉันเหนื่อยแล้วนะ' มีเพียงความคิดที่ดังก้องอยู่ในหัว ก่อนมือเรียวงามจะมาจับมือข้างที่ถือไม้ขีดไฟไว้ ส่วนอีกมืออ้อมหลังมาจับ กล่องให้ขีด "ทำแบบนั้น เสียของหมดหรอก" เสียงพูดเบาบางกระซิบข้างหู ไฟถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนคนด้านลุกขึ้นดั่งเดิม

"ฉะ...ฉันกำลังจะ...ทำ...ได้อยู่แล้วต่างหาก...ถะ..ถ้าเธอไม่เข้ามาก่อนนะ" หญิงสาวพูดตะกุกตะกัก ก้มหน้าลงเล็กน้อย

"หัวเราะอะไรย่ะ"

"เปล่าซะหน่อย" ร่างบางได้เพียงแค่กั้นเสียงหัวเราะไว้ ก่อนหญิงสาวจะเดินเข้าไปในบ้านเสียแล้ว

 

 

ตะวันลาลับขอบฟ้าไปนานมากโข เนื้อทรายเม็ดละเอียดที่อยู่ใกล้กับผืนน้ำรอคลื่นกระทบเข้าหาฝั่งอย่างเป็นระลอก บรรยากาศแสนอบอุ่นและเงียบสงบของทะเลยามค่ำคืน เสียงเกลียวคลื่นและลมทะเลที่ซัดเข้าฝั่งส่งเสียงกระแทกกับสายลมไปพร้อมกับพัดพาเม็ดทรายเข้ามายังชายหาด เสียงคลื่นกระทบฝั่ง สายลมและเกลียวคลื่น กับท้องฟ้าอันมืดมิดแต่กลับเห็นความสว่างของธรรมชาติจากดวงดาวบนท้องฟ้า ร่างบางเดินเล่นกลางทรายหาดสีขาว กลิ่นอายของทะเลยามค่ำคืน เสียงเพลงเดินตามสายลม บ่งบอกว่าสถานที่เปิดเพลงอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเดินไปตรงหน้าสวย ผู้มาใหม่ หน้าตาสะสวย ยามเจ้าตัวยิ้มออกมา ฟันกระต่ายคู่หน้าช่างมีเสน่ห์ ฉันไม่เห็นรอยยิ้มนั้นนานเพียงใดแล้วนะ

"มองอะไร" หญิงสาวเหลียวมองสิ่งที่ร่างบางมอง ก่อนจะพบความว่างเปล่า

"มีอะไร เดินมาหาเราได้" ร่างบางถามออกไป มีเพียงคนด้านหน้า ที่เท้าใส่เอวไว้เหมือนจะหาเรื่องกัน

"ไปกินข้าว แม่ให้มาตาม" ร่างบางพยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหลังหญิงสาวไป

แสงไฟข้างหน้า ระยิบริยับ หลอดไฟดวงเล็กถูกห้อยไว้ที่ริมรั้ว ที่พวกตนทำเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้ไฟทุกดวงเปิดส่องสว่างบริเวณทางเดิน "ไม่ถ่ายรูปก่อนหน่อยหรอ" ร่างบางตะดกนไปถามคนข้างหน้า ที่เดินไม่รอใคร หากแต่มีเพียงสายลมกับเสียงซัดคลื่นตอบกลับมา

 

"มาๆ กินข้าว" เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังถึงทางเข้า พวกเราสองครอบครัว มาเที่ยวทะเลพร้อมกันทุกปี ปีนี้คงเป็นปีทุกท้ายแล้วมั้ง แต่ถึงอย่างนั้น คนข้างๆฉัน ก็ยังไม่ยิ้มให้กันเลยสักครั้ง ครั้งล่าสุดคงเป็นตอนที่ตนยังเด็กเล็กเท่านั้นแหล่ะ คงเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของเธอที่มีให้ฉัน คงเป็นความผิดของฉันคนเดียว ที่ไปแย่งของเล่นของเธอ โต๊ะอาหารถูกจัดวางกลางเนินสวนหย่อม ถูกล้อมด้วยรั้วสีขาว ด้านล่างเป็นชายหาดสีขาว ต้นมะพร้าวเพียงสามสี่ต้นเรียงรายเป็นหน้ากระดาน ทั้งสองครอบครัวกินอาหารไป ร้องเพลงไป แถมบางช่วงให้ไปแสดงความสามารถ ตอนนี้ก็ถึงช่วงของร่างบาง

 

อะแฮ่ม!!

เสียงกระแอมผ่านลำโพงสองข้างตน เสียงปรบมือดังทั่วหน้า ทุกๆปีร่างบางนำการแสดงมายากล สักสองสามอย่าง พอเรียกเสียงหัวเราะ แต่ปีนี้ คงเป็นปีสุดท้ายที่จะทำ คงไม่อยากได้เสียงหัวเราะอย่างทุกปี แต่คงเป็นแค่เพียง คำบางคำจากหญิงสาว ที่เอาแต่หันหลังให้ตน ร่างบางนั่งลงเก้าอี้ ก่อนจะมีกีตาร์โปร่งยื่นมาให้ เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง มีเพียงหญิงสาวที่ยังหันหลังให้ดั่งเดิม

 

"...I'm not a perfect person
There's many things I wish I didn't do...
But I continue learning...
I never meant to do those things to you...
And so I have to say before I go...
That I just want you to know...

เสียงร้องดั่งเสียงสวรรค์ประทานให้ อารมณ์เหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ สายกีต้าร์สั่นตามจังหวะขึ้นลงของมือเรียว ร่างเพรียวพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้นตั้งแต่เสียงร้องท่อนแรก 'ฉันไม่ใช่คนที่เพอร์เฟคหรอก'

...I've found a reason for me...
To change who I used to be...
A reason to start over new...
And the reason is you....

'ฉันได้พบเหตุผลสำหรับตัวเองแล้ว' ร่างเพรียวนำมือขึ้นมาปิดปากของตน ก่อนจะวิ่งออกไป เพียงแต่หลบข้างพุ่มไม้เท่านั้น

....I'm sorry that I hurt you....
It's something I must live with everyday...
And all the pain I put you through....
I wish that I could take it all away...
And be the one who catches all your tears...
That's why I need you to hear....

'ฉันขอโทษนะที่ฉันทำร้ายเธอ' เธอไม่ได้ทำอะไรผิดมาขอโทษทำไม ร่างเพรียวนั่งข้างพุ่มไม้ มือปิดปากสวย กลั้นเสียงเสียงร้องตนไว้ มีเพียงน้ำตาไหลอาบทั้งสองข้างแก้ม

....I've found a reason for me...
To change who I used to be...
A reason to start over new...
And the reason is you....

ไม่เห็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อคน'อย่างฉัน' เลย เห็นเพียงท่อนแขนของร่างเพรียวที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ด้านข้างของเวที

....And the reason is you...
....And the reason is you...
...And the reason is you...

ร่างบางใส่อารมณ์ มากขึ้นไปอีกขั้น กายที่สั่นเทาของคนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ ไม่อาจหลบสายตาของเมียวอิ ชารอน มินะ ได้อีกต่อไป

...I'm not a perfect person...
I never meant to do those things to you...
And so I have to say before I go...
That I just want you to know...

'ฉันอยากเข้าไปกอดปลอบเธอเหลือเกิน' น้ำตามินะ เริ่มไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ที่กลั้นไว้นาน บัดนี้คงถึงขีดสุด

...I've found a reason for me....
To change who I used to be...
A reason to start over new...
And the reason is you...

'ฉันอยากเข้าไป ทำให้เธอหัวเราะได้อีกครั้ง' ทำได้เพียงร้องเพลงปลอบเท่านั้น โอ้ที่รัก ฉันอยากเข้าไปกอดเธอเหลือเกิน

...I've found a reason to show...
A side of me you didn't know...
A reason for all that I do...
And the reason is you..."

'ฉันขอโทษ' เสียงถูกกลั่นออกมาจากก้อนเนื้อข้างซ้ายเดินผ่านสายตาร่างบาง บทเพลง เหมือนเป็นเพลงอังกอร์ของค่ำคืนนี้ เสียงปรบมือดังสนั่นหลังเมียวอิ มินะ โค้งเคารพขอบคุณ มีทั้งคนยินดี และร้องไห้ และร้องไห้หนัก...ดั่งเช่นคนที่ตน จับจ้องไปตลอดทั้งบทเพลง บัดนี้เหลือเพียงแค่เงาที่วิ่งออกไป

 

 

เสียงฝีเท้าแข่งกับเสียงลมทะเลบนชายหาดขาวกว้าง หลังบทเพลงน่าเศร้านี้จบลง เสียงร้องไห้ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป หญิงสาวได้แต่นั่งกอดเข่า มีเพียงเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งในยามนี้ ร้องเพลงเป็นเพื่อน
 

ร่างบางที่วิ่งออกมาตามหา อิม นายอนก่อนจะพบเธอที่นั่งอยู่กลางชายหาด เสียงสะอื้นดังแข่งกับเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่ง บัดนี้เธอนั่งอยู่หลังต้นมะพร้าวไม่ไกลมากนะ ฟังเสียงร้องไฟ้ของร่างเพรียว อยากเข้าไปกอดเธอเหลือเกิน อยากเข้าไปเช็ดน้ำตาให้กับเจ้าของฟันกระต่ายคู่สวย แต่ได้เพียงนั่งเป็นเพื่อนยามเธอร้องไห้แบบนี้เท่านั้น อาจเป็นเพราะตนที่ทำให้ร่างเพรียวร้องไห้หนักขนาดนี้ เพราะตนอีกแล้วสินะ "ฉันขอโทษอิม นายอน...ฉันขอโทษ" คำขอโทษ ร่องรอยไปกับสายลมคืนนี้ หากมันถึงคนร้องไห้อยู่ตรงนั้นคงจะดีมากกว่านี้

 

 

 

"ตื่นเร็วๆสิ พี่มินะ" เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กน้อย กระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงเธอ เด็กสาววัย ห้าขวบ ร้องสาวของเธอ

"โฮ ตีห้า!!" ร่างบางหยิบนาฬิกาปลุกขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะกลับตาอีกครั้ง "พี่มินะ ดูคุณอาทิตย์กัน" เสียงเด็กพูดรวบลัด'พระอาทิตย์ขึ้น' ก่อนจะดึงแขนพี่สาวขี้เซาให้ลุกตามตนไป หากแต่แรงเด็กเล็กหรือจะสู้แรงผู้ใหญ่ หากแต่ร่างเล็กของน้องสาว ใบหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อพี่ไม่ทำตามตน "ยะ...อย่าร้องนะ" เหมียวอิ รีบลุกพรวดพราดจูงมือเล็กออกตามไป ใบหน้ายิ้มแย้มของสาวน้อย เห็นได้ชัดเจน 'ไปเป็นนักแสดง เลยไหม...'

 

"ไหน ไม่เห็นมีอะไรเลย" ท้องฟ้ามืดสนิท ร่างบางยืนกลางทุ่งหญ้าแห้ง ภูเขาสูงหลังชายหาด ลมโบกมาคราใด หนาวจับใจครานั้น ราวกับมิใช่ของเดือนสิงหาคม เดือนร้อนที่สุดของเกาหลีใต้ บัดนี้สนธยาเดินเรือขอบฟ้ามีแสงสว่างจาง ๆ เป็นเวลาที่เริ่มมองเห็นขอบฟ้าจักรวาล ก่อนจะเริ่มสนธยาทางการขอบฟ้าปรากฏอย่างชัดเจนขณะที่ยังพอมองเห็นดาวสว่าง ๆ ได้ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ดวง ไม่ถึงอึดใจเดียวท้องฟ้าสว่างมากขึ้นจนกระทั่งกลบแสงดาวไปหมด สีทองอร่ามบนเมฆา สุริยการเริ่มโผล่พ้นจากเส้นขอบฟ้า แสงแรกของวัน เป็นแสงสุดท้ายของฤดูกาล

ใบหน้าเรียวของคนข้างกาย จับจองไปยังสุริเยนทร์เบื้องหน้า ขอบตาบวมเป่ง คงเป็นผลจากเมื่อคืน เผื่อจะเดินกลับเข้าบ้านพักก็เกือบรุ่งสาง มือสองข้างประสานกัน หลับตาก้มหน้าเล็กน้อย ร่างบางทำตามก่อนจะอธิษฐาน 'โปรดยกโทษให้กับความผิดพลาดของฉัน' ก่อนสุริยันโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นเต็มดวง

 

 

 

 

พระอาทิตย์ดวงใหญ่ แสงสีทองอร่าม สาดแสงทุกสรรพสิ่งบนโลกฝั่งตะวันออก สองเท้าเดินเหยียบย่ำเนื้อทรายเม็ดละเอียด อากาศเริ่มร้อนขึ้นกว่าเมื่อเช้า ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องพักเช่นเดิม

"พี่มินะ ไปไหนมา" เสียงเจี๊ยวจ๊าวของตัวเล็ก ยืนเท้าใส่เอว หน้าเชิดขึ้นทางมองใบหน้าของร่างบาง

"มีอะไรเด็กน้อย" ร่างบางนั่งลงต่อหน้าตัวเล็ก ขยี้ผมบาง "ไม่ใช่เด็กนะ ห้าขวบด้วย" เด็กน้อยเถียงร่างบางทันที เสียงหัวเราะร่าของพี่สาว ก่อนจะขยี้ผมแรงๆหนุ่งที สายตาจับจ้องสองพี่น้อง อยู่ไม่ห่าง เสียงลมหายใจเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปสะกิดร่างบาง ที่เล่นอยู่กับน้องสาว

"ฉันมีเรื่อง จะคุยด้วย" ร่างบางพยักหน้าให้ผู้มาใหม่ บอกเด็กน้อยไปเล่นกับเด็กคนอื่นๆรอก่อน ก่อนตนจะเดินตามร่างเพรียวไปยังหลังบ้านพัก ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำ เธอจะพูดเรื่องเมื่อคืน หรือ เรื่องเมื่อเช้า หรืออาจเป็นเรื่องเมื่อแปดปีที่แล้ว แต่ฉันขอแค่เรื่องเดียว เรื่องนี้เท่านั้นที่ฉันไม่สามารถทำให้เธอได้....

ร่างเพรียวหยุดเดินที่หน้าบ่อน้ำ หลังบ้านพัก บ้านพักแห่งนี้พวกเราเช่าไว้ด้วยกันทุกปี ถึงจะเป็นเพียงแค่สามวัน แค่สามวันในสามร้อยหกสิบห้าวัน ฉันก็รอเห็นหน้าเธอแบบใกล้ๆแบบนี้เท่านั้น ใบหน้า ดวงตา หรือแม้แต่ฟันสองซี่ข้างหน้า แค่ได้เห็นฉันก็มีแรงก้าวต่อไป ใช้ชีวิตต่อไปในปีนั้นๆได้ ถึงจะมีบ้างที่ไปหาเธอที่บ้านในกรุงโซล แต่ช่วงเวลามาเที่ยวด้วยกันแบบดีที่สุดแล้ว

 

"เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นได้แล้ว" ร่างเพรียวพูดเสียงหมางเมินในลำคอ แววตาว่างเปล่าที่ฉายออกมาจากดวงตาคู่สวย

"เธอหมายความว่ายังไง" ร่างบางถามออกไป อาจเพียงแค่ยืนยันในคำพูดของร่างเพรียว มันอาจคงไม่ใช่แบบที่ฉันคิดใช่ไหม เธอคงจะไม่พูดในสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดใช่ไหม

"เพลงเมื่อคืน หมายความว่ายังไงล่ะ"

"เลิกทำแบบที่ทำมาตลอด ได้ไหม ฉัน...." ร่างเพรียวหยุดพูดก่อนจะก้มหน้ามองพื้นพสุธา "ฉัน...อะไร" มินะถามออกไป เมื่อเห็นร่างเพรียวไม่พูดให้จบประโยคก่อนหน้า

"ไม่ชอบ....ฉันไม่ชอบ" นายอนพูดเสียงดังก่อนจะหันหลังให้เมียวอิอีกครั้ง.......เหมือนโลกทั้งใบหยุดกะทันหัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวก่อนหน้านี้หายไป เหลือเพียงเสียง อิมนายอน 'ฉันไม่ชอบ ไม่ชอบ....ไม่...ชอบ' ก้องอยู่ในหัววิ่งไปมา ร่างบางหลับตาลงเผื่อสิ่งที่เห็น ได้ยิน สัมผัสในตอนนี้ เป็นเพียงแค่ความฝันอันยาวไกล เปลือกตาค่อยๆเปิดออกกว้าง ภาพตรงหน้ายังเป็นเหมือนเดิม เหมือนก่อนจะปิดตาลงไป ก้อนเนื้อด้านซ้ายเต้นช้าลงกว่าปกติ เสียงลมทะเล กลายเป็นแค่ลมพัดใบหญ้าเบาๆ

"อย่าทำให้ฉันหวั่นไหวเลย ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว"

ช่วยพูดอิีกครั้งได้ไหม ว่าสิ่งที่ฉันได้ยินแค่หูฝาด ไม่ก็เป็นแค่ความคิดด้านลบของฉันเอง

"ไม่พูด...อะไร...หน่อยหรอ" นายอนถามออกมาอีกครั้ง เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับของคนที่อยู่ข้างฉัน เสียงพูดเมื่อครู่ราวเหมือนสิ่งที่ยืนยันว่าคำพูดทั้งหมดที่ได้ยินนั้น เป็นความจริง ความจริงที่ไม่อยากให้เป็นจริง

"ฉะ...ฉัน..."

"ฉันขอโทษนะ ที่ทำให้เธอรู้ัสึกแย่....ฉันขอโทษ" ท้ายประโยคเหมือนแค่ลมพัดมาให้รู้สึกหนาวเย็น ร่างกายที่สั่นอยู่แบบนี้ น้ำตาที่กลั้นไว้ที่ขอบตา อย่าออกมาตอนนี้เลย

"ตอนเย็นที่ๆหนึ่งอยากให้ดู ไปกับฉันได้ไหม ฉันขอเธอแค่นี้" ร่างบางพูดก่อนจะกลับเข้าบ้าน ปล่อยให้ร่างเพรียวยืนสั่นเทา น้ำตาที่อัดกลั้นมานาน บัดนี้ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง

 

 

 

แสงสุรีย์บ่ายคล้อย แดดอ่อนยอแสง สองร่างที่เดินอยู่กลางชายหาด ห่างไกลจากฝูงคน "จะเดินไปถึงไหน ไกลแล้วนะ"ร่างเพรียวตะโกนไปถามคนด้านหน้าที่เดินขะมักเขม้น ไม่รอคนด้านหลังแต่อย่างใด "ถ้าไม่บอก ฉันไม่เดินต่อแล้วนะ" เสียงตะโกนรอบสองเหมือนร่างเพรียวจะทำจริง ก่อนร่างบางจะหันมายิ้มให้ 'ฉันบอกไม่ให้มองด้วยสายตาแบบนั้นแล้วไง'

"ฉันมีที่ดีๆ สำหรับดูพระอาทิตย์ตกของที่นี่" ร่างบางพูดพร้อมยืนมือให้ร่างเพรียวจับ มองนึกคิดสักพักก่อนจะยืนมือให้มินะจับ ก่อนจะเดินไปยังที่ดีๆ ที่ร่างบางบอกมา จุดนี้ห่างไกลจากผู้คน พื้นทรายสีขาวถูกย้อมแดงฉาน สีแดงเดียวกับแสงทินกร พื้นทรายละเอียดกว่าที่อื่นๆ ไร้รอยเท้าของผู้คน คงเป็นที่ดีๆ เหมือนที่ร่างบางบอก พื้นที่ไกลผู้คน โขดหินใหญ่ของช่องเขาบดบังวิสัยข้างๆ

"มีแค่ฉันกับเธอนะที่รู้ สถานที่แห่งนี้" เมียวอิ เข้ามากระซิบข้างหู ใบหน้าแด่งกว่ำ แยกไม่ออกว่าอันไหนเลือดฝาดหรือเพราะพระอาทิตย์ตกกันแน่

"ฉันจะมารอเธอที่แห่งนี้ วันนี้ของทุกปีนะ" ร่างบางพูดพร้อมแววตาจริงจังออกมา

"ถ้าฉันไม่มาล่ะ"

"ฉันก็จะมาเธอตรงนี้ ไม่ว่าเธอจะไม่มาก็ตามที" ร่างบางตอบเสียงราบเรียบเบา ก่อนจะยิ้มจนเห็นเหงือกให้หญิงสาว

"พูดเหมือนปีหน้าเธอ จะไม่มาอย่างนั้น" ก่อนเสียงหัวเราะร่าจากร่างเพรียว

"นั่นสินะ...." ทั้งคู่หัวเราะเสียงดัง จวนถึงเวลาพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า หมดแสงของฤดูร้อน เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

 

พระจันทร์ขึ้นดวงเต็ม บัดนี้ทั้งสองยังนั่งมองดาวอยู่ที่เดิม

"รู้หรือเปล่า ที่นี่ยังมีความพิเศษอีกอย่าง" ร่างบางพูดก่อนลุกเดินออกไปชายหาดสีขาวที่สะท้อนแสงออกมา เสียงดังก้องตามย่างก้าวของเขา เธอแปลกใจเล็กน้อยหากเสียงที่ได้ยิน ไม่ใช่เสียงเหมือนของชายหาดทั่วไป แต่เป็นเหมือนราวกับว่า...การรัวกลอง ในงานเต้นรำ ร่างบางร่ายรำในจังหวะfolksy and orchestral ballad ของชาวพื้นเมืองในทวีปแถบตะวันตก ก่อนจะโค้งให้กับหญิงสาว พร้อมยื่นมือชักชวนออกมาเต้นรำค่ำคืนสุดท้ายของการพักผ่อนนี้ หญิงสาวลุกขึ้นก่อนมือสองข้างจับกระโปรง โค้งครึ่งตัวยื่นมือไปจับมือเรียวของเขา

ทั้งสองร่ายรำเสียงเพลงที่ลอยตามลมมาแต่ไกล จังหวะตามที่ใจปรารถนา รอยยิ้มผุดขึ้นใบหน้าสวยอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เป็นรอยยิ้มที่สวยกว่าเมื่อครั้งเยาว์วัย เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดเท่าที่เคยได้รับ ทั้งสองหมุนสวิงกอดกันตามจังหวะเพลง อยากหยุดเวลานี้ไว้ตรงนี้เสีย อยากให้เธอมอบรอยยิ้มนั้นให้ฉันเพียงคนเดียว ก่อนที่ฉันจะย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศ ฉันไม่รู้ว่า ต่อจากนี้เราจะได้มาเจอกันอีกไหม แต่ฉันสัญญาว่าจะมารอเธอ อยู่ที่ชายหาดขาวระยิบระยับแม้แต่ยามไม่มีแสงจากดวงสุริยา

เวลามีความสุขย่อมผ่านจากเราไปเร็วเสมอ เสียงเงียบหายไป เวลาบ่งบอกว่าเป็นเวลาเที่ยงคืน ทั้งสองค่อยเดินกลับที่บ้านพักเช่นเคย เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่ฉันได้อยู่กับเธอเช่นนี้ ฉันไม่รู้ว่าเธอจะมาตามคำสัญญา อาจเป็นเพียงคำสัญญาฝ่ายเดียว...

 

 

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับเริ่มต้นใช้ชีวิตในที่แปลกตา ภาษาที่ไม่คุ้นหู สิ่งแวดล้อมที่ต่างจากที่เคยอยู่ ถ้ากลับไปเรียนต่อญี่ปุ่น จะใกล้กันมากว่านี้ ถึงจะอยู่ต่างแดนกัน แต่ก็สามารถ.......เธอได้เหมือนทีี่เคยทำสามปีมานี้

"ได้เพื่อนหรือยัง ครบอาทิตย์แล้วนะ" มารดาที่นั่งดูทีวีข้างๆ ถามขึ้น

"ได้แล้วค่ะ คนเอเชียเหมือนกัน" ร่างบางตอบเสียงราบเรียบนึกถึงเพื่อนชาวเอเชียที่ตนได้รู้จัก

"แม่ค่ะ....."

"หืม มีอะไรหรือเปล่า" หญิงวัยกลางคน ถามร่างบางที่เรียกแต่ไม่ยอมพูดอะไร

"เราจะได้กลับเกาหลีกันอีก วันไหนหรอค่ะ" ร่างบางถามไปในที่สุด หากแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงนั่งข้างตนแต่อย่างใด'ตอบไม่ได้สินะ' ใบหน้าเศร้าผุดขึ้นใบหน้าเรียวทันตา คนเป็นแม่ก็รู้ว่าลูกตนหมายความว่าอย่างไร ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

.

.

.

.

 

 

 

 

"แม่ค่ะ หนูกลับเกาหลีสักสองวันนะคะ" ร่างบางบอกแม่ตนที่อยู่ในครัว ก่อนจะได้รับการพยักหน้าเบาๆ

 

 

สองเท้ารีบเดินเข้าไปสนามบินนานาชาติในรัฐเท็กซัส เป็นเวลาสามปีที่ตนต้องกลับเกาหลีในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของฤดูร้อน ที่เคยให้สัญญาไว้ แต่ถึงอย่างนั้น กลับไม่เจอใครเหมือนเดิม ครอบครัวนายอนยกเลิกเที่ยวทะเลตั้งแต่ครอบครัวตนย้ายมาที่สหรัฐ แถมไปหาที่บ้าน ก็มีแต่ความว่างเปล่า ย้ายที่อยู่ไปเสียแล้ว ฉันได้แต่กลับสหรัฐตัวเปล่าเช่นเคย แต่ถึงอย่างนั้นปีนี้ฉันขึ้นเรียนมหาวิทยาลัย กิจกรรมเยอะเพียงใด แค่คิดว่ากลับเห็นใบหน้าสวยของใครบางคน ฉันก็ยอมทิ้งทุกอย่าง

 

ชายหาดที่เดิมที่เคยให้สัญญา ทินกรลับขอบฟ้าไปนาน เสียงเงียบสะงัดเข้าจู่โจม ก่อนสองเท้าจะกลับไปห้องพักเช่นเคย พรุ่งคงกลับไปเท็กซัสตัวเปล่าเช่นเคย

 

 

 

 

ยิ่งเข้าสู่สังคมมหาลัยเต็มตัว ความสนุกที่ไม่เคยพบก็มีมากมาย ปาตี้จัดขึ้นทุกเดือนหลังสอบเก็บคะแนน ความเศร้าที่เคยมีหลังกลับมาจากเกาหลีหายไปเหมือนโกหก เฉกเช่นวันนี้ มีปาตี้ปิดเทอมช่วงซัมเมอร์ หากเป็นเช่นปีที่ผ่านมาฉันคงต้องบินกลับไปรอร่างเพรียว นั่งคนเดียวอยู่กลางชายหาดไร้ผู้คน ฉันมาปาร์ตี้ ลืมความโศกเศร้า ความรักครั้งวัยเยาว์ให้หมดเริ่มต้นใหม่ มินะคนใหม่ ฉันจะไม่กลับเป็นเมียวอิ มินะ หากจะเป็น ชารอน ชื่อที่ใช้ที่นี่

"ชารอน ยู ลองตัวนี้ดิ ถึงใจ" สาวสวยใสดาวคณะเมื่อครั้งตอนปี1 แต่บัดนี้กลับกลายเป็นสาวสวยแซ่บปี3 ก่อนจะยื่นเครื่องดื่มสีสวยในมือมาให้ลอง

"Sidecar แก้วนี้เหมือนเธอเลยนะ" ร่างบางจิบเล็กน้อย สาวตรงหน้าทำหน้าสงสัยเล็กน้อย

"ฉันมองเธอแล้ว รู้สึกสดชื่น เหมือนแค่จิบเพียงปลายลิ้นก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา" คำตอบของร่างบางทำเอาสาวสวยข้างหน้าไปไม่ถูก ใบหน้าแดงกร่ำ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในมือหรือเพราะคำพูดของร่างบาง ก่อนทั้งสองจะไปเต้นเพลงต่อไป ค่ำคืนแห่งความสุขยังอีกยาวไป.....

 

 

 

 

 

 

ยิ่งขึ้นปีสี่ ใกล้จะจบ งานยิ่งเยอะตามชั้นปี หากให้คิดเรื่องอื่นไปก็ยิ่งเสียเวลา ความนึกคิดถึงร่างเพรียวหายไปตั้งแต่ตอนไหนหารู้ได้ อาจเป็นเพราะตั้งแต่ไม่ได้กลับเกาหลีอีกเลย วันนี้เป็นวันที่ในรอบหลายเดือน ที่กลับบ้านนอนบ้าน อาจเพราะงานเยอะหรือเพราะไปปาตี้ตามประสาวัยรุ่นอเมริกัน

"ชารอน อยากกินอะไรพิเศษไหม" เสียงมารดาดังขึ้นจากในครัว

"ฝีมือแม่ พิเศษที่สุดแล้วค่ะ" เสียงใสตอบมารดา มีเพียงเสียงหัวเราะดังขึ้นในครัว โทรศัพท์ถูกหยิบมาเลื่อนดูข่าวสาร ไม่ก็ถูกเลื่อนโพสต์ต่างๆของเพื่อนร่วมคณะ

"เสร็จแล้ว มากินข้าวชารอน" เสียงผู้เป็นแม่เดินมาเรียกร่างอยู่อยู้หน้าทีวี ก่อนจะเดินตามหลังกันไป

 

สองสาวนั่งกินข้าวอย่างสนุกสนาม ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ กันไปมา

"ชารอน ตอนไหนจะพาลูกสะไภ้มาให้ดูสักที ถามเพื่อนเราก็มีแต่บอกว่า เราควงสาวไม่ซ้ำหน้า อย่าคิดแต่เล่นอย่างเดียวสิ" หญิงวัยกลางคนร่ายยาวสั่งสอนลูกสาวที่เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ จริงใจสักคนคงจะดีไม่น้อย เสียงหัวเราะดังลั่นกลางโต๊ะอาหาร หากต้องหยุดลงเมื่อเห็นสายตาดุจากผู้เป็นแม่ "เราเป็นแบบนี้ แม่ไม่ชอบเลย" หญิงวัยคนกลาง สี่ปีมานี้ ร่างบางเปลี่ยนจากเดิม ที่เคยเป็นคนสุขุมกับกลายเป็นคนขี้เล่น ก่อนจะส่ายหัวไปมาเล็กน้อย "ขอโทษค่ะ" ถึงบ้านเราจะใช้ภาษาอเมริกาตั้งแต่ย้ายมา เพื่อให้ร่างบางได้ภาษา เผื่อจะพูดค่อยเฉกเช่นทุกวันนี้ ก็เคยชินกับการพูดภาษาอเมริกาไปเสียแล้ว แต่เวลาทานข้าวหรือกิจกรรมอย่างอื่นก็ถือแบบญี่ปุ่นในการปฏิบัติ

"แม่ก็เชื่อพวกนั้น พูดจริงซะที่ไหน" ร่างบางพูดกลบเกลื่อนว่าร้ายพวกเพื่อนที่พูดเกินจริงสักหน่อย ไม่ได้ควงไปทั่ว เพียงแค่วันละคนเท่านั้น

"ก็ความจริงใช่ไหมล่ะ" อีกคำที่ทำให้ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย หากคำพูดของผู้เป็นมารดาเป็นจริงอย่างไงอย่างนั้น

"ปีนี้ก็จบแล้ว คิดไว้หรือยังจะทำอะไรต่อ" ผู้เป็นแม่ถามต่อ

"ว่าจะเที่ยวรอบโลกสักสามสี่รอบก่อนค่ะ" ร่างบางพูดทีเล่นทีจริง เป็นความจริงที่ตนจะเที่ยวก่อนเริ่มทำงาน แต่หากถ้าสามสี่รอบโลกคงไม่ไหว ตังค์ในกระเป๋านี่สิไม่ไหว สามสี่ประเทศจะพอหรือเปล่าไม่รู้

.

.

.

.

 

 

 

 

สาวร่างเพรียวมองทอดไปยังสุริยาที่กำลังจะลับขอบฟ้า หากไม่ใช่จุดหมายที่ตนได้ฟังคำสัญญาจากร่างบาง ปีที่แปดนี้ ตนพึ่งได้มีโอกาสได้มายังสถานที่แห่งนี้ เมื่อครั้งที่กลับมาจากเที่ยวทะเลจากวันหยุดยาว ตนก็ต้องย้ายไปอยู่บริษัทสำหรับการเป็นเด็กฝึก ส่วนบิดามารดาของตนก็ย้ายไปอยู่บ้านนอก บ้านตายายของเธอ ตลอดเวลาที่ฝึกหัดหกปี ก่อนจะได้เดบิ้ว เป็นปีที่สองในปีนี้ ยากลำบากแค่ไหน หากไปไหนตามใจชอบเหมือนที่อยากทำก็ทำไม่ได้ อยากมาหาร่างบางที่เคยสัญญาจะมารอที่แห่งนี้ ก็ไม่ได้....ฉันคิดอิจฉานกตัวน้อยที่ได้บินตามใจนึกคิด

ตะวันลับขอบฟ้าไปนานกว่าร่างบางจะเดินไปหาเพื่อนร่วมวงของเธอที่ร้านอาหารใกล้ๆ

"ออนนี่ไปไหนมาค่ะ พี่เมเนถามหา" น้องสาวร่วงวงถามก่อนจะบอกว่าผู้จัดการถามหาตน ร่างเพรียวพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินไปหาผู้จัดการหนุ่มที่กำลังคุยกับเจ้าของร้านอยู่

"อปป้าเมเน มีอะไรหรือเปล่าค่ะ" ร่างเพรียวถามออกไป เมื่อผู้จัดการตนหันมาทางตนพอดี "ฉันถามคนทีี่เธอเคยบอกไว้ให้แล้วนะ ลองถามป้าแกดู" ร่างเพรียวโค้งเคารพป้าเจ้าของร้าน ยิ้มบางๆผุดขึ้น จนเห็นฟันกระต่ายสองซี่ "ผู้หญิงชาวญี่ปุ่นนะหรอ เมื่อก่อนมาแถวนี้ทุกปีเลยล่ะ แต่ช่วงนี้ไม่เห็นมาแล้วนะ" ป้าเจ้าของร้านพูดขึ้นเมื่อนึกเห็นใบหน้าสวยสาวญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน

"ประมาณเมื่อไหร่ค่ะ" หญิงสาวเจ้าของฟันกระต่ายถามขึ้น สาวญี่ปุ่นมาทุกปี แค่ฟังก็เศร้าแล้ว เธอมาตามสัญญาจริงๆ

"เดี๋ยวนะ.....อ้อวันนั้นวันแต่งงานลูกชายฉันพอดี เอ่อ....ประมาณ สี่ ปีที่แล้ว อ้า สี่ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่เห็นมาอีกเลย" ป้ายื่นอยู่ด้านหน้าของทั้งสองทำหน้านึกคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา ถ้าสี่ปีที่แล้ว ตนก็ยังเป็นเด็กฝึกอยู่ ร่างเพรียวทำหน้าเศร้าอีกครา เมียวอิ ไม่ได้มาที่นี่สี่ปีแล้วสินะ....."ถ้าเด็กสาวญี่ปุ่นมา ก็จะแวะกินข้าวที่นี่ทุกมื่อเลยล่ะ ฉันเลยจำได้บ้าง" ทั้งสองขอบคุณเจ้าของร้านก่อนจะเดินไปยังที่โต๊ะเช่นเดิม

.

.

.

.

 

 

 

 

ปัจจุบัน....

คงเป็นปีที่สิบ หลังเหตุการณ์มากมาย สาวร่างเพรียวเดินกลางชายหาดสีขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เดินมาห่างไกลจากฝูงคน พื้นที่อีกแค่ห้าร้อยเมตรก่อนจะถึง ที่เคยเป็นเพียงความทรงจำของเธอกับเขา ปีที่สามที่เธอมาในที่แห่งนี้ สัปดาห์หยุดยาวหลังจากทัวคอนเสิร์ตร่วมเป็นปีของเธอ พึ่งจบเมื่อวานที่โดมกลางกรุงโซล เท้าเปล่าเหยียบย่ำบนพื้นชายสีขาว พระอาทิตย์ดวงโตเริ่มเปลี่ยนสีเหลืองอร่ามเป็นสีแดงฉาน ใกล้ขอบฟ้าโลก เสียงเกากีตาร์ หวานมาแต่ไกล หากแต่ยิ่งเดินเข้าใกล้จุดความทรงจำ แรงสั่นสะเทือนจากการดีดสายกีตาร์ขึ้นลงยิ่งดังกว่าเก่า ก่อนบทเพลงแสนหวานในความเศร้าจะดังขึ้น

 

"....The other night, dear, as I lay sleeping...
I dreamt I held you in my arms...
When I awoke, dear, I was mistaken...
So I hung my head, and I cried....

เสียงหวานใสราวกับเสียงคนในความจำ ยิ่งวิธีการร้อง คล้ายกับจะร้องไห้ออกมา

...You are my sunshine, my only sunshine...
You make me happy when skies are grey...
You never know, dear, how much I love you...
Please don't take my sunshine away...

ร่างเพรียวเดินเข้าไปใกล้เสียงหวาน บทเพลงไพเราะแต่แฝงไปด้วยความเศร้า เพียงแค่ดังมาจากอีกด้านของโขดหินที่กั้นเส้นทางไว้ ที่ๆเป็นความทรงจำของเธอกับเขา

I'll always love you and make you happy...
If you will only say the same...
But if you leave me to love another,...
You'll regret it all one day...

'ฉันจะรักเธอและจะทำให้เธอมีความสุขเสมอ' บทเพลงเศร้าจับใจ ร่างบางเดินผ่านน้ำใสของทะเลกว้างใหญ่ น้ำตาไหลรินร่วงหล่นจากดวงตาทั้งสองข้าง ร่างบางนั่งเกากีตาร์พร้อมหลับตา น้ำตาร่วงหล่นคล้ายกับของตน หากเพียงแค่มาจากดวงตาด้านซ้าย

....You are my sunshine, my only sunshine...
You make me happy when skies are grey...
You never know, dear, how much I love you....
Please don't take my sunshine away....
Please don't take my sunshine away......

ร่างเพรียวเดินเข้าไปหยุดตรงใบหน้าสวย ของคนเบื้องหน้า มองอย่างถี่ถ้วนว่าใช่คนในความทรงจำเธอจริงๆหรือเปล่า น้ำตาร่วงหล่นลงบนชายหาด พยายามไม่กวนสมาธิคนด้านหน้า เพียงบทเพลงกล่อมทั้งสองก่อนเริ่มท่อนสุดท้าย

....You are my sunshine, my only sunshine...
You make me happy when skies are grey...
You never know, dear, how much I love you....
Please don't take my sunshine away....
Please don't take my sunshine away......"

บทเพลงในจังหวะช้าๆ ก่อนร่างบางจะค่อยๆลืมตา ใบบทเพลงท่อนสุดท้ายนี้ ใบหน้าเรียวสวยเบื้องหน้า พร่ามัวราวกลับเป็นเพียงภาพในความคิด ที่ก่อขึ้นกลายเป็นรูปร่าง บทเพลงจบลง ก่อนริมฝีบางจะถูกประกบเข้าส่วนเดียวกัน สิ่งที่กำลังสัมผัส รสชาติหวานหอมเช่นนี้ ออกเค็มบ้างจากน้ำตาที่ร่วงหล่นเข้าปาก

ริมฝีปากประกบกันนาน นานพอที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป ดวงดาราเข้ามาเติมเต็มนภา เดือนเคียงดาวดวงโต สีทองอร่าม ก่อนร่างเพรียวจะผลักออก ก่อนจะหมดลมหายใจไปเสียก่อน ก้มกอดบุคคลตรงหน้า เสียงร้องไห้อัดกลั้นมานาน น้ำตาผลิตออกมาอีกหน ร่างบางขยับลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้สีขาว กอดตอบหญิงสาว

"ต้องให้ร้องเพลงเรียกก่อนหรอ ถึงจะมาหาได้" มือเรียวยกขึ้นลูบผมบางเบา เสียงสะอื้นของหญิงสาวกอดกาย เผื่อจะสงบลงได้ เวลาก็ล่วงมานาน

"ขอบคุณนะที่กลับมาหากัน" หญิงสาวผลักออกจากอ้อมกอดอบอุ่น สายตาหวานปานน้ำเชื่อม ส่งตรงมายังตน ทั้งคู่นั่งลงพื้นทราย ก่อนร่างบางจะบรรเลงบทเพลงหวาน และอบอุ่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ มีสาวสวยที่ตนเฝ้ารอนั่งเป็นเพื่อนข้างกาย

.

.

.

.......................................................................

จบไปแล้วนะคะสำหรับเรื่องสั้น สั้นมากๆ5555
ขอขอบพระคุณ ทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
ฉลองที่แพนกริ้วน้อยกลับโซลพร้อมสาวๆ ก็เหมือนเรื่องนี้ ที่เผื่อจะกลับมา
เจอกันอีกครั้งได้เช่นเคย ก็ใช้เวลา

"เวลาไม่เคยทำร้ายใครค่ะ มีแค่เราที่ไม่เข้าใจเวลา"

คนรักกันไม่ว่าต้องรอแค่ไหน เวลาเจอกันยิ่งทำให้รักกันขึ้นกว่าเดิม

การรอคอยเจ็บปวดทั้งสองฝั่งค่ะ

เพลงที่ใช้ในเรื่อง:
เพลงแรก: Hoobastank - The Reason เพลงที่ในใจของใครหลายคน
อาจเป็นเพลงเก่ายุค90 แต่กินใจมากๆเลยค่ะ
เพลงที่สอง: You Are My Sunshine – Johnny Cash เพลงประจำชาติเลยก็ว่าได้
เนื้อหากินใจอีกเพลง

(ขอย้ำอีกครั้งนะคะ เรื่องที่เขียนขึ้นทั้งหมดเป็นจินตนาการของผู้เขียนไม่เกี่ยวข้องกับตัวศิลปินแต่อย่างใด)

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Kunknight_คุณไนท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น