คัดลอกลิงก์เเล้ว

Love complex [JACKJI] [JACKSON & YOUNGJI]

โดย Paint

ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันควรจบใช่มั้ย?...

ยอดวิวรวม

1,182

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,182

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ส.ค. 58 / 01:45 น.
นิยาย Love complex [JACKJI] [JACKSON & YOUNGJI] Love complex [JACKJI] [JACKSON & YOUNGJI] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
JACKSON



"เอาเข้าจริงๆ แล้ว...ผมไม่อยากเสียเธอไป"



YOUNGJI



"ความรู้สึกของฉัน...ก็ไม่ต่างไปจากเขา"










ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของไรท์เตอร์เท่านั้น



@SQWEEZ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ส.ค. 58 / 01:45


          




            “ยองจี เป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ” ซึงยอนพี่ร่วมวงเดินมาหาหญิงสาวที่นั่งหน้างอก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสักที

            “ป่าวค่ะพี่ซึงยอน” ยองจีเงยหน้าตอบพี่สาวที่เดินมานั่งข้างเธอ ยองจีก้มมองโทรศัพท์อีกครั้งเธอเห็นว่าเขากลับออกมาจากป่าเมื่อสองวันก่อนแล้วเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมบอกเธอว่าจะกลับวันไหนครั้งสุดท้ายที่คุยกันก็ตอนที่เขาโทรมาบอกว่าถึงป่าแล้วเท่านั้นพอหลังจากนั้นเธอก็เข้าใจว่าที่ป่าอาจจะไม่มีสัญญาณเขาจึงไม่ยอมติดต่อมาหาเธอแต่เธอก็เพิ่งมาเอะใจเมื่อเห็นเขาอัพไอจีว่าเขากลับมาแล้วแต่ทำไมเขาถึงไม่บอกเธอสักคำ

            “เรื่องแจ็คสันใช่มั้ย” ซึงยอนมองน้องสาวที่แม้จะไม่พูดอะไรแต่เธอก็สามารถเดาได้ว่าน้องสาวของเธอเป็นอะไร ถึงแม้ยองจีจะเข้ามาในวงเมื่อไม่นานมานี้แต่ความรักความเอาใจใส่ของเธอและพี่ๆ คนอื่นในวงที่มีต่อยองจีไม่ได้น้อยไปเลย เธอกลับห่วงน้องสาวคนนี้มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป

            “...ใช่ค่ะ” ยองจีมองหน้าพี่สาวอีกครั้ง ในเมื่อเธอปกปิดพี่สาวไม่ได้ว่าเธอกำลังเป็นอะไรเธอจึงได้แต่ยอมรับกับซึงยอน

          “ทำไมล่ะ เขาถึงเกาหลีตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้วไม่ใช่เหรอแล้วเธอก็อัพรูปให้เขารู้แล้วหนิว่าเธอดีใจแค่ไหนที่เขากลับมาถึงอย่างปลอดภัย”

            “ฉันอัพรูปก็จริงค่ะแต่ไม่รู้ว่าเขาจะรู้รึเปล่าว่าที่ฉันอัพหมายถึงเขา เพราะตั้งแต่เขาไปเราไม่ได้คุยกันเลย ฉันมารู้ว่าเขากลับถึงเกาหลีก็ตอนที่เขาอัพไอจีบอกทุกคนว่าเขาถึงแล้ว” ยองจีบอกพี่สาวเสียงอ่อยเพราะเรื่องนี้เธอไม่ได้บอกให้ใครรู้ว่าเราไม่ได้ติดต่อกันหลายวันแล้ว สถานะตอนนี้ระหว่างเธอกับแจ็คสันเป็นแค่คนกำลังคุยกันเท่านั้นถ้าเธอจะโทรไปถามเดี๋ยวเขาก็จะหาว่าเธอวุ่นวายเกินไป

            “พี่ว่าเขาคงเห็นแล้วแหละ แจ็คสันอาจจะกำลังส่องไอจีอยู่ก็ได้นะแล้วนี่รูปก็ตั้งแต่เขากลับมาแล้วด้วย”

            “งั้นคงเห็นแล้วค่ะเพราะตอนนี้...เขาอันฟอลฉันแล้ว” ยองจีพูดออกมาน้ำตาคลอมองหน้าพี่สาวที่เข้าใจเธอทุกอย่าง

            “อันฟอล!! เขากดผิดหรือเปล่ายองจีหรือว่าอาจจะโดนแฮคก็ได้นะ” ซึงยอนมองหน้ายองจีงงๆ และยิ่งตอนนี้แจ็คสันกำลังไปได้ดีอาจจะมีคนที่ไม่หวังดีแกล้งก็ได้

            “ไม่หรอกค่ะพี่ซึงยอน เขาอันฟอลหนูแค่คนเดียวอีกอย่างเราเคยคุยกันว่าถ้าคนใดคนนึงงอนหรือโกรธอะไรหรือไม่อยากคุยกันก็ส่งสัญญาณให้รู้อย่างเช่นอันฟอลแบบนี้ไงคะ”

            “แล้วทำไมเธอไม่ลองโทรไปถามหรือส่งข้อความไปถามเขาดูล่ะว่าทำไมทำแบบนี้”

          “ไม่หรอกค่ะพี่ซึงยอน ถ้าเขาไม่อยากคุยกับฉันแล้วฉันก็จะไม่คุยกับเขาเหมือนกัน” ยองจีบอกซึงยอนพลางกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตาออกไปให้หมด

            “ยองจี” ซึงยอนเองก็พูดไม่ออกในเมื่อน้องสาวเธอเลือกที่จะทำแบบนี้เธอก็คงจะต้องปล่อยตามความต้องการของยองจีถึงแม้ว่าเธอไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจบลงแบบนี้ก็ตาม เพราะแจ็คสันเองก็ดูแลยองจีเป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ถ่ายรายการร่วมกันหรือแม้กระทั่งตอนที่ยองจีลงรูปผิดแจ็คสันก็ออกมาปกป้องโดยการกดไลค์รูปนั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้แอนตี้แฟนไปว่าเขาแทนและเธอเองก็เชื่อว่าที่แจ็คสันทำแบบนั้นมันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ

            “เรากลับหอกันเถอะค่ะพรุ่งนี้เรามีงานแต่เช้า” ยองจีลุกขึ้นเดินออกจากห้องซ้อมไปซึงยอนได้แต่มองตามก่อนจะลุกตามออกไป เธอไม่ได้บอกพี่ซึงยอนอีกอย่างคือแจ็คสันฟอลใครคนนึงเพิ่มและเขาก็ยังรัวกดไลค์เธอคนนั้น...นี่สินะอาจจะเป็นเหตุผลของนายที่ทำกับฉันแบบนี้

 

 

 

 

            การแสดงของ GOT7 ครบเจ็ดคนครั้งแรกตั้งแต่แจ็คสันออกจากป่ามาจบลงไปด้วยดีสมาชิกทุกคนต่างยิ้มแย้มดีใจที่กลับมาแสดงครบในรอบสัปดาห์แต่มีอีกคนที่ยิ้มบ้างแต่กลับไม่เหมือนคนเดิมที่สดใสตลอดเวลาคอยทำให้เหล่าสมาชิกหัวเราะ แบมแบมมองพี่ชายที่หันไปยิ้มกับคนอื่นแต่พอเผลอทีไรก็กลับเศร้าทุกครั้งพี่ชายของเขาวันนี้มีบางอย่างผิดปกติ

            “พี่แจ็คสันเป็นอะไรอะ ทะเลาะกับพี่ยองจีเหรอ” แบมแบมเดินเข้ามากระซิบถาม แจ็คสันชะงักกับคำถามของแบมแบมเล็กน้อยแต่ก็ส่ายหัวปฏิเสธ

            “ไม่ทะเลาะแล้วทำไมทำหน้างี้ล่ะ...ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร” แบมแบมเห็นหน้าแจ็คสันมองมาพลางส่งสายตาดุเขาก็ไม่ถามต่อ เขาไปถามพี่ยองจีเองก็ได้

            พอถึงหอพักก็ต่างคนต่างทำธุระส่วนตัวแบมแบมหยิบมือถือขึ้นมาส่องทวิตเตอร์แฟนๆ ทันทีที่เห็นแฟนๆ ดราม่าเรื่องไอจีของแจ็คสันและยองจีแบมแบมก็ลองเข้าไปดูไอจีแจ็คสันก็เห็นว่าแฟนต่างประเทศเข้ามาเม้นท์ว่าแจ็คสันกันเยอะที่แจ็คสันไปอันฟอลยองจี แบมแบมพลางคิดถึงเหตุผลที่แจ็คสันเป็นแบบนี้ก็พอเดาออกแต่เขาก็อยากรู้ว่าทำไมพี่แจ็คสันถึงต้องอันฟอลพี่ยองจีแล้วตอนนี้ไม่ใช่แค่พี่แจ็คสันโดนว่าคนเดียวยังลามไปถึงพี่ยองจีด้วย เขาไม่อยากให้พี่ทั้งสองคนต้องโดนด่ายิ่งพี่ยองจีเป็นผู้หญิงต้องโดนหนักกว่าพี่แจ็คสันอยู่แล้วอย่างครั้งที่แล้วเขาเห็นดราม่าเรื่องรูปเขาถึงได้บอกพี่แจ็คสันทำไรสักอย่างพี่แจ็คสันเลยออกมากดไลค์รูปนั้น แล้วครั้งนี้เขาจะทำยังไงดีพี่ยองจีเองก็เปรียบเหมือนพี่สาวอีกคนของเขาด้วย แบมแบมคิดอยู่ได้สักแป๊บก็กดหาหมายเลขเพื่อโทรหาทันที

            “สวัสดีครับพี่ยองจี” แบมแบมเอ่ยทักทายคนปลายสายเมื่อได้ยินเสียงตอบรับ

            “ว่าไงแบมแบม ดึกแล้วทำไมไม่นอนเพิ่งแสดงเสร็จไม่ใช่เหรอ”

            “เรื่องไอจีนั่น...ผมจะบอกพี่แจ็คสันฟอลคืนนะ ผมว่าพี่เขาต้องกดผิดแน่พี่ยองจีอย่าคิดมากนะแล้วที่แฟนๆ ไปเม้นท์พี่ยองจีก็อย่าเก็บไปคิด” แบมแบมลองเอ่ยเรื่องที่จะพูดแล้วเงียบสักพักพอเห็นว่าพี่ยองจีไม่พูดอะไรเขาเลยรัวเรื่องที่ต้องการพูดทันที

            “พี่ไม่คิดมากหรอกแบมแบม คนที่ควรจะบอกว่าอย่าคิดมากน่าจะเป็นพี่ชายแบมมากกว่าพี่อีกนะ เห็นว่าแม่ต่างประเทศไปว่าเขาเยอะเลย ส่วนเรื่องฟอลไม่ฟอลพี่ไม่คิดอะไรอยู่แล้วแหละถ้าเขาไม่อยากฟอลก็ไม่ต้องไปบังคับเขานะแบมให้เขาตัดสินใจเองเถอะ”

            “พี่ยองจีไม่คิดมากจริงๆ นะ ผมเป็นห่วงพี่นะพี่” แบมแบมยังคงถามเพื่อความมั่นใจว่าพี่ยองจีของเขาจะไม่คิดมากอย่างที่ว่า

            “พี่ไม่คิดมากหรอกแบมอย่าห่วงเลย ไปนอนเถอะพรุ่งนี้มีงานไม่ใช่เหรอ”

            “ครับ...งั้นฝันดีนะครับพี่” เสียงพี่ยองจีที่ตอบกลับมาอย่างแผ่วเบาเขาก็รู้แล้วว่าที่บอกว่าไม่คิดมากคงจะไม่จริง

            “ฝันดีจ๊ะ” ยองจีตัดสายไปแล้วแบมแบมก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาทำได้แค่บอกว่าอย่าคิดมากเท่านั้นแล้วถ้าเขาไปบอกพี่แจ็คสันให้ฟอลกลับอีกครั้งพี่ยองจีจะโดนด่าอีกมั้ย เขารู้ว่าเรื่องแบบนี้มันอ่อนไหวต่อแฟนๆ มากแค่ไหน แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาจะต้องพูดอะไรสักอย่างบ้างแล้วส่วนที่เหลือคงต้องให้พี่แจ็คสันคิดเอาเองเหมือนที่พี่ยองจีว่า

            “พี่แจ็คสัน” แบมแบมเปิดประตูห้องแจ็คสันเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของห้องเลยสักนิด

            “แบมแบมจะเปิดประตูห้องคนอื่นทำไมไม่เคาะก่อนห๊ะ” แจ็คสันหันไปดุน้องที่พรวดพราดเข้ามา

            “ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่อ่ะขอเวลาแป๊บนึงนะ” แบมแบมไม่สนใจเสียงดุนั่นพลางเดินมานั่งปลายเตียงของแจ็คสันซึ่งเป็นเตียงสองชั้นระหว่างแจ็คสันกับมาร์ค

            “มีอะไร” แจ็คสันถามน้องเสียงห้วน

            “เรื่องพี่ยองจี” แบมแบมเงียบเมื่อเห็นแจ็คสันกำลังจะเอ่ยบางอย่างออกมาก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่ยอมพูดสักที

            “พี่เห็นคอมเม้นท์แล้วใช่มั้ยทำไมพี่ทำแบบนั้น พี่ไม่คิดเหรอว่าพี่ยองจีจะคิดมากขนาดไหน”

            “แล้วแกรู้ได้ไงว่าพี่ยองจีของแกจะคิดมาก คนเขาด่าฉันนะไม่ได้ด่าพี่ยองจีของแกเลย” แจ็คสันถามกลับทันที

            “แสดงว่าพี่ยังไม่เห็นสินะ” แบมแบมกดโทรศัพท์ที่ถือติดมือมาด้วยเปิดข้อความที่แฟนๆ พวกเขาด่ายองจีให้แจ็คสันฟัง

            “พี่เห็นยัง ไม่ว่าพี่หรือพี่ยองจีก็โดนไม่ต่างกันเลย แต่พี่อย่าลืมนะว่าไม่ว่ายังไงผู้หญิงก็จะโดนมากกว่าผู้ชายอย่างเราอยู่แล้ว”

            “แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง”

            “พี่แจ็คสัน ทำไมพี่พูดแบบนี้พี่ไม่ห่วงพี่ยองจีเลยใช่มั้ย พี่รู้หรือเปล่าเมื่อกี้ตอนที่ผมโทรหาพี่ยองจีเสียงพี่ยองจีเป็นยังไงแค่พี่เขาพูดผมก็รู้แล้วว่าพี่ยองจีรู้สึกยังไงตอนนี้ แล้วพี่ยองจีเป็นห่วงพี่มาก พี่ยองจีบอกผมว่าคนที่ผมควรบอกว่าอย่าคิดมากน่าจะเป็นพี่มากกว่าส่วนเรื่องว่าพี่จะฟอลหรือไม่ฟอลพี่เขาไม่สนใจแล้วบอกแค่ว่าจะฟอลไม่ฟอลก็เรื่องของพี่” แบมแบมพูดออกมาด้วยความโมโห ก่อนจะเริ่มคุยกันพี่แจ็คสันนี่นอนแทบไม่หลับบอกว่าพี่ยองจีน่ารักอย่างงั้นน่ารักอย่างนี้ใครแซวพี่ยองจีก็พาลหงุดหงิดไปหมด พอมาตอนนี้ทำเป็นไม่อยากสนใจ

            “ถึงพี่กับพี่ยองจีจะแค่คุยกันยังไม่ถึงขั้นเดทแต่พี่ควรจะบอกอะไรพี่เขาหน่อยนะว่าพี่ทำไมถึงทำแบบนี้ ผมบอกพี่ได้แค่นี้แหละส่วนที่เหลือก็แล้วแต่พี่เองล่ะกันนะผมไปนอนแล้ว” แบมแบมเห็นแจ็คสันเอาแต่เงียบไม่ยอมพูดอะไรตอบจึงลุกกลับไปยังห้องของตัวเอง

            “อย่างที่น้องพูดก็ควรคิดบ้างนะแจ็คสัน” มาร์คที่เงียบฟังมานานเอ่ยขึ้นมา เขาพอจะรู้มาบ้างเพราะการกระทำของแจ็คสันแปลกไปตั้งแต่ที่พวกเขากลับมาเจอกัน เขาคอยสังเกตแถมยังเห็นผ่านๆ ด้วยว่าแจ็คสันเปลี่ยนไปเพราะอะไร

            “นายต้องเลือกนะแจ็คสันไม่ใช่ปล่อยให้มันค้างคาอยู่แบบนี้ ฉันรู้ว่านายหวั่นไหวไปกับฮานิถ้านายหวั่นไหวไปกับเธอนายก็ควรจะตัดยองจีบอกเธอให้รู้ไม่ใช่อยู่ๆ ก็อันฟอลเขาไม่โทรหาเขาไม่ตอบข้อความเขาแบบนี้”

            “พี่รู้” แจ็คสันเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมานาน เขานึกว่าเรื่องนี้จะไม่มีใครเดาออกแต่เขาลืมไปได้ไงว่าพี่มาร์ครูมเมทของเขาแค่มองตาก็รับรู้ถึงความรู้สึกได้

            “อืม” มาร์คส่งเสียงตอบแค่นั้น ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะวันก่อนเขาเล่นโทรศัพท์แจ็คสันแล้วมือไปกดโดนแอพชื่อดังเห็นว่ายองจีส่งข้อความมาแต่แจ็คสันไม่ได้เปิดอ่านแถมเขายังเห็นว่าแจ็คสันคุยกับฮานิในกล่องแชทนั้นด้วยและปกติเวลาแบบนี้ทุกครั้งหลังงานเสร็จแจ็คสันจะโทรหายองจีหรือไม่ก็จะวีดีโอคอลกับเธออย่างน้อยๆ แจ็คสันจะคุยกับยองจีผ่านแชทตลอด แต่ตั้งแต่เขากลับมาเขายังไม่แจ็คสันโทรหายองจีเลยแม้แต่ครั้งเดียวเขาจึงเดาไม่ยากว่าที่แจ็คสันเป็นแบบนี้เพราะอะไร

            “ผมไม่รู้ว่าจะบอกเธอยังไงผมกลัวเธอเสียใจ” แจ็คสันเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

            “แล้วถ้านายไม่บอกเธอจะยิ่งไม่เสียใจไปมากกว่านี้เหรอ ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องเสียใจอยู่แล้วหนิแล้วอีกอย่างถ้านายเลือกที่จะคุยกับคนใหม่นายจะไปแคร์ยองจีทำไมว่าเธอจะเสียใจ” มาร์คพูดแทงใจดำแจ็คสัน ถ้าแจ็คสันยังแคร์ว่ายองจีจะเสียใจก็แสดงว่าแจ็คสันก็ยังคงรู้สึกดีๆ กับยองจีอยู่

            “แล้วผมควรทำยังไงดี” แจ็คสันถามออกมาอย่างหมดหนทาง เขาคิดว่าการที่เขาอันฟอลมันอาจจะทำให้ยองจีเสียใจน้อยสุดแล้วเพราะเราตกลงกันตั้งแต่แรกว่าการอันฟอลหมายถึงอะไร แต่พอได้ยินที่แบมแบมพูดว่ายองจีคงเสียใจไม่น้อยและยังเป็นห่วงเขาแถมคำพูดของมาร์คเมื่อกี้เขาก็ยิ่งรู้สึกแย่ไปมากกว่าเดิม เขาเองก็รู้สึกดีที่ได้คุยกับฮานิแต่ก็ยังไม่อยากทำให้ยองจีเสียใจ

            “เฮ้อแจ็คสัน...เรื่องนี้นายต้องคิดเอง ฉันนอนแล้ว” มาร์คพูดจบก็คลุมโปรงทันทีปล่อยให้แจ็คสันคิดอยู่คนเดียว

            แจ็คสันเอนตัวลงนอนบ้างมือก็เลื่อนโทรศัพท์ไปมาพลางคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เขาเห็นคอมเม้นท์ที่แฟนต่างประเทศเม้นท์แล้วและถ้าเขาไม่ฟอลกลับแฟนๆ ก็คงไม่เลิกเม้นท์กันง่ายๆ แต่ถ้าเขาฟอลล่ะแฟนๆ คนอื่นก็จะไม่ด่ากันอีกเหรอแต่พอคิดไปคิดมาแฟนๆ คงจะด่าเขามากกว่าด่ายองจี แจ็คสันจึงเปิดแอพเจ้าปัญหาขึ้นมาพลางพิมพ์ชื่อแอคเคาท์ยองจีที่จำได้ขึ้นใจก่อนจจะกดฟอลอีกครั้งและไม่อยากให้เป็นประเด็นมากกว่าเดิมเขาจึงเลือกที่จะฟอลพี่สาวในวงของเธอและเพื่อนคนอื่นที่เขายังไม่ได้ฟอลด้วย

 

 

 

            ยองจีตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อคืนเธอนอนไม่ค่อยหลับเธอยอมรับว่าเรื่องที่แบมแบมพูดมีส่วนที่ทำให้เธอคิดมากกว่าจะได้นอนก็ปาไปเกือบรุ่งเช้า วันนี้เธอเลยรู้สึกไม่ค่อยจะสดชื่นสักเท่าไหร่

            “ถ้าไม่อยากฟอลก็ไม่เห็นจะต้องฟอลเลยมาทำแบบนี้ก็เหมือนนายโดนบังคับมากกว่ามั้ยแจ็คสัน” หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเตรียมตัวจะไปขึ้นรถเพื่อออกไปทำงานยองจีจับโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเช็คข่าวต่างๆ พอเปิดเข้าไปไอจีเช็ครูปที่แฟนๆ แท็กมาก็ปรากฏว่าแจ็คสันกลับมาฟอลเธอเหมือนเดิมแล้วแต่ถ้าให้เดาเขาคงทำไปเพราะจำใจต่างหากไม่ คนอื่นอาจจะคิดว่าการฟอลไม่ฟอลกันเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เธอกับแจ็คสันตกลงกันไว้แล้วและการที่เขาอันฟอลเธอก็อาจจะเป็นอย่างที่ตกลงกันไว้เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงโทรมาบอกเธอเหมือนครั้งที่แล้วแล้วว่าอันเพราะพี่เมเนเจอร์บอกให้อันแต่ครั้งนี้เขากลับไม่บอกอะไรเธอเลยมันก็คงต้องเป็นไปอย่างที่ตกลงกันไว้

            “บ่นอะไรพึมพำคนเดียวยองจีไปขึ้นรถได้แล้ว” ฮาร่าเดินมาเรียกน้องที่ยังไม่เห็นเดินออกไปสักที

            “โอเคค่ะ ขอโทษนะคะที่ให้รอ” ยองจีเดินออกไปจากห้องพร้อมโค้งขอโทษพี่ๆ และเมเนเจอร์ที่รออยู่ก่อนแล้ว

            “วันนี้มีงานครึ่งวันตอนเย็นเราจะกลับไปซ้อมที่บริษัทเพราะพรุ่งนี้เย็นเรามีงานอินกิกาโย” เสียงพี่เมเนเจอร์เอ่ยขึ้นเมื่อทุกคนพร้อมที่จะออกเดินทางไปทำงานตามตารางงานของวันนี้

            “ค่ะ” เสียงขานรับของเหล่าคาร่าเอ่ยออกมาพร้อมกัน

            “ยองจี...คืนดีกันแล้วเหรอ” ซึงยอนหันมากระซิบถามน้องสาวที่นั่งข้างตัวเอง เธอเข้าไปเช็คในไอจีมาแล้วและเห็นแล้วว่าแจ็คสันกลับมาฟอลยองจี

            “ยังหรอกค่ะ ที่เขาฟอลเพราะโดนบังคับต่างหาก” ยองจีตอบพี่สาวอย่างหงุดหงิด วันนี้เธอจะไม่พูดถึงคนๆ นี้เด็ดขาด

            “ถ้าเขาไม่โทรมาพรุ่งนี้ค่อยถามก็ได้นี่ยังไงก็เจอกันอยู่แล้ว”

            “ไม่ถามหรอก ถ้าอยากให้เป็นแบบนี้ฉันก็จะเป็นมันแบบนี้แหละต่างคนต่างอยู่แล้วกัน” ยองจีพูดจบก็ใส่หูฟังทันที ซึงยอนมองน้องสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าท่าทางครั้งนี้น้องสาวเธอจะใจแข็ง

            หลังจากเสร็จงานตั้งแต่ช่วงบ่ายคาร่าก็เอาแต่ซ้อมกันตลอดเวลาพวกพี่ๆ บอกให้พักบ้างแต่เธอไม่อยากพักจึงขอพี่ๆ อยู่ซ้อมคนเดียวเพราะเธอรู้ว่าถ้าเมื่อไหร่เธอพักเธอก็เอาแต่จะคิดถึงเรื่องของเขาเธอเลยเลือกที่จะซ้อมๆๆ แล้วก็ซ้อมอยู่อย่างนี้แต่พอเงยหน้าอีกทียองจีก็พบว่ามันล่วงเลยเวลามาถึงสี่ทุ่มแล้วคงต้องถึงเวลากลับพลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นก่อน

            “ฮัลโล” ยองจีกดรับเมื่อเห็นว่าใครโทรมา

            “หวัดดีครับพี่ยองจี” เสียงแบมแบมกล่าวทักขึ้น

            “ว่าไงแบมแบม” ยองจีเอ่ยถาม ทำไมช่วงนี้แบมแบมถึงโทรหาเธอบ่อยจังเลยแถมยังส่งข้อความมาตลอดบอกว่าสู้ๆ นะพี่สาวของผม

            “พี่ยองจีอยู่ไหนอ่ะ”

            “พี่อยู่ห้องซ้อมกำลังจะกลับแล้ว” ยองจีตอบพลางเก็บของใส่กระเป๋าไปด้วย

            “เพิ่งซ้อมเสร็จเหรอครับ”

            “ใช่...เรามีไรหรือเปล่า” ยองจีเปิดประตูห้องซ้อมออกพลางเดินไปกดลิฟต์เพื่อที่จะลงไปข้างล่าง

            “ผมตื่นเต้นอ่ะพรุ่งนี้จะได้เจอพี่ยองจีแล้ว” เสียงแบมแบมตอบกับมาอย่างตื่นเต้นจริงๆ

            “ไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลย พูดอย่างกับว่าไม่เคยเจอพี่อย่างงั้นแหละ” ยองจีพูดอย่างนึกขำ

            “ก็ผมไม่ได้เจอพี่นานมากอ่ะตั้งแต่พี่คัมแบคเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย”

            “นั่นสิ...พี่ก็อยากเจอเราเหมือนกันแต่ตอนนี้พี่ต้องวางแล้วนะ” ยองจีบอกแบมแบมเมื่อเธอเดินออกมาจากบริษัทเพราะเป็นที่สาธารณะหากใครผ่านมาได้ยินว่าเธอคุยกับใครมันคงจะเป็นเรื่องใหญ่แน่

            “โอเคครับ พรุ่งนี้เจอกันครับ ฝันดีครับผม”

            “ฝันดีจ๊ะ” ยองจีกดวางสายไปพลางเดินไปขึ้นรถที่พี่เมเนเจอร์มารอรับ

 

 

 

            หลังจากแบมแบมวางสายจากยองจีก็เกิดความเงียบขึ้นท่ามกลางหนุ่มๆ ทั้งเจ็ดคน แบมแบมหันไปมองพี่ชายตัวดีที่เอาแต่มองเขาพลางยักคิ้วใส่อย่างหมั่นไส้

            “แหม..เดี๋ยวพี่ยองจีตลอดเลยนะ” จินยองเอ่ยแซวแบมแบม ตอนที่คาร่าคัมแบคแล้วมารายการที่เขาเป็นเอ็มซีอยู่เขาก็เห็นแบมแบมเอาแต่ตามยองจีตลอด ก็รู้ว่าน้องมันปลื้มแต่ไม่คิดว่าจะปลื้มขนาดนี้

            “ก็พี่สาวผมนี่ สวยก็สวยน่ารักก็น่ารักหาที่ติก็ไม่ได้” แบมแบมตั้งใจพูดประชดใส่คนบางคนที่เอาแต่มองเขาตลอด

            “แล้วตอนนี้ยองจีอยู่ไหนทำไมเห็นบอกว่าเพิ่งซ้อมเสร็จ” มาร์คถามขึ้น เขารู้ว่าไอ้คนนั่งข้างๆ เขานี่อยากรู้มากกว่าแต่ไม่ยอมถามเองเขาเลยเลือกที่จะถามให้

            “ไม่บอก...ใครอยากรู้ก็ถามเอง” แบมแบมลุกขึ้นเดินเข้าห้องตัวเองทันที เขารู้แล้วที่พี่ยองจีกับพี่แจ็คสันไม่คุยกันเพราะอะไร พี่มาร์คบอกเกริ่นเมื่อตอนเช้าพอหลังจากนั้นเขาก็ไปเช็คไอจีตามที่พี่มาร์คบอกแล้วก็จริงอย่างที่พี่มาร์คว่าเหลือแค่เขายังไม่เห็นข้อความที่พี่แจ็คสันคุยกับพี่ฮานิเท่านั้น

            “ทะเลาะกันอีกแล้วสิ” แจบอมเอ่ยขึ้นมองหน้าแจ็คสันที่เอาแต่นั่งเงียบ

            “ไม่ได้ทะเลาะ แค่ไม่คุยกัน” มาร์คเอ่ยขึ้นแล้วลุกขึ้นเข้าห้องตัวเองไปอีกคน

            “ทำไมวะ” แจบอมหันกลับมาถามแจ็คสันอีกครั้ง

            “ฉันคุยกับฮานิ” เสียงแจ็คสันเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

            “แล้วยองจี?? งั้นฉันจีบนะ” จินยองลองเอ่ยขึ้นบ้างแต่ก็ตามคาดแจ็คสันหันขวับมาทางเขาอย่างรวดเร็ว

            “ก็แกไม่คุยกับยองจีแล้วงั้นฉันก็จีบได้สิ” จินยองก็ยังไม่เลิกแหย่แจ็คสัน

            “ยองจีไม่ชอบคนแบบแกหรอก” แจ็คสันสวนกลับไปทันที

            “รู้ได้ไงว่าไม่ชอบ ยังไม่ลองจีบเลย”

            “นี่แกเอาจริงหรอวะ” แจบอมหันไปถามอย่างไม่อยากเชื่อ

            “ก็จริงสิ อย่างที่แบมแบมบอกยองจีน่ารักตอนที่ไปสัมภาษณ์ยองจีนะใจฉันเต้นแรงมาก” จินยองตอบแจบอมด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อยืนยันว่าที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง

            “เออ...งั้นก็แล้วแต่แกแล้วกันฉันไปนอนก่อน” แจ็คสันลุกขึ้นอย่างหงุดหงิด ทั้งๆ ที่คิดว่าจะไม่หงุดหงิดเรื่องยองจีแล้วแต่มันก็อดไม่ได้

            “หมาหวงก้าง” จินยองพึมพำก่อนจะหันมายักคิ้วให้แจบอม ยองแจและยูคยอมที่ยังมองเขาไม่เลิก

            “ฉันรู้หน่าฉันไม่จีบว่าที่แฟนมันหรอก” จินยองเอ่ยขึ้นเพื่อให้ทุกคนคลายสงสัย

            “แต่พี่แจ็คสันเขาคุยกับพี่ฮานินะแล้วพี่ยองจีจะเป็นว่าที่แฟนได้ไง” เสียงน้องเล็กเอ่ยขึ้นอย่างงงๆ

            “ไปนอนไปยูคยอม ไปยองแจเข้าห้องแกด้วยจินยองลากน้องไปนอนด้วย” แจบอมส่ายหน้ากับความใสซื่อของน้องเล็กเขาดูยังไงก็รู้ว่าแจ็คสันรู้สึกกับยองจีมากกว่าฮานิ

            หลังจากแยกย้ายเข้ามานอนแจ็คสันก็เอาแต่พลิกซ้ายพลิกขวาเขาพยายามนอนแล้วแต่ข่มตาเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลับสักที สมองก็เอาแต่คิดเรื่องที่จินยองบอกเมื่อตอนก่อนจะเข้าห้องมา มันจะจีบยองจีก็เรื่องของมันสิไม่เห็นจะเกี่ยวกับเขาเลย

            “ทนไม่ไหวก็โทรหา อยากถามก็โทรหา เป็นห่วงก็โทรหา คิดถึงก็โทรหาไม่ใช่มานอนกระสับกระส่ายแบบนี้” เสียงมาร์คดังขึ้นท่ามกลางความมืด

            “โทรทำไมเธอคงกำลังถึงบ้าน กำลังจะเข้านอนแล้ว”

            “เดาเก่งจังเลยนะ” มาร์คเงียบลงเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์แจ็คสันดังขึ้น

            “ฮัลโล/กำลังจะหลับแล้ว/พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้า/ใช่เป็นเอ็มซีด้วย/ครับ/ฝันดีครับ”

            “ฮานิเหรอ” มาร์คถามขึ้นเมื่อรู้ว่าแจ็คสันวางสายแล้ว

            “ใช่ เธอโทรมาถามงานพรุ่งนี้เฉยๆ” แจ็คสันตอบพลางวางโทรศัพท์ข้างหมอน

            “งั้นนายคงฝันดีแล้วสิ”

            “คงงั้น” หลังจากคำพูดของแจ็คสันก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ต่างคนต่างนอนแต่กว่าแจ็คสันจะหลับได้ก็ปาไปค่อนข้างดึกมากแล้ว

 

 

 

          บรรยากาศของงานเริ่มครึกครื้นตั้งแต่เช้าเนื่องจากศิลปินที่ร่วมแสดงต้องมาซ้อมคิวและเช็คไมค์จึงทำให้แฟนคลับมากมายมารอดูศิลปินที่เขาชอบและวันนี้แจ็คสันต้องทำหน้าที่สองอย่างในฐานะศิลปิน GOT7 และในฐานะเอ็มซีของรายการ

            เมื่อถึงเวลาเริ่มงานแฟนๆ ต่างหลั่งไหลเข้ามามากมายแจ็คสันจึงตื่นเต้นมากกว่าปกติถึงแม้จะเป็นรายการที่เขาทำประจำอยู่แล้วแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขามาเป็นเอ็มซีเวทีใหญ่แบบนี้แจ็คสันยืนทำสมาธิอยู่ข้างเวทีเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปทำหน้าที่

            พอถึงคิวที่เขาแสดงแจ็คสันก็รีบไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำหน้าที่ในฐานะ GOT7 และกลับมาเป็นเอ็มซีอีกครั้งและเมื่อมาถึงช่วงที่เขากังวลมากที่สุดคือการที่ต้องประกาศชื่อวงคาร่าเพื่อทำการแสดง ตอนกลางวันที่ซ้อมทีมงานแค่ให้มายืนดูคิวว่าวงไหนจะขึ้นบ้างและพอเขาเห็นวงคาร่าขึ้นซ้อมเขาก็เอาแต่มองไปยังยองจีแค่คนเดียวเขาก็อยากจะเข้าไปคุยไปอธิบายแต่เวลาที่กระชั้นชิดเขาจึงทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น อย่างตอนนี้เช่นกันหลังจากที่ประกาศชื่อวงของเธอแล้วเขาถอยออกมายืนดูข้างเวที ทุกครั้งที่ยองจีทำการแสดงบนเวทีเธอจะมีเสน่ห์มากเธอสามารถดึงสายตาใครหลายๆ คนให้มองเธอได้ไม่ยากจึงไม่แปลกที่เธอจะมีแฟนบอยเยอะมากทั้งในวงการและนอกวงการ แจ็คสันเอาแต่จ้องมองยองจีจนการแสดงจบลงเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อจนคอนเสิร์ตจบสุดท้ายเขาก็ยังไม่มีโอกาสไปคุยเพื่อปรับความเข้าใจกับเธอ

            “พี่แจ็คสันสุดยอดเลยอ่ะ มีแต่คนชมพี่ว่าพี่ทำหน้าที่ได้ดีมาก” ยูคยอมเดินมากอดแจ็คสันเมื่อเห็นแจ็คสันเดินกลับมายังเต้นท์พักศิลปินเพื่อเตรียมตัวกลับหอ

            “ฉันหวังแจ็คสันนะยูคยอมมีอะไรที่ฉันทำไม่ได้บ้าง” แจ็คสันถามพลางดันน้องออกนิดนึงก่อนจะส่งสายตาเชิงล้อเล่นไปด้วย

            “มีสิเรื่องเดียวนั่นแหละ” เสียงแบมแบมเอ่ยออกมาอย่างกวนๆ

            “วันนี้ผมไปเล่นกับพี่ยองจีมา พี่ยองจีเลี้ยงกาแฟผมด้วยนะ”

            “สมใจนายแล้วสิไม่ได้เจอกันนานหนิแล้วพรุ่งนี้ก็ต้องเจอกันอีก” แจ็คสันเอ่ยขึ้นน้ำเสียงติดห้วนๆ เล็กน้อย

            “ใช่แล้วผมก็ถามพี่ยองจีด้วยนะว่าเล่นกีฬาอะไรอยู่สีอะไร”

            “เรื่องของเขาสิไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฉันเลย” แจ็คสันบ่ายเบี่ยงเดินไปเก็บของของตัวเอง

            “นี่แกตัดใจจริงเหรอแจ็คสัน แกชอบพี่ฮานิจริงๆ เหรอ” จินยองเดินมาถามอย่างตกใจ

            “อืม...มีอะไรอีกมั้ย ฉันอยากรีบกลับแล้วนะ” แจ็คสันตอบอย่างไม่ใส่ใจกับคำถามของจินยอง ก็บอกเองไม่ใช่หรอว่าให้เขาเลือกเขาก็เลือกแล้วไงแต่แค่ยังไม่ได้คุยกับยองจีแค่นั้นเอง

            “งั้นเราก็กลับกันเถอะเรื่องของคนอื่นอย่าไปสนใจเลย” จินยองพูดด้วยความโมโหเขาสงสารยองจีมากกว่า เธอยังไม่รู้เหตุผลแน่ชัดเลยด้วยซ้ำว่าทำไมแจ็คสันถึงตีตัวออกห่างแบบนี้ วันนี้แบมแบมกลับมาเล่าให้เขาฟังว่ายองจีรู้แค่ว่าแจ็คสันเปลี่ยนไปเท่านั้นแต่ไม่รู้ถึงเหตุผลที่เปลี่ยนไปของแจ็คสันและเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าแจ็คสันมันเห็นคนอื่นเข้ามาจีบยองจีมันจะรู้สึกยังไง คอยดูพรุ่งนี้เถอะเขาจะพยายามพามันไปนั่งระแวกเดียวกันกับยองจี

 

 


            งานกีฬาสีไอดอลจัดขึ้นทุกปีและปีละสองครั้ง ครั้งแรกนั้นจะจัดในช่วงเทศกาลปีใหม่และครั้งที่สองจะจัดในช่วงเทศกาลซูซอกเพื่อให้ศิลปินไอดอลเชื่อมสัมพันธ์ทางกีฬา และในแต่ละครั้งมีศิลปินเข้าร่วมมากมายแทบทุกค่ายเลยก็ว่าด้วย ทางรายการจะจัดเป็นสีตามค่ายแต่ครั้งนี้ต่างไปเล็กน้อยมีเวิลด์ทีมเพิ่มเข้ามาซึ่งเป็นทีมที่เอาศิลปินที่มีเชื้อชาติต่างจากเกาหลีมาไว้รวมกันหนึ่งในนั้นเป็นมาร์คและแจ็คสัน พวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแบมแบมถึงไม่ได้เข้ามาอยู่ร่วมกันในเวิลด์ทีม

            การแข่งขันเริ่มขึ้นเมื่อพิธีเปิดและการปฏิญาณตนจบลง กีฬาแต่ละประเภทก็เริ่มจัดการแข่งขันและบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเชียร์จากแฟนคลับของเหล่าศิลปินคนที่ยังไม่ได้แข่งก็คอยร่วมเชียร์เพื่อนๆ ไปด้วย

            “พี่ยองจี” แบมแบมเดินไปสะกิดยองจีที่ยืนดูคนอื่นๆ แข่งกันอย่างสนุก ยองจีหันมาโบกมือให้แบมแบมก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อหันหน้าไปเจอคนที่เธอพยายามเลี่ยงมาตลอด

            “พี่จะแข่งตอนไหน” แบมแบมเรียกให้ยองจีหันกลับมาสนใจตัวเองอีกครั้งเพื่อไม่อยากให้พี่ๆ ทั้งสองของเขาเป็นที่สนใจมากเกินไป

            “เดี๋ยวสักพักอ่ะ แล้วเราแข่งตอนไหน” ยองจีละสายตาจากแจ็คสันหันมาตอบ

            “ผมแข่งตอนเย็นนู้นพี่อย่าลืมมาเชียร์นะ” แบมแบมพูดคุยกับยองจีอย่างสนุกสนานจนลืมไปด้วยซ้ำว่ามีคนอื่นยืนอยู่ด้วย

            การแข่งขันช่วงเช้าจบลงไปแล้วเหลือเพียงแค่ช่วงบ่ายแจ็คสันกับมาร์คเดินเข้ามาในสเตเดี้ยมหลังจากที่เขาไปแข่งบาสเกตบอลอีกสนาม แจ็คสันกับมาร์คเดินไปนั่งเล่นกับเพื่อนๆ เหล่าไอดอลของเขาที่นั่งรอดูการแข่งขันธนูหญิง แจ็คสันมองไปรอบๆ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ยองจี ตอนนี้เธอเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อโปโลสีส้มและกางเกงขาสั้นสีขาวแจ็คสันเอาแต่มองไม่ละสายตาเขาแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมชุดแข่งธนูถึงดูสั้นขนาดนั้นตอนต้นปียังไม่ได้เปลี่ยนชุดขนาดนี้เลย แจ็คสันได้แต่คิดอย่างหงุดหงิดมองดูยองจีที่เดินไปเล่นกับแฟนๆ เธอบ้างเดินไปเล่นกับเพื่อนไอดอลบ้างมีทั้งหญิงและชายแต่ทำไมเวลาเธอคุยกับไอดอลชายดูเหมือนสนิทกันมาก ทีกับเขาต้องรักษาระยะห่างตลอดเวลาอ้างว่าจะโดนแฟนคลับด่าบ้างแหละอ้างว่ากลัวนักข่าวบ้างแหละแต่ตอนนี้ทำไมเขาไม่เห็นเธอจะกลัวอะไรที่เธอเคยบอกเขาเลยสักนิด

            “มอง มองเข้าไปมองจนเธอจะทะลุอยู่แล้ว” มาร์คหันมากระซิบเสียงเบาเมื่อเห็นแจ็คสันเอาแต่มองยองจีไม่ละสายตาไป พอมองสักพักสีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนยิ่งเวลายองจีเดินไปเล่นกับไอดอลชายแจ็คสันก็จะขมวดคิ้วและสายตาก็จะเปลี่ยนไป

            “นายยังกล้าปฏิเสธใจตัวเองอีกมั้ยว่าตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรกับเธอแล้ว” มาร์คเอ่ยถามเสียงเบาเมื่อแจ็คสันหันกลับมามองที่เขา

            “ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองแค่เห็นยองจีเดินไปคุยกับคนอื่นความอิจฉามันก็เพิ่มมากขึ้น เวลาที่ยองจีหัวเราะกับคนอื่นผมก็อยากไปยืนอยู่ตรงนั้นและเวลาที่ยองจีไม่สนใจผม เอาแต่สนใจคนอื่นมากกว่าผมก็รู้สึกเจ็บ” แจ็คสันเอ่ยตอบกลับเสียงเบาเช่นกัน สายตาก็มองยองจีเวลาพูดตลอด

            “นายเอาแต่มองยองจีจนตอนนี้นายเองก็ไม่เห็นด้วยซ้ำว่าฮานิก็ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน นายควรจะรู้ตัวเองได้แล้วว่านายสนใจใครมากกว่า คนเราคุยกับคนอื่นสนุกได้เหมือนกันและมันก็สามารถเป็นได้หลายสถานะ นายอาจจะคุยกับฮานิเพราะเห็นเธอเป็นพี่สาวก็ได้แต่สำหรับยองจีนายอยากให้เธออยู่ในสถานะไหนใจของนายตอบได้ดีที่สุด” มาร์คพูดพลางยื่นมือไปตบไหล่แจ็คสันเบาๆ เขาพูดได้แค่นี้แหละพูดให้แจ็คสันเข้าใจหัวใจของตัวเอง

            แจ็คสันหันไปมองฮานิและทบทวนความรู้สึกอีกครั้งว่าเขารู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงคนนี้แล้วก็หันกลับไปมองยองจีอีกครั้งและช่างใจในความรู้สึกว่าผู้หญิงที่มีความสำคัญกับเขามากกว่าคือใครพอมั่นใจในคำตอบแจ็คสันหันกลับมามองหน้ามาร์คอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

            “ขอบคุณนะครับพี่” แจ็คสันว่าพลางยื่นมือไปแตะมือมาร์คเบาๆ ที่ไหล่ของตัวเอง ทำไมเขาถึงเพิ่งเข้าใจความรู้สึกที่มันต่างกันขนาดนี้เขายอมรับว่าเขาคุยกับฮานิแล้วมีความสุขแต่การที่เขาคุยกับยองจีนั้นมันทำให้เขามีความสุขมากกว่า แค่ได้เห็นเธอยิ้มหรือเธอหัวเราะโลกของเขามันก็ดูสดใส พอผู้หญิงสองคนที่เขามีความรู้สึกดีๆ ด้วยมายืนอยู่ใกล้กันขนาดนี้เขาถึงแยกความรู้สึกนั้นออกเขามองฮานิกับยองจีเปรียบเทียบกัน สำหรับฮานิแล้วตอนนี้เขารู้สึกว่าเธอเป็นเหมือนพี่สาวที่ทำให้เขามีความสุขคนนึงแต่ยองจีขอแค่ได้มองหน้าแค่เธอยิ้มให้เขาก็มีความสุขแล้วความรู้สึกทั้งหมดเขาเพิ่งเข้าใจในวันนี้

            “ไปๆๆ เข้าไปพักข้างในเถอะนายเจ็บมือไม่ใช่เหรอ ยังมีเวลาให้มองให้เคลียร์อีกนาน” มาร์คสะกิดแจ็คสันให้ลุกขึ้นก่อนจะพากันเดินเข้าห้องพักไป

 

 

 

            แจ็คสันเดินวนไปวนมาแถวห้องพักหลังจากที่ได้ยินมาว่าธนูหญิงแข่งเสร็จแล้ว เขามารอคุยกับยองจีให้เข้าใจเขารอนานกว่านี้ไม่ได้แล้วเขาไม่อยากให้เธอเข้าใจเขาผิดไปมากกว่านี้เขาอยากจะขอโทษเธอที่ทำให้เธอเสียใจแล้วก็คิดมาก เพียงไม่นานเขาก็เห็นคนที่เขาอยากจะคุยมากที่สุดเดินเข้ามาในบริเวณที่พักศิลปิน

            “ยองจี...ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” แจ็คสันเอ่ยเรียกยองจีเสียงเบา เขากลัวคนอื่นจะผ่านมาได้ยินในสิ่งที่เขากำลังจะพูดกับยองจี เขากลัวว่าถ้ามีใครเอาเรื่องของเขาไปบอกนักข่าวยองจีจะเสียหาย แต่ในเวลานี้คนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่เพราะบางส่วนก็เตรียมตัวแข่งกีฬาและอีกส่วนคงพักในห้องพักของตัวเอง

            “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย” ยองจีพยายามเดินเลี่ยงแจ็คสันเพื่อเข้าไปยังห้องพักของตัวเอง

            “ยองจีฟังฉันก่อนสิฉันมีเรื่องอยากจะอธิบายจริงๆ นะ” แจ็คสันไม่ยอมปล่อยให้ยองจีผ่านเขาไป

            “นายไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น ฉันเข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว” ยองจีไม่ยอมหยุดฟังง่ายๆ

            “แต่เธอกำลังเข้าใจฉันผิดนะ”

            “นายรู้ได้ไงว่าฉันเข้าใจนายผิด นายรู้เหรอว่าฉันเข้าใจนายว่าอะไร” ยองจีหยุดเดินทันทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปตอบกลับแจ็คสัน

            “แล้วเธอเข้าใจว่าอะไรล่ะ” แจ็คสันลองถามยองจี ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอเข้าใจว่าเขาคงไม่อยากคุยกับเธอแล้ว ลึกๆ เขาอยากคุยกับเธอมากแต่มันเพราะอารมณ์ชั่ววูบของเขาที่หันไปสนใจฮานิข้อนี้เขายอมรับผิด

            “ก็เข้าใจตามที่เราตกลงกันไว้ไง” นั่นไงล่ะเขาเดาผิดซะที่ไหน ยองจีมองหน้าแจ็คสันด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขาจะเอายังไงกับเธออีกต่างคนต่างอยู่เลยไปสิ

            “ก็นั่นแหละที่เธอเข้าใจฉันผิด ฉันเลยอยากจะอธิบายให้เธอฟัง” แจ็คสันพยายามพูดยื้อให้ยองจียอมฟังเขา

            “พี่แจ็คสัน อยู่นี่เองพี่จินยองให้มาตามอ่ะจะได้ไปโรงพยาบาลกัน” แบมแบมเดินเข้ามาหาแจ็คสันที่กำลังคุยกับยองจี

            “นายเป็นอะไร” ยองจีเผลอถามออกไปด้วยความเป็นห่วงจนแจ็คสันแอบยิ้มอย่างน้อยเธอก็ยังเป็นห่วงเขา

            “ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก” แจ็คสันปฏิเสธไม่อยากบอกให้เธอรู้ว่าเขาเจ็บมือและพี่เมเนเจอร์จะพาเขากับจินยองไปเช็คเพื่อความมั่นใจว่าไม่เป็นอะไรมาก เขาเจ็บเพราะเล่นบาสผิดจังหวะแต่ของจินยองเขาไม่แน่ใจว่ามันไปทำอะไรมา

            “อ้าวก็ไหนพี่บอกว่าเจ็บ....” แบมแบมเงียบลงเมื่อเจอสายตาแจ็คสันมองกลับมา “พี่สองคนใส่เสื้อสีส้มเหมือนกันเลยนี่ ดูเข้ากันดีเนอะ” แบมแบมเปลี่ยนเรื่องทันที ยองจีกับแจ็คสันหันกลับมามองกันอีกครั้งพลางก้มมองสีเสื้อของตัวเองและมันก็เป็นอย่างที่แบมแบมพูด ยองจีหันหลบสายตาแจ็คสันเมื่อเธอก็เริ่มรู้สึกเขินคำพูดแบมแบมว่าเธอใส่ชุดนี้แล้วมันเข้ากับแจ็คสัน แจ็คสันมองหน้ายองจีก่อนจะยิ้มออกมาท่าทางของเธอตอนเขินก็ยังน่ารักไปเปลี่ยนไปเลย

            “แจ็คสันไปได้แล้วพี่เมเนเจอร์รออยู่” จินยองเห็นว่าแบมแบมออกมาตามนานเกินไปจึงเดินออกมาตามเอง

            “คืนนี้ฉันจะไปหาที่หอนะ” แจ็คสันกระซิบบอกยองจีก่อนจะรีบเดินไปพร้อมกับจินยอง

            “แบมแบมทำไมแจ็คสันต้องไปโรงพยาบาล” ยองจีหันมาถามแบมแบมทันทีที่แจ็คสันเดินออกไป

            “คือ...ว่า...พี่แจ็คสันเขา...” แบมแบมไม่รู้ว่าจะบอกดีหรือเปล่าเขารู้ว่าพี่แจ็คสันคงไม่อยากให้พี่ยองจีเป็นห่วงยังไงก็รอให้พี่เขาบอกเองแล้วกัน

            “ผมไปรอแข่งก่อนนะพี่ยองจีไปล่ะ” แบมแบมรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้น ยองจีที่กำลังจะตะโกนเรียกก็ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่เธอเอาไว้เธอค่อยถามทีหลังแล้วกัน

            การอัดรายการวันนี้สิ้นสุดลงแล้วศิลปินกับแฟนคลับพากันทยอยกลับบ้านยองจีก็ค่อยชะเง้อมองหาว่าแจ็คสันกลับมาที่นี่หรือเปล่าเพราะเธอยังข้องใจเรื่องที่เขาไปโรงพยาบาลอยู่เธอยอมรับว่าเธอเป็นห่วงเขากลัวเขาจะได้รับบาดเจ็บเหมือนครั้งที่แล้วแต่เธอมองเท่าไหร่ก็ไม่เห็นทั้งแจ็คสันและจินยองถ้าเธอจะเข้าไปถามเมมเบอร์คนอื่นก็หาจังหวะไม่ได้เพราะต่างกันก็ต่างจะรีบกลับไปพักผ่อน แต่แจ็คสันบอกเธอว่าเขาจะไปหาเธอที่หอเอาไว้ค่อยถามตอนเจอกันก็ได้

 

 


            “นั่นใครอ่ะยืนเป็นเงาตะค่อมๆ อยู่คนเดียว” ฮาร่าหันไปมองเห็นผู้ชายใส่ฮู้ดดำใส่หมวกสแน็ปข้างในพร้อมผ้าปิดปาก

            “แจ็คสันค่ะ” ยองจีเอ่ยออกมาเมื่อหันไปเห็นเธอก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร

            “เขามาหาเธอเหรอ” ซึงยอนหันมาถาม ยองจีได้แต่พยักหน้าตอบ

            “ยองจีเธอต้องระวังตัวหน่อยนะมาหากันแบบนี้ถ้าโดนจับได้เธอเองจะเสียหาย” พี่เมเนเจอร์ส่งเสียงดุมาให้

            “ค่ะ” ยองจีตอบแค่นั้นก่อนจะเปิดประตูเดินลงไปหาแจ็คสันโดยไม่ลืมที่จะพลางตัวเช่นกันยองจีจับฮู้ดตัวเองพยายามดึงให้ฮู้ดมาบังหน้าให้ได้มากที่สุด

            “ยองจี” แจ็คสันพูดขึ้นเมื่อเห็นยองจีเดินมาหาตัวเอง ถึงเธอจะพลางตัวขนาดไหนเขาก็สามารถจำเธอได้เป็นอย่างดี

            “แจ็คสัน...ไหนนายว่านายไม่เป็นอะไรไงแล้วเฝือกที่แขนนายหมายความว่าไง” ยองจีรัวคำถามทันทีที่เดินมาถึงเธอมองไปยังแขนแจ็คสันที่มีผ้าคลองแขนไว้

            “ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไง” แจ็คสันดึงผ้าปิดจมูกออกเพื่อให้เขาได้พูดชัดขึ้น

            “ไม่เป็นอะไรมากทำไมต้องใช้ผ้าคล้องแขนแล้วไหนจะต้องเขาเฝือกอีก”

            “แค่เจ็บมือนิดหน่อยแล้วนี่มันก็แค่เฝือกอ่อนหมอเขาใส่เพื่อไม่ให้มันขยับมากก็เท่านั้น” แจ็คสันอธิบายให้ยองจีเข้าใจพลางอมยิ้มที่เธอเป็นห่วงเขาอย่างเห็นได้ชัด

            “นายไปทำอะไรมาถึงได้เป็นขนาดนี้”

            “เล่นบาสผิดจังหวะน่ะ ทำไม??เป็นห่วงเหรอ?” แจ็คสันถามพลางอมยิ้มไปด้วย

            “แล้วนายมีเรื่องอะไรถึงต้องมาหาฉันถึงที่นี่” ยองจีเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อรู้ตัวว่าแอบเผลอแสดงความห่วงใยอีกแล้ว

            “ว้า...เสียใจจังไม่มีคนเป็นห่วง” แจ็คสันถอนหายใจออกมาตีหน้าเศร้าว่าเสียใจแค่ไหนที่เธอไม่เป็นห่วงเขา

            “นายไม่มีอะไรจะพูดกับฉันแล้วใช่มั้ยงั้นก็กลับไปเถอะฉันจะขึ้นห้องแล้ว” ยองจีกำลังจะหันหลังกลับแต่แจ็คสันยื่นมือข้างที่ไม่เจ็บไปจับแขนยองจีไว้ก่อนจะรีบเอ่ยเรื่องที่อยากอธิบายออกมา ขืนเขาเล่นไปมากกว่านี้มีหวังคืนนี้คงไม่เข้าใจอีกตามเคย

            “อย่าเพิ่งสิ...ฉันมีเรื่องจะอธิบายให้เธอฟัง”

            “งั้นมีอะไรก็ว่ามาวันนี้ฉันเหนื่อยมากแล้วนะ”

            “คือเรื่อง...เรื่องไอจีอ่ะคือ...ฉันขอโทษที่ทำแบบนั้นฉันยอมรับผิดที่ไม่ได้บอกเธอว่าฉันคุยกับฮานิเลยเลือกที่จะไม่บอกเธอเพราะกลัวว่าเธอเสียใจฉันเลยไปอันฟอลเพื่อบอกให้เธอรู้แทน”

            “แค่นี้ใช่มั้ยที่นายอยากบอก” ยองจีน้ำตาคลอกับสิ่งที่ได้ฟังก่อนจะค่อยๆ ดึงแขนตัวเองออกมาจากการเกาะกุมของแจ็คสันแต่ยังไม่ทันที่จะเดินหันหลังกลับแจ็คสันก็ดึงแขนเธออีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง

            “ฟังฉันให้จบก่อนสิ...ฉันขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจแต่ตอนนี้ฉันไม่ได้คุยกับฮานิแล้วนะฉันรู้แล้วว่าเธอสำคัญกับความรู้สึกของฉันมากแค่ไหน ยกโทษให้ฉันนะยองจีฉันรู้สึกแย่เวลาที่เธอเมินฉัน ฉันหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นเธอไปคุยกับคนอื่นแล้วไม่สนใจฉัน...ฉันขอโทษ” แจ็คสันพูดในสิ่งที่เขาอยากพูดออกมาทั้งหมดแล้วก่อนจะเอ่ยขอโทษเสียงเบาตอนท้าย

            “นายรู้สึกแย่คนเดียวเหรอแจ็คสัน นายรู้บ้างมั้ยว่าฉันเป็นห่วงนายแค่ไหนตอนนายไปนิการากัว นายรู้บ้างมั้ยว่าฉันต้องภาวนาให้นายไม่เจ็บกลับมา นายรู้บ้างมั้ยว่าฉันดีใจแค่ไหนที่เห็นนายกลับมาอย่างปลอดภัยแต่นายกลับไม่บอกฉันสักคำว่านายกลับมา นายกลับเลือกที่จะบอกเหตุโดยการอันฟอลฉันโดยที่ไม่อธิบายอะไรสักอย่างนายเห็นฉันเป็นคนโง่หรือไงแค่นายพูดออกมาว่าไม่อยากคุยกันแล้วพูดออกมาว่าอยากคุยกับคนใหม่แค่นั้นฉันก็รู้เรื่องแต่นี่นายกลับไม่บอกอะไรเลยไม่บอกอะไรให้ฉันรู้อะไรสักอย่างนายปล่อยให้ฉันเดาเหตุผลของนายเหมือนคนบ้าแค่นายพูดออกมาสักนิดแค่นั้นไม่ได้เหรอแจ็คสัน” ยองจีระบายความในใจออกอย่างอัดอั้นพร้อมกับน้ำตาไหลอาบแก้ม แจ็คสันเห็นน้ำตายองจีถึงกับตกใจยื่นมือหวังจะเช็ดน้ำตาให้แต่ก็โดนยองจีปัดออก

            “ยองจี..ฉันขอโทษฉันผิดเอง อย่าร้องไห้เลยนะ” แจ็คสันดึงยองจีเข้ามากอดด้วยแขนข้างเดียวแต่ยองจีก็ดิ้นและมันก็โดนมืออีกข้างที่เจ็บแต่เขาพยายามไม่บอกให้เธอรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหนเขาจึงออกแรงรัดอ้อมกอดนั้นให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้เธอหยุดดิ้นแต่มันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเดิมเลย ยองจียิ่งดิ้นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเขาต้องยอมปล่อยให้ยองจีเป็นอิสระ

            “โอ้ย!” แจ็คสันเผลออุทานออกมาเมื่อมือยองจีฟาดลงที่มือของเขาอย่างแรง

            “นายเจ็บเหรอ ฉันขอโทษ” เมื่อเห็นว่าตัวเองเผลอไปฟาดโดนคนเจ็บก็แทบจะลืมตัวว่าโกรธอะไรเขาอยู่ ยองจียื่นมือไปจับแขนคนเจ็บไว้ทันที

            “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเธอ เจ็บแค่นี้มันไม่เท่ากับที่เธอเจ็บด้วยซ้ำ...ฉันขอโทษนะยองจี ขอโทษกับสิ่งที่ฉันทำลงไปและฉันสัญญาว่าครั้งต่อไปจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ถ้าฉันมีอะไรฉันจะบอกเธอทุกอย่างไปไหนกับใครจะคอยรายงานตลอดจะไม่ทำให้เธอเป็นห่วงแล้ว....ยกโทษให้ฉันนะ” แจ็คสันยื่นมือไปจับมือยองจีเอาไว้แน่นไม่ว่ายังไงเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปเด็ดขาดไม่ยอมปล่อยให้เรื่องมันค้างคาแบบนี้อีกแล้ว ยองจีเงยหน้ามองแจ็คสันน้ำตาก็ไหลลงมาอีกครั้ง

            “ยองจี...ฉันรู้แล้วว่าฉันรักเธอมากแค่ไหนฉันขอให้แค่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ฉันทำให้เธอเสียใจนะ เธอให้โอกาสฉันอีกครั้งได้มั้ย” แจ็คสันพูดพลางน้ำตาคลอตามเธอ ยองจีจ้องมองแจ็คสันเมื่อเห็นน้ำตาของเขาใจเธอก็อ่อนยวบลงทันทีก่อนจะค่อยๆ พยักหน้าให้แจ็คสัน

            “จริงๆ นะ ขอบใจนะยองจี ฉันรักเธอนะ” แจ็คสันดึงยองจีเข้ามากอดด้วยความดีใจพลางบอกรักซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ยองจียกแขนขึ้นมาโอบกอดเขาเช่นกัน

            “เป็นแฟนกันนะ” แจ็คสันกระซิบถามข้างหูอย่างแผ่วเบา

            “อืม” ยองจีส่งเสียงในลำคอพร้อมพยักหน้าในอ้อมกอดของเขา แจ็คสันได้ยินคำตอบของยองจีก็ออกแรงรัดอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง

            ยองจีพยายามออกแรงเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองจะหายใจไม่ออกจนแจ็คสันยอมคลายอ้อมกอดออกก่อนจะมองหน้ายองจีพลางยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าหญิงสาว

            “ฉันเสียเธอไปไม่ได้จริงๆ ยองจี........ฉันรักเธอ” แจ็คสันกุมจับยองจีพลางออกแรงบีบนิดๆ ให้เธอมั่นใจในคำพูดของเขา

            “ฉัน...ก็ไม่อยากเสียนายไปนะแจ็คสัน...ฉันก็รักนาย” ยองจีบีบมือตอบกลับไปเพื่อบอกให้เขามั่นใจในคำพูดของเธอเช่นกัน...ทั้งสองต่างมองหน้ากันไม่ยอมที่จะละสายตาไปจากกันเลย แจ็คสันกุมมือยองจีก่อนจะเดินไปตามทางเดินเพื่อไปส่งเธอ ทั้งสองคนต่างไม่พูดอะไรออกมาสักคำ...แต่พวกเขากลับสื่อสารความรู้สึกของกันและกันผ่านมือคู่นั้น

 

 

 

THE END

 

 

ติชมได้นะคะ ไรต์เตอร์จะนำไปปรับปรุงแก้ไขค่ะ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ




ผลงานอื่นๆ ของ Paint

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 Ininrmy (@Ininrmy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 02:09
    อ่านช่วงแรกอึดอัดมากค่ะ เกียดอิแจ็คเลย แต่จบสวยให้อภัย แต่งอีกนะคะเป็นกำลังใจให้
    #9
    0
  2. #8 Belle_Bete (@-belliiz-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 12:16
    อ่านไปร้องไห้ไป ฮือออออ ซึ้ง T-T
    #8
    0
  3. #7 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 01:53
    อ่านไปก็จะร้องไห้ไป;-;
    #7
    0
  4. #6 MooAmp
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 21:12
    ฟิน อิน สงสารจีเลยอ่ะ ไม่น่าใจอ่อนให้แจ็คเลย

    #6
    0
  5. #5 ืno name
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 23:22
    เขียนใด้อินมากเลยค่ะ โกรธแจ๊คอะ ถ้าเป็นงี้จริง เลิกเหอะจี แต่ถ้ามันจริงแบบฟิคเราก็จะรักและซัพพอร์ททั้งสองคนต่อไปแบบแยกกันไม่แจ็คจี



    เรื่องจริงมันเกิดอะไรขึ้นน้าาา
    #5
    0
  6. วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 10:00
    คนเจ้าชู้ววววว >< จีไม่น่าใจอ่อนเล้ยยยย หึ้ยยยยย
    ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะแจ็ค
    #4
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #2 ติม
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 23:26
    รอน้าา
    #2
    0
  9. #1 หมิว
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 17:23
    รอค่าาา
    #1
    0