คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF-YeolJong] Too late

โดย GraXiah_Nuna

เคยบอกว่ารักเธอ แต่เพียงคิด ไม่มากมายเท่าไหร่ จนเมื่อเธอ จากฉันไป ถึงรู้ในใจมีเพียงแต่เธอ

ยอดวิวรวม

334

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


334

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


-1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.พ. 58 / 13:41 น.
นิยาย [SF-YeolJong] Too late

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคนี้ เป็น SF เฉพาะกิจเพื่อขอบคุณ น้องสาวสุดที่รัก Tamma_tam ค่ะ
จัด SF ยอลจงที่นางเพียรขอมาหลายเพลาให้แทนของขวัญวันเกิดสุดเซอร์ไพร์ส > <
โดยมีเงื่อนไขว่า ให้เลือก ธีมจากเพลงของพี่ Poy-Portrait นักร้องคนโปรดของเราเอง

พล็อตนี้ได้มาจากการฟังเพลง "ช้าเกินไป" ค่ะ


ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ ^^

เร็วๆ นี้จะมีรวมเล่ม SF แบบ All x Jong ของ graxiah_nuna นะคะ
ใครสนใจ สอบถามได้ที่ @graxiah_nuna จ้ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.พ. 58 / 13:41


 
 
มือหนาแตะลูกบิดประตูสีเงิน ออกแรงหมุนเบาๆ แล้วผลักบานประตูสีขาวเข้าด้านใน

จะเหลือห้องพักในโซลอีกสักกี่ห้องกัน ที่ยังใช้กุญแจแบบเก่าเช่นนี้ แทนที่จะติดตั้งประตูแบบใส่รหัสล็อค เพื่อป้องกันการงัดแงะ
แต่สำหรับบ้านที่แทบไม่เหลือสิ่งมีค่าอะไรให้พวกนักย่องเบา บางทีที่ติดประตูแบบนั้น อาจจะมีมูลค่าสูงสุดในทรัพย์สินนี้ก็ได้
 
ห้องโล่งว่างขนาดกลางเต็มไปด้วยฝุนหนา บ่งบอกว่ามันถูกปล่อยร้างมานานพอสมควร
แต่ตรงมุมครัวที่มองเห็นอยู่สุดทางเดินนั้น ก็ยังปรากฎร่องรอยสีน้ำตาลเข้ม อันเกิดจากอุบัติเหตุซุกซนของใครบางคนได้อย่างเด่นชัด

... แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม ภาพความทรงจำที่อบอวลอยู่ในห้องร้างแห่งนี้ยังคงแจ่มชัดอยู่ในสมองของเขา ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เท่านั้น
 
เคยบอกว่ารักเธอ
แต่เพียงคิด ไม่มากมายเท่าไหร่
จนเมื่อเธอ จากฉันไป
ถึงรู้ในใจมีเพียงแต่เธอ
 


รอยยิ้มแสนเศร้าที่ใบหน้าหวานส่งให้เขา ถูกแต้มด้วยหยดน้ำตา ที่เขาไม่อาจเอื้อมไปเช็ดออกได้ทัน

ความมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมาย มันทำให้เขาหลงลืมอะไรหลายๆ อย่างที่อยู่ใกล้ตัวไปเสียหมด
.. รวมถึงความรักที่เขาเคยอ้างไว้กับตัวเอง
 

"ถ้าพี่รักผมอย่างที่ปากว่า .. พี่คงไม่ปล่อยให้ผมรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้หรอก"
 
ถ้อยคำสรุปความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกเอ่ยขึ้นในวันนึง

วันที่ กว่า อี ซองยอล จะรู้ตัว ก็กลายเป็นวันสุดท้ายแห่งความสัมพันธ์ของพวกเขาไปเสียแล้ว
 
"ลาก่อน ..."
 
ข้อความสั้นๆ พร้อมน้ำตาเรียกความสงสารในยามที่เขากำลังยุ่งที่สุด 

ความรับผิดชอบและหน้าที่การงาน ซึ่งเขาเคยนึกเอาไว้ว่า จะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เขาและคนที่รักมีความสุข
กลับกลายเป็นบ่วงที่รัดคอเขาแน่นจนไม่อาจปลดทิ้งแล้ววิ่งตามใครคนนั้นไปไม่ได้

 
"เดี๋ยวเขาก็กลับมาน่ะ .." ซองยอลปลอบใจตัวเองแบบนั้นเสมอ
 
แต่จนเวลาผ่านไปแรมวัน แรมสัปดาห์ ย่างเข้าสู่แรมปี วันนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้น
 
หากรู้เร็วกว่านี้
จะบอกกับเธอ ว่ารักเธอเพียงใด
จะไม่รอให้นาน นานจนช้าไป
ต้องมาเสียใจคนเดียวในวันนี้
 


"ได้ข่าวว่า อี ซองจง ไปอยู่ญี่ปุ่นเหรอ?" อี โฮวอน ลูกพี่ลูกน้องจากปูซานเคยถามเขาในวันรวมญาติ

"ไม่รู้สิ"

"พวกนายเป็นแฟนกันประสาอะไร? อีกคนไปอยู่ไหน นายยังไม่รู้เลย ตลกชะมัด" โฮวอนส่ายหน้าอย่างระอาแล้วเดินจากไป

.. ไม่ว่าใครต่างก็เดินจากเขาไปทั้งนั้น ..

 


"อี ซองยอล นายได้รับคัดเลือกให้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น 6 เดือนนะ เดี๋ยวฝ่ายบุคคลจะส่งรายละเอียด และรายการเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับของวีซ่าสำหรับทำงานให้ด้วย"

...หกเดือนเหรอ? ... มันนานพอที่จะตามหาใครบางคนมั้ยนะ?
 

"โฮวอน นายรู้รึเปล่าว่าซองจงไปอยู่เมืองไหน?"

แม้ว่าซองยอลจะไม่ค่อยถูกชะตากับลูกพี่ลูกน้องคนนี้สักเท่าไหร่ แต่เขาก็เป็นคนเดียวที่รู้ข่าวซองจง

"ไม่รู้อ่ะ"

"แต่นายบอกว่าซองจงไปอยู่ญี่ปุ่น"

"ถ้านายอยากรู้ ก็ไปตามหาเองสิ" โฮวอนตัดบท แล้ววางสายแบบไร้เยื่อใย

... ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับญาติผู้พี่คนนี้ไม่ค่อยดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว มีก็แต่ อี ซองจง เท่านั้นล่ะ ที่เข้าหน้าโฮวอนติด มิหนำซ้ำโฮวอนยังดูเอ็นดูเด็กนั่นเอามากๆ ด้วย
 
ซองยอลใช้เวลาอยู่ 3 เดือน จนในที่สุดก็รู้ว่า ซองจงเรียนมหาวิทยาลัยในคณะวิทยาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด วิทยาเขตซัปโปโร

ในขณะที่เขาต้องฝึกงานอยู่ที่โตเกียว แถมยังยุ่งเสียจนแทบไม่มีเวลานอน เพราะเสร็จจากงานโรงงานแล้ว ยังต้องสรุปงานส่งให้กับเจ้านายที่เกาหลี และยังต้องตรวจงานของสาขาในโซล ผ่านทางอีเมลล์ เพราะหัวหน้าของเขาเกิดลาออกกระทันหัน
 
แม้ว่าหัวใจของเขาจะโบยบินไปตามหาคนรักเสียตั้งแต่รู้ว่าอีกคนอยู่ที่ไหน แต่ความรับผิดชอบที่คล้องคอเขาเอาไว้ยังคงรั้งเขาเอาไว้อย่างเดิม
 


... จนกระทั่งเขาสามารถลางานได้ในเดือนที่ 5 ของการดูงาน อี ซองยอล จองเครื่องบินไปซัปโปโรทันทีที่วันหยุดของเขาได้รับการอนุมัติ
 


ไม่ทันที่ชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นจะได้เดินทางเข้าเมือง

ระหว่างที่เขากำลังเงอะงะกับแผนที่ และมองหาแท็กซี่เพื่อจะเรียกไปส่งที่โรงแรมอยู่นั้น คู่ชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนก็เดินผ่านเขาไป

คนหนึ่งตัวสูงกว่า ที่หัวไหล่ข้างหนึ่งของเขาสะพายกล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่ และมีอีกตัวที่คล้องอยู่กับคอ แต่ถึงอย่างนั้น มือข้างนึงของเขายังว่างพอจะโอบเอวเด็กหนุ่มหุ่นสะโอดสะองที่เดินเคียงข้าง
 
ประโยคสนทนาภาษาญี่ปุ่นที่พวกเขาคุยและหัวเราะให้กันนั้นไม่น่าสนใจเขากับใบหน้าสวยหวานที่ซองยอลรู้สึกคุ้นตา

 
"ฉันว่า นายควรปล่อยให้ซองจงไปกับคนอื่นซะดีกว่าต้องจมปลักกับมนุษย์บ้างานอย่างนายนะ"
อี โฮวอนเคยเตือนตอนที่รู้ว่าเขาทราบเรื่องที่อยู่และที่เรียนของซองจงแล้ว
 
... แต่ซองยอลเพิ่งรู้ในวันนี้ว่าเพราะอะไร ...
 
จากนี้ไม่มีเธอต่อไป
ไม่มีวันคืนกลับมา
ใจอยากย้อนเวลากลับไปครั้งนั้น
เพียงเธอและฉัน 

 
ความมุ่งมั่นกับการทำงาน ทำให้เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้จัดการแผนกควบคุมโรงงาน มีบ้านพักสวัสดิการสุดหรู ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงงานย่านชานเมือง

อี ซองยอล ตัดสินใจย้ายของออกไปอยู่ที่พักใหม่ แล้วปล่อยให้บ้านที่เคยอบอวลด้วยเสียงหัวเราะของใครคนนั้นว่างเปล่าและปิดตายเช่นเดียวกับหัวใจของเขา
 

"พี่ซองยอล .. ถ้าพี่ได้โบนัสเยอะๆ เราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันนะ ผมอยากเทศกาลดอกซากุระอ่ะ"

"ที่เกาหลีก็มีดอกซากุระนี่นา แล้วเราจะเสียเงินไปถึงญี่ปุ่นทำไมกัน?" ซองยอลเคยแย้งความคิดเด็กๆ ของเจ้าตัวยุ่ง

"แหม แต่บรรยากาศมันต่างกันนี่นา จะชื่นชมซากุระ ก็ต้องไปที่ญี่ปุ่นสิ ถึงจะเด็ด" เสียงใสให้เหตุผลไปในขณะที่ยกหวานมาเสิร์ฟ "พี่ทานน้ำหวานมากๆ แบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพนะ" 
 
"แต่เวลากินแล้วมันชื่นใจดีนี่นา ทำให้มีแรงทำงานอีกเยอะเลยนะ"

"ทำไมพี่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ด้วยล่ะ?" ซองจงปั้นปากเบะ กระพริบตามองเขาอย่างแง่งอน

"พี่จะได้เป็นพนักงานดีเด่น แล้วก็ได้โบนัสเยอะๆ พานายไปเที่ยวไง"

"แต่พี่ก็ต้องพักผ่อน และดูแลตัวเองด้วยนะรู้มั้ย?"

"ก็ให้นายคอยดูแลอยู่นี่ไงล่ะ ไม่ดีเหรอ?" คนตัวสูงยิ้มอ้อน แต่ก็แค่ครู่เดียวก็ต้องรีบรับโทรศัพท์เรื่องงานต่อ

"... แล้วถ้าผมไม่อยู่แล้ว พี่จะดูแลตัวเองได้ใช่มั้ย?" ร่างบางมองตามแผ่นหลังที่ย้ายเดินไปคุยโทรศัพท์ตรงระเบียงแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

 
ยิ่งคิดถึงถึงเรื่องที่ผ่านมา
ที่เธอเคยดีกับฉันอย่างนั้นตลอดเวลา
ยิ่งรู้ว่าใจก็รักเธอมากกว่า 
... แต่ช้าเกินไป
 
 
 














 
"ยิ้มหน่อยสิ อุตส่าห์ได้กลับมาบ้านทั้งที .. นายไม่ได้กลับเกาหลีมาหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ?" เสียงทุ้มแซวเพื่อนหน้าหวานที่เดินอยู่ข้างๆ

"บ้าน? .. ฉันก็ไม่มั่นใจว่าจะเรียกแบบนั้นได้รึเปล่า?" เสียงกังวานตอบ

"เรารู้จักกันมาตั้งนานแล้ว แต่ฉันไม่ยักได้ยินได้เล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังบ้างเลย หรือว่านายมีความทรงจำเลวร้ายที่นี่เหรอ?" ใบหน้าคมยื่นเข้ามาใกล้ จนคนถูกจ้องต้องย่นคอหนี
 
"ทำไมนายจะต้องอยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่องด้วยนะดงอู"

"อ้าว ก็ฉันสงสัยนี่นา ฮ่าๆๆ"

"ฉันไม่มีบ้านหรอก .. ฉันเป็นแค่เด็กเร่ร่อนที่หนีออกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า"

"คิดว่าฉันจะเชื่อนิยายน้ำเน่านั่นหรือไง? เด็กเร่ร่อนบ้าอะไร จะสามารถสอบชิงทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่นได้จนจบปริญญาตรี นายนี่ทำตัวเป็นนางเอกละครน้ำเน่าไปได้นะ เดี๋ยวก็ได้เป็นมะเร็งสมองตายหรอก" จาง ดงอู เพื่อนนักเรียนทุนบ่นขำๆ
 
"ก็เพราะว่าฉันเป็นเด็กเร่ร่อนที่ฉลาด แล้วก็บังเอิญเจอโอกาสที่ดีน่ะสิ" ซองจงตอบ

"ไร้สาระที่สุดอ่ะ บอกเลย .. เอาล่ะๆ ถ้านายไม่มีที่ไปจริงๆ งั้นก็ไปพักบ้านฉันก่อนแล้วกัน พี่สาวฉันอยู่อเมริกา มีห้องว่างอยู่ห้องนึงพอดี"

"ขอบใจนะ นายนี่มันน่ารักที่สุดเลย"
 
 




"ถามจริงๆ เถอะซองจง .. ทั้งที่ญี่ปุ่นกับเกาหลี ก็ใกล้กันแค่นี้เอง ทำไมนายถึงไม่ยอมกลับมาเกาหลีบ้างเลยล่ะ?"

จาง ดงอู ที่อ้างว่า ห้องตัวเองปลวกขึ้น เลยมาขอนอนห้องเดียวกับซองจงไปก่อนระหว่างรอช่างมากำจัดปลวด ถามขึ้นระหว่างที่อีกคนกำลังจัดของ

"ก็ .. ไม่รู้จะกลับมาทำไมนี่? อีกอย่าง ฉันก็อยากเก็บเงินไว้ให้มากที่สุดด้วย"

"เก็บเงิน? นายไปถ่ายแบบครั้งนึงก็ได้เงินตั้งไม่รู้เท่าไหร่แล้ว นี่จะเก็บเงินทำไมนักหนา?"
จาง ดงอู ผู้นิยมการชอปปิ้งยิ่งฉงน ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาเห็นซองจงเอาแต่เรียน ทำงานพิเศษ แล้วก็ เก็บเงินๆ จนหลายๆ ครั้ง เขากลับเป็นฝ่ายต้องยืมมาจ่ายค่าบัตรเครดิตที่เผลอรูดเกินวงเงินเสียด้วยซ้ำไป
 
"ฉันมันคนไม่มีครอบครัว ไม่มีที่พึ่งพิงไหนนอกจากตัวเอง ถ้าฉันไม่มีเงินเก็บ ขืนป่วย หรือเป็นอะไรขึ้นมาก็ลำบากน่ะสิ" ใบหน้าสวยตอบเสียงเศร้า

"เฮ้ย นายนี่มันชอบพูดแบบนี้ตลอดเลยนะ บอกกี่ครั้งแล้วว่า นายมีช้านนน เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือไง ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวหรอกน่า" 

"ขอบใจนะ .. ว่าแต่เงินล้านวอนนั่นน่ะ ฉันไม่ยกหนี้ให้หรอกนะบอกไว้ก่อน" คิ้วเรียวเลิกสูงบอกว่ารู้ทัน

"เออออออออออ รู้แล้วน่าาาาา แค่ขอเวลาผัดผ่อนอีกสักหน่อยนะจ้ะ ซองจงจ๋าาาาา" เพื่อนตัวแสบทำปากจู๋ ยื่นหน้ามาออดอ้อนคลอเคลียเรียกเสียงหัวเราะ
 

... ครั้งนึงเคยมีคนขี้เล่นชอบแกล้งเขาแบบนี้เหมือนกัน ...
 
อี ซองจง เพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน เขาคว้าเกียรตินิยมจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮอกไกโด 
แถมยังพ่วงมาด้วยตำแหน่ง Young super model ที่ได้รับโหวตจากนิตยสารแฟชั่นชื่อดังฉบับหนึ่ง

ชีวิตของเขากำลังถูกแยกออกเป็นสองทาง

ด้านหนึ่งคือ การเป็นนักวิจัยตามสายที่เรียนมา ซึ่งได้รับการทาบทามจากอาจารย์ประจำคณะ พร้อมตำแหน่ง ที่พัก และเงินเดือนที่เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใคร

กับอีกด้าน คือ การเป็นนายแบบแฟชั่น ซึ่งเขาเองก็เริ่มรู้สึกสนุกกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้เจอช่างภาพคู่ใจอย่างแอล
 
แต่เพราะซองจงรักในทางเลือกทั้งสองมากพอๆ กัน เขาเลยไม่อาจตัดสินใจ หรือ ตกปากรับคำกับฝั่งใดได้ในทันที

หนุ่มหน้าสวยคนเก่ง อ้างกับอาจารย์และช่างภาพรูปหล่อ ขอเวลาในการพิจารณาทางเลือกของชีวิตเอาไว้ 1 เดือน ก่อนที่เขาจะกระโดดทุ่มสุดตัวให้กับงานด้านใดด้านหนึ่ง
 
จาง ดงอู รูมเมทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคนเกาหลีเช่นกันเลยเอ่ยปากชวนให้เขากลับสู่มาตุภูมิเสียที
เพราะไม่ว่าซองจงจะเลือกทางไหน ชีวิตของเขานับจากนั้น ก็คือการฝังรากลงในผืนดินแห่งแดนซูจิซังเสียแล้ว
 
เหตุผลเดียว ที่ซองจงเลี่ยงการเอ่ยถึงประเทศเกาหลี หรือ แม้แต่อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเกาหลีใต้
นั่นเพราะความทรงจำบางอย่างมักจะลอยขึ้นมา ราวกับหนองน้ำถูกกวนตะกอนที่นอนก้นให้ฟุ้งขึ้นกระจายตัวไปทั่วทั้งผืนน้ำ

.. สี่ปีได้แล้วมั้งที่เขาจากมา ... ไม่รู้ว่า ป่านนี้พี่ซองยอลจะเป็นยังไงบ้าง?


 
"ยินดีต้อนรับกลับเกาหลีนะ ว่าที่นายแบบนักวิจัย อี ซองจง"
เสียงทุ้มที่เอ่ยแซวผ่านโทรศัพท์บ้านของดงอู เรียกรอยยิ้มเล็กๆ ให้แก่ซองจง

"ผมยังตัดสินใจไม่ได้เลยครับว่าจะเป็นนักวิจัย หรือ จะเป็นนายแบบเต็มตัวไปเลยดี?"

"ถ้าฉันเป็นนาย ฉันจะทำงานวิจัย ควบคู่ไปกับการถ่ายแบบ"

"แต่โปรเจคงานวิจัยของผมเป็นความลับอ่า ถ้าขืนไปถ่ายแบบ เดี๋ยวมีคนสืบสาวเรื่องงานวิจัยด้วย ต้นสังกัดของผมจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย" ซองจงให้เหตุผล

"เอาน่า ฉันเชื่อว่า นายจะเลือกทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัเวองได้เสมออยู่แล้ว"

"ขอบคุณนะครับพี่โฮวอน ..."

"อ้อ .. ว่าแต่ช่วงนี้นายว่างพอจะไปที่แห่งนึงกับฉันได้รึยัง?"

"ที่แห่งนึง? .. ที่พี่ชวนผมมาตั้งแต่ตอนต้นปี 4 น่ะเหรอครับ?"

"ใช่ .. อันที่จริง มันก็ถือว่าสายไปมากแล้วล่ะ แต่ฉันคิดว่า นายได้ลองไปดูสักครั้ง ก็น่าจะดีกว่าไม่ไปเลย"

"พี่ชอบทำให้ผมสงสัยอยู่เรื่อยเลย .. ไปก็ได้ครับ ว่าแต่เป็นวันไหนดีล่ะ?"

"สักวันมะรืนแล้วกัน ฉันปิดร้านพอดี บ้านเพื่อนของนายอยู่มากูใช่มั้ย?"

"ครับ"

"งั้นเดี๋ยวฉันจะแวะไปรับ น่าจะถึงสักประมาณสิบโมงเช้านะ อ้อ! ฝากซื้อดอกไม้สักช่อด้วยนะ เอาเป็นดอกคาเนชั่นก็ได้"

"พี่จะเอาไปให้ใครเหรอครับ?" ซองจงถามแบบขำๆ เรื่องความคาดไม่ถึงเนี่ย เขาต้องยกให้พี่ชายคนนี้เลยเชียวล่ะ

"ไม่ต้องถามมากหรอกน่า"
 

... บางที ถ้าซองจงรู้เร็วกว่านี้ เขาคงจะเตรียมช่อดอกไม้ที่สวยที่สุดเอาไว้ ...




 
"พี่พาผมมาที่นี่ทำไม?"

ซองจงชักรู้สึกแปลกๆ เมื่อรถของโฮวอนเลี้ยวเข้าที่จอดรถของสุสานแห่งหนึ่ง

"แม้ว่าพวกนายจะไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว แต่ฉันคิดว่า อย่างน้อยนายก็น่าจะมาเยี่ยมเขา .. สักครั้ง" คนหน้านิ่งตอบ

"เขา? พี่หมายถึงใครกันครับ?"
ซองจงถามกลับเสียงสั่น เขาเอาแต่ภาวนาว่าประโยคที่โฮวอนตอบกลับมาจะไม่ใช่คนผู้นั้น

"ช่วงที่นายกำลังงานวิจัยปีสี่ อี ซองยอลประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างกลับไปทำงาน มันค่อนข้างกระทันหัน และเป็นช่วงที่นายกำลังคร่ำเคร่งกับการวิจัยขอจบ ฉันเลยไม่ได้บอก"
 
"พะ .. พี่หมายความว่า .. พี่กำลังจะพาผมไปหาพี่ซองยอลเหรอครับ?"

"เขาไปหาเขาสิ ฉันคิดว่าเจ้านั่นคงรอคอยนายกลับมาอยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตาม"
 

ร่างบางทิ้งเข่าของตัวเองลงกระแทกพื้นปูน แต่ไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บ ... เพราะตอนนี้หัวใจของเขากำลังเจ็บปวดมากกว่า

"ไม่จริง .. พี่โกหกผมใช่มั้ย? ... พี่ซองยอล ฮึก .. พี่ซองยอลจะจากไปแบบนี้ได้ยังไง ฮืออออ"

 

 
จากนี้ไม่มีเธอต่อไป
ไม่มีวันคืนกลับมา
ใจอยากย้อนเวลากลับไปครั้งนั้น
เพียงเธอและฉัน 
 
ยิ่งคิดถึงถึงเรื่องที่ผ่านมา
ที่เธอเคยดีกับฉันอย่างนั้นตลอดเวลา
ยิ่งรู้ว่าใจก็รักเธอมากกว่า แต่ช้าเกินไป
 




... แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม ภาพความทรงจำที่อบอวลอยู่ในห้องร้างแห่งนี้ยังคงแจ่มชัดอยู่ในสมองของเขา ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เท่านั้น
 
"ซองยอล ฉันรู้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดของนายนะ แต่เมื่อครู่โฟร์แมนโทรมารายงานว่าที่โรงงานเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรประกายไฟกระเด็นไปถูกวัตถุดิบที่เป็นเชื้อไฟ ถ้ายังไงช่วยกลับไปดูสถานการณ์ให้หน่อยได้มั้ย?"
 
เจ้าของบริษัทโทรสายด่วนมาจากยุโรป เป็นสาเหตุให้เขาต้องรีบขับรถกลับไปยังโรงงานโดยด่วน
 

ความเร่งรีบจนประมาทนั้นเองนำมาซึ่งเหตุการณ์อันน่าเศร้า ..













 
 
อี ซองยอล
1991.08.27-20xx.xx.xx
 
หากว่าวันนึงนายกลับมา 
สิ่งเดียวที่ฉันอยากบอกให้นายรับรู้เอาไว้ 
"ฉันรักนายเสมอมาและไม่เปลี่ยนแปลง"

 
 
ประโยคในกรอบรูปวิทยาศาสตร์คล้ายถูกก้อปปี้มาจากที่ไหนสักแห่ง
 
ใบหน้าหวานที่ชุ่มไปด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นมองญาติผู้พี่นิดนึง
 
"ฉันเจอมันในสมุดไดอารี่ของซองยอล .. ฉันคิดว่าเขาเขียนถึงนายนะซองจง ฉันเลยถ่ายเก็บไว้แล้วนำไปอัดกรอบ เพราะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน กว่านายจะกลับมา"
 
"พี่ควรบอกกับผมให้เร็วกว่านี้สิครับ" เสียงอ่อนระโหยตัดพ้อ

"นายจะรู้ช้า หรือ เร็ว ก็ไม่ได้ทำให้เจ้านั่นฟื้นขึ้นมาไม่ใช่หรือไง? แม้ว่าเขาจะจากไปแล้ว แต่นายยังคงต้องมีชีวิตต่อไปนะซองจง อย่างน้อย ... ก็จนกว่าเวลาของพวกนายจะมาบรรจบกันอีกครั้งนึง"
 
"นั่นสินะครับ ..."
 
จนกว่าเวลาของเราจะกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง
จนกว่าจะถึงตอนนั้น .. ผมจะรักพี่คนเดียวเหมือนเดิม






 
จะรักเธออย่างนี้
เก็บสิ่งดีๆ ไว้ภายในใจ
เผื่อวันนึงเธอกลับมา
กลับมาเมื่อใด
จะไม่ยอมให้สาย
จะบอกเธอไปว่ามากเท่าไหร่ที่รักเธอ


End.
 

ผลงานอื่นๆ ของ GraXiah_Nuna

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 :((
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 23:13
    อาจเป็นเพราะเรากำลังอ่อนไหว ฟิคเรื่องนี้เลยทำเราร้องไห้



    ชอบการเรียบเรียงคำและภาษาของไรท์นะ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่เกือบทุกเรื่องที่อ่านมา



    ..จะรอเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #2
    0
  2. #1 bow
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 23:53
    ชีวิตตตตตตตตตตตตตตตต ฮือออออออออออออออ น่าเศร้าจริงๆ

    ทำไมต้องเป็นแบบนี้อ่ะ ยอลจง ยิ่งหายากอยู่ ฮึกๆ แต่ก็ชอบนะคะ

    ช่วยแต่งยอลจง และมยองจง อีกเยอะๆนะคะสู้ๆจ้า ฮือออออออออ
    #1
    0