คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (exo) UNDERGROUND | HUNHAN (exo) UNDERGROUND | HUNHAN | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



U N D E R G R O U N D


hunhan  






I am done smoking gun.

We're lost it all, the love is gone
Now it's no fun

We've lost it all, the love is gone.





AUTHOR : IREINE
tw @reinefor #ficunderground



ALWAYS KEEP HUNHAN


 
cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ต.ค. 59 / 20:39




Title : Underground
Couple : sehun haddlesson x luhan


Yesterday,
 I saw a lion kiss a deer under the empty sky.









          ตี๊ด .. ตี๊ด ..



          เสียงนาฬิกาข้อมือดิจิตอลสีดำส่งเสียงเล็กแหลมดังเพื่อเตือนบอกเวลาเที่ยงคืน 



          ร่างเล็กในชุดใส่เชิ้ตสีขาวหลุดรุ่ยสวมทับด้วยโอเวอร์โค้ทสีเข้ม กางเกงสแลคสีดำ รองเท้าหนังแบรนด์อังกฤษรุ่นเก่าที่โดนใช้งานอย่างหนักจนพื้นรองเท้าสึกก้าวย่ำผ่านถนนยามค่ำคืนอย่างว่องไว



          ลู่หานเพิ่งออกเวร หลังจากที่เข้าเวรหนักหน่วงติดต่อกันมาเป็นเวลาสามวัน ร่างกายถูกใช้งานหนักหน่วงจนคุ้มกับเงินเดือนจำนวนมากที่ได้ต่อเดือนในฐานะศัลยแพทย์ทั่วไปประจำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่



          เขาเหนื่อยล้ามากเหลือเกินจากการทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ ตอนนี้หัวสมองเขาคิดอะไรไม่ออก นอกจากจะพาร่างของตัวเองไปให้เตียงนอนให้เร็วที่สุด



          ร่างเล็กก้าวข้ามทางม้าลายบนถนนที่โล่ง ไม่มีรถขับผ่านไปมาสักคัน ทุกอย่างเงียบสงัดและคล้ายกับว่าถูกทำให้หยุดนิ่ง 



          เขาเดินเข้าไปในซอยตัดถนนที่เปลี่ยวและปลอดคน มันเป็นทางผ่านเข้าไปในตรอกอพาร์ตเม้นท์ของเขาอีกทีหนึ่ง 



          แต่ไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้าเลี้ยวออกไปที่หัวมุมของตรอกนั่น เขาก็ได้ยินเสียงการสนทนาของคนบางกลุ่ม ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างของลู่หานสั่งให้เขาชะงักเท้าเอาไว้ 



          เขานิ่งงันก่อนจะลดตัวเองนั่งด้วยปลายเท้าเงี่ยหูฟังบทสนทนาแปลกประหลาดยามค่ำคืน



          ไม่เดินออกไปตอนนี้คงจะดีกว่า ..



          แผ่นหลังแนบชิดกับกำแพงอิฐสีแดงคร่ำครึที่ค่อนข้างชื้น และเมื่อสังเกตที่พื้นให้ดีก็พบว่ามีเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษก้นบุหรี่ และตะไคร้น้ำสีเขียวคล้ำสกปรกอยู่แทบจะทุกอนูของแผ่นพื้น 



          ลู่หานลอบถอนหายใจออกมาก่อนจะกระชับโอเวอร์โค้ทตัวหนาให้แน่นขึ้นเพราะอากาศเริ่มจะเย็นลงอีกแล้ว



          "ขอเช็คของก่อน" 



          สำเนียงภาษาต่างประเทศที่ไม่คุ้นเคยดังเข้ามาโสตประสาท เสียงพูดแผ่วเบามากจนเขาไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ามันเป็นภาษาอะไร มันก่ำกึ่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นสเปน ฝรั่งเศส หรืออิตาลี



          "ตามสบายครับ" 



          ทั้งที่เป็นภาษาเดียวกันแต่ทว่าสุ่มเสียงของผู้ชายคนที่สองที่ดูเหมือนจะเป็นคู่สนทนากับชายคนแรกกลับดูแปลกออกไป มันนุ่มนวลและสุภาพน่าฟังกว่า



          "เรียบร้อยครับนาย" เสียงแหบห้าวของชายอีกคนหนึ่งพูดขึ้น 



          "ดี ...ขอบใจมากนะ"



          "ด้วยความยินดีครับ" 



          และดูเหมือนบทสนทนาอันแสนสั้นและแข็งทื่อนี่จะจบลงที่ผู้ชายน้ำเสียงนุ่มเป็นคนสุดท้าย ลู่หานยังคงนิ่ง ไม่ได้ขยับกายไปไหน พยายามควบคุมลมหายใจให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้



          ไม่นาน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปึกปักเป็นสัญญาณบอกให้เขารู้ว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะจบลงและเขาจะปลอดภัย 



          แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เมตตาเขาสักเท่าไหร่ เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงร้องชวนบาดหูดังลั่น 



          ด้วยความตกใจลู่หานรีบหยิบมันออกมาจากโอเวอร์โค้ทและกดวางสายทันทีโดยไม่ได้เหลียวแลแม้แต่นิดว่าสายเรียกเข้านั้นจะเป็นของใคร



          เสียงฝีเท้าที่ตอนแรกเหมือนจะเดินจากและหายลับไป กลับมาก้องดังอีกครั้ง 



          กึก .. กึก.. กึก .. . 



          คราวนี้มันชัดเจนดังเหลือเกิน บรรยากาศโดยรอบเย็นเฉียบ หัวใจที่เคยเต้นราบเรียบก็เต้นถี่อย่างบ้าคลั่ง มือเล็กที่กำโทรศัพท์อยู่นั้นสั่นเทาไปหมด 



          "โอ้ รู้สึกว่าเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมานะเนี้ย" 



          และเมื่อได้ฟังอย่างใกล้ชิด ลู่หานก็สรุปได้ในใจว่าภาษาที่คนเหล่านี้พูดกันคือภาษาอิตาเลี่ยนและดูเหมือนว่าคนที่พูดจะค่อนข้างติดตลก 



          ร่างเล็กค่อยๆเงยหน้าสบตากับเจ้าของคำพูดนั่นและก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าคนตรงหน้าคือคุณมาร์โก้ สฟอร์ซา ผู้ป่วยพิเศษในการดูแลรักษาของเขา 



          ความจริงชายคนนี้ควรจะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ..



          และถึงแม้ว่าลู่หานจะมีเรื่องที่ไม่เข้าใจมากมาย แต่เขาก็ยังคงเลือกที่จะปิดปากเงียบเอาไว้ เวลานี้เขาไม่ควรพูดอะไรถ้าไม่จำเป็น เพราะสถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่ตอนนี้มันไม่ค่อยจะสู้ดีนัก



          "ก็ว่าหน้าตาคุ้นๆที่ไหนได้ คุณหมอนี่เอง" 



          ภาษาอิตาเลี่ยนยังคงดำเนินเรื่อยไป ลักษณะท่าทางของคุณมาร์โก้ดูแปลกไปจากทุกที ราวกับว่าคนตรงหน้านี้เป็นคนที่เขาไม่เคยรู้จัก 



          มาร์โก้ สฟอร์ซาที่เขาให้การรักษาจะเป็นประธานอาวุโสมาดเข้มและดุดันอยู่เสมอไม่เว้นแม้เวลาไหน แต่นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ ทั้งสำเนียงการพูดและรอยยิ้มที่สร้างความกดดันนั่น



          ลู่หานเรียบเรียงถ้อยคำอย่างเงียบงันอยู่ภายในความคิด นึกขอบคุณตัวเองที่ตั้งใจเรียนภาษาอิตาเลียนมาอย่างดี และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เขาจะได้ใช้มันอย่างจริงจัง



          เขาคิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก ยังไงก็เป็นคนที่เคยเห็นหน้าค่าตากัน แค่พูดออกไปตามความจริงก็คงสิ้นเรื่อง เขาปลอบใจตัวเองอย่างนั้น ถึงแม้ว่าสายตาเฉียบคมจากชายชุดดำรอบกายจะทำให้เขารู้สึกตกอยู่ในอันตรายก็ตาม



          "อ่ะ คะ คุณมาร์โก้ จำผมได้ใช่มั้ยครับ ผมเป็นหมอที่รักษาคุณเองนะครับ ..."



          กริ๊ก 



          และไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค เขาก็ต้องชะงักงันเพราะปืนพกกระบอกเล็กสีดำมะเมื่อมจ่ออยู่เหนือศีรษะผ่านไปไม่ถึงสามเซนติเมตร 



          ร่างเล็กก้มหัวลงต่ำตามแรงกดของกระบอกปืน เข่าทรุดลงกับพื้นเย็นเยียบ กลืนคำพูดและน้ำลายหนืดลงคออย่างยากลำบาก 



          นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อยู่ใกล้กับสิ่งของที่อันตรายถึงชีวิตใกล้ขนาดนี้ 



          สมองสั่งการให้ลุกขึ้นและวิ่งหนี สัญชาตญาณดิบเพื่อความอยู่รอดพร้อมทำงานเต็มที่แต่ทว่าร่างกายไม่เชื่อฟังคำสั่งแม้แต่น้อย 



          แข้งขาอ่อนแรงไม่มีแม้แต่กำลังจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นด้วยซ้ำ เหงื่อกาฬซึมออกตามไรผมและแผ่นหลังจนเปียกชุ่ม ลาดไหล่ที่เคยแค่ไหวเยือกตามจังหวะการหายใจบัดนี้กลับสั่นเทิ้



          "นี่ คุณหมอ คุณหมอรู้มั้ยว่าลูกกวางที่หลงเข้ามาในฝูงสิงโตจะเป็นอย่างไร..."



          มาร์โก้ใช้กระบอกปืนเชยคางของร่างเล็กขึ้นมาสบตา อย่างน้อยก็อยากจะให้อีกฝ่ายเห็นหน้าตัวเองชัดๆ คนเรามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าตัวเองจะตายเพราะอะไรและ .. เพราะใคร 



          ถึงแม้ว่ามาร์โก้จะเป็นคนที่มีเหตุผลและไม่เคยคิดปลิดชีวิตใครพร่ำเพรื่อแต่ในกรณีที่จำเป็นและเขามองดูแล้วว่ามันสุ่มเสี่ยง อาจมีผลร้ายตามมาทีหลังเขาจะรีบจัดการมันก่อนที่เมฆแห่งลางร้ายจะก่อตัว



          "ผะ ผม ..."



          "ท่าทางคุณจะไม่รู้สินะคุณหมอ ถ้างั้นผมจะบอกให้แล้วกัน"



          "..."



          "เป็นจุณไงล่ะ :)" 



          ลู่หานหลับตาแน่นอีกครั้งเมื่อปืนกระบอกเดิมเคลื่อนย้ายไปที่ศีรษะของเขาอีกครั้ง ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย เขาก็รู้ชะตากรรมของตัวเองในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า เขาบีบมือทั้งสองข้างเข้ามากันแน่นก่อนจะภาวนาส่งเสียงขอร้องพระเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ..



          "ขอโทษนะครับ" 



          แต่แล้วเสียงภาษาอิตาเลี่ยนแสนทุ้มนุ่มดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือหนาที่วางแทนเหล็กกล้าที่กำลังจะดับลมหายใจบนศีรษะของเขา 



          ไม่ทันตั้งตัว ความอบอุ่นแผ่ซ่านซึมไปทั่วทั้งร่างกาย ราวกับน้ำหมึกที่หยดลงบนผืนผ้าและแผ่กระจายตัวอย่างรวดเร็ว 



          แม้จะไม่เข้าใจรูปการณ์เท่าไหร่นัก แม้จะชีวิตจะสุ่มเสี่ยงและถูกแขวนอยู่เส้นด้ายบางเฉียบ แต่สิ่งที่ความรู้สึกแปลกประหลาดกลับก่อตัวขึ้น



          เขารู้สึกว่า .. เขาจะปลอดภัย .. ตราบใดที่มือคู่นี้ยังคงอยู่กับเขา ..



          และถึงแม้ว่าเซฮุนจะรู้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นการเสียมารยาทต่อลูกค้าอย่างร้ายแรง แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่ง ไม่ได้ขยับห่างไปไหน 



          ปกติก็ไม่ได้เป็นคนดีมีศีลธรรมอะไร แต่เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้ .. ก็เท้ามันก้าวไปเอง 



          ร่างสูงส่งยิ้มให้มาร์โก้อย่างที่พ่อค้าทุกคนชอบยิ้มส่งให้ลูกค้าทุกครั้งทำหลังจากที่สามารถขายสินค้าได้ สีหน้าระรื่นดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อน ถึงแม้ว่าแววตาจะดุดันและมือขวาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทจะสอดนิ้วที่โกร่งไกปืนบาเร็ตต้าเรียบร้อยแล้วก็ตาม 



          "ถอยไป" 



          มาร์โก้กดเสียงลงต่ำจนน่ากลัวแต่นั่นไม่ได้ทำให้คุณพ่อค้าอาวุธสงครามสะเทือนเลยสักนิด เขากลับเอ่ยคำพูดออกมาอย่างสบายอารมณ์ว่า



          "เกรงว่าจะไม่ได้"



          "..."



          "เพราะพอดีว่าผม .. เกิดอยากจะเลี้ยงลูกกวางขึ้นมาน่ะครับ :)"



          สิ้นคำพูดนั้นราวกับว่าเป็นคำสั่งที่ป้อนใส่โปรแกรมคอมพิวเตอร์แสนชาญฉลาด ผู้ติดตามทั้งหกคนของเซฮุนยกกระบอกปืนขึ้นมาพร้อมกันโดยทันที 



          "เดี๋ยวสิ มิสเตอร์แฮทเดิลสัน .. ถึงกับต้องใช้ปืนมาจ่อกันนี่มันเกินไปหรือเปล่า" 



          "..."



          "อยากได้ก็ขอกันดีๆสิ ..ฉันน่ะไม่ใช่พวกใจไม้ไส้ระกำอยู่แล้ว"



          และเพราะในสถานการณ์ที่ต้องจำนน มาร์โก้เอ่ยพร้อมทั้งค่อยๆดึงกระบอกปืนที่จ่อหัวคุณหมอหนุ่มอยู่กลับคืน เก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อสูทของตนอย่างเก่า สายตาแข็งกร้าวถูกส่งไปยังเหล่าลูกน้องของตนอย่างคาดโทษ 



          ถือเป็นความผิดพลาดมหันต์ที่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามยกปืนขึ้นมาก่อนตน .. กฎข้อนี้ไม่ว่าแฟมมิลี่คนไหนก็รู้ .. 



          "โอ้ งั้นก็ขอบคุณมากๆเลยนะครับ" 



          ร่างสูงยิ้มส่งให้คุณลูกค้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่คนเหล่านั้นจะเดินหายลับไปในความมืด ใบหน้าเปื้อนยิ้มกลับมาเรียบเฉยราวกับนักแสดงที่ถอดหน้ากากออกหลังจากที่ม่านแดงปิดลง 



          เขาลดตัวลงนั่งด้วยปลายเท้าต่อหน้าร่างเล็กที่ก้มหน้านิ่งสนิทแต่ทว่าลาดไหล่นั่นยังคงสั่นเทาไม่หาย 



          "นี่ .. นาย—"



          และเมื่อถูกเรียก คนตรงหน้าก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าซีดขาวแต่ทว่าพวงแก้มกลับขึ้นสีระเรื่อ นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากไร้สีสั่นเครือค่อยๆละล่ำละลักคำพูดออกมา



          "ขะ .. ขอบคุณนะครับ" 



          สิ้นถ้อยคำน้ำตาเม็ดโตก็ร่วงเผาะลงมาอาบแก้มใสทันที จากนั้นร่างเล็กก็ก้มหน้าจนแทบจะชิดอกเพื่อซ่อนน้ำตาและสีหน้าที่หน้าอายจากคนตรงหน้า 



          และเมื่อเห็นอย่างนั้นร่างสูงก็ทำอะไรไม่ถูก นิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหันหาความช่วยเหลือจากเหล่าบอดี้การ์ดของตนที่ต่างยืนนิ่งเอามือสองข้างไพล่หลังและเสมองไปทางอื่น 



          มีเพียงมือขวาของเขาอย่างคิมจงอินเท่านั้นที่มองหน้าเขาแน่นิ่งก่อนจะขยับปากเป็นถ้อยคำไร้เสียงว่า



          'การทำให้สตรีร้องไห้เป็นสิ่งที่มาเฟียไม่สมควรทำนะครับบอส' 



          ทั้งสีหน้าและท่าทางนั่นชวนให้หงุดหงิดเสียจนเขาคิ้วกระตุก 



          "สตรีที่ไหน แหกตาดูซะบ้างสิ แล้วฉันก็ไม่ใช่มาเฟีย พูดจาระวังหน่อย เดี๋ยวจะได้ไปทัวร์นรกก่อนเพื่อนนะจงอิน"



          "ขออภัยด้วยครับบอส" 



          มือขวาร่างสูงก้มหัวลงต่ำก่อนกล่าวขอโทษผู้เป็นนายแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงยิ้มเยาะมาให้ และนั่นทำให้เซฮุนอยากจะลั่นไกปืนขึ้นมาเสียจริงๆ



          เขาเลิกให้ความสนใจกับลูกน้อง หันกลับมามองคนตรงหน้าที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด พรูลมหายใจยืดยาวออกมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบว่า



          "จะหยุดร้องได้ยัง"



          "ฮะ ฮึก ครับ จะ .. จะหยุดเดี๋ยวนี้แหละครับ" 



          ร่างเล็กปาดน้ำตาด้วยหลังมือ พยายามอย่างยิ่งที่จะห้ามน้ำตาแต่ดูเหมือนว่ามันจะยากเย็น เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายเวลานี้จะไม่ฟังคำสั่งของเขา 



          คล้ายมันเป็นไปตามกลไกธรรมชาติ คงจริงอย่างที่เขาว่ากันว่า การร้องไห้เป็นกลไกในการเอาชีวิตรอดอย่างแรกของมนุษย์



          "ไหนว่าหยุดร้องแล้วไง" ร่างสูงเอ็ด



          "... ฮึก ขะ .. ขอโทษครับ ผะ .. ผมหยุดไม่ได้จริงๆ" 



          เซฮุนถอนหายใจอีกครั้ง มือหนาเสยผมสีบลอนด์ไทเทเนียมที่ปรกหน้าขึ้นก่อนจะใช้มือนั้นเท้าคางกับหัวเข่าของตนเอง



          "จริงๆเลย หยุดร้องเถอะน่า"



          "ฮึก ฮือ .."



          "อย่าร้องสิ อย่าร้อง"



          "...ฮือ"



          "ขอร้องล่ะ อ่า ทำไมฉันต้องเป็นพวกแพ้น้ำตาด้วยนะ ให้ตายสิ" 



          ร่างสูงยีเรือนหัวของตัวเองอย่างขัดใจก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวอีกฝ่ายแผ่วเบา ลดมือต่ำลง ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาจากแก้มเนียน ก่อนจะสบนัยน์ตานั่นอย่างตั้งอกตั้งใจ



          "ไม่ร้องไห้นะครับ...นะ"



          ราวกับหัวใจถูกกระตุ้นด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า มันกระตุกวูบก่อนจะเต้นถี่คล้ายกับคนที่เพิ่งกลับฟื้นคืนชีวิต 



          และนี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หานได้เพ็งพินิจมองดูคนตรงหน้าอย่างดี ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทที่ถูกตัดเย็บอย่างดีกับโอเวอร์โค้ทตัวหนา รูปร่างผอมบาง แต่กระนั้นก็ยังสูงเพรียวและไหล่กว้าง เรือนผมสีบลอนด์เทาไทเทเนียมตัดกับสีผิวที่ขาวซีด นัยน์ตาสีเข้ม จมูกโด่งเป็นสันคล้ายกับคนที่มีเชื้อชาติยุโรป



          ใช่ .. ผู้ชายคนนี้มีกลิ่นอายแบบยุโรปอย่างชัดเจนและเปล่งประกายแม้แต่ในความมืดสลัว 



          ดวงตากลมโตกระพริบช้าๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อไล่น้ำตาเท่านั้น แต่ไล่ความรู้สึกที่แสนแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างกระทันหันนี่ออกไปด้วย



          "อุ้บส์!" 



          และเพราะเสียงคล้ายจะกลั้นหัวเราะที่ดังขึ้นนั่นทำให้เซฮุนหันขวับไปมองทันที แต่ดูเหมือนจะช้าไปหน่อย บอดี้การ์ดของเขาทุกคนกลับมาตีหน้านิ่งขรึมเหมือนเดิมแล้ว 



          เซฮุนหัวเราะฮึในลำคอก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเหล่าลูกน้องพร้อมทั้งเตะเข้าที่ข้อพับขาไปทีละคน ห้าคนทรุดนั่งลงกับพื้น มีเพียงจงอินเท่านั้นที่ยืนนิ่งไม่ได้สะทกสะท้านกับบทลงโทษสถานเบาที่เพิ่งโดนไป 



          "ขำมากมั้ย"



          "ให้ตอบตามความจริงหรือโกหกครับท่าน" 



          "ยังจะถามอีก"



          "ก็.. ขำนิดหน่อยครับ" 



          จงอินตอบไปตามความจริงที่ตนเองคิด ไม่ใช่ว่าเพราะรู้สึกตลกหรืออะไร แต่การกระทำอันแสนอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษมันค่อนข้างขัดกับบอสของเขา



          ก็นะ .. อยู่มาตั้งนาน ไม่เคยเห็นบอสทำอะไรแบบนี้



          "แล้วไม่ทราบว่าท่านจะเอายังไงต่อหรือครับ" 



          "ตอนแรกว่าจะไปส่งที่บ้าน—"



          "ถ้าอย่างนั้นมิสเตอร์สฟอร์ซามีสิทธิ์จะตามไปทำร้ายคุณคนนั้นได้นะครับ"



          "ฟังฉันพูดให้จบก่อนได้มั้ย" ร่างสูงเอ่ยเสียงเข้ม



          "ขออภัยครับ"



          "นั่นแหละ ก็เลยว่าจะบอกให้เขาไปนอนค้างที่บ้านใครสักคน เพื่อความปลอดภัยของเขาน่ะนะ" 



          ร่างสูงกล่าวก่อนจะล้วงหยิบบุหรี่ออกมาจากซอง ในขณะเดียวกันจงอินก็รีบหยิบไลท์เตอร์ออกมา ใช้มือป้องลมและจุดไฟให้ผู้เป็นนาย 



          "จัดการบอกเขาทีนะ" 



          "รับทราบครับท่าน"



          จากนั้นจงอินและบอดี้การ์ดอีกสองคนก็เดินตรงเข้าไปหาร่างเล็กเพื่อเจรจาพูดคุย เซฮุนเหลือบตามองเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินไปที่มาเซราติสีดำคันหรูที่จอดสนิทอยู่ด้านหลังตรอกพร้อมกับลูกน้องที่เหลือ



          และเมื่อถึงตัวรถ เขาไม่ได้เข้าไปนั่งด้านในทันทีแต่กลับยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างประตูรถ ริมฝีปากสีซีดพ่นควันสีเทาคละคลุ้งออกมาอย่างไม่ขาดสาย ดวงตาคมเงยหน้าท้องฟ้ายามราตรีที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งแสงของดวงจันทร์และดวงดาว 



          คืนนี้ช่างเป็นคืนที่มืดมิดเสียจริงๆ



          ไม่นานนัก คนของเขาก็ปรากฎกายพร้อมกับร่างเล็กที่ดูเหมือนขาแข้งจะมีปัญหา เดินกระโพกกระเพก เชื่องช้า ขัดหูขัดตา



          "คุณเขาเป็นเหน็บชาที่ขาน่ะครับ" 



          เมื่อได้รับคำตอบอย่างว่า เซฮุนก็พยักหน้าเข้าใจ ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น เหยียบด้วยปลายเท้า จากนั้นก็แทรกตัวเข้าไปในรถยนต์คันหรูโดยไม่ลืมกำชับคำสั่งว่า



          "ให้เขามานั่งกับฉัน" 



          ลู่หานกำลังมึนงงกับสถานการณ์อยู่เล็กน้อยจึงหันไปขอความช่วยเหลือกับคนข้างกายที่ดูเหมือนว่าจะช่วยเขาได้มากที่สุด



          "ขออภัยที่ต้องเสียมารยาท แต่กรุณานั่งข้างบอสด้วยนะครับ" 



          จงอินกล่าวพร้อมทั้งเปิดประตูรถออก ผายมือเชิญให้ลู่หานก้าวเข้าไปนั่งด้านในที่มีร่างสูงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว 



          ร่างเล็กไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายแต่อย่างใด นั่งตัวตรงแข็งทื่อ แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่ถึงนาทีกว่าที่คุณบอดี้การ์ดคนนั้นจะเข้ามาประจำที่นั่งคนขับ แต่ลู่หานกลับรู้สึกเหมือนว่ามันยาวนานเหลือเกิน 



          และแล้วคุณบอดี้การ์ดก็ก้าวขึ้นมาบนรถ กดปุ่มสตาร์ทเครื่อง เสียงเครื่องยนต์ดังหึ่งแผ่วเบาก่อนจะเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับม้าทมิฬที่ออกตัววิ่งโดยพลันเมื่อได้ยิงเสียงสัญญาณปืน



          ต่อมาก็ความเงียบโรยตัวครอบคลุมทั่วทั้งคันรถ ไม่มีใครปริปากพูดอะไรแม้แต่น้อย เสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศเท่านั้น 



          และเพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงกลับโอนเอนพิงกับเบาะหนังอย่างเผลอไผล เปลือกตาที่แสนหนักอึ้งค่อยๆปิดตัวลงอย่างเชื่องช้า



          แม้จะไม่วางใจนักกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ แต่ลู่หานไม่สามารถฝืนร่างกายที่โรยล้าของตัวเองได้อีกต่อไป 



          มันช่างเป็นคืนวันที่ยาวนาน .. 



          ความคิดที่เต็มไปด้วยความกังวล หวาดกลัวและระแวดระวังจมหายไปกับความมืดที่คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน 



          "หลับไปแล้วหรือครับ" 



          "...อืม" 



          ร่างสูงครางตอบรับคำถามนั้นในลำคอ ผินหน้ามองร่างเล็กที่กำลังหลับใหล ลำคอพับโอนเอียงไปมาจนเกือบจะกระแทกกับกระจกรถ 



          ทว่ามือหนาฉวยประคองหัวเล็กนั่นเอาไว้ได้ทัน และผลักดันให้เอนอิงซบไหล่ของตน 



          เป็นคนประเภทไหนกันถึงนอนหลับได้ลงในเวลาอย่างนี้ .. 



          ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไรผมที่ปรกตาของอีกฝ่ายออก และตอนนั้นเองที่แสงไฟสีนวลจากท้องถนนสาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นใบหน้าเนียนใสชัดเจน ขนตาแพยาวยังคงเปียกชื้นอยู่ จมูกรั้นหายใจติดขัดบ้างเล็กน้อยเพราะอากาศที่เย็นเยียบ ริมฝีปากสีสดเผยอออกเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว



          จู่ๆความรู้สึกที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นภายในจิตใจที่เงียบสงบของเขา ราวกับมีพายุลูกใหญ่พัดผ่านทะเลสีคราม ระลอกคลื่นปั่นป่วนรวนเร



          และเขาได้แก้ไขความเข้าใจผิดของตัวเองใหม่ ที่ว่าคืนนี้ช่างมืดมิด .. 



          ท้องฟ้ายามค่ำคืนแสนแห้งแล้ง ว่างเปล่า ไร้ซึ่งแสงใด .. ณ ป่าแห่งสิ่งปลูกสร้างใจกลางเมืองใหญ่ .. 



          ผมเก็บดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าได้ดวงหนึ่ง มันสุกใสทว่าแสนเปราะบาง .. ผมโอบกอดให้ความอบอุ่นอย่างทะนุถนอมด้วยสองแขน พลางนึกคิดในใจว่า ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ส่งดวงดาวนี้คืนแก่ฟากฟ้าอย่างแน่นอน .. 




end.






#ficunderground

หลังจากแต่งฟิค(เกือบ)ตลกมาเยอะ ก็เกิดอยากจะแต่งฟิคที่ดูเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา 
ก็เลยลั่นออกมาเป็นมิสเตอร์แฮทเดิลสันของพรี่ 

แค่นี้แหละ แค่นี้แหละนะ ไม่มีอะไรแล้วแหละนะ หมดแล้วแหละนะ ไปแล้วแหละนะ

ไม่ซียูอเกนซีเยสเธอร์นะ อย่าลืมเป็นร้อนใน

เจอปืน

ปั้ง!  
   
  CR.SQW

ผลงานอื่นๆ ของ ไอรีน&

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

80 ความคิดเห็น

  1. #80 piiiiii (@piiiiii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 04:02
    ชอบเรื่องนี้มาก.
    #80
    0
  2. #79 Miku Sakura (@kokoroxkokoro) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 17:11
    น้อนนนน น่ารักน่าเอ็นดูทิ่สุดฮือออ โอ๋ไม่ร้องนะๆ
    #79
    0
  3. วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 09:12
    เปิดมาก็น่าตืดตามแล้วว
    #78
    0
  4. วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 13:57
    ชอบมาก
    #77
    0
  5. #76 ASHWIN (@beambuntuta) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 13:26
    มาตอนแรกก็น่าติดตามเลย สารภาพว่าตอนเห็นนามปาคดีใจมากเลยค่ะที่ได้อ่านฟิคของไรท์อีกครั้ง ดีทุกเรื่องเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ รอติดตามตอนต่อไปด้วยค่า
    #76
    0
  6. #75 tanaporn43 (@tanaporn43) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:15
    มาต่อเร้วๆๆๆๆๆเรารออยู่น่าาาาา
    #75
    0
  7. #74 ntothen (@NNPNK) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 15:10
    ดีมากๆๆๆๆค่ะ ชอบ
    #74
    0
  8. วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 22:42
    น่ารักอ่ะ
    #73
    0
  9. #72 pemaii-pp (@pemaii-pp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 13:28
    เรื่องยาวต้องมาแล้วจังหวะเน้;////;
    #72
    0
  10. #71 AB_AMX2N (@BbpLu1234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 20:25
    รักลุคละมุนๆของคุณเข้าจังเลยค่ะ
    #71
    0
  11. #70 PR4EW (@bhkesornkul) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:52
    โง้ยย >< รอติดตามเลยค่ะ
    #70
    0
  12. #69 Barrybay (@0875728332) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 10:36
    กลับมาเถอะนะ ว้อททูมีตยูววววววว์
    #69
    0
  13. #68 Muhilw (@PHRIW) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 13:05
    เห้ยแบบ อยากอ่านต่ออ่ะ อยากให้ทำเป็นเรื่องยาวมากๆเลยค่ะ มันดีมากเลยแงง มั่ยหวัยอยากอ่านต่ออีก;-;
    #68
    0
  14. วันที่ 6 เมษายน 2561 / 00:01
    งือดีอ่ะ ที่บอกว่าคืนนี้มืดมิดเพราะดาวก็คือลู่หานไม่ได้สว่างอยู่บนฟ้าเเล้วเเต่กลับมาอยู่กับเซฮุนเเทนไรงี้ป่ะ เราพูดไม่ถูก เเต่เข้าใจอ่ะ55 เรื่องนี้ดีเว่อร์ร์ร์
    #67
    0
  15. #66 NightFantom (@kaizoku-d-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:03
    เขียนได้น่าคิดตามมาค่ะ ถ้าเป็นแบบยาวนี่คงจะดีไม่น้อย
    #66
    0
  16. วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 21:44
    ดีงามมมมมม อยากให้เป็นเรื่องยาวจัง
    #65
    0
  17. #64 FirstAugust (@FirstAugust) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 04:48
    คือดีมาก ชอบคาแรคเตอร์ของทั้งสองคน อยากให้แต่งเป็นเรื่องยาวจังเลยค่ะ
    #64
    0
  18. #63 HHN
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 16:43
    อหชอบเซฮุนลุคนี้เท่มากกกกกก
    #63
    0
  19. วันที่ 18 กันยายน 2560 / 18:29
    ไรท์จะไม่กละบมาต่อจริงๆหรอคะแง้ง
    #62
    0
  20. วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 22:15
    ฮือออ ชอบมากๆอ่ะไรท์ ดีงามมม
    #61
    0
  21. #60 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 21:30
    เข้ามาอ่านรอบสองแล้ว อยากให้เป็นเรื่องยาวมากเลย
    #60
    0
  22. #59 ppinjimm (@ppinjimm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 23:39
    งือ แพ้นั้มตาลูกกวาง
    #59
    0
  23. วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 21:17
    เรื่องยาวทีค่ะ พลีสสสสสสสสสสสส
    #58
    0
  24. วันที่ 25 เมษายน 2560 / 20:38
    อ่า อยากให้แต่งเป็นเรื่องยาวจัง ชอบแนวนี่อ่ะ ฮือสู้ๆนะคะ
    #57
    0
  25. วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 13:26
    ชอบมากกกกกำำำำ
    #56
    0