เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 7 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    10 ส.ค. 59



บทที่ 6


First Tour



           

                 เมื่อวานคุยรายละเอียดกันไว้ว่าจะออกเดินทางเวลา 8 โมงเช้า แบมแบมจึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตี 5 ครึ่ง เพื่อตื่นมามาอาบน้ำแต่งตัว หาอะไรทานรองท้อง หลังจากนั้นจึงตรวจเช็คสัมภาระที่เตรียมไว้อีกรอบ


                 หากแต่สิ่งที่ทำให้แบมแบมต้องนั่งถอนหายใจเมื่อนึกขึ้นมาได้อีกคราก็คือ การกล้องตัวเก่งของเขาไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเพราะยังซ่อมไม่เสร็จนี่สิ สุดท้ายเลยได้เอากล้องสำรองที่เป็นกล้องดิจิตอลขนาดเล็กไปแทน


                 พวกเราตกลงว่าจะเดินทางด้วยรถส่วนตัวเพื่อความสะดวก และก็เป็นรถพี่มาร์คซึ่งพี่แจ็คสันที่เป็นคนเสนอทั้งยังบอกว่า


              เอาไปคันเดียว ไอ้มาร์คมันรวย เอารถมันไป น้ำมันก็ให้มันจ่ายด้วย


                 แต่พี่จินยองเสริมว่าให้เอารถพี่เจบีไปอีกคัน เพราะรถพี่มาร์คเป็นรถซีดาน ถึงจะคันใหญ่แต่คงไม่สามารถจุคนได้หมด แต่คนเสนอก็เถียงว่านั่งได้ เถียงกันไปมาสรุปเจ้าของรถก็ตัดปัญหาบอกว่าเอาไปคันเดียว  


                 จากนั้นจึงเป็นการนัดหมาย… มาร์คจะไปรับแบมแบมก่อน เพราะใกล้กับคอนโดเจ้าตัวมากที่สุด จากนั้นจึงจะไปรับยูคยอม และสุดท้ายก็ไปคอนโดจินยอง ส่วนเจบีแจ็คสันนั้นไปนอนคอนโดจินยองเพื่อไม่ให้เสียเวลาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว


                แบมแบมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เห็นว่าใกล้เวลาแล้วจึงเช็คความเรียบร้อย ปิดล็อกห้อง จากนั้นจึงเดินลงมารอด้านล่าง


                 ทันทีที่แบมแบมลงมาถึงด้านล่างได้ไม่ถึง 5 นาทีก็มีรถ SUV ขับมาเทียบจอดด้านหน้า แบมแบมเลิกคิ้วมองรถตรงหน้าก่อนจะสไลด์ตัวไปด้านข้างเพื่อไปหาตำแหน่งยืนรอใหม่


                 ท่าทางเช่นนั้นเรียกความเอ็นดูจากใบหน้านิ่งของเจ้าของ SUV ที่ลอบมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี ก่อนที่คนนั่งอยู่หลังพวงมาลัยจะต้องรีบเปิดกระจกเพื่อเรียกคนที่เพิ่งจะก้าวออกห่างทั้งยังทำท่าเพิ่มระยะขึ้นเรื่อย ๆ


                 “แบมแบม”


                 เจ้าของชื่อที่กำลังจะเดินไปพลันชะงักก่อนจะหันมาหาต้นเสียง


                 “พี่มาร์ค? แบมนึกว่าพี่มาร์คขับรถซีดานซะอีก” คนถามมีสีหน้างุนงง มองคนขับสลับกับรถ SUV


                 มาร์คขยับยิ้มบางหากก็ไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายเอาของไปเก็บไว้ด้านหลังแล้วขึ้นมานั่ง


                 “รอนานไหม?” มาร์คเอ่ยถามเมื่อเห็นแบมแบมขึ้นมานั่งแล้ว หากคิ้วเข้มพลันยกสูงเมื่อเหลือบมองไปด้านข้างแล้วเห็นอีกฝ่ายกำลังพยายามดึงสายนิรภัยเพื่อเอามาคาดอย่างทุลักทุเลหากก็ตอบคำถามโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามอง


                 “ไม่…ไม่นานครับ”


                 มาร์คเห็นแล้วก็อมยิ้มเอ็นดู ครั้นเห็นอีกฝ่ายยังคงกำลังปลุกปล้ำกับสายนิรภัยรถตนเองอยู่ โดยไม่คิดไตร่ตรองอะไร…มาร์คปลดสายนิรภัยของตนเองแล้วเอี้ยวตัวไปด้านข้างพร้อมยื่นแขนไปดึงสายที่คนตัวเล็กดึงยากนักหนามาคาดให้เอง


                 แต่มาร์คคงไม่คาดคิดว่าความใกล้ชิดจนได้กลิ่นกายหอมกรุ่นของอีกฝ่ายจะทำให้คนหวังดีแทบอยากจะสบถออกมาไม่เป็นภาษา หัวใจที่เต้นในจังหวะราบเรียบมาตลอดพลันกระตุกอย่างไม่อาจห้าม แต่ถึงกระนั้นก่อนเจ้าตัวจะเลื่อนตัวกลับ ยังไม่วายแกล้งเลื่อนใบหน้าคมเข้าใกล้ใบหน้าหวาน จนปลายจมูกโด่งนั้นสัมผัสอย่างบางเบากับแก้มเนียนของคนที่นั่งเบิกตากว้างตกใจ


                 ครั้นเห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก ใบหน้าคมพลันยกยิ้มมุมปากคล้ายชอบใจ ก่อนจะทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันไปเตรียมตัวออกรถ ทั้งยังไม่กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อครู่อีกเลย


                 แบมแบมมาได้สติก็ตอนที่รับรู้ว่ารถเริ่มเคลื่อนแล้ว ทั้งมือเล็กยังยกขึ้นมากุมแก้มข้างที่รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนและสัมผัสบางเบาที่แทบจะไม่รู้สึก ก่อนจะค่อยเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังตั้งใจขับรถด้วยสีหน้านิ่งเรียบคล้ายเมื่อครู่ไม่มีอะไรขึ้น


                 แบมแบมหันเบนสายตาดกลับมาทิ้งไว้บนตัก ปากอิ่มเม้มแน่น ความร้อนบนใบหน้ายังคงอยู่พอ ๆ กับอัตราการเต้นของหัวใจที่ก็ยังคงเต้นรัวเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ก่อนเจ้าตัวจะพยายามทำใจให้สงบพร้อมสรุปในใจ


               เราอาจจะคิดไปเอง ใช่ เมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีอะไร

   



 

                 ระหว่างทางมีเพียงเสียงเพลงจากวิทยุที่เปิดคลอเบา ๆ ระหว่างความเงียบของคนสองคนและบรรยากาศที่ดูเหมือนจะอบอวลไปด้วยความอบอุ่นแปลก ๆ 


                 มาร์คปรายตามองคนข้าง ๆ ที่หันหน้าออกนอกรถพร้อมฮัมเพลงในลำคอไปด้วย ทำให้ใบหน้าที่ยามปกติมักจะนิ่งเรียบพลันดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วนอย่างที่เจ้าของยังไม่รู้


                 จากหลายวันที่มาร์คได้คุยกับแบมแบม แม้จะไม่ได้มากมายอะไร แต่มาร์คก็สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศผ่อนคลายที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย มันคล้ายมีอะไรดึงดูดให้คนที่ได้คุย หรือได้มอง ต้องอยากทำความรู้จักกับคนตัวเล็กให้มากยิ่งขึ้น และสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือแบมแบมเป็นคนเข้ากับคนง่าย มนุษยสัมพันธ์ดี และแบมแบมรู้ว่าจะเข้าหาหรือคุยกับคนแต่ละประเภทแบบไหน…มาร์คเชื่อย่างนั้น เพราะมาร์คยอมรับว่าเองเป็นคนเข้ากับคนอื่นยาก มนุษยสัมพันธ์แย่ แต่แบมแบมสามารถทำให้เขาสนใจและพูดคุยด้วยได้อย่างสนิทใจในช่วงเวลาสั้น ๆจากเหตุผลนั้นจึงทำให้เขาอยากที่จะรู้จักอีกฝ่ายให้มากขึ้นและมากยิ่งขึ้น


               คนที่กำลังฮัมเพลงอย่างมีความสุข จู่ ๆ ก็ชะงักไป ก่อนจะหันใบหน้าไปมองคนข้างกาย ถามเสียงค่อย “แบมเสียงดังไปไหมครับ”


                 ใบหน้าคมฉายชัดถึงความเอ็นดู ก่อนสีหน้านั้นจะหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วตอบ


                 “ไม่หรอก”


                 แบมแบมยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะอุทานขึ้นแผ่วเบา เพราะเสียงดนตรีจากเพลงโปรดนั้นดังขึ้นมาพอดี


                 “โอ๊ะ!” 


                 มาร์คเลิกคิ้วถาม “ชอบเพลงนี้เหรอ?


                 แบมแบมพยักหน้า ก่อนจะนึกได้ว่าเขาควรพูดมากกว่าพยักหน้าเพราะคู่สนทนาขับรถอยู่ “ครับ ชอบมาก ความหมายดี ดนตรีก็เพราะ” แบมแบมตอบพลางยิ้มก่อนจะฮัมตาม


Baby, life was good to me
But you just made it better
I love the way you stand by me
Through any kind of weather



             “พี่ก็ชอบ”


I don’t wanna run away, just wanna make your day
When you feel the world is on your shoulders
I don’t wanna make it worse, just wanna make us work
Baby, tell me I will do whatever


                 แบมแบมยิ้ม…


It feels like nobody ever knew me until you knew me
Feels like nobody ever loved me until you loved me
Feels like nobody ever touched me until you touched me
Baby, nobody, nobody until you*


                 “โดยเฉพาะท่อนนี้ ความหมายดี” คนพูดเอ่ยพลางยิ้มให้ตนเอง หากไม่วายเผลอคิดต่อในสิ่งที่ทำให้ต้องเหลือบมองคนข้างกายที่หันไปให้ความสนใจกับบทเพลงแล้ว


                ใช่…ความหมายดี เหมือนชีวิตเขาตอนนี้




 

                  แน่นอนว่ายูคยอมก็งงเช่นกันที่เห็นรถ SUV แทนที่จะเป็นรถซีดานอย่างที่ได้คุยกันเมื่อวาน    “พี่มาร์คเอารถคันใหม่มาก็ไม่บอก” แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยทักเมื่อพาตัวเองขึ้นมานั่งบนรถแล้ว


                 “เพิ่งเอามา” มาร์คตอบสั้น ๆ และหันไปออกรถ


                 ยูคยอมพยักหน้าและหันไปทักแบมแบม “ไงเรา เมื่อคืนได้นอนไหม” เอ่ยแซวก็หัวเราะไปด้วย คนโดนแซวได้แต่หันหลังไปขึงตาใส่เพื่อน แล้วพูดแบบไม่มีเสียงที่ยูคยอมอ่านได้ว่าเดี๋ยวจะโดน! แต่ก็นั่นแหละ…เคยกลัวที่ไหน?


                 ใช้เวลาสักพักก็ถึงสถานที่นัดสุดท้าย เพราะมาถึงก่อนเวลามาร์คจึงชวนแบมแบมและยูคยอมลงไปรอที่ล็อบบี้ของคอนโด


                 แบมแบมและยูคยอมนั่งคุยกันเรื่องสถานที่ที่กำลังจะไป มาร์คนั้นแม้นั่งเงียบและมองไปทางอื่นคล้ายไม่สนใจ แต่สมาธิทั้งหมดกลับอยู่ที่บทสนทนาของคนทั้งสอง ฟังไปสักพักก็เอ่ยขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจนแบมแบมและยูคยอมพากันสะดุ้ง


                 “งั้นแบมนั่งข้างหน้าไหม” ที่ถามเช่นนี้จากที่ทั้งสองคุยกันมาร์คสรุปได้อย่างเดียวว่าแบมแบมชอบเที่ยวและชอบที่จะดูวิวสองข้างทางที่ขับผ่าน และการนั่งข้างหน้าคู่กับคนขับจะทำให้เห็นทัศนียภาพสองข้างทางได้มากกว่านั่งข้างเบาะด้านหลังแล้วเห็นเพียงด้านเดียว


                 แบมแบมกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ หากก็มีเสียงขัดขึ้นมาก่อน


                 “โถ ไอ้มาร์คถ้าให้แบมแบมที่ตัวเล็ก ๆ นั่งหน้า แล้วจะให้คนตัวควาย ๆ สี่คนนั่งด้วยกันข้างหลังเนี่ยนะ” แจ็คสันที่เดินลงมาได้ยินพอดีจึงแกล้งประชดใส่  


                 มาร์คขมวดคิ้วคล้ายครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนแกล้งประชดอ้าปากค้าง


                 “งั้นมึงขับละกันแจ็คสัน” ก่อนคนพูดจะลุกขึ้นโยนกุญแจรถให้


                 “ได้ไงวะ!


                 “ก็เห็นว่าอยากนั่งสบาย ๆ ไง” มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ


                 “นี่รถมึงนะ มึงจะนั่งสบาย ๆ อยู่ด้านข้างเนี่ยนะ”


                 มาร์คปรายตามองคนโวยวาย ก่อนพูดสั้น ๆ และเดินออกไปทันที “ใครบอกว่ากูจะนั่งข้างมึง กูจะไปนั่งข้างหลัง”


                 แจ็คสันอ้าปากค้างมองมาร์คที่หันหลังเดินลิ่วไปแล้ว แค่นั้นยังไม่พอ เพื่อนอีกสองคนยังเดินเข้ามายิ้มเยาะให้อีก


                 แบมแบมมองคนนู้นคนนี้แล้วก็อยากจะเข้าไปบอกแจ็คสันเหลือเกินว่ามันไม่ใช่รถซีดานแบบที่เจ้าตัวคิด แต่ก็โดนยูคยอมลากตัวไปก่อนจะทันได้พูดอะไร


                 เมื่อมาถึงรถก็เป็นไปตามที่คาด แจ็คสันโวยวายขึ้นมาทันที


                 “ไอ้มาร์ค! ไม่ใช่รถซีดานนี่หว่า! ไม่บอกกู ไม่งั้นกูก็ไม่ต้องมาเสียรู้แบบนี้!


                 มาร์คปรายตามองแจ็คสันเพียงนิด ก่อนจะหันใบหน้าไปทางอื่น ทำเอาแจ็คสันได้แต่อ้าปากค้างมองจ้องเพื่อนเท่านั้น จินยองเห็นก็ส่ายหัวไปมา แจ็คสันนี้มันแจ็คสันจริง ๆ


                 แต่เมื่อกี้เหมือนจะได้ยินมาร์คมันบอกว่าจะนั่งข้างหลัง จินยองคิดพลางมองหน้าทุกคนก่อนจะยิ้มมุมปาก


                 …ได้เลยไอ้มาร์ค เดี๋ยวกูจัดให้


                 “แจ็คสันมึงขับใช่ไหม งั้นเจบีมึงไปนั่งข้างมัน ส่วนยูคยอม…มานี่” จินยองหันไปพูดกับแจ็คสันแล้วหันไปบอกเจบี ก่อนจะล็อคคอยูคยอมขึ้นรถไปนั่งกับตัวเองที่เบาะหลังสุด


                 แบมแบมมองตาม และคิดว่าที่จริงควรเป็นเขาที่ต้องนั่งกับยูคยอมข้างหลังไม่ใช่เหรอ?


                 มาร์คเลิกคิ้วหันไปมองจินยองก็ทันเห็นอีกฝ่ายลอบยิ้มส่งมาให้  


                 รู้แล้วสินะ …ก็ดี


                 คนถูกรู้ทันหันไปหาแบมแบมที่กำลังยืนหันรีหันขวางอยู่ จึงทำการดันหลังให้เข้าไปนั่งด้านหลังคนขับหลังจากที่จินยองและยูคยอมขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้ว


                 แบมแบมหันมองคนที่เข้ามาดันหลังก็ได้รับการพยักหน้า คล้ายอีกฝ่ายรู้สิ่งที่เจ้าตัวกังวล แบมแบมจึงได้แต่ทำตาม ก่อนที่เจ้าของรถจะขึ้นมานั่งด้านข้าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทั้งหมดจึงออกเดินทาง

 

 



                 ระหว่างทางก็มีการพูดคุยกันในรถเป็นระยะ แบมแบมเข้าร่วมบทสนทนาด้วยในบางครั้ง ส่วนมากจะเป็นแจ็คสันกับยูคยอมที่ผูกขาดการสนทนา ผิดกับเจ้าของรถที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลย บางครั้งหากมีการพูดพาดพิงถึง เจ้าตัวก็ทำเพียงปรายตามองคนพูดแต่ก็ไม่สนใจ ซ้ำยังหันกลับไปดื่มด่ำกับการฟังเพลงในเครื่องเล่นราคาแพงเหมือนเดิม


                 แบมแบมที่ตอนแรกก็ตื่นเต้นหันไปมองข้างทางตลอด หากตอนนี้เจ้าตัวชักจะเริ่มง่วง ขณะที่หลังก็เอนนาบไปกับพนักพิงเต็มที่ เปลือกตาก็ปรือลงคล้ายจะหลับได้ทุกเวลา


                 คนที่ภายนอกเหมือนจะอยู่ในโลกส่วนตัวอย่างการฟังเพลงอยู่คนเดียว ใครจะรู้ว่าเขานั้นเหลือบไปมองคนข้างตัวอยู่บ่อยครั้ง เห็นท่าทางอีกฝ่ายเหมือนคนจะหลับหลายครั้งแต่ยังพยายามฝืน มาร์คก็ได้แต่ส่ายหัวกับความดื้อของเจ้าตัว


                 “ฟังไหม” มาร์คสะกิดแบมแบมแล้วยื่นหูฟังให้


                 “หือ อ่า…ครับ” แบมแบมหันหน้าไปทางต้นเสียง เห็นหูฟังที่คนถามยื่นมาให้ ก็ไม่มีสติไตร่ตรองอะไรนัก จึงตอบตกลงพร้อมกับยื่นมือไปรับ


                 รับมาไว้ในมือ ก่อนเจ้าตัวจะทิ้งมือข้างนั้นลงบนตักโดยที่ไม่ได้เอาหูฟังใส่เข้าไป


                 ยูคยอมที่บังเอิญเห็นก็บอกเจ้าของหูฟังที่ทำหน้างงด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “มันขี้เซามากพี่” ว่าแล้วก็หัวเราะขึ้นมาอีก  


                 คนฟังเพียงแค่เลิกคิ้วแล้วหยิบหูฟังที่แบมแบมหยิบไปคืน ก่อนทำบางสิ่งที่ทำให้คนบนรถต่างพากันนิ่งอึ้งไปอย่างพร้อมเพรียงกัน


                 มาร์คเอียงศีรษะนิดเพื่อให้สามารถมองใบหน้าหวานนั้นที่เปลือกตานั้นปิดไปแล้วได้ถนัด ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วค่อย ๆ ปัดผมบางส่วนที่บังหูคนตัวเล็กออกใส่หูฟังให้อย่างแผ่วเบา


                 กิริยาที่ปฏิบัติอย่างทะนุถนอมราวกับของมีค่าของมาร์คเช่นนี้ ทำให้เพื่อนทั้งสามรวมทั้งยูคยอมต่างก็เบิกตากว้างขึ้นอีก   


                 โคตรอิมพอสสิเบิ้ล!


                 พวกเขาไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม! บรรยากาศละมุนที่ล้อมรอบสองคนนี้อยู่นี่มันคืออะไร ไอ้มาร์คมันอ่อนโยนกับคนอื่นเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่


                 จินยองไม่คิดว่ามาร์คจะเป็นได้ขนาดนี้ก็ยังคงอึ้งไม่หาย พอ ๆ กับเจบีที่ตอนแรกแค่สงสัย หากตอนนี้เห็นทีจะต้องปัดความสงสัยทิ้งอย่างเร่งด่วน รวมทั้งแจ็คสันที่เหลือบมองเหตุการณ์ทางกระจกหลังเป็นระยะ ๆ อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่พูดไม่ออก ได้แต่เม้มปากแน่นพลางคิด


                ‘แบมแบมของพี่(?) เสร็จไอ้มาร์คมันซะแล้ว ปลื้มตั้งนาน โดนไอ้มาร์คชิ่งตัดหน้าไปซะงั้น ไม่คิดว่าไอ้ที่สงสัยอยากพิสูจน์จะเป็นเรื่องจริง


                 ด้านยูคยอมที่หลุดจากอาการอึ้งค้าง หรี่ตามองมาร์คกับแบมแบมสลับกันไปมา เขาว่าแล้วเชียว พี่มาร์คดูแปลก ๆ ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เห็นจะเคยสนใจหรือคุยกับใครก่อน ยิ่งเรื่องถึงเนื้อถึงตัว อย่าให้พูดถึง


                 ไอ้แบมเพื่อนยาก…เจอศึกหนักแล้วเพื่อน


                 ด้านคนเป็นประเด็นก็ไม่ได้รับรู้อะไร เพราะจากที่ตอนแรกสะลึมสะลือ มาตอนนี้ได้หลับไปเรียบร้อยแล้ว ซ้ำหัวเล็กยังเอียงไปมา ก่อนจะนิ่งไปเพราะหาที่วางหัวและนอนได้อย่างสบายแล้ว


                 นั่นทำให้คนด้านข้างที่ดึงตัวกลับไปได้เพียงชั่วครู่ต้องเหลียวมองกลุ่มผมสีบลอนด์ที่จู่ ๆ ก็มาวางแหมะอยู่บนไหล่ ใบหน้าคมฉายแววอ่อนแสง ความเอ็นดูในตัวคนข้างกายเพิ่มขึ้นอย่างไม่อาจห้าม เพียงแค่เห็นศีรษะทุยนั้นขยับไปมาคล้ายหาความสบายก่อนจะนิ่งไปก็ทำให้เจ้าของไหล่เผลอยกมือขึ้นลูบเส้นผมนั้นอย่างแผ่วเบา เรื่อยลงมาทิ้งสัมผัสที่หลังมือไว้บนแก้มนุ่มเพียงชั่วอึดใจก่อนจะผละออกอย่างอ้อยอิ่ง  


                 เด็กขี้เซา…


                  เมื่อรู้สึกว่าคนข้างตัวหลับอย่างสบายแล้ว ใบหน้าคมจึงเงยขึ้นกะจะหยิบเครื่องเล่นมาเปลี่ยนเพลง แต่ก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อทันเห็นสายตาของคนบนรถที่มองมาอย่างอึ้งทึ่งปนกรุ่มกริ่ม มาร์คเพียงแค่มองนิ่งแล้วกระตุกมุมปากขึ้นครั้งหนึ่ง


                 คนที่เหลือเมื่อเห็นอย่างนั้นก็พร้อมใจกันลอบเบะปากโดยพร้อมเพรียงกันอย่างมิได้นัดหมาย  …มั่นหน้านักนะ           




                                   

                 แจ็คสันเลี้ยวรถเข้าปั้มน้ำมันเพื่อแวะพักระหว่างทาง เป็นยูคยอมที่ต้องปลุกแบมแบม เพราะเขาไม่เห็นว่าคนที่โดนซบจะปลุกเพื่อนตัวเล็กแต่อย่างใด แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิด เพราะเมื่อคนที่เขาปลุก(อย่างยากลำบาก) ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองไปเอนอิงแนบซบกับคนข้างกาย เจ้าตัวก็ทำหน้าเหวอไปทันที ก่อนจะมาจี้ถามเขาตอนเดินซื้อขนม แต่เรื่องอะไรเขาจะเล่าล่ะ? เขาปฏิเสธจนอีกฝ่ายเลิกถามไปเอง เพราะคำตอบสุดท้ายที่เขาให้คือให้ไปถามพี่มาร์คเอาเองยังไงล่ะ เห็นมันบ่นงุ้งงิ้งอะไรของมันก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ แบมแบมมันไม่กล้าไปถามหรอก       

                 การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ๆ จากซานฟรานซิสโก ในที่สุดก็มาถึงโรงแรมที่จองเอาไว้


                “เที่ยงพอดี ขึ้นไปเก็บกระเป๋า แล้วเตรียมตัวกันมาเลยนะ จะได้กินข้าวแล้วไปอุทยานเลย” จินยองพูดหลังจากเช็คอิน รับกุญแจจากพนักงานโรงแรม และยื่นให้มาร์คหนึ่งดอก


                 ก่อนจะถึงที่พัก จินยองบอกทุกคนว่าจองห้องพักไว้ 2 ห้อง เป็นห้องที่พักได้ 4 คน ซ้ำยังบอกว่าเจ้าตัวได้แบ่งห้องไว้แล้ว โดยห้องแรกเป็นเจ้าตัวเอง เจบี และแจ็คสัน อีกห้องก็เป็นมาร์ค แบมแบม ยูคยอม


                 แบมแบมนั้นไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว แต่ก็มีคิดอยู่ว่าทำไมจินยองถึงไม่จัดมาร์คให้นอนกับเพื่อนมากกว่าคนที่เพิ่งรู้จักแบบเจ้าตัว เพราะถึงมาร์คจะรู้จักกับยูคยอมมานานแล้วแต่กับเขาที่เพิ่งรู้จักกัน มันจึงค่อนข้างแปลก แต่เห็นตัวคนที่ต้องนอนไม่ขัดข้องอะไรแบมแบมก็เลิกคิดเรื่องนี้ไป


                 โรงแรมที่จะพักในคืนนี้จัดว่าเป็นโรงแรมที่หรูระดับหนึ่ง ตัวโรงแรมตกแต่งในแนวสไตล์คันทรี ด้านหลังเป็นภูเขาหินหน้าตัดขนาดใหญ่โอบล้อมเกือบทั้งพื้นที่ รอบบริเวณโรงแรมมีต้นไม้ทุกขนาดเต็มบริเวณ มีสระน้ำข้างตัวตึกด้านหนึ่ง และอีกด้านเป็นสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่รอบ ๆ สนาทมีโต๊ะตั้งไว้ให้มานั่งเล่นหรือรับประทานอาหารได้ โดยพื้นที่ด้านนี้จะติดกับห้องอาหารที่สามารถจุคนได้มากกว่า 80 คน และโต๊ะอีกมากกว่า 20 โต๊ะ




http://www.travelweekly.com



          ทั้งหกคนขึ้นลิฟท์เพื่อไปยังห้องพักที่จองไว้ซึ่งอยู่ติดกัน มาร์คไขกุญแจเปิดห้องก่อนจะถอยให้แบมแบมและยูคยอมเข้าไปก่อน


                 ภายในห้องมองเข้าไปทางด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ ด้านตรงข้ามเป็นตู้เสื้อผ้าทำด้วยไม้หนาขนาดพอดี ต่อจากห้องน้ำเป็นเตียงไม้ขนาด 5 ฟุต ตั้งอยู่ 2 หลัง ห่างกันเพียงแค่คั่นด้วยโต๊ะที่มีโคมไฟและโทรศัพท์สำหรับติดต่อภายในวางอยู่ ตรงข้ามเตียงเป็นโซฟาบุนวมยาวขนาดกลางหนึ่งตัวและขนาดเล็กอีกสองตัว ระหว่างกลางเป็นโต๊ะเข้าชุดกันพร้อมแจกันดอกไม้ขนาดเล็กวางอยู่ ด้านข้างชุดโซฟามีโทรทัศน์จอแบนขนาด 40 นิ้วติดอยู่บนผนัง ด้านหลังห้องเป็นกระจกขนาดใหญ่กั้นระหว่างพื้นที่ภายในห้องกับพื้นที่นอกห้องซึ่งเป็นระเบียง รวมถึงชุดโต๊ะสนามที่มีไว้เพื่อให้นั่งชมบรรยากาศภายนอกอยู่ด้วย


                 “พี่มาร์คจะนอนเตียงไหน” ยูคยอมมองสำรวจห้องคราว ๆ จากนั้นจึงหันมาถามคนที่อายุมากที่สุด


                 “เตียงไหนก็ได้” มาร์คตอบง่าย ๆ  


                 “งั้นเตียงนั้นนะพี่ เดี๋ยวผมกับแบมนอนเตียงนี้” ยูคยอมชี้ไปทางเตียงติดกำแพงห้องน้ำก่อนจะเดินไปวางกระเป๋าที่เตียงข้าง ๆ กัน มาร์คเดินเอากระเป๋าไปวางบนเตียงที่จะใช้เป็นที่นอนในคืนนี้แทนการตอบคำถาม ก่อนจะนั่งลงและหยิบเอากล้องออกมาเช็คเตรียมความพร้อม


                 แบมแบมนั้นก็เดินเอากระเป๋าไปวางไว้ข้างเตียงที่ยูคยอมนั่งอยู่ ก่อนจะหยิบเอากล้องออกมาเช่นกัน


                 “กล้องยังซ่อมไม่เสร็จเหรอ?” ยูคยอมเงยหน้าขึ้นเห็นแบมแบมหยิบกล้องที่ไม่ใช่ตัวที่เห็นเพื่อนใช้บ่อย ๆ จึงเอ่ยถาม


                 “อืม อาทิตย์หน้าเสร็จ” แบมแบมพยักหน้าแบบเหนือย ๆ ให้ยูคยอมแล้วชูกล้องที่เตียมไว้ให้ดู “เลยต้องใช้ตัวนี้ไปก่อน แต่ก็ได้อารมณ์อีกแบบเหมือนกัน” พูดแล้วก็ยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ


                 จนเมื่อเตรียมตัวกันเสร็จแล้วทั้งสามคนจึงพากันลงไปด้านล่าง เมื่อมาถึงห้องอาหารก็พบว่าอีกสามคนนั้นมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว จึงพากันกินข้าวจากนั้นก็ออกเดินทาง




           

                 สถานที่ที่ทั้งหกคนมาเที่ยวครั้งนี้คืออุทยานแห่งชาติโยเซมิตี

                อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีพื้นที่ 1,189 ตารางไมล์ หรือ (3,081 ตร.กม.) โดยมีพื้นที่จรดทะเลทรายเนวาดา อุทยานแห่งชาติโยเซมิตีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 3 ล้านคนต่อปี และได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) โยเซมิตีเป็นที่รู้จักในชื่อของหน้าผาหินแกรนิต ยอดเขาโดมครึ่งซีก (Half dome) มีน้ำตกขนาดใหญ่หลายน้ำตก และพื้นที่ประมาณ 89% ของอุทยานเป็นป่าที่มีสัตว์อาศัยอยู่1



Half dome 

(http://www.losviajeros.com/Blogs.phpe=42490)


  

                       http://www.telegraph.co.uk/travel                                                       http://www.travelyosemite.com



http://en.wikipedia.org/wiki/Yosemite_National_Park



                 เมื่อขับรถเข้ามาในอุทยานจุดแรกที่มาจอดคือจุดชมวิวที่มี El capitan เป็นฉากหลังอันงดงาม แบมแบมรีบหยิบกล้องจากในกระเป๋าสะพายขึ้นมาถ่ายภาพทันที จินยองที่ตามลงมาทีหลังเดินเข้ามาหาแบมแบมและอธิบายว่า El capitan เป็นผาหินแกรนิตขนาดใหญ่ และสูงจากพื้นถึงยอด 3,593 ฟุต




El Capitan

http://en.wikipedia.org/wiki/El_Capitan



                 แบมแบมพยักหน้า ทั้งยังยิ้มกว้างอย่างสดใส เป็นยิ้มที่ทำให้คนดูรู้เลยว่าเจ้าของใบหน้าและรอยยิ้มมีความสุขและชอบใจเพียงใดกับการได้ทำในสิ่งที่ชอบและรักแบบนี้


                 แบมแบมอาสาถ่ายรูปให้จินยอง พอถ่ายไปได้สักพักจินยองก็เรียกเจบี แจ็คสัน ยูคยอม และมาร์คที่เดินเตร่แถวนั้นให้เข้ามาถ่ายด้วย


                 “แบมแบมมาถ่ายบ้างสิ ไอ้มาร์คมึงไปถ่ายแทนแบม” เจบีตะโกนเรียกช่างกล้องจำเป็นที่ตอนนี้รัวชัตเตอร์เก็บภาพพวกเขาไปหลายภาพหลายมุม ก่อนจะหันหน้าไปบอกตากล้องอีกคน มาร์คไม่แม้แต่จะเกี่ยงงอนเดินออกจากกลุ่มตรงไปที่คนตัวเล็กทันที


                 “เดี๋ยวพี่ถ่ายให้” มาร์คชูกล้องของตัวเองขึ้น พร้อมเอ่ยบอกแบมแบม


                 “ขอบคุณครับ” แบมแบมยิ้มและเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะวิ่งไปเข้ากลุ่มถ่ายรูป


                 “แบมมาอยู่ข้างหน้านี่ เราตัวเล็กอย่าไปยืนข้างหลัง” แจ็คสันเห็นแบมแบมกำลังจะวิ่งเลยไปยืนข้างหลังจึงเอ่ยดัก ทำให้แบมแบมเผลอย่นจมูกคล้ายขัดใจที่อีกฝ่ายว่าเขาตัวเล็ก


                 “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น นายตัวเล็กจริง ๆ ไปข้างหน้านู้น ข้างหลังเขาไว้ให้คนตัวสูง ๆ แบบชั้น” ยูคยอมพูดสำทับแล้วทำท่ายืดอกใส่ พาให้แบมแบมต้องถลึงตาตอบกลับ แต่ก็ยอมเดินไปยืนข้างหน้า …ก็เขาตัวเล็กจริง ๆ เถียงไม่ได้ด้วย


                 ถ่ายรูปกันไปสักพักทั้งหมดก็ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ รถ SUV แล่นไปตามทางเรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน มีบ้างที่จอดแวะลงถ่ายรูป ความจริงแล้วทางอุทยานมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวปีนผาหินด้วย และเป็นแบมแบมที่อยากปีนมาก แต่ก็ถูกค้านเพราะไม่ได้เตรียมตัวกันมา กิจกรรมปีนผาจึงตกไป และด้วยความจำกัดด้านเวลาอีกอย่าง ทำให้พวกเขาไม่สามารถแวะจอดได้ทุกที่ นับว่าเป็นความน่าเสียดายอย่างยิ่ง แต่ถ้ามีโอกาสมาคราวหน้าแบมแบมก็แอบคิดไว้ว่าจะไม่ให้พลาดแบบคราวนี้อีกแน่นอน


                ถึงแม้จะมีเวลาน้อยแต่ด้วยความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่มีให้เห็นตลอดสองข้างทางก็ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าจิตใจปลอดโปร่งขึ้นเยอะ การได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้ใกล้ชิดสัมผัสบรรยากาศที่สงบเช่นนี้ทำให้ทุกคนมีความอิ่มเอมใจกันมากเลยทีเดียว  


                 ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีส้ม ดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน มองนาฬิกาก็เห็นว่าเป็นเวลาห้าโมงแล้ว  ทุกคนจึงตัดสินใจกลับโรงแรม พร้อมกับนัดพบกันในเวลาค่ำที่ห้องอาหาร ก่อนแยกย้ายกันเพื่อจัดการอาบน้ำและทำธุระส่วนตัว


                 เมื่อแบมแบม และยูคยอม เข้าห้องมาก็ผลัดเปลี่ยนกันอาบน้ำ ทั้งสองคนเตรียมตัวกันเสร็จแล้ว จึงเหลือมาร์คที่กำลังจะเข้าห้องน้ำ แต่ยูคยอมนั้นหิวมากจึงบอกมาร์คว่าจะล่วงหน้าลงไปกับแบมแบมก่อน เห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้แล้วก็ไม่รอช้าหันไปมองแบมแบมพร้อมพยักหน้าและเดินนำออกไปทันที


                 มาร์คมองตามคนทั้งสองจนถึงหน้าประตูห้อง ก่อนจะดึงสายตากลับมาเพื่อก้าวเข้าห้องน้ำ หากแต่จู่ ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้จึงชะงักก่อนหันขวับกลับไปมองยังทางออกอีกครั้ง ทันเห็นแผ่นหลังแบมแบมก่อนประตูจะปิดอยู่เพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นก็เพียงพอให้คิ้วเข้มบนใบหน้าหล่อเหลาเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่อาจห้าม




___________________________________________________________________________________________

                  1 https://th.wikipedia.org/wiki/

                      *Song : Until You – Shayne Ward

 ___________________________________________________________________________________________

  Talk (Rewrite Ver.)

          คนที่เคยอ่านเวอร์ชั่นก่อนทุกคนคะ... ตอนนี้มีฉากน่ารัก ๆ เพิ่มขึ้นจากเวอร์ชั่นเดิมอยู่นิดหน่อยใช่ไหมคะ กรี๊ดดดด >///< แต่งไปยิ้มไปเขินไป ก็ไม่รู้รีดเดอร์จะจำกันได้ไหม 555

            อยากจะบอกว่านอยด์และนอนร้องไห้อย่างเศร้าใจไป 2 วันเต็มค่ะ กับการที่อยู่ ๆ ไฟล์ที่รีไรท์ไว้ก็หายวับไปกับตา หายแบบเหมือนไฟล์โดนลบ ค้นหมดเครื่องก็ไม่เจอ กู้ก็ไม่ได้ เศร้าใจแรงมาก #ร้องไห้ แต่สุดท้ายก็ต้องปลอบใจตัวเองแล้วลุกขึ้นมาฮึบใหม่อีกครั้ง T_T แต่ดีที่ยังพอจำได้อยู่บ้าง เลยคิดซะว่าจะได้เป็นการทบทวนใหม่อีกรอบ #กัดผ้าแน่นมาก 

            รอหน่อยนะคะ อาจช้าไปบ้าง เพราะตั้งใจรีไรท์ให้มันออกมาดีที่สุดค่ะ 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2817 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:04
    คิดอะไรอยู่จ๊ะพี่มาร์คคคค -.,,-
    #2817
    0
  2. #2784 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 16:34
    น้องเป็นอะไรรร
    #2784
    0
  3. #2761 ปาปัวนิวกินี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 14:23

    ทำดีมากจินยอง รู้ใจเพื่อนไปซะหมด

    แบมแบมมีแต่คนบอกว่าหนูจะไม่รอดพี่เขาอ่ะ

    #2761
    0
  4. #2721 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:15
    ทำไมเขินนนนนนนน มาร์คคคคคคนี่น้าา
    #2721
    0
  5. #2669 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 20:31
    มาร์คสงสัยอะไร
    #2669
    0
  6. #2621 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 23:40
    มาร์คไม่ซึนนะจ่ะ 555
    #2621
    0
  7. #2613 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 18:11
    งื้อออออออพี่มาร์คน่ารัก
    #2613
    0
  8. #2590 hept (@SWOONNER_BT) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 17:48
    พี่มาร์คจะทำอะไรหรอคะะะ
    #2590
    0
  9. #2557 ซารางเฮMT (@MT_NNKks_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 06:20
    โอ้ยยย ชอบอ่าาา สงสัยอะไรนะ ใส่เสื้อคู่พอดีรึป่าว 555555 ความมั่วนี่
    #2557
    0
  10. #2474 ochin456 (@ochin456) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 23:17
    แต่งดีเกินไปป้ะเนี่ย เสพติดละ
    #2474
    0
  11. #2457 Sudarat Pairo (@sudarat_fah) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 12:56
    มีอะไรหน้ออน่าสงสัย
    #2457
    0
  12. #2417 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 22:13
    มาร์คทำไม มีไร
    #2417
    0
  13. #2400 nikchab (@nikchab) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 14:00
    รอนะคะ ไรท์ สู้ๆน้าาา?
    #2400
    0
  14. #2399 Guideexb (@guide-hb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 00:43
    รอค่ะะ ฮื่อออความละมุนนี้
    #2399
    0
  15. #2397 FOONJUNG (@foon2008) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 11:00
    เขินอ่าาาาาาา #กัดผ้าห่ม
    #2397
    0
  16. #2396 Phanida Sutthisan (@mind_1412) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 19:08
    รอนะคะ ละมุนมากมายยยย งู้ยชอบบบบ ><
    #2396
    0
  17. #2395 leehwayeon bb (@541378) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 16:54
    อะไรง่ะอัลไล
    #2395
    0
  18. #2394 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 07:25
    พี่มาร์คธรรมดาที่ไหน คริ ๆ ๆ ๆ ว่าแต่ก่อนเข้าห้องน้ำขมวดคิ้วคือ ? / รอค่ะ ไรท์สู้ ๆ นะ ✌✌
    #2394
    0
  19. #2393 enDEARing (@rungbuab) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 02:50
    รอค่ะ เราชอบความละมุนของเรื่องนี้มากกก
    #2393
    0
  20. #2392 MBsofly (@MBsofly) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 01:46
    ดีงาม ความอ่อนโยนของพี่มาร์คมันดีต่อใจมากค่ะ
    #2392
    0
  21. #2304 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 23:08
    แหมๆๆๆพี่มาร์คไม่ค่อยเลยเนอะ เห็นเงีบยๆแต่เก็บเรียบนะคะ
    #2304
    0
  22. #2273 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 21:45
    อะไรเหรอมารรรรรร์ค
    #2273
    0
  23. #2251 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:33
    เราเพิ่งเข้ามาอ่านนะคะไรต์ แต่ต้องกราบขอโทษไรต์ด้วยที่ไม่ได้เม้นให้เลย จนมาถึงตอนนี้เราอ่านแบบรวดเดียวเลยอ่ะ ถึงตอนนี้เราว่าเราติดเรื่องนี้เข้าให้แล้ว แบบว่าถึงจะเรื่อยๆแต่ก็มีแบบน่านักๆ ชอบพี่มาร์คมากอ่ะ นางดูแบบเงียบนะแต่มีอะไรแอบแฝงอยุ่555 ส่วนน้องแบมก็น่ารักใสๆ ซื่อๆ สนุกมากค่าาา จากนี้เราจะเม้นบ่อยๆนะ
    #2251
    0
  24. #2034 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 01:00
    พี่มาร์ครุกเร็วมากค่าาาา
    #2034
    0
  25. #2014 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 14:08
    น่ารักอ่ะ มีฉากมุ้งมิ้งด้วย พี่มาร์ควินมาก 5555
    #2014
    0