ไรย์วิสกี้ ( akai x oc )

โดย onlyizumi

สิบปีผ่านไป อะไรๆก็เปลี่ยนไปแต่ก็คงยกเว้นความรู้สึกที่เรียกว่ารักแรก..ที่มันไม่มีทางหายไป

ยอดวิวรวม

232

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


232

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


23
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ก.พ. 65 / 02:08 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ก.พ. 65 / 02:08


L.A.

 " ไม่เอาน่า ฉันไม่พร้อมที่จะมีความรักหรอกนะ "

เธอเอ่ยตอบเพื่อนสนิทไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ประดับบนใบหน้าในขณะที่นั่งสนทนากันเรื่องของความรักจนเพื่อนสาวตัวดีแนะนำให้ไปจีบผู้ชายหน้าตาดีๆสักคนได้แล้วเพราะอายุก็เข้าช่วงยี่สิบปลายๆแล้ว ควรจะมีใครสักคนมาคอยดูแลคอยเอาใจใส่กันและกันได้แล้ว

หารู้ไม่เธอจีบใครไม่เป็นเลยได้แค่เป็นที่ปรึกษาความรักให้คนนู้นคนนี้ราวกับเป็นกูรูเรื่องความรัก..น่าขันสิ้นดี

" แล้วแต่หล่อนเถอะย่ะ ฉันล่ะเสียดายแทนจริงๆคนดีๆหล่อๆรวยๆเข้ามาก็ไม่คิดจะสนใจใครสักคน "

" ก็มันรู้สึกว่าไม่ใช่ ก็เลยไม่เอา "

เพื่อนสาวคนสนิทส่ายหัวไปมาราวกับปลงในความคิดของเธอ แต่จะให้เปลี่ยนความคิดก็คงจะเป็นเรื่องยากเพราะมันเป็นมาตั้งแต่เริ่มมีคนเข้ามาจีบครั้งแรกๆเลยก็ว่าได้ จนตอนนี้ก็ยังมีมาบ้างแต่ก็ปัดป่ายออกซ้ายไปขวาตลอดบางที่ก็นึกหงุดหงิดตัวเองเหมือนกันที่เป็นแบบนี้ถ้าไม่เป็แบบนี้ก็คงได้มีแฟนไปแล้วล่ะมั้ง?

" ฉันมานั่งรอในร้านเหล้านี่จนก้นจะติดหนึบกับเก้าอี้แล้วนะ ทำไมยังไม่มาละเนี่ย? "

" หื้ม อะไรเหรอ? "

" ก็วันนี้มีวงดนตรีมาเล่นไง เจ้าของร้านเหล้าสาขานี้ด้วยแก "

" แสดงว่าที่แกพาฉันมาที่นี่ก็เพื่อสิ่งนี้สินะ-_- "

เพื่อนสาวคนสนิทพยักหน้ารับก่อนจะบิดตัวไปมาราวกับชินชิล่าที่เธอเลี้ยงไว้กำลังอาบน้ำ สภาพของเพื่อนสนิทคนนี้ก็ประมาณนั้นเลยไม่เกินจริงไปแม้แต่มิลเดียว แก้วเหล้ววิสกี้ค่อยๆยกขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากบางพร้อมกับสีหน้าอันแสนเบื่อหน่ายที่มองไปทางเวทีเล็กๆของร้านเหล้าพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆราวกับว่าจะเกิดอะไรสักอย่างขึ้น

" วงนี้ชื่ออะไรเหรอ? "

" วิสกี้ทรีโอ้ย่ะ! ไปอยู่ไหนมาเนี่ย? ร้านเหล้าแกก็ไปกับฉันออกจะบ่อยแต่ดันไม่รู้จักวงนี้? เหลือจะเชื่อเลย "

เธอตีหน้ามึนให้กับเพื่อนสนิทก่อนจะมานั่งนึกคิดในใจว่าร้านเหล้าที่เธอเคยไปตะลุยดื่มกับเพื่อนหลายๆที่นั้นเคยมีวงนี้ไปเล่นดนตรีในร้านเหล่านั้นหรือไม่? แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกเพราะไม่เคยสนใจโซนนักร้องหรือโซนดนตรีเลยเธอสนใจแค่บรรยากาศในร้านเพียงเท่านั้นว่ามันดีไหมโอเครึเปล่า?

เวลาผ่านไปประมาณสิบห้านาทีแต่เป็นสิบห้านาทีที่เธอรู้สึกว่ามันผ่านไปไวเหมือนโกหกยังไม่ทันจะได้ไปเข้าห้องน้ำเลยวงวิสกี้ทรีโอ้ที่เพื่อนสาวคนสนิทปลื้มก็ได้เดินทางมาถึงแล้ว...เป็นกลุ่มผู้ชายสามคนที่สีผมนี่ต่างกันเหมือนหลุดมาจากคนละโลกเลย

ไหนจะสีผมไหนจะสไตล์การแต่งตัวที่โคตรจะแตกต่างกัน คนหนึ่งเป็นหนุ่มเซอร์ๆราวกับโจรมาพร้อมกันกับผมสีน้ำตาลตัดซอยและไรเคราบางๆปิดท้ายด้วยเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินในมือหอบของพะรุงพะรังราวกับเป็นคนเก็บของเก่าขาย อีกคนเป็นพ่อหนุ่มตัวสูงสุดในกลุ่มมาพร้อมกับผมยาวเป็นราพันเซลควบคู่มากับการสวมหมวกไหมพรมสีดำพร้อมกับปากที่ยังคาบบุหรี่คาไว้อยู่บวกกับเสื้อหนังแขนยาวสีดำสนิทปิดท้ายด้วยแว่นตาดำราวกับคนขายหวยในประเทศโซนๆเอเชีย ส่วนคนสุดท้ายที่เดินมาทรงดูเป็นลูกครึ่งหนุ่มเจ้าพ่อแฟชั่นที่ไม่น่าจะมีใครเข้าถึงได้เพราะการแต่งตัวนั้นแปลกมาตั้งแต่หัวจรดเท้าเสื้อแขนยาวลายสก็อตกางเกงยีนส์ ผิวสีแทนขับให้ทรงผมดูเด่นขึ้นแม้จะอยู่ภายใต้หมวกแก๊ปส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มราวกับหนุ่มบ้านไร่หัวใจติดดินก็ไม่น่าจะเกินจริง

สามคนนั้นได้นัดกันมารึเปล่านะ?

แต่เมื่อหันไปเห็นเพื่อนสาวตัวดีวิ่งไปขอถ่ายรูปกับวงนั้นแล้วเธอที่นั่งท้าวคางมองถึงกับงงเล็กน้อยกับความไวแสงของเพื่อนคนนี้ ให้ตายเถอะเธอไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าสามหนุ่มนั่นมีอะไรดีพวกสาวๆสายดื่มหรือพวกคุณผู้ชายที่ชอบดนตรีถึงตามมาฟังวงนี้กันบ่อยๆ เธอปลายตาไปมองทางเวทีอีกรอบก่อนจะบังเอิญไปสบตาเข้ากับคนตัวสูงผมยาวที่ตอนนี้ได้ถอดแว่นกันแดดอออกแล้ว เมื่อได้เห้นนัยย์ตาคมดุดันสีเขียวนั่นแล้วทำเอาเธอถึงกับตัวชาไปสักพักเลย.. เขามีพลังพิเศษงั้นเหรอ? ทำไมถึงรู้สึกกลัวแล้วก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

รอยยิ้มบางๆปรากฎขึ้นที่ใบหน้าคมคายของเขาคนนั้น แน่นอนว่ารอยยิ้มนั้นของเขามันส่งมาที่เธออย่างแน่นอน

" เป็นไงแก หล่อใช่ไหมล่ะ "

" ก็ดูดีนะ แต่แต่งตัวเหมือนหลุดมาคนละโลกเลย "

" ว่าไป นั่นแหละเอกลักษณ์โดยเฉพาะของวงนี้เลยนะ ไม่มีใครเหมือน! "

ถ้ากล้าที่จะเหมือนน่ะสิเข้าขั้นแปลก.. ไม่น่าจะมีใรกล้าแต่งตัวคนละโทนแบบนี้ในการทำงานเป็นวงดนตรีแน่ๆเพราะเธอเองก็เคยไปร้องเพลงตามร้านอาหารหรือในคาเฟ่อยู่บ้างก็พอจะรู้อยู่ว่าตรงหน้าเธอตอนนี้น่ะ...แปลก

แต่ก็รู้สึกอยากมองคนที่แต่งตัวโทนสีดำคนนั้นอีกจังนะ...

ให้ตายเถอะรู้สึกสนใจจนอดไม่ได้ที่จะแอบหันหน้าไปมองคนคนนั้นอีกเล็กน้อยแต่เจ้ากรรมเขาคนนั้นที่เธออยากมองยังไม่ละสายตาไปจากเธอเลย แววตาสุขุมแบบนั้นคืออะไรกันนะ? น่าสนใจเป็นบ้า(ประชด)

" แก ไรย์มองแกไม่ละสายตาเลยอ่ะ... "

" ไม่รู้สิ? สงสัยไม่เคยเห็นคนสวยมั้ง "

เพื่อนสาวหัวเราคิกคักขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากตัวเธอตามปกติเธอเคยพูดอะไรแนวๆนี้บ่อยเสียเท่าไหร่ แต่ก็นะก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่าคนคนนั้นที่รู้สึกว่าจะชื่อไรย์? เป็นชื่อที่ไม่ค่อยได้ยินเลยคงเพราะเป็นชื่อเหล้าละมั้งแปลกใหม่ดีสำหรับเธอเหมือนกันแต่พอนั่งนึกไปนึกมาหน้าตาของคนคนนั้นก็คุ้นแปลกๆแต่มันเลือนลางเกินกว่าจะนึกออกเนี่ยสิ..

เมื่อเวลาผ่านไปสักพักดูเหมือนสามคนนั้นบนเวทีจะพร้อมที่จะทำการแสดงแล้วเธอจึงแอบเหลือบตาไปมองแทนการหันหน้าไปเลี่ยงที่จะปะทะสายตากับคนผมยาวอีก ดูๆไปคนผมสีน้ำตาลเป็นมือกีตาร์ คนผมสีดำยาวเป็นมือคีย์บอร์ด คนผมสีบลอนด์เป็นร้องนำ ดูแปลกๆดีเหมือนกันแต่ก็เป็นส่วนผสมที่โอเคซะงั้นดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เหมือนที่เพื่อนสาวคนสนิทอวดอ้างมาเลย


" มองอะไรขนาดนั้น ไม่เดินไปสิงร่างเธอคนนั้นเลยล่ะ? ไรย์​ "

คำแขวะโตๆของเพื่อนรวมวงตำแหน่งนักร้องนำอย่างเบอร์เบิ้นลอยเข้ามากระแทกหน้าเข้าอย่างจังหลังจากที่เล่นเพลงจบไปแล้วสองสามเพลงแต่จุดโฟกัสเขาไม่ได้อยู่ที่ลิ่มคีย์บอร์ดเลยแม้แต่น้อยเพราะมัวแต่จับจ้องหญิงสาวที่นั่งดื่มกับเพื่อนอีกคนนึงอยู่ที่มุมอับของร้าน

" นั่นสิ ทำไมนายถึงมองเธอคนนั้นนานจัง? ปกติไม่เห็นนายสนใจเพศตรงข้ามเลย "

มือกีตาร์นามสก็อตช์เสริมทัพคู่หูขึ้นมาทันที สงสัยจะอยากได้คำตอบจากปากของเขาเสียเหลือเกินแต่จะให้พูด ณ ตอนนี้ตรงนี้เดี๋ยวนี้ก็ดูจะไม่ดีเสียเท่าไหร่ ไหนจะคนในร้านที่นั่งฟังเขาเล่นคีย์บอร์ดเป็นทำนองเพลินๆฆ่าเวลาให้นักร้องนำได้พักเสียงสักสิบนาที

" จริงๆก็รู้จักแต่เธอคนนั้นคงจำฉันไม่ได้แล้วล่ะมั้ง? "

" โอ้? ไม่น่าเชื่อเลยพ่อหมาป่าเดียวดายอย่างนายจะมีคนรู้จักเป็นผู้หญิงด้วย? "

" นอกจากแม่กับน้องสาวนายฉันก็ไม่เคยเห็นนายเสวนากับผู้หญิงคนไหนเกินสามนาทีเลย "

สก็อตช์เอ่ยขึ้นตามด้วยเบอร์เบิ้น ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะจิตใจไม่อยู่สุขกับเรื่องของเขาแแล้วสินะ? ถึงได้หันหน้ามาจ้องเขาแบบแพ็คคู่แบบนี้โดยไม่สนใจลูกค้าที่นั่งในร้านคนอื่นๆเลย ให้ตายเถอะคิดผิดหรือคิดถูกกันนะที่บอกสองคนนี้ไป?

" สมัยฉันเรียนเกรดแปดที่ญี่ปุ่น เธอคนนั้นเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาเรียนห้องเดียวกับฉันอยู่สามเดือนน่ะ "

ไรย์ตัดสินใจเล่าไปก่อนจะจรดนิ้วเล่นคีย์บอร์ดเป็นท่วงทำนองเพลงฟังสบายๆให้ลูกค้าได้ผ่อนคลายไปกับการดื่มในขณะที่สายตาก็แว๊บไปมองที่เธอคนนั้นอีกรอบ แต่มันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอคนนั้นแอบหันมามองเขาาพอดี

" เดินลงไปทักเถอะไปถ้าจะมองกันไปมาขนาดนี้ "

เบอร์เบิ้นพูดขึ้นก่อนจะเดินมาดึงแขนให้เขายืนขึ้นแล้วตัวเองก็นั่งลงไปเล่นคีย์บอร์ดแทนพร้อมกับสีหน้าและแววตาที่มีความหมายโดยนัยๆ พร้อมกับสก็อตช์ที่ขยิบตาให้เขาทีหนึ่งก่อนจะตีหน้ามึนไปส่งยิ้มเปลืองๆให้กับสาวๆที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆกับเวที..

ไรย์ถอนหายใจให้กับเพื่อนทั้งสองอย่างปลงๆก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเป้าหมายที่เธอคนนั้นนั่งอยู่ จะว่าไปตอนนั้นก็ไม่ได้คุยหรือสนทนากันมากเท่าไหร่แถมเรื่องมันก็ผ่านมาเข้าสิบปีแล้วด้วยถ้าจำได้ก็คงแปลกแล้วล่ะ จริงก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินเข้าไปหาก็ได้แต่ร่างกายมันก็ไม่เชื่อฟังกันเลยราวกับว่าถ้าปล่อยไปอีกในรอบนี้ก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว

เป็นจังหวะที่เรียกว่าพอเหมาะพอเจาะได้ไหมนะ? เมื่อเพื่อนสาวคนสนิทของเธออยู่ๆก็ลุกเดินไปทางห้องน้ำหญิงพอดิบพอดีกับตอนที่เขากำลังก้าวเท้าเข้าไปที่โต๊ะนั้นเรื่อยๆ

" เอ่อ..สวัสดีค่ะ "

เมื่อเห็นว่าเขาเดินมายืนอยู่ข้างๆเธอก็อึกอักไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยทักทายตามมารยาทแต่พอมองๆจากแววตาและท่าทางแล้วดูท่าเธอคนนี้กำลังตื่นเต้นอยู่สินะ? น่าสนใจเหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด

เป็นสิบปีที่เขาไม่เคยลืมใบหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย..

" ถ้าไม่เป็นการรบกวนฉันขอนั่งด้วยจะได้ไหม? "

เมื่อเอ่ยออกไปดังนนั้นก็เหมือนจจะทำให้คนที่นั่งอยู่เริ่มไม่ค่อยอยู่สุขมากนักแต่ก็ไม่ได้ปัดป่ายอะไรกลับพยักหน้าเป็นการตอบตกลงเสียด้วยซ้ำ..

แต่แล้วอยู่ๆความคิดหนึ่งมันก็แล่นเข้ามาในหัวของเขาในขณะที่กำลังจะนั่งอยู่ตรงข้ามเธอ

ว่าเธอคนนี้จะจำเขาได้ไหมนะ?

" ไม่ทราบว่า เอ่อ... เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่าคะ "

นั่นเป็นคำพูดแรกหลังจากที่เขาทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเธอได้ประมาณห้านาที ก่อนหน้านั้นเป็นความเงียบที่ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาเลยทั้งเขาทั้งเธออาจจะเพราะเธอรอใหเขาพูดก่อนก็เป็นได้แต่คงจะรอไม่ไหวเพราะตัวเขาเองก็ไม่คิดที่จะเป็นฝ่ายทักก่อนอยู่แล้ว

" จะว่าเคยก็เคยนะ ตอนนั้นเราสองคนก็พอจะรู้จักกัน "

" ไม่ทราบว่าที่ไหนเหรอคะ? "

" ญี่ปุ่น "

" !!?? "

เมื่อเธอถามตรงๆก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเก็บมันไว้ เรื่องราวเมื่อตอนนั้นจะได้กระจ่าง ณ ตรงนี้สักที เรื่องราวที่เขายังไม่ทันจะได้รับคำตอบจากเธอเลยแต่เธอดดันกลับแอลเอมาก่อน แถมติดต่อก็ไม่ได้ส่งข้อความหาก็ไม่ได้เพราะไม่รู้ช่องทางการติดต่อเลย..


วันนั้นเป็นวันที่คนที่นั่งตรงหน้าชวนเขาไปทานข้าวด้วยกันเป็นมื้อสุดท้ายก่อนกลับประเทศบ้านเกิด..

" ชูอิจิฉันมีอะไรจะบอกเธอด้วยล่ะ! "

" หื้ม? บอกว่าอะไรเหรอ? "

" จะพูดดีไหมน้า~ "

" พูดสิ "

" ไม่เอาหรอกไม่กล้าพูดอ่ะ "

" ทำไมล่ะ? มันเป็นเรื่องที่น่าอายงั้นเหรอ? "

" ใช่ น่าอายมากเลย "

" แล้วเธอกล้าพูดไหมถ้าได้เจอกันอีกครั้ง? "

" อืม~ อาจจะไม่ได้เจอเนี่ยสิ.. แต่ว่าถ้าได้เจอกันอีกรอบฉันคงหมดความอายที่จะพูดแล้วล่ะ! "

" ได้สิถ้างั้นเมื่อถึงวันนั้นฉันจะรอนะ "

" มันต้องมีสักวันแน่ๆ เชื่อฉันสิ ฮ่าๆ "

" ไว้จะรอนะ เธอก็อย่าลืมฉันไปก่อนก็แล้วกัน "

" จะบ้าเหรอใครจะไปลืมนายกัน? ก็เพราะนายน่ะเป็น... "

" ? เป็นอะไร? "

" ไม่บอกๆ แบร่! "


เมื่อสาวหน้าหวานนึกถึงความทรงจำในตอนนั้นได้ก็ถึงกับอ้าปากค้างขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ ตกใจในทุกๆเรื่องเลยก็ว่าได้.. ตกใจที่เธอได้เจอกับเขาจริงๆหลังจากผ่านมาแล้วสิบปี ตกใจที่เขาเปลี่ยนไปมากจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเมื่อตอนเกรดแปดเลย ตกใจที่เขามาอยู่ที่นี่ที่แอลเอถึงพอจะรู้อยู่ว่าเป็นลูกครึ่งแต่ก็ไม่น่าจะกลมขนาดนี้ ตกใจที่เธอเองต่างหากที่เป็นฝ่ายจำเขาคนนั้นที่เธอ' เคยคิดจะสารภาพรัก 'ไม่ได้..

" วันนี้ได้เจอกันแล้วนะ "

" ..... "

" ฉันขอคำตอบในตอนนั้นที่เธอไม่ได้บอกไว้จะได้ไหม? "

" ..... "

" เป็นสิบปีที่ยาวนานจังเลยนะ? เธอว่างั้นไหม? "

" ใช่..เป็นสิบปีที่นานมาก นานมากจริงๆจนฉันจำเธอไม่ได้ "

" ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะฉันเองก็นั่งนึกอยู่นานเหมือนกันว่าใช่เธอรึเปล่า "

รอยยิ้มบางๆของทั้งสองคนได้เกิดขึ้นมาภายใต้บรรยากาศของร้านเหล้าที่เป็นโทนสีอุ่น คนหนึ่งก็รอคอยคำตอบนั้นนานนับสิบปีอีกคนที่เคยสัญญาว่าถาเจอกันอีกครั้งก็จะบอกสิ่งที่ไม่ได้พูดไปในตอนนั้นให้ได้ฟัง

" สิ่งที่จะบอกเธอในตอนนั้นคือ "

" ....? "

" ฉันชอบเธอนะชูอิจิคุง "

นั่นแหละสิ่งที่เธออยากจะบอกเขามากที่สุดในตอนนั้นแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไปจนเวลามันล่วงเลยมานานมาก นานจนเธอเองก็ลืมเลือนมันไปหมดแล้วเสียด้วยซ้ำ แต่เขากลับยังจำมันได้ราวกับว่าเฝ้ารอวันที่จะได้พบเธอมาโดยตลอด?

" อืม ขอตอบรับความรู้สึกนั้นของเธอแล้วกันนะ "

" คนบ้า ฉันเกลียดนายจัง "

" โกหกตัวเองมันไม่ดีนะ "

" นี่! ฮ่าๆ "




 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

×