สามีซ่อนรัก (eBook)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 312,191 Views

  • 1,170 Comments

  • 3,117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    124,553

    Overall
    312,191

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ขอแค่สงสาร [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17941
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 450 ครั้ง
    2 พ.ย. 61



บทที่ 1
ขอแค่สงสาร

 



“ซินไม่กิน”

สลิสาทั้งดิ้นทั้งผลักใสแต่ไม่อาจสู้แรงคนตัวใหญ่

“ทำไมไม่กิน! หรือจะให้ฉันจับยัดปากเธอ”

“อย่าทำกับซินแบบนี้เลยนะ” วอนขอน้ำตาคลอเบ้า

ตั้งแต่จำความได้หญิงสาวก็จำได้ว่าตัวเองแพ้ปูมาตลอด ตอนมัธยมต้นเผลอกินเข้าไปเพราะไม่รู้ว่าแม่ครัวใส่เนื้อปูลงไปในอาหารกลางวันทำให้สลิสาคันทั้งตัวและร้ายแรงถึงขั้นหายใจไม่ออกต้องหามส่งโรงพยาบาล ใช่ว่าอนลจะไม่รู้เพราะเขาเป็นคนอุ้มเธอขึ้นรถพยาบาล

วันนี้ชายหนุ่มคงอยากให้เมียแสนชังอย่างเธอตายไปให้พ้นหน้าเลยบังคับให้เธอกิน ความผิดของเธอก็แค่เพราะว่าเธอเป็นสลิสา

“พ่อเลี้ยงซินขอโทษ”

อนลชะงักมองหน้าเธอตรงๆ แล้วถาม

“ขอโทษเรื่องอะไร?”

สลิสาไม่อยากตอบเพราะรู้ว่าที่ถามแบบนี้น่ะหาเรื่อง และไม่ว่าคำตอบจะถูกใจหรือไม่เขาก็ไม่ชอบเพราะเขาไม่พอใจคนตอบ

“ฉันถามว่าขอโทษเรื่องอะไร?!

เสียงของอนลเกรี้ยวกราดขึ้นกว่าเดิม สลิสาน้ำตาไหลริน เธอตอบก็ผิดไม่ตอบก็ยังผิด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรหากเป็นเรื่องของสลิสามันคงผิดไปหมดในสายตาพ่อเลี้ยงอนล

“ขอโทษที่เป็นซิน...ฮือๆ”

ราวกับมีเข็มมาทิ่มแทงหัวใจของอนล

ใช่...มันไม่น่าจะเป็นเธอเลยสักนิด

คนที่ควรยืนอยู่ตรงนี้ ควรได้เป็นภรรยาแนบเนาหัวใจของพ่อเลี้ยงปางไม้วนาวัลย์คือพริมา สิทธิรักษ์ ไม่ใช้ผู้หญิงไร้ยางอายอย่างสลิสา

ความคิดนั้นทำให้ชายหนุ่มผละออกจากร่างเพรียวราวกับเธอเป็นเชื้อโรค นาทีที่เห็นหญิงสาวลูบข้อมือบรรเทาความเจ็บกลับเสียวปลาบเข้ามาในสำนึก

แต่เขากลับไม่รู้สึกอยากขอโทษคนแบบนี้...

สลิสากลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้และไม่ได้ตอบโต้อะไร เมื่อคิดว่าเพลิงอารมณ์ของอนลสงบลงแล้วเธอจึงเอ่ยขึ้นว่า

“งั้นซินขอตัวก่อน แล้วจะให้เด็กเอากับข้าวมาให้ใหม่”

อนลไม่ได้พูดอะไรเขามองร่างเพรียวระหงก้มลงไปเก็บปิ่นโตขึ้นมาแล้วเห็นเธอเช็ดน้ำตาป้อยๆ ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอไหวระริก แก้มป่องน่าหยิกนั่นก็เปียกชุ่มน้ำตา หัวใจของเขามันจึงวูบไหวแปลกๆ ความสงสารผุดพลุ่งในใจอย่างห้ามไม่ได้

เขาทำให้เธอร้องไห้อีกแล้ว เขาโกรธและเกลียดสกลหากรู้ว่าไม่ควรมาลงที่สลิสา ทว่าทุกครั้งที่เห็นหน้าหล่อนซึ่งเป็นลูกของผู้ชายคนนั้น เขาก็อยากเอาคืนขึ้นมาทุกขณะ แต่พอพลั้งมือพลั้งปากทำเรื่องแย่กับเธออนลก็รู้สึกไม่ดีกับตัวเองเหมือนกัน

บ้าจริง!

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนสาวเท้าเข้าไปหาร่างบอบบางที่ก้มๆ เงยๆ เก็บกวาดสิ่งที่เขาทำเลอะแล้วประคองไหล่บางให้ลุกขึ้น

สลิสาช้อนสายตามองเขา ไม่กล้าแม้แต่จะมองตัดพ้อเพราะหัวใจกำลังอ่อนยวบ ไม่ว่าถูกทำร้ายจิตใจแค่ไหนก็ยังใจอ่อนให้สามี เธอมักเป็นเช่นนี้ร่ำไป

“มานี่ก่อน”

เขาพาเธอมานั่งที่โซฟาด้วยกัน ปลายนิ้วไล้น้ำตาให้อย่างปลอบโยน ดวงตาคมจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มไม่วางวาย

ปากหวานๆ ที่เคยจูบ

แก้มหอมๆ ที่เคยดอมดมวันนี้มาหาถึงที่

แบบนี้จะไม่ให้เขากลืนน้ำลายลงคออย่างคนอดอยากได้อย่างไรในเมื่อความกระหายที่ก่อตัวมาเนิ่นนานกำลังจะปะทุขึ้นมา

นาทีนั้นคนโดนรังแกกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้รู้ว่าเขาตบหัวแล้วลูบหลังแต่ยังดีกว่าให้เขาร้ายใส่ตลอดเวลา

“ซินขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจมาทำให้พ่อเลี้ยงเสียอารมณ์”

แต่ความอ่อนหวาของสลิสาทำให้เขานึกถึงใครบางคน...พริมา...ผู้หญิงที่เกือบจะได้เป็นเจ้าสาวของเขาหากไม่เกิดเรื่องบ้าๆ พวกนี้ขึ้นมาเสียก่อน และแน่นอนว่าคนตรงหน้าเป็นต้นเหตุ

“ฉันไม่มีวันยกโทษให้เธอ เธอรู้ใช่ไหม?”

เสียงของเขากดต่ำราวกับจะย้ำและบีบบังคับอยู่ในที

เจ็บ...สลิสาเจ็บจนเกินจะบรรยายแต่ก็พยักหน้ารับทั้งน้ำ คำพูดของเขาร้ายยิ่งกว่าคมมีด เธอควรชินกับความใจร้ายเย็นชาของคนเป็นสามีได้เสียที

“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ชีวิตของฉันก็คงไม่เป็นแบบนี้”

เสียงพูดปกติปราศจากความเกรี้ยวกราด แต่แค่นี้ก็ทำร้ายหัวใจของหญิงสาวมากเหลือเกิน เขาตอกย้ำให้เธอรู้ว่าที่เขาเปลี่ยนไปมันเป็นเพราะใคร

สลิสารู้ดี...หากไม่มีเธอกับพ่อ...พี่โอมก็ยังคงเป็นพี่โอมคนเดิม

นับตั้งแต่นายพ่อสกลเข้ามาควบคุมปางไม้แทนนายพ่ออนุพงศ์บิดาของอนลที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเมื่อเจ็ดปีก่อน ชายหนุ่มก็เปลี่ยนจากเดิมเป็นคนละคน แววตาที่เคยมองเธออย่างเอ็นดูแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ยิ่งแม่เลี้ยงอัมรามารดาเขาเอาอกเอาใจบิดาเธอและทั้งรักทั้งเอ็นดูเธอจนถึงขั้นบังคับให้เขาแต่งงานกันทั้งที่เขามีผู้หญิงที่รักอยู่แล้ว ทำให้อนลเศร้าหนักจนเกือบจะเสียผู้เสียคน และความชิงชังที่มีก็ยิ่งทวีคูณ

“ซินเข้าใจ”  

อนลพอใจที่เธอเข้าใจอะไรง่ายๆ ที่อยู่กันมาได้จนถึงป่านนี้คงเป็นเพราะแบบนี้ด้วยนั่นแหละ

“เมื่อกี้ฉันอารมณ์ร้อนไปหน่อยเธอคงไม่ถือสากันนะ”

ไม่มีทางเสียละที่จะได้ยินคำขอโทษจากปากเขา อนลตั้งปณิธานเอาไว้จะไม่หลุดมันออกไปให้คนพวกนี้ได้ยิน

หญิงสาวรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้มีวิธีขอโทษที่ไม่ต้องเสียแรงพูดอะไร เธอจึงส่ายหน้าแทนคำตอบ อย่างไรก็ตามสลิสาโกรธเขาไม่ลงเพราะความรักมีมากกว่า จะมีก็แต่น้อยใจที่เขาไม่เคยมองเห็นน้ำใจของเธอ

“ถึงฉันจะเกลียดเธอแต่ฉันก็เสียใจที่ทำร้ายเธอนะซิน”

น้ำเสียงและแววตาของเขาปลอบประโลมแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยนจนพาหัวใจอ่อนไหว ในขณะที่คำพูดกรีดแทงหัวใจดวงน้อยจนไม่เหลือชิ้นดี

“ฉันมีปัญหากับพ่อเธอเรื่องที่ดินที่จะทำรีสอร์ทนั่นแหละ”

แม้ตอนนี้หลายสิ่งหลายอย่างจะทยอยกลับคืนมาเป็นชื่อตนแล้วแต่มันยังไม่ทั้งหมด โดยเฉพาะที่ดินผืนนั้นที่หมายมั่นจะก่อร่างสร้างเป็นธุรกิจของตัวเอง มันถูกกันออกไปไม่ได้นับรวมกับสิ่งที่เขาต้องได้สิทธิ์ ทั้งที่มันควรเป็นของเขา

“พ่อเธอเหมือนเสือแก่ที่แทบจะไม่มีเขี้ยวเล็บ วันข้างหน้าเขาคงใช้ที่ดินผืนนั้นไว้ต่อรองกับฉัน...ฉันจะรอดูว่าเขาจะใช้วิธีสกปรกอะไรเอามันไปเป็นของตัวเอง”

อนลไม่ได้หวงสมบัติของตระกูลจนหน้ามืดตามัวหรอก แต่เพราะเขาพบข้อสงสัยหลายอย่าง ทำให้คิดว่ามีบางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังนายสกลคนนั้น

“ถ้าพ่อจะเอา พ่อคงเอาไปนานแล้วค่ะ” แต่เพราะท่านไม่ใช่คนขี้โลภ ไม่อย่างนั้นตอนนี้อนลคลเหลือแต่ตัวเป็นแน่แท้

“ก็เพราะตอนนั้นมันไม่มีราคาเท่าเดี๋ยวนี้ไง”

สลิสาหมายถึงทั้งหมด...ไม่ใช่แค่ที่ดินผืนนั้น

แต่นี่ก็ยืนยันได้ว่าสุดท้ายอนลก็ยังคิดอย่างคนใจแคบดังเดิม หาเหตุผลทุกอย่างมาอ้างเพื่อให้บิดาเธอดูเลวร้าย และไม่ว่าจะทะเลาะอะไรกันก็ตามหากตอบโต้ท่านไม่ได้ก็มักจะมาลงที่เธอ...

คนตัวบางตัดพ้อในใจก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาที่รินไหลแล้วทำท่าจะลุกออกไป ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่ชินและขี้เกียจจะฟังเสียแล้วมากกว่า

“จะไปไหน?!

เสียงที่อนลถามแข็งขึ้นเล็กน้อย คงเป็นเพราะเขายังไม่ได้สั่งให้เธอไปกระมัง เอาจริงๆ เขาเป็นคนที่ชินกับการใช้อำนาจมากโขเหมือนกันใบหน้ารื้นเศร้าจึงเบือนกลับไปตอบเจ้าของร่างกำยำ

“ว่าจะกลับน่ะค่ะ”

คำตอบของเธอทำให้อนลมองด้วยแววตาขุ่นใจ คนตัวสูงลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปลงกลอนประตู สลิสาชาสันหลังวาบสองเท้าถอยหนีอัตโนมัติ

“ไหนๆ ก็มาแล้ว...จะรีบกลับทำไม”

“กลัวจะค่ำเสียก่อนน่ะค่ะ”

เพราะสำนักงานส่วนตัวแห่งนี้ห่างไกลจากบ้านสุทธกานต์ที่เธอพักอาศัยอยู่พอสมควร เส้นทางก็เต็มไปด้วยต้นไม้ราวกับเป็นป่าใหญ่ 

เวลาเย็นๆ แสงอาทิตย์รำไรไม่เพียงพอจะเล็ดลอดผ่านแนวไม้มาให้มองเห็นทาง บอกตามตรงว่าเธอกลัว ถึงแม้จะเป็นเมียเจ้านายแต่ก็ใช่ว่าพวกคนงานจะไม่กล้าทำอะไร

“ก็นอนมันเสียที่นี่”

อนลก้าวเข้ามาประชิดร่างเพรียว เอี้ยวตัวคว้าเอวคอดของภรรยาเอาไว้ได้ก่อนที่หล่อนจะทันได้ขยับหนี

สลิสาก้มหน้างุดหัวใจเต้นแรง อ่อนไหวกับคำเชิญชวนเพราะอนลไม่เคยให้เธอค้างที่สำนักงาน เอาเข้าจริงแล้วที่หลับที่นอนก็ไม่พอสำหรับสองคนหรอก

“นอนไม่ได้หรอกค่ะ โซฟาตัวแค่นั้น” กับตัวเขาซึ่งตอนนี้หนาและใหญ่ราวกับยักษ์วัดแจ้ง

“งั้นกลับพร้อมกัน”

ใบหน้าเข้มคล้ามแดดโน้มลงมาคลอเคลียร์พวงแก้มนุ่มละมุน ไออุ่นจากลมหายใจพาให้สลิสาร้อนรุ่มไปทั้งตัว กระนั้นเธอยังไม่อยากตามใจเขา ช่วงนี้สลิสารู้สึกอ่อนเพลียเหลือเกินทั้งที่ก็ไม่ได้ทำงานหนักเหมือนแต่ก่อน  

“พ่อเลี้ยง...” สองมือสอดเข้ามาระหว่างอกทั้งสอง

อนลชะงักด้วยความขุ่นใจ ระยะหลังสลิสามักไม่ยอมตามใจเขาเรื่องบนเตียง อ้างเหนื่อยบ้าง ปวดนั่นนี่บ้างจนน่าสงสัยว่าเจ้าหล่อนแอบสวมเขาให้ตนหรือเปล่า

“เธอมีคนอื่นใช่ไหม”

หางเสียงของคนที่พูดทะลุกลางปล้องขึ้นมาเจอกังวานไม่พอใจ สายตาคู่งามช้อนขึ้นมองหน้าคนตัวใหญ่ แววตาเขาราวกับจะฟาดฟันให้เธอแดดิ้น

“ปละ เปล่านะคะ...ซินมีแค่พ่อเลี้ยงคนเดียว” ครูเคยสอนว่าพูดความจริงไม่ต้องกลัวสิ่งใด แต่ทำไมตอนนี้สลิสากลัวเขาเหลือเกิน

...กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อ

มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ปลายคางงามแล้วบังคับให้อยู่นิ่ง นิ้วแกร่งแทบจะทะลุเขามาในกระพุ้งแก้มเสียให้ได้ น้ำตาใสๆ ไม่อาจช่วยให้เขาเห็นใจได้สักนิด

“อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอมันตอแหลเหมือนพ่อ เพราะฉันจะไม่ใจดียอมให้คนสารเลวมันลอยนวล”

ตอนนั้นเองที่ได้รับจูบร้อนแรงราวกับลงทัณฑ์และตอกย้ำว่าใครเป็นเจ้าของสลิสาทั้งตัวและหัวใจ และจูบนี้กำลังจะลุกลามมากยิ่งขึ้นเพราะมือของอนลเริ่มป้วนเปี้ยนอย่างหวังผล คนจนหนทางเลยผลักเขาออกสุดแขน

แววตาไม่พอใจของเขาทำเอาหัวใจของคนตัวบางหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สลิสาคิดว่าตนควรไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด  ในขณะที่มองหาทางหนีร่างใหญ่ก็ปราดเข้ามากระชากเธอเข้าไปกอดได้อย่างว่องไว ใบหน้าของสลิสาแนบนาบแผ่นอกกำยำของคนที่สวมเพียงเสื้อกล้ามคู่กับคาร์โก้แพนท์

ตั้งแต่กลับจากกรุงเทพชายหนุ่มก็หมกมุ่นทำงานในปางไม้จนร่างกายบึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ผิวที่เคยขาวละเอียดก็คล้ำเป็นรอยเสื้อกล้าม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อาบกายเขาผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ยังให้อารมณ์เซ็กซี่ในแบบฉบับของผู้ชายจริงๆ กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนที่บดเบียดกับทรวงอกอวบหยุ่นก็สร้างความรู้สึกเรียงร้องอย่างน่าประหลาด

“พ่อเลี้ยงกลืนน้ำลายตัวเอง” พูดตัดพ้อเสียงเบา

“ใครจะกลืนน้ำลายคนอื่นล่ะ ที่พูดออกมาเนี่ยคิดหรือยัง?”

เขานั่นแหละที่ต้องคิด...

ปากบอกรังเกียจไม่อยากแตะต้องแต่พอมีโอกาสก็จ้องจะเอาเปรียบ แล้วที่เคยพูดๆ มานั่นล่ะ สลิสาไม่ได้พูดสิ่งที่คิดเพราะมันไม่ปลอดภัยต่อตัวเองเท่าไหร่

“ฉันอุตส่าห์หนีมาอยู่ถึงนี่ แต่เธอมาหาฉันเองช่วยไม่ได้ เธอคิดจริงๆ หรือว่าฉันจะปล่อยให้เธอนอนกอดทะเบียนสมรสสบายๆ...ใดๆ ในโลกย่อมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน”

ปล่อย...”          

อย่าดีดให้มาก รู้ใช่ไหมว่าจะเจออะไร

ทำไมเธอจะไม่รู้ ในคืนวันที่จดทะเบียนสมรสนั่นอย่างไร...

ประสบการณ์ครั้งแรกแสนเลวร้ายที่ผู้ชายคนนี้มอบให้เธอ ร่างกายของเธอคล้ายกับจะแตกละเอียดอยู่ใต้ร่างของเขา อนลทั้งบดเบียดและกดกระแทกไม่ออมแรง

คืนนั้นสลิสาทั้งกลัวและเจ็บปวด...

ปวดกายไม่เท่าไหร่แต่ปวดใจนั้นร้ายกว่า คนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีแม้จะไม่ได้จัดงานแต่งงานกันได้กระทำการหักหาญน้ำใจเธออย่างไม่ปรานี พอรุ่งเช้าเขายังเชือดเฉือนหัวใจดวงนี้ด้วยคำพูดที่ว่า

อย่าปล่อยให้ท้องแล้วกัน ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นพวกเธอขยายพันธุ์มาครอบครองบ้านฉัน

“พ่อเลี้ยงเคยบอกซินว่ายังไงจำไม่ได้หรือ?”

เธอร้องถามเสียงสั่น อนลจำวันนั้นได้

เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนซึ่งเขายังนอนร่วมห้องกับเธออยู่ สลิสาทำตัวน่ารักมาตลอดแม้เขาจะไม่เคยทะนุถนอมเธอเลยก็ตามแต่วันนั้นหญิงสาวปฏิเสธที่จะให้เขารัก ประจำเดือนมาก็ยังไม่ใช่ทำให้เขาหงุดหงิด

เออ! ไม่ให้ก็ไม่ให้ จะเก็บไว้ให้ไอ้ควายที่ไหนเอาก็เชิญ ต่อไปนี้ฉันจะไม่แตะต้องตัวเธออีก คิดว่าฉันพิศวาสเธอตายละ สกปรก!’

สลิสาก็จำได้...แค่เธอเหนื่อยจากการรับมือเขาติดต่อกันหลายคืนแต่อนลกลับไม่เห็นใจซ้ำยังกล่าวหาเธอแบบนั้น แค่คิดก็เรียกน้ำตาให้หญิงสาวได้แล้ว

“เรื่องของวันนั้นไม่เกี่ยวกับตอนนี้”

“...” ปากสวยสั่นระริกและไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เธอมักจะไล่ไมทันเขาเสมอนั่นแหละ

“ฉันชอบปากเธอนะ”          

สายตาคมพิศมองเรียวปากเอิบอิ่มแต่ได้รูปของคนตรงหน้าที่ราวกับว่าไปฉีดฟิลเลอร์ตามดาราต่างประเทศมาแต่ไม่ใช่ เพราะนี่คือของแท้แม่ให้มาและช่างเซ็กซี่เย้ายวนใจคนมองเสียเหลือเกิน

“ดะ...เดี๋ยวค่ะ”

อนลไม่ฟังคำทัดทาน เขาเชยคางงามมนขึ้นมาแรงๆ สายตาดุดันคู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาแรงกล้าแล้วบดจูบลงมา ความวาบหวามเล่นงานสลิลาจนแข้งขาอ่อนแรง

แล้วจูบอ่อนหวานก็กลายเป็นกักขฬะเอาแต่ใจยิ่งเธอพยายามดิ้นรนเท่าไรแรงชายก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น พอคลายจูบเขาจึงได้เห็นเจ้าของใบหน้าสวยน้ำตาไหลพราก

“ร้องทำไม มากกว่านี้ฉันก็ทำมาแล้ว”

เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจ เพียงแค่ไม่เข้าใจว่าเขาจะอ่อนหวานสักนิดไม่ได้เลยหรือไร เธอไม่ใช่ตุ๊กตายางที่จะได้ไม่รู้สึกรู้สา

เธอเจ็บ...เขาเคยเห็นใจกันบ้างหรือเปล่า


--------- Sensor ---------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 450 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #559 SThipthonf (@SThipthonf) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 21:24
    สนุกดีชอบๆ พระเอกร้อยยมากกไม่สงสารนางเอกเลย
    #559
    0
  2. #237 keidsinf2932 (@keidsinf293) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 15:09
    สนุกค่ะ
    #237
    0