สืบรักข้ามภพ (พรีออร์เดอร์!!!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 71,334 Views

  • 133 Comments

  • 1,610 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    720

    Overall
    71,334

ตอนที่ 56 : ภาคจบเล่ม 2 สามีในรูปภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

 สามีในรูปภาพ

 

 

       เฟิงฮุ่ยมีทีท่าร้อนรน เขาก้าวเข้ามาหาฉีหยางซิ่ว กระซิบกระซาบบางสิ่งหลังจากได้รับข้อความจากนกพิราบสื่อสาร

       เกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร!

       ปะ เป็นเพราะมีคนให้ความช่วยเหลือนาง มันมีวรยุทธ์สูงส่ง”

       เฟิงฮุ่ยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฉีหยางซิ่วทราบ นางโจรถูกบุคคลปริศนาลักพาตัวจากผาไร้นาม และตอนนี้น้องชายเขา และคนในอารามบัวแดงกำลังส่งกำลังตามหา

       บัดซบ เป็นผู้ใดที่กล้ากระทำเรื่องเช่นนี้ หรือ...เจียนหลิวรู้ว่าหงเซ่อซ่อนตัวอยู่ที่นั่น

       อาจเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้คุณชายไม่ควรให้เรื่องนางโจรส่งผลร้ายต่อแผนที่เราเตรียมไว้  ท่านอย่าลืมนี่คือโอกาสเดียวของท่านที่จะพลิกชะตาชีวิต!ผู้เฒ่าถานเตือนสติ

       ยามนั้น ฉีหยางซิ่วเกิดความเครียด เขาไม่อาจสงบอารมณ์ลงโดยง่าย ความห่วงคนที่อยู่ห่างไกลทวีความรุนแรง และเหมือนว่ามันจะเร่ง

เร้าให้หนอนพิษกัดกินหัวใจ ร่างสูงสั่นสะท้าน บัดเดี๋ยวหนาว บัดเดี๋ยวร้อน

       คุณชาย มีเรื่องด่วนลูกน้องในสำนักรีบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

       ว่ามา มีอะไรร้ายแรงอย่างงั้นรึฉีหยางซิ่วเอ่ยถาม สีหน้าเป็นกังวลมิน้อย ยังมีสิ่งใดสำคัญกว่าการหายตัวไปของหงเซ่อ

       มีทหารจากกรมอาญามาที่นี่ขอรับ!

 

       หงเซ่อไม่ได้ใช้มารยาอันใดหลอกล่อจินหรงให้พาลงจากผาไร้นาม อันที่จริงวรยุทธ์นางรุดหน้าไปมากโข กระนั้นการเดินทางไกลเพียงลำพังเพื่อไปให้ถึงเมืองจิ่นสือดูจะเป็นเรื่องเกินตัวสักหน่อย นอกจากนั้นอันตรายยังมีรอบด้าน นางจึงเอ่ยปากว่าอยากสะสางบางสิ่งที่เคยให้คำสัญญาไว้กับฉีหยางซิ่วเสียก่อน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยนางจึงจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เคยคุยไว้กับจินหรง

       “ข้าติดค้างท่านอยู่มาก แต่ยังมีสิ่งจำเป็นต่อคุณชายแซ่ฉี และข้าต้องรับผิดชอบ

เพราะเจ้าเป็นคนเยี่ยงนี้ ข้าถึงมิอาจเปลี่ยนใจ

       หงเซ่อยกมือห้ามอีกฝ่าย ก่อนก้าวห่างออกไปราวกับไม่อยากเสวนาด้วย 

       “เจ้ารังเกียจข้าอย่างนั้นหรือน้องหญิง’ ...” ยามนี้ถ้อยคำที่เขาเรียกขานนางโจรอ่อนหวาน จนหงเซ่อแทบละลาย 

       หญิงสาวมองอีกฝ่ายเต็มสองตา บุรุษผู้นี้มิได้มีรูปโฉมชั่วอย่างเช่นยามที่เป็นเหม่ยซิง ร่างกายเขาสูงใหญ่ราวกับรูปปั้นนักรบ และมีผิวสองสีเนียนสวยแบบคนชอบอยู่กลางแจ้ง ดวงตาเรียวคม จมูกโด่ง ริมฝีปากกว้างรับกับคางเหลี่ยม แต่กระนั้นนางยอมรับว่าในหัวยังไม่อาจสลัดภาพเหม่ยซิงหลุดออกไปได้

       “โอ้ ท่านประมุข ข้ามีสิทธิอะไรไปรังเกียจท่าน...หงเซ่อไม่หลบสายตาคมกล้าที่มองมา

       “น้องหญิงนอกจากสายตาเจ้ามันฟ้องแล้ว กิริยาที่แสดงออกต่อข้ายิ่งทำให้หัวใจดวงนี้บอบช้ำ

       นางโจรมองคนที่แปลงร่างเป็นหนุ่มหล่ออย่างตื่นตะลึง คารมเกี้ยวสาวของเขาล้ำลึก สายตายามมองมาก็แทบจะกลืนกินหญิงสาวไปทั้งร่าง

       “ทั้งหมดเป็นเพราะท่านประมุขคิดไปเอง

       จินหรงส่ายหน้าไม่ยอมรับ ตั้งแต่พบหน้ากับหงเซ่อ นางย้ำคำนี้บ่อยครั้ง ทำไมถึงได้เย็นชาและชอบพูดราวกับข้าเป็นคนแปลกหน้า อยากรู้เหลือเกิน...ในภายภาคหน้าน้องหญิงจะเรียกข้าว่า...สามีอย่างเช่นเคยพูดกับฉีหยางซิ่วหรือไม่

       นางโจรกลอกตาไปมา ก่อนกล่าวเสียงเรียบๆ ไม่ได้คิดทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย

       “เอ ท่านไปแอบอยู่ใต้เตียงข้ากับคุณชายหรืออย่างไร ถึงได้ยินคำพลอดรักเช่นนั้น

       จินหรงหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มชิด

       “ข้าแค่ได้ยินเด็กรับใช้เฟิงป๋อกล่าว และเสี่ยวหลานก็บอกทุกสิ่งอย่างให้ข้ารู้แจ้ง

       หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงไม่ต้องอธิบายสิ่งใดให้ท่านประมุขทราบอีกนางว่าอย่างเซ็งๆ ผู้ชายพอหึงเลือดก็ขึ้นหน้า

       จำคำข้าไว้ให้ดี เมื่ออำนาจอยู่ในมือฉีหยางซิ่ว วันนั้นน้องหญิงต้องสำนึกผิดที่ทำร้ายหัวใจข้า” 

       กล่าวจบจินหรงก็โอบเอวและพานางโจรเหาะเหินเดินอากาศ บ้างครั้งสลับขึ้นรถม้าโดยมีจุดหมายคือเมืองจิ่นสือ

 

       เวลาเป็นเวลาเกือบสามคืนกับอีกสองวันที่จินหรงพานางโจรเดินทางไกล เมื่อถึงเมืองจิ่นสือ เขาได้จัดหาโรงเตี๊ยมระดับกลางให้หญิงสาวพัก เพราะไม่อยากให้เป็นที่สะดุดตา

       เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาสู่เมืองใหญ่ หงเซ่อตื่นเต้นมิน้อย ผู้คนมากมายอยู่ในตลาด และย่านชุมชน เสียงพูดคุยดังจ้อกแจกจอแจ

ชายหญิงไม่ควรนอนร่วมห้อง ท่านประมุขลืมกฎข้อนี้หรือ

       “ไม่ได้ลืม แต่ถ้าหากปล่อยให้น้องหญิงคาดสายตา ข้าจะเชื่อใจได้สักแค่ไหนว่าเจ้าไม่คิดหลบหนี อีกอย่างเจ้าก็แต่งตัวเป็นชาย เมื่อเป็นเช่นนี้

มิมีใครสงสัยหรอก

       หงเซ่อเลือกแปลงโฉมเป็นรั่วอัน เพราะสะดวกในการเดินทาง กระนั้นการปลอมตัวเช่นนี้ ส่งผลให้จินหรงเย้าแหย่นางง่ายขึ้น บางครั้งก็แอบแตะอั๋งอย่างไม่อายสายตาผู้อื่น

       ท่านยังมีนิสัยแปลกประหลาดเช่นเคย หัดอายสายตาผู้อื่นบ้าง ทั้งที่ข้าแต่งตัวเป็นชาย ยังมิวายทำตาหวานเยิ้มใส่ กิริยาเจ้าชู้เช่นนี้คงติดตัวจนแก้ไม่หาย

       จินหรงยิ้มหวาน ไม่ถือสาสิ่งที่นางโจรกล่าว แถมยังขยิบตาให้เสียด้วย

       ฮึๆ สำหรับเจ้า แต่งตัวอย่างไรข้าก็หลงเสน่ห์จนมิอาจถอนตัวถอนหัวใจ ถ้าให้ดีอย่าสวมใส่อาภรณ์เลย!

       นางโจรค้อนขวับให้เขาวงใหญ่ แล้วกล่าวเสียงติดห้วนกระด้าง

       ตลกล่ะ ท่านไปสรรหาคำพูดพวกนี้มาจากไหน และขอให้จำเอาไว้ หากล่วงเกินข้าแม้แต่น้อย จะหาว่าไม่เตือนหญิงสาวว่าแล้วก็เดินออกจากโต๊ะอาหาร ตั้งใจออกไปสืบข่าวฉีหยางซิ่ว แต่จินหรงยังตามเกาะแกะไม่เลิก

       อันที่จริงท่านมาส่งแล้ว เมื่อไหร่จะกลับป่าหอมหมื่นลี้มิทราบ ป่านนี้พวกนางรับใช้เล็กๆ มินอนเหงาหรือ

       จินหรงยิ้มกว้างจนตาหยี และฟันขาวเรียงกันสวยของเขาก็ทำให้นางโจรมองอย่างไม่อาจละสายตา

       ข้าจะกลับก็ต่อเมื่อน้องหญิงยินดีจะเป็นเจ้าสาวคนสวย และแต่งเข้าพรรคป่าหอมหมื่นลี้ ครองตำแหน่งศรีภรรยาของข้า” 

       เมื่อหนุ่มหล่อยังยืนยันเช่นนั้น นางโจรก็เหนื่อยใจ และขี้คร้านกล่าวคำใดอีก

       หงเซ่อสืบเท้าตรงไปยังลานโล่งของตลาด เห็นชาวบ้านชุมชนกันอ่านป้ายประกาศ 

       วันนี้มีข่าวดังข่าวใหญ่! ทางการประกาศแล้วจับตัวเฟิงหวงสีแดงเพลิง!” 

       ได้ยินแบบนั้น หงเซ่อแทบทรุดลงไปบนพื้น แต่จินหรงรีบเข้ามาประคองไว้ทัน 

       พรุ่งนี้จะมีการประหารที่ลานกลางเมืองเสียงห้าวๆ ดังย้ำ

       ปะ เป็นไปไม่ได้ ข้าต้องรีบไปพบคุณชาย

       ใจเย็นๆ ไว้ ข้าว่าเรื่องนี้มันต้องมีลับลมคมในบางอย่าง ผู้ชายของเจ้าคงไม่โง่เขลาจนถูกจับง่ายๆ ขนาดนั้น

       ละ แล้วที่พวกเขาเอ่ยถึงมันเป็นเรื่องอะไรกันนางว่าแล้วก็ใจคอไม่ดี พยายามเข้าไปยื้อแย่งประกาศที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนแจกอยู่

       พี่ชายยังหนุ่มยังแน่น เราต้องไปช่วยกันเรียกร้องความยุติธรรม เฟิงหวงสีแดงเพลิงไม่ใช่คนผิด คิดดูซีหากไม่มีเขา หอคณิกาหญิงและชายจะรุ่งเรืองเช่นนี้หรือ รูปวาดเขาทำให้คนเข้าออกหอคณิกาทั้งวันทั้งคืน! และชาวบ้านอย่างพวกข้าก็พลอยมีกินมีใช้” 

       เด็กหนุ่มที่แจกแผ่นปลิวป่าวประกาศ

       เจ้าพูดมีเหตุผลหงเซ่อกล่าวเสียงเบาสักหน่อย แต่คนที่โผล่มาจากด้านหลังนางตะโกนโหวกเหวก

       มันสมควรตาย แค่แยกร่างออกเป็นห้าส่วนนับว่าให้มันมีชีวิตที่สบายเกินไปคนที่กล่าวดูแล้วไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา มันแต่งตัวด้วยชุดสีดำรัดกุม ท่าทางเหมือนพวกมือสังหารรับจ้าง

       ต่ำช้า ท่านกล่าวว่าจาเช่นนั้นได้อย่างไร พวกเราชาวบ้านต่างรักชอบศิลปินเทวดาผู้นี้ หากใครอดอยากก็ได้เงินจากเขามาช่วยเหลือ

       หงเซ่อไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน จึงตั้งใจฟัง

       ใช่ เงินทองพวกนั้น เฟิงหวงสีแดงเพลิงหามาได้มากมายจากพวกคหบดีและคนในรั้วในวังหลวง เขาเอามาแบ่งซื้อข้าวปลาอาหารให้เรา ข้ากับหลานชายป่วยใกล้ตายก็ได้เงินจากเขานี่แหละมาต่อชีวิตหญิงชรานางหนึ่งกล่าว นางออกมาเป็นปากเป็นเสียงอย่างแข็งขัน พลางหันไปชวนหญิงสาวผู้หนึ่งที่แต่งตัวคล้ายหมอตำแย ซึ่งสวมชุดสีน้ำเงินแซมฟ้าอ่อน หน้าตานางเรียบๆ หากดวงตาฉายความมุ่งมั่น

       ช่างม่านก็เห็นด้วย ท่านผู้นั้นคือศิลปินของผู้ยากไร้ เคยให้เงินข้าซื้อยาเพื่อรักษาโรคให้ชาวบ้านด้วยเมื่อหมอตำแยหญิงกล่าว หลายคนต่างตบมือชอบใจ

       พวกเจ้าเห็นผิดเป็นชอบ สมควรถูกทางการลากไปโบยสัก50 ทีคนที่เห็นต่างยังวางมาดเข้มข่มขู่

       เพ่ย! พวกเจ้าเป็นคนของผู้ใด ถึงคิดอยากฆ่าเขาให้ตาย ถึงอย่างไรชาวบ้านอย่างเราก็จะไปร้องเรียนขอให้ทางการปล่อยตัวศิลปินเทวดาชายหนุ่มเจ้าของร้านขายผ้าลุกขึ้นโวยวายบ้าง

       ฮึ พวกเจ้าหลงผิดเสียแล้ว เพราะรูปวาดพวกนั้นมันไม่ได้ควักหัวใจพวกเจ้าไปกิน ถึงได้ไม่กลัวปีศาจออกมาเล่นงาน

       เรื่องโกหกทั้งเพโลกนี้ไม่มีปีศาจ พวกเจ้านั่นแหละใส่ความ และคิดร้ายต่อเฟิงหวงสีแดงชาวบ้านพากันส่งเสียงร้องดังลั่นอย่างไม่พอใจ พลอยให้ชายสองคนที่ประกาศเป็นศัตรูเฟิงหวงสีแดงเพลิงยอมถอยห่างออกไป

       ข้าต้องรีบรุดไปพบคุณชายหงเซ่อกล่าวจบก็เตรียมผละหนีจากกลุ่มชาวบ้าน

       ช้าก่อนน้องหญิง เวลาเช่นนี้เจ้าควรห่วงตัวเอง หยางซิ่วมีกองกำลังมิน้อย ตอนนี้เขาต้องสะสางหลายสิ่ง การที่เจ้าปรากฏยิ่งจะสร้างความกังวลใจต่อเขาจินหรงพยายามเตือนสติ

       ท่านพูดถูก แต่ข้ามิอาจนิ่งนอนใจ ตอนนี้ข้าสับสนเหลือเกิน

       คงเพราะเจ้าเครียดมาหลายวัน และหมู่นี่น้องหญิงเป็นลมปล่อยมาก ข้าว่าให้ดีควรรอฟังข่าวให้แน่ชัดเสียก่อน

       ข้าคงทำเช่นนั้นไม่ได้

       นางแสดงความจำนงอยากไปพบฉีหยางซิ่ว

       เหตุใดถึงไม่เข้าใจข้า เจ้าดื้อรั้นอย่างนี้เสมอหรืออย่างไรจินหรงว่าแล้วก็จับจูงมือหงเซ่อให้ออกห่างจากผู้คน ด้วยตอนนี้เริ่มมีการวิวาท

       แล้วพวกท่านรู้หรือไม่ว่า เฟิงหวงสีแดงเพลิงเป็นผู้ใด!

       จู่ๆ ก็มีคำพูดหนึ่งเรียกให้ทุกคนหันไปมอง เสียงนั้นดังมาจากชั้นสองของโรงน้ำชา

       และถึงจะมีประกาศว่าจับตัวศิลปินชื่อฉาวได้ แต่ทางการยังไม่เปิดเผยว่าเขาเป็นใคร

       ท่านปกปิดข่าวใด โปรดบอกให้ทุกคนทราบเถิด หากเป็นเช่นนั้นนับว่าประเสริฐแล้วพ่อค้าขายผ้ากล่าว

       เฮ้อ เมื่อรู้แล้วข้าเกรงว่าพวกท่านอาจจะผิดหวังชายร่างอ้วนว่าจบก็หัวเราะชอบใจ

       หากท่านประสงค์อยากได้ค่าเปิดปากพวกเราก็สนองตอบ ขอเพียงพวกเราสามารถช่วยศิลปินเทวาให้พ้นภัยครั้งได้

       ชายอ้วนน้อมรับข้อเสนอ และกล่าวต่อ

       หลายปีมาแล้วมีคุณชายผู้หนึ่ง ถูกผลักไสออกจากตระกูลใหญ่ เพราะมีดวงกินบ้าน กินเมือง

       ชาวบ้านต่างซุบซิบก่อนจะร้องบอกให้คนเล่ารีบกล่าวต่อ

       คนผู้นี้มีฐานะเป็นถึงว่าที่เจ้าสำนักใหญ่หนึ่งในห้าของขุนเขาไหมงาม แต่น่าเสียดายที่เขาทำเรื่องเสื่อมเสียต่อตระกูล และมีคนต้องการชีวิตเขามาก ทั้งทางการและคนในตระกูลเดียวกัน

       เรื่องของคนในยุทธจักรช่างวุ่นวายดีแท้

       เด็กหนุ่มที่ถือป้ายประกาศเอ่ยพร้อมก้าวมายืนฟังอยู่ด้านหน้ากลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านล่างโรงน้ำชา

       เอาล่ะ ท่านจะบอกพวกเราได้หรือยังว่า เฟิงหวงสีแดงเพลิงคือใครหญิงชราตะโกนถาม

       ชายอ้วนกำลังจะเอ่ยปากเล่าต่อ ทว่าพริบตานั้นร่างหนาพลันกระตุกไหว ก่อนตกลงมาจากด้านบนของโรงน้ำชา และหยุดหายใจทันที เพราะมีอาวุธลับซึ่งเป็นลูกดอกอาบยาพิษปักอยู่ที่ลำคอหนา

       ชาวบ้านพากันแตกหือ ด้วยรักตัวกลัวตาย เหลือแต่ชายชุดรัดกุมสองคนที่กวาดตามองหาที่มาของอาวุธพิฆาต

       มีคนของพวกมันซ่อนอยู่ที่นี่ เรารีบไปแจ้งข่าวก่อนดีกว่าพวกมันว่าแล้วก็ถอยห่างจากกลุ่มชนที่กำลังวุ่นวาย

       หงเซ่อรู้สึกแปลกต่อเหตุการณ์ตรงหน้า แต่นางไม่อาจสืบเรื่องใดได้อีก นางรู้แต่ว่าชายสองคนนั้นกำลังจะหนีไป จึงก้าวเท้าตาม

       น้องหญิงข้าว่าเจ้าตามผิดคนแล้วจินหรงแตะไหล่นางโจรไว้ ตอนแรกนางหันมาส่งสายตาดุๆ ใส่ แต่พอเขาบุ้ยใบ้ไปยังร้านขายเครื่องประดับที่อยู่ตรงหัวมุมถนน หงเซ่อก็ยืนตัวแข็งทื่อ

       หัวใจนางคล้ายหยุดเต้นในช่วงเวลานั้น ร่างอวบหากสมส่วนยืนอยู่ด้านหลังผู้คุ้มกันภัยและนางรับใช้ มองแวบแรกหญิงสาวก็จดจำสตรีซึ่งมีความงดงามและมีเสน่ห์ร้อนแรงได้ 

       ตายล่ะ ตัวจริงทำไมถึงงามล่มบ้านล่มเมืองถึงเพียงนี้

       หงเซ่อมองตามดวงหน้างดงามที่แต้มแต่งอย่างวิจิตร นางสวมวิก

ผมเกล้ามวยเป็นทรงมวยกระดูกสันหลังใหญ่ประดับด้วยดอกไม้ และปิ่นหยกงดงาม นางผู้นั้นหาใช้ใครอื่น

       “เพ่ยเพ่ย…”

       นางโจรเอ่ยคล้ายรำพึงรำพันถึงหญิงสาวที่เป็นต้นเหตุให้วิญญาณสาวอวบต้องข้ามภพ ข้ามชาติมาถึงแผ่นดินโบราณ

       ข้าว่าแม่นางผู้นั้นเป็นคงเป็นคนจัดฉากละครเรื่องนี้

       ทำไมท่านถึงกล่าวเยี่ยงนั้น

       ฮ่าๆ ๆ สายตาของข้าอ่านคนไม่ผิด ก็เหมือนยามที่มองน้องหญิง ข้ารู้...ว่าคิดสิ่งใดอยู่

       หยุดกล่าวว่าจาเพ้อเจ้อเสียที ข้าร้อนใจขนาดนี้ ท่านยังเห็นเป็นเรื่องขบขัน

       เฮ้อ ความฉลาดของเจ้านับวันยิ่งถดถอย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้าตัวลามกมันครอบงำจิตใจเป็นแน่ อันที่จริงคงไม่ต้องรอให้ทางการลากมันไปแยกร่างออกเป็นห้าส่วนหรอก เพียงแค่ข้าทำให้มันไม่สามารถทำบัดสีกับผู้อื่นได้ เจ้าตัวลามกของน้องหญิงก็คงไร้ค่า

       หงเซ่อไม่ยอมละสายตาจากเพ่ยเพ่ย หญิงงามผู้นั้นเดินเฉิดฉายท่ามกลางผู้คนที่ยังตื่นตระหนกเพราะมีคนตาย แต่สำหรับนางไม่แม้แต่ชายตามามองความโกลาหล เพียงก้าวขึ้นรถม้าคันใหญ่ ราวกับได้ทำธุระของตนสำเร็จแล้ว

       ไม่ต้องห่วง หญิงงามสุดพิลึกผู้นั้น ถึงอย่างไรข้าก็ไม่คิดชายตาแลนาง เมื่อเป็นเช่นนั้น น้องหญิงไม่จำเป็นต้องหึงข้าคนนี้ให้ยาก

       จินหรงยังร่าเริงราวกับโลกนี้ไม่มีเรื่องใดทำให้ปวดหัวได้ ยกเว้นเรื่องของนางโจรผู้นี้

       จากนั้นจินหรงก็สืบเท้าไปเบื้องหน้า เขาเลือกอาหารที่ทำขึ้นใหม่ๆ ซึ่งมีกลิ่นหอมฉุยมาสองสามอย่าง แล้วยื่นให้หงเซ่อ

       ช่วงนี้หญิงสาวหิวอยู่ตลอด พอเห็นอาหารน่าตาชวนรับประทานก็รีบรับมาถือไว้ แต่กลิ่นอาหารกับส่งผลให้นางมีอาหารคลื่นเหียน

       ทะ ทำไม หมั่นโถวพวกนี้ถึงมีกลิ่นเหม็นเน่า!”

       จินหรงทำหน้าตื่นตกใจ พลางบิดูไส้ข้างใน พบว่าเป็นเนื้อหมูและมีส่วนผสมของเห็ด เมื่อลองชิมแล้วรสชาตินั้นนับว่าเยี่ยม

       น้องหญิงกล่าววาจาแปลกประหลาด

       เอาไปไกลๆ ข้าเลย...นางเอ่ยแล้วก็ยกมือปิดปาก

       ถ้าอย่างนั้น ลองติ่มซ่ำพวกนี้เป็นอย่างไร

       คราวนี้เป็นเต้าหู้เนื้อดี มีเนื้อหมูสับผสมเนื้อปูเป็นไส้น่าตาชวนให้รับประทาน

       นี่ท่านต้องการให้ข้าตายหรืออย่างไร คนใจโฉด!

       นางร้องโวยวายเสียงดัง แล้วรีบก้าวห่างจากเขา ก่อนไปยืนสงบสติอารมณ์อยู่ข้างๆ ร้านขายผ้า

       หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามทรงตัวให้ตรง ยามนั้นหัวสมองตื้อไปหมด ขณะเดียวกันมีหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นหมอตำแยก้าวเข้ามาใกล้ นาง และยื่นกระเป๋าผ้าที่มีสมุนไพรส่งให้หงเซ่อ

       “สิ่งนี้อาจช่วยท่านได้ อาการของท่านผิดประหลาดมาก ข้าไม่เคยเห็นชายใดเป็นเช่นนี้

       หงเซ่อมองหน้าอีกฝ่าย และกล่าวคำขอบคุณเบาๆ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนปลอมตัวเป็นชาย จึงหัวเราะกลบเกลื่อนออกไป

       ข้าผอมแห้งแรงน้อย ต้องขอบคุณที่แม่นางช่วยเหลือ

       คุณชายควรจะขอบคุณเฟิงหวงสีแดงเพลิงมากกว่า สมุนไพรพวกนี้รวมถึงตำรายาของข้า ล้วนได้มาจากเขาเป็นผู้ออกทุนหมอตำแยสาวกล่าวด้วยความสำนึกคุณ 

       ยามนั้น มือเรียวยาวที่จับกระเป๋าผ้าสมุนไพรสั่นเล็กน้อย และขอบตาของหญิงสาวร้อนผ่าว

 

       หงเซ่อปรากฏตัวที่ลานกลางเมือง  บรรยากาศยามสายวันนี้ช่างอึมครึม ท้องฟ้าเป็นสีเทาเข้ม  สายลมหนาวพัดกรรโชกแรง หญิงสาวไม่ได้แต่ตัวเป็นชายหนุ่ม หากปิดปังใบหน้าด้วยหมวกสานที่มีตาข่ายบางคลุมไว้ 

       เรื่องนี้โปรดให้ข้าตัดสินใจกระทำด้วยตนเองนางโจรหันไปกล่าวกับจินหรง ทั้งคู่ยืนอยู่ในจุดลับตาผู้คน เป็นอาคารสูงสามชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านขายบะหมี่ แต่วันนี้ปิด

       หากเป็นมันผู้นั้นจริง น้องหญิงคิดว่าจะช่วยมันจากกองทหารนับร้อยได้หรือ

       หญิงสาวถอนหายใจแรงๆ นางจะทำอย่างไร หากปรี่เข้าไปชิงตัวฉีหยางซิ่วคงต้องมีคนล้มตายหลายสิบชีวิต หนึ่งในนั้นอาจรวมถึงนางด้วย

       ขณะนั้นนางยืนแทบไม่ติด พลางคิดถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับฉีหยางซิ่ว

       ทำไมผู้เต่าถาน และเฟิงฮุ่ย ไม่ออกมาช่วยคุณชาย อีกทั้งข้าได้ยินว่ามีกองกำลังลับของสำนักตะวันไร้พ่ายตั้งหลายร้อยชีวิตหงเซ่อนึกโกรธไปถึงคนของฉีหยางซิ่ว พวกเขามัวมุดหัวอยู่ที่ใด

       ดูกันไปก่อน บางทีคนพวกเขาอาจซ่อนตัวอยู่เหมือนเรา หรือไม่ก็ถูกฆ่าตายหมดแล้ว

       ปะ เป็นไปไม่ได้ ผู้เฒ่าถานและลูกชายเขาฝีมือไม่ได้อ่อนด้อย

       เอ หรือไม่ก็คงหันไปร่วมมือกับเจียนหลิว แบบนั้นดูสมเหตุสมผลกว่าไหม ในเมื่อคุณชายของน้องหญิง ถึงอย่างไรก็ฝีมืออ่อนด้อย และยังก่อเรื่องงามหน้าไว้มากโข

       หยุด! ถ้าท่านจะพูดจาให้ข้าต้องบันดาลโทสะเช่นนี้ โปรดสงบปากเสีย

       จินหรงทำตามอย่างว่าง่าย แต่เพียงประเดี๋ยวเดียวเสียงชาวบ้านก็โห่ร้องขอความเป็นธรรมให้ศิลปินที่ช่วยเหลือคนยากไร้

        ชายหญิงเหล่านั้นแต่งตัวซอมซ่อ บ้างก็เหมือนขอทาน ต่างก้าวตามรถเข็นที่ดูคล้ายคุกไม้ ซึ่งด้านในมีร่างหนึ่งถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ  หลายคนร้องห่มร้องไห้ ราวกับคนที่ถูกจับคลุมเป็นญาติตน

       สวรรค์โปรดเมตา ท่านเฟิงหวงมิได้ทำผิดสิ่งใด

        มินาน ม้าห้าก็ตัวถูกพามายังลานประหาร ทุกอย่างดูตึงเครียดไปหมด

       ไม่ว่าคนในกรงไม้จะใช้คุณชายหรือไม่ เรื่องนี้ข้าต้องให้ความช่วยเหลือ

       น้องหญิงชอบยุ่งเรื่องคนอื่นเช่นนี้เองจินหรงกล่าวแล้วก็ส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนใช้วิชาตัวเบากระโดดหายไปจากจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่

       ทหารจับตัวศิลปินเทวดามาพร้อมกับกล่าวโทษที่เขาได้ทำผิด ขณะเดียวกันมีเสียงร้องขอให้ละเว้นชีวิตอีกฝ่าย

       ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง

       สิ้นเสียงนั้น ร่างของคนในผ้าคลุมหน้าสีดำก็ถูกจับขึงพรืดบนลานดิน ศีรษะ และแขน ขา ถูกผูกไว้กับม้าตัวโตทั้งห้าทิศ

       ชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงต่างกรีดร้องคร่ำครวญ หลายคนสลบไปด้วยความเสียใจ การแสดงดังกล่างออกจะประหลาดอยู่มาก แต่หงเซ่อไม่มีเวลาใคร่ครวญต่อสิ่งที่เห็น จิตใจนางจดจ่ออยู่กับชายที่ถูกคลุมหน้าด้วยถุงผ้าสีดำ

       ท่านจะจบชีวิตลงเช่นนี้หรือคุณชาย

       ดวงตานางแดงก่ำ มือทั้งสองข้างสั่นเทา หงเซ่อหลับตาลง เป็นช่วงเวลานั้นที่ความสุข ความเศร้าที่เคยกระทำร่วมกับฉีหยางซิ่วไหลบ่าเข้ามากระทบจิตใจ น้ำตานางไหลอาบใบหน้า ไร้เสียงสะอื้นไห้ หากหัวใจร้าวไหวเกินบรรยาย

       หงเซ่อตัดสินใจแน่วแน่ นางจะไม่ยอมให้ฉีหยางซิ่วพบชะตากรรมเช่นนี้ ร่างสูงเพรียวกระโดดจากที่ซ่อนตัว แล้วทะยานไปยังลานกลางเมือง ตั้งใจช่วยชีวิตของคนรัก

       และในขณะที่นางบ่ายหน้าเข้าไปใกล้จุดหมาย ทหารก็ส่งเสียงเตือนภัยให้แก่กัน แม้จะครั่นคร้ามใจมาก แต่นางโจรตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะช่วยเหลืออีกฝ่ายให้จงได้ 

       กระทั่งอาวุธลับในมือนางโจรเจียนจะถูกขว้างออกไปเพื่อตัดเชือกซึ่งผูกศีรษะคนที่ถูกจับขึงพรืดไว้ สายตาเรียวพลันไปสะดุดเข้ากับร่างอวบอิ่ม

       นางโจรเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง รีบเก็บอาวุธลับไว้ตามเดิม อึดใจต่อมาก็มีควันสีเทาเข้มพวยพุ่งขึ้น และโอบล้อมตัวนางไว้

       กระทั่งรู้สึกตัวอีกทีนางจึงเอะอะโวยวาย

       ท่านทำอะไรจินหรง ไม่เห็นหรือไงว่าข้ากำลังจะช่วยคุณชาย

       น้องหญิง ฟังข้าก่อน นั่นไม่ใช่ผู้ชายแสนขี้ริ้ว ขี้เหร่ของเจ้า มันเป็นเพียงชายหนุ่มที่ป่วยใกล้ตายเท่านั้น

       ทะ ท่าน พูดบ้าบอเช่นนี้ มะหมายว่าอย่างไร

       เมื่อครู่ข้าให้คนไปสืบความ หมอตำแยที่เราเห็นเมื่อวานนางบอกว่าชายคนนี้ป่วยหนัก เขามีก้อนเนื้อร้ายในสมอง มันโตขึ้นทุกวันและครอบครัวเขาต้องการเงินมาก

       เมื่อฟังถึงตรงนี้ หงเซ่อก็พอจะเข้าใจ

       และคนที่คิดแผนการนี้คือเพ่ยเพ่ย!

       น้องหญิงก็รู้ว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง

       แต่มันไม่ถูกต้อง คนๆ หนึ่งต้องมารับเคราะห์กรรมเช่นนี้ ความตายไม่ใช่เรื่องตลก เขาจะทรมานมากแค่ไหน หากต้องถูกแยกร่าง

       จินหรงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนเอ่ยขึ้น น้องหญิงอย่าเพิ่งเป็นกังวล ลองถามหมอตำแย ช่างม่านดูก่อนเป็นไร

       ผู้หญิงที่ให้กระเป๋าผ้าสมุนไพรแก่นางโจรปรากฏตัว พร้อมน้องชายวัยรุ่นของนาง และมีเด็กหญิงวัยราวๆ ห้าขวบอีกคนที่ยืนยิ้มอวดฟันหลอ

       ชายผู้นั้นจะไม่เจ็บปวดและไม่รู้สึกตัวอันใด ข้าได้ให้ยาถอดวิญญาณกับเขา อีกทั้งยังได้รับการฝังเข็มด้วย เขาจะได้ยินเสียงต่างๆ ก็จริง แต่จะไร้ซึ่งความรู้สึก

       แต่...ก็ยังถูกประหารด้วยวิธีการทารุณอยู่ดี

       หมอตำแยไม่ตอบคำถามใด นางเพียงแต่ขอตัวหลบไปด้านหลัง

       คนตายหากได้ช่วยเหลือให้ผู้อื่นต่อลมหายใจได้นับว่าประเสริฐสิ้นคำพูดของจินหรง เสียงม้าก็ร้องคำรามก้องลานประหารกลางเมือง ตามด้วยเสียงกรีดร้องของประชาชนที่เฝ้าดูการประหารชายในผ้าคลุมหน้าสีดำ ซึ่งทุกคนเข้าใจว่าเป็นเฟิงหวงสีแดงเพลิง!!

      

 

 

 

 

 

 

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #128 TiTee Khankeovilai (@teelonelygirl) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:57
    กำลังเข้มข้นเลยค่ะไรท์ ลุ้นว่าพวกเขาสองคนจะได้ครองรักกันแบบไหน ในใจอยากให้นางเอกกลับไปเป็นแก้มอุ่น แล้วพระเอกก็ข้ามมิติมารักกัน อิอิ ขอบคุณที่ลงให้อ่านนะคะ^^
    #128
    1
    • #128-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 56)
      18 ตุลาคม 2561 / 20:35
      ดีใจมากๆ เลยครับ ผมก็ลุ้นมากว่าคนอ่านจะชอบไหม ตอนเขียนตอบเม้ม ขนลุกเลยยยยยยย
      กลัวไม่มีคนอ่าน ขอบคุณมากๆๆ นะครับ
      #128-1
  2. #71 pumnalinrat (@pumnalinrat) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 19:29
    สู้ๆ นะไรท์
    #71
    1
    • #71-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 56)
      1 เมษายน 2561 / 19:32
      ขอบคุณมากๆ นะครับ
      #71-1