สืบรักข้ามภพ (พรีออร์เดอร์!!!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 71,271 Views

  • 133 Comments

  • 1,609 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    657

    Overall
    71,271

ตอนที่ 13 : นางแมงมุม ข้ามภพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    31 ส.ค. 61


      

 

ลู่เหลียนมองหลานชายรูปงามอยู่พักหนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงเรียบๆ ขึ้น

       “ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพัง เจ้าคงลืมข้อห้ามนี้กระมัง”

       ลู่เหลียนเป็นพี่สาวแท้ๆ ของมารดาฉีหยางซิ่ว หลายปีก่อน นางเลี้ยงดูเขาราวกับเป็นลูกในไส้ เพราะน้องสาวเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาหลังจากทารกน้อยลืมตาดูโลกได้ไม่นาน

       “ข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์เหลวไหลพวกนั้น ชีวิตคนสำคัญกว่าอื่นใด” ฉีหยางซิ่วตอบเสียงขุ่น พลางมองดวงหน้าซึ่งอัปลักษณ์ด้วยปานแดงปื้นใหญ่ครึ่งหน้าซีกซ้าย

       “เฮ้อ เจ้าเป็นอย่างนี้ไง ชีวิตถึงไม่สงบสุขเสียที” ลู่เหลียนว่าแล้วก็หันไปตักยาสมุนไพรใส่ชาม นางให้ลูกน้องไปหาหมอตำแยชื่อดัง อีกฝ่ายก็จัดยาขนานใหญ่สำหรับนางโจร เสียเงินไปมากโข แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่น่าพอใจ

       เมื่อสงบอารมณ์ฉุนเฉียวลง เขาก็เอ่ยเสียงเบาด้วยความสำนึกผิด

       “ขออภัยที่ทำให้ท่านป้าต้องเดือดร้อน แต่จิตใจข้า คงยากจะบังคับขู่เข็ญ และนางก็ช่วยให้ข้าพ้นภัยร้ายจนมีชีวิตถึงวันนี้” เขาเอ่ยจบจึงหันไปมองหงเซ่ออีกหน

       นางโจรยังนอนหายใจแผ่วเบา ดวงหน้านั้นซีดขาวราวซากศพ และขับให้ปานแดงอัปลักษณ์ดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

       ฉีหยางซิ่วอดหลับอดนอนดูอาการนางโจรมาหลายวัน ทั้งที่เมื่อก่อนออกจะรังเกียจไม่ชอบขี้หน้า แต่เมื่อเห็นว่ายามที่ตนตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตาย หงเซ่อคือผู้เดียวที่ยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อเขา

       “หากนางคือภรรยาเจ้า ข้าคงไม่ใส่ใจถามไถ่อันใด แต่ที่เจ้าไม่ยอมพักผ่อนคอยดูแลนางเช่นนี้ พลอยให้ข้าอดคิดไม่ได้...หรือว่าแท้จริงแล้วเจ้ากับนางมีอะไรกัน” ท่านป้าของเขาว่าแล้วก็ลอบมองหลานชาย ยามนี้เขาซูบผอม สีหน้าหม่นเศร้า

       “ฮ่าๆ ระหว่างข้ากับนาง คงเป็นได้แค่ศัตรู กระนั้น หากใครช่วยชีวิตท่านไว้ ท่านจะไม่ดูแลเขาหรือ” ฉีหยางซิ่วถาม โดยไม่ละสายตาจากร่างที่นอนบนเตียง

       “เฮ้อ เจ้ามันหัวอ่อน หลงรักใครง่ายเกินไป ต่อแต่นี้ควรเปลี่ยนความคิดใหม่ ไม่อย่างนั้นคงลำบาก ถึงตอนนี้จะรอดพ้นสายตาของเจียนหลิว แต่อนาคตไม่แน่ บุรุษผู้มักมากและคลั่งแค้นอย่างเขา วันหนึ่งย่อมตามล่าเจ้าจนไม่มีที่ซุกหัวนอน” ลู่เหลียนไม่ได้ขู่ นางคาดการณ์ว่าพี่ชายต่างมารดาของฉีหยางซิ่วคือผู้บงการทำลายครอบครัวชายหนุ่ม

       “ทั้งหมดไม่ใช่ความผิดข้าแม้แต่น้อย”

       “เจ้าลองตรองดูใหม่เป็นไร หากเจ้าไม่ใช่หนามหัวใจของเจียนหลิว มีหรือที่มันจะส่งมือสังหารมาตามล่าตัวเจ้า”

 

       วีรินทร์กรีดร้องออกมาหนึ่งหน ก่อนจะตั้งสติและตะโกนบอกให้ลุงคนขับเรือระวังทางด้านหลัง เมื่อครู่เรือของหล่อนกับบุนซูอยู่กันตามลำพัง เผลอแป๊บเดียวก็มีเรือลำใหญ่พุ่งเข้ามาใกล้ และมีทีท่าเหมือนจะทะยานเข้ามาชน

       “เอ๊ะ เรือลำนั้นมาได้ยังไง”

       สาวอวบตาเหลือกตาค้าง หล่อนไม่ทันสังเกตแต่แรก หากแต่พอเห็นเรือลำดังกล่าวบ่ายหน้าเข้ามาใกล้ก็อกสั่นขวัญแขวน

       “ออกเรือสิลุง ชักช้าอยู่ทำไม” หล่อนสั่งเสียงแหว ลุงคนขับเรือเลยรีบติดเครื่องยนต์

       ยามนั้นบุนซูมองสาวอวบด้วยความฉงน ก่อนบอกให้หล่อนนั่งลง เพราะการเคลื่อนไหวไปมาทำให้เรือลำเล็กโคลงเคลง เขากลัวเรือจะพลิกคว่ำ

       “จะให้แก้มอุ่นใจเย็นได้ไง เรือลำโน้น มันเข้ามาใกล้เราแล้ว ว้าย!

       หนุ่มหล่อค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้วีรินทร์หวังจะปลอบหล่อน แต่สาวอวบกับกรีดร้องไม่หยุด

       “อย่า...อย่าเข้ามา” หล่อนว่าแล้วก็ถอยหนี ร่างอวบเกินพิกัดจึงเกือบพลัดตกลงไปในน้ำเย็นจัด

       บุนซูถอยหลังกลับ เขานิ่งอยู่ประเดี๋ยว ก่อนจะรับรู้ว่าเกิดสิ่งใดกับวีรินทร์

       “คุณแก้มอุ่นเห็นอะไรแปลกๆ ใช่ไหมครับ ไม่ต้องตกใจ เชื่อผม...มันไม่ใช่ความจริง” เขาเอ่ยช้าชัด แข่งเสียงลมและเครื่องยนต์ของเรือ

       “บ้า คุณไม่เห็นหรือไง” หล่อนชี้บอกเขา ยามนั้นดวงตาเรียวเบิกกว้าง

       “คุณตาฝาด” เขาบอกเพียงเท่านั้น เรือลำเล็กก็เคลื่อนออกจากจุดชมดอกบัวแดง

       วีรินทร์ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม แต่หล่อนหาได้เชื่อเขา ครั้นมองไปด้านหลังจึงเห็นว่ามีเรือลำใหญ่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว คราวนี้ร่างกายหล่อนแข็งทื่อ และขนบนหลังต้นคอพลันลุกชัน

       “อยู่นิ่งๆ นะครับ ไม่มีอะไรต้องกลัว” เขาปลอบหล่อน แต่น้ำเสียงออกจะเครียดสักหน่อย

       ในวินาทีนั้น วีรินทร์สติแตกไปแล้ว หล่อนจ้องเขม็งที่เรือลำดังกล่าว ก่อนจะเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเรือ และชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่ก็ชวนให้พิศวง มันเป็นสีแดงเพลิงซึ่งพลิ้วไหวตามแรงลม ดูคล้ายชุดในซีรี่ส์จีนโบราณที่สาวงามเริงเมืองมักสวมใส่

       เมื่อเพ่งมองให้ดีจึงรู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวที่นั่งในเรือ ดวงหน้านั้นซ้อนทับกับรูปภาพโบราณที่วีรินทร์พบในเรือนหลังเก่า

       “เพ่ยเพ่ย...”



  ฉบับเต็มที่นี่นะครับ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

0 ความคิดเห็น