โลกใหม่ของฉัน Wonderland

ตอนที่ 3 : ปัญหานิดหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มี.ค. 61

โรเซีย เรฟ อาร์เมเนีย
อาร์เมเนียเป็นตระกูลแวมไพร์เก่าแก่ที่สูญสิ้นไปก่อนตระกูลอื่นๆ
ตระกูลอาร์เมเนียแยกตัวออกมาอยู่อย่างสันโดษ ไม่สุงสิงกับตระกูลใด


     สิ่งที่เหล่าแวมไพร์ภายในตระกูลอาร์เมเนียมักทำคือ ออกล่าเหยื่อ ถือคติพจน์ 'อยู่เพื่อกิน' เกิดขึ้นเนื่องจากสายเลือดที่กระหายอยากลิมรสอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้แหล่งอาหารภายในเขตอาณาจักรนั้นหมดไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ผู้นำตระกูลจึงได้สั่งให้เหล่าแวมไพร์และลูกแวมไพร์ที่เกิดใหม่แยกกันไปหาที่อยู่และหากินตามอาณาจักรอื่น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตระกูลนี้สูญสิ้นลง เพราะเกิดการแก่งแย่งอาหารรุกรานดินแดน และเกิดสงครามระหว่างตระกูลในที่สุด


โรเซียเป็นแวมไพร์ที่เหลือรอดจากการไล่ล่าและหลบซ่อนตัวรอเวลาจำศีล


     บัดนี้เธอได้รับพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวจากการจำศีลและเลือดที่ราสเสิร์ฟให้กับเธอถึงที่


     "ดังนั้นผมจึงอยากให้คุณอยู่ในการควบคุมของเรา เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสายพันธุ์ของเราในอนาคต" ราสเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาจ้องมองหญิงสาวที่ตอนนี้ขึ้นมานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก ปลอกคอสีดำที่ตัดกับคอระหงสีขาวผ่องของเธอมันช่างชวนให้นึกถึงเรื่องลามก ติดแต่ร่างกายเปรอะเลือดที่ยังไม่แห้งดีนัก มันทำให้อารมณ์ชวนคิดดับวูบลงทันทีที่เห็น


     "ฉัน...คือแวมไพร์" ฉันพึมพำออกมาเมื่อได้เห็นสิ่งที่ตัวเองกระทำลงไป อีกทั้งหลักฐานบนชุดและกลิ่นหอมหวานในปาก


     "แวมไพร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่หยิ่งผยองและถือตัวเป็นอย่างมาก ข้อนี้ผมรู้ดีแต่ผมก็จำเป็นต้องทำเพราะมันส่งผลต่อการอยู่รอดของพวกเรา" เมื่อมันเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ราสจึงอธิบายเหตุผลและเจรจาต่อโรเซียด้วยความสันติ แม้ในตอนนี้ราสจะสามารถสั่งให้โรเซียทำตามความต้องการของตนได้ แต่การทำให้เกิดความเชื่อมั่นและต่อต้านน้อยลงก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยรับรองความปลอดภัย


     "แล้วฉันต้องทำอะไร" เสียงเย็นเอ่ยออกมาเรียบๆ ประโยคที่เธอถามออกมานั้นทำให้ราสเกิดความฉงนใจในความคิดของเธอ สิ่งที่เขารู้มาคือแวมไพร์จะไม่ตกลงอะไรง่ายๆ


     "คุณก็แค่มีชีวิตอยู่ในแบบของคุณ โดยไม่ออกนอกคำสั่งของเรา ในวันพรุ่งนี้ผมมีอะไรจะให้คุณทำแต่วันนี้ขอพักเรื่องของคุณไว้ก่อน" ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปทางประตูก่อนจะทำสัญลักษณ์มือเหมือนให้เธอตามเขาไป


โรเซียลุกขึ้นและตามเค้าไปด้วยท่าทางแบบไม่มีอะไรจะเสีย


     ราสเดินนำหน้าฉันไป เป็นทางตรงแคบๆ ทางที่ฉันผ่านมีห้องขังขนานกันทั้งสองข้างทาง ห้องขังทุกๆห้องมีลูกกรงและไฟฟ้าซ้อนทับกันอย่างแน่นหนา


     เขาพาฉันเดินเข้ามาลึกพอสมควร ตอนนี้ก็หยุดอยู่หน้าช่องสี่เหลี่ยมโล่งๆ เขาบอกให้ฉันเดินเข้าไป หลังจากฉันเข้ามายืนในห้องสี่เหลี่ยมแล้ว เขาก็ใช้ฝ่ามือทาบบนกำแพงกั้นห้องทางซ้ายแล้วจู่ๆไฟฟ้าก็สถิตขึ้นมาเป็นเส้นกั้นที่ถี่จนไม่สามารถรอดแขนออกไปได้ คาดว่าน่าจะมาจากรูเล็กๆด้านบนและด้านล่างที่เชื่อมต่อกัน สักพักลูกกรงจึงค่อยๆเลื่อนลงมาปิดชั้นนอก


     "อยู่ในนี้ไปก่อน จนกว่าจะเช้า แล้วพรุ่งนี้ผมจะบอกว่าคุณต้องทำอะไร" ราสชี้นิ้วสั่งก่อนจะเดินออกไป


     หลังจากที่เขาเดินออกไป โถงทางเดินนี้ก็เงียบมาก มันเป็นเวลาที่ฉันสมควรจะทบทวนและอยู่กับตัวเอง


     ฉันเหม่อมองมือตัวเองที่ยังเลอะคราบเลือด พอไล่ขึ้นมาตามแขนก็สัมผัสได้ถึงผิวที่เริ่มมีสีอมชมพู


     ฉันลองแยกเขี้ยวออกมาแล้วใช้มือสัมผัสมัน เขี้ยวของฉันมันแหลมมากแถมยังดูยาวผิดปกติ ฉันคิดว่าหลังจากนี้น่าจะลองหาอะไรมาตะไบเขี้ยวดู เอ..แต่ในโลกนี้จะมีหรือเปล่านา


     ฉันนั่งลงกับพื้นพิจารณาสัมผัสที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากแล้วกลืนมันลงไป


!!


     นี่มันแปลกมาก ถ้าเป็นในโลกเก่ากลิ่นเลือดมันจะคล้ายๆกลิ่นสนิม พอลองชิมมันก็ออกเค็มๆแปล่มๆ แต่นี่ อร่อยมาก.. แถมกลิ่นก็แปลกๆ มันน่าจะคาวนะแต่ฉันไม่รู้สึกคาว ก็ไม่รู้นะว่ากลิ่นมันเหมือนอะไรแต่ฉันรู้สึกชอบกลิ่นนี้มาก


ฉันลองยกมือที่เปรอะเลือดขึ้นมาแล้วใช้ลิ้นแตะๆดู


อื้มม! นี่มันอร่อย อร่อยจริงๆนะเนี่ย ติดใจขึ้นมาซะแล้วสิ


     คิดได้ดังนั้นเธอก็เริ่มเลียรอยเลือดที่เปรอะตามเนื้อหนังออกจนหมด หากมีใครมาเห็นคงเผลอคิดว่าเธอเหมือนสุนัขที่กำลังทำความสะอาดขนตัวเองเป็นแน่


     เฮ้อออ ฉันมาสิงในร่างแวมไพร์จริงๆเหรอเนี่ย แถมวันแรกยังต้องมาโดนศูนย์ควบคุมอะไรนี่จับกุมอีก ปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตแบบลั้นลา ล่ามอนสเตอร์ สร้างฮาเร็มในโลกแฟนตาซีหน่อยก็ไม่ได้


     ขืนต้องฟังแต่คำสั่งและทำตามอย่างเดียวความสวยของร่างนี้ก็หมดประโยชน์กันพอดีน่ะสิ!


     โธ่เอ้ย ฉันน่าจะแอบออกมาตั้งแต่เเรก ไม่น่าไปหาบาร์เทนเดอร์หมูโดนเชือดนั่นเลย 


     โรเซียกำหมัดอย่างคับแค้น ก่อนจะต่อยลงพื้นด้วยความเจ็บใจ


เปรี๊ยะ!


...


หะ


ฉันยกมือออกจากจุดที่ต่อยลงไป


...มันเป็นรอยแตกร้าว = =


     ปกติทุกครั้งที่ฉันต่อยพื้นมันต้องเจ็บมือสิ 


     อา เพราะว่าตอนนี้ฉันมาอยู่ในร่างของแวมไพร์สินะ ถึงเมื่อก่อนมันจะแย่ที่ฉันเผลอต่อยพื้นจนเจ็บมือทุกครั้ง แต่นี่มันแย่กว่า แย่แน่ๆ ฉันว่าต้องทำอะไรสักอย่างกับพื้นร้าวๆไม่งั้นฉันอาจจะโดนจำกัดความเป็นส่วนตัวลงอีกก็ได้


     โรเซียยกมือขึ้นมาสักพักก็ปรากฎเป็นหมอกสีดำที่รวมกลุ่มกันจนเป็นก้อนกลางอากาศ


     หลายเรื่องที่ฉันอ่านมากล่าวไว้ว่าแวมไพร์มักจะมีเวทย์มนต์หรือความสามารถแปลกๆ แล้วมันก็มีจริงๆด้วยแฮะ เพียงแต่ตอนนี้ฉันยังไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้ แค่อยากจะหาอะไรมาอุดรู งั้นความสามารถอย่างการก็อปปี้สสารแล้วอุดลงไปเนี่ยมันก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ ใช่มั้ย?


     โรเซียวางก้อนหมอกสีดำเหนือรอยพื้นร้าวไม่นานหมอกก็แตกตัวแล้วค่อยๆลงไปตามรอยแตก


วุฟมม


     เกิดแสงสีม่วงตามรอยแตกก่อนจะหายไป เหลือเพียงรอยแตกร้าวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีมิติมากขึ้น


     หืม... =_= ทำไมมันลึกลงไปล่ะ เฮ่ ฉันกำลังซ่อมรอยร้าวนะไม่ได้เพิ่มความลึกของรอย


     หลังจากนั้นอุณหภูมิบนพื้นของรอยแตกก็เริ่มอุ่นๆ โรเซียจึงหลับตาข้างนึงแล้วมองลงไปในรอยแตก มันลึกพอสมควรแถมด้านล่างของรอยลึกยังมีบางอย่างขยับไปมา มันเป็นน้ำสีเขียวเข้ม ในขณะที่เธอเพ็งสายตาให้เห็นชัดก็เกิดระคายเคืองตาขึ้นมาเธอจึงรีบเด้งตัวออกจากรูนั่น


     'โอ๊ยย ตาฉัน คันยุบยิบไปหมด ในน้ำนั่นมันมีพิษแน่ๆเลย ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง' ในขณะที่บ่นพึมพำเธอก็ใช้มือขยี้ตาข้างซ้ายไปพลาง


     ฉันลองเรียกเวทย์ขึ้นมาอีกครั้งแล้วตั้งจิตภาวนาในใจว่า ซ่อมพื้น ซ่อมพื้น ซ่อมพื้น ทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมๆ ย้อนเวลาๆๆ แล้ววางก้อนพลังสีดำเหนือรอยแตกเหมือนเดิม


ฟุบ


...


     ปรากฎว่ามันกลายเป็นหลุมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร


     เหวอออ ทำไมมันกว้างขึ้นหล่ะ!! ไม่ได้การ


     ฉันจึงเรียกเวทย์ออกมาเพื่อปิดปากหลุมที่ขยายกว้างขึ้น อีกครั้งและอีกครั้ง...


ครืดดด


     เสียงลูกกรงเลื่อนขึ้นหลังจากกระแสไฟฟ้าถูกตัดไป เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มในเครื่องแบบ ที่กำลังเอามือทาบกับผนัง


     "เช้าแล้ว" ราสมองโรเซียที่ตอนนี้ยืนเตรียมออกเรียบร้อยโดยไม่มีการทักทายใดๆ


     โรเซียมองหน้าราสนิ่ง ก่อนจะค่อยๆเดินชิดขวาตรงออกมา เธอพยายามทำให้มันไม่ดูน่าสงสัย


     "ทำไมหน้าเธอแดงแบบนั้นน่ะ เธอไปทำอะไรมา"


     "... อาจจะเป็นเพราะเมื่อวานฉันดื่มเลือดมากเกินไป..." จริงๆแล้วฉันแพ้พิษต่างหาก ก็เล่นอยู่กับมันทั้งคืน


     ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ก่อนที่เขาจะเลิกสนใจและปล่อยผ่านไป


     ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าข้างล่างพื้นปูนนั่นมันคือบ่อพิษ ซึ่งน่าจะเอาไว้ใช้งานอะไรสักอย่างสำหรับโลกนี้ และผลหลังจากที่ฉันพยายามซ่อมรูมาทั้งคืนก็กลายเป็นว่า รูมันใหญ่พอให้คนๆนึงเดินตกลงไปได้ ซึ่งมันสายเกินแก้แล้วอะนะ ฉันก็เลยใช้เวทย์ลวงตาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน แหะ แหะ.. เดี๋ยวจะมาซ่อมให้ใหม่วันหลังละกัน หลังจากที่ฉันรู้วิธีแล้วอะนะ แต่ถ้าระหว่างนั้นมีคนมาใช้ห้องนี้ก็...นั่นแหละ


     หลังจากที่ราสปล่อยตัวโรเซียออกมา เขาก็เดินนำเธอมาจนถึงห้องๆเดิมที่เธอเคยก่อคดีไว้ แต่ตอนนี้มันกลับมาสะอาดอย่างเก่าไม่เหลือแม้แต่คราบเลือดหรือกลิ่น


ราสเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม ส่วนฉันก็ยืนรอรับคำสั่ง


"ทำไมไม่นั่ง" ราสเอ่ยถามพร้อมกับผายมือเป็นเชิงให้นั่ง


"..."


"นั่งสิ"


     สิ้นเสียงของราสฉันก็เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้เหล็ก "..."


     หึ้ยยย!? ตัวมันไปเองอ่ะ ฉันยังไม่ได้บังคับเลย นี่น่ะเหรอผลของคำสั่ง? สุดยอด!


แต่ฉันหวังว่าเขาคงไม่สั่งให้ฉันทำอะไรแปลกๆ หรอกนะ


     "ผมขอสั่งให้คุณเข้าเรียนที่ กรันด์มาโฮ วันนี้ ภารกิจที่ผมจะให้คุณโรเซียทำคือ คอยติดตามจับตามอง อาร์เรน เซ็ด เบอร์ไจเซน อย่าให้เขาทำอะไรแปลกๆ ถ้าเขาสร้างหรือประดิษฐ์อะไร ให้รีบรายงานผมทันที นี่เครื่องสื่อสาร แล้วก็เครื่องแบบอยู่ในห้องแล้ว เดี๋ยวมีผู้ฝึกนำทางคุณไป" ราสส่งเครื่องทรงกลมเท่าฝ่ามือที่น่าจะเป็นเครื่องสื่อสารแล้วบอกสิ่งที่ฉันต้องทำต่อก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู


     "ส่วนเรื่องเดินทางถ้าเดินไปตอนนี้เลยก็จะถึงทันพอดี โชคดีที่คุณอยู่ค่อนข้างใกล้ศูนย์กลาง ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งสิ้นผมจัดการให้หมดแล้ว แผนที่ก็อยู่ในนั้น" ราสร่ายรายละเอียดต่อ 


     ฉันก็ฟังพลางลองกดปุ่มบนเครื่องสื่อสารขึ้นมาดู มันขึ้นมาเป็นภาพโฮโลแกรมแหละ! แถมยังมีฟังก์ชั่นเต็มไปหมด ฉันจิ้มไปบนอากาศที่เป็นรูปกระดาษแผนที่แล้วแผนที่ก็เด้งขึ้นมา มีแผนที่ออกมาจากเครื่องเล็กๆนี่ด้วย ไม่น่าเชื่อเลย


     "เอาหล่ะ ผมว่าคุณไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วไปได้แล้วนะครับ เดี๋ยวจะไม่ทันการ"


     หลังจากร่ายยาวจนตอนนี้น้ำในหูฉันเริ่มไม่เท่ากัน เขาก็ผายมือไปทางประตูเป็นเชิงไล่ฉันอีก มีมารยาทได้แค่นี้เหรอคะ?


หน้าเนื้อใจเสือไม่มีผิด เหอะ


     ฉันเดินออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ เพียงแต่ใบหน้าฉันก็ยังไร้อารมณ์เหมือนเดิม พอชายชุดดำเห็นหน้าฉันก็เดินนำทางฉันไปหาห้องที่มีเครื่องแบบของโรงเรียนทันที


     ฉันเดินตามเขาไปเรื่อยๆ ในมือก็ยังถือเครื่องสื่อสารทรงกลม ความจริงคือยังตื่นเต้นไม่หาย จนมาถึงห้องหนึ่ง 


     "กรุณารีบทำให้เสร็จด้วยครับ" คนที่ท่าทางเหมือนบอดี้การ์ดยืนหยุดอยู่ตรงนั้นแล้วหันมาบอกกับฉัน


     "..." ฉันไม่พูดไม่จาแล้วรีบเดินเข้าไป ปิดประตูก่อนจะรีบจัดการถอดเสื้อเลอะคราบ ล้างตัว ใส่เครื่องแบบของโรงเรียนที่เขาจัดไว้ให้อย่างรวดเร็ว
ที่จริงอันนี้ฉันไม่ได้บังคับ แต่ร่างกายมันไปเอง คาดว่าน่าจะเป็นผลของปลอกคอนี่
ฉันเพิ่งค้นพบว่านอกจากราสแล้ว คนอื่นก็สั่งได้.. 


     ฉันเปิดประตูออกมาพร้อมชุดโกธิคที่พับไว้เรียบร้อย ก็พอเดาได้อะนะว่าเขายืนเฝ้าอยู่ ฉันก็เลยยื่นชุดโกธิคให้เขา เขารับแล้วก็เดินนำฉันไปที่ประตูทางออก


     ตอนแรกฉันนึกว่าเขาจะสั่งให้ฉันไปที่ทางออกแล้วฉันสามารถหาทางออกได้ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักเส้นทางที่นี่ซะอีก ถ้าเป็นแบบนั้นก็สารพัดประโยชน์ดี เสียแต่มันดูเด่นไปหน่อยแถมยังเป็นปลอกคออย่างกับสัตว์เลี้ยงแหนะ


สัตว์เลี้ยงเหรอ? 


     ชายชุดดำพาฉันเดินจนมาถึงทางออกแล้วเตรียมจะหันหลังกลับแต่ก็โดนฉันหยุดไว้เสียก่อน


"พาฉันกลับไปหาราสที"



_______________________________________

ช่วงความไร้สาระของไรท์

ราส : ไรท์... นี่คุณปัญญาอ่อนหรือเปล่า
ไรท์ : อะ คะ? (เปิดมาก็ว่าเฉย)
ราส : ทำไมคุณถึงได้แต่งให้ผมโง่ขนาดนี้
ไรท์ : ...
ราส : โอกาสมีตั้งเยอะตั้งแยะไม่คว้าไว้ เป็นผมนะป่านนี้ผมคงกราดปืนกลจนไอแวมป์นั่นพรุนไปแล้ว!! ไม่ต้องรอให้มันตื่นหรอก
ไรท์ : อ่าว แหม..ถ้าไม่แต่งแบบนี้เรื่องมันก็จบตั้งแต่ยังไม่เริ่มสิคะ นางเป็นตัวเอกนะคะ ใจเย็นๆ แล้วนั่งคิด
ราส : ก็ให้ผมเป็นตัวเดินเรื่องแทนสิ นี่คุณโง่รึเปล่า?

"..."

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น