OS/SF | FIC THE BOYZ |

ตอนที่ 8 : [SF] จูเจค - มนุษย์ล่องหน | ฉบับ Rewrite (2/6)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 พ.ค. 61


ติดแท็กในทวิต

#ฟิคสั้นกัปปะ





Open music : มนุษย์ล่องหน - Yes'sir Days

เพื่ออรรถรสในการอ่าน





มนุษย์ล่องหน




2






         นับตั้งแต่วันที่ไปฉลองคราวที่แล้ว ตอนนี้ก็เหลือทีมสุดท้ายแล้วที่จะตัดสินว่าคณะของผมจะได้รางวัลชนะเลิศหรือรองชนะเลิศ ดังนั้นวันนี้ผมจึงมาซ้อมที่สนามบาสซึ่งอยู่ใกล้ๆกับคณะวิทย์





         ที่จริงคณะของผมก็มีสนามบาสเล็กๆนะ แต่ผมอยากมาซ้อมที่นี่มากกว่า คุณรู้จุดประสงค์ของผมใช่ไหมล่ะ ผมนี่ยิ้มอ่อนเลยครับ :)





         “ทำไมมึงไม่ไปซ้อมที่คณะวะ” ฮยอนแจพูดพร้อมกับโยนลูกบาสใส่ผมจึงรับมาเดาะก่อนจะวิ่งและชู้ตลงห่วง นอกจากนี้สาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมาก็หยุดยืนดูผมซ้อมและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่





         แหม เกิดเป็นคนหล่อมันเหนื่อยจริงๆเลยนะครับ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองมีแต่คนรู้จัก





         “วันนี้มนุษย์ล่องหนของมึงจะเอาขนมมาให้หรือเปล่าวะ”





         คำถามของฮยอนแจทำให้ผมคิดระหว่างเดาะลูกบาสกับพื้นพลางมองไปทางกระเป๋าของตัวเอง





         นั่นสิ วันนี้คนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าผมเปลี่ยนที่มาซ้อมที่นี่





         ตึง!





         เสียงลูกบาสลงห่วงดังขึ้น ผมอยากรู้ว่ามนุษย์ล่องหนคนนั้นเป็นใครจึงมานั่งอยู่ที่กระเป๋าในระหว่างพัก





         “พักสิบนาทีนะ พี่ซังยอนฝากมาบอก” ฮยอนแจพูดพลางโยนขวดน้ำมาให้ผม ผมมองขวดน้ำทำให้นึกถึงโพสอิทที่ถูกเขียนด้วยรอยยิ้ม





         อา...วันนี้ผมยังไม่ได้ขนมจากเขาเลยนะครับ :(





         “วันนี้เขาไม่ซื้อขนมมาให้มึงแล้วมั้ง” ฮยอนแจแซวเมื่อเห็นสีหน้าที่เบื่อหน่ายของผม





         “กูเชื่อว่ายังไงเขาก็ซื้อมาให้กูแน่นอน”





         “มึงเชื่อทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นหน้าเลยเนี่ยนะ” ผมไม่ตอบอะไรก่อนจะกระดกน้ำดื่มอย่างกระหาย





         “อ่า ไปซ้อมกันต่อเถอะ” ผมตบไหล่ฮยอนแจก่อนจะลุกไปซ้อมต่อ





         ผมซ้อมอยู่ตรงนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วกลับเข้ามาพักที่ข้างสนามอีกรอบและเห็นว่ามีกล่องขนมเค้กพร้อมกับโพสอิทเหมือนทุกครั้ง ผมยิ้มออกมาก่อนจะมองไปรอบๆสนามว่าคนนั้นยังอยู่ไหมถึงแม้ว่าผมจะยังไม่เคยเห็นหน้าเขาก็เถอะแต่มันต้องมีพิรุธบ้างสิ แต่ดูเหมือนสายตาผมกลับไปสะดุดกับผู้ชายเจ้าของหน้าหวานที่กำลังเดินอยู่ข้างๆสนาม





         “เดี๋ยวกูมานะ” ผมหันไปบอกฮยอนแจก่อนจะวิ่งตามเด็กเสิร์ฟคนนั้นไป





         “อ้าวเฮ้ย” ฮยอนแจส่งเสียงตามหลังผม แต่ผมไม่สนใจเพราะตอนนี้ผมกำลังเดินตามร่างเล็กคนนั้น





         ผมเดินตามหลังเขามาเรื่อยๆจนเขาหยุดเดินกะทันหันจนทำให้ผมเกือบเดินชนแผ่นหลังของเขาแต่โชคดีที่หยุดทัน เขาหันมามองหน้าผมก่อนจะพูดออกมา





         “เดินตามฉันทำไม”





         “เอ่อ…”





         นั่นสิครับ ผมเดินตามเขามาทำไม





         “ยะ..อยากรู้จักครับ”





         เขาทำหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างตะกุกตะกัก





         “ทำไม..ถึงอยากรู้จัก”





         “ก็เพราะ…”





         จะบอกว่าเพราะหน้าของเขาหวานและเสียงน่าฟังผมต้องโดนต่อยกลับมาแน่ๆครับ งั้นไม่ตอบประโยคนี้แล้วกันนะ ผมกลัวโดนตบ ;__;





         “เพราะผมเห็นเดินอยู่แถวสนามบ่อยๆ เลยอยากรู้จักครับ"





         “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่แถวสนามที่นายซ้อมบาสบ่อยๆ” เขาถามพลางเบิกตาโตราวกับกำลังตกใจที่ผมรู้ว่าเขามาที่สนามบ่อยๆ ที่จริงผมโกหกต่างหาก… แต่ที่น่าสงสัยสุดก็ท่าทางของเขานี่แหละครับแถมยัง...





         “ผม..ยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่าเป็นสนามที่ผมซ้อมบาส” ผมถามในสิ่งที่ผมสงสัยกับคำตอบและท่าทีของเขา





         “ก็...นายเป็นนักบาสคณะเกษตรที่ดังไปทั่วมหาลัย ใครๆก็ต้องรู้สิ” เขาตอบผมพลางเบนหน้าหนีไปมองพื้นแทน ผมจึงก้มหลังและชอนตามองเขาและยิ้มเพราะท่าทางของเขามันน่ารักจริงๆครับ





         “ยิ้มอะไรของนาย”





         “น่ารัก…”





         ประโยคที่หลุดออกมาจากของผมอย่างไม่ตั้งใจทำให้คนตรงหน้าชะงักไปสักพักก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่นและเดินหนีออกไปทันที ส่วนผมก็ได้แต่อึ้งและตบแก้มตัวเองเพราะพูดอะไรออกไปไม่คิดเลย





         ดูสิครับ ชื่อก็ยังไม่รู้แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่าเขาชอบอยู่สนามที่ผมซ้อมบาสบ่อยๆ





         “หายไปนานจังวะ” ฮยอนแจถามขึ้นเมื่อเห็นผมเดินกลับมาที่สนาม “แล้วได้เรื่องว่าไงบ้าง”





         “ได้รู้ว่าเขาชอบอยู่แถวสนาม” ผมตอบมันพลางเปิดกล่องขนมที่แปะด้วยโพทอิสรูปรอยยิ้ม





         “แล้วชื่อล่ะ”





         ผมส่ายหัวตอบแทนการพูดและตักขนมเค้กเข้าปาก มันอร่อยมากจริงๆนะครับ เพราะมันมีรสชาติที่ไม่เหมือนใคร ดูแปลกใหม่แต่ถูกปาก ยิ่งทำให้ต่อมอยากรู้ของผมเพิ่มขึ้น





         “มาแล้วเหรอ มัวไปทำอะไรมาล่ะ” พี่ซังยอนเดินเข้ามาหาผมและนั่งลงข้างๆพลางเช็ดเหงื่อตัวเองที่ได้จากการซ้อมอย่างลวกๆ





         “มันไปถามชื่อเด็กเสิร์ฟคนนั้นมาพี่” ฮยอนแจตอบแทนผม





         “คนไหนวะ” พี่ซังยอนถามอย่างสงสัย





         “เด็กเสิร์ฟที่น่ารักๆ ที่พี่บอกว่าอยู่คณะวิทย์การทำอาหารอ่ะ” ฮยอนแจยังคงตอบต่อไป





         ดูเหมือนว่ามันอยากจะรู้มากกว่าผมเสียอีก -__-





         “อ๋อ หมอนั่นน่ะเหรอ”





         “พี่รู้จักชื่อเขาใช่ไหม” ผมถามอย่างท่าทีดีใจที่จะได้รู้จักชื่อของเขาคนนั้นแล้ว





         “อืม” พี่ซังยอนหยักหน้าตอบหงึกๆก่อนจะพูดต่อ “หมอนั่นชื่อเจคอป”





         “เยส!” ผมเผลออุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัวจนทำให้พี่ฮยอนอูมองด้วยสายตางงๆ ส่วนฮยอนแจก็ส่ายหัวพร้อมกับทำหน้ารับไม่ได้ออกมา





         “พี่ซังยอนลองชิมไหม อร่อยนะ” ผมถามพลางยื่นขนมเค้กให้พี่ซังยอนลองชิม พี่ซังยอนไม่ปฏิเสธอะไรก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบช้อนแล้วตักกิน พี่ซังยอนตาโตขึ้นมาเล็กน้อย





         ทำไมเขาต้องทำท่าตกใจที่เหมือนตื่นเต้นอะไรอย่างนั้นล่ะครับ





         “รสชาตินี้คุ้นๆนะ ไปได้มาจากไหน” พี่ซังยอนถามอย่างสงสัย





         “มีคนให้ผมมาอ่ะพี่” ผมตอบ พี่ซังยอนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะตั้งคำถามใหม่





         “เด็กวิทย์การอาหารทำให้เหรอ” ทันที่จบประโยคคำถามของพี่ซังยอน ผมกับฮยอนแจหันมามองหน้ากันอย่างแปลกใจ





         “ทำไมพี่รู้ว่าเป็นเด็กวิทย์การอาหาร” ฮยอนแจถามขึ้นแทนผม





         “เขาเคยจัดงานขายอาหาร เครื่องดื่มและขนมจากวิทย์การอาหาร นายไม่เคยลองเข้าไปกินเหรอ” ผมกับฮยอนแจส่ายหัวทันที





         ผมรู้นะว่ามีการขายอาหารแต่ผมก็ไม่เคยมาลองซื้อสักครั้งจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงไม่คุ้นรสชาติเค้กก้อนนี้แต่อย่างน้อยผมก็ได้ข้อมูลของมนุษย์ล่องหนแล้วนะ!





         รู้งี้ผมให้พี่ซังยอนลองชิมตั้งแต่แรกคงได้เจอเขาไวกว่านี้





         “งั้น...ถ้าผมจะตามหาต้องไปตามที่นั่นใช่ไหม” ผมถามอย่างมีลุ้นราวกับกำลังจะถูกรางวัลที่หนึ่งเลยล่ะครับ





         “อืม” พี่ซังยอนพยักหน้าตอบหงึกๆ ก่อนจะพูดต่อ “ไปซ้อมกันต่อปะ”





         พี่ซังยอนพูดเสร็จก็ลุกเข้าไปที่สนามบาส ส่วนผมกับฮยอนแจยังยืนอยู่ที่เดิม





         “เอาไงดีวะ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเขาอยู่คณะไหน” ผมถามฮยอนแจเพื่อจะหาวิธีตามหามนุษย์ล่องหนคนนั้น





         แน่นอนว่าต้องหาวิธีเพราะคณะนี้คนเรียนเยอะจะตายไปถ้าจู่ๆเดินเข้าไปแล้วตะโกนถามว่าใครเป็นคนทำเค้กให้ผม… มันน่าอายจะตายไปครับ





         “มึงก็ถามใครสักคนที่เรียนอยู่ที่นั่นไง” ฮยอนแจบอก





         “ใครวะ กูไม่รู้จักใครเลยนะ”





         “ก็คนที่ชื่อเจคอปนั่นไง”





         อา...นั่นสินะครับ ผมลืมผู้ชายหน้าหวานคนนั้นได้ยังไงดังนั้นแผนตามหามนุษย์ล่องหนของผมจะเริ่มต้นขึ้นแล้วนะครับ :)







ติดแท็กในทวิต
#ฟิคสั้นกัปปะ
19/05/2018






Talk with Me

สวัสดีค้าบบบบ ตอนนี้จูยอนเกือบไม่ได้รู้ชื่อของเจคอปซะแล้ววว
ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ หวังว่า SF เรื่องนี้จะทำให้เอ็นดูคู่นี้เพิ่มมากขึ้นนะคะ ขอบคุณค่าา >_<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

13 ความคิดเห็น