CLEMENCY

ตอนที่ 55 : รับน้องคณะ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มี.ค. 50


 

เจมส์เห็นดังนั้นจึงไม่อยากรั้งรอต่อ  บ่ายหน้านำเลี้ยวลับมุมไปก่อน...แล้วก็ต้องตระหนกสุดขีดกับสิ่งที่เกิดขึ้น!!

"ระวัง!" เจมส์ตะโกนก้องเตือนเพื่อน  พลางเอี้ยวตัวแนบผาหลบห่ากระสุนจากหมู่คนแปลกหน้าที่กำลังวิ่งตรงมาอย่างทันท่วงที

"ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!  ปัง!"

เสียงปืนกึกก้องดังระรัว  วิถีกระสุนพุ่งผ่านมุมผาด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง  ขณะเสียงฝีเท้านับสิบกำลังวิ่งเหยาะเหยียบย่ำบนผืนทรายใกล้เข้ามาทุกขณะ

"เกิดอะไรขึ้น!" ลูฟี่ตะโกนถามเจมส์  แข่งกับเสียงปืน  สีหน้างงงันตกตะลึง  จับต้นชนปลายไม่ถูก

"จะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างเถอะ  แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแน่  ถ้าไม่รีบทำอะไรซักอย่างปล่อยให้พวกมันมาถึงตัว...พวกเราต้องตายแน่!" ออตโตตะโกนตอบแทน  น้ำเสียงร้อนรน  พลางวิ่งไปหาพี่น้องเฮอร์เรียต

"ออโรร่า...พาชาร์ลีนกับเมซี่กลับไปขอความช่วยเหลือ  เราจะจัดการพวกมันเอง!" วิลเลี่ยมหันมาตะโกนปราม  เมื่อเห็นสามสาวกำลังวิ่งตรงมา  แล้วไม่รอคำตอบคว้าพลองขึ้นมา  ถลาเข้าประจันหน้าศัตรูที่มาถึงทันที

"ธันเดอร์!" สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางวงศัตรู  ขณะเจ้าของพลังผลุบหลบวิถีกระสุนกลับมายังมุมผาซึ่งยึดเป็นที่มั่น

"อ๊ากกกกกกกกกกกกก!" แม้เพียงครั้งเดียวแต่เป็นผลกับศัตรูไปได้หนึ่ง  และหยุดห่ากระสุนได้พร้อมกัน

"ใช้บาเรีย...หาที่กำบัง...อย่าหยุดยิง!" เสียงกร้าวจากหัวหน้าฝ่ายอริสั่งการลูกน้องที่เริ่มระส่ำระสาย  ให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอย

กระสุนสาดระรัวอีกครั้ง  พร้อมด้วยการเคลื่อนไหวหาที่กำบัง  และเสียงเรียกใช้พลังสร้างบาเรียปกป้องกาย

"ประมาณ 10 คน" วิลเลี่ยมหันบอกจำนวนศัตรูที่เห็นเมื่อครู่กับเพื่อนชายทั้งสี่เพื่อปรึกษาหาแผนรับมือ  ทว่าเมื่อแลเห็นออโรร่ากับชาร์ลีนมายืนหลบอยู่ใกล้ไม่มีทีท่าว่าจะรีบกลับไปตามที่สั่ง  เขาจึงเดือดทันที

"ทำไมเธอสองคนยังอยู่ที่นี่!" วิลเลี่ยมตะคอกถามเสียงดัง  ด้วยโมโหทั้งเป็นห่วง

"ให้วิ่งกลับไปไม่ทันแน่" เจมส์ตอบแทน

"ใช่ฮะ...ให้เมซี่บินข้ามผาไปคนเดียวเร็วกว่า  ขืนเดินอ้อมกลับไปทางเดิมคงไม่ทันการณ์" จินต่อประโยค

วิลเลี่ยมแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า  เห็นเมซีเน่สยายปีกกว้างสีขาวที่กลางหลัง  ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงสามส่วนสีน้ำตาลกำลังบินมุ่งตรงขึ้นไปยังเชิงผาอย่างเร่งรีบ

"วันนี้พวกเราก็พร้อมใจลากแตะมากันหมดเลยนี่" ออตโตพูด  หลังจากมองส่งเมซีเน่ที่เพิ่งบินหายลับไป

ในวันที่อากาศดี  และทุกคนตั้งใจมาสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงาม  ซึ่งรวมถึงการได้เหยียบย่างลงบนผืนทรายละเอียดสีขาวบริสุทธิ์  ท่องนทีเย็นฉ่ำยามเช้าจากคลื่นมหาสมุทรที่ซัดสาดสู่ชายหาด  ทั้งหมดจึงเลือกสวมเสื้อยืด  กางเกงขาสั้น  รองเท้าแตะ  ไม่มีใครสวมรองเท้าบินมาซักคน

"งั้นเธอสองคนก็หลบอยู่ตรงนี้  ห้ามข้องเกี่ยวกับการต่อสู้เด็ดขาด" วิลเลี่ยมสั่งสองสาว  พร้อมส่งสายตาดุ  สองสาวพยักหน้ารับทันทีด้วยอิทธิพลนัยน์ตาสีน้ำเงินดุคู่นั้นที่บีบบังคับ

"ฉันว่าอย่างน้อยเราควรรู้ว่าพวกมันเป็นใคร" ลูฟี่พูด  แล้วตะโกนถามเหล่าอริทันที "พวกคุณเป็นใคร...เรามาดีไม่ใช่ผู้ร้าย..."

"ไอซ์บูมเมอ!" แต่ไม่ทันถามจบ  ก็ได้รับคำตอบเป็นแท่งน้ำแข็งแหลมคมทรงโค้งนับสิบนับร้อยเลี้ยวมุมผาหมายมุ่งเข้าทำร้าย

"ฟรีสซิ่งวอลล์!" เจมส์เรียกกำแพงน้ำแข็งกางกั้นปกป้องได้ทันการณ์

"เปรี๊ยะ!" แต่ด้วยความเร่งรีบ  และต้องการให้กำแพงน้ำแข็งกางกั้นปกป้องเป็นวงกว้าง  กำแพงจึงเปราะบาง

"เพล้ง!" ไม่อาจทานทนวิถีจากบูมเมอแรงน้ำแข็งที่หมายมุ่งเข้าทำลาย  แต่ก็ได้ผลที่สามารถยับยั้งพลังนั้นได้ชั่วครู่  เตรียมการให้ผู้สามารถหักล้างพลังเข้าจัดการ

"ไฟร์สเปรด!" ออตโตจึงรีบรุดสู่ด้านหน้า  ส่งพลังไฟพวยพุ่งออกจากพลอง  แผ่กระจายออกสลายพลังน้ำแข็งจนหมดสิ้น

"วิลเลี่ยม! เจมส์! จิน! ไปฉันจะคุ้มกันให้!"  ออตโตสั่ง  ปล่อยพลังไฟเป็นวงกว้าง  พลางสาวเท้าเผชิญหน้าศัตรู  เพื่อแหวกทางให้เพื่อนทั้งสามไปยังโขดหินด้านหน้า  ซึ่งเป็นยุทธภูมิที่ได้เปรียบกว่าที่เดิม  และเพื่อแยกสองสาวออกจากการปะทะกันด้วย

"วอเตอร์บาเรีย!" มีลูฟี่กางม่านน้ำช่วยปกป้องออตโตจากวิถีกระสุน  และสายพลังรูปแบบอื่นอีกทอดหนึ่ง

แล้วทั้งห้าก็ผละห่างไปยังยุทธภูมิที่มุ่งหมายสู่โขดหินโสโครก  และเริ่มส่งพลังทำลายระยะไกลใส่ศัตรูโดยไม่หยุดยั้ง  เพื่อถ่วงเวลารอคอยความช่วยเหลือ  มากกว่าจะหวังผลหยุดเหล่าศัตรูลงได้เอง  เนื่องจากจำนวนคนน้อยกว่า  และมีอาวุธเพียงพลองประจำกายเท่านั้น

ออโรร่าพาชาร์ลีนค่อยๆเดินหลบเลี่ยงไปตามแนวผา  ให้ห่างจากการรบพุ่งมากที่สุด  ทั้งที่ในใจร้อนรนอยากกลับไปช่วยต่อสู้  แต่เธอก็ตระหนักดีถึงภาระสำคัญในการปกป้องชาร์ลีน

ตั้งแต่เกิดการต่อสู้ขึ้น  ชาร์ลีนก็หวาดกลัวจนแทบคุมสติไม่อยู่  เนื้อตัวสั่นเทาไม่หยุด  ใบหน้าขาวซีดเผือดไร้สีเลือด  ริมฝีปากสั่นระริก  นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างพรั่นพรึง  แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองให้ตั้งสติ  แต่เสียงปืนที่ดังกึกก้อง  แสงสีพลังจากพลอง  และภาพการต่อสู้อันมีเพื่อนๆร่วมอยู่ด้วยก็ไม่อาจทำให้เธอสงบใจลงได้

"ออตโต!" เสียงลูฟี่ตะโกนเรียกอย่างตระหนก  เมื่อออตโตโดนกระสุนถากที่ต้นแขนขวา

คมกระสุนถากผ่านเป็นรอยลึก  เลือดไหลน้อง  สร้างความเจ็บปวดแก่ออตโต  จนไม่อาจถือพลองใช้พลังอีกต่อไป  เขาทรุดกายลงเบื้องหลังโขดหิน  ลูฟี่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาหมายจะพันให้  แต่ออตโตกลับปฏิเสธ  กระชากผ้าเช็ดหน้านั้นมาพันแขนเอง  ด้วยไม่อยากให้กำลังในการต่อสู้ต้องลดลงไปอีก  ขณะจินอาศัยจังหวะผลุบหลบมาช่วยออตโตพันแผลอย่างเร่งรีบ  แล้วกลับไปส่งพลังกระสุนดินสู้ต่อ

ทันทีที่เสียงเรียกออตโตอย่างตื่นตกใจหลุดออกจากปากลูฟี่  ออโรร่ากับชาร์ลีนก็หันกลับมามอง

ภาพเพื่อนรักถูกกระสุนทำร้ายเลือดนอง  จนทรุดกายลงอย่างเจ็บปวด  ทำให้ออโรร่าไม่อาจหักห้ามใจที่อยากกลับไปร่วมต่อสู้  เธอสาวเท้าหมายมุ่งสู่สนามรบทันที  แต่ชาร์ลีนฉุดรั้งเธอไว้

"อย่านะออโรร่า...อย่า...อย่าไป...ฉันรู้...เธออยากกลับไป...ช่วยพวกเขา...ฉันเองก็เหมือนกัน...ตะ...แต่...ถ้าเรากลับไป...ก็เป็นตัวถ่วงพวกเขา" ชาร์ลีนฉุดแขนออโรร่าไว้  ระล่ำระลักห้ามปราม  น้ำตานองหน้า

ประโยคพูดที่เจือด้วยอารมณ์หวาดหวั่น  และความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของชาร์ลีน  ที่คิดว่าตนอ่อนแอเกินกว่าจะทำประโยชน์ได้  กระทบใจออโรร่าเข้าอย่างจัง

'เราจะยืนดูอยู่ห่างๆแบบนี้หรือ...ถ้าไม่กลับไปช่วย...แล้วเกิดอะไรขึ้นกับใครสักคน...เราคงเสียใจไปชั่วชีวิต...เราอาจเป็นตัวถ่วง...แต่เราต้องไปช่วย...ต้องกลับไป...ดีกว่าเสียใจทีหลังที่ทำได้เพียงนิ่งดูดาย' ออโรร่าคิด  แล้วหันกลับมาหาชาร์ลีน  ปลดฝ่ามือเล็กๆที่สั่นเทาของเพื่อนรักจากข้อมือตนเอง

"เธอรออยู่นี่นะชาร์ลีน" ออโรร่ายิ้มส่งให้  แล้วสะบัดแขนหนี  รุดไปยังสมรภูมิทันที  โดยไม่ฟังเสียงหวีดร้องทัดทาน  และใบหน้าหวาดหวั่นน้ำตานองของชาร์ลีน

"ไฟร์บอมม์!" ระเบิดลูกไฟนับสิบ  ส่งผ่านจากปลายพลองสีฟ้าใสสู่เหล่าศัตรูโดยไม่ระบุเป้าหมาย  เพื่อแหวกทางนำตัวเองสู่โขดหินที่เพื่อนยึดเป็นโล่กำบัง  ชั่วครู่ออโรร่าก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย  และวิลเลี่ยมก็ส่งเสียงตำหนิมาทันที

"มาทำไม! ฉันบอกให้เธออยู่กับชาร์ลีน..." แต่ไม่ทันกล่าวโทษจนจบ  แสงสีจากพลังรวมมิตรจากเหล่าอริก็สาดส่งมาอีกระลอก

"ฟรีสซิ่งอาร์เมอร์!" เจมส์เรียกโดมน้ำแข็งกางกั้นปกป้องทุกคนจากเบื้องบน  สามารถปัดป้องสะท้อนพลังทั้งหมดออกไปได้

ทว่าเมื่ออยู่ใกล้กันเช่นนี้  ออโรร่าก็สังเกตได้ถนัดชัด  ถึงสภาพบอบช้ำของเจมส์อันเกิดจากการโหมใช้พลัง  ทั้งการปล่อยศรน้ำแข็งโจมตี  และเป็นกำลังหลักในการสร้างเกราะป้องกัน  เขาหายใจหอบ  ใบหน้าสลักชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ  แม้สีหน้ายังมุ่งมั่น  และนัยน์ตาสีเทายังคงเป็นประกายไม่ยอมแพ้ก็ตาม

แล้วเมื่อกวาดตามองสภาพคนอื่นๆก็แทบไม่ต่างกัน  โดยเฉพาะออตโตที่สาหัสกว่าใคร  ด้วยพยายามฝืนปล่อยพลังทั้งที่เจ็บปวดจากพิษบาดแผลอันเกิดจากคมกระสุน

ออโรร่ากำหมัดแน่น  ฟันบนขบกัดริมฝีปากล่าง  รวดร้าวที่ต้องเห็นเพื่อนบาดเจ็บเผชิญอันตราย  ด้วยสาเหตุจากการชักนำของเธอที่พาทุกคนมาที่นี่

และโดยไม่มีใครคาดคิดทันทัดทาน  ทันทีที่โดมน้ำแข็งถูกปลดออก...ออโรร่าก็พุ่งตัวกระโดดข้ามโขดหิน  ยืนจังก้าเผชิญศัตรูเพียงลำพัง!!

"ธันเดอร์สตอร์ม!" เรียกสายฟ้านับสิบนับร้อยฟาดเปรี้ยงๆ ลงสู่เหล่าศัตรู

เหล่าอริเรียกบาเรีย  หาที่กำบังกายหลบพลังสายฟ้ากันจ้าละหวั่น  ด้วยไม่ทันคาดคิดว่าจะโดนโต้กลับในจังหวะนี้  หลายคนโดนสายฟ้าฟาดสลบเหมือดหมดพิษสง

ทว่าหนึ่งในนั้นกลับลั่นไกส่งกระสุนย้อนกลับมา!!

"ออโรร่า!" วิลเลี่ยมพุ่งตัวตามมา  โถมร่างผลักออโรร่าล้มลงทั้งคู่หลบวิถีกระสุนทันท่วงที  ทั้งในจังหวะที่ล้มลง  ก่อนร่างและศีรษะเธอจะกระแทกพื้น  เขายังพลิกตัวใช้ร่างรองรับเธอไว้กันการบาดเจ็บ  แล้วไม่ยอมผละห่าง  ยังพลิกมาโอบกอดเธอแน่น  ใช้ร่างตัวเองเป็นโล่เนื้อกันวิถีพลัง  และห่ากระสุนที่กำลังถูกปลดปล่อยพุ่งตรงมาอีกครั้ง

ออโรร่าตกใจแทบสิ้นสติ  เมื่อแลเห็นแสงสีพลัง  และกระสุนพุ่งตรงมา  ทว่าเธอไม่ได้ห่วงตัวเอง  กลับหวีดร้องบอกวิลเลี่ยมให้หลบหนี  ขณะพลองที่เป็นความหวังของทั้งคู่หล่นกลิ้งอยู่ห่างตัว

"ไม่นะ...วิลเลี่ยมอย่าทำแบบนี้...หนีไป!" เธอหวีดร้องเสียงก้อง  ทั้งผลักดันอกแข็งแรงไหล่กว้างนั้นให้ผละห่าง  แต่วิลเลี่ยมไม่มีท่าทีล่าถอย

แล้วเธอต้องยิ่งตระหนกโศกเศร้าในการตัดสินใจอันผิดพลาดของตัวเอง  เมื่อสี่หนุ่มที่เหลือรุดออกมาจากที่กำบังร่วมเผชิญหน้าศัตรู  รวมถึงชาร์ลีนที่ไม่อาจทนดูอยู่ลำพังอีกต่อไป

"ไซโคลนบาเรีย!" ชาร์ลีนที่อาศัยจังหวะว่างเว้นจากกระสุน  เมื่อออโรร่าปล่อยพายุสายฟ้า  และมาถึงยังที่ซึ่งทุกคนร่วมเผชิญศัตรู  เรียกม่านสายลมกางกั้นกันตัวเองและผองเพื่อน  ช่วยสะท้อนเบนทิศสายพลัง  และกระสุนได้ทั้งหมด

ทว่าวินาทีนี้ที่พลังเริ่มอ่อนแรง  เจมส์รู้ดีว่าไม่อาจเรียกกำแพง  หรือเกราะน้ำแข็งกางกั้นปกป้องทุกคนได้อีก  กระนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้  เปลี่ยนไปใช้พลองแสงหมายมุ่งเข้าต่อสู้แบบประชิด  ฟาดฟันเบี่ยงวิถีพลังและคมกระสุนทันทีที่ม่านสายลมปลดลง

เช่นเดียวกับลูฟี่  จิน  และออตโตที่สะบักสะบอมไม่เหลือแรงใช้พลังอีกต่อไป  ทำได้เพียงประคองกายใช้พลองแสงหวังหวดฟาดต้านพลังกันกระสุนให้ได้มากที่สุด

วิลเลี่ยมผละจากออโรร่า  ลุกขึ้นยืน  เก็บพลองขึ้นใช้พลองแสงเช่นกัน  ร่วมกับเพื่อนชายทั้งสี่วางตัวเป็นกำแพงบดบังสองสาวไว้เบื้องหลัง    เตรียมรับมือเผชิญภัยทันทีที่ม่านลมสลาย

ออโรร่าอยากช่วยด้วยเช่นกัน  แต่ถูกชาร์ลีนฉุดรั้งไว้อย่างเหนียวแน่น  จนไม่อาจเก็บพลองที่ตกอยู่บนพื้น  ยิ่งสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวในจิตใจ

เหมือนเนิ่นนาน...ทั้งที่เวลาผ่านไปไม่กี่นาที  ทุกคนเตรียมใจกับมหันตภัยที่กำลังจะมาถึง  ขณะชาร์ลีนหน่วงม่านพลังลม  พร้อมฉุดรั้งออโรร่าจนอ่อนล้าทั้งกายใจ

และแล้วม่านลมก็อ่อนแรง  ออโรร่าอาศัยจังหวะที่ชาร์ลีนอ่อนล้าถึงที่สุด  หลุดจากพันธนาการ  และหยิบพลองขึ้นมา  เตรียมใจเผชิญอันตรายร่วมกับผองเพื่อน

ทว่าก่อนที่บาเรียลมจะสลายสิ้นเพียงเสี้ยววินาที  กองหนุนก็มาถึงทันท่วงที...

เหนือหน้าผาสูงชัน  นิสิตชั้นปีสามและสี่นับร้อย  นำโดยเมซีเน่กำลังถลาร่อนลงมายังเบื้องล่าง

เห็นดังนั้นเหล่าศัตรูจึงตัดสินใจล่าถอยทันที

ถอย!  เร็ว!  ไป...ไป!” เสียงผู้นำฝ่ายศัตรูสั่งการ  ยังผลให้วิถีกระสุนและสายพลังหยุดลงทันที  ขณะทั้งหมดรีบรุดไปยังเรือที่จอดทิ้งไว้

จุดชนวน...ถอย...เร็ว!” แล้วหันไปสั่งกำลังบางส่วนให้กระทำการบางอย่างพร้อมรีบล่าถอยตามมา

พวกมันกำลงจะหนี!” ออตโตตะโกนลั่นอย่างคั่งแค้น

ตามไปเร็ว!” วิลเลี่ยมต่อประโยคสั่งการเสียงก้อง 

ทั้งหมดจึงรีบรุดตามศัตรูไป  แต่ต้องหยุดอยู่เพียงนั้น  เมื่อหนทางถูกขัดขวางด้วยระเบิดหลายสิบลูกที่ถูกวางไว้  และจุดชนวนให้ระเบิดขึ้นพร้อมกัน

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมม!”

จำต้องหมอบราบลงกับพื้นทราย  รวมถึงกองหนุนที่เพิ่งมาถึงต่างเข้าที่กำบังหลบสะเก็ดระเบิดกันจ้าละหวั่น

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมม!”

เสียงระเบิดยังคงดังสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างต่อเนื่อง  ไม่เพียงทำให้ไม่อาจติดตามเหล่าศัตรู  แต่ยังทำลายปะรำพิธีอภิเษก  ซึ่งก่อสร้างจวนจะเสร็จสิ้นจนราบพนาสูญ...

...............................……………...................

ตลอดวันที่เหลืออยู่ช่างวุ่นวาย  เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจเข้ามาเคลียร์พื้นที่  และทำการสอบสวนทุกคนที่เกี่ยวข้อง  ไม่เว้นแม้แต่นิสิตปีสามและสี่ที่ตามไปช่วยเหลือ

เหล่าปีหนึ่งกับสองที่อยู่โยงเฝ้าที่พักต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนผู้ร่วมเหตุการณ์ทั้งแปดคนกลับเก็บตัวเงียบ  รวมกันอยู่ในห้องพักของฝ่ายชาย

ถ้าเธอทำแบบนั้นเป็นครั้งที่สองล่ะก็... เมซีเน่ดุออโรร่า  หลังรับฟังวีรกรรมที่ออโรร่าก่อขึ้นจากคำบอกเล่าของจิน  ทว่านัยน์ตาสีนิลของเมซีเน่นั้นกลับสั่นไหว  เมื่อหวนนึกไปว่าหากเธอตามไปช่วยไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้นกับทุกคน  เธอจึงชะงักค้างคำดุด่าอยู่เพียงนั้น 

ห้องเงียบลง  และตกอยู่ในบรรยากาศตึงเครียดทันที

ออโรร่ารู้สึกผิดในการกระทำทุกอย่าง  แม้จินกับชาร์ลีนจะเฝ้าพูดปลอบว่าการที่ทุกคนไปที่นั่น  และต้องเผชิญอันตรายไม่ใช่ความผิดเธอ  แต่เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เธอทำผิดที่สุด  คือการตัดสินใจพุ่งออกไปเผชิญหน้าศัตรูเพียงลำพัง  แล้วทำให้เพื่อนๆต้องเข้าไปเสี่ยงชีวิตด้วย 

และนับตั้งแต่เหตุการณ์สงบลง  วิลเลี่ยมก็ไม่ยอมมองหน้า  หรือแม้แต่ปริปากพูดกับเธอสักคำ  ซึ่งหากเขาโกรธ  หรือด่าว่ายงจะดีกว่า  เพราะการที่เขาเอาแต่เงียบแบบนี้ทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิด  ยิ่งเมื่อหวนนึกถึงภาพที่เขาใช้ตัวเองเป็นโล่ปกป้องเธอไว้  ยิ่งทำให้เธอรู้สึกโกรธเกลียดตัวเองเหลือเกิน

...............................……………...................

เฮ้ย! พอเหอะ...เอาแต่ปั้นหน้าเงียบขรึมแบบนี้ไม่สมเป็นนายเลยว่ะ ออตโตเดินมากอดคอวิลเลี่ยม  ขณะทั้งหมดออกมาเที่ยวชมเลือกซื้อของฝากในเมือง  ยามค่ำวันเดียวกัน

วิลเลี่ยมพยายามปัดท่อนแขนใหญ่และหนักของออตโตออกไป  ด้วยสีหน้าที่บ่งความรำคาญ  ทว่ากลับยิ่งทำให้ออตโตรั้งตัวเขาไว้เหนียวแน่นกว่าเดิม

นั่นซิฮะ...พวกเรารู้ว่าวิลเลี่ยมห่วง...เอ้ย! โกรธ...ที่ออโรร่าวู่วามพุ่งออกไปแบบนั้น  แต่เธอก็สำนึกผิดแล้ว...ให้อภัยเธอเถอะฮะ จินเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมอีกคน

เมื่อคำว่า ห่วงเผลอหลุดออกจากปากจิน  ซึ่งโดนใจวิลเลี่ยมเข้าอย่างจัง  นัยน์ตาสีน้ำเงินที่เย็นชานั้นก็ถึงกับสั่นไหว  แม้เพียงครู่  แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาจินนักอ่านใจไปได้  จนจินต้องรีบแก้คำเป็นการด่วน

ใช่...นายที่เอาแต่เงียบไม่พูดจาแบบนี้น่ะ  ทำให้กลุ่มเราเฉาไปเลยรู้มั้ย  ชีวิตที่ขาดคนคอยดักคอน่ะมันน่าเบื่อสิ้นดี ลูฟี่เข้ามาร่วมแจม  ด้วยประโยคซื่อๆตรงไปตรงมา  ไม่ได้เจตนาประชดแต่อย่างใด  กลับทำให้วิลเลี่ยมหลุดฟอร์มได้ในที่สุด

นี่นายหาว่าฉันชอบพูดดักคอเหรอ...นายด้วยออตโตเอาแขนออกไปซะที...ฉันหนักจะตายแล้ว วิลเลี่ยมบ่น  สีหน้ายังแสร้งหงุดหงิด  แต่นัยน์ตาสีน้ำเงินนั้นเป็นประกายสดใส  เมื่อเลิกวางฟอร์มได้ซะที

ทั้งสี่หนุ่มจึงหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน  ภายใต้สายตาของอีกสี่คนที่เหลือซึ่งเดินตามมาไม่ห่าง

จังหวะนี้แหละจ้ะออโรร่า...เข้าไปขอโทษเลย  วิลต้องให้อภัยและหายโกรธแน่ๆ ชาร์ลีนที่เฝ้าสังเกตพฤติกรรมวิลเลี่ยมว่า  พลางผลักดันออโรร่าไปข้างหน้า

ใช่...ฉันเห็นด้วย  ตอนนี้เลย...เร็วเข้า!” เมซีเน่เร่ง  ออกแรงดันหลังออโรร่าอีกคน

แรงผลักของทั้งสอง  ทำให้ออโรร่าเซถลาคะมำไปข้างหน้า  จนชนหลังวิลเลี่ยมเข้า  เจาของแผ่นหลังกว้างแข็งแรงนั้นไม่สะดุ้งสะเทือนเมื่อร่างบอบบางเข้ามาปะทะ  เขาเหลียวกลับมามองนิดหนึ่ง  และเมื่อรับรู้ว่าเป็นเธอเข้ามาชน  เขาก็เมินหน้าหนีผละห่างไป  แล้วกลับไปปั้นสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชาอีก

เพื่อนๆรู้สึกอ่อนใจที่วิลเลี่ยมกลับไปวางฟอร์มอีก  ขณะออโรร่ายิ่งจมดิ่งกับความรู้สึกผิด  สีหน้าและนัยน์ตาสีน้ำตาลที่เคยสดใสกลบกลายเศร้าหมอง

วิลเลี่ยม!” เจมส์ที่เดินตามหลังสามสาวมาเงียบๆ อดรนทนไม่ได้ต้องออกโรงในที่สุด  เขารีบรุดตามวิลเลี่ยมไป  พลางเรียกเสียงดุ  ขณะอีกมือฉุดลากออโรร่าที่ได้แต่ยืนเศร้าสร้อยอยู่เบื้องหลังให้ตามมาด้วย  เพื่อร่วมประจันหน้าวิลเลี่ยมพร้อมกัน

เลิกวางฟอร์มซะที...ดูซินายทำอะไรลงไป ประโยคหลังเจมส์หมายถึงออโรร่า

ที่ขณะนี้แม้ได้เผชิญหน้ากับวิลเลี่ยมคนที่เธออยากขอโทษมากที่สุด  แต่เธอกลับก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาเขา  ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว  แต่เกรงว่าไม่อาจกลั้นน้ำตาจากความรู้สึกผิดกดดันที่ถาโถมอยู่ภายในเอาไว้ได้

วิลเลี่ยมมองออโรร่าที่กำลังก้มหน้านิ่งด้วยความรู้สึกผิด  ที่วางท่าแกล้งเธอเกินเลยไปหน่อย  แล้วสายตาก็เลื่อนไปเห็นมือเล็กๆข้างหนึ่งของเธอนั้นที่ถูกมือเจมส์กุมกำไว้แน่น  เขารีบฉุดคว้าข้อมือบอบบางข้างนั้นของเธอออกมาจากมือเจมส์  ทำให้เธอจำต้องเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเขาทันที

ก็ได้...ฉันหายโกรธเธอ...ออโรร่า วิลเลี่ยมเอ่ย  ด้วยสีหน้าที่ยังปั้นขรึม 

ประโยคนั้นทำให้สีหน้าเศร้าหมองของออโรร่าคลี่คลายสดใสทันตา  ทว่ากลับต้องระแวงเมื่อนัยน์ตาสีน้ำเงินของวิลเลี่ยมปรากฏแววเจ้าเล่ห์

แตถ้าจะให้หายโกรธสนิท...คงต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน เขาพูด  แล้วพลันก็ควักกระเป๋าสตางค์จากกางเกงยีนส์วางลงบนฝ่ามือเธอที่เขาจับอยู่ ฉันหิวน้ำจะแย่แล้ว...ไปซื้อมาให้หน่อยสิ เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย  ใบหน้าสลักที่เย็นชามลายสิ้น  กลับเป็นคนเดิมที่มีสีหน้าเจ้าเล่ห์ซุกซน

ออโรร่ายิ้มกว้างอย่างดีใจที่เขาอภัยให้ในที่สุด  แล้วรีบผละไปซื้อโกโก้เย็นยี่ห้อเฮอร์เรียตของโปรดวิลเลี่ยม  กลับมาให้เขาโดยไว 

ท่ามกลางความโล่งใจของเพื่อนที่ปิติกับแผนคืนดีของเจมส์ที่สำเร็จลุล่วง  พร้อมกันนั้นเมซีเน่ก็แอบขยิบตาให้เจมส์  ที่ส่งยิ้มน้อยๆตอบกลับมา  ด้วยทั้งคู่รู้ดีว่าแผนนี้สำเร็จได้ด้วยเหตุสำคัญเพราะความหวงออโรร่าในใจวิลเลี่ยมเอง

...............................……………...................

ทันทีที่เดินทางกลับถึงสนามบินโอเอซิสในเช้าวันรุ่งขึ้น  พี่น้องเฮอร์เรียตก็ผละจากเครื่องบินของมหาลัย  เปลี่ยนไปจับเครื่องบินส่วนตัวที่จอดรออยู่  ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน

พวกนั้นจะรีบไปไหนกันน่ะ ลูฟี่ถามขึ้นซื่อๆ ไม่คิดจริงจังเอาคำตอบ  เนื่องจากนี่เป็นเช้าวันอาทิตย์  เป็นไปได้ว่าทั้งสองจะกลับบ้าน

จะอะไรซะอีกล่ะ...ก็เรื่องเจ้าชายฮาเวิร์ดน่ะแหละ ออตโตตอบอย่างรำคาญ  สะพายเป้ใบใหญ่ขึ้นบ่า  ซึ่งเต็มไปด้วยเสื้อผ้าใช้แล้วตลอดห้าวันที่ผ่านมา  กับของฝากที่ซื้อหามาเมื่อวานเย็น  แล้วเดินนำไปยังป้ายจอดรถประจำมหาลัย

ที่จริงฉันควรจะกลับไปปิรุสด้วยรึเปล่านะ เมซีเน่บ่น  ขณะมองตามเครื่องบินประจำตระกูลเฮอร์เรียตสีขาวมีตรามังกรเงินถือลูกแก้วซึ่งสะท้อนแสงแวววาวกลางแดดแผดจ้า  กำลังทะยานสู่ท้องฟ้าสีคราม  แล้วหันหลังกลับเดินตามเพื่อนๆไป

เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของทางเมอซีฮะ  ปิรุสคงไม่ต้องยุ่งเกี่ยว... จินออกความเห็น  แต่ไม่ทันจบก็ถูกชาร์ลีนแทรกค้าน

การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนสองคนเท่านั้นนะจ๊ะ  ครอบครัวเพื่อนฝูงของทั้งสองก็ต้องเกี่ยวข้องด้วย  ยิ่งทั้งสองเป็นถึงองค์รัชทายาทด้วยแล้ว  เหตุระเบิดครั้งนี้ต้องมีผลกระทบแน่ ชาร์ลีนวิเคราะห์ด้วยสีหน้าวิตก  นัยน์ตาสีฟ้าฉายชัดความกังวล

หวังว่าทุกอย่างคงผ่านไปได้ด้วยดี ออโรร่าพึมพำ  ขณะรถประจำมหาลัยจอดเทียบป้าย  และทุกคนทยอยขึ้นรถไป...

...............................……………...................


                        
                        ครบ 100% ค่ะ
                        เฮ้อ...เหนื่อย...

                       ขอความกรุณาอย่าถามเรื่องสอบนะคะ 
                        เฮ้อ...
                        
                        คอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
                        ไม่เม้นท์ไม่อัพตอนต่อไปจริงๆนะ

                        ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไป เป็นตอนสุดท้ายของภาค 1 นี้แล้วนะคะ  แต่...เอ่อ...ขอเวลาปั่นนิดค่ะ

                        ขอบคุณค่ะ



 

1,454 ความคิดเห็น