CLEMENCY

ตอนที่ 38 : ตัวตนของอาจารย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ต.ค. 49



เวลาที่เหลืออยู่ก่อนเปิดเทอมสมาชิกชมรมกีฬาต่างออกค่ายฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อลับฝีมือ 

ชมรมน๊อคบอร์ดสามารถจับฉลากได้ป่าเทพเป็นสถานที่ออกค่าย  ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากโข  เป็นที่อิจฉาของชมรมอื่น

ชมรมพลองนั้นไม่มีความจำเป็นต้องออกค่าย  เพียงเน้นการฝึกในชมรม  แต่เหตุผลเป็นที่รู้กันดีว่าชมรมไม่มีงบมากพอสำหรับออกค่าย

ทว่าเนื้อหาการฝึกฝนนั้นหนักหนาสาหัส  ออโรร่าต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปให้ทันนัดรวมตัวตอนตีห้า  จากนั้นทั้งหมดจะวิ่งรอบโรงยิมห้ารอบเป็นการวอร์ม

ในความคิดของ 'ซีลล์  สโมคกี้' มันไม่ใช่การวอร์มเลย  ด้วยขนาดโรงยิมที่กว้างใหญ่นั้นวิ่งแค่รอบเดียวเขาก็หอบแล้ว  ยิ่งไม่ต้องพูดถึง 'เรเน่  เหลียง' ที่เป็นลมตั้งแต่วันแรก  แต่ทั้งหมดก็วิ่งได้ดีขึ้นเมื่อผ่านไปห้าวัน  และสังเกตได้ว่าสมรรถภาพร่างกายดีขึ้นมาก

จากนั้นพักรับประทานอาหารเช้า  แล้วต่อด้วยการฝึกสมาธิกับพี่ปีสาม 'โจว  เอินหนาน' โดยเน้นควบคุมพลังให้คงที่  และปรับใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์

พักเที่ยงทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนหนึ่งชั่วโมง  กลับมารวมตัวฝึกพลองในรูปแบบพลองแสงกับโจวอีกครั้ง  ฝึกโดยการต่อสู้จริง  ซึ่งเล่นเอาใจหายวาบทุกครั้งเมื่อปลายพลองแสงของรุ่นพี่พาดอยู่ที่ลำคอยามพ่ายแพ้  แต่ก็อดทึ่งไม่ได้กับความเร็วและท่วงท่าอันงดงามดุจเริงระบำในเพลงพลองของเขา

จากนั้นฝึกความว่องไวกับ 'คู่ช่า  มิวนิค' พี่มนุษย์เสือชีต้า  ซึ่งออโรร่าคิดว่าฝึกหนักแค่ไหนก็ไม่มีทางเทียบชั้นความเร็วกับคูช่าได้  กระนั้นมันก็เป็นการฝึกมหาโหด  ทั้งฝึกหลบหลีกการโจมตีจากเครื่องยิงลูกเทนนิสที่ถูกปรับให้ยิงด้วยความเร็วสูงพอๆกับกระสุน และไม่อาจเดาทิศทางได้  ฝึกวิ่งออกตัวให้เร็วแข่งกับมอเตอร์ไซด์  วิ่งขึ้นเนินให้เร็วที่สุดโดยมีหินก้อนยักษ์ถ่วงตัว  และต่อสู้กับคูช่า  โดยพยายามหลบหลีกการโจมตีจากเขาให้ได้  ซึ่งไม่มีใครทำสำเร็จเลย

แต่ทั้งหมดนี้เทียบกันไม่ได้เลยกับการฝึกสุดท้ายในตอนเย็นที่ต้องฝึกต่อสู้กับประธานชมรม 'นีน่า  เอดาต้า' โดยใช้พลังพิเศษ  เธอไม่เคยปราณีในการต่อสู้  ทุกคนบาดเจ็บและหวุดหวิดเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง  

แต่การฝึกก็สร้างความสามัคคีในชมรมอย่างดีเยี่ยม  เพราะหัวข้อสนทนาของทุกคนหลังฝึกเสร็จคือการนินทาผู้ฝึกทั้งสามอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเพื่อระบายอารมณ์ที่ถูกฝึกโหดมาทั้งวัน

ดังนั้นทุกเย็น  ออโรร่า  ซีลล์  เรเน่จึงกลับหอพักด้วยสภาพสะบักสะบอม  และดีใจอย่างยิ่งที่ชาร์ลีนอยู่ช่วยปฐมพยาบาลให้

    ...............................……………...................

เย็นวันสุดท้ายก่อนเปิดเทอมทุกคนกลับมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นใต้ดิน

"ผลสอบเป็นไงบ้าง" ลูฟี่ถามหน้าตื่นทันทีที่มาถึงโต๊ะประจำพร้อมวิลเลี่ยมกับเจมส์  ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรง  และมอมแมม 

ทั้งสามเพิ่งกลับจากการออกค่ายในป่าเทพ  พวกเขาวางเป้ใบใหญ่ลงบนโต๊ะ  วิลเลี่ยมกับเจมส์ไม่พูดไม่จาพิงโซฟาต่างหมอนหลับไปทันที 

"ทุกคนผ่านหมดฮะ" จินตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเขากลับบ้านที่ 'สมาพันธรัฐเชเนเซีย' เพิ่งมาถึงโอเอซิสบ่ายนี้

"แต่ผลคะแนนมันอีกเรื่อง" เมซีเน่พูดต่อด้วยน้ำเสียงข่มขู่  เธอกลับบ้านที่ 'สาธารณรัฐปิรุส' และเพิ่งมาถึงไม่นานนัก 

ลูฟี่อ้าปากที่กำลังจะฉีกยิ้มค้าง  เปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นตระหนกแทน  แล้วยิ่งจมลงไปในโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง

"ไม่เลวร้ายนักหรอกจ้ะ  คะแนนออโรร่าอยู่ในระดับดี  วิล  เจมส์  จิน  เมซี่ดีเยี่ยม…" ชาร์ลีนพูด  แต่ไม่ทันจบเมซีเน่ก็แทรก

"ชาร์ลีนก็ดีเยี่ยม  แต่นาย...กับนาย...แค่คาบเส้น!!" เมซีเน่ถากถาง  ชี้นิ้วไปที่ลูฟี่กับออตโตทีละคน "เพราะพวกนายเอาแต่ลอก  แล้วขืนยังทำแบบเดิมอีก...ปีหน้าเราคงไม่ได้เจอกันแน่!!" เธอยังขู่ต่อ

ลูฟี่มีสีหน้ากลัดกลุ้ม  แต่ออตโตกลับไม่สน

"จะพยายาม" เขาพูดสบายๆด้วยเสียงแหบพร่า  พลางยิ้มกวนให้เมซีเน่ที่สะบัดหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์  เพราะหงุดหงิดที่ทำให้เขาสำนึกไม่ได้ 

ออตโตเพิ่งกลับจากออกค่ายกับชมรมเชียร์ที่เน้นการฝึกพลังเสียง  ทำให้เสียงแหบแห้ง  เขาจึงนั่งจิบน้ำมะนาวอุ่นไปด้วย  ขณะรอให้สมาชิกในกลุ่มมาครบเพื่อจะไปรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน

"ออโรร่า!"   เมซีเน่ร้องเสียงหลง  เมื่อเห็นสภาพเพื่อนสาวที่กำลังเดินโซเซมาถึง  แทบไม่เหลือเค้าความงาม

ใบหน้าออโรร่าเต็มไปด้วยรอยขูดขีดจากการต่อสู้  แขนเสื้อขาดวิ่นเป็นรอยถูกฟัน  ผมยาวรวบหางม้ายุ่งเหยิง  และเลวร้ายที่สุดคือรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนทั่วตัว  เธอทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงข้างชาร์ลีน

"ตายจริง! ยาแก้ฟกช้ำหมดซะแล้วจ้ะ" ชาร์ลีนอุทานขณะรื้อของจากกล่องปฐมพยาบาล  แล้วเงยหน้าขึ้นมองออโรร่าด้วยสีหน้าสำนึกผิด

"เอ้านี่!" วิลเลี่ยมตื่นเพราะเสียงเมซีเน่  เขาค้นยาจากในเป้โยนส่งให้ 

ออโรร่ากระตุกมุมปากยิ้มขอบคุณนิดหนึ่ง  เพราะแทบไม่เหลือแรงแม้การพูด

"ขอบใจจ้ะวิล" ชาร์ลีนรับยามาช่วยทาให้ออโรร่า

"เธอยังดีที่ได้กลับมานอนสบายที่หอทุกวัน  พวกเราน่ะคิดถึงหอพักจะแย่  ชมรมเราฝึกหนักยิ่งกว่าค่ายทหารซะอีก" วิลเลี่ยมบ่น

"สามวันสุดท้ายซิหินสุด  เราถูกแบ่งเป็นกลุ่ม  แล้วเอาไปปล่อยในป่าให้หาทางกลับกันเอง  แถมให้ใช้ถุงมือน๊อคบอร์ดที่มีพลังทำลายนิดเดียวแทนพลอง  เพื่อเอาตัวรอดจากสัตว์ป่า  โหดยิ่งกว่าตอนรับน้องซะอีก" ลูฟี่เล่าต่อด้วยสีหน้าสยดสยอง  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิ่งกว้างพรั่นพรึง

"ใช่...ฉันหิวแล้ว" เจมส์รับคำเห็นด้วย  แล้วตัดบทดื้อๆ  ลุกขึ้นเดินนำมุ่งหน้าสู่โรงอาหาร  แสดงชัดว่าอยากรีบกินแล้วกลับหอพักผ่อนโดยด่วน  ด้วยรู้ดีว่าบทสนทนาถึงความหฤโหดในการออกค่ายครั้งนี้คงไม่จบลงโดยง่ายดาย

             ...............................……………...................

พฤศจิกายนเดือนแรกของเทอมสองผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ทุกคนไม่สามารถจดจ่อสมาธิกับการเรียนได้  ด้วยใจมุ่งหมายสู่งาน 'กีฬาสหสัมพันธ์' 

ชมรมกีฬาต้องฝึกซ้อมอย่างหนักหลังเลิกเรียนและวันหยุด  

ชมรมอื่นต่างเตรียมงานออกร้านกับการแสดงความสามารถ  เพื่อหารายได้  และอวดศักดาให้มหาวิทยาลัยอื่นได้ประจักษ์ 

คณะกรรมการนิสิตเตรียมการจัดงาน  รวมถึงที่พักสำหรับบุคลากรมหาลัยอื่นที่มาร่วมแข่งขัน  ศูนย์นักข่าว  สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  เพื่อรองรับผู้คนจำนวนมหาศาลที่จะมาร่วมงาน  ซึ่งมากกว่าพิธีพระราชทานปริญญาหลายเท่า

งานนี้ไม่เพียงเป็นหน้าตาและรายได้เข้ามหาลัยเท่านั้น แต่รวมความคาดหวังที่จะได้เข้าสู่วงการต่างๆ  เพราะผู้คนที่มางานจากทั่วทุกสารทิศ  มีทั้งเจ้าของค่ายหนัง  ค่ายเพลง  ประธานสโมสรกีฬา  และพวกเขามุ่งหวังจะได้บุคลากรชั้นเยี่ยมกลับไปจากงานนี้

อาทิตย์สุดท้ายของเดือนจึงเป็นช่วงวุ่นวายที่สุด  ทุกชมรมกีฬามีการคัดเลือกสมาชิกที่จะเป็นตัวจริงลงสนาม 

เอ็ดมันด์โผล่มาป่วนในวินาทีสุดท้าย ทวงสิทธิ์ขอเป็นตัวจริงลงแข่งน๊อคบอร์ด  แต่ประธานชมรม 'อิริค  โพเวล' มีความยุติธรรมพอที่จะตัดสินไม่ให้คนที่ไม่เคยร่วมฝึกซ้อมกับทีมสักครั้งได้เป็นตัวจริง 

กระนั้นด้วยความเสียดายในฝีมือ  อิริคกลับตัดสินใจให้เอ็ดมันด์กับเพื่อนเป็นผู้เล่นสำรองอันดับแรกๆ  แต่เมื่อการคัดเลือกตัวจริงสิ้นสุด  เจมส์  วิลเลี่ยม  ลูฟี่ได้เป็นตัวจริง  แถมพ่วงด้วยออตโตที่เจียดเวลาจากชมรมเชียร์มาซ้อมสองสามครั้งในช่วงสุดท้าย  แล้วทดสอบผ่านได้เป็นตัวสำรอง  เอ็ดมันด์กับเพื่อนก็สละสิทธิ์  แล้วจากไปอย่างไม่พอใจ  ทว่าทำให้คนที่ยังอยู่พอใจอย่างยิ่ง

ออโรร่านอนมาอยู่แล้วในตำแหน่งตัวจริง  แต่เธอก็ต้องจำกัดอาหารควบคุมน้ำหนักเพื่อลงแข่งการต่อสู้ด้วยพลองในรุ่นไลท์ฟลายเวท 45-48 กิโลกรัม  แถมยังต้องให้สัมภาษณ์กับถูกถ่ายภาพอยู่บ่อยๆโดยบรรดานักข่าวกับแฟนคลับ  ร้ายที่สุดคือการที่มนุษย์แมวเปอร์เซีย 'ซีเลค  ไทริน' พยายามตามถ่ายวิดีโอเธอตลอดเวลาเพื่อนำไปทำเรียลริตี้โชว์    ทั้งหมดนี้สร้างความตึงเครียดให้กับเธออยู่ไม่น้อย

ด้านชาร์ลีนกับเมซีเน่ก็วุ่นอยู่กับการจัดงาน  นักศึกษาและบุคลากรจากสี่มหาวิทยาลัยที่ร่วมงานทยอยเข้าพักที่โรงแรมแห่งเดียวในโอเอซิส  ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อให้นิสิตเอกการโรงแรมได้ใช้เป็นสถานที่เรียนรู้ฝึกงานจริง 

แม้โรงแรมขนาดใหญ่แต่ก็ไม่พอเพียงกับจำนวนคนเข้าพัก  และผู้คนที่มางานแล้วหวังจะได้พักกลับไม่ได้ที่พักก็ไม่พอใจ  ต้องแก้ปัญหาด้วยการจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อรับส่งผู้โดยสารที่พักอยู่ในเมืองฟรี 

ทว่าปัญหาก็ไม่เคยหมดและมาไม่หยุดหย่อน  ไม่ว่าจะเป็นการกระทบกระทั่งกันระหว่างมหาลัย  ปัญหาในการเตรียมสถานที่  ทำให้ทั้งสองแทบไม่มีเวลาได้นอนด้วยซ้ำ

จินน่าจะมีเวลามากที่สุดที่จะมุ่งมั่นจดจ่อกับการเรียน  แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น  ชมรมห้องสมุดไม่ได้ถูกละเว้นจากการอวดศักดา 

ดังนั้นจินซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรมจำนวนน้อยกับเจ้าหน้าที่หยิบมือภายในอาคารหอสมุดกว้างใหญ่จึงมีงานล้นมือในการจัดเก็บ  ทำความสะอาด  จัดหมวดหมู่  และตกแต่งให้ดูดีที่สุด  จินจึงแทบไม่โผล่หน้ากลับมานอนหอเลยในสัปดาห์สุดท้าย

             ...............................……………...................

ในที่สุดวันที่ทุกคนตั้งตารอก็มาถึง  เช้าแรกของเดือนธันวาคมอากาศค่อนข้างหนาว  แต่แสงแดดเจิดจ้าก็ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ผู้คนที่ยืนออกันแน่นลานกว้างหน้าสวนด้านหลังหอประชุม  ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิดงาน 'กีฬาสหสัมพันธ์'

เวทียกพื้นตกแต่งหรูหราโดยใช้โทนสีเขียวสลับขาว  เว้นพื้นที่กว้างบริเวณหน้าเวทีไว้  เมื่อได้เวลาเปิดงาน  วงดนตรีขนาดใหญ่ด้านซ้ายก็บรรเลงเพลงต้อนรับประธานในพิธี  'เจ้าชายฮาเวิร์ด'  มกุฎราชกุมารแห่งสาธารณรัฐเมอซีก้าวเดินขึ้นเวทีอย่างสง่า  แล้วนั่งลงบนที่ประทับกลางเวทีขนาบด้วยคนคุ้มกันในชุดสูทสีขาว  และบอดี้การ์ดอีกโขยงปนอยู่ในงาน

แล้วออโรร่าก็ต้องตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นพระพักต์เจ้าชายถนัดชัดเจน!!

'อาจารย์!' เธอคิดพลางขยี้ตามองอย่างไม่อยากเชื่อ  แต่ไม่ว่าจะเป็นผมสั้นสีทองหวีเรียบ  นัยน์ตาสีเทา  ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร  ผิวขาว   รูปร่าง  และบุคลิก  รวมถึงสูทสีดำชุดนั้นก็บ่งชัดว่าเป็นคนคนเดียวกัน  เธอจึงหันหาคนที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุด

"อย่างที่คิดนั่นล่ะ  ตัวจริงอาจารย์ของเธอก็คือเจ้าชายฮาเวิร์ด" วิลเลี่ยมกระซิบตอบออโรร่าอย่างรู้ทัน

"ขอโทษจ้ะที่ไม่บอก  พวกเราถูกห้ามไว้น่ะจ้ะ" ชาร์ลีนพูด  สีหน้าสำนึกผิด

เมื่อสบตาเจมส์  เขาก็มองตอบด้วยสายตาขอโทษเช่นกัน  แล้วจึงชำเลืองมองรอบตัวอย่างระแวดระวังว่ามีใครได้ยินที่พวกเขาคุยกันหรือไม่  รวมถึงลูฟี่  ออตโต  เมซีเน่  และจินที่คุยกันอยู่ข้างๆด้วย

ทุกคนยืนอยู่ในแถวซึ่งตั้งรอ  เพื่อเคลื่อนตามขบวนพาเหรดอันเลิศหรูตระการตา  มีวงดุริยางค์นำขบวน  ตามด้วยสาวนักเต้นสวมชุดราตรีสั้นโทนเขียวประกายทองติดขนนก  และขบวนรถบุพชาติที่มีนักเต้นชายหญิงอยู่ด้านบน  ปิดท้ายด้วยทัพนิสิตในชุดวอร์มสีเขียวเข้าไปยังลานหน้าเวทีเป็นแถวสุดท้ายในฐานะมหาวิทยาลัยเจ้าภาพ

พิธีเปิดผ่านไปด้วยดี  หลังการชักธงห้ามหาวิทยาลัยสู่ยอดเสา  เจ้าชายฮาเวิร์ดกล่าวเปิดงาน  และการสาบานตนของนักกีฬากับกรรมการว่าจะเล่นอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม  ก็จะต่อด้วยการแข่งขันน๊อคบอร์ดนัดเปิดสนาม 

ระหว่างคู่สำคัญฝ่ายเจ้าภาพซึ่งเป็นแชมป์ติดต่อกันแปดสมัยมหาวิทยาลัยโอเอซิส  กับมหาวิทยาลัยเคปเปอโดเชีย  ฉายาเมืองหิน  ซึ่งมีนักกีฬาจอมอึดฉายามนุษย์ถ้ำ  เพราะมหาลัยสร้างโดยการเจาะหุบเขาหินเข้าไปเป็นเหมือนถ้ำ 

"กลับไปเถอะฉันขอร้อง  นายดูถ่ายทอดสดทางเน็ตก็ได้นี่" วิลเลี่ยมอ้อนวอนผ่านมือถือด้วยเสียงกระซิบ  สีหน้าเครียด  ขณะทุกคนกำลังไปยังสนามน๊อคบอร์ดซึ่งจะมีการแข่งขันนัดแรกในอีกหนึ่งชั่วโมง  แต่เสียงปลายสายให้คำตอบที่ไม่น่าพอใจ

"เออ! ตามใจ!  นายจะเป็นจะตายฉันไม่สนแล้ว!" วิลเลี่ยมตะคอก  แล้วกดปุ่มวางสายอย่างแรง  แถมทำท่าจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง  แต่เปลี่ยนใจยัดลงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดแทน "เขาบอกว่าจะไปดูเราแข่ง  และหาว่าฉันคิดมากที่บอกเขาว่าฉันรู้สึกสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่อง" เขาอธิบายให้เจมส์  ออโรร่า  และชาร์ลีนที่คอยฟัง

"ถ้าเขาว่าอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรหรอกจ้ะ  แล้วเขาก็ไม่ใช่คนไม่รอบคอบ  เขาต้องแน่ใจว่าปลอดภัยถึงตัดสินใจไป  ที่สำคัญจะห้ามไม่ให้เขาดูน้องชายสุดที่รักทั้งสองแข่งน่ะไม่มีทางหรอกจ้ะ" ชาร์ลีนพูด  แล้วยิ้มให้เจมส์กับวิลเลี่ยมที่เธอหมายถึงน้องชายทั้งสอง 

พวกเขาต้องพูดถึงฮาเวิร์ดโดยใช้สรรพนามแทนเพื่อไม่ให้ใครรู้

"น้องชายสุดที่รัก...โธ่เมื่อกี้เขาเพิ่งว่าฉันบ้าอยู่หยกๆ!!" วิลเลี่ยมเลียนเสียงชาร์ลีน  แล้วกระแทกเสียงในประโยคท้ายอย่างไม่สบอารมณ์  ทั้งที่ตอนแรกไม่คิดพูดว่าฮาเวิร์ดด่าอะไรเขาตอนปะทะคารมกันเพราะกลัวออโรร่าจะเสียใจกับพฤติกรรมแท้จริงของอาจารย์ที่เคารพ  แต่ความโมโหทำให้อดไม่ได้จริงๆ

             ...............................……………...................

ความวิตกกังวลยิ่งทวี  เมื่อเห็นรถดาวเทียมเตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันอยู่ในสนามด้านข้าง  วิลเลี่ยมเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายภายในห้องแต่งตัวนักกีฬา  พลางคิดหาวิธีเตรียมรับมือกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นกับฮาเวิร์ด 

คนอื่นมองว่าวิลเลี่ยมกำลังเครียดกับการแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเช่นเดียวกับตนเอง  ทว่าเจมส์รู้ดีว่าไม่ใช่  เพราะเขาก็รู้สึกอย่างแรงกล้าว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้น  แต่จำต้องเงียบงำเอาไว้  เนื่องด้วยเวลานี้มีหน้าที่สำคัญคือการนำชัยชนะมาให้ได้มากกว่าจะคิดกังวลเรื่องอื่น  และฮาเวิร์ดก็อยากเห็นชัยชนะของทั้งคู่มากกว่าจะให้คิดกังวลถึงความปลอดภัยของตัวเขา  ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของทั้งสองเช่นกัน

"สวัสดีค่ะ...เวลาที่ทุกท่านรอคอยมาถึงแล้ว  การแข่งขันน๊อคบอร์ดนัดเปิดสนาม  ระหว่างคู่แข่งตลอดกาล 'โอเอซิส' และ 'เคปเปอโดเชีย' ค่ะ!!" พิธีกรสาวมนุษย์ห่านในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวอ่อนผูกไทด์สีเขียวเข้มประกาศเสียงดัง  น้ำเสียงเร้าใจ  หวังดึงคนดูซึ่งกำลังแผดเสียงเชียร์ทีมของตนลั่นสนามให้หันมาสนใจ 

บนอัฒจันทร์กองเชียร์แบ่งออกเป็นสองฝั่ง  ตะวันตกเป็นสีเขียวจากสีสันเสื้อผ้ากองเชียร์โอเอซิส  ตะวันออกสีทองด้วยกองเชียร์เคปเปอโดเชีย  และด้านหน้ากองเชียร์ทั้งสองฝั่งเชียร์หรีดเดอร์สาวออกมาเต้นแล้วต่อตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ  ประกอบเพลงจากสมาชิกชมรมเชียร์ซึ่งร้องเพลงปลุกใจเสียงดังสนั่น

ตรงกลางเป็นที่นั่งพิเศษของคณาจารย์กับบุคคลสำคัญ  หนึ่งในนั้นคือเจ้าชายฮาเวิร์ด

           "ปี๊ดดดด!" กรรมการหนุ่มผิวดำ  ผมทรงสกินเฮด  จากมหาวิทยาลัยแอทแลนทิซ เป่านกหวีดยาวเริ่มการแข่งขัน

            "ผู้เสิร์ฟคนแรกของเคปเปอโดเชีย 'บันเดรัส  สโนว์' ค่ะ  โอ...นี่เป็นศึกแข่งขันที่ทรมานใจจริงๆ  ผู้เล่นตำแหน่งโจมตีที่สามของโอเอซิส  'ลูฟี่  สโนว์'  เป็นน้องชายของบันเดรัสค่ะ" พิธีกรประกาศเสียงดังอย่างหวาดหวั่น

                  บันเดรัสยิ้มกวนๆให้ลูฟี่ที่ยืนอยู่ในแดนตรงข้าม  แล้วโยนบอลเหล็กหุ้มยางแดงขึ้นฟ้า

            "โฮโลคอซ!" พลังไฟประลัยกัลป์ขาวเจิดจ้า  เผาไหม้ร้อนแรงกว่าเปลวไฟธรรมดา  ห่อหุ้มบอลสีแดงวิ่งตรงสู่ลูฟี่ในแดนตะวันตก

            "วอเตอร์บาเรีย!" ลูฟี่เรียกม่านน้ำขึ้นกางกั้นป้องกันตัว  และสกัดวิถีลูกไปพร้อมกัน  แต่เขารู้ดีว่าไม่ง่าย  และต้องมุ่งมั่นทุ่มสุดกำลังเพื่อการนี้  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายกล้าท้าทาย  เขาประสานมือตรงหน้า  สองขายืนหยัดตั้งมั่นขณะพยายามหน่วงเหนี่ยวม่านพลังน้ำให้แข็งแกร่งและนานที่สุด

                  ไม่มีความปราณีจากนัยน์ตาสีเงินของบันเดรัส  เขามีคำพูดติดปากว่า 'ไม่มีมิตรหรือญาติในสนามรบ' ซึ่งลูฟี่รู้ดีกว่าใคร  และครั้งนี้เมื่อทั้งสองอยู่คนละฝ่าย  ต่างต้องทำหน้าที่เพื่อศักดิ์ศรีกับชัยชนะ  ก็จะไม่มีการอ่อนข้อให้แก่กัน

            "อ๊ากกกก!!!" ลูฟี่ไม่อาจทนหน่วงพลังไว้ได้อีก  ม่านน้ำของเขาไม่ได้ทำให้เพลิงประลัยกัลป์อ่อนแรงลงแม้แต่น้อย  กลับสร้างความเจ็บปวดเสียหายให้กับตัวเอง  ชั่วเวลาเพียงสิบวินาทีม่านน้ำถูกแปรสภาพให้เดือดปุด  แล้วลวกอาบทั่วตัวเขา  ก่อนสลายกลายเป็นไอด้วยอุณหภูมิสูง  ทำให้เขาจำต้องเบี่ยงหลบปลดปล่อยบอลเพลิงไป

                  บอลเพลิงขาวเจิดจ้าพุ่งเข้าหา 'โรเจอร์  มัวร์' รองประธานชมรมน๊อคบอร์ดร่างบึก  ตำแหน่งผู้ป้องกันบอร์ดที่สี่ด้วยความเร็วสูง  ไม่มีอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อยในดวงตาและสีหน้า  เขายิ้มน้อยๆเตรียมรับมือบอลไฟนั้นด้วยท่าทางสบายๆ  เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ปะทะกับบันเดรัส

            "วินเดจ!" สายลมแรงวูบหนึ่งเข้าตัดวิถีลูก  แล้วพัดพาออกนอกสนามหายไปในท้องฟ้า  พร้อมรอยยิ้มกับประกายตาสีนิลของโรเจอร์ที่บ่งว่าเขาเหนือกว่าส่งให้บันเดรัส

                  บันเดรัสเพียงปลายตามองนิดหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ  เพราะเขามีเรื่องอื่นให้ห่วง  เขาจับจ้องอยู่แต่ลูฟี่ที่ยันตัวยืนขึ้นอย่างยากลำบาก 

            'ถ้าพวกมันไม่เล่นสกปรกจงใจส่งลูฟี่มาสกัดทำให้เราต้องออมมือแบบนี้  ลมสวะพรรณนั้นมีหรือจะทำอะไรไฟประลัยกัลป์ของเราได้' เขาคิดอย่างหงุดหงิด  คิ้วขมวดมุ่นไม่สบอารมณ์

            "ปิ๊ด!" กรรมการเป่านกหวีดสั้น  สกอร์บอร์ดเคปเปอโดเชียยังมีพันแต้มเท่าเดิม  เนื่องจากไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับฝ่ายใด  แต่เปลี่ยนโอเอซิสมาเป็นฝ่ายเสิร์ฟ

            "สโนว์บอล!" ประธานชมรม 'อิริค  โพเวล' เรียกเกร็ดหิมะห่อหุ้มบอลเป็นสีขาวโพลนและเพิ่มขนาดขึ้นทุกขณะจนใหญ่มหึมาเหนือแดนตะวันตก 

                  ด้วยต้องการจับภาพมุมสูง  รถดาวเทียมถูกปรับเครนใต้ที่นั่งตากล้องให้ยืดยาวสูงขึ้น  จนเทียมเท่ากับที่นั่งชั้นหนึ่งด้านบน  และอยู่ในตำแหน่งประจันหน้ากับที่นั่งพิเศษพอดี  จังหวะนั้นเองที่วิลเลี่ยมเห็นสิ่งผิดปกติ...ใต้แท่นที่นั่งแคบๆของตากล้องมีท่อกลมสีดำซ่อนอยู่!!

                  มันสายไปแล้วที่จะเตือน  และช้าไปสำหรับความช่วยเหลือ!!! 

"บรึมมมมมมมมมมมม!!" บาซูก้าสีดำทะมึนปลดปล่อยกระสุนระเบิดพวยพุ่งออกไป...

             ...............................……………...................

            "ในที่สุดก็ได้เผยตัวตนที่แท้จริงสักทีนะคะอาจารย์...อ๊ะ! ตอนนี้ต้องเรียก 'เจ้าชายฮาเวิร์ด' แล้วสิ...ใช่มั้ยเพคะ ?" ได้โอกาสดี  หลังจากห่างหายไปหลายตอน  ฉันจัดการดึงตัวเจ้าชายมาดเท่ห์มาเริ่มบทสัมภาษณ์ทันที

            "ฮ่า  ฮ่า  เรียกผม 'ฮาเวิร์ด' เฉยๆก็ได้ครับ...ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรหรอก" เจ้าชายสุดหล่อหัวเราะ  แล้วตอบคำถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ใช้ประโยคสุภาพแทนการพูดคุยด้วยราชาศัพท์ สร้างความเป็นกันเองระหว่างกัน  ยิ่งเสริมเสน่ห์ชวนให้ฉันหลงใหลในตัวเขามากยิ่งขึ้น

            "แหม...ดีเลยค่ะ  ฉันล่ะไม่ถนัดพวกคำราชาศัพท์อยู่แล้วด้วย  งั้นมาเริ่มคำถามกันเลยนะคะ  คิดว่าผู้อ่านหลายๆท่านคงอยากทราบ...ตอนหน้าคุณจะรอดมั้ยคะเนี่ย!" ฉันยิงคำถามที่ค้างคาแทนใจผู้อ่าน

            "หึ  หึ  ไม่ทราบสิครับ...อันนี้ก็สุดแท้แต่คุณจะเขียนไม่ใช่เหรอ" ฮาเวิร์ดหัวเราะในลำคอ  ไม่ตอบตรงคำถาม  แต่โบ้ยคำถามกลับมายังฉันแทน

            "เอ่อ...แหม...งั้นเปลี่ยนคำถามใหม่  คุณยังอยากจะมีชีวิตอยู่ในตอนหน้ามั้ยคะ...ฉันจะได้เขียนถูกน่ะค่ะ  ว่าจะให้คุณอยู่หรือตายดี" ฉันอึกอักอ้ำอึ้งเล็กน้อย  ก่อนจะยียวนโบ้ยถามกลับไปอีก

                  เจ้าชายผมทอง  นัยน์ตาสีเทา  ยังคงแย้มยิ้ม  วางมาดสุขุม  และไม่ยอมตอบคำถามอีก  ด้วยรู้ดีว่าคำตอบอาจกลายเป็นชนวนแห่งการโต้เถียงอันไม่จบสิ้น

                  แล้วก่อนที่ฉันจะถามย้ำ  เค้นเอาคำตอบ  พระเอกจอมโวยวายก็เข้ามาขัด

            "ให้ฮาเวิร์ดตายตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเปิดเผยตัวแบบนี้จะดีเหรอ...เธอไม่กลัวเรทติ้งจากคนอ่านจะตกหมดรึไง" วิลเลี่ยมถาม  คราวนี้มาแปลกไม่ได้ปึงปังโวยวาย  กลับถามนำให้ฉันได้คิดอีกต่างหาก

            "อืม...นั่นสินะ...ผู้อ่านสาวๆหลายคนก็ชอบบุคลิกแบบฮาเวิร์ดซะด้วยสิ  งั้นเอางี้แล้วกัน...ตอนหน้าให้นายตายแทนนะวิลเลี่ยม  ฉันจะได้เปลี่ยนเอาพระเอกจอมป่วนอย่างนายออกไปจากเรื่องสักที  แล้วให้ฮาเวิร์ดเป็นพระเอกแทนซะเลย" ฉันแกล้งหยอกกลับ  ทว่าไม่ได้ผลให้วิลเลี่ยมสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย

            "งั้นก็ดีซิ! ฉันละเหนื่อยเต็มทีแล้วกับบทพระเอกที่เธอป้อนมาให้นะ  รับบทหนักทุกตอนเลย...ตอนหน้าอย่าลืมเขียนตามที่พูดล่ะ  ไปเถอะฮาเวิร์ด...พักผ่อนซะหน่อย  ตอนหน้าพวกเราคงเหนื่อยกันน่าดู" วิลเลี่ยมท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว  แล้วหันไปชวนฮาเวิร์ดเดินจากไปด้วยกัน

                  เสาร์หน้ามาติดตามกันต่อนะคะ

อ่านสนุก  ช่วยกันโหวต  โพสวิจารณ์ติชมหน่อยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ J

PS. ท่านที่แวะเข้ามาอ่านใหม่  หรือเข้ามาอ่านบ่อยๆ แต่ยังไม่เคย 'บันทึกบทความเป็น Favorite' ถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วยบันทึกให้หน่อยนะคะ  จะได้เป็นกำลังใจให้ St. Pisces นะคะ  ขอบคุณค่ะ

1,454 ความคิดเห็น