numa
ดู Blog ทั้งหมด

เรื่อง โรคลูคีเมีย

เขียนโดย numa

เลือดนับว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ประกอบด้วยน้ำเลือด และเม็ดเลือด ซึ่งในเม็ดเลือดนี้เองยังประกอบไปด้วยเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ที่ต่างมีหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกันไป โดยเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ในการนำออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่างๆ เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมทุกชนิด และเกล็ดเลือดมีหน้าที่ในการห้ามเลือด

โดยโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติของเม็ดเลือดที่เราพบเห็น ได้แก่ โรคลูคีเมีย หรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือด ที่ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดชนิดผิดปกติออกมามากจนเกินไป ส่งผลให้เม็ดเลือดที่ผิดปกติเหล่านี้ ไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดปกติ ทำให้จำนวนเม็ดเลือดที่ดมีน้อยลง

นอกจากโรคลูคีเมียแล้ว ยังมีโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเม็ดเลือดอีกหนึ่งโรค นั่นคือ โรคธาลัสซีเมีย โดยแพทย์หญิง พิมพ์ลักษณ์ เจริญขวัญ กุมารแพทย์ และอาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงโรคธาลัสซีเมียไว้ดังนี้

ธาลัสซีเมีย เป็นโรคเลือดจางทางพันธุกรรม ซึ่งจะเจอเยอะในประเทศไทย และประเทศแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดจากความผิดปกติของยีนส์ในเม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะทำให้คนไข้มีอาการซีด เหลือง ตับโต ม้ามโต แล้วก็เจริญเติบโตช้า อาการซีดเกิดจากเม็ดเลือดแดงสร้างได้น้อยแล้วก็ผิดปกติ แล้วก็ตับ ม้ามโตขึ้น เพราะว่าตับ กับม้ามจะช่วยกันสร้างเม็ดเลือดแดงออกมา โรคนี้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนส์ด้อย ซึ่งหมายความว่าคนที่จะเป็นโรคนี้ จะมียีนส์ของธาลัสซีเมียอยู่คู่กัน แล้วก็จะได้รับมาจากบิดา มารดาซึ่งเป็นพาหะของโรค พาหะของโรคเป็นคนที่ไม่มีอาการเลย ไม่มีอาการซีด หรือตับ ม้ามโต แต่ว่ามียีนส์ที่ผิดปกติอยู่ 1 ยีนส์ แล้วก็สามารถไปเข้าคู่กับยีนส์ที่ผิดปกติของคนอื่น แล้วก็ให้กำเนิดลูกที่เป็นโรคได้ แล้วก็ในประเทศไทยมีความชุกของยีนส์ธาลัสซีเมียสูงมาก ประมาณร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด

ปกติแล้วเม็ดเลือดแดงในร่างกายเราจะมีค่าฮีโมโกลบินอยู่ที่ประมาณ 12 - 15 กรัมเปอร์เซนต์ แต่สำหรับคนไข้โรคธาลัสซีเมียนั้น จะมีค่าฮีโมโกลบินที่น้อยลง ซึ่งอาจจะน้อยถึง 3 - 5 กรัมเปอร์เซนต์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

            เม็ดเลือดแดงปกติซึ่งเราจะวัดเป็นค่าฮีโมโกลบินจะอยู่ประมาณ 12 - 15 กรัมเปอร์เซนต์   ซึ่งในคนไข้ธาลัสซีเมียก็จะมีหลายแบบ ตั้งแต่ซีดมากๆ ฮีโมโกลบินลงไปถึง 3 - 5 กรัมเปอร์เซนต์      หรือว่าบางคนซีดปานกลาง ซึ่งอาจจะไม่ต้องเติมเลือดก็อาจจะอยู่ที่ 8 - 10 กรัมเปอร์เซนต์ ความรุนแรงของโรคธาลัสซีเมียมีหลายแบบ ตั้งแต่ชนิดที่เรียกว่า อัลฟา ธาลัสซีเมีย อาจจะทำให้คนไข้ซีดตั้งแต่อยู่ในท้อง แล้วก็คลอดมาไม่มีชีวิต    เบตา    ธาลัสซีเมียบางชนิดผู้ป่วยก็จะซีดตั้งแต่ใน    1    ปีแรก    หรือว่า 2 ปี  แรกของชีวิต  แล้วก็ต้องเติมเลือดทุก ๆ เดือน แต่ก็มีอัลฟา ธาลัสซีเมียบางชนิด      ซึ่งเรียกว่า ฮีโมโกลบิน เอช

อาการของคนไข้จะน้อยหน่อย คือ เห็นว่าซีด แต่ว่าทั้งชีวิตอาจไม่ต้องเติมเลือดเลย หรือว่าบางคนก็อายุโตๆแล้ว 20 - 30 แล้ว เพิ่งมาพบว่าตัวเองซีด เพราะเป็นโรคก็มี

 

ผู้ที่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียนั้น เมื่อแต่งงาน และมีบุตร บุตรที่เกิดมาไม่จำเป็นต้องเป็นโรคธาลัสซีเมียทุกคน โดยโอกาสที่บุตรจะป่วยเป็นโรคนั้นมีเพียง 1 ใน 4 ของการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย เมื่อแต่งงานกับผู้ที่ไม่เป็นพาหะ หรือไม่ป่วยเป็นโรคนี้เลย ก็มีโอกาสที่จะมีบุตรเป็นปกติได้เช่นกัน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการปรึกษาแพทย์ก่อนการมีบุตรทุกครั้ง

โรคนี้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งหมายถึงว่าคนที่จะเป็นโรคจะมียีนส์ที่ผิดปกติอยู่ ที่ทำให้สร้างเม็ดเลือดได้ผิดปกติ คนที่เป็นโรคจะมียีนส์ธาลัสซีเมียอยู่ 2 ยีนส์ คือคู่หนึ่ง ส่วนคนที่เป็นพาหะ ซึ่งหมายถึงว่าไม่ได้เป็นโรค แต่ว่าสามารถถ่ายทอดยีนส์ไปให้ลูกหลานได้ ก็จะมียีนส์ที่ผิดปกติอยู่เพียงยีนส์เดียว ตามการถ่ายทอดพันธุกรรมแบบยีนส์ด้อย คนที่เป็นพาหะเมื่อแต่งงานกันไม่ได้หมายความว่าลูกจะต้องเป็นโรคทั้งหมดร้อยเปอร์เซนต์ คนที่เป็นพาหะ เมื่อจับคู่กับคนที่เป็นพาหะของโรคชนิดเดียวกัน ก็จะมีโอกาสมีลูกเป็นโรคได้ 1 ใน 4 ของการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคถ้าแต่งงานกับคนที่ไม่เป็นพาหะ หรือไม่เป็นโรคเลย ก็มีโอกาสที่จะมีลูกเป็นปกติเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสที่จะแต่งงานได้ แล้วก็มีลูกได้ ซึ่งคงต้องปรึกษาแพทย์อีกทีหนึ่ง

 

ในส่วนของการรักษาโรคธาลัสซีเมียนั้น คุณหมอพิมพ์ลักษณ์ได้กล่าวว่า มี 2 แบบใหญ่ๆคือ การรักษาตามอาการ และการรักษาให้หายขาด

การรักษาโรคธาลัสซีเมียนี้มีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆ ก็คือ การรักษาตามอาการ กับ การรักษาให้หายขาด รักษาตามอาการ ถ้ามีอาการซีดก็ให้เลือด ซึ่งการให้เลือดจะถี่มากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค แล้วก็ความรุนแรงของอาการซีด ซึ่งอาจจะเป็นได้ว่าให้เลือดทุก 2 - 3 สัปดาห์ หรือว่าบางคนถ้าซีดน้อยก็ไม่จำเป็นต้องให้เลือดเลย แล้วก็คนไข้ที่ซีดมากๆจำนวนหนึ่ง แพทย์ก็จะพิจารณาตัดม้าม ซึ่งอาจจะทำให้เม็ดเลือดแดงของเขาสูงขึ้นมา อีกวิธีหนึ่งที่เป็นวิธีรักษาให้หายขาดก็คือ การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งจะเป็นการใส่เซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดเข้าไปในคนไข้ ซึ่งก็ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก แล้วก็ในประเทศไทยทำได้ที่ในโรงเรียนแพทย์ซึ่งอยู่ในกรุงเทพ

สำหรับวิธีการป้องกันโรคธาลัสซีเมีย รวมถึงข้อควรปฏิบัติ และข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียนั้น คุณหมอพิมพ์ลักษณ์ได้กล่าวไว้ดังนี้

ก็คือการให้ความรู้กับบุคคลทั่วไป ผู้ที่จะแต่งงาน หรือมีลูกก็ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อน แล้วก็ตรวจเลือดหาพาหะธาลัสซีเมีย ข้อที่ควรปฏิบัติก็คือ พบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เช็คระดับเม็ดเลือดแดง แล้วก็ให้เลือดเมื่อจำเป็น แล้วก็มีการให้ยาขับเหล็ก ให้ยาวิตามินทาน ที่ควรระวังก็คือ เกี่ยวกับเรื่องยา ซึ่งไม่ควรจะซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาที่มีธาตุเหล็ก หรือว่าอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เนื่องจากว่าร่างกายของคนไข้กลุ่มนี้จะมีธาตุเหล็กสะสมมากๆอยู่แล้ว อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงๆจะเป็นพวกเครื่องในสัตว์ แล้วก็เนื้อสัตว์ แต่ก็ควรจะกินบ้าง แต่ว่าอย่ารับประทานมากเกินไป

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะขอคำปรึกษา หรือเข้ารับการรักษาโรคธาลัสซีเมีย สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งของรัฐบาล และเอกชน โดยโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จะมีคลินิกธาลัสซีเมีย อยู่ที่ห้องตรวจพิเศษเด็ก 3 ชั้น 6 ตึกศรีพัฒน์ ซึ่งเปิดทำการทุกวันอังคาร และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า ถึงเที่ยงวัน เบอร์โทรศัพท์ติดต่อคือ 053 - 945 - 759

 

โรคแทบจะทุกโรคมีวิธีการรักษาให้หายได้ก็จริง แต่ว่าถ้าสุขภาพดีไม่มีโรค ก็คงจะดีกว่า เพราะฉะนั้น ตรวจเช็คดูแลสุขภาพให้ดี โรคยา ปรงมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
สัญญาณคู่แท้
1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อ
โผล่มา
2. เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอาราย
บางอย่างสะกดจิต
3.เวลาเราอยากได้ครายสักคนมาเป็นเพื่อนเค้า
ก้อจะโผล่มาพอดี
4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมา
ก่อน แต่นึกไม่ออกว่าคราย
5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดี
ที่สุด
คนที่อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะ
ต้องมนตราน่ากลัวมาก
แต่ต้องโพสแค่5 อันแล้วคุณจะพบกับสิ่ง
อัศจรรย์บางอย่าง
นี่เรื่องจริงนะ
ความคิดเห็นที่ 2
สัญญาณคู่แท้
1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อ
โผล่มา
2. เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอาราย
บางอย่างสะกดจิต
3.เวลาเราอยากได้ครายสักคนมาเป็นเพื่อนเค้า
ก้อจะโผล่มาพอดี
4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมา
ก่อน แต่นึกไม่ออกว่าคราย
5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดี
ที่สุด
คนที่อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะ
ต้องมนตราน่ากลัวมาก
แต่ต้องโพสแค่5 อันแล้วคุณจะพบกับสิ่ง
อัศจรรย์บางอย่าง
นี่เรื่องจริงนะ
ความคิดเห็นที่ 3
สัญญาณคู่แท้
1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อ
โผล่มา
2. เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอาราย
บางอย่างสะกดจิต
3.เวลาเราอยากได้ครายสักคนมาเป็นเพื่อนเค้า
ก้อจะโผล่มาพอดี
4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมา
ก่อน แต่นึกไม่ออกว่าคราย
5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดี
ที่สุด
คนที่อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะ
ต้องมนตราน่ากลัวมาก
แต่ต้องโพสแค่5 อันแล้วคุณจะพบกับสิ่ง
อัศจรรย์บางอย่าง
นี่เรื่องจริงนะ
ความคิดเห็นที่ 4
สัญญาณคู่แท้
1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อ
โผล่มา
2. เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอาราย
บางอย่างสะกดจิต
3.เวลาเราอยากได้ครายสักคนมาเป็นเพื่อนเค้า
ก้อจะโผล่มาพอดี
4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมา
ก่อน แต่นึกไม่ออกว่าคราย
5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดี
ที่สุด
คนที่อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะ
ต้องมนตราน่ากลัวมาก
แต่ต้องโพสแค่5 อันแล้วคุณจะพบกับสิ่ง
อัศจรรย์บางอย่าง
นี่เรื่องจริงนะ
ความคิดเห็นที่ 5
1 ono บอกว่า :
สัญญาณคู่แท้
1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อ
โผล่มา
2. เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอาราย
บางอย่างสะกดจิต
3.เวลาเราอยากได้ครายสักคนมาเป็นเพื่อนเค้า
ก้อจะโผล่มาพอดี
4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมา
ก่อน แต่นึกไม่ออกว่าคราย
5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดี
ที่สุด
คนที่อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะ
ต้องมนตราน่ากลัวมาก
แต่ต้องโพสแค่5 อันแล้วคุณจะพบกับสิ่ง
อัศจรรย์บางอย่าง
นี่เรื่องจริงนะ
ความคิดเห็นที่ 6
สัญญาณคู่แท้
1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อ
โผล่มา
2. เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอาราย
บางอย่างสะกดจิต
3.เวลาเราอยากได้ครายสักคนมาเป็นเพื่อนเค้า
ก้อจะโผล่มาพอดี
4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมา
ก่อน แต่นึกไม่ออกว่าคราย
5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดี
ที่สุด
คนที่อ่านกระทู้นี้ต้องเอาไปโพสไม่งั้นเธอจะ
ต้องมนตราน่ากลัวมาก
แต่ต้องโพสแค่5 อันแล้วคุณจะพบกับสิ่ง
อัศจรรย์บางอย่าง
นี่เรื่องจริงนะ
ความคิดเห็นที่ 7
............พ
ขอให้คนที่เป็นโรคนี้หายไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะค่ะ
จาก..............พ
ความคิดเห็นที่ 8
ขอให้คนที่เป็นโรคนี้หายไวๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ

จากแพทตี้จ้า
ความคิดเห็นที่ 9
สู้ๆนะค่ะ..................