wanwan-jang
ดู Blog ทั้งหมด

สะกดมนต์อาชีพ 'นักแปล'

เขียนโดย wanwan-jang
สะกดมนต์อาชีพ 'นักแปล'

แม้จะเป็นวิชาชีพที่เม็ดเงินไม่สูงเท่านักเขียนดังๆ แต่กับนวนิยายที่ประสบความสำเร็จสักเล่มหนึ่ง ก็ทำให้อาชีพ 'นักแปล' มีบทบาทขึ้นมาทันตาเห็น เช่นเดียวกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับ สุมาลี บำรุงสุข ผู้แปลพ่อมดน้อย 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' หนังสือขายดีอันดับหนึ่งของบ้านเราเวลานี้ อยากเป็นนักแปลที่ประสบความสำเร็จ ติดตามเรื่องราวของเธอได้


ก่อนที่เส้นทางเวทมนตร์จะทำให้ 'สุมาลี บำรุงสุข' ให้เป็นที่รู้จัก ในฐานะนักแปลวรรณกรรมยอดฮิตระดับโลก 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' เล่ม 1,2,5 และ 6 หากที่ผ่านมา แฟนของวรรณกรรมเยาวชนคงจะคุ้นเคยชื่อของเธอดี ในฐานะเจ้าของผลงาน 'เรื่องของม่าเหมี่ยว, ม่าเหมี่ยวกับเพื่อน , งานแปลนิทานเจ้าหญิง รวมถึงงานเขียนหนังสือวิชาการ และบทบาทในฐานะบรรณาธิการหนังสือเด็ก

ในวันนี้ นอกจากจะยึดอาชีพหลักเป็นแม่บ้านที่ดีของครอบครัวในประเทศอังกฤษ รวมถึงอาชีพเสริมอย่างการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เธอยังมีอีกอาชีพที่น่าสนใจ ในฐานะ 'นักแปล' ฝีมือดีของบ้านเรา

สุมาลีบอกเราว่า 'นักแปล' สามารถยึดเป็นอาชีพได้ และหากมีฝีมือก็สามารถพัฒนางานแปลของตัวเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปได้ด้วย

นักแปลอาจจะง่ายกว่าการเป็นนักเขียนสำหรับคนที่มีทักษะด้านภาษาที่ดี เพราะนักเขียน จะไม่สามารถเขียนเรื่องดีๆ ออกมาได้เลย หากไม่มีพล็อตเรื่องที่ดีพอ แต่สำหรับนักแปล ถ้ามีงานเขียนดีๆ อยู่ในมือ ก็สามารถเริ่มงานของตนได้ทันที

'อาชีพนักแปล สามารถคัดเอาเรื่องดีๆ มาแปลได้ การแปลต้องเลือกเรื่อง ซึ่งแปลได้ในสำนวนที่เหมือนเรา ที่เราถนัด เหมือนกับที่เลือกแปลวรรณกรรมเยาวชน เพราะคลุกคลีอยู่ในงานพวกนี้ และคุ้นเคยกับงานเยาวชนดี

การแปลที่ดี คือแปลจากภาษาอื่นมาเป็นภาษาของตนเอง ให้มีความเข้าใจที่ดี แปลได้อย่างธรรมชาติ จนสื่อสารได้อย่างเข้าใจไม่ผิดไปจากต้นฉบับด้วย'

ในฐานะนักแปลรุ่นพี่ ที่มีงานดีๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง สุมาลีบอกเราว่า คนที่จะเข้ามาทำวิชาชีพนี้ ต้องอ่านหนังสือให้มากๆ โดยเฉพาะภาษาไทย โดยหลายคนอาจมองว่าคนที่จะแปลได้ดีต้องเก่งภาษาอังกฤษ หากความจริง การเชี่ยวชาญในภาษาของตนเอง เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการถ่ายทอดได้อย่างสละสลวย

'ข้อบังคับของการเป็นนักแปลที่ดีคือต้องเก่งภาษาไทย นักแปลจึงควรอ่านหนังสือไทยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร ข่าวกีฬา ความเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ต้องให้รู้ หรืออย่างตอนที่แปลแฮร์รี่ มีเรื่องของหมากรุก ในฐานะผู้แปลก็ต้องมีความรู้เรื่องหมากรุกพอสมควร ถึงจะเข้าใจเนื้อหา และถ่ายทอดออกมาได้อย่างชัดเจน'

สำหรับความรู้ด้านภาษาอังกฤษ สุมาลีบอกว่า ต้องมีความเข้าใจเรื่องไวยกรณ์อย่างดี ส่วนเรื่องศัพท์ไม่ต้องกังวลนัก เนื่องจากนักแปลคุ้นเคยกับการเปิดดิกชันนารีเพื่อค้นหาคำศัพท์อยู่แล้ว

เธอบอกเราว่า งานแปลก็ไม่ต่างจากงานเขียนที่ต้องพัฒนาความเชี่ยวชาญด้วยการขยันแปลบ่อยๆ ยิ่งแปลมากก็ยิ่งเก่งมากตามไปด้วย ขณะที่เด็กรุ่นใหม่ ที่เลือกจะเข้าวงการนี้ ก็ให้เริ่มจากการแปลข่าวหนังสือพิมพ์ หัดแปลจนชำนาญ แล้วค่อยมาเริ่มแปลหนังสือ

สำหรับการเริ่มงาน หลังได้เรื่องดีๆ มาสักเล่ม โดยเฉพาะหากมีระยะเวลากำหนดตายตัว การทำงานอย่าง 'มีวินัย' เป็นสิ่งสำคัญ

สุมาลีเล่าวิธีการทำงานให้เราฟัง โดยยกตัวอย่างผ่านงานแปลชิ้นล่าสุด 'แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม' พ่อมดน้อยเล่มนี้ บวกแรงกดดันให้คนแปลไม่น้อย โดยเฉพาะการถูกบีบด้วยระยะเวลาเพียงกว่า 2 เดือน สิ่งที่เธอทำคือพิจารณาเวลาที่มี แล้ววางแผนการทำงานอย่างชัดเจน

'หนังสือเล่มนี้ออกมาตอนวันที่ 16 กรกฎาคม ทางนานมีต้องการให้แปลเสร็จโดยเร็วที่สุด โดยจะวางจำหน่ายก่อนปีใหม่ มาประมวลดูแล้วพบว่า ต้องแปลให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 หน้า แล้วก็คอนโทรลการทำงานของตัวเองให้ได้'

วิธีแปลฉบับสุมาลี คืออ่านหนังสือให้จบก่อน 1 เที่ยว เพื่อให้รู้เรื่องทั้งหมด หลังจากนั้นก็เริ่มแปลเป็นบทๆ ไป โดยศัพท์ที่ไม่เข้าใจก็จดไว้เพื่อเปิดดิกชันนารีค้นความหมายต่อไป ซึ่งหากยังทำความเข้าใจไม่ได้ ก็ต้องอาศัยการเปิดเวบไซต์หาข้อมูล หรืออาศัยสอบถามเพื่อนฝูงที่ประเทศอังกฤษเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในเบื้องต้น

'การแปลงานของ เจ.เค โรลลิ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเธออ่านหนังสือมาเยอะมาก หรืออย่างใช้สำนวนในศตวรรษที่ 18 ศัพท์บางคำเราก็ไม่เข้าใจเพราะไม่ใช่วัฒนธรรมเดียวกัน อย่างคำว่า merope บอกตรงๆ ว่าอยู่อังกฤษมา 9 ปี ก็ไม่เคยเจอคำนี้ สุดท้ายเลยไปได้คำตอบมาจากลูกชายของเพื่อน บอกว่าคำนี้อ่านว่า เมโรพี เป็นชื่อของนางฟ้า ซึ่งอยู่บนดาวลูกไก่ 7 ดวง เป็นคนที่แต่งงานกับมนุษย์ ไม่ใช่เทวดาด้วยกัน เรื่องพวกนี้เราต้องให้ความสำคัญที่จะหาคำที่ถูกต้อง มาใช้ในการแปลด้วย'

การตรวจสอบความถูกต้องของการออกเสียงและความหมาย มาพร้อมกับการเลือกใช้ภาษาที่สนุกๆ เข้าถึงเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อมี 'คำแสลง' การแปลของเธอในบรรทัดนั้นก็จะมีสีสันเพิ่มมากขึ้น

'ถ้ามีคำแสลง เราต้องหาแสลงของวัยรุ่นมาเล่น แต่ไม่ใช่ให้ทันสมัยเกินไป เพราะหนังสือเล่มนี้ต้องให้คนที่ย้อนมาอ่านอีกหลายๆ ปี เข้าใจตรงกันด้วย อย่างคำว่า 'Nick' ที่แปลตรงๆ ว่า 'ขโมย' เราก็เลือกใช้คำแปล อย่าง 'จิ๊ก หรือ เม้ม' สร้างอารมณ์ร่วมแทนได้'

หลังจากแปลได้ 4-5 บท เธอก็ส่งเรื่องมาให้ทางกองบรรณาธิการของนานมีตรวจสอบ เพื่อแก้ไขความถูกต้องอีกครั้ง ก่อนที่เนื้อเรื่องจะถูกส่งกลับไปที่เธอ เพื่อทำความเข้าใจที่ตรงกัน ถ้าไม่พอใจก็สามารถส่งกลับมาเพื่อทำการแก้ไขต่อไปได้ ตรงจุดนี้ สุมาลีได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า นักแปลที่ดีควรลดทิฐิของตนเองลงบ้าง และรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพื่อให้ได้งานแปลที่สมบูรณ์ที่สุด และการทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องที่ดี ที่จะช่วยให้การทำงานออกมาได้ดีมากยิ่งขึ้น

การเลือกหนังสือดีๆ มาแปลก็เป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับการหยิบแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาเสนอกับทางนานมี บุ๊คส์ สุมาลีบอกว่า ตอนที่ติดต่อนานมี แฮร์รี่ พอตเตอร์ในประเทศอังกฤษ ขายออกมาในเล่มที่ 3 แล้ว แต่ในไทยยังไม่มีใครซื้อลิขสิทธิ์ ทั้งที่เป็นหนังสือที่สร้างกระแสนิยมอย่างมากทั่วโลก ต่อเมื่อนานมีซื้อลิขสิทธิ์เรื่องนี้มาได้ เธอจึงมีโอกาสฝากฝีมือไว้กับงานแปลของหนังสือเล่มนี้

'การเลือกหนังสือมาแปลก็สำคัญ ถ้าเป็นหนังสือต่างประเทศ ถ้ามีการพูดถึงวัฒนธรรม สังคมจะขายดี ที่สำคัญควรเป็นเล่มที่เราอ่านแล้วชอบด้วย ทั้งนี้การเลือกหนังสือ สามารถค้นหาได้ตามห้องสมุด ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกเล่ม'

สุมาลีบอกเราว่า เธอให้ความสำคัญกับการแปลหนังสือจากต้นฉบับ โดยหนังสือดีๆ มีอยู่ทั่วโลกไม่เพียงภาษาอังกฤษเท่านั้น อย่างเยอรมัน ฝรั่งเศส หรือประเทศจีนเองก็มีหนังสือดีๆ อยู่หลายเล่ม ซึ่งหากคนที่มีความสามารถในการแปลภาษาเหล่านี้จากต้นฉบับได้ ก็จะทำให้งานแปลมีความน่าสนใจ และไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับมากด้วย

เช่นเดียวกับงานเขียนของไทย ที่เธอเผลอฝากความหวังว่า หนังสือดีๆ อาทิ 'ครอบครัวกลางถนน' ของอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช หากสามารถแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง รวมถึงหนังสือดีๆ ของไทยอีกมากมาย แต่เธอคงไม่เลือกแปลงานจากภาษาไทยเป็นภาษาที่ไม่ถนัด เพราะเธอเรียนภาษาอังกฤษมาจากประเทศไทย ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็จริงแต่ไม่ได้แตกฉาน และไม่สามารถสื่อออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะความคิดที่ยังแปลจากภาษาไทยอยู่

สำหรับรายได้ของนักแปล สุมาลีบอกเราว่า ไม่ใช่เม็ดเงินที่สูงนัก แต่ก็ทำให้ยึดเป็นอาชีพและเลี้ยงตัวเองได้ โดยผู้แปลจะได้เงินก้อน ที่พิจารณาจากจำนวนหน้าในการแปล และการตกลงกับทางสำนักพิมพ์เป็นรายๆ ไป

พ่อมดน้อยอาจจะทำให้สุมาลีเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แต่เธอบอกว่า สิ่งที่มากกว่าชื่อเสียงและเงินทองก็คือ แรงบันดาลใจที่ทำให้เธออยากลุกขึ้นมาเขียนวรรณกรรมเยาวชนอีกครั้ง หลังจากพับงานนี้ไปนาน ซึ่งเร็วๆ นี้เราก็คงจะได้เห็นผลงานของเธอกับการผจญภัยของเด็กๆ ใน 'เหตุร้ายในค่ายสุบิน'

ข่าว : กรุงเทพธุรกิจ Bizweek!

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น