นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย SF Min Kompis - JunDong -

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 

 "I'm Single But You're Welcome To Chang That"  

-JunDong- 

Happy Valentine's Day  

KATTUNGEN
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.พ. 59 / 23:21




Sunflower- ดอกไม้ที่สื่อความหมายถึงความเชื่อมั่น รักเดียวใจเดียว ความรักที่มั่นคงเสมอ และถ้าหากใครก็ตามได้รับดอกทานตะวัน ก็อาจจะตีความหมายได้ว่า ผู้ให้ต้องการที่จะพิชิตใจคุณให้ได้นั่นเอง หรือไม่ล่ะก็ผู้ให้ก็อาจจะต้องการที่จะบอกว่า รักของเขาเป็นรักที่มั่นคง ซื่อตรง และภักดีเสมอ :)






Bara blir vän men inte nån som kan stå bredvid dig…

Just a friend❤️




เพราะผมกับเขาเราทั้งสองเป็นเพื่อนกันมานาน

นานมากจนคำว่าเพื่อนมันย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง




แม้อยากจะพูดความรู้สึกข้างในไปมากขนาดไหนแต่ก็กลัว…กลัวความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น กลัวว่าอีกคนจะไม่คิดแบบเดียวกัน




ดงฮยอกนั่งจ้องใบหน้าเพื่อนสนิทที่กำลังอยู่ในห้วงความฝันด้วยความรู้สึกทุกอย่างที่มี


ผมชอบทำแบบนี้เวลาที่อีกคนมานอนข้างๆหรือบางครั้งที่หัวไหล่ของผมกลายเป็นหมอนจำเป็นสำหรับใครคนนั้น




“ชอบมันก็บอกมันไปสิ” คำพูดนี้ของเพื่อนๆมักจะดังในหัวของผมตลอดเวลา



ไม่เอาหรอกเพราะผมน่ะคงไม่กล้าพอ




เป็ดน้อยขี้เหร่แบบดงฮยอกไม่กล้าหรอก




แค่คิดจะชอบอีกคนต่ำต้อยแบบเขาก็ยังไม่มีสิทธิที่จะคิดเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะหัวใจที่มันไม่รักดีนี่สิ




ใครคนนั้นเป็นถึงประธานนักเรียนคนเก่งของทุกคนในโรงเรียนแห่งนี้


แต่ดงฮยอกกับเป็นเด็กที่ตัวเล็กๆใส่แว่นไม่มีแม้แต่ตัวตนในโรงเรียนนี้ซักนิด




เขาเป็นถึงนักดนตรีของวงชื่อดังในจังหวัดที่เคยไปแข่งระดับประเทศ ส่วนดงฮยอกนะหรอ เขาก็แค่คนมีความสามารถที่ไม่มีใครค้นเจอ




เขาคนนั้นมีทั้งหน้าตาที่ดูดี ดวงตาคมคู่สวย ร่างสูงโปร่งที่ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของ




เพื่อนตัวโย่งของเขาน่ะเพอร์เฟคไปหมดทุกอย่างจนดงฮยอกยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามาเป็นเพื่อนกับคนคนนี้ได้ยังไง




หรือจะเป็นในวันนั้น วันที่หิมะแรกของปีตกลงมา




หรือจะเป็นวันที่ดงฮยอกโดนเด็กเกเรมารุมแกล้ง








ย้อนกลับไปตอนนั้นผมคงเป็นเด็กแว่นหลังห้องที่มักโดนคนอื่นแกล้งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสกัดขา พูดล้อ หรือแม้แต่แกล้งๆขนาดเอาขยะมาใส่กระเป๋า





วันนี้เป็นวันที่การกลับบ้านของดงฮยอกกำลังเจอปัญหาหนัก เพราะสิ่งที่เห็นตอนนี้คือเด็กเกเรจากห้องC กำลังมาเจาะล้อจักรยานคันเก่งเขา

แต่คนตัวเล็กกับทำอะไรไม่ได้เพราะมือทั้งสองข้างถูกลูกสมุนของเด็กๆกลุ่มนั้นมาจับมือไว้ แม้จะตะโกน จะดิ้นมากขนาดไหนเด็กพวกนั้นก็ยังไม่หยุด





จนมีเสียงสวรรค์ของใครคนหนึ่งดังเข้ามา




“เฮ้ย พวกนายจะทำอะไรหยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” เด็กเกเรปล่อยตัวผมก่อนที่จะวิ่งหนีไป ใครคนนั้นกำลังจะวิ่งตามพวกนั้นไปแต่กลับต้องหยุดมาที่ดงฮยอกก่อน ทั้งเสื้อผ้าที่หลุดหลุ่ยจากการดิ้น และสภาพจักรยานที่ดูจะไม่เหลือเคล้าโครงเดิม





“นายเป็นอะไรรึเปล่า” ชายคนนั้นย่อตัวมาแล้วพยุงผมไว้




“เราอะ…เอ่อ ไม่เป็นไร” เพียงแค่จะเงยหน้าขึ้นไปขอบคุณผู้ชายคนนั้น ก็ทำให้ดงฮยอกต้องตกอยู่ในภวังค์


ชายร่างสูงที่มีดวงตากลมโตเข้ากับใบหน้ารูปใข่ ทุกอย่างบนใบหน้าของเขามันดูดีเสียดงฮยอกยังอิจฉา


เลื่อนสายตาลงมาดูที่ป้ายชื่อก็พบกับหมุดปักของคณะกรรมการนักเรียนเสียก่อนและชื่อที่ทำให้คนตัวเล็กถึงต้องทำโตด้วยความตกใจ “กู จุนฮเว”





จุนฮเวคนดังของโรงเรียนหน่ะหรอ?




“นายไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม”




“เราไม่เป็นอะไรแล้ว” ดงฮยอกเอ่ยตอบเสียงนุ่มทุ้มของจุนฮเวด้วยความประหม่าการคุยกับคนดังของโรงเรียนในระยะประชิดแบบนี้มันตื่นเต้นแปลกๆนะ




“งั้นเดี๋ยวเราวิ่งไปตามเด็กเกเรพวกนั้นก่อนนะ” ร่างสูงเอ่ยพร้อมกับวิ่งออกไปทันที




“ขะ…ขอบ” ยังไม่ได้เอ่ยแม้แต่คำขอบคุณร่างของจุนฮยอฝก็หายลับตาไปไกลแล้ว เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างๆนั้น






หลังจากแผ่นหลังกว้างๆนั้นหายไปดงฮยอกก็หันกลับมามองจักรยานของตัวเองอีกครั้ง





จักรยานสีดำที่ตอนนี้มีแต่รอยขีดข่วนตะกร้าหน้าที่เคยเป็นรูปทรงแต่ตอนนี้กลับบิดเบี้ยวผิดรูปเดิมยางแบนๆนั้นอีก




เฮ้อ อีกแล้วสินะ




ใช่อีกแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ดงฮยอกโดยแกล้งอะไรแรงๆแบบนี้





สงสัยวันนี้ผมคงต้องเข็นจักรยานกลับบ้านซะแล้วล่ะ




คนตัวเล็กย่อตัวลงเพื่อก้มลงเก็บกระเป๋าที่ถูกกระชากจนกระเด็นตกลงไปบนพื้นก่อนที่จะลุกขึ้นและเข็นจักรยานคันเก่งไปตามเส้นทางกลับบ้านของตัวเอง





แสงสว่างจากไฟที่ส่องลงมาและอากาศค่อนข้างหนาว มันคงจะเป็นสถานที่โรแมนติกมากกว่านี้ถ้าไม่ใช่เพราะผมต้องเข็นจักรยานกลับบ้านแบบนี้




แถมข้อเท้าที่รู้สึกเจ็บนิดๆเนื่องจากตอนที่ล้มลงไป




เดินไปก็มองตามทางเส้นทางไป ที่นี่มักจะสวยเสมอยามค่ำคืน แสงไฟที่สาดส่องลงมากระทบกับแม่น้ำมันทำให้ดูสวยเป็นพิเศษ ดงฮยอกชอบบรรยากาศแบบนี้เขามักจะมักจะมาวิ่งเล่นที่บ่อยตอนเช้าของวันหยุด




กริ๊ง กริ๊ง




เสียงกริ๊งจากจักรยานที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ดงฮยอกหลุดออกมากภวังค์ก่อนที่ขยับจักรยานให้เข้ามาข้างทาง




“ นาย…นายคนตัวเล็กๆอะ” เสียงที่ดังมาจากข้างทำให้ผมต้องเอี้ยวตัวเพื่อหันไปดู



ใครกันนะเสียงคุ้นๆ




จุนฮเว? ผู้ชายตัวสูงที่ช่วยผมไว้วันนี้น่ะหรอ




จุนฮเวขี่จักรยานมาที่ข้างตัวๆของดงฮยอกก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย ซึ่งดูจากสภาพภายนอกแล้วคงต้องซื้อใหม่


"นายๆ รถเป็นอะไรอ่ะ"


"อ๋อ รถเสียสตาร์ตไม่ติดเลยอ่ะ"



"ทำไมไม่ใช้น้ำมัน 2T ดีดี หล่ะ

เดี่ยวเนี้ยเค้าใช้แต่น้ำมัน ไดเกียว ทั้งนั้นแหละ เพราะใช้แล้ว เครื่องฟิต สตาร์ตติดง่าย"


เออมันใช่เวลาหรอ--* จุนฮเวไม่ได้เอ่ยถามในสิ่งที่คิดออกไปหรอก ไม่งั้นอีกคนคงมองว่าเขาเป็นบ้า



“เป็นไงบ้าง จักรยานเป็นอะไรไหม”



จุนฮเวได้ยินเสียงอุทานหะจากอีกคนเบาๆ


ก่อนคนตัวเล็กจะทำหน้าตาเหลอหล่าใส่



ถามใครหรอ เขาใช่ไหม ?



ก่อนที่จะได้ตอบคำถาม ดงฮยอกก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเพื่อถามคนข้างให้แน่ใจว่าจะพูดกับเขาใช่ไหม






“ก็นายนั้นแหละ” ร่างสูงขำปฏิกิริยาของคนตัวเล็กที่กำลังเข็นจักรยานข้างๆนี่เบาๆ ก็มีอยู่แค่สองคนจะให้เขาถามใครกัน


น่าเอ็นดูจริงๆ ยิ่งได้มาอยู่ใกล้ๆแบบนี้ยิ่งดูน่ารัก





“จักรยานพังน่ะ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว”




“อ๋อ” จุนฮเวตอบเสียงเอื้ออึงในลำคอราวกับรับรู้แล้วก่อนที่จอดจักรยานของตัวเองก่อนที่จะเข็นไปพร้อมๆกับเขา




ดงฮยอกมองการกระทำของร่างสูงด้วยความงุนงง




“เดี๋ยวเข็นไปส่ง^^”



“บอกทางเราด้วยนะ”




และวันนั้นการเดินกลับบ้านของดงฮยอกก็ไม่ได้เงียบเหงาเหมือนทุกๆครั้ง เพราะมีใครบางคนมาเดินข้างๆ แม้จะยังไม่รู้จักกันดีแต่ดงฮยอกกับรู้สึกอบอุ่นใจที่พูดคุยกับใครคนนี้จริงๆ





หลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาถึงกับอมยิ้มให้กับภาพที่เห็น ภาพที่เด็กผู้ชายตัวสูงเดินเข็นจักรยานตามเด็กผู้ชายตัวเล็ก ยิ่งเสียงหัวเราะของทั้งสองมันยิ่งทำให้ภาพนั้นดูสดใสมากขึ้นเรียกรอยยิ้มจากผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี




และนั้นก็คงเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองเริ่มรู้จักกัน




และอาจจะเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ในแบบเพื่อนของทั้งคู่ …










หลังจากวันนั้นผมก็เริ่มสนิทกับจุนฮเวมากขึ้นจนเริ่มรู้จักกับเพื่อนสนิทในกลุ่มด้วย





ผมโดนแกล้งน้อยลง อาจจะเป็นเพราะอำนาจของจุนฮเวละมั้ง




จุนฮเวเป็นเพื่อนที่ดีมากๆคนหนึ่ง คุณประธานนักเรียนคนเก่งนั้นดูแลผมดีมาก





คอยเข็นรถจักรยานไปส่งดงฮยอกทุกวันหลังเลิกเรียน มันอาจจะเป็นการกระทำที่ดูโง่ไปนิดหน่อยที่ผมและเขาเข็นจักรยานแทนการปั่นทั้งที่เจ้าจักรยานคันเก่งก็ใช้งานได้ปกติ




แต่หลายคนคงไม่รู้หรอกว่าผมชอบเวลาที่เข็นจักรยานและพูดคุยไปเรื่อยๆกับจุนฮเวมากที่สุดเลย




การแลกเปลี่ยนสิ่งที่เจอในแต่ละวัน การเดินเคียงข้างกันไปช้าๆโดยที่ไม่ได้เร่งรีบอย่างที่ควรจะเป็น




การแอบมองจุนฮเวจากด้านข้าง การแอบมองรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งการตีหน้าขรึมวางหน้าคุณประธานคนโหด





ดงฮยอกชอบจุนฮเวที่สุดเลยนะ เอ้ย ชอบเวลานี้ที่สุดเลย


แหม่ผมคงต้องไปเรียนภาษาไทยใหม่แล้วสิครับ ใช้คำตกบ่อยไม่ดีเลยเนอะ






วันนี้ดงฮยอกไม่ได้ปั่นจักรยานมาเรียนด้วยเนื่องจากเขาตื่นสายนิดหน่อย คุณพ่อซึ่งยังไม่ได้ไปทำงานเลยใจดีมาส่งเขาถึงโรงเรียน ก่อนจะเดินเข้าโรงเรียนไปเขาหันมาหอมลาพ่อก่อนจะเดินเข้าโรงเรียนไปด้วยอารมณ์สดใส(?)





เขาคิดว่าตัวเองเลือกถูกที่จะตื่นสายในวันที่หิมะค่อนข้างตกหนักแบบนี้ แม้จะเป็นช่วงใกล้กลางๆเดือนกุมภาพันธ์แล้วแต่อุณหภูมิก็ยังลดต่ำลงเรื่อยๆแถมเจ้าหิมะสีขาวก็ตกลงมาจากท้องฟ้าเรื่อยๆเสียอย่างนั้น





แม้อากาศจะแปลกไปนิดทั้งๆที่เดือนกุมภาเมื่อปีที่หิมะคงใกล้จะเลิกตกไปเสียไม่ใช่พึ่งเริ่มแบบนี้





วันนี้เจ้าแอพรูปตัวประหลาดสีเหลืองหรือสแนปแชทของผมดูเงียบเหงาไปไร้การแจ้งเตือนแบบทุกๆเช้า




เพราะปกติทุกเช้าจุนฮเวคงส่งหน้าตัวเองรัวๆมาปลุกทั้งๆที่เขาเองก็คงรู้ว่าสแนปมันปิดเสียงและสั่นได้ เราควรเอาไว้มาแอบเล่นกันตลอดเฉพาะครูสอน




แต่เขาก็บอกผมว่ามันคือกิจวัตรประจําวันไปเสียแล้วกับการส่งรูปมาปลุกผม บางครั้งเขาก็เคยมาแบบวิดีโอที่ถูกเปลี่ยนลูกเล่นและเปลี่ยนเป็นเจ้าตัวการ์ตูนน่ารักๆหรือตัวอะไรซักอย่างตามแอพนั้น ส่วนผมก็ต้องลุกขึ้นมายิ้มตาเป็นสระอิใส่กล้องตอบกับจุนฮเวไปเพราะไม่งั้นเขาก็คงรัวส่งมาให้ผมตลอด




วันนี้ดูแปลกไปนิดนะ หรือว่าจุนฮเวจะป่วย??




ผมส่งรูปตัวเองที่ยืนอยู่ตรงหน้าโรงเรียนไปให้เขาก็ได้รับเพียงความเงียบตอบกลับมา ก่อนที่จะรัวส่งรูปเซลฟี่กับลุงยามไปแต่ก็ไม่มีการตอบกลับเลยซักนิด





เฮ้อ วันนี้จุนฮเวจะมาโรงเรียนรึเปล่านะ ไม่งั้นผมคงต้องไปนั่งเหงาในห้องประธานนักเรียนของเขาแทน



และวันนี้ก็คงเป็นวันที่ดงฮยอกไม่ชอบเช่นกันเพราะไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่กับนักเรียนที่ติดหัวใจเต็มเสื้อหรือการหอบหิ้วจะตุ๊กตาตัวโตกับดอกกุหราบสีแดงช่อใหญ่และช็อกโกแลตราคาแพง




เขาเฉยๆกับวันนี้มาตลอดนะเพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์(เฉพาะคนโสด)แล้วยังต้องเสียเงินไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก





และที่สำคัญคือวันนี้เป็นวันศุกร์ ที่ 12 ไม่ใช่วันที่ 14 กุมภาหรือวันแห่งความรักเสียหน่อย ทำไมคนเริ่มให้ดอกกุหราบกันแล้วนะ เฮ้อวันนี้ช่างน่าเบื่อเสียจริง





ผมเดินเข้าอาคารเรียนมาด้วยความเอื่อยเฉื่อยนิดหน่อยก่อนจะนำกระเป๋าของตัวเองไปเก็บที่ล็อคเกอร์




หยิบกุญแจที่ห้อยด้วยพวงกุญแจรูปเด็กผู้ชายสองคนจับมือกันอยู่ ผมไม่อยากจะอวดหรอกนะว่าจุนฮเวเคยให้ผมไว้เมื่อวันเกิดเมื่อเดือนที่แล้ว




กริ๊ก…




เสียงปลดล็อคผมเปิดประตูล็อคเกอร์และในขณะที่กำลังจะเลือกหนังสือของวิชาแรกผมก็เห็นกับจดหมายฉบับหนึ่ง




ดงฮยอกเอือมมือไปหยิบจดหมายมาด้วยความมึนงงก่อนจะพลิกจดหมายไปมาและแน่นอนมันจ่อหน้าซองถึงเขา





กระดาษสีขาวที่เขียนไว้แค่ "ห้องประธานนักเรียน"





หือ? มันคืออะไรกันนะ?




จุนฮเวหรือเพื่อนในกลุ่มจะแกล้งอะไรผมรึเปล่านะ




ก่อนจะปิดล็อคเกอร์และเดินไปที่ห้องประธานนักเรียนตามที่จดหมายเขียนไว้



ทางเดินที่ผมเดินผ่านมามีนักเรียนปะปลายเต็มไปหมด และมีคนเดินกันเป็นคู่เสียด้วย





เดินมาไม่นานก็ถึงที่หมาย ผมลองเคาะไปที่ประตูจนเกิดเสียงสองสามครั้ง ก่อนจะเปิดเข้าไปด้วยความเคยชิน





เงียบ…ไร้ผู้คน ก็ไม่มีใครนิ ผมสอดส่องสายตาไปก็ไม่เจอใคร สงสัยคงจะโดนเจ้าเพื่อนในกลุ่มแกล้งซะแล้วสินะ





ในขณะที่กำลังจะหันหลังกลับไปก็มีมือนานมาปิดที่ตาผมไว้ ผมดิ้นเล็กน้อยเพื่อให้หลุดจาการรัดกุม





"ใครหน่ะ??" ผมลองถามไป คงจะเป็นในกลุ่มซักคนแน่ๆผมรู้สึกได้ อาจจะเป็นคิม จีวอนหรือชานอูลูกสมุนแน่ๆ




"เล่นแบบนี้ไม่สนุกนะ เปิดตาเร็วๆเลย!!" มันมืดนะ ผมจะมองเห็นทางเดินได้ยังไงกัน เล่นแบบนี้ไม่สนุกเลยนะ




"อยู่นิ่งๆแล้วเดินตามมาแป็บสิ" เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังข้างหู




จุนฮเว…





เขาเดินจูงมือไปไหนซักที่แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากผมอยู่ดี





เดินไปได้ไม่นานเขาก็หยุด ผมได้ยินเสียงล็อคของประตู หือจะเล่นอะไรเนี้ย!?




"จุนฮเวเล่นอะไรเปิดตาก่อนมันมืดเรามองไม่เห็น"





ผมได้ยินเสียงลมหายใจของเขาที่รินรดอยู่บนต้นคอ




เขาเปิดตาผมก่อนที่ทุกอย่างจะสว่างขึ้น หือ?




นี่คือห้องประธานนักเรียนแต่เป็นที่ที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า





แต่ห้องทั้งห้องถูกจัดไว้ด้วยดอกคาร์เนชั่นสีแดงเต็มไปหมด มันเป็นดอกไม้ที่ผมชอบไม่กี่ชนิดแถมความหมายยังหวานเสียด้วย มันหมายความว่า "โปรดเห็นความรักของฉันด้วยนะ"





ในขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับไป จุนฮเวก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน




"อย่าพึ่งหันมานะ ขอเวลาก่อน" เสียงของเขาดูสั่นจนผมจับสังเกตุได้จากน้ำเสียง




รอบๆห้องถูกตกแต่งไปด้วยรูปของผมที่โดนแอบถ่าย ที่เขาไม่ได้ตอบข้อความของผมเพราะแบบนี้รึเปล่านะ




รูปโพลารอยด์ถูกเขียนไปด้วยวันเวลาที่ถ่ายและมีข้อความสั้นๆอยู่นั้นด้วย




ผมเดินไปดูรอบๆห้องและอ่านข้อความที่เขียนไว้ มีภาพนึงที่ผมนอนหลับและพิงไหล่ของเขาไว้ มันถูกเขียนข้อความด้วยเมจิกสีดำเป็นระเบียบ





"ยืมไหล่ไปแล้วให้ยืมใจด้วยเอาไหม"




ข้อความน่ารักๆแอบเลี่ยนที่อยู่บนรูปทำเอาแก้มของผมร้อนผ่าว มันมีบางรูปที่ผมนอนน้ำลายยืดน่าเกลียด แว่นที่ผมใสประจำถูกถอดออกโดยฝีมือของจุนฮเว




มีรูปที่แอบถ่ายผมจากมุมตึก





เอ่ะรูปนี้เป็นรูปตอนนี้ผมเล่นบาสแล้วล้มนี่นา แต่ตอนนั้นผมกับจุนฮเวยังไม่ได้รู้จักกันเลยนะ รึว่า…






ยิ่งคิดมันก็ยิ่งทำให้แก้มผมร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง




ผมหันหลังกลับไปก็เจอกับจุนฮเวที่จ้องมองอยู่




สายตาที่เจามองมามันทำหูของผมอื้ออึง




พอเจอกับเหตุการณ์แบบนี้แก้มของผมคงแดงราวกับมะเขือเทศเป็นแน่





จุนฮเวถือดอกทานตะวันสีเหลืองสดใสอยู่ในมือ ดอกทานตะวันที่ถูกมัดเป็นช่อเล็กๆและห่อไว้ด้วยกระดาษสีน้ำตาลธรรมดาๆแต่กับดูสวยเรียกสายตาจากดงฮยอกได้ดี




มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าดงฮยอกชอบดอกทานตะวันมากที่สุด





"เอ่อ/เอ่อ" เกิดความเงียบระหว่างเราทั้งคู่





"คือว่า" น้ำเสียงของจุนฮเวดูเขินแถมเขายังหน้าแดงมากเสียด้วย จุนฮเวมุมนี้มันดูน่ารักมากหมดคราบคุณประธานจอมโหดหมดเลย





"เอ่อ…ดงฮยอกฟังดีๆนะ ของดีมีแค่รอบเดียวนะ"





"อันนี้ไม่ได้จะขอคบนะแต่แค่อยากบอกความรู้สึกไว้ก่อนเฉยๆ  จองไว้" น้ำเสียงรัวๆและใบหูที่แดงกล่ำของจุนฮเวทำเอาดงฮยอกยิ้มเขิน แต่การที่มาทำขนาดนี้แล้วยังไม่ขอคบนี่มันคืออะไรนะจุนฮเวคนกาก




"แอบมองมาตั้งนานแล้วนะ ตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ อยากจะเข้าไปปกป้องนานแล้ว แต่ไม่รู้จะเข้าไปทำความรู้จักยังไงดี แค่เจอก็ไม่กล้าเข้าไปทักแล้ว"




"แล้วที่ปกป้องอยู่ตอนนี้พยายามจีบอยู่นะ ฉันไม่รู้ว่านายจะรู้รึเปล่า แต่ชอบเวลาที่เข็นจักรยานไปด้วยกันชอบมากเลยนะ ชอบรอยยิ้มของนายมากเลย ชอบรอยยิ้มซื่อๆเหมือนเจ้าหมาน้อย มันน่ารักมากเลย "




"ชอบเวลาที่อยู่ด้วยกัน ชอบเวลาที่นายมานอนน้ำลายยืดใส่ ชอบเวลาที่มาพิงไหล่ ชอบเวลาที่นายกิน ชอบเวลานายตั้งใจทำอะไรซักอย่าง "




"ชอบนะ ชอบมากด้วย ชอบจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว"





คำพูดที่ไม่ได้ดูหวานของจุนฮเวแต่สายตาที่มองมามันทำให้ดงฮยอกเขินจนตอนนี้เขาไม่สามารถรับรู้เรื่องราวอะไรได้แล้ว จุนฮเวคนบ้าจะรู้ไหมว่าผมจนจะระเบิดตัวตายอยู่แล้ว!!





"คนกากเอ้ย ชอบก็บอกว่าชอบดิ อยากได้แฟนก็เข้ามาจีบ ไม่ใช่มาแบบเพื่อน เราไม่รู้นะว่าจุนฮเวจะคิดยังไง คนที่ได้รับการดูแลมันก็หวั่นไหวนะ" ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆพร้อมกับแก้มแดงๆทั้งสองข้าง ความร้อนที่พุ่งขึ้นมามันทำให้ดงฮยอกต้องยกมือขึ้นมากุมแก้มเอาไว้ก่อนที่มันจะระเบิดเสียก่อน




"เออ ก็ไม่กล้านี่หว่า ก็เล่นน่ารักซะขนาดนี้ กล้าไปเข้าไปช่วยตอนนั้นก็เขินจะบ้าอยู่แล้ว"





"แล้วดอกไม้อันนี้รับไปด้วยการหาดอกทานตะวันช่วงหน้าหนาวมันยากนะ รับไปอย่าเอาไปทิ้งละ เข้าใจไหม"




มันไม่ได้หวานอย่างที่จะเป็นหากแต่ทั้งคู่กับมีความเคอะเขินให้กัน




"เออดงฮยอก อยากลองมารักกันดูไหมตอนนี้ว่างนะ เต็มใจทำหน้าที่นี้มาก จะทำให้ดีที่สุดด้วย ไม่ทำให้เสียใจแน่นอน แถมสวัสดิ์การณ์เป็นแฟนหล่อๆอีกหนึ่งคน"





เขินไปหมดตอนนี้ดงฮยอกใกล้จะระเบิดตัวเองแล้วจริงๆนะ จุนฮเวคนบ้า!!





"อือ ลองดู" ดงฮยอกพยักหน้าพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงติดขัด เขาถูกจุนฮเวดึงเข้าไปกอดรัดเสียจนแน่นไปหมด






"คบกันซะทีนะ ลุ้นมาตั้งนาน" เสียงของจีวอนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนๆในกลุ่ม




นี่เป็นแผนของทุกคนหรอเนี่ย มันน่าตีจริงๆเลย




ยิ่งเพื่อนยิ้มล้อมากขนาดไหนดงฮยอกก็อยากจะหายตัวไปจากตรงนี้มากที่สุด นิสัยไม่ดีกันเลย!!





"อย่าล้อแฟนผมครับเพื่อน เห็นไหมเขินแก้มแดงไปหมดแล้ว" จุนฮเวกระแซะไหล่ผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆก่อจะได้กินขนมตุบตับจากดงฮยอกไปสองสามรอบ





เสียงร้องโอดโอยและเสียงหัวเราะของทุกคนมันทำให้ห้องดูสดใสขึ้นมาเยอะเลย




เฮ้อสงสัยผมคงต้องเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับวันนี้แล้วสิ ก็เพราะวันนี้มีแต่เรื่องดีๆนะสิ





I think I'am Suffering From A Lack Of Vitamin You :)









TALK WITH ME

มาแบบแปลกๆค่ะ เรื่องโคตรดูไม่สัมพันธ์กันเลย 5555555 หวังว่าจะชอบนะคะ สุขสันต์วันแห่งความรักนะคะทุกคน (ยังทันอยู่เนอะ) วันนี้จุนดงเขาไปเดทกันด้วยค่ะㅠㅠ


Song: CHOCOLATE -강남 (KANG NAM) (Feat. San E)


-KATTUNGEN-







 

ผลงานอื่นๆ ของ kattungen

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 18:34
    ฮืออออชอบอ่ะน่ารักกกกฟินมากเลยไรต์
    #10
    0
  2. วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 19:09
    น่าร้ากกก
    #9
    0
  3. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:18
    งื้อออออออออ เขินแบบเขิน หน้าเเดงแทนน้องดงเเล้ส โอ๊ยยยยยยยยย
    #8
    0
  4. #7 lamonza_love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:30
    ฮืออออออ ชอบนะ ชอบจนเขินจะตกเตียงอยู่แล้ว ฟิคน่ารักมากเลยไรท์จ๋า
    ชอบลุคนี้มากอ่ะ นี้แอบชอบดงมาก่อนจะรู้จักกันอีกแงกคือเขินไปอีกกกกกก
    #7
    0
  5. #6 InnVictory (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:21
    เฮ้ยยยยยยยยยยยยย เขินแก้มจะแตก บ้าาาาาาาาาาา ถ้าได้แบบนี้จะฟินมากกกกก ดูเป็นคู่ที่บรรยากาศฟรุ้งฟริ้งตลอดเวลาสุดๆชอบบบบบยยย
    #6
    0
  6. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:27
    งื่ออออ~ น่าารักแรงงงงง อยากมีแบบนี้บ้างงง~ แบบ แอบชอบมาก่อนรู้จักงี้ >< เขินแทนดง~ 
    #5
    0
  7. #4 เทวดามิวเว้ย55 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:30
    ฮือออน่ารักมากเลย เขินมากจุนคนบ้า!!
    #4
    0
  8. #3 lamonza_love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:40
    ง่อวววววววววว เขินแทนดงงือออออ ประเด็นคืดเน่แอบชอบดงมาก่อนที่จะรู้จักกันด้วย
    ฟินแทนเลย เน่น่ารักมากเรื่องนี้ ดูจะเก่งทุกๆเรื่อง แต่ไม่เก่งเรื่องรักซะงั้นอ่ะคุณประธาน น่ารักจริงๆ
    #3
    0
  9. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:35
    เปนการสารภาพรักที่โคตรไม่เลี่ยนเลย ไม่หวานเลยจ้าาา แต่น่ารักมุ้งมิ้งดีอ่ะ
    #2
    0
  10. #1 Is' PAK
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:49
    ชอบประโยคสารภาพความในใจมาก ตรงมากกกก แล้วก็ชอลเรื่องดอกไม้มากค่ะ แบบเป็นเรื่องที่ไม่ใช้ดอกกุหลาบ เราว่ามันดีเลยล่ะ มันซ้ำแล้วอะเนอะ 555555 ชอบการที่เน่ให้ดอกทานตะวันมากกดูจริงใจดีค่ะ ฟิลกู๊ดดดด
    #1
    0