nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 257(Whitepingeon)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)


 

          เช้าอากาศเย็นสบายจัง    คาปูชิโน่พิเศษ(เพิ่มความเข้ม)    ใส่ปุ๋ย รดน้ำต้นไม้  กำลังนั่งปักผักกินได้ในกระถาง     หันไปมองไม่เต็มตา ยังไม่ทันมองทะเบียน   " เออ แน่ะ  คุ้น ๆ  แฮ่ะ ! "    ก็หันกลับมาทำงานต่อ  ไม่สนใจ    
" อ้าว  น้องมากันสี่คน   บอกว่าโทรสองวันล่ะ 
ไม่ติด    ก็เลยใช้งานซะเลย   แว๊บมาพิมพ์ก่อน  "


********************



              "  ไม่อยากจะพูดเลยว่า  ไม่ได้ติดเน็ตขนาดนั้น    แต่พักหลัง   เหมือนมีอะไรรออยู่     เหมือนเราต้องมา    ใจไม่ได้ผูกพันธ์กับอะไรหลายอย่าง  จนต้อพะวง  แต่มีเธอ  ที่ฉันต้องทำแบบนี้ เสมอ   บางครั้งถามตัวเองในใจว่า   เราติดเน็ตหรือเปล่า      ได้คำตอบว่า  ไม่ใช่  
แต่ เรารอใครบางคน        เคยถามตัวเองบ่อยว่า 
" เราติดตามเขาใหม   ใจบอกว่าไม่ใช่ติดตาม   
แต่ความผูกพันธ์ใจ  ทำให้ต้องแวะดูว่าเขาอยู่สบายดีใหม   เป็นอย่างไรบ้าง    และทุกครั้งที่รู้ว่า  

ไปใหน  อยู่ยังไง   ก็สบายใจ    ไม่ต้องการอยากรู้ขนาดว่าต้องรู้ให้ได้   "  แต่รู้สึกอุ่นใจ  ขอบคุณที่
จริงแล้ว  ไม่จำเป็นต้องเขียนบอกใคร  หรือเขียนลงไปก็ได้  จะเขียนหรือไม่ก็ได้ เป็นสิทธิ์   
แต่ทุกครั้งที่เห็น   ทำให้อึ้ง   และรู้ว่าคุณทำอย่างนั้นจริง ๆ     ทั้ง  ๆ ที่ตอนก่อนหน้า  ไม่ค่อยได้เห็น
 
ฉันรู้ว่า  เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจ   ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณจะต้องการสื่อสารกับใครประมาณใหน   แต่ขอบคุณมาก  ที่อย่างน้อย  ฉันรู้ว่าคุณรู้ว่าฉันแวะเข้าไปตรงใหน    "





          วันนี้น้องมาถึง  ก็ทำกับข้าวกันล่ะ  เลยมานั่งพิมพ์   ใจมันไม่ได้อยู่ในเน็ตหรอก  แต่มันอยู่ที่นั่น   บางครั้งก็ยังคิดว่า " ปรกติก็ไม่จดจ่อ  ว่าใครเป็นไงบ้างนะ    แต่ฉันก็แวะเยี่ยมคุณเเบบเงียบ ๆ   ยังถามตัวเองอีกว่า    จะดูอะไรมากมาย ว่างก็แวะก็ได้   แต่  ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว   ฉันเหมือนมีกันอยู่เสมอ    ก็เลยแย้งว่า   " ก็เราดูว่า เขาเป็นอย่างไรบ้างวันนี้  แล้วก็ไปทำเรื่องของเราต่อ   ก็เป็นแบบนี้ทุกวัน   "




"  ถ้าอยากให้เขียนบอก  ก็เขียน  จริง ๆ  แล้วเป็นคนไม่ค่อยจะบอกอะไรใคร  นอกจากคนสนิท 
และพี่ ๆ  ที่เขาถาม  ก็เล่า   ถ้าเขียนในเน็ต 
ก็จะไม่ค่อยสนิทกับใครมาก      จะดูใครพูดอะไร
กับใคร   ก็ต้องระวัง เพราะเราตรง   พูดเลย  
คนอื่นเขาอาจไม่ชอบได้   ก็เลยไม่พูดซะดีกว่า   ใครอยากคุยด้วย   และพอรู้จักว่าเราเป็นคน
ประมาณใหน    เขาก็แวะมาคุย     



โลกความจริง  กับโลกเสมือน  มันไม่ต่างอะไรมากมายนัก   การใช้ชีวิตก็เหมือนคล้าย ๆ   ที่ไม่รู้คือ  เราไม่เห็นความเป็นไปจริง ๆ  ไม่เห็นตัว   ไม่รู้ว่าสิ่งที่เราพูดคุยกัน   มันจะต่างกันมากแค่ใหน   กับคนที่เราพบเจอกัน  อยู่เห็นกันอยู่ทุกวัน       เพราะสิ่งนี้เราเห็นทั้งหมดของภาพรวม     ไม่ต้องไปคิดเรื่องกิริยาการพูดจาน้ำเสียงนิสัย  นะ  อะไรก็ว่ากันไป


ก็เลย  ไม่ค่อยจะแว๊บคุยกับใครมาก    "  แต่สำหรับคุณ  สำหรับพี่ ๆ   ที่เคยคุยด้วย   เพื่อน ๆ   รู้สึกสบาย   เพราะทุกคนเขาไม่ก้าวล้ำเส้น   นี่คือความเป็นผู้เคารพในความเป็นไป สิทธิ์ของผู้อื่น     



เพื่อนที่เอ็กทีน   เขาไม่เคยมาถามว่าฉันเป็นใคร  อยู่ที่ใหนจนอยากจะรู้ให้ได้    ก็เลยรู้สึกสบายใจ  ในความที่เขาเป็นเขาเราเป็นเรา   เวลาเม้นท์ไป
ก็คือใจเรา     ก็ไม่ได้คิดมากว่าเขาจะคิดยังไง  เขาจะคิดอะไรยังไงก็ได้    แต่ทุกคนดีตรงที่ 
ไม่ก้าวก่าย   ก็ยังไม่พูดจาเหยียดหยัน  หรือต้องเอาความเป็นเราเพื่อให้เขาต้องรู้จักให้ได้    ตรงนี้สบายใจมาก    




ภายในการใช้ชีวิตประจำวัน  หรือมาพิมพ์ในโลกเสมือนนี้    " ฉันก็เป็นฉัน  แม้ทุกวันก็เป็นคนแบบนี้   แต่ที่เราเดินผ่านผู้คน  ทักทาย  อันนี้เราเห็นกันทุกวัน   ความสนุก    หัวเราะ  ยิ้มให้กัน   พูดคุยเล่นกันได้  สบายดี   ไม่มีอะไร       
เป็นแบบนี้ทุกวัน       

ฉันไม่ใช่หยิ่ง  แต่ดูคน   ถ้าจะคุย  เป็นเพื่อนกัน  หากมองเห็น  มองคนขาด  ก็เข้ามา    มันก็จะเป็นเหมือนที่ฉันใช้ชีวิตประจำวันเหมือนกัน  แต่ในเน็ต  สำหรับฉัน  ต้องดูนานหน่อย    มันหลาย ๆ  เรื่อง   ตัวเองไม่ได้คิดมาก   แต่ไม่เคยคิดว่าต้องมาเจอใคร   และสานสัมพันธ์จนยังไงบ้าง   เพราะไม่คิดมาก่อน  "
 

***************************



                  "  เช้าเย็น  ทุก ๆ วัน  คนที่เราพบเจอ  ก็หลากหลาย   ก็คือการดำเนินชีวิต   แต่ถ้าเน็ต  จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง   ก็กว่าจะเป็นคนกันเองเหมือนที่เราพบเจอ     ก็ต้องใช้เวลา      ฉันไม่ได้คบคนยาก   แต่ดูคน     ใจอยากให้มีเเต่เรื่องดีดี



" ขอบคุณ  ที่ผลักดันให้มาเขียนเล่า  สำหรับคุณ  ฉันเห็นความเป็นคุณตั้งแต่ต้นแล้ว   ไม่งั้นก็คงไม่ได้แวะเยี่ยมเยือน    ความหลากหลาย  ทำให้ยอมรับ
ถ้าฉันจะคบใครสักคน   ต้องยอมรับทุกอย่างในความเป็นเขา   คุณเข้าใจหรือยัง   ว่าทำไมฉันต้องวนเวียนอยู่อย่างนี้  
โลกภายนอกของฉันไม่ได้แคบนะ    แต่โลกภายในฉันสำคัญกว่า   "




         ต้องลงไปดูเด็ก ๆ ล่ะ   วันนี้น้องมาเยี่ยม   มาเอาเอนไชม์ด้วย   เขาชาที่มือ   อันนี้ง่ายมากเดี๋ยวก็หาย   อยู่  ๆ ฉันก็เป็นแล้วก็หายแล้ว
 
แม่ปวดเข่ามาก  กว่าจะลุกเดินได้ต้อพยุงตัว  
ตอนนี้นะหรือ  เดินทำสวนผักลานบ้านเขา จนเป็นป่าสมุนไพรเต็มไปหมดเลย     เข่าที่ปวดเส้นที่ขอดอยู่เป็นก้อนได้ยืดหยุ่น  และเป็นปรกติ   เเม่เล่าให้ฟังอย่างสบายใจ  ทุกวันแม่ดูแลตัวเองตามที่บอก  
ไม่แน่ว่า   ปีหน้าอาจพาขึ้นเขาคิฌชกูฏ  
ไปด้วยกันอีกใหมค่ะ   เอาใจไปก็ได้นะ    



ถ้าเขียนต่อไป  และจะบอกว่า  หลังจากนั้นหล่ะ 
ไม่เขียน  ไว้รู้เอง   ...จะลงไปดูน้อง  ๆ แล้ว   กินข้าวเสร็จไปซื้อน้ำผึ้ง    เสียดายไม่ได้ซื้อเคมีเก็บไว้ครบ     ที่รักสอนมาเยอะให้เต็มที่     ไม่งั้นคงได้เครื่องอุปโภคที่คุณภาพเหมือนกันกลับไปไว้บ้าน  


มีงานรอเยอะหลายอย่างเหมือนกันค่ะวันนี้   แต่ใจไม่ค่อยนิ่งอยู่กับที่เท่าไหร่     คงเพิ่งจะปล่อยพลังบ้ามั้ง   เอาไว้หลังจากนี้และจากนั้น   ก็นะ  
ไปล่ะค่ะ  พักผ่อนกันเยอะ ๆ   เซฟร่างกาย    เพราะเราต้องใช้เป็นภาหนะในการเดินทางอีกนาน  ไม่ได้พูดเล่นนะเอ้า    อย่าทำเป็นเก่งไป    ก็ตัวเองเจอกับตัว   เพราะเป็นนินจานี่หล่ะ    "



10.37


***********************




       ทำให้นึกถึงร้องเพลงประสานเสียงหน้าเสาธง   
แต่  เอ... " เสียงเหมือนเป็ดเลย อิ อิ "




"  กรรมกรทำงานเสร็จ  น้องกลับเกือบสองทุ่ม  
เฝ้าพระอินทร์แป๊บ     ตื่นมาหิวจัง    แล้วจะหลับล่ะนะ   ง่วงมากกกกกกก  

อ้อ  ต้องทำธุระส่วนตัวก่อนดิ    แล้วจะไปนอนหล่ะนะ  ไม่งั้นพรุ่งนี้คนหน้าเด็กจะหน้าอ่อน  แห่ะ !
(เขาว่า กันว่า นะ )
 

ไปดีกว่า  บาย  ๆ  ค่ะ  "

(พรุ่งนี้ค่อยเขียนต่อ)



22.05

*********************



ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น