รุ่งเช้าได้ยินเสียงสวดมนต์ทำวัดเช้า
วัดอ้อน้อย ทำให้รู้สึกสบายใจเหมือนอยู่ตรงนั้น อย่างที่เคยตื่นตีสาม เตรียมตัวลงมาทำวัดเช้า
ที่วัดพิชัยญาติฯ
" ตอนแรกนึก ๆ แล้วก็อ้อ เสียงจากคอมฯ นี่เอง เปิดไว้ถึงเช้า
เมื่อคืนนั่งคิด เขียนถึงว่า เราเคยเจอใครบ้าง ก็ลอง ๆ จดเรียงรายชื่อ (เออนะ ไม่คิดมาก่อน)
" ที่พบเจอทุกท่าน ไม่ได้ดั้นด้นหาพระอาจารย์โดยตรง หรือใครดังเราไปกันอันนี้ก็ไม่ใช่ เพราะไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ แต่ที่ไป เพราะถึงเวลาหนึ่ง มีคนพาไป แล้วก็ไปทำบุญ ตามวาระ
แล้วไปเจอ ... "
ครั้งแรก หลวงพ่อ แม่ชี ที่วัดพิชัยญาติ ฯ
พี่ที่เจอที่วัดชวนให้ไปเป็นเพื่อน เจอหลวงปู่งาม(โคราช) ท่านมาที่วังมะนาว " สนทนาธรรมกับท่านอยู่พักหนึ่ง "
(คนไปด้วยงง ปรกติเป็นคนไม่ค่อยพูด)
พี่คนเดิม บอกให้มาที่นั้น หลวงปู่จอม ท่านมากรุงเทพ ถ่ายรูปพวกเรา หลวงปู่
(เออ นะ ยังนึก ๆ อยู่ เหมือนอยู่บ้านเลยเเฮ่ะ สบาย ๆ หลวงปู่ท่านเมตตามาก )
" ถวายสังฆทาน ให้พ่อ และเจอพี่ ๆ อีกหลายคน อยู่ที่นั่นนานหน่อย คุยหลายเรื่อง เเต่เป็นเรื่องทั่วไป ชีวิตความเป็นอยู่ "
ชาวประทุม พาไปวัด " ใหว้หลวงปู่เกิด " วัดอยู่ใกล้คลองสิบสาม แต่ไม่รู้ชื่อวัด จำได้ว่าเลยวัดที่มีการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ นอนในโลงศพเรียงกันเยอะแยะ แล้วเอาผ้าขาวผืนใหญ่ผืนเดียวคลุมนั่นหล่ะ แต่วัดนี้เราไม่เข้าร่วมด้วย เพราะส่วนตัวไม่ชอบพิธีกรรม " ชอบเงียบ ๆ ก็เลยผ่านมา เจอวัดนี้ติดกัน แต่แตกต่าง จริตเราชอบแบบนี้
หลวงปู่เกิดท่านเรียก และตบฝ่ามือกับพื้นข้าง ๆ ท่าน และบอกว่า ให้มาใกล้ ๆ มานั่งตรงนี้
(ถ่ายรูป) แต่เราก็ไม่ไป
(คิดว่าไม่เรียบร้อยถ้าไปใกล้ เพราะเราเป็นโยมผู้หญิง ) หลวงปู่ท่านเรียกสามครั้ง ก็อยู่ใกล้ ๆ ท่านนั่นหล่ะ ส่วนครอบครัวเพื่อน ๆ ถ่ายรูปหมู่
ที่นั่นมีตลาดช่วงเย็น ชาวบ้านจะเอาผักพื้นบ้าน หลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นก็มี
แปลกตา ตื่นใจดีชอบ ๆ ซื้อกลับมาด้วยหล่ะ แล้วก็เเวะท่าน้ำปล่อยชีวิตเล็ก ๆ
ต่อมา " พี่สาวคนเดิม แต่เราเรียกเจ้ พาไปทุกที่ ที่ใหญ่ ๆ เข้ายาก แต่เจ้บอกว่า เราเข้าถึงและไปได้เลยพาไปด้วย
กฐินหลวงที่วัดไผ่ดำ (จะเขียนก็หน้านี้หล่ะ ครั้งแรก) " สมเด็จพระเทพ ฯ เป็นผู้ที่เรารักมากที่สุด ไม่รู้ว่ายังไง แต่รักพระองค์มากเลยหล่ะ เหมือนครู
อธิบายไม่ถูก แล้วก็มีองค์จิ๋ว นี่หล่ะที่รักสององค์ เเบบว่า ไม่อะไร เห็นแล้วรักท่านเลย "
วันนั้นไปกับคณะที่วัดหลวง จองที่นั่ง แต่พอไปจริง ๆ เขาไม่ให้ไปด้วย แต่ให้ไปกับรถตู้นำขบวน เพื่อไปรับเสด็จ ก็คือไปกับคณะหลวงพ่อเลยแล้วกัน
(คนในวัง กับคณะเตรียมไปรับชุดรับเสด็จไปพร้อม)
" ที่วัดไผ่ดำ สมเด็จฯ ท่านเสด็จมารับปัจจัยที่ชาวบ้านทำบุญ
พระองค์ท่านมายืนที่เรานั่ง วันนั้น ชุดสีชมพู
ชาวบ้านยื่นเงินมาผ่านหัว ข้างหู เต็มไปหมดเลย ท่านก็ยืนมิดใกล้เรา จนมองไม่เห็น ( เจ้อ้าปากค้าง ทำหน้าเหรอ ตะลึง ยิ้ม ฯ มองเรา)
เจ้เงยหน้ามองท่าน ผู้ที่ไปกับคณะก็มอง ยิ้มมมมม
ขากลับก็รถคันเดิม " เสียงพูดคุยของผู้ใหญ่ เป็นความปลื้มปิติ ที่ผ่านเหตุการณ์ และเล่าถึงความตื่นเต้น บ้างก็บอกว่า สัมผัสมือท่าน ฯ ส่วนเรา นั่งยิ้ม เงียบ ๆ อยู่หลังรถตลอดทางจนถึงกรุงเทพ ใครจะรู้ว่า เรายิ้มอยู่นี้เรื่องอะไร เเต่ที่แน่ ๆ
เล่าให้พ่อฟัง พ่อดีใจมากเลย "
( ครั้งนี้ เจอเรื่องเล่าลี้ลับด้วยนะ เห็นกับตาเลย )
ชาวประทุม ชวนไปกราบหลวงปู่เจือ
ได้นั่งสนทนาธรรมอยู่นาน เเละหลวงปู่ท่านให้ยาสมุนไพร(ลืมชื่อ) ท่านบอกว่าเดินไปธุดงค์
เจอแล้วก็เก็บมา สมุนไพรตัวนี้จะเจอที่ป่า
ไปเมืองกาญจน์ โทรไปหาเจ้ เอ้า ! บวชอยู่ที่วัดด้วย พวกเราก็เลยแวะไป " เจอหลวงพ่อวัชระ วัดถ้ำแฝด พี่เล่าว่า ปรกติท่านไม่ว่างอยู่
ท่านจะไปกิจนิมนต์ บางครั้งก็ไปกับหลวงพ่อจำเนียร วัดถ้ำเสือ ไปต่างประเทศ
แต่ทำไมวันนี้ท่านว่างคุยกับเรา เป็นชั่วโมง มีพิธีสาวเทียน (อะไรบ้างไม่แน่ใจ แต่สาวเทียนเป็นเส้น ดูถึงวาสนา ดวงชะตา)
เสียงดังลั่นของคนมอง บอกว่า " เพิ่งเคยเห็นคนเดียวนี้หล่ะ เส้นยาวหนาปึ๊กเลย พี่ ๆ เพื่อน ๆ ก็ไปด้วย ข้าราชการก็มี ทุกคนก็เส้นไม่ยาว เล็ก ๆ ใกล้เคียงกัน ( เจอพระท่านครั้งแรก ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ใช่แล้วฝันเห็นว่าต้องมาเจอเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งหมดนี้เลย
" แล้วก็ต้องอ๋อ เพราะสนทนาธรรมกับท่าน รวมถึงเรื่องการเดินทางของจิตระเอียด "
เราเดินทางมาเห็นก่อนหน้าแล้ว
และก็ได้เจอท่านจริง ๆ )
พี่ ๆ พาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ที่รพ. ต่อมาพาเพื่อนไป แล้วก็พาน้องไป และก็พาพี่ที่วัดไป พระองค์ท่านนำสวดมนต์ทำวัดเย็น ได้สงน้ำพระองค์ท่านในวันสงกรานต์ (ตอนนั้นพระองค์ท่านออกมาจากห้องปลอดเชื้อได้ พวกเราก็เลยเฝ้าใกล้ชิด ห้องรับรองได้ประมาณสามสิบกว่าคน )
แล้วก็ " เจอหลวงพ่อ ทางภาคกลาง ท่านให้
พระสมเด็จมา หลายพิมพ์ ท่านบอกว่า
" นี่ไง ก็ทำเป็นสร้อยห้อยหลายองค์ "
( มีบอกลักษณะด้วยหล่ะ ไอ่เรานึก ๆ นะ
แน่เลยเรา เหมือนผู้ชายเลยหล่ะ ที่เขาห้อยพระทีนึง สามองค์ ห้าองค์ อะไรประมาณนี้ )
หลวงพ่อท่านเคยอยู่วัดที่กรุงเทพ อายุท่านก็จะเกือบร้อยแล้วนะ ( มีช่วงหนึ่ง เราเห็นพลังจิตท่านแรงมาก ๆ อันนี้ความเชื่อเฉพาะบุคคล)
และ ตอนนี้ " ปัจจุบัน ใหว้พระอาจารย์ เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพุทธะอิสระ ตามพิธีโบราณ
ฟังธรรมะท่าน "
เพียงพบเจอ เพื่อพบ
เมื่อพานพบ เพื่อจาก
เพียรพากศึกษา รับรู้
มิยั่งยืน สุดแล้ว ลาไกล
มิจีรัง สิ่งใด ค้นหา
แล้วก็จบ พบเพียงจาก
หมั่นรักษา เพียรเพื่อเพิ่ม
ดวงจิตใส ใสสว่างรู้
จิตดวงเดิม เพิ่ม เกรา ด้วยครู " ผู้เมตตา "
******************************
วันนี้ว่าง ใจก็นึกอยากเขียนการเดินทางสายนี้ขึ้นมา และจะมีต่อท้ายที่กำลังจะเขียน
ไม่ได้มุ่งมั่น ตั้งใจ ดั้นด้นเสาะหา แต่เมื่อถึงเวลา
ทุกอย่างก็ไปตามนั้น มีคนนำทาง บางครั้งก็พบเจอเอง " แต่ชีวิตนี้ เป็นคนเฉย ๆ เห็นอะไร ก็รับรู้ แล้วก็วางเฉย แล้วก็เดินไปข้างหน้า นี่อาจเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้พบเจอเส้นทาง โดยไม่มีอะไรขวางกั้นได้ เพราะใจหนักแน่น และเฉยในสิ่งที่พบเจอ คิดว่ามันก็เป็นธรรมดา "
ถ้าเป็นเรื่องสายบุญ การเดินทางปฏิบัติ จะเป็นแบบนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องทางโลก
ทางโลกนี้ มีเรื่องราวมากมาย แต่ก็เป็นคนเฉย
ซะส่วนใหญ่ ก็เลยผ่านไปได้ไว ใจก็โล่ง ๆ เหมือนคนไม่มีอะไร ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวในชีวิต
เยอะแยะหลากหลาย มันก็น่าเขียนเรื่องเล่าอยู่นะ
โลดโผนซะเหลือเกิน " มันธรรมดา ของแต่ละคน
และมันธรรมดา ที่ต้องพบเจอสำหรับเรา "
ก็ยังมีหลายอย่าง แต่ที่เขียนเรื่องเจอใครบ้างนะ เจออย่างไรบ้าง ก็คล้าย ๆ กันหมดเลยหล่ะ คือ
ถ้าคนเราจะพูดว่า เจอโดยบังเอิญ
" แต่ ไม่มีความบังเอิญ "
เมื่อไม่กี่วัน ดูรายการ วัดถ้ำเสือ เห็นเจ้าแม่กวนอิมในทีวี องค์นี้หล่ะเราชอบ
มากเลย เห็นแล้วชอบมาก ๆ " มีคนผ่านมา และ รู้จัก ท่านบอกว่า มาที่วัดแล้ว มาพักได้เลย บอกชื่อท่านนะ " แต่เราลืมชื่อแล้วหล่ะ จำหน้าพอได้ อยากไปที่วัดนี้สักครั้ง
***********************
และ " สิ่งนี้ คือที่จะเขียนถึง ต่อ ช่วงที่สอง
อย่าดื้ออย่าซนนะ ไม่งั้น ดุ ... แหะ
|
|
.... อยากฟัง ตะเอง ! อย่าซ่าส์บ่อยนะ รู้สึก "
|
|
10.30
ความคิดเห็น