Diary of love 210(Whitepingeon)
เขียนโดย
nrintip(Whitepingeon)
วันนี้ฝนตกตั้งแต่บ่ายโมง จนถึงหนึ่งทุ่มเพิ่งออกจากร้านเจ้าเอิง
เพิ่งเอากระโปรงยีนส์ที่เตรียมให้คราวที่แล้ว
ไปให้สี่ตัว เห็นดีใจมากเลย ลองแล้วชอบกรี๊ดสะใจ ถูกใจมาก ๆ ว่างั้น ไอ่เราก็ยิ้ม ๆ เห็นแล้วสบายใจ ดีใจที่ตัวเองไม่ได้ใช้ น้องชอบก็สุขใจนะ " ใส่แทนด้วยนะ พี่ยังไม่ได้ใส่สามตัว " ก็พูดอย่างนี้หล่ะ
ถ้าคนฟัง ฟังดีดี ก็จะรู้ว่า ความชอบเราเอง แต่ให้
เลือกเพราะชอบ ใส่ไม่ได้ ใส่แล้วเซ็กซี่ ( ฮ่า ๆ อีกแล้วนะอีกแล้ว )
...น้องบอกว่า เราใส่มันก็เซ็กซี่ไง
มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม (ฮื้ย ! นึก ๆ ในใจ เจ้านี่ พูดอีกแล้วนะ อีกแล้ว ...อย่างนี้เราก็คิดหนักกว่าเก่าสิ ... นะ ขำ ๆ ค่ะ )
ผักที่เป็นยาไปสามชนิด เขาก็ดีใจมากเลย ชอบอะไรทำอะไรที่คัดเเล้ว " วันนี้ยอมรับว่าเพลียค่ะ ง่วงมาก ๆ เลย แต่จะเขียนให้เสร็จ อย่าว่ากันนะ ยังเปิดเรื่องใหม่ตามที่พูดไว้ไม่ใหว ขอโทษ โดนฝนมาไอเล็กน้อย ...มาถึงก็โทรคุยกับแม่ก่อน จริง ๆ ด้วย แม่รอ คุยชั่วโมงเดียว ก็สี่ทุ่มพอดี แม่ถามว่าอาบน้ำ กินข้าวยัง ก็บอก กินที่บ้านน้องมาแล้ว(แต่ไม่ได้บอกหรอก ว่านั่นข้าวเช้ากินบ่ายสาม มีหวังห่วงอีก)
แม่จะเจ็ดสิบแล้วนะ แต่เขาก็ห่วงคนนั้น ห่วงคนนี้ พอมีช่องก็เลยพูดบอกแม่ว่า " อย่าแบกเรื่องของคนอื่นเลยแม่ ทุกคนมีทางเดินเป็นของตัวเอง ใครเป็นยังไง ก็หลีกหนีสิ่งที่ควรเป็นไม่ได้ ก็ได้แต่มอง และสอนเน๊าะแม่เน๊าะ " สามทุ่มแล้ว
ยังไม่นอน ยังฟังธรรมะทางวิทยุทุกวัน ชอบ
จริง ๆ แม่เขารู้หล่ะ แต่เพียงต้องการกำลังใจ เราก็เพียงเสริมทัพ อันใหนที่ทางบ้านยังไม่รู้ ไม่มีสิ่งเพิ่มเติม ในเรื่องธรรมะ แม่ก็เล่าและถาม ก็อธิบายให้ฟัง แล้วก็บอกว่า มันเป็นแบบนั้นหล่ะแม่ ที่นี่จะมีพระอาจารย์อยู่เยอะ พอให้รับรู้ ท่านสอน ได้ฟัง ฯลฯ .... คุย ๆ ไป พอเขาสบายใจแล้ว ก็ไล่เราวางซะงั้น ก็เลยแซว ๆ
" แหม วันนี้มีพอใจแล้วก็ไล่เลยนะ ไปก็ได้ "
หัวเราะ แล้วก็วางสาย ก่อนวางก็ไม่ลืม ให้แม่ถามญาติให้ว่าจะเอายารักษาตัวเองใหม จะนั่งรถไปหามาให้ " แม่ทำบุญด้วยกันนะ เพียงแค่บอก
ที่เหลือเดี๋ยวจัดการให้เอง " แล้วก็ดีมากมาย เพราะรู้เลยว่า คนที่รักเราเขาก็รอข่าวดี ลุงนี้กับป้าเขาเห็นเราตั้งแต่เล็ก เขาเอ็นดูนะ เจอกันก็ให้พร เรียกมา สวดคาถาให้พร เเล้วก็เป่าหัวให้โชคดี ลุงศึกษาพระธรรม เป็นผู้หนึ่ง ที่รู้เรื่องกฏระเบียบ บอกได้ว่าอันใหนถูกผิด
*******************************
ส่วนเรื่องวันนี้ เจ้าเอิง ... หน้าที่ของพี่ คือ " รับฟัง ดูแล ให้คำแนะนำ ช่วยแก้ทีละปม
ที่มีในใจ " วันนี้เจ้าเอิงร่าเริงขึ้นเยอะ ความมีชีวิตชีวา ที่เคยเห็นมาน้อยครั้งนั้นได้พลุดขึ้นให้เห็นวันนี้ ...หัวเราะสนุกสนานตามประสา เรียกเราเหมือนน้องเล็ก ๆ ที่สนิทใจ เปิดใจปรึกษาเมื่อเริ่มใจสบาย เปิดเผยความเป็นธรรมดาให้เห็น อีกหลาย ๆ อย่าง ที่เขียนไม่หมด มันทำให้รู้ว่า วันนี้ทำหน้าที่ดีที่สุด เท่าที่คนอย่างเรา ต้องเดินทางผ่านพบเจอ ....สิ่งเหล่านี้ ต้องใช้พลังใจ พลังสติอย่างมาก จิตต้องว่าง ไม่อย่างนั้นจะมองไม่เห็นความเป็นจริง จะตกเป็นทาสจิตวิทยา บวกโทสะที่เขาแสดงเเฝงออกมา ฯลฯ "
มันก็ไม่ใช่เรื่องมองอะไรไม่ขาด หรือมองยากหรอกนะค่ะ เพียงมองตัวบุคคล เรื่องราว ความเกี่ยวข้อง ผู้คนที่เกี่ยวข้อง ที่เหลือ ตัวเราสำคัญ คือคนที่มองเหตุ ผลที่เกิด เกิดจากอะไร
นั่งกินข้าวด้วยกัน คุยกัน รับฟังเรื่องราว ก็ยังพูดกับน้องอยู่เลย ว่า " เหมือนเรื่องน้ำเน่าเลยหว่ะ มันเยอะเกิน มันมาก จนน้ำเน่า " น้องก็ยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดมันเป็นอย่างนั้น
เราก็เลยคิด ๆ อ๋อ ที่เจ้าเอิงหน้าเศร้า ๆ เหมือนข้างในมีเรื่องมากมาย ปะปนกันเละเทะไปหมด พอเราได้ฟัง โอ้ มันไม่ใช่น้อยแฮ่ะ มิน่าหล่ะ
สามเดือนที่แล้วเจ้าของบ้านบีบให้ออก
ทั้งที่ทำสัญญาสามปี ยอมออกจากบ้านแต่ต้องจ่ายค่าตกแต่ง ค่าต่าง ๆ มากมาย เขาไม่ยอมกัน จนถึง น้องเขาอยู่คนเดียว เงินก้อนสุดท้ายเกือบล้านที่จะมาตั้งตัว ...เจ้าของบ้านเอาตำรวจมาล็อคบ้าน เจ้าเอิงมีทนาย หรวจเลยลากลับ
เจ้าเอิงไม่รู้จะทำไง ทุกข์มากไปกราบพระองค์หนึ่ง ซึ่งมารู้อีกครั้งจำได้ว่า พระองค์นี้เคยไปฉันเพลที่บ้านต่างจังหวัด ขอคำแนะนำจากท่าน พระบอกให้ไปสคบ. แล้วมันก็กลายเป็นไฟสิทีนี้
จากนั้นเจ้าของบ้านก็โกรธ ทีนี้น้ำเน่ากว่าเก่าอีก " เอากระดูกผีเจ็ดป่าช้า " (น่าน ! เริ่มเล่นคุณไสย์มนต์ดำกันล่ะ ฉันคิด ก็หัวเราะในใจ เพราะขำมนุษย์ ทำอะไรกัน ) ... เขาเอาโกฐกระดูกมาตั้งไว้หน้าร้าน ไม่ให้คนเข้า เสกของ ( นะ อะไรก็ว่ากันไป แต่เอ มันเป็นยังไงหว่า ! ) ....เห็นว่าเอาพระมาหน้าร้าน มาถ่ายรูปพระอาจารย์ดังที่ติดป้ายไว้หน้าร้าน วัตถุมงคลเกี่ยวกับค้าขาย
ส่งคนมาดูทั้งหมดในร้าน (อืม ๆ คนเดียวเนี่ยนะ น้องเอ้ย ทำไมชีวิตมันช่างน่าสงสารขนาดนี้เนี่ย !)
ทุกอย่างจัดเอง ตกแต่งคนเดียว สามชั้นน้องร้องไป ทำไป ( ก็เลยถามเขาว่า ไม่มีเบอร์พี่ เพื่อน ๆ ไม่มีเรอะ ทำไมไม่โทรตาม )
....หลวงพ่อท่านเมตตาสงสารค่ะ ก็เลยมาทำพิธี มาดู สิ่งดีดีให้
ฉันฟังแล้ว ก็รู้สึก และสรุปสั้น ๆ ตรงนี้ว่า " แยกได้หลายเรื่องราว เรื่องสามีที่รักที่โดนแย่งไปด้วย ทำของใส่ คุณไสย์มนต์ดำอะไรทำนองนั้นหล่ ...แต่สำหรับตัวเองแค่ฟัง เพราะไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวตามธรรมชาติเหล่านี้ (เขาว่างั้นนะ แล้วก็แก้ ก็โดนทำอีก ... แต่ อันนี้มันเป็นความเชื่อนะค่ะ เขียนตามที่ชีวิตเล่ามา ) เป็นไงหล่ะค่ะ พอเห็นลาง ๆ แล้วใช่ใหม ทั้ง " เรื่องจริง กับหลอน มันก็เลยปนกัน ทำให้จิตประสาท
ทำให้ต้องปกป้องตัวเอง " นี่หล่ะ เวลาที่เรากินข้าวอยู่วันนี้ คุยกันอยู่นั้น ถ้าน้องพูดเรื่องนี้ หากฉันจิตไม่ว่าง สติไม่มั่น เจอความเเรงของจิตเขา รับรองได้ว่า ไปทุกราย เพราะหนึ่งในความเป็นจริง ก็จะมีความหลอนปน ๆ เข้ามา
มีน้ำเสียงของพลังสมาธิที่ฝึก กับพลังของความแรง(เพราะเกิดจากการป้องกันตัวเอง จนรับเข้ามา แล้วนำออกมาปลดปล่อย เมื่อแสดงตัว หรือเรียกว่าอวดอุตริ เเฝงมาให้ได้เห็น ) ...แต่ฉันก็นั่งฟัง พอมีช่อง ก็จะใช้น้ำเย็นเข้าลูบ นี่ตามปรกตินิสัยตัวเองอยู่แล้วหล่ะ แล้วก็ฟังดู มีช่องที่ใจเขาพร้อมจะรับฟังใหม ก็เลยถามเขาว่า
" หากพี่จะพูด จะฟังใหม " เจ้าเอิงฟัง ก็เลยบอกเขาไปว่า " มนุษย์ ไม่ว่าพระ หรือฆราวาท ตราบในที่ยังมีกิเลศ ก็ยังมีหลากหลาย ก็ต้องแยกแยะเอานะ ...แล้วอีกอย่าง พี่ไม่อยากให้พูดเรื่องพระ เรื่องชี ไม่อยากให้ไปพูดว่ามากนัก และไม่อยากให้ไม่ว่าเณรคำ เรื่องใครมัน ฯลฯ "
โอ๊ะ เยอะแยะค่ะ วันนี้ได้อธิบายไปด้วยเลย เรื่องเณรคำเหมือนกัน ก็อธิบายให้เขาฟังนะค่ะ ว่าทำไมไม่อยากให้พูดว่า ไม่ต้องไปเหยียบใครเขา แต่ก็เล่าเรื่องในสิ่งที่ตัวเองมองพอรู้ว่า
ในตัวคนคนหนึ่ง มีอะไรปะปนกันไป แต่เขียนคงเยอะไปหน้านี้เนื้อที่น้อยนิด
แล้วก็ได้ปลดทีละปม ทีละปม ให้น้อง เห็นความเป็นคนขึ้นมาล่ะ ดีนะ ยังฟังเหตุผล
ยังเข้าใจ เริ่ม ๆ ล่ะ เขาเริ่มแยกได้ล่ะ " มีจริง ในความเป็นคน ทั้งจริง และหลอก เพื่อให้เราหาทางออกให้ได้ มันเป็นกลไกธรรมชาติค่ะ "
ก็คุยกันหลายเรื่อง บางทีเขาก็เล่าความคับข้องใจ ใหนจะแม่ ใหนจะพี่ มีแต่คนรอรับผลประโยชน์ ส่วนเจ้าเอิงเอาเงินไปทำบุญต่อ ส่วนที่เหลือจะเอาจากเจ้าเอิง นี่หล่ะค่ะผลประโยชน์ ที่บีบบังคับให้คนทุกข์ใจ ...นั่งทำนู่น นี่ นั่นไป อยู่เป็นเพื่อน
เห็นเขาเล่นกับเจ้าแมวสีขาวน่ารัก เจ้าแมวนอกตาสีฟ้าและน้ำตาล เจ้าคงเหงาหล่ะ ออกไปใหนไม่ค่อยได้ เล่นกันสองคน
หากฉันเป็นคนคิดไม่เป็นนะ จะเชื่อสิ่งที่เห็นและเขาพูดทั้งหมด หนึ่ง เจ้าแมวมีอะไรแฝง อันนี้ฟังแล้วเฉย ...แมวขี้เล่น วิ่งเล่นกันสนุกสนาน ไอ่เราก็นั่งมอง ก็คิดนะ อืม ๆ เจ้าคงเหงาทั้งคู่ เราอยู่เห็นเขาเล่นกันมันส์มาก แล้วเจ้าเหมียวก็ตาสีแดง อีกตาสีเขียว น้องก็บอกให้มาดู เขาก็วิ่งหนีไป
น้องก็บอกว่า เจ้าเหมียวต้องการให้เขาเห็น
คนเดียว ฉันก็เลยบอกว่า " มันเป็นอย่างนั้นหล่ะ ธรรมชาติ เขาวิ่งเล่นแล้วแรงขับเคลื่อน พลังงาน ความเหนื่อย เลือดวิ่งไหลเวียนสูบฉีด
หัวใจเต้นแรง ก็จะส่งผลไปที่ตา " ( อ่ะแน่ะ ! แหม เรานะเรา ทำเป็นรู้ดี ฮ่า ๆ ) ...แต่เจ้าเอิงก็ฟังนะ หน้าตารับฟัง
เเล้วก็ไม่เห็นว่าจะขัดหรือค้าน
ทีนี้มาเรื่อง จิตใจผู้คน คนแถวนั้นตอนแรกก็ไม่ชอบเจ้าเอิง ก็เลยอธิบายให้ฟังว่า
" อย่าไปโกรธ อย่าไปถือเขาเลยนะ คนหน่ะ อันดับเเรก สัญชาติญาณเมื่อเกิดความกลัว ก็ต้องปกป้องตัวเองก่อน แล้วเขาเห็นคนอย่างเรานะ เป็นลักษณะเเบบนี้ เขาก็ต้องคิดไว้ก่อนหล่ะ ว่าเล่นของ (พูดแล้วมองหน้าเจ้าเอิง ยิ้มขำ ๆ )
เขาก็ต้องมองก่อนเลย ในแง่ไม่ดี คนเราปัญญาไม่เท่ากันนะ การปฏิบัติไม่เท่ากัน เขาทำมาหากิน เจ้าเดินทางสายธรรมะ เมื่อเห็นแบบนี้ เขาก็ต้องมองในระดับความคิดเท่านั้น จะไปโกรธเขาไม่ได้ ต้องเมตตาเขานะ (เจ้าเอิงก็นิ่ง รับฟังอย่างเรียบร้อยเลย ...เอ้า ! ทีนี้ได้ช่องทางแล้ว ฟังหว่ะเฮ้ย ! แถมรับอีกแนะ เออ ๆ น่าบอกมันอยู่หรอก (คิดแมน ๆ ในใจ )
" คนเรานะ ทำดีไปเถอะ อย่าไปคิดว่าใครจะมองเห็น หากเขาจะเห็น ก็ต้องใช้เวลานะ สักวันเขาเห็น เข้าใจแล้ว เขาก็จะมองเราในอีกแบบ " ก็บอกอย่างนี้หล่ะ
(เห็นเจ้าเอิงใจร่มเลยหล่ะ เหมือนสมัยเกือบห้าปี
ที่เเล้ว ที่เห็นเขาไปทำบุญ สร้างพระ ผ้าป่า กับสามีวัยห้าสิบกว่า อืม เริ่มมีทางเดิมแล้วหล่ะ นะ ตัวเองก็เริ่มเห็นว่า เขาเริ่มสว่างแล้วหล่ะค่ะ )
เจ้าเอิงบอกว่า รับดูดวงด้วย รู้ว่า ดูดวงให้คนอื่นมันทอนอายุตัวเอง ฉันก็เลยพูดว่า " แล้วดูทำไม "
ก็เล่าให้เขาฟังนิ่ง ๆ ว่า " เห็นใหม สังเกตุใหม พระท่านปฏิบัติธรรมมาได้อภิญญาก็มาก ได้อะไรมาก็เยอะ ทำไมท่านวางเฉยได้ นี่ก็เพราะท่านเดินทางสายกลาง ปล่อยวาง " พี่คิดอย่างนี้เสมอ
แม้เราอยากช่วยอะไรใคร
แต่อย่าลืมว่า " สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ถ้าเรายังเป็นอยู่อย่างนี้ เราก็จะไม่ไปถึงใหน
ก็จะวนทำอะไรอยู่อย่างนี้
แต่บางครั้งที่คนเขามีบุญสัมพันธ์ พระท่านเห็นแล้วต้องช่วย นั่นก็เพราะเขามีบุญ ช่วย
บุญสัมพันธ์ไง " (เจ้าเอิงเริ่มเข้าใจ นิ่งมากกว่าเก่า อืม ๆ วันนี้ฉันใช้สมาธิไม่หนัก จิตไม่เหนื่อยเลย เพราะเย็น และว่างมาตลอด )
มีอีกหลายเรื่อง ที่ทำให้เจ้าเอิงเข้าใจ ฉันดีใจนะ ที่ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ก่อนกลับฝนปรอย ๆ อยู่เลย ทุ่มกว่าแล้วหล่ะ ก็นั่งใส่รองเท้าอยู่ เจ้าเอิงก็มานั่งข้าง ๆ แล้วก็พูดว่า " พี่ ตอนนี้ทางเจ้าของบ้าน เขาก็เริ่มเข้ามาคุยดีกะหนูแล้วหล่ะ (ตอนแรก เจ้าเอิงแค้น ก็เลยแสดงออกให้เห็น ก็เตือนเขาไป ) ... ทำดีกับเขานะเอิง เริ่มเลย มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง คนทุกคนเขาแพ้ความดี เเล้วเขาจะทำความเข้าใจเราเอง
(ตอนแรกเขาจะขายบ้านให้นันหล่ะค่ะ เจ้าเอิงอยากซื้อไว้ทำงาน)
..ให้อภัยเขานะ คนแถวนี้ด้วยนะ "
เจ้าเอิงฟังด้วยสีหน้าเบาใจ ฉันก็ดีใจหน่ะ มนุษย์ชีวิตน้อย ๆ ที่เจอหลากหลาย เพียงมีเพื่อนที่ดี แนะนำสิ่งดี เขาก็จะมองเห็นทางเอง
วันนี้เห็นหลาย ๆ อย่าง รู้ต้นสายปลายเหตุหลาย ๆ เรื่อง และทำดีที่สุดแล้ว เท่าที่คนคนนี้จะทำได้
ฉันเดินทางด้วยความรู้สึกอิ่ม รู้สึกว่า วันนี้มาทำหน้าที่เต็ม ... ฉันไม่รู้หรอกว่า ต้องเตรียมอะไรล่วงหน้า สิ่งที่ฉันพูด ทำ คือสถานการณ์ปัจจุบันทุกเรื่องราว มันจะมีช่องให้ความเย็นใจ ได้แทรกซึมค่ะ แล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลาย แม้ว่าจะเป็นเพียงชีวิตเดียว ก็มันเกี่ยวพันธ์กับอีกมากมายหลายเรื่อง หลายชีวิตดีเดียวหล่ะ เรื่องร้าย ๆ เหล่านี้ได้มีอยู่จริงตามเรื่องสมมุติของมนุษย์ที่อยู่บนโลกสมมุติ ที่ยังหลงในสมมุติ ....
ก็ยังไม่สรุปเรื่องพระท่านหรอกนะค่ะ เพราะไม่รู้จักท่าน รู้แต่ว่าเป็นพระดัง และคิดว่า ท่านเมตตา สงสารเจ้าเอิง คงเป็นเนื้อนาบุญกันมาด้วยหล่ะมั้งนะ แต่ว่า เรื่องที่เหลือเรื่องของพระ อันนี้ไม่รับรู้ ไม่เขียนค่ะ แต่เมื่อวันนึง ฉันเจอท่านจริง ๆ จะรู้เอง คาดว่า ต้องเจอ ก็อยู่แค่ตรงนี้เอง
" ค่ะ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปเสมอ ทุกสิ่งบนเรื่องสมมุติ ในโลกสมมุตินี้ หากเราไม่หลงในสมมุติ เราก็มีสติมั่น มีจิตที่มีพลังระดับหนึ่ง เป็นช่องทางให้เราแยกแยะทุกเรื่องราวออกจากกันได้ เราสามารถจัดเรื่องออกเป็นกอง ๆ แล้วเลือกเขี่ยอันที่ไม่ใช่ทิ้งไป แล้วก็เริ่มเดินหน้าทางตรงต่อไปได้ค่ะ เพียงลองรับฟังกัน ลองตัดสมมุติทุกสิ่งออกแล้วรับฟังอย่างคนธรรมดาจิตใส ๆ ดูนะค่ะ เราจะเห็นช่องทาง ที่จะนำพาให้ชีวิตเราเดินได้ดีทีเดียวหล่ะ มีเรื่องราวที่ฉันเขียนได้อีกมากมาย อันนี้ที่เขียนวันนี้ แค่พื้น ๆ แต่ก็ต้องเขียนให้จบหน้า ยาวดีนะ เขียวเป็นพรึดเลย ....แต่เปิดเรื่องใหม่มันเป็นเรื่องที่เกิดจากแรงบันดาลใจ และเกี่ยวเนื่องไดอารี่ด้วย แต่ว่าเปิดวันนี้ไม่ใหว ....เก็บสังขารไว้เขียนต่อ ไปหล่ะค่ะ "
" ฝันดีค่ะ "
01.47
(ขอบใจ เอิง เจ้าของอานิสงค์ผลบุญนี้ )
*********************
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
23 ส.ค. 56
171
0
ความคิดเห็น