
ไดอารี่หน้าที่ 68
15.05 นั่งพิมพ์ไป ดูไรไปเรื่อย ๆ เพื่อนกลับใต้ล่ะ
เมื่อวานนี้เอง ไม่ได้เจอกันเลย คลาดกัน " เจ้าเพื่อนลูกสาม
พาเด็ก ๆ มาเเข่งอะไรสักอย่าง บอกเราว่าจะกลับวันจันทร์
แต่ไหงเมื่อวานผ่านมา แวะเกือบถึงอีกกิโลกว่า ๆ ขับรถวน
ทะลุไปใหนก็ไม่รู้ คนขับคงเหนื่อยมาก
เรารีบวางสายยางรดน้ำต้นไม้ จะปิดร้าน นั่งรถด่วนไปนำทางกลับ
แต่เห็นใจเพื่อนมัน ลูกร้องระงม ซนโคดดดด .... ครอบครัวเพื่อน
ดูวันวุ่น ๆ ดีแฮ๋ะ ! .... ตั้งใจมากเลยเรา ให้รอตรงนั้น ว่าจะซิ่ง
ตาม แต่เห็นพูดว่าคราวหน้าจะมา ( นึกเหมือนกันว่า เราก็จะลง
ใต้ ไปดูว่าอยู่ไงเหมือนกัน เอาไว้อีกไม่นานไปแน่ )
*************
คนอายุเท่าไหร๋ แต่ยังใจยังไม่พร้อม วุฒิภาวะยังไม่ มันคงวุ่นน่าดู
อิ อิ เห็นเเล้วก็นึกถึงตอนอยู่ด้วยกัน แม่ส่งเงินให้ใช้เดือนล่ะ
สามหมี่นกว่า ค่าห้องต่างหาก ค่าเครื่องสำอางค์เกรดเออีกต่างหาก
จบแล้วก็แต่งงาน กับคนแถวบ้านตอนอายุเท่านี้หล่ะ
แต่ก็เรียน แล้วก็แต่ง แล้วก็มีลูก เอ๊ะ ! เพื่อนเรามันก็ห่วงเที่ยว
พาเด็ก ๆ เที่ยวตะลอน เออ ๆ มันก็สนุกอีกแบบนะ ตามแบบ
ครอบครัว " เราก็เเป๋ว ! อยู่บ้าง แต่เห็นเสียงเพื่อน ได้ยิน
คนขับรถไม่ชินทางเเล้ว เด็กซนกัน ดูมันวุ่นวายพิกล ฮ่า ๆ
ก็เลยไม่เป็นไร เราก็ต้องไปหาอยู่แล้ว ... บางครั้งเราควร
คบกันครึ่งทาง เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างเพื่อนเรา
ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วไง ก็เลยยอม ๆ เราไม่สั่ง ไม่เอาแต่ใจ
ดูเขาเป็นหลัก ว่างไงว่างั้นหล่ะ ทั้ง ๆ ที่ใจไปแล้ว จะเรียกรถ
แมงกะไซด์ตามอย่างด่วน แล้วต้องหยุดลง ... เอาเป็นว่า
เดินทางท่องเที่ยวให้สนุก แล้วก็จะไปเยี่ยมแล้วกันนะ เราเข้าใจ
...เกือบสองทุ่มแล้ว เลยรีบเก็บของ ปิดถ้ำ กลับที่พัก "
***********************
วันนี้เดินทางไปโคราชไม่ทัน เอาไว้ไปแต่เช้าเลย ไปงานด่วน
ทันสิต้องไปทัน ไปไงดีว่ะ ! พี่ ๆ ก็วุ่นกับงาน ไม่รบกวนเขา
นั่งรถด่วนเข้าไปเอง เช้าก็พอไปได้ เคยไปตอนมืดมันยังไงหล่ะ
ดูธรรมชาติ ลมเย็น ๆ แต่มันก็เปลี่ยว
" เขียนแบบเงียบ ๆ ไงไม่รู้ มันคงจ๋อย ๆ หลายอย่างหล่ะ
จะแยกร่างไปนู่น นี่ นั่น คงดีสินะ ....
อยากไปป่า นั่งเล่น ลมเย็น ๆ คิดไว้ก่อนล่ะกัน เคลียร์งาน
เสร็จแล้วค่อยว่ากัน ... เมื่อวานไปถ้ำเจอจัง ๆ ร้องฮ๊ะเลยเรา
พระพิฆเนศองค์ใหญ๋ตั้งอยู่หน้าประตู (เลยมานิดนึง ) ...น้องผู้ชาย
ก็เดินออกมาหวัดดี ไอ่เราก็แบบนี้อยู่แล้ว พยักหน้าพูดหวัดดีค่ะ
( ดูมันสิ แทนที่จะยกมือรับใหว้ แต่บางคนก็รับ บางคนก็พยัก
หน้า บางคนก็ทักกลับ มันก็คือเดียวกันหล่ะ เราหล่ะ )
แล้วพี่เจ้าของบ้านก็มาบอกขอวางชั่วคราว เห็นบอกว่าได้ไรนี่หล่ะ
เงินมั้งนะ ... ส่วนน้องเจ้าของเรื่องเขาก็ขอโทษ เราหน่ะหรือ
ไม่ว่าไร ก็เรื่องของเขา รดน้ำต้นไม้ไป สบาย ๆ "
ก็ได้ยินบอกว่า เพิ่งมาวันแรกก็ได้ ได้ไรนะ มันเกี่ยว
กับ พิธีกรรม พิธีการอะไรของเขาหล่ะ "
ตอนไปที่นั่นใหม่ ๆ ก็เห็นล่ะ โห พระ เทพ เต็มเลย ก็มันก็
เรื่องของเขา ที่ชอบก็คือ พี่แกสวดมนต์ทุกวันเลย ดูจิตแกก็
สบาย ๆ ส่วนเราไม่สนใจอะไรทั้งนั้นหล่ะ ผ่านเรื่องทดสอบจิต
แบบนี้มาหมดแล้ว เรื่องราวยาวนานยาวไกล เจอหลากหลายนัก
กับเรื่องเหล่านี้ ทั้เทพ ทั้งผี ทั้งมาร แต่ไม่เคยสนใจ เฉย
แล้วก็ไม่ยุ่งกับเรื่องของใคร ไม่สนใจที่จะไปว่าหรือชอบหรือ
ไม่ชอบ " เพราะเข้าใจตัวเอง หนักแน่นพอ และรู้ด้วยว่า
ทุกคนที่เราเจอ ทุกเรื่องที่เราพบ มันเป็นเรื่องของเขา เรื่องของ
เราคือ เดินทางตรง ตรง ๆ เห็นอะไร หากถึงวาระก็พูดกัน
หากมันไม่เกี่ยว เราก็ไม่เคยยุ่งกะใคร หากเขาอยากคุยไม่มี
อคติเราก็คุยเปิดใจเลยทีเดียว ไม่สนว่าจะชอบไม่ชอบ แล้วมันก็
มีการเปิดใจพูดแบบนี้มาเหมือนกัน
เรื่องเทพ องค์ ทรงเจ้า อะไรก็ตาม " สำหรับตัวเอง แค่มอง
แล้วว่าง เรื่องของใครของมัน ก็อย่างที่พูด อยากให้พูดก็พูด
ถ้ายอมฟัง กว่าจะมานั่งเขียนจนล่าสุดทุกวันนี้ ชีวิตไม่ได้ทำงาน
กินข้าว ฯ ... มันมีเรื่องหลายอย่างอีกมากมาย สักวัน หากว่า
ขยันแล้วก็ว่า อาจจะเปิดเรื่องใหม่ เขียนเรื่อง ผี เทพ คนทรงเจ้า
พออธิบายได้ และพอบอกได้ " แต่จะโดนเหยียบป่าวนา ไม่
หรอกนะ หากเขียนจริง ๆ เราเอาใจเขียน มันก็ต้องมีอะไรที่
ทำให้เขาไม่อะไรกะเราแน่ ....ตัวเองไม่สนไร รู้ แต่เฉย เรื่อง
ใครมัน เรื่องเราคือเดินทางตรง ไม่วน "
( ค่อยว่ากันใหม่หล่ะเรื่องนี้ เคยเข้าไปอ่านที่คนเขียนวิจารณ์
เรื่องเหล่านี้ เราอ่านไป ก็อืม ตรงนี้ใช่ อืม ตรงนี้ไม่ใช่ " เออ
เเล้วเราเอาอะไรไปบอกเขาได้ว่าใช่ และไม่ใช่หล่ะ แล้วถ้าขยัน
จะได้เขียน แต่แนวทางบอกเท่านั้นหล่ะ ไม่ก้าวก่าย ไม่ว่าเขา
หล่ะ หนทางของคนมีให้เดิน ย่อมมีสิ ที่เราเดินไม่ตรงทาง
แต่ทุกคนเมื่อกายสะอาด ใจสะอาด สักวันเขาก็ต้องรู้เอง
วิบากกรรมแต่ละคนย่อมมี เราก็ไม่ได้ว่าเราคือคนอะไร ยังไง
เอาเป็นว่า เดินตรง ชมนก ชมไม้ เห็นมันเขียว เย็น ๆ เห็น
มันใช้ชีวิต แล้วก็แค่มอง ท้ายก็ต้องมุ่งหน้า ไปต่อ )
************************************
" นั่งกินเงาะกะส้ม แล้วก็พิมพ์ไป กินไป ตรงหน้า
มีแต่ของหวานเต็มเลย อุตส่าห์เพิมน้ำหนักสามโล ตอนนี้มันก็
ลดลงเท่าเดิมล่ะ ไม่ได้ ๆ ต้องเพิ่ม ต้องบวม ๆ ไว้ ...ไม่รู้
จะทำไง ให้อ้วน ได้แค่บวม แล้วก็ลดเท่าเดิม สามวันมันก็ลดล่ะ
กินใหม่ มันก็บวม แต่ก็ไม่ยอมกลม ... ถ้าผอมมันก็ไม่ค่อยบาย
นอกจากออกกำลังกาย แต่ปีนี้เเข็งแรงขึ้นเยอะเลย ไม่ได้เข้า
ฟิตเนตด้วยนะ เพียงกินสมุนไพร แต่ก็กินเรื่อย ๆ มาตลอดหล่ะ
แล้วก็ผักผลไม้ เห็นหลาย ๆ คนพูดกันว่า ปีนี้เราดูแข็งแรงมาก "
คงงั้นหล่ะ ดูแลตัวเองมาตลอดเลย คงได้เวลาได้ผล ...
กลับบ้านไป ผู้ใหญ่มานั่งมอง คุยกันว่า " ไอ่เรายิ่งอายุเยอะ
ยิ่งไม่แก่ เพื่อน ๆ ไปกันหมดแล้ว ฯ " ... ได้ฟังก็อืม
เหรอ งั้นเหรอ เอ้าเราสวยเหมือนป้าเหรอ ( ฮ่า ๆ อันนี้เขาพูดมา)
ส่วนตัวก็งั้น ๆ หล่ะ แต่ใจสวย ฮา...
****************
ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยนะ เรานะ " อืม พูดถึงสิ่งต่าง ๆ ทุกครั้ง
ทุกวัน เดินทางเจอคนมาก คนเราก็แตกต่าง มันเกี่ยวกับตัวเอง
ก็เลยพูดได้ เขามอง มองแล้วมองอีก เราก็เฉยได้ นิ่งมาก ๆ
ไม่ต้องข่มใจ ไม่ต้องวอกแวกอะไรหรอก มันเป็นอัตโนมัติแล้วไง
พอรู้ว่าเขาคิดอะไร แต่เราใจนิ่งเรียบมันก็เลยสบาย ...บางคน
จิตโคตมั่ว ดุ ขี้โมโห แต่เรารู้ เย็น ๆ ทำตัวเองไม่มีตัวตน
ทั้ง ๆ ที่ ยืนอยู่ตรงนั้นหล่ะ เมื่อจิตว่าง มันก็ไม่มีขั้วไง แล้วอะไร
จะมากระทบได้หล่ะ "
... ทุกวันนี้ ถึงแม้จะพูด จะลุย ๆ ดูเหมือนว่าหรือดุ แต่ใจหน่ะ
ไม่ว้าวุ่นเลย ใจนิ่ง ไม่ได้กระเพื่อมหรอก คนมองออกจะรู้
คนไม่รู้จะมองอ่าน ตามตัวเขียน " เคยเห็นบ่อย มาก ๆ เมื่อเจอ
หลวงพ่อหลาย ๆ องค์ เวลาท่านสอน จะดุ แต่นั่น คือเอกลักษณ์
ที่ต้องมี เพื่อสอน เพื่อปราม เราเห็นประจำ แล้วข้างในท่าน
บางท่านนะ นิ่งสงบ ก็แล้วแต่ล่ะท่าน ละบุคคลไม่เท่ากัน "
( เออ นะ แล้วเขียนมาได้นะ ว่ารู้ข้างในท่าน ไม่ค่อยเลยนะเรา
เข็กหัวตัวเองสิบที มันจะหลงตัวเองเกินไปล่ะ ... แหะ แหะ
ถ้าไม่รู้จะเขียนออกมาได้ไง ธรรมะหน่ะศักดิ์สิทธิ์นะ ไม่รู้
เขียนไม่ออก หรือรู้ก็เขียนไม่ออก ถ้าไม่รู้จริง ๆ ที่เกิด
จากการ " ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน " ...ก็ยังไม่ไปอ่านไปเรียน
ปริญัติสักทีนะเรานะ แล้วเมื่อไหร่จะเขียนได้ )
*******************
" ที่เขียนนะ บางทีคิดอยู่นะ ว่า ใครเจอ ตัวหนังสือ เดี๋ยว
นิ่ง เดี๋ยวโวย เดี๋ยวอะไรต่อมิอะไร ...เมื่อคิดว่าแบบนี้ แต่เราก็
เขียนนะ " นี่คือบริบท ของการใช้ชีวิตปัจจุบัน น้อมใจนิ่งก็เพียงพอ
แต่ทุกวัน มันก็มีเรื่องราวมากมาย เราก็ตามน้ำ ใช้ปัญญาที่เห็น
เห็นวิธีแก้ บางครั้งก็ต้องแก้ด้วยการดัด ถาก บางครั้งก็ต้องเป็น
น้ำ บางครั้งก็ต้องเป็นลม บางทีก็ต้องแก้ด้วยการสงบ มันก็มีอีก
เยอะแยะมากมายหลากหลาย " แต่ที่สำคัญ ดูจิตเรานี่ มันนิ่ง
มันจึงเกิดวิธีการพูด แก้ไข หรือการอะไรก็ตาม "
หากจิตไม่นิ่ง หากมันไปตามเสียง ตามอารมณ์ มันก็ดรอปไง
แล้วไงหล่ะ ก็ต้องมากู้มันให้ได้ระดับเดิม " สำหรับเรา ไม่หล่ะ
รู้ทุกขณะจิต มันรู้ทันไง จึงโวย แก้ไขไปได้ "
***************
" ไม่อยากเขียน หลายวันหล่ะ แต่วันนี้ไงก็ไม่รู้
ไม่อยากเขียนเยอะ แต่ก็เหมือนเดิม คือเขียน ต้องเขียน
หัวขี้เรื่อย ก็เขียนได้เรื่อย ๆ เดี๋ยวจะเอาขี้เรื่อยไปอัดเป็นถ่าน
ก่อไฟใช้ประโยชน์หล่ะ หากขยันจะมาเขียนเรื่องที่ นะ อาจจะ
เปิดเขียนเรื่องใหม่ ครั้งนี้หล่ะ คงโดน ฮ่า ๆ ไปดีกว่า
เอ๊ะ ! มีใครคิดถึงเราป่าวนะ อิ อิ ... แวะมาอีกนะค่ะ "
***********************
ความคิดเห็น