
ไดอารี่ หน้าที่ 51
วันนี้เขียนไดอารี่ออกจะเเปลก แต่ก็ควรเขียนไว้ดีกว่า มันก็ไม่มีอะไรมากแล้วนะ ชีวิตนี้ได้ตัดเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องออก สนใจ และมองตัวเอง ไม่ได้วุ่นกลับทุกสิ่งทุกอย่างอีกแล้วนะใจ หากจะพูดว่า ไม่ยุ่งจริงหรือ บอกใจเลยว่า มันจะตัดขาดเลยโดยสิ้นเชิง ไม่ได้แน่ เราก็ยังเป็นคนธรรมดาอยู่ดี
" แต่ที่ไม่วุ่นเเล้วคือ ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไป มอง รับรู้ แต่ก็ไม่ได้เอาเข้ามายุ่งในหัวใจ ใช้ชีวิตไปปรกติ แต่ส่วนลึกมันก็ยังเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ลืมว่ายังอยู่ในสถานะใหน อยู่ในโลกสมุตินี้อยู่ วันวันก็กิน เล่น คุย ฯลฯ ..." ถึงแม้ว่าส่วนลึกแห่งความเป็นจริงนี้จะรู้ดี แต่ก็ใช้ชีวิตไปตามแบบวิถี และก็ไม่ลืมหล่ะนะ ว่ามันคือสมมุติ ...หากเราจะนิ่งเกิน ไม่อะไรกับใครมันก็ไม่ได้ เพื่อน ๆ ก็มี แต่ส่วนลึก ก็ยังคงเดิม คงเดิม อยู่เช่นนั้น "
*****************************
เมื่อวานพี่กับเพื่อน ณ มาเยี่ยม ไม่รู้ยังไง เจอมันทีไรเราก็รู้สึกเป็นเหมือนน้องชายอีกคนหนึ่ง แม้แต่ไปที่บ้านแล้วไปพบเห็นสิ่งที่เราเห็นล่วงหน้า เจอย่า เจอหลาย ๆ เรื่องที่ราชบุรี ทำให้เหมือนเคยผูกพันธ์กันมานาน
ถึงยังไงก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพื่อนผู้หญิงทุกคน เน้น ! ว่าทุกคน ไม่ว่าเพื่อนหรือพี่ ๆ เขาก็จะมีอาการหึงหวง ไม่มากก็น้อยเเสดงออกมาให้เราเห็น บางคนพอนึกได้ก็กลับลำเร็ว เราเป็นเพื่อนกันแท้ ๆ รู้ความเป็นมาของกัน รู้นิสัยกันเสมอ แต่เรื่องนี้ ทุกคนกลับ " กลายเป็นว่า กิเลส กามตัญหามาบดบัง จึงได้เกิดอารมณ์นี้ แสดงให้เห็นอยู่บ่อย " แม้แต่พี่ใหญ่ที่ว่าแน่ แต่จริง ๆ แล้วอ่อนแอมาก เราสิแทบไม่อยากเชื่อ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อะไรกับเรา แต่ก็เเสดงความอ่อนแอต่อหน้าเรา ถึงแม้ไม่เกี่ยวกับเรา แต่ก็เเสดงออกว่า " เราเหนือกว่าเขา " วันที่เห็นพี่ใหญ่งอแงจะซบแม่ไก่ที่วัดอ้อน้อย ประโยคหนึ่งที่ยังติดอยู่ คือ " เอาน่า ไม่เป็นไร " น้ำเสียงปลอบเห็นใจ ส่วนพี่ใหญ่ก็เหมือนคนท้อแท้
...เรารู้ว่าแฟนพี่ใหญ่เขาแค่ดูแลน้องคนนึง ก็เหมือนพี่ใหญ่ดูแลเรา แค่แนะนำให้ไปตรงนั้น ตรงนี้ ทำอะไรบ้าง ส่วนลึกเป็นไงไม่ได้สังเกตุ รู้แต่ว่า พี่ ๆ ผู้ชายเป็นผู้ใหญ่ทุกคน เขาดูแลเราเหมือนน้องชายเสมอ แต่ผู้หญิงคิดมากกันไปเอง
พี่ไพโรจน์ เป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่ง ในเวลาสั้น ๆ แม้เราเจอกัน เราในกลุ่มห้าคน ไอ่เพื่อนหนุ่มผมยาว ส่วนมากเพื่อนชายจะดูแลกัน และเคนจิโร่ก็เป็นเพื่อนยามยาก เมื่อตอนที่มีผู้ชายโรคจิตมันตามเดินไล่รอบโต๊ะ เราไปหาดวงดาว ไปหาเคนจิโร่และขอให้เพื่อนอยู่เป็นเพื่อนที่ห้องคุณตรี แล้วก็เล่าเรื่องให้ฟัง เราไม่รู้เลยว่าเพื่อนต้องกลับไปทำงานต่อ ไม่มีใครรู้หรอกดวงดาวเข้าใจอีกแบบ ยูโฟก็มองแต่เรื่องเดียว ส่วนคุณตรีพอรู้ว่าเราเป็นคนยังไง เพราะเจอสงครามเงียบที่สัมผัสได้ คุณตรีจึงเอาเราไว้บนหิ้งอย่างที่บอกกับหม่ามี้ หลาย ๆ เรื่องราวที่ผ่านมามากมาย หากเกิดเรื่องไม่ดี เพื่อน ๆ ผู้ชายจะคอยดูแลจนเราอยู่รอดเสมอ
บางส่วนจะมองเรื่องชู้สาว เรื่องการคบกันทำนองนั้น แต่คนที่รู้จักกันจริง ๆ ก็จะไม่กล้าแม้แต่จะพูดจาไม่ดีนี่คือเพื่อนผู้หญิงที่รู้จักกันแล้วจนเต็มที่ ก็ในเมื่อเราเล่นกลับไปลักสองสามดอกหงายหลังก่อนแล้วค่อยมาเข้าใจ มันก็กลายเป็นเกรงใจกันไปเลย ส่วนคนปล่อยมันไปก่อนให้มันเข้าใจพูดเล่นไปอันนี้วันดีคืนดี เพื่อนเรากลายเป็นจิตมารเข้าแทรก ความอ่อนแอเข้ามาแทน กลายเป็นไม้หลักปักขี้เลน ไม่มีความหนักแน่นเอาซะเลย มองเรื่องกิเลสตัณหาตัวเองเป็นหลัก ที่เขียนนี้ กำลังจะเรียบเรียง เพื่อที่จะห่าง ปล่อยทุกคนไป คือเงียบ แต่แล้ว ทุกคนก็ตามเหมือนเดิม ท้ายที่ต้องพูดและทำคือ " ถ้าพูดกันรู้เรื่อง ก็สนุกสนาน ไปนู่น นี่ นั่น แต่ถ้าเส้นผมมันบังตา เราก็จะเฉยไปเลยเหมือนเดิม ถึงแม้จะห่วงกันก็เถอะ อะไร ๆ ที่รู้นั้น มันทำให้เราอยากจะให้ทุกคนเดินตามเส้นทาง บางครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องมีเราเสมอไป "
**********************
.... ที่เขียนเรื่องต่าง ๆ นี้ มันเป็นเรื่องที่ผ่านมา และบางเรื่องเกี่ยวกับดวงดาวซะเกือบทั้งหมดเลย ในบางครั้งเหมือนรู้คนเดียวคิดคนเดียว แต่คนโยงเยอะมากมาย เอาง่าย ๆ เอาเข้าจริง ๆ ตัวคนเดียว หมัดเดียวก็น็อคได้เหมือนกันนั่นหล่ะ แต่ต้องเดินเรื่องของตัวด้วยตัวเอง ไม่งั้นทั้งมุมมองและตราบาปที่บางคนเสี้ยมไว้ มันก็อยู่ ถึงไม่ได้อยู่รกสมองเรา แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไข มันไม่จำเป็นหรอกสำหรับคนอย่างเรา แต่ก็ไม่จำเป็นอีกที่จะต้องตามเก็บกวาด ใครทำไว้ ก็รับนั่นหล่ะ เรามันก็แค่สิ่งที่ผ่านไปเกะกะไม่เข้าตา ไม่เข้าหู เขาก็เลยเล่นตามนิสัยเขา
" ต่อไป จะได้ทยอยเขียนออกมา แต่ไม่ได้เขียนเพราะเจ็บแค้น โกรธเคือง หรือเอาเรื่องใครนะ มาวันนี้เเล้ว มันใกล้สุดปลายทางของเราแล้วไง มาจนถึงวันนี้ก็คือ รู้ว่าชีวิตของเราจะจบสิ้นเมื่อใด การเดินทางที่ผ่านมา ได้ประสบการณ์อย่างมากมาย จนทำให้หูตาสว่าง ค่ำคืนที่มานั่งเขียน เพื่อที่จะให้มันเป็นตัวหนังสือไว้ ว่าเราเจอเรื่องหลากหลาย ทั้งแก้ไข และผ่านเลย จนไม่เหลืออะไรที่ต้องไปทำอะไรกับมัน มันก็ได้แค่มาให้ได้รู้นะ
" ชีวิตคนเราหน่ะ ก็แค่นี้หล่ะ อยู่ที่ว่า ใครจะรู้เร็วกว่ากัน แล้วต่อไปจะทำยังไง ตอนนี้เรากำลังจะจัดสมุดบันทึกชีวิต เพื่อที่จะเตรียมให้มันเหลือน้อยเรื่อง และตามแต่ล่ะหน้าของมันต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ต้องเอาเรื่องเก่าจะจัดก่อน แล้วมันก็จะมีตอนใกล้จบไง กำลังจะเขียนบันทึก003 เมื่อตัวเองรู้วันตายแล้ว เมื่อไม่กี่วันมานี้ เรานั่งคิดอยู่นี้ คงต้องใช้เวลาคิดอยู่นะ ว่าจะทำอะไรไปเลย แล้วจะทำอะไรต่อไป วางไว้เลย "
**************************************
.... " อ่านแล้วก็อย่ามางง หรืออะไรกับไดอารี่เค้านะ ไม่งั้นจะไม่เขียนด้วยเอ้า .. เหอะ ๆ ... พอเพื่อน ณ มันมา (ความรู้สึกจะพูดถึงเพื่อน จะ มัน เเบบนี้หล่ะ แต่ถือเป็นน้องด้วย ) ไม่รู้ยังไง มันเงียบ มันเศร้า ข้างในมันช่างเงียบและเศร้า ๆ หลายครั้งก็สัมผัสความรู้สึกนี้ แต่เอาเถอะนะ ถึงแม้พอรู้ว่ารวม ๆ กับเรื่องผู้คน แต่ย้อนไปจนถึงพ่อเขาแล้วหล่ะก็ เมื่อวานก็เลยพูดเลย " ลูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนนี้ก็อีกแบบ ดีมีเชื้อพ่อ ยังหยิ่ง เชิด ยังเรียบร้อยภายใน ว่าข้าคือ ! ... ก็ดีนะ แต่ก็นะ หงส์หน่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสูงศักดิ์ หรือต่ำต้อย หงส์อยู่ในตัวของคนคนนั้นใครก็ได้ ที่เหมาะสม " ( แล้วก็อธิบายยาว ที่เหลือให้มันไปดูเอาตามชีวิตที่ต้องเจอ อยากดูกา นก หรือหงส์ สักวันก็ต้องเห็น )...เห็นภายในเพื่อนณ ยิ้มอย่างภูมิใจ สบายนั่นหล่ะ ครั้งนี้หล่ะมั้งที่ถูกใจเเบบตรง และก็เป็นจริง เพื่อนเจออะไรมามากมายเลย ปมนั้นมันก็มีกันหล่ะ อยู่ที่ว่า จะแก้ที่ใจตัวเอง หรือยังไงก็แล้วแต่ " เราก็ดีใจนะ ว่าเมื่อครั้งหนึ่งได้ตัดสินใจเคลียร์ปมบางอย่าง ให้ ไม่อย่างนั้น ปมนั้นต้องฝังไปในใจจนวันตาย เอาสิ ไม่มีใครรู้เท่าตัวรู้ แต่ก็อีกนั่นหล่ะ หากมีอะไรที่คิดว่า เรื่องบางเรื่องหากไม่ช่วยกันหล่ะก็ คน เขาจะต้องทุกข์ฝังใจกับเรื่องราว ...เรื่องมันก็เขียนไม่ได้ แต่ก็เอาเท่าที่พูดได้ และเป็นสิ่งที่ " ฉันทำดีแล้ว ดีที่สุดแล้ว "
ก่อนกลับแว็บไปเห็นแผล คิดหล่ะว่า เอาไงดีว่ะ ไอ่เรามันก็เหนื่อยล่ะ แต่ด้วยกว่าเพื่อนจะมา หรือต้องไปหายาเอง เดี๋ยวก็เฉื่อยแน่ ก็เลยจัดให้เท่าที่มี มันดีมากนะ แผลหายเร็วเชียวหล่ะ ถึงไม่ใช่หมอ แต่ก็พอรู้บ้าง ใช้มาบ้าง ให้คนอื่น ๆ สังเกตุเอาไง แล้วมันก็ดีเสมอ ๆ หล่ะ
จับความรู้สึกพี่ได้ เเว็บนึงแกอึ้ง เหมือนกับว่า ตัวเขาเองไม่ได้ดูแลเพื่อน " คือมันหมายความว่า เราทำได้ เขาเลยเเว็บน้อยใจ เขียนแบบนี้หล่ะชัดเจน พี่ก็ชอบเป็นแบบนี้หล่ะ เมื่อไหร่แกเลิกน้อยใจ เลิกเปรียบเทียบ แล้วก็จะหนักเเน่นขึ้น ก่อนที่จะมานี้ ก่อนวางสาย เราก็พูดว่า พี่หน่ะไม่หนักแน่น พี่แกรีบถามเลยว่า อะไรพี่ไม่หนักแน่นเรื่องอะไร เราก็วางสายเลยทิ้งไว้งั้นหล่ะ ขี้เกียจพูดเเล้ว
วันนี้เขียนตรงนี้ และจะเขียนบันทึก003 ต่อ จะจบใหมนะเรา "
********************
" แต่ที่ไม่วุ่นเเล้วคือ ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไป มอง รับรู้ แต่ก็ไม่ได้เอาเข้ามายุ่งในหัวใจ ใช้ชีวิตไปปรกติ แต่ส่วนลึกมันก็ยังเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ลืมว่ายังอยู่ในสถานะใหน อยู่ในโลกสมุตินี้อยู่ วันวันก็กิน เล่น คุย ฯลฯ ..." ถึงแม้ว่าส่วนลึกแห่งความเป็นจริงนี้จะรู้ดี แต่ก็ใช้ชีวิตไปตามแบบวิถี และก็ไม่ลืมหล่ะนะ ว่ามันคือสมมุติ ...หากเราจะนิ่งเกิน ไม่อะไรกับใครมันก็ไม่ได้ เพื่อน ๆ ก็มี แต่ส่วนลึก ก็ยังคงเดิม คงเดิม อยู่เช่นนั้น "
*****************************
เมื่อวานพี่กับเพื่อน ณ มาเยี่ยม ไม่รู้ยังไง เจอมันทีไรเราก็รู้สึกเป็นเหมือนน้องชายอีกคนหนึ่ง แม้แต่ไปที่บ้านแล้วไปพบเห็นสิ่งที่เราเห็นล่วงหน้า เจอย่า เจอหลาย ๆ เรื่องที่ราชบุรี ทำให้เหมือนเคยผูกพันธ์กันมานาน
ถึงยังไงก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพื่อนผู้หญิงทุกคน เน้น ! ว่าทุกคน ไม่ว่าเพื่อนหรือพี่ ๆ เขาก็จะมีอาการหึงหวง ไม่มากก็น้อยเเสดงออกมาให้เราเห็น บางคนพอนึกได้ก็กลับลำเร็ว เราเป็นเพื่อนกันแท้ ๆ รู้ความเป็นมาของกัน รู้นิสัยกันเสมอ แต่เรื่องนี้ ทุกคนกลับ " กลายเป็นว่า กิเลส กามตัญหามาบดบัง จึงได้เกิดอารมณ์นี้ แสดงให้เห็นอยู่บ่อย " แม้แต่พี่ใหญ่ที่ว่าแน่ แต่จริง ๆ แล้วอ่อนแอมาก เราสิแทบไม่อยากเชื่อ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อะไรกับเรา แต่ก็เเสดงความอ่อนแอต่อหน้าเรา ถึงแม้ไม่เกี่ยวกับเรา แต่ก็เเสดงออกว่า " เราเหนือกว่าเขา " วันที่เห็นพี่ใหญ่งอแงจะซบแม่ไก่ที่วัดอ้อน้อย ประโยคหนึ่งที่ยังติดอยู่ คือ " เอาน่า ไม่เป็นไร " น้ำเสียงปลอบเห็นใจ ส่วนพี่ใหญ่ก็เหมือนคนท้อแท้
...เรารู้ว่าแฟนพี่ใหญ่เขาแค่ดูแลน้องคนนึง ก็เหมือนพี่ใหญ่ดูแลเรา แค่แนะนำให้ไปตรงนั้น ตรงนี้ ทำอะไรบ้าง ส่วนลึกเป็นไงไม่ได้สังเกตุ รู้แต่ว่า พี่ ๆ ผู้ชายเป็นผู้ใหญ่ทุกคน เขาดูแลเราเหมือนน้องชายเสมอ แต่ผู้หญิงคิดมากกันไปเอง
พี่ไพโรจน์ เป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่ง ในเวลาสั้น ๆ แม้เราเจอกัน เราในกลุ่มห้าคน ไอ่เพื่อนหนุ่มผมยาว ส่วนมากเพื่อนชายจะดูแลกัน และเคนจิโร่ก็เป็นเพื่อนยามยาก เมื่อตอนที่มีผู้ชายโรคจิตมันตามเดินไล่รอบโต๊ะ เราไปหาดวงดาว ไปหาเคนจิโร่และขอให้เพื่อนอยู่เป็นเพื่อนที่ห้องคุณตรี แล้วก็เล่าเรื่องให้ฟัง เราไม่รู้เลยว่าเพื่อนต้องกลับไปทำงานต่อ ไม่มีใครรู้หรอกดวงดาวเข้าใจอีกแบบ ยูโฟก็มองแต่เรื่องเดียว ส่วนคุณตรีพอรู้ว่าเราเป็นคนยังไง เพราะเจอสงครามเงียบที่สัมผัสได้ คุณตรีจึงเอาเราไว้บนหิ้งอย่างที่บอกกับหม่ามี้ หลาย ๆ เรื่องราวที่ผ่านมามากมาย หากเกิดเรื่องไม่ดี เพื่อน ๆ ผู้ชายจะคอยดูแลจนเราอยู่รอดเสมอ
บางส่วนจะมองเรื่องชู้สาว เรื่องการคบกันทำนองนั้น แต่คนที่รู้จักกันจริง ๆ ก็จะไม่กล้าแม้แต่จะพูดจาไม่ดีนี่คือเพื่อนผู้หญิงที่รู้จักกันแล้วจนเต็มที่ ก็ในเมื่อเราเล่นกลับไปลักสองสามดอกหงายหลังก่อนแล้วค่อยมาเข้าใจ มันก็กลายเป็นเกรงใจกันไปเลย ส่วนคนปล่อยมันไปก่อนให้มันเข้าใจพูดเล่นไปอันนี้วันดีคืนดี เพื่อนเรากลายเป็นจิตมารเข้าแทรก ความอ่อนแอเข้ามาแทน กลายเป็นไม้หลักปักขี้เลน ไม่มีความหนักแน่นเอาซะเลย มองเรื่องกิเลสตัณหาตัวเองเป็นหลัก ที่เขียนนี้ กำลังจะเรียบเรียง เพื่อที่จะห่าง ปล่อยทุกคนไป คือเงียบ แต่แล้ว ทุกคนก็ตามเหมือนเดิม ท้ายที่ต้องพูดและทำคือ " ถ้าพูดกันรู้เรื่อง ก็สนุกสนาน ไปนู่น นี่ นั่น แต่ถ้าเส้นผมมันบังตา เราก็จะเฉยไปเลยเหมือนเดิม ถึงแม้จะห่วงกันก็เถอะ อะไร ๆ ที่รู้นั้น มันทำให้เราอยากจะให้ทุกคนเดินตามเส้นทาง บางครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องมีเราเสมอไป "
**********************
.... ที่เขียนเรื่องต่าง ๆ นี้ มันเป็นเรื่องที่ผ่านมา และบางเรื่องเกี่ยวกับดวงดาวซะเกือบทั้งหมดเลย ในบางครั้งเหมือนรู้คนเดียวคิดคนเดียว แต่คนโยงเยอะมากมาย เอาง่าย ๆ เอาเข้าจริง ๆ ตัวคนเดียว หมัดเดียวก็น็อคได้เหมือนกันนั่นหล่ะ แต่ต้องเดินเรื่องของตัวด้วยตัวเอง ไม่งั้นทั้งมุมมองและตราบาปที่บางคนเสี้ยมไว้ มันก็อยู่ ถึงไม่ได้อยู่รกสมองเรา แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไข มันไม่จำเป็นหรอกสำหรับคนอย่างเรา แต่ก็ไม่จำเป็นอีกที่จะต้องตามเก็บกวาด ใครทำไว้ ก็รับนั่นหล่ะ เรามันก็แค่สิ่งที่ผ่านไปเกะกะไม่เข้าตา ไม่เข้าหู เขาก็เลยเล่นตามนิสัยเขา
" ต่อไป จะได้ทยอยเขียนออกมา แต่ไม่ได้เขียนเพราะเจ็บแค้น โกรธเคือง หรือเอาเรื่องใครนะ มาวันนี้เเล้ว มันใกล้สุดปลายทางของเราแล้วไง มาจนถึงวันนี้ก็คือ รู้ว่าชีวิตของเราจะจบสิ้นเมื่อใด การเดินทางที่ผ่านมา ได้ประสบการณ์อย่างมากมาย จนทำให้หูตาสว่าง ค่ำคืนที่มานั่งเขียน เพื่อที่จะให้มันเป็นตัวหนังสือไว้ ว่าเราเจอเรื่องหลากหลาย ทั้งแก้ไข และผ่านเลย จนไม่เหลืออะไรที่ต้องไปทำอะไรกับมัน มันก็ได้แค่มาให้ได้รู้นะ
" ชีวิตคนเราหน่ะ ก็แค่นี้หล่ะ อยู่ที่ว่า ใครจะรู้เร็วกว่ากัน แล้วต่อไปจะทำยังไง ตอนนี้เรากำลังจะจัดสมุดบันทึกชีวิต เพื่อที่จะเตรียมให้มันเหลือน้อยเรื่อง และตามแต่ล่ะหน้าของมันต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ต้องเอาเรื่องเก่าจะจัดก่อน แล้วมันก็จะมีตอนใกล้จบไง กำลังจะเขียนบันทึก003 เมื่อตัวเองรู้วันตายแล้ว เมื่อไม่กี่วันมานี้ เรานั่งคิดอยู่นี้ คงต้องใช้เวลาคิดอยู่นะ ว่าจะทำอะไรไปเลย แล้วจะทำอะไรต่อไป วางไว้เลย "
**************************************
.... " อ่านแล้วก็อย่ามางง หรืออะไรกับไดอารี่เค้านะ ไม่งั้นจะไม่เขียนด้วยเอ้า .. เหอะ ๆ ... พอเพื่อน ณ มันมา (ความรู้สึกจะพูดถึงเพื่อน จะ มัน เเบบนี้หล่ะ แต่ถือเป็นน้องด้วย ) ไม่รู้ยังไง มันเงียบ มันเศร้า ข้างในมันช่างเงียบและเศร้า ๆ หลายครั้งก็สัมผัสความรู้สึกนี้ แต่เอาเถอะนะ ถึงแม้พอรู้ว่ารวม ๆ กับเรื่องผู้คน แต่ย้อนไปจนถึงพ่อเขาแล้วหล่ะก็ เมื่อวานก็เลยพูดเลย " ลูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนนี้ก็อีกแบบ ดีมีเชื้อพ่อ ยังหยิ่ง เชิด ยังเรียบร้อยภายใน ว่าข้าคือ ! ... ก็ดีนะ แต่ก็นะ หงส์หน่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสูงศักดิ์ หรือต่ำต้อย หงส์อยู่ในตัวของคนคนนั้นใครก็ได้ ที่เหมาะสม " ( แล้วก็อธิบายยาว ที่เหลือให้มันไปดูเอาตามชีวิตที่ต้องเจอ อยากดูกา นก หรือหงส์ สักวันก็ต้องเห็น )...เห็นภายในเพื่อนณ ยิ้มอย่างภูมิใจ สบายนั่นหล่ะ ครั้งนี้หล่ะมั้งที่ถูกใจเเบบตรง และก็เป็นจริง เพื่อนเจออะไรมามากมายเลย ปมนั้นมันก็มีกันหล่ะ อยู่ที่ว่า จะแก้ที่ใจตัวเอง หรือยังไงก็แล้วแต่ " เราก็ดีใจนะ ว่าเมื่อครั้งหนึ่งได้ตัดสินใจเคลียร์ปมบางอย่าง ให้ ไม่อย่างนั้น ปมนั้นต้องฝังไปในใจจนวันตาย เอาสิ ไม่มีใครรู้เท่าตัวรู้ แต่ก็อีกนั่นหล่ะ หากมีอะไรที่คิดว่า เรื่องบางเรื่องหากไม่ช่วยกันหล่ะก็ คน เขาจะต้องทุกข์ฝังใจกับเรื่องราว ...เรื่องมันก็เขียนไม่ได้ แต่ก็เอาเท่าที่พูดได้ และเป็นสิ่งที่ " ฉันทำดีแล้ว ดีที่สุดแล้ว "
ก่อนกลับแว็บไปเห็นแผล คิดหล่ะว่า เอาไงดีว่ะ ไอ่เรามันก็เหนื่อยล่ะ แต่ด้วยกว่าเพื่อนจะมา หรือต้องไปหายาเอง เดี๋ยวก็เฉื่อยแน่ ก็เลยจัดให้เท่าที่มี มันดีมากนะ แผลหายเร็วเชียวหล่ะ ถึงไม่ใช่หมอ แต่ก็พอรู้บ้าง ใช้มาบ้าง ให้คนอื่น ๆ สังเกตุเอาไง แล้วมันก็ดีเสมอ ๆ หล่ะ
จับความรู้สึกพี่ได้ เเว็บนึงแกอึ้ง เหมือนกับว่า ตัวเขาเองไม่ได้ดูแลเพื่อน " คือมันหมายความว่า เราทำได้ เขาเลยเเว็บน้อยใจ เขียนแบบนี้หล่ะชัดเจน พี่ก็ชอบเป็นแบบนี้หล่ะ เมื่อไหร่แกเลิกน้อยใจ เลิกเปรียบเทียบ แล้วก็จะหนักเเน่นขึ้น ก่อนที่จะมานี้ ก่อนวางสาย เราก็พูดว่า พี่หน่ะไม่หนักแน่น พี่แกรีบถามเลยว่า อะไรพี่ไม่หนักแน่นเรื่องอะไร เราก็วางสายเลยทิ้งไว้งั้นหล่ะ ขี้เกียจพูดเเล้ว
วันนี้เขียนตรงนี้ และจะเขียนบันทึก003 ต่อ จะจบใหมนะเรา "
********************
ความคิดเห็น