
ไดอารี่หน้าที่ 49
ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียน ไม่ได้เช็คเมลเลย ไม่ได้เล่นเฟสบุ๊คนานโข " ไม่จำเป็นในการรับข่าวสาร มีให้ดูได้หลายที่ ที่สนใจ เวลาที่มี ทำอย่างอื่น นานล่ะ ติดเน็ต แต่ตอนนี้ ไม่ติด เบื่อ ๆ มันอิ่มตัวแล้วมั้ง ...พี่ชายก็หายต๋อม คงทำอย่างอื่น อยู่กับปัจจุบัน ไปทำบุญที่วัดบ่อย ๆ นะพี่(เผื่อได้ยิน !)
ตอนนี้โลภอยู่เลย อยากทำหลาย ๆ อย่าง ก็เลยสบายใจมาก " ทำเผื่อแผ่คนอื่น มันก็แบบนี้หล่ะ เห็นหลายคนสุขภาพดี หายเจ็บป่วย ดีใจด้วย ก็นี่หล่ะ กำลังใจอีกเหมือนกัน พรุ่งนี้กะว่าจะตื่นตีสี่ ป้าเขาบอกมาว่าต้องไปแต่เช้า
เราก็เลยจะฉายเดี่ยวเช้า ๆ กะเขาบ้าง ไปซื้อสมุนไพรสด มาเก็บไว้กิน อร่อยเหาะ " จริง ๆ ก็เก็บสมุนไพลไว้นั่นหล่ะ ตุนไว้ อืม เค้าทำเผื่อดวงดาวด้วยนะ เผื่อไว้ให้เฉย ๆ เดี๋ยวสักวัน พี่ใหญ่รู้ ก็คงจะเล่าให้ฟังเองหล่ะ ตอนนี้โรคภูมิแพ้ของเรา มันถอยไปล่ะ เราสุขภาพดีกว่าเก่าเยอะ สวยกว่าเดิมแน่ะ ! ฮ่า ๆ อันนี้พูดเล่น "
******************************
..... เมื่อวานบอกกับแม่ว่า " ต่อไปแม่ไม่ต้องซื้อยาเขากินแล้วหล่ะ กำลังจัดให้อยู่ " น้ำเสียงแม่ดีใจนะ ส่วนเราก็รู้เรื่องสมุนไพลไม่มาก แต่ก็พอประมาณ เพราะสนใจมาตั้งแต่เด็ก คุ้น ๆ ชื่อว่าน ตัวสมุนไพล แต่ตอนนี้ เก็บกินซะเลย
หลานจอมซ่า และหลาน ลูกญาติ ๆ สอบแข่งขันได้รางวัล ป้าก็เลยโทรแทนแม่ ก็มีบางเรื่องที่ชีวิตเหล่านั้นอยากให้ช่วยแก้ไข ปัจจุบันก็มอง ๆ บ้าง ช่วยคิดบ้าง พักหลัง ๆ หากเรื่องไม่ใหญ่โต จะให้เขาจัดการกันเอง ทำได้อยู่แล้วหล่ะ คือจะให้แค่คำแนะนำ แล้วตอนนี้ก็ไม่อยากเข้าไปวุ่นวายอะไรกับใครนัก ใจนะใจ ใจที่ไม่วุ่น " มองก่อนว่า ปัญหาที่มี เขาทำได้อยู่แล้ว เราก็มองดู แต่หากมันหนักหนา ก็จะออกโรง ก็มองฝ่ายนั้นด้วยเหมือนกัน เล็ก ๆ ก็ปล่อยไป เพราะดูตัวเราเอง ยังมีอะไรที่ใหญ่โตต้องทำก่อน ก็คือ วาง ค่อย ๆ ห่าง ค่อย ๆ ปล่อย เพราะเริ่มจะปล่อยให้ชีวิตแก้ไขบางสิ่งด้วยตัวเอง มันจะได้สมดุล เขาจะได้ชดใช้ จะได้สมัคคี ช่วยกันคิดทำ ในสิ่งที่เขาเป็น และอยู่ในชุมชน เช่นเดียวกัน กับเราตอนนี้ เราก็กำลังทำเรื่องของเรา ทุกวันที่ทำคือทำในสิ่งที่เราทำ มันสงบ สบาย ว่าง ๆ เบา ๆ และเมื่อเดินออกไปสู่ด้านนอก มันเป็นสิ่งที่กายกับจิตแยกกัน และผนึกกัน เป็นหนึ่งเดียว ทุกอย่างรอบตัวเราอันนีก็เห็นอยู่นะ แต่ " ปล่อยให้ เป็นไปตามวิถีชีวิต ในสิ่งที่ควรเป็น สำหรับตัวเอง ก็ตามทางของตน เดินไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ ทำอะไรไป เรื่อย ๆ .... "
... สองวันก่อน ดุคนหล่ะ น้อยครั้งที่จะทำแบบนี้ แต่พิจารณาดีแล้วหล่ะ
.... " เก็บสมุนไพรไว้กินเล่น ๆ อร่อยนะเออ พี่ชายเป็นไรหากจำเป็นก็ติดต่อมาเลยนะ พี่คนไกลก็ขอมีเอี่ยว เก็บไว้ให้แม่ พี่น้อง ตัวเอง และหลาย ๆ คน เค้าทำอะไร ต้องมีข้อมูล และต้องพิสูจน์ ทดสอบ ทดลองเเล้ว และเค้านี่หล่ะ จัดให้ เอาไว้ค่อยว่ากันใหม่ (ค่อยเล่าใหม่) ....ก็แค่เเบ่งเวลาที่มี สักวันล่ะไม่กี่ชั่วโมง ทำอะไร ๆ ไปพร้อมกัน ก็แค่นั้นหล่ะ ที่ว่าโลภอยากทำโน่น นี่ นั่น ไม่ได้โลภขวานขวายมาสนองตัญหาตนหรอกนะ ก็เห็นว่าดี ก็ทำเพื่อตัวเองและคนรอบข้าง ก็เท่านั้นหล่ะ ...เขียนซะหน่อย เพราะมีคนผ่านทางมาบ้าง ขี้เกียจให้คิดเอาเอง
" คนเรานะ หากไม่รู้จักกันจริง ๆ ก็คือ มองเฉย กลาง ๆ ไว้ก่อนนั่นหล่ะ หากเรามองแจ้ง ก็จะเข้าใจ หากไม่เเจ้ง ก็จะไปอีกเรื่อง เหมือน ๆ กับที่เตือนคนบางคนในสองวันก่อน หากเราไม่พูด สักวันเขาก็จะไม่มองพฤติกรรมตัวเอง ก็จะทำอะไรซ้ำ ๆ จนไม่มีใครเขาอยากคบด้วย คุยด้วย เราก็เลย เอาว่ะ บาปก็บาปหล่ะหวา ก็เห็น ๆ อยู่ว่า ติดเป็นนิสัยเป็นปีแล้ว ก็เลยจัดไปนิดนึง แต่ก็จริงใจนะ ด้วยความหวังดี เพราะเขาก็เหลือเพื่อนบ้านอยู่แค่คนเดียว ที่ไม่คบเขากันนั้น ก็เพราะตัวเขานั้นหล่ะทำตัวเอง เวลาทำอะไรพูดอะไรไม่นึกถึงคนอื่นเลยสักนิด เราโดนมาเป็นปี จนครั้งนี้ ก็เลยพูดเลย ที่ผู้ใหญ่เขาชอบพูดว่า " โดนถอนหงอกนั่นหล่ะ เพราะคนแก่ ๆ แต่ทำตัวไม่สมกับวัยวุฒิ เอาแต่ใจตัวเอง เห็นอะไร คิดไปอีกเรื่อง เเต่งเติม ก่อเรื่องให้จนวุ่ยวาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนได้พูด พูดให้ตรงประเด็น แล้วก็ถาม สรุปว่า เป็นแบบนี้ สรุปแล้ว คือเป็นนิสัย "
*******************************
...... " วันนี้วันพุธ พูดถึงเมื่อวันพุธที่เเล้ว บอกตรง ๆ เลยว่า ยิ้ม ฟังริวพูด สอนหลาย ๆ เรื่องในวันพุธที่ผ่านมา ถูกทั้งหมดเลยนะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร รวมทั้งเรื่ององค์ ๆ อะไรนั่นด้วย เขาพูดไงนั้น ดูเอาตามยูทูปก็คงมีมั้ง มีครั้งนี้หล่ะ ที่ริวพูดเรื่องทั้งหมด ให้เรายิ้มตลอด
ไม่ได้เป็นคนเก่งกาจ รอบรู้อะไรนะ เพียงแต่ว่า ทุกสิ่งถูกหมด และพูดถึงบุ๋มในไดอารี่บ้าง มันคงไม่เป็นไร เพราะเราก็ชอบบุ๋ม ตอนนี้ก็เพียงเจอหลายเรื่อง รัว ๆ มา ก็เลยยังเป็นแบบนั้นเอง แต่มีคนให้คำแนะนำ สติมั่นแล้ว ก็ดีเชียวหล่ะ
ตัวเราเองไม่ได้ปรึกษาใคร แต่ใจหน่ะมันหนัก มันสู้ จึงสงบเร็ว ถ้าพูดถึง การได้ยินเสียง ภาพ กลิ่น เห็นล่วงหน้า หรืออะไร ๆ อีกมากมาย เราก็เจอมา เพราะไม่ได้ใครแนะนำ จึงต้องพิจารณาตัวเอง ตั้งสติมั่น จึงหายจากอาการสับสน ว่า " มันคืออะไรว่ะ ! " มันเกิด ๆ ดับ ๆ ไม่ยั่งยืน เดี๋ยวมันก็มา เดี๋ยวก็ผ่านไป เดี๋ยวก็มีเรื่องใหม่ ก็แค่นี้เอง รับรู้ เฉย วาง ทำอย่างอื่น ให้เป็นเรื่องปรกติ อย่าหลงตัวเอง ทุกอย่างมันก็ เปรียบเหมือนเรื่องปรกติ ที่คนอย่างเราต้องเจอ หากรวมเรื่องทำอะไรด้วยพลังที่เขาเรียกว่าพลังจิต หรือฤทธิ์เดชนะก็ว่าไป ก็แค่นั้นหล่ะ หากกายหยาบไม่มีแล้ว ก็ไม่ได้ใช้มันหล่ะนะ
.... " พูดถึงคุณเจนมั่ง เขานิ่ง วางเฉยได้พอดูหล่ะ สังเกตุตอนบุ๋มนั่งคู่กับเขา ตอนที่บู๋มพูดบางสิ่ง เราเข้าใจบุ๋มนะ ส่วนคุณเจนเขาสติมั่นดีมาก วางได้เลย ก็เป็นอันว่า ดูไปเลยยิ้มเลย ทุกคนได้อะไรมาไม่ครบซะทั้งหมด บุ๋มเขาก็เพิ่งเจออะไรเยอะ ๆ ไป บางครั้งสติมั่นจะช่วยนิ่งและวางได้ หลาย ๆ ครั้งคุณเจนนิ่งกับทุกสิ่งรอบกาย ดีใจที่ไม่หลงไปกับกิเลศรอบกายที่เข้ามากระทบ ...ไอ่เราไม่ได้ดีเลิศนะ เราแค่เป็นท่านผู้ชม และผู้ชื่นชม "
*******************************
.... " ไดอารี่หน้านี้ ก็แค่อยากเขียนเรื่องที่ตัวเองประสบมา ดวงดาวผ่านมา คงบ่นเลย มันเขียนไรของมันว่ะ แต่เดี๋ยวก่อน จริง ๆ หน่ะเค้าจะคุยให้ดวงดาวฟังก็ได้ แต่กลัวของขึ้นเพราะดวงดาวเเอนตี้อะไรบางอย่าง อันนี้นะ มันตัวเราไง มันมีเหตุผล จริง ๆ อยากให้ดวงดาวฟังเราก่อน พิจารณาก่อน ว่าเราเป็นคนยังไง แต่ด้วยระยะเวลา และโอกาสน้อยนิด เพราะเราก็แว็บ ไปนู่น นี่นั่น แต่ว่าก็ไม่ไรนะ กับเรื่องตัวเอง ก็บอกแล้วว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดกับตัวเอง สักไม่กี่วัน ก็เฉย ๆ กับมันหล่ะ ขี้เกียจไปใส่ใจ เสียเวลา แล้วก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็มีอีก " ดูมันต่อไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ไง จะว่าไปแล้ว ก็งั้น ๆ หล่ะดวงดาว มันก็แค่นั้นเอง "
ท้าย ๆ เขียนเรื่อง " ปัญญา " บ้าง
" ปัญญาทางโลก กับปัญญาทางธรรม "
...ปัญญาทางโลก เราก็มีได้ทุกคน รับรู้จากธรรมชาติ ศึกษาเอากับที่คนเขาเรียกเรียน ไม่ว่าจะเรียนวิชาชีพ เรียนป. นั่นหล่ะ เรียน ๆ รู้ ๆ กันเอา หากันเอา ( แต่ข้าพเจ้า ปัญญาน้อยนะดวงดาว)
... ปัญญาทางธรรม เราก็ศึกษาเอาเหมือนกัน เอาขั้นใหนหล่ะ ขั้นธรรมทางโลก แล้วก็ต่อด้วย" ปัญญาทางธรรม " " ปัญญาทางธรรม สรุปเอามาเขียนเลยล่ะกัน เช่น เราเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่เห็น รู้ในสิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้ ได้ยินฯลฯ.... ไปจนถึงขั้นสมาบัติ ญาณ ฌาญโอ้ ! ฌาณนี้ก็ต้องใช้เวลาสั่งสมอยู่นะ มีตั้งสี่ขั้นแหน่ะ สูงสุด ส่วนอื่น ๆ ก็อีกเยอะ ด้วยตัวเองไม่ได้เรียนปริญัติมา จะให้เขียนภาษานั้น เขียนไม่เป็นนะ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เขียนได้เท่านี้ เท่าที่ตัวเองรู้มี ที่เหลือเขียนไม่เป็นเพราะยังไม่รู้นิหว่า ! "
" แต่ ไม่ว่าจะ ญาณ หรือ ฌาญ ถ้าไม่เพียรปฏิบัติสม่ำเสมอ ทุกอย่างก็จะเสื่อมถอย สำหรับตัวเองพูดบ้าน ๆ ลืม ๆ เลยต้องฟื้น ฟื้นคือฝึกเพียรอีกนั่นหล่ะ " เคยได้ยินแว่ว ๆ ว่าท่านมีฌาญอันแก่กล้า แก่กล้า คือ ....
(เขียนภาษาไทยไม่เก่ง เลขก็ไม่เก่ง ชอบอยู่แต่กับธรรมชาติ ชอบแต่นั่งสมาธิ อันใหนชอบน้อยก็ทำน้อย อันใหนชอบนักก็มุ่งไปเรื่อย ๆ แบบเอาใจไปนะ ชีวิตมันช่างเรื่อย ๆ ไม่ร้อนรนนะ )
" เขียนมาทั้งหมด ก็ไม่ได้คัด จัดเป็น คำนำ หน้าหลัก รอง เนื้อเรื่อง เกริ่น ๆ อะไรนะก็ว่าไป เพราะเวลาอ่านก็ชอบให้สรุป กว่าจะสรุปได้อ่านแล้วอ่านอีก อ่านทั้งหมดนั่นหล่ะ แล้วค่อยสรุป สรุปได้ดีคือเข้าใจ ได้บ้างไม่ได้บ้างก็เท่านั้น ...แล้วก็ไม่ได้ทำหนังสือ ไม่ได้ส่งครู รู้ว่าบน ๆ หน่ะเขียนผิด ไพร ไพล และ อีกเยอะ แต่ไม่แก้ ใครจะทำไม !!! ฮา.... "
แล้วคงได้เขียนอะไรอีก หากว่า แต่ก็ไม่จัดหมวดหมู่ เรียงความสำคัญ มันง่ายไป คือ " นิสัย หน่ะ นิสัย " นอนดีกว่า วันนี้ได้เขียนหล่ะ จริงๆ หน่ะจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ไม่ยอมเขียนไง ไปไปมามา ได้ซ่ะที่ใหน ไม่เขียนได้ด้วยเหรอเรา มันก็เรื่องเราทั้งนั้น สวัสดีนะไดอารี่
" อ้อ ! ขอบคุณนะค่ะ ที่แวะมา ... เห็นคลิ๊ก แต่ก็ยังไม่ได้เขียน ที่เขียนมันโน้ดของคนชอบเขียน จะว่าโน้ดก็ว่าได้ เพราะเขียนทันที แล้วก็ไม่ได้ไปกระทบใครนะค่ะ ที่เขียนจากใจสบาย ๆ จากชีวิตประจำวันของตัวเอง ที่เจอมา เลยเอามาไว้ในไดอารี่ อีกไม่นานก็ได้หลายหน้า ความสบายใจไม่ใช่ว่าได้ระบายสมมุติเรื่องราว แต่ความสุขใจที่ได้เขียน และแทรกความไม่รู้เข้ามาต่างหากหล่ะ(บางอย่างไม่รู้ ก็เขียนไปเท่าที่รู้ บางอย่างยังไม่รู้ก็บอกไม่รู้ ) ขอให้ผู้อ่านมีความสุขเสมอเลย ถ้ามีโอกาส คงได้เขียนเรื่องหลายแนว ที่ตัวเองเจอและผ่านมาแล้วจนปัจจุบัน ...ไดอารี่พิราบขาว(นรินทิพย์) "
******************************
ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียน ไม่ได้เช็คเมลเลย ไม่ได้เล่นเฟสบุ๊คนานโข " ไม่จำเป็นในการรับข่าวสาร มีให้ดูได้หลายที่ ที่สนใจ เวลาที่มี ทำอย่างอื่น นานล่ะ ติดเน็ต แต่ตอนนี้ ไม่ติด เบื่อ ๆ มันอิ่มตัวแล้วมั้ง ...พี่ชายก็หายต๋อม คงทำอย่างอื่น อยู่กับปัจจุบัน ไปทำบุญที่วัดบ่อย ๆ นะพี่(เผื่อได้ยิน !)
ตอนนี้โลภอยู่เลย อยากทำหลาย ๆ อย่าง ก็เลยสบายใจมาก " ทำเผื่อแผ่คนอื่น มันก็แบบนี้หล่ะ เห็นหลายคนสุขภาพดี หายเจ็บป่วย ดีใจด้วย ก็นี่หล่ะ กำลังใจอีกเหมือนกัน พรุ่งนี้กะว่าจะตื่นตีสี่ ป้าเขาบอกมาว่าต้องไปแต่เช้า
เราก็เลยจะฉายเดี่ยวเช้า ๆ กะเขาบ้าง ไปซื้อสมุนไพรสด มาเก็บไว้กิน อร่อยเหาะ " จริง ๆ ก็เก็บสมุนไพลไว้นั่นหล่ะ ตุนไว้ อืม เค้าทำเผื่อดวงดาวด้วยนะ เผื่อไว้ให้เฉย ๆ เดี๋ยวสักวัน พี่ใหญ่รู้ ก็คงจะเล่าให้ฟังเองหล่ะ ตอนนี้โรคภูมิแพ้ของเรา มันถอยไปล่ะ เราสุขภาพดีกว่าเก่าเยอะ สวยกว่าเดิมแน่ะ ! ฮ่า ๆ อันนี้พูดเล่น "
******************************
..... เมื่อวานบอกกับแม่ว่า " ต่อไปแม่ไม่ต้องซื้อยาเขากินแล้วหล่ะ กำลังจัดให้อยู่ " น้ำเสียงแม่ดีใจนะ ส่วนเราก็รู้เรื่องสมุนไพลไม่มาก แต่ก็พอประมาณ เพราะสนใจมาตั้งแต่เด็ก คุ้น ๆ ชื่อว่าน ตัวสมุนไพล แต่ตอนนี้ เก็บกินซะเลย
หลานจอมซ่า และหลาน ลูกญาติ ๆ สอบแข่งขันได้รางวัล ป้าก็เลยโทรแทนแม่ ก็มีบางเรื่องที่ชีวิตเหล่านั้นอยากให้ช่วยแก้ไข ปัจจุบันก็มอง ๆ บ้าง ช่วยคิดบ้าง พักหลัง ๆ หากเรื่องไม่ใหญ่โต จะให้เขาจัดการกันเอง ทำได้อยู่แล้วหล่ะ คือจะให้แค่คำแนะนำ แล้วตอนนี้ก็ไม่อยากเข้าไปวุ่นวายอะไรกับใครนัก ใจนะใจ ใจที่ไม่วุ่น " มองก่อนว่า ปัญหาที่มี เขาทำได้อยู่แล้ว เราก็มองดู แต่หากมันหนักหนา ก็จะออกโรง ก็มองฝ่ายนั้นด้วยเหมือนกัน เล็ก ๆ ก็ปล่อยไป เพราะดูตัวเราเอง ยังมีอะไรที่ใหญ่โตต้องทำก่อน ก็คือ วาง ค่อย ๆ ห่าง ค่อย ๆ ปล่อย เพราะเริ่มจะปล่อยให้ชีวิตแก้ไขบางสิ่งด้วยตัวเอง มันจะได้สมดุล เขาจะได้ชดใช้ จะได้สมัคคี ช่วยกันคิดทำ ในสิ่งที่เขาเป็น และอยู่ในชุมชน เช่นเดียวกัน กับเราตอนนี้ เราก็กำลังทำเรื่องของเรา ทุกวันที่ทำคือทำในสิ่งที่เราทำ มันสงบ สบาย ว่าง ๆ เบา ๆ และเมื่อเดินออกไปสู่ด้านนอก มันเป็นสิ่งที่กายกับจิตแยกกัน และผนึกกัน เป็นหนึ่งเดียว ทุกอย่างรอบตัวเราอันนีก็เห็นอยู่นะ แต่ " ปล่อยให้ เป็นไปตามวิถีชีวิต ในสิ่งที่ควรเป็น สำหรับตัวเอง ก็ตามทางของตน เดินไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ ทำอะไรไป เรื่อย ๆ .... "
... สองวันก่อน ดุคนหล่ะ น้อยครั้งที่จะทำแบบนี้ แต่พิจารณาดีแล้วหล่ะ
.... " เก็บสมุนไพรไว้กินเล่น ๆ อร่อยนะเออ พี่ชายเป็นไรหากจำเป็นก็ติดต่อมาเลยนะ พี่คนไกลก็ขอมีเอี่ยว เก็บไว้ให้แม่ พี่น้อง ตัวเอง และหลาย ๆ คน เค้าทำอะไร ต้องมีข้อมูล และต้องพิสูจน์ ทดสอบ ทดลองเเล้ว และเค้านี่หล่ะ จัดให้ เอาไว้ค่อยว่ากันใหม่ (ค่อยเล่าใหม่) ....ก็แค่เเบ่งเวลาที่มี สักวันล่ะไม่กี่ชั่วโมง ทำอะไร ๆ ไปพร้อมกัน ก็แค่นั้นหล่ะ ที่ว่าโลภอยากทำโน่น นี่ นั่น ไม่ได้โลภขวานขวายมาสนองตัญหาตนหรอกนะ ก็เห็นว่าดี ก็ทำเพื่อตัวเองและคนรอบข้าง ก็เท่านั้นหล่ะ ...เขียนซะหน่อย เพราะมีคนผ่านทางมาบ้าง ขี้เกียจให้คิดเอาเอง
" คนเรานะ หากไม่รู้จักกันจริง ๆ ก็คือ มองเฉย กลาง ๆ ไว้ก่อนนั่นหล่ะ หากเรามองแจ้ง ก็จะเข้าใจ หากไม่เเจ้ง ก็จะไปอีกเรื่อง เหมือน ๆ กับที่เตือนคนบางคนในสองวันก่อน หากเราไม่พูด สักวันเขาก็จะไม่มองพฤติกรรมตัวเอง ก็จะทำอะไรซ้ำ ๆ จนไม่มีใครเขาอยากคบด้วย คุยด้วย เราก็เลย เอาว่ะ บาปก็บาปหล่ะหวา ก็เห็น ๆ อยู่ว่า ติดเป็นนิสัยเป็นปีแล้ว ก็เลยจัดไปนิดนึง แต่ก็จริงใจนะ ด้วยความหวังดี เพราะเขาก็เหลือเพื่อนบ้านอยู่แค่คนเดียว ที่ไม่คบเขากันนั้น ก็เพราะตัวเขานั้นหล่ะทำตัวเอง เวลาทำอะไรพูดอะไรไม่นึกถึงคนอื่นเลยสักนิด เราโดนมาเป็นปี จนครั้งนี้ ก็เลยพูดเลย ที่ผู้ใหญ่เขาชอบพูดว่า " โดนถอนหงอกนั่นหล่ะ เพราะคนแก่ ๆ แต่ทำตัวไม่สมกับวัยวุฒิ เอาแต่ใจตัวเอง เห็นอะไร คิดไปอีกเรื่อง เเต่งเติม ก่อเรื่องให้จนวุ่ยวาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนได้พูด พูดให้ตรงประเด็น แล้วก็ถาม สรุปว่า เป็นแบบนี้ สรุปแล้ว คือเป็นนิสัย "
*******************************
...... " วันนี้วันพุธ พูดถึงเมื่อวันพุธที่เเล้ว บอกตรง ๆ เลยว่า ยิ้ม ฟังริวพูด สอนหลาย ๆ เรื่องในวันพุธที่ผ่านมา ถูกทั้งหมดเลยนะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร รวมทั้งเรื่ององค์ ๆ อะไรนั่นด้วย เขาพูดไงนั้น ดูเอาตามยูทูปก็คงมีมั้ง มีครั้งนี้หล่ะ ที่ริวพูดเรื่องทั้งหมด ให้เรายิ้มตลอด
ไม่ได้เป็นคนเก่งกาจ รอบรู้อะไรนะ เพียงแต่ว่า ทุกสิ่งถูกหมด และพูดถึงบุ๋มในไดอารี่บ้าง มันคงไม่เป็นไร เพราะเราก็ชอบบุ๋ม ตอนนี้ก็เพียงเจอหลายเรื่อง รัว ๆ มา ก็เลยยังเป็นแบบนั้นเอง แต่มีคนให้คำแนะนำ สติมั่นแล้ว ก็ดีเชียวหล่ะ
ตัวเราเองไม่ได้ปรึกษาใคร แต่ใจหน่ะมันหนัก มันสู้ จึงสงบเร็ว ถ้าพูดถึง การได้ยินเสียง ภาพ กลิ่น เห็นล่วงหน้า หรืออะไร ๆ อีกมากมาย เราก็เจอมา เพราะไม่ได้ใครแนะนำ จึงต้องพิจารณาตัวเอง ตั้งสติมั่น จึงหายจากอาการสับสน ว่า " มันคืออะไรว่ะ ! " มันเกิด ๆ ดับ ๆ ไม่ยั่งยืน เดี๋ยวมันก็มา เดี๋ยวก็ผ่านไป เดี๋ยวก็มีเรื่องใหม่ ก็แค่นี้เอง รับรู้ เฉย วาง ทำอย่างอื่น ให้เป็นเรื่องปรกติ อย่าหลงตัวเอง ทุกอย่างมันก็ เปรียบเหมือนเรื่องปรกติ ที่คนอย่างเราต้องเจอ หากรวมเรื่องทำอะไรด้วยพลังที่เขาเรียกว่าพลังจิต หรือฤทธิ์เดชนะก็ว่าไป ก็แค่นั้นหล่ะ หากกายหยาบไม่มีแล้ว ก็ไม่ได้ใช้มันหล่ะนะ
.... " พูดถึงคุณเจนมั่ง เขานิ่ง วางเฉยได้พอดูหล่ะ สังเกตุตอนบุ๋มนั่งคู่กับเขา ตอนที่บู๋มพูดบางสิ่ง เราเข้าใจบุ๋มนะ ส่วนคุณเจนเขาสติมั่นดีมาก วางได้เลย ก็เป็นอันว่า ดูไปเลยยิ้มเลย ทุกคนได้อะไรมาไม่ครบซะทั้งหมด บุ๋มเขาก็เพิ่งเจออะไรเยอะ ๆ ไป บางครั้งสติมั่นจะช่วยนิ่งและวางได้ หลาย ๆ ครั้งคุณเจนนิ่งกับทุกสิ่งรอบกาย ดีใจที่ไม่หลงไปกับกิเลศรอบกายที่เข้ามากระทบ ...ไอ่เราไม่ได้ดีเลิศนะ เราแค่เป็นท่านผู้ชม และผู้ชื่นชม "
*******************************
.... " ไดอารี่หน้านี้ ก็แค่อยากเขียนเรื่องที่ตัวเองประสบมา ดวงดาวผ่านมา คงบ่นเลย มันเขียนไรของมันว่ะ แต่เดี๋ยวก่อน จริง ๆ หน่ะเค้าจะคุยให้ดวงดาวฟังก็ได้ แต่กลัวของขึ้นเพราะดวงดาวเเอนตี้อะไรบางอย่าง อันนี้นะ มันตัวเราไง มันมีเหตุผล จริง ๆ อยากให้ดวงดาวฟังเราก่อน พิจารณาก่อน ว่าเราเป็นคนยังไง แต่ด้วยระยะเวลา และโอกาสน้อยนิด เพราะเราก็แว็บ ไปนู่น นี่นั่น แต่ว่าก็ไม่ไรนะ กับเรื่องตัวเอง ก็บอกแล้วว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดกับตัวเอง สักไม่กี่วัน ก็เฉย ๆ กับมันหล่ะ ขี้เกียจไปใส่ใจ เสียเวลา แล้วก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็มีอีก " ดูมันต่อไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ไง จะว่าไปแล้ว ก็งั้น ๆ หล่ะดวงดาว มันก็แค่นั้นเอง "
ท้าย ๆ เขียนเรื่อง " ปัญญา " บ้าง
" ปัญญาทางโลก กับปัญญาทางธรรม "
...ปัญญาทางโลก เราก็มีได้ทุกคน รับรู้จากธรรมชาติ ศึกษาเอากับที่คนเขาเรียกเรียน ไม่ว่าจะเรียนวิชาชีพ เรียนป. นั่นหล่ะ เรียน ๆ รู้ ๆ กันเอา หากันเอา ( แต่ข้าพเจ้า ปัญญาน้อยนะดวงดาว)
... ปัญญาทางธรรม เราก็ศึกษาเอาเหมือนกัน เอาขั้นใหนหล่ะ ขั้นธรรมทางโลก แล้วก็ต่อด้วย" ปัญญาทางธรรม " " ปัญญาทางธรรม สรุปเอามาเขียนเลยล่ะกัน เช่น เราเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่เห็น รู้ในสิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้ ได้ยินฯลฯ.... ไปจนถึงขั้นสมาบัติ ญาณ ฌาญโอ้ ! ฌาณนี้ก็ต้องใช้เวลาสั่งสมอยู่นะ มีตั้งสี่ขั้นแหน่ะ สูงสุด ส่วนอื่น ๆ ก็อีกเยอะ ด้วยตัวเองไม่ได้เรียนปริญัติมา จะให้เขียนภาษานั้น เขียนไม่เป็นนะ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เขียนได้เท่านี้ เท่าที่ตัวเองรู้มี ที่เหลือเขียนไม่เป็นเพราะยังไม่รู้นิหว่า ! "
" แต่ ไม่ว่าจะ ญาณ หรือ ฌาญ ถ้าไม่เพียรปฏิบัติสม่ำเสมอ ทุกอย่างก็จะเสื่อมถอย สำหรับตัวเองพูดบ้าน ๆ ลืม ๆ เลยต้องฟื้น ฟื้นคือฝึกเพียรอีกนั่นหล่ะ " เคยได้ยินแว่ว ๆ ว่าท่านมีฌาญอันแก่กล้า แก่กล้า คือ ....
(เขียนภาษาไทยไม่เก่ง เลขก็ไม่เก่ง ชอบอยู่แต่กับธรรมชาติ ชอบแต่นั่งสมาธิ อันใหนชอบน้อยก็ทำน้อย อันใหนชอบนักก็มุ่งไปเรื่อย ๆ แบบเอาใจไปนะ ชีวิตมันช่างเรื่อย ๆ ไม่ร้อนรนนะ )
" เขียนมาทั้งหมด ก็ไม่ได้คัด จัดเป็น คำนำ หน้าหลัก รอง เนื้อเรื่อง เกริ่น ๆ อะไรนะก็ว่าไป เพราะเวลาอ่านก็ชอบให้สรุป กว่าจะสรุปได้อ่านแล้วอ่านอีก อ่านทั้งหมดนั่นหล่ะ แล้วค่อยสรุป สรุปได้ดีคือเข้าใจ ได้บ้างไม่ได้บ้างก็เท่านั้น ...แล้วก็ไม่ได้ทำหนังสือ ไม่ได้ส่งครู รู้ว่าบน ๆ หน่ะเขียนผิด ไพร ไพล และ อีกเยอะ แต่ไม่แก้ ใครจะทำไม !!! ฮา.... "
แล้วคงได้เขียนอะไรอีก หากว่า แต่ก็ไม่จัดหมวดหมู่ เรียงความสำคัญ มันง่ายไป คือ " นิสัย หน่ะ นิสัย " นอนดีกว่า วันนี้ได้เขียนหล่ะ จริงๆ หน่ะจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ไม่ยอมเขียนไง ไปไปมามา ได้ซ่ะที่ใหน ไม่เขียนได้ด้วยเหรอเรา มันก็เรื่องเราทั้งนั้น สวัสดีนะไดอารี่
" อ้อ ! ขอบคุณนะค่ะ ที่แวะมา ... เห็นคลิ๊ก แต่ก็ยังไม่ได้เขียน ที่เขียนมันโน้ดของคนชอบเขียน จะว่าโน้ดก็ว่าได้ เพราะเขียนทันที แล้วก็ไม่ได้ไปกระทบใครนะค่ะ ที่เขียนจากใจสบาย ๆ จากชีวิตประจำวันของตัวเอง ที่เจอมา เลยเอามาไว้ในไดอารี่ อีกไม่นานก็ได้หลายหน้า ความสบายใจไม่ใช่ว่าได้ระบายสมมุติเรื่องราว แต่ความสุขใจที่ได้เขียน และแทรกความไม่รู้เข้ามาต่างหากหล่ะ(บางอย่างไม่รู้ ก็เขียนไปเท่าที่รู้ บางอย่างยังไม่รู้ก็บอกไม่รู้ ) ขอให้ผู้อ่านมีความสุขเสมอเลย ถ้ามีโอกาส คงได้เขียนเรื่องหลายแนว ที่ตัวเองเจอและผ่านมาแล้วจนปัจจุบัน ...ไดอารี่พิราบขาว(นรินทิพย์) "
******************************
ความคิดเห็น