nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

บันทึก 002.1 (บันทึกพิราบขาว)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)




 
บันทึกที่ 002.1

เรื่อง ในฝัน พระมาสอนวิธีไล่เปรตนรกภูมิ

 

" บันทึกนี้  เขียนไว้ต่อเนื่อง  เป็นตอน ๆ    หลายเรื่องราว  ยังเกิดมีขึ้น   ให้ได้นำมาเขียนไว้   ผู้ผ่านมา   เพียงแค่อ่าน   อย่าได้เอาอะไรมากมาย  กับเรื่องของผู้อื่น    หากคิดถูกเป็นดี   หากคิดผิดแล้วกระทำผิด   เป็นอีกเรื่องที่ผู้กระทำต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำ   ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม     หากผลที่เกิดย่อมมีเหตุเป็นหลัก   ซึ่งผู้ที่สร้างเหตุนั้นก็คือตัวผู้นั้นเอง    ไม่มีสิ่งใดทำอะไรเราได้นอกจากตัวเราทำเราเอง  "


"  เรื่องราวที่เขียนนี้   เป็นบันทึกส่วนตัว   หากผู้ผ่านมา   ก็ขอให้มองกลาง ๆ  มีใจเป็นกลาง      แน่นอนว่า    ถ้านักจิตวิทยา   ก็จะสังเกตุ  ศึกษา  เฝ้ามอง   ฯลฯ    ... ส่วนจิตฯ หรือหมอ" โรคจิต" ก็จะดูหลาย  ๆ อย่างตามที่เขาเรียนมา (มีอะไรอีกใหม  ที่ยังไม่ได้รู้ในโลกนี้)...  ทำไมเขียนเเบบนี้  เพราะว่า   "  ถ้าเป็นผู้เขียนเอง  ก็จะพิจารณาตัวเองหล่ะ   ภูมิหลังเอย    การเลี้ยงดู  เรื่องราวที่ผ่านมา  สภาพจิตใจ  เเละอะไรอีกมากมาย    หากไม่ดูจิตตน   ไม่เเข็งแกร่งพอ   ไม่เป็นตัวของตัวเอง      ก็คงคิดว่าตัวเองก็บ้าหล่ะหวา  (พูดแบบนี้  ท่านก็คงเข็กหัวอีก  โดนประจำคือ  " ไอ่นี่  ไม่รู้จัก  มัวแต่เล่นอยู่นั่นหล่ะ  เป็นเขาเดินหน้า  ช่วยเพื่อน เตือนกันได้เยอะแยะ   ...)   "




......  เกริ่นไว้ยืดยาว   หากเป็นสมุดไดอารี่  ที่เก็บไว้ส่วนตัว   ก็คงเขียนได้เลย   แต่นี่ออนไลด์    ทำไงได้  นำร่องไว้สักเล็กน้อย   เพราะคน มันวุ่นอยู่แล้ว    " อยากเขียนนะ  เก็บไว้เป็นของเราเอง  หน้าจอมันมีชีวิต  สวยดี    และไม่อยากให้ใครก้าวก่าย     อยากให้ระวัง   มันจะได้ติดเป็นนิสัย อัตโนมัติ   เมื่อนั้น   ความวุ่นก็ลดลง   มองตัวตนตัวเองเพิ่มขึ้น    เรื่องก็จะน้อยลง "  และจะเข้าสู่   น้อยเรื่อง  จิตจะได้ว่างขึ้น  เพื่อไปมอง รับสิ่งดีดี เข้ามาสู่  เมื่อนั้น  น้ำดีเขามาแทนน้ำเสีย   หมั่นเติมมันเรื่อย  ๆ  ก็จะเป็นจิตดี  ยกระดับจิตใจได้ให้สูงขึ้นอีก     ทางสว่างจะฉายให้เห็น    หนทางที่ไม่ยาวนานเกินร้อยปี    ก็จะได้ทำให้ผู้นั้นมุ่งเอาเวลานั้น  ทำสิ่งดีดีให้กับตัวเอง    โดยไม่เสียเวลาอะไรกับสิ่งรอบข้าง  "




************************


เมื่อได้เขียน    ก็เขียนซะยาว    ไม่ได้กรั่นกรองให้มันกระชับหล่ะนะ    ตามนิสัย   คือ ชอบเขียนเดี๋ยวนี้เลย   พิมพ์สด  แล้วก็ยังไม่เข้าเรื่องสักที        เมื่อก่อนเคยเขียนแค่สิบบันทัด    




....  "   วันนี้  ขณะที่เข้าระบบ    ก็แว๊บไปเซิทกรูเกิล   เจอพระที่ได้มาจากวัดอ้อน้อย   เข้าไป  เห็นรูปหลวงปู่พุทธะอิสระ    แต่ตัวเองติดปากเห็นท่านก็เรียกหลวงพ่อ   ทั้ง  ๆ ที่ทุกคนเรียกท่านหลวงปู่   ถึงยังไงก็เรียกหลวงพ่อ  เรียกหลวงปู่ไม่ติดปาก     ก็ยังเรียกหลวงพ่ออยู่ดี     พี่ใหญ่และป้า ๆ  ก็เรียกหลวงปู่    ....  ก็เลยอ่านเรื่องหลวงพ่อ   แล้วค่อยได้มานั่งพิมพ์  "






***************



เล่าไว้ซะที   เรื่องนี้   เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอ ๆ  กับเรื่องราวที่หลายคนอาจคิดว่า  คิดไปเอง  เพ้อเจ้อ   ....  จะอะไรก็ตาม  "   แต่คนคนนี้   ไม่ได้สนใจเรื่องราวที่เกิดกับตัวเองนัก  ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิด   ให้เห็นคาตา  ได้ยินกับหู    มีนั่งคิดอยู่วันสองวัน    หลังจากนั้น   ก็จะแค่ทำความเข้าใจ   แล้วก็เฉย    วางมัน    ไปหาหนมกินลั่นลา    เล่นบ้าบอต่อ      แต่เพื่อน  ๆ  ที่บวชเป็นชีมาหลายปี    เขาก็ผลักส่งให้ไปทำตามหน้าที่  สานต่อสิ่งที่เขามองเเล้วว่า   (เขาใช้คำพูดว่า)" ใคร  ๆ เขาก็มุ่งปฏิบัติ ฯ  แต่เรากลับไม่สนใจ   ถ้าเป็นเขามุ่งเดินทางต่อแล้ว   ...จะมามัวรออะไร  ไปเดินทางตามเส้นทางที่ตัวเองได้มา   ใคร ๆ  ก็มุ่ง   ตัวเองทำไมถึงไม่ค่อยใส่ใจ  ฯลฯ   "

แล้วเพื่อนท่านก็มองหน้า   ด้วยเสียดายเวลา     ส่วนตัวเรา   ก็ยังเฉย   ชอบอยู่เเบบเงียบ  ๆ  บทจะไปทำอะไรก็ทำเลย   โดยไม่คาดหวัง  ไม่มุ่งมั่น    ไม่มองอันเก่าที่มี     ไม่ยินดีอะไร   "  นี่เอง   ถึงจะรู้  ...  เคยดูหนังจีนกำลังภายในใหม    ไม่ว่าจะเก่งวิทยายุทธมาจากใหน    จะเริ่มเรียนเรื่องหนักใหม่  "  ให้ล้างสิ่งที่มีให้หมด  "     ตัวเองนี้   พอมีอะไรดีดีมา  เก็บ  เพียงรับรู้    แล้วก็ไม่สนใจ   คือใจนี้หล่ะไม่หลงเหลิงกับมัน   แล้วเดี๋ยวมันก็จะมีอะไรดีดีมาเสมอ    แต่ใช่ว่าเฉยเพื่อรับสิ่งใหม่อันนี้มิใช่นา   "  เฉยคือ  ช่าง  คือวาง  คือไม่สน   เหมือนแก้วว่าง ๆ  เดี๋ยวน้ำดีก็ตามมาเอง  หากภาชนะนั้นใสดีอยู่แล้ว  เมื่อภาชนะดีน้ำดี   จะอยู่ดีแบบนี้   "







**********************







 
 



....  เมื่อปีกว่า ๆ     หลังเที่ยงคืน   ตัวเองนอนหลับ   สักพักรู้สึกว่า  มีพลังงานอยู่ใกล้ ๆ    ความรู้สึกได้กระตุ้นให้สังขารตื่น   แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น     "  ทำได้แค่ครึ่งหลับครึ่งตื่น      ข้างเตียงมองเห็นผ้าจีวร    ใช่แน่ ๆ  จีวรพระสีออกเปลือกมังคุด  แต่ไม่เข้มนัก        ตัวเองก็มองไปปลายเท้า      เรานอนชันเข่าสองข้าง  ความรู้สึกตอนนั้น   เหมือนถูกพลังงานบางอย่างให้ชันเข่าเอง      และเห็นผู้ชายสี่คน    กำลังนั่งยอง ๆ     ปากทำท่าจะแทะเข่าเราให้ได้     


"  เป่าสิ  เป่าออกไป "    เสียงที่รับรู้ด้วยจิต   พระองค์นั้นท่านบอกว่า   ให้เป่าออกไป        เราก็พ่นลมหายใจออกไปใส่เจ้าสี่ตนนั้น      ครั้งที่หนึ่ง    เป่าพ่นออกไปไม่เต็มที่    ทั้งหวาด ๆ  กลัวมันจะแทะเข่าเรา   มันใกล้จะถึงเข่าแล้ว

ท่านก็บอกด้วยจิตอีกว่า  "  เป่าไปเลย   พ่นสิ่งที่มีในตัวเราอยู่แล้วนี่    ตั้งสมาธิให้มั่น   แล้วเป่าไปเต็ม    "    พอได้ฟัง  ขณะที่หวาด  ๆ   เห็นพวกเหล่านั้น   พยายามจะถึงเข่าแล้ว  มันทำท่าอ้าปาก  ตัวก็โยกเยกไปมา   ใกล้เข้ามา   ฟันงี้     เรากลัวก็มันกัดกินเข่า      "   เป่าอย่างแรง   "     แต่เหล่านั้นก็แค่หันมาหอง   แล้วทำท่าเดิม   กำลังจะแทะ    ท่านก็บอกให้ " ตั้งสติ   มีสมาธิ  แล้วเป่าสิ่งที่ตัวมี   ใส่ไปเต็มที่  "



"    เมื่อได้ฟังท่านแล้ว     เจ้าเปรตนรกภูมิตนนั้น  มันตัวสูงยาวกว่าทั้งสาม     มันผละจากเข่า   แล้วยื่นหน้ามาประจันหน้าเรา    ใกล้เต็มที่    พระองค์นั้นท่านก็ยืนอยู่ใกล้ ๆ ใหล่ขวาของเรา    เจ้าตัวสูงยาวมันก็ยื่นหน้าก้มเข้ามา     ด้วยกลัวว่ามันจะถึงตัว    ก็เลยนิ่ง มั่นคง   เป่าออกไปเต็มที่     มันหายไปทั้งหมดเลย   "   

เราก็กลับมามองเห็นรอบห้องเต็ม ๆ    เสียงลมหายใจที่เป่าออกไปยังดังจนสิ้นสุด   ปากเป่าค้างให้รับรู้ว่าที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้   เราได้ทำอะไร  

(***   ขณะที่เจ้าตัวสูงยาวผอม   ๆ ยื่นหน้ามา   ท่านบอกว่า   ต้องเอาของจริงมาสอน )




***********************



ได้เล่าให้พี่ใหญ่ฟัง   พี่ใหญ่บอกว่า   "  ถ้าไม่อยากเป่าแบบนั้น   ก็ใช้จิต   เป่าด้วยจิต  คือไม่ต้องทำท่าทาง  "  เรื่องของเรื่องคือ   เคยเห็นแต่ผู้ใหญ่เป่า   ทำท่าทาง   เราไม่อยากทำแบบนั้น   


....  ปลายปีที่ผ่านมา  ก่อนน้ำท่วม   หันมองข้างผนังบ้าน  แว็บหนึ่ง  มองเห็นรอยระดับน้ำ     ก็เลยยกของเก็บขึ้นสูงกว่า     (พอกลับมา  รอยระดับน้ำที่เราเห็น  มันก็เป็นจริง)      ...  ไปอยู่ต่างจังหวัด     ดูทีวีรอบค่ำกับพี่สาวที่วัด    ไม่รู้เป็นไง   อยู่  ๆ  พี่แกก็บ้อง ๆ   เดินกอดตุ๊กตา   พูดจาไม่เป็นตัวของตัวเอง   หันมาคุยกับเรา พูดเหมือนเด็ก   พูดกับตุ๊กตา    กอดฟัดเล่น   อยู่แบบนี้   พี่แกนั่งดูอยู่ด้านหน้าเรา   ส่วนเรานั่งโซฟาไม้  ตามองทีวี   แล้วก็มองพี่   แต่เราคาญมาก     คิดว่า   " อะไรของแกว่ะ  !    เล่นเป็นเด็ก ชักรำคาญเต็มที  "   ( นึกว่าเขาเล่นแกล้งเรา   สองชั่วโมงผ่านไป )



คิดอีกว่า  "  เอาว่ะ  สักหน่อย  มันรำคาญนี่หว่า   คนไม่เป็นตัวของตัวเอง   เป็นไปได้ด้วยว่ะเฮ้ย !  "    ด้วยรำคาญ  และอยากรู้ด้วย   ตอนพี่แกนั่งเออเร่อ  หันหลังให้  พูดเล่นไปตามเรื่อง    เราก็เลยนิ่ง    จิตมั่น  เป่าไปทีนึง   "  พี่แกหันกลับมา  เป็นคนเดิม   พูดเหมือนเดิม   แววตาเหมือนเดิม   "   


.... เราก็คิดสิ  "  เอาหล่ะหวา   หน้ามือเป็นหลังมือเลย  จะอะไรก็ดี    อย่างน้อย  ก็ได้คุยกับพี่คนเดิม   ปรกติซะที  "   แล้วเราก็ดูทีวีไป   คุยกันเรื่องน้ำ   เรื่องกรุงเทพ   จิปาถะ  




************************


วันนี้ ยังไม่ได้เขียนเรื่องที่ว่าจะเขียนต่อจากไดอารี่หน้าที่ 47 หล่ะนะ   บางที  มีสิ่งที่ต้องทำก่อน   ก็ทำ   

พอแค่นี้ก่อนหล่ะ   มีธุระ   อาบน้ำแต่งตัว  แล้วจะตะลอนนอกบ้าน   แวะถ้ำ   เอาสมุนไพรไปให้พี่ ๆ  เขาด้วย   เรื่องสมุนไพรชอบมาตั้งแต่เด็ก      หนังสือเยอะเหมือนกัน    สมุนไพรไทยดีมากเลย   ใช้เป็นก็เป็นคุณมหาศาล     ทุกวันก็ชอบกิน  ใช้   "  ก็ถือว่าดี   ไม่ต้องพึ่งมือหมด   ทำศัลกรรม   แต่อย่างเราทำอะไรไม่ได้   มีพลาสติกเข้ามาในร่างกายหล่ะก็   อยู่ไม่ได้หรอก   เน่าแน่   คัน  แพ้อย่างเเรง    แค่ผ่าตัดมีด้ายอยู่ในเนื้อ   ก็แพ้อย่างเเรง    เป็นหนองห้าครั้งแนะ    กว่าเเผลเล็ก ๆ  จะหาย  ปาเข้าไปเป็นปี    ชาวบ้านเขาเดือนเดียวก็หายแล้ว   ไอ่เรานี่หนักหน่อย   จึงได้ดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด




"   เรื่องที่เขียนไว้นี้    ขอบพระคุณท่าน   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่    แต่สำหรับตัวเอง   ขอบพระคุณ   และถือว่า   ท่านคือพระอาจารย์  และทั้งสี่ตนเป็นครูให้    ผลบุญกุศลที่ได้ทำส่งถึงท่านได้รับทุกผู้ทุกนาม  "


พิราบขาว

บันทึกเมื่อ 30/08/2555




 
*********************************
 



 

 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น