
เลยเที่ยงคืนมานิดหน่อย ไดอารี่หน้านี้ ที่อยู่ ๆ ก็เกิดอยากจะเขียนขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ ตอนแรก มันก็ไม่มีอะไรจะเขียนแล้วหล่ะ " แต่ความรู้สึกสบายใจ จึงได้นำมาเขียนไว้อีกครั้ง ป่านนี้ ชีวิตคู่หนึ่ง คงหลับใหล และฝันดี ขอให้เป็นวันดีดี อีกนาน ๆ ตลอดไป "
ตอนนี้น้องที่เขียนถึงในไดอารี่หน้าก่อน ๆ และเขียนไว้ในจดหมาย เธอได้อยู่ที่ต่างจังหวัด ทางใต้ จะสี่ทุ่มมีเสียงตามสายมาส่งข่าว บอกถึงความเป็นอยู่ วันนี้ได้รายได้ เท่านี้ เก็บไว้ใช้จ่ายคราวจำเป็น แบ่งไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน หยอดกระปุก สามีก็ไปรับจ้างทำสวน เธอมีร้านเล็ก ๆ แม่ก็ขายของ ทุกคนอยู่แบบพอเพียง
เล่าให้ฟังสักพัก เธอก็ขอตัวนอน " ดีใจนะ ที่ชีวิตทุลักทุเลพอดู เคยเล่าให้ฟังว่า คบกัน อยู่ด้วยกัน ช่วยกันเรียนจบมหาวิทยาลัยเอกชน เมื่อถึงวันนี้ลาออกจากการสอนหนังสือที่วิทยาลัย แม้สามีจะมีชีวิตผิดพลาด แต่เมื่อฟ้าประทานยกโทษให้ ตอนนี้ คงได้เวลาทำงาน ดูแลคนที่ห่วงใยเเละคอยช่วยเหลือเขาเสมอมาสินะ "
เคยสังเกตุเห็นเสมอเลย ทำไมน้องคนนี้มันแปลก ๆ เหมือนมีทุกข์ใหญ่หลวงอยู่ในใจ(แม้ดูภายนอกเหมือนไม่มีอะไร) อารมณ์ก็เอาแน่ไม่ได้ จนวันหนึ่ง ก็คิดเลยว่า " ไม่เอาแน่กับคำพูดมันแล้ว ไม่อะไรกับมันหล่ะ ไม่คาดหวัง " จนวันเวลาผ่านไป ก็รู้ว่า ความทุกข์ระทม เพราะคนที่เธอรอเสมอ ทำตัวเหลวใหล ความทุกข์ใจ ความเดือดร้อน นอกจากครอบครัวรับมา อีกคนหนึ่งคือน้องคนนี้หล่ะ "
" ถึงแม้ตัวเรา ไม่ได้มีอำนาจ ไม่ได้ใหญ่โตมาจากใหน แต่ใจหน่ะ " ใหญ่หล่ะหวา อันใหนที่ช่วยกันได้ ไม่เดือดร้อนใคร เมื่อเวลามา โอกาสมี ทำไมจะไม่ทำหล่ะ ทำแล้วสบายใจดี ไม่ได้มีโอกาสได้ทำอะไรให้ใครนัก โอกาสผ่านมาก็เลยคว้าเลย หลายครั้งแล้ว ที่ปล่อยผ่านเลยไป
และครั้งหนึ่ง ที่เต็มร้อย ใจเป็นสุข เพราะเราทำอะไรด้วยใจ ตั้งใจ เป็นตัวของตัวเอง ให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าเพียงเล็กน้อย แต่มันยิ่งใหญ่สำหรับใจ อุปสรรค์นั้นมันขวางกั้น " แต่เมื่อความเป็นตัวของตัวเอง ความหนักแน่น มองคนคนนั้นก่อนเลย ก็เลยทำให้จำเลยว่า ดีใจมาก และเป็นตัวอย่างให้วันนี้ ทำอะไรได้ก็ทำเลย เหมือนครั้งที่ ก่อนจะจากดวงดาวมา ขอบคุณ ที่ให้โอกาสเมื่อเรามีเวลา "
*****************************
" ฟังเสียงของน้องแล้ว รู้สึกถึงการรอคอย รอคอยให้คนที่เธอรักทำตัวดี ไม่เกเร ชีวิตที่เอาแต่ใจ จนต้องเดือดร้อนไปกันพักหนึ่ง แต่วันนี้ เขาก็ตามใจเธอ คำพูดที่ว่า " อยากพาไปทำอะไร ก็ไปตามใจ ไม่อยากให้คิดมาก " ( แม้คนพูด ไม่อยากทำเท่าใดนัก ไปวัด นั่งสมาธิ ทำบุญ คนไม่ค่อยได้ทำก็ต้องค่อย ๆ เป็นค่อยไป ๆ นี่คือคำพูดที่เราฝากบอกไว้ )
ก็ถามน้องเหมือนกันว่า อยู่ได้ใหม ต่างจังหวัดนะ คนเคยอยู่แต่ในเมือง เขาบอกว่า อยู่ได้ เคยไปอยู่เป็นเดือนก็มี ส่วนเราก็คิดเห็นใจนะ คนเคยแต่งตัวสวย ๆ เดินทำงานประจำ อยู่เมือง เป็นเราก็อยู่ไม่ได้ ถึงเราจะชอบสงบ อยู่ป่าเขา อยู่ธรรมชาติ แต่ให้อยู่ถาวรเลย ไม่เอาหล่ะ จะอยู่ได้ แต่ต้องเข้าเมืองบ้าง ตะลอนบ้าง " เรื่องของเรื่อง หลายใจ อยากอยู่มันทุกที่ แต่เอาต่างจังหวัดเป็นเกณฑ์ เป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่นั่นหล่ะ อยากดูว่าชาวบ้านชาวเมืองแต่ละที่ ชีวิตในธรรมชาติแต่ละถิ่น ดำเนินต่างกันอย่างไร ต้นไม้ที่นี่โตแค่ใหน ลำธารตรงนั้นเป็นยังไง เทคโนโลยีเดินทางถึงใหนบ้าง แล้วก็กลับบ้านนอนหลับสบายใจ อันนี้หล่ะ คือชีวิตการเดินทาง ปัจจุบันก็ไม่อยู่กับที่ มีแว็บไปโน่นไปนี่เสมอ เดี๋ยวอาทิตย์หน้า มีทัวร์ทำบุญใหว้พระเก้าวัด ที่อยุธยา ตกลงไปกับเขาด้วย อยากไปอยู่แล้ว "
ใครจะทำอะไรมา ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลย เหมือนตัวเราก็อีก ทำอะไรมาดีไม่ดี ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเถอะ เรื่องราวที่เขียนไว้ แม้มันจะเป็นยังไง ที่จดจำก็มีเพียงสิ่งดีดี จนได้รู้แล้วว่า ทุกอย่าง แค่เพียงตัวหลอก " มันไม่มีอยู่จริง " ความสุขเพียงชั่วระยะ ความทุกข์เพียงชั่วเวลา ทุกอย่างก็ผ่านไป ทุกอย่างก็เวียนมาใหม่ ตอนนี้ แทบไม่มีแล้วหล่ะ ความทุกข์ แต่ความสุขใจ มันเกิดมีได้อยู่ ก็ยังหลงสุขอยู่ เมื่อเห็นคนอื่นมีความสุข แต่ก็เพียงแค่นี้ ผ่านแล้วผ่านเลย ดีใจกับน้องมัน ที่ชีวิตเศร้า ๆ ได้ดำเนินไปอย่างเริ่มดีขึ้น ถึงเขาจะอยู่ต่างจังหวัด หากอยู่กับสิ่งที่เขาเลือกแล้ว และต้องการมันจริง ๆ เชื่อว่าเขาสามารถประคับประคองกันอยู่ได้ ก็ได้แต่บอกเขาไปว่า " ให้ดูแลกัน ตามช่วยดูไปก่อน อย่าปล่อย เพราะชีวิตเท่าที่ผ่านมาใช่ว่าจะเดินสะดวกนัก "
เมื่อหลายเดือนมาแล้วหล่ะ ไปสุพรรณครั้งก่อนนั้น พี่ที่นับถือกัน ก็รุ่นห้าสิบหกสิบนั่นมั้ง เขาเล่าว่า " ไอ่ฟ้าเอ้ย เอ็งดูสิ นี่หลานชายข้า (เขานอนอยู่เปล) ลูกตัวกะเปี้ยก ติดยากันทั้งนั้นหล่ะ ทั้งหมู่บ้านเลย สมัยนี้มันติดกันหมด " .....พอไปราชบุรี ก็เจอยาย ๆ ป้า ๆ บอกว่า หมู่บ้านนี้ ติดกันหมดไม่เหลือ ก่อนนั้นใครอยากได้ยาบ้า เดินมาร้านข้า ซื้อกันเหมือนขนมเลย ก็เลยถามไปว่า แล้วทำไมไม่บอกหรวจ ก็ได้คำตอบมาว่า " จะบอกได้ยังไง ไอ่นั่นก็ลูก คนนั้นก็หลาน คนเดือดร้อนจริง ๆ คือผู้ใหญ่ "
พอเดินตะลอน ช่วงน้ำท่วม ตะลอนทัวร์อีสานเหนือ ก็เหมือนกันเลย เด็กเยาวชนติดก็เกือบหมด ผู้ใหญ่ก็ขาย เด็กก็เป็นมาเฟีย ขาย เวลามีปัญหา คนที่ส่งข่าว ให้รีบหนี ก็" คน "เหมือนกัน (เพียงแต่เขาใส่ชุดทำงาน พอตกเย็น ก็ถอดออกจากหน้าที่ ก็เป็นคนนั่นหล่ะ เเล้วจะพูดอะไรอีก มันเป็นตามยุคสมัย )
*************************
" ไม่เอาอะไรมากมายกับชีวิต ทำทุกวันให้ดีที่สุด ทำดีอะไรได้ก็ทำ เเต่ไม่หลงทางไปใหนอีกแล้วหล่ะ สติคอยเตือนตน ยังไงก็รู้แล้ว เห็นบ้างแล้ว ทุกคน ดูเหมือนเรามีเรื่องเยอะ ก็เรื่องช่วยคิดให้เพื่อนมนุษย์ เท่าที่เรามีปัญญา ทำได้ แต่ตัวเองเรื่องน้อยที่สุด แทบไม่มีอะไร ใจมันก็ยังเบา ๆ สบาย ๆ ว่าง ๆ อยู่เสมอ เรื่องทั้งหลาย ก็ของคนข้างนอก ที่เรารับรู้ แต่อยู่นอก ช่วยได้เท่าปัญญาเล็กน้อย ก็ทำแบบนี้ ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ... วันนี้เอาพระมาลงแล้วหล่ะ ทำอย่างที่พูดไว้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ทำไม่ได้นะ ไม่ทำก็ได้หากจำเป็น ไม่ต้องทำอย่างที่พูดก็ได้ ถ้ามันจะลำบาก มันไม่ได้มีใครบังคับ และก็ไม่ได้อะไรนักหนา แต่เป็นคนแบบนี้เอง เป็นตัวของตัวเอง "
... คืนนี้ เราก็สบายใจดี ไม่รู้ว่าวันเวลามันผ่านไปเรื่อย ๆ นี้ เราจะได้โอกาส ทำอะไรให้ตัวเอง ให้คนอื่นได้บ้าง เท่าใดกัน แต่ก็ใจเบา ๆ ใจสบาย ๆ สบายดี อยู่เช่นเคย ฝันดี ขอให้ได้เจอแต่คนดีดี สิ่งดีดี เสมอเลย ....
ความคิดเห็น