nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 046(Whitepingeon)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)

















         




          เลยเที่ยงคืนมานิดหน่อย      ไดอารี่หน้านี้    ที่อยู่ ๆ  ก็เกิดอยากจะเขียนขึ้นมา  ทั้ง  ๆ ที่  ตอนแรก    มันก็ไม่มีอะไรจะเขียนแล้วหล่ะ    "  แต่ความรู้สึกสบายใจ  จึงได้นำมาเขียนไว้อีกครั้ง     ป่านนี้  ชีวิตคู่หนึ่ง   คงหลับใหล   และฝันดี    ขอให้เป็นวันดีดี   อีกนาน ๆ   ตลอดไป  "



ตอนนี้น้องที่เขียนถึงในไดอารี่หน้าก่อน  ๆ  และเขียนไว้ในจดหมาย   เธอได้อยู่ที่ต่างจังหวัด   ทางใต้    จะสี่ทุ่มมีเสียงตามสายมาส่งข่าว   บอกถึงความเป็นอยู่  วันนี้ได้รายได้    เท่านี้  เก็บไว้ใช้จ่ายคราวจำเป็น    แบ่งไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน    หยอดกระปุก    สามีก็ไปรับจ้างทำสวน   เธอมีร้านเล็ก  ๆ แม่ก็ขายของ    ทุกคนอยู่แบบพอเพียง   


เล่าให้ฟังสักพัก   เธอก็ขอตัวนอน    "  ดีใจนะ  ที่ชีวิตทุลักทุเลพอดู     เคยเล่าให้ฟังว่า     คบกัน อยู่ด้วยกัน  ช่วยกันเรียนจบมหาวิทยาลัยเอกชน     เมื่อถึงวันนี้ลาออกจากการสอนหนังสือที่วิทยาลัย     แม้สามีจะมีชีวิตผิดพลาด    แต่เมื่อฟ้าประทานยกโทษให้    ตอนนี้   คงได้เวลาทำงาน   ดูแลคนที่ห่วงใยเเละคอยช่วยเหลือเขาเสมอมาสินะ     "



เคยสังเกตุเห็นเสมอเลย   ทำไมน้องคนนี้มันแปลก ๆ   เหมือนมีทุกข์ใหญ่หลวงอยู่ในใจ(แม้ดูภายนอกเหมือนไม่มีอะไร)    อารมณ์ก็เอาแน่ไม่ได้   จนวันหนึ่ง  ก็คิดเลยว่า    "  ไม่เอาแน่กับคำพูดมันแล้ว  ไม่อะไรกับมันหล่ะ  ไม่คาดหวัง "   จนวันเวลาผ่านไป     ก็รู้ว่า    ความทุกข์ระทม   เพราะคนที่เธอรอเสมอ   ทำตัวเหลวใหล     ความทุกข์ใจ   ความเดือดร้อน  นอกจากครอบครัวรับมา   อีกคนหนึ่งคือน้องคนนี้หล่ะ  "



          "  ถึงแม้ตัวเรา  ไม่ได้มีอำนาจ   ไม่ได้ใหญ่โตมาจากใหน   แต่ใจหน่ะ " ใหญ่หล่ะหวา     อันใหนที่ช่วยกันได้  ไม่เดือดร้อนใคร   เมื่อเวลามา โอกาสมี  ทำไมจะไม่ทำหล่ะ   ทำแล้วสบายใจดี      ไม่ได้มีโอกาสได้ทำอะไรให้ใครนัก      โอกาสผ่านมาก็เลยคว้าเลย      หลายครั้งแล้ว  ที่ปล่อยผ่านเลยไป 

และครั้งหนึ่ง  ที่เต็มร้อย ใจเป็นสุข  เพราะเราทำอะไรด้วยใจ ตั้งใจ  เป็นตัวของตัวเอง  ให้กับคนที่เรารัก   ไม่ว่าเพียงเล็กน้อย  แต่มันยิ่งใหญ่สำหรับใจ    อุปสรรค์นั้นมันขวางกั้น  " แต่เมื่อความเป็นตัวของตัวเอง  ความหนักแน่น  มองคนคนนั้นก่อนเลย   ก็เลยทำให้จำเลยว่า    ดีใจมาก   และเป็นตัวอย่างให้วันนี้  ทำอะไรได้ก็ทำเลย   เหมือนครั้งที่  ก่อนจะจากดวงดาวมา   ขอบคุณ  ที่ให้โอกาสเมื่อเรามีเวลา   "



 
*****************************
 



          "  ฟังเสียงของน้องแล้ว  รู้สึกถึงการรอคอย   รอคอยให้คนที่เธอรักทำตัวดี  ไม่เกเร   ชีวิตที่เอาแต่ใจ     จนต้องเดือดร้อนไปกันพักหนึ่ง    แต่วันนี้   เขาก็ตามใจเธอ   คำพูดที่ว่า " อยากพาไปทำอะไร  ก็ไปตามใจ  ไม่อยากให้คิดมาก " ( แม้คนพูด ไม่อยากทำเท่าใดนัก   ไปวัด  นั่งสมาธิ  ทำบุญ  คนไม่ค่อยได้ทำก็ต้องค่อย  ๆ  เป็นค่อยไป ๆ  นี่คือคำพูดที่เราฝากบอกไว้ )


ก็ถามน้องเหมือนกันว่า   อยู่ได้ใหม  ต่างจังหวัดนะ   คนเคยอยู่แต่ในเมือง   เขาบอกว่า  อยู่ได้  เคยไปอยู่เป็นเดือนก็มี       ส่วนเราก็คิดเห็นใจนะ   คนเคยแต่งตัวสวย ๆ  เดินทำงานประจำ   อยู่เมือง  เป็นเราก็อยู่ไม่ได้   ถึงเราจะชอบสงบ  อยู่ป่าเขา   อยู่ธรรมชาติ   แต่ให้อยู่ถาวรเลย   ไม่เอาหล่ะ   จะอยู่ได้  แต่ต้องเข้าเมืองบ้าง  ตะลอนบ้าง    "  เรื่องของเรื่อง   หลายใจ  อยากอยู่มันทุกที่   แต่เอาต่างจังหวัดเป็นเกณฑ์     เป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่นั่นหล่ะ     อยากดูว่าชาวบ้านชาวเมืองแต่ละที่   ชีวิตในธรรมชาติแต่ละถิ่น   ดำเนินต่างกันอย่างไร     ต้นไม้ที่นี่โตแค่ใหน   ลำธารตรงนั้นเป็นยังไง   เทคโนโลยีเดินทางถึงใหนบ้าง   แล้วก็กลับบ้านนอนหลับสบายใจ   อันนี้หล่ะ     คือชีวิตการเดินทาง   ปัจจุบันก็ไม่อยู่กับที่     มีแว็บไปโน่นไปนี่เสมอ      เดี๋ยวอาทิตย์หน้า     มีทัวร์ทำบุญใหว้พระเก้าวัด  ที่อยุธยา    ตกลงไปกับเขาด้วย     อยากไปอยู่แล้ว     "





ใครจะทำอะไรมา   ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลย   เหมือนตัวเราก็อีก   ทำอะไรมาดีไม่ดี  ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเถอะ     เรื่องราวที่เขียนไว้    แม้มันจะเป็นยังไง   ที่จดจำก็มีเพียงสิ่งดีดี     จนได้รู้แล้วว่า   ทุกอย่าง  แค่เพียงตัวหลอก   " มันไม่มีอยู่จริง  "     ความสุขเพียงชั่วระยะ  ความทุกข์เพียงชั่วเวลา  ทุกอย่างก็ผ่านไป   ทุกอย่างก็เวียนมาใหม่   ตอนนี้    แทบไม่มีแล้วหล่ะ  ความทุกข์     แต่ความสุขใจ  มันเกิดมีได้อยู่  ก็ยังหลงสุขอยู่   เมื่อเห็นคนอื่นมีความสุข    แต่ก็เพียงแค่นี้  ผ่านแล้วผ่านเลย     ดีใจกับน้องมัน   ที่ชีวิตเศร้า  ๆ ได้ดำเนินไปอย่างเริ่มดีขึ้น    ถึงเขาจะอยู่ต่างจังหวัด      หากอยู่กับสิ่งที่เขาเลือกแล้ว  และต้องการมันจริง  ๆ   เชื่อว่าเขาสามารถประคับประคองกันอยู่ได้       ก็ได้แต่บอกเขาไปว่า     " ให้ดูแลกัน   ตามช่วยดูไปก่อน  อย่าปล่อย    เพราะชีวิตเท่าที่ผ่านมาใช่ว่าจะเดินสะดวกนัก "



      เมื่อหลายเดือนมาแล้วหล่ะ   ไปสุพรรณครั้งก่อนนั้น    พี่ที่นับถือกัน     ก็รุ่นห้าสิบหกสิบนั่นมั้ง    เขาเล่าว่า  "  ไอ่ฟ้าเอ้ย  เอ็งดูสิ  นี่หลานชายข้า (เขานอนอยู่เปล)   ลูกตัวกะเปี้ยก   ติดยากันทั้งนั้นหล่ะ  ทั้งหมู่บ้านเลย  สมัยนี้มันติดกันหมด   "       .....พอไปราชบุรี   ก็เจอยาย ๆ ป้า ๆ  บอกว่า  หมู่บ้านนี้  ติดกันหมดไม่เหลือ   ก่อนนั้นใครอยากได้ยาบ้า   เดินมาร้านข้า   ซื้อกันเหมือนขนมเลย   ก็เลยถามไปว่า    แล้วทำไมไม่บอกหรวจ    ก็ได้คำตอบมาว่า  "  จะบอกได้ยังไง  ไอ่นั่นก็ลูก  คนนั้นก็หลาน  คนเดือดร้อนจริง  ๆ  คือผู้ใหญ่ "


พอเดินตะลอน  ช่วงน้ำท่วม   ตะลอนทัวร์อีสานเหนือ   ก็เหมือนกันเลย  เด็กเยาวชนติดก็เกือบหมด   ผู้ใหญ่ก็ขาย   เด็กก็เป็นมาเฟีย  ขาย   เวลามีปัญหา   คนที่ส่งข่าว  ให้รีบหนี   ก็" คน "เหมือนกัน (เพียงแต่เขาใส่ชุดทำงาน  พอตกเย็น  ก็ถอดออกจากหน้าที่  ก็เป็นคนนั่นหล่ะ   เเล้วจะพูดอะไรอีก   มันเป็นตามยุคสมัย )


*************************


   "  ไม่เอาอะไรมากมายกับชีวิต   ทำทุกวันให้ดีที่สุด ทำดีอะไรได้ก็ทำ    เเต่ไม่หลงทางไปใหนอีกแล้วหล่ะ   สติคอยเตือนตน   ยังไงก็รู้แล้ว  เห็นบ้างแล้ว   ทุกคน  ดูเหมือนเรามีเรื่องเยอะ   ก็เรื่องช่วยคิดให้เพื่อนมนุษย์   เท่าที่เรามีปัญญา ทำได้   แต่ตัวเองเรื่องน้อยที่สุด  แทบไม่มีอะไร     ใจมันก็ยังเบา ๆ  สบาย ๆ  ว่าง ๆ  อยู่เสมอ     เรื่องทั้งหลาย  ก็ของคนข้างนอก  ที่เรารับรู้   แต่อยู่นอก  ช่วยได้เท่าปัญญาเล็กน้อย      ก็ทำแบบนี้  ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร     ... วันนี้เอาพระมาลงแล้วหล่ะ    ทำอย่างที่พูดไว้    แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ทำไม่ได้นะ  ไม่ทำก็ได้หากจำเป็น   ไม่ต้องทำอย่างที่พูดก็ได้   ถ้ามันจะลำบาก   มันไม่ได้มีใครบังคับ   และก็ไม่ได้อะไรนักหนา    แต่เป็นคนแบบนี้เอง   เป็นตัวของตัวเอง    "




      ... คืนนี้  เราก็สบายใจดี   ไม่รู้ว่าวันเวลามันผ่านไปเรื่อย ๆ นี้  เราจะได้โอกาส  ทำอะไรให้ตัวเอง ให้คนอื่นได้บ้าง  เท่าใดกัน    แต่ก็ใจเบา ๆ  ใจสบาย  ๆ  สบายดี   อยู่เช่นเคย   ฝันดี  ขอให้ได้เจอแต่คนดีดี สิ่งดีดี  เสมอเลย ....



 









 

 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น