nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

บันทึก 001 (บันทึกพิราบขาว)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)

*** กด Ctrl พร้อม A   จะได้คลุมดำทั้งหมด อ่านง่าย















ปาริชาติ





บันทึกที่ 001
เรื่อง ความฝัน ทางสามแพร่ง ถนนสามสาย 



                                                                                                       
                                          

              

 

 



           ใกล้รุ่งสางของวันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555
มันไม่ได้สนุก   ห้าห้าห้า  เหมือน พ.ศ   เลยสักนิด


ม่ะ   เล่าความฝันแปลก  ๆ   ไว้พิจารณาดู   ว่า  สิ่ง
ที่เล่านี้    มันเป็นเพียงความฝัน  ฝันไป    หรือความ
ฝันเตือนอะไรบางอย่าง   



 

*********************************



            ฝันเห็นเราสามคน เพื่อนหญิงและชาย
คนบ้านเดียวกัน    เรียนรุ่นเดียวกัน  สนิทกัน
มากทั้งสามคนนี้ 


เพื่อนหญิงเจ้ารัญจวน  เพื่อนชายเจ้าหมอก
เราเดินนำหน้า    เพื่อที่จะหาทางไปที่ใหนสักแห่ง
เดินไปเรื่อย ๆ   บนเส้นทางนี้

ยิ่งเดินไปข้างหน้า   ยิ่งมีแต่โคลนตม ยังดีที่พอมี
เป็นคัน  เหมือนคันนา    ไว้ให้เดิน    แต่บางช่วง
มันก็แหว่ง   ใต้นั้นรู้สึกช่างน่ากลัวนัก

ฉันมองเห็นอะไรเคลี่อนไหวอยู่ไม่ไกลนัก   ใต้
โคลนนั้น    ไม่เห็นตัวมัน    แต่ที่ตรงนั้น  มัน
เเบ่งเป็นโซน   ดูแล้วคล้าย  ๆ   แปลงนาที่เต็มไป
ที่เต็มไปด้วยโคลนตมสีเกือบดำสนิท

แปลงโคลนนั้น   ฉันไม่เห็นตัวตนด้วยตาเนื้อ
แต่เห็นมันด้วยจิต  "  มันด้วยใหญ่มาก   เป็น
สัตว์เดรัจฉาน   ใหญ่กว่าฮิบโป    จะว่าเป็น
ฮิปโปก็ไม่ใช่  มันใหญ่กว่าช้างสามสี่เท่าเห็น
จะได้     จะว่าเป็นสัตว์อะไรก็ไม่มีให้เห็นใน
โลกมนุษย์      รู้แต่ว่าก้ำกึ่ง  ๆ  


ฉันมองเห็นโคลนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว   
รู้ด้วยจิตว่า    มันมุ่งตรง  หวังทำร้ายพวกเรา
ทั้งสามคน  "  เพื่อน  ถอยกลับไป !
เดินเร็ว ๆ   "    (คำพูดที่ทำให้เจ้ารัญจวน
รีบเดินตามคันเล็ก ๆ  รอบ ๆ  มีแต่หญ้า
มองไปรอบตัว   มีแต่แปลงโคลน  แบ่ง
เป็นล็อก ๆ    ...  นึกถึงเเปลงนา คันนา
ก็ไม่ต่างกัน   แต่ในนั้น   มันเหมือนนรก
เป็นน่ากลัว )


.....เจ้ารัญจวนเดินนำหน้ากลับอย่างรวดเร็ว
หมอกเพื่อนชาย   เดินไปด้วยความพยายาม
ก้าวขาเดินด้วยความพยามยาม   อย่างเร็ว
แต่ก็เดินไปได้  ส่วนฉันเดินเหนื่อย ๆ   เพราะ
เพื่อนเดินหยีบคันหล่นไปบาง  หากตกไป
ในบึงโคลน(เรียกแปลงเป็นบึงเพราะมันลึก)

สักพักเจ้าหมอกพุ่งตรง  กำลังจะว่ายโคลน
ไปใหนก็ไม่รู้   ฉันรู้แต่ว่า(จิตเห็น)    มีเหมือน
กึ่งคนกึ่งเดรัจฉาน   สองขา   ตัวดำน่าเกลียด
ไม่ค่อยน่ากลัวมาก   แต่จิตใจน่ากลัว เหี้ยม
หวังทำร้ายมนุษย์โดยแท้    หลอกให้คนหลงเข้า
ไปในนั้น     และเพื่อนฉันคนนี้     ก็หลงชื่อมัน

"  ฉันไม่รอช้า    รีบเอื้อมมือออกไป   คว้าได้
ส้นเท้าเพื่อน   ที่อยู่ในโคลน    ตรงหน้าเพื่อน
สองขามันเรียก   เหมือนเตรียมรอ  
.....ฉันจับข้อเท้าเจ้าหมอกแน่น   แล้วกระชาก
กลับมาได้     "
แล้วพวกเราก็รีบเดินตรงไปข้างหน้า




*********************************



     พวกเราเดินไปถึงทางสามแพร่งพอดี
เจ้าหมอกไม่ขอแวะใหน    กลับบ้านเลย
ฉันเดินตรงไปตามแยกตรงกลาง   มันเป็น
ถนนเดินตรงไปข้างหน้า   เห็นเพื่อนที่พอ
รู้จัก    แต่สติไม่ดีซะแล้ว   ฉันยังคงคิดว่า

จะเดินไปดูอะไรต่อดีใหม    เจ้ารัญจวนเจอ
คนแปลกหน้า   และคุยกัน   คนแปลกหน้า
เยอะแยะ  หลากหลาย   จิตเหล่านั้นมุ่งหวัง
เพื่อเข้ามาหลอกลวง  "  ทุกคนดูเหมือน 
หน้าตาเป็นคน    แต่จิตเป็นเดรัจฉานอีก
เช่นกัน    เหมือนเปรต     เหล่านั้น  มีแต่
จิตร้ายกาจ    เข้ามาเพื่อหลอกลวง ทำร้าย "


ฉันมองผู้หญิงคนนั้น  ฉันรู้จักเขา   หันไป
มองเจ้ารัญจวน  " อย่า  !   ไม่ต้องไปกับเขา
เชื่อฉันนะ    อย่าไป  รัญจวน  อย่าไป    "
(ฉันเห็นข้างใน  คนหลายกลุ่ม   ที่เดิน
เข้ามาเรียก  คุย  และดึงตัวเพื่อนไป)

เจ้าเพื่อนคนนี้    บอกว่า   จะไปกับเขา
ด้วยความห่วงเพื่อนมาก    แต่ก็อยากเอา
ผู้หญิงคนที่กำลังจะเป็นบ้า   หน้าตามอม
แมม   กลับไปยังบ้านเขา      แต่ฉันหัน
ไปหารัญจวน   ไม่เจอแล้ว   เจ้าเพื่อน
ได้ไปกับเขาแล้ว



เปรตชัด ๆ  !   ฉันมองเห็นเปรตในร่างคน
พวกมันเหล่านั้น   เดินตรงเข้ามาทักฉัน
แต่ก็ไม่ได้สนใจ   "  จิตใจที่มั่นคง  ไม่
วอกแวก  มันทำให้สิ่งรอบข้าง  หลอกลวง
เราไม่ได้    ฉันจึงไม่ได้หลงเข้าไปในนั้น "


     ท่ามกลางกลุ่มคนพยายามเข้าใกล้
ฉันพยุงหญิงคนนั้น  เพื่อเดินออกมาตาม
ถนนสายนี้    ฝ่าคนหลายกลุ่ม   ซึ่งพยายาม
เรียก  ชวน   เอามือไขว่คว้าดึงเราไว้  " แต่
มันเข้าไม่ถึงตัว  จิตใจเรายังมั่นคง  พยุง
คนคนนี้      เดินมาถึงจุดทางสามเเพร่ง
"  ฉันจะพาเขากลับบ้าน   (โลกมนุษย์)
แต่ ! เส้นทางที่เดินไปสู่บ้าน   มีผู้คนที่
หน้าตามอมแมม  สะบักสะบอม  บางคน
ก็สติเลอะเลือนบ้างแล้ว   แต่เขาเหล่านี้ 
ใกล้เข้าไปทุกที   ใกล้จะได้ถึงบ้าน   แต่
อยู่ระหว่างทาง 

ด้วยความห่วงเจ้ารัญจวน    และก็คิดตั้ง
แต่ทีแรกแล้วว่า   เมื่อฉันเอาผู้หญิงคนนี้
ไปไว้ในที่ปลอดภัย   แล้วจะมีคนมารับเขา
กลับบ้านได้    เพราะถนนสายนี้   คืออยู่
ระหว่างใกล้ถึงบ้าน

" เอาคนรู้จัก  ฝากรวมไว้กับผู้คน    ที่บางคน
หวาดกลัว   บางคนสติไม่ดี   เพราะเจออะไรมา
แล้ว    แต่กำลังจะได้กลับบ้าน    บางคนก็
ปรกติดี        ฉันฝากคนคนนี้  ไว้กับคนเหล่านี้

" คนเหล่านี้   กำลังรอคนมารับกลับบ้าน  คน
เหล่านี้    เขาอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่   "    บางคน
กังวล   ว่าเมื่อไหร่จะมารับ   บางคนหวาดกลัว
สิ่งที่เพิ่งเจอแล้วผ่านมา หลายคนสภาพดูไม่ได้
เสื้อผ้าหน้าตามอมแมม   แต่เขาเหล่านี้กำลัง
จะได้กลับบ้าน    "   อยู่นี่นะ   อย่าออกไปอีก
มันอันตราย  "  (ฉันเตือนเขา   รู้ว่าถ้าหลง
ออกไปจากจุดนี้    ก็จะเจอสิ่งชักนำ ลำบาก)




แล้วฉันก็รีบย้อนกลับไปจุดนั้น" จุด ทางสามแพร่ง" 


*************************************


 ตรงทางสามแพร่ง    ฉันยืนอยู่ตรงทาง

สามแพร่ง     มองตรงไปข้างหน้า   มันเป็น
ถนนเดินเข้าไป   ด้านขวามือ  มันเป็นทางที่
เราไปมาแล้ว   คือทางที่มีสัตว์เดรัจฉาน  มี
บึงโคลน  แบ่งเป็นโซน ๆ  ไป     โซนนี้สำหรับ
เดรัจฉานสี่ขา  โซนนี้กึ่งเดรัจฉานในคราบอสูร
จิตร้าย        เมื่อยืนตรงทางสามเเพร่ง   มอง
ไปด้านซ้านมือ   นั่นหล่ะ   ทางไปโลกมนุษย์
ทางที่ฉันเพิ่งเอาคนรู้จักไปส่ง   แล้วรีบกลับมา
  
มาช่วยเพื่อน  เจ้ารัญจวน   "  ยกมือตั้งจิต
อธิษฐาน   ขอให้เส้นทางที่จะไปช่วยเพื่อน
นี้     ไม่มีอันตรายใด  ๆ    ขอให้รัศมีกาย
คุ้มครองไม่ให้สิ่งใดเข้าใกล้  ทำร้ายได้   "

ฉันเดินตรงเข้าไป    จิตสำคัญนัก   มันมีสิ่ง
เร้ารอบด้าน    เปรตในร่างคนมาพูดคุย  ชักชวน
แต่เข้าใกล้ตัวไม่ได้    เพราะฉันเอามือทำรัศมี
ล้อมกายไว้    "  ได้ยินหลายคน   พูดกันว่า
เราเข้าไม่ได้    เขาทำที่กันไว้    หลายเสียง
พูดกัน   เพื่ออยากเข้ามาให้ได้   "

 
ระหว่างทาง  มีแต่เปรตในร่างคนพยายามเข้า
มาให้ได้     ถึงเข้าไม่ได้ก็พูดกล่อม  ชักชวน
" ฉันสติดีอยู่   จิตใจมั่นคง  ไม่วอกแวก   จึง
ผ่านตรงนี้ได้  "    เดินผ่านเข้ามาอีกช่วงแล้ว

มันไม่ถึงขนาดเป็นเปรตในร่างคน   แต่ระหว่าง
ทางช่วงนี้    มันเป็นคน   แต่คนประเภทหนึ่ง
เลวร้าย   มุ่งทำลาย  เอาเป็นว่า  ไม่ดีเลย
(ผีในร่างคน  ประเภทคนทำเกี่ยวกับเรื่อง
คุณใสย์  มนต์ อะไรประมาณนี้   แล้วมาอยู่
ทางสายนี้  ช่วงที่สอง  จากที่ฉันเดินเข้ามา)
"  หลายคนพยายาม  เข้ามาให้ถึง   มีหัวหน้า
ด้วย   เป็นผู้หญิง ก็มี       ฉันเดินทางเพื่อ
ตามหาเจ้ารัญจวน  ให้กลับบ้าน    ระหว่าง
ทางเดิน     ไม่ได้ทำรัศมีกาย    แต่พนมมือ
เดินสมาธิ   สวดมนต์ "  เพียงพนมมือ   ตั้ง
นโมสามจบ   เวียนสวดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ   "

คนที่เดินตามมา    เกิดสงสัย   เดินเข้ามา
แล้วก็ถอยออกไป    คุยกันว่า   เค้าสวดมนต์

เค้าเป็นใคร    เขาเป็นชีหรือ (คนเหล่านั้นเห็น
ชุดขาวในตัวเราแทน)     ต่างคนต่างพูดถึง
แล้วหัวหน้าใหญ่ก็พูด   แล้วทุกคนก็เดินออกไป
ไม่เข้ามายุ่งกับเรา



        เดินเข้ามาอีกช่วงของถนนสายนี้แล้ว
ช่วงที่สาม    เป็นที่ที่จะไปตรงเกาะกลางซึ่ง  ฉัน
ไม่รู้ว่าตรงนั้นมีอะไรบ้าง   ฉันไปเจอการหลอกลวง
คนหลอกคน     คนเหล่านั้น    เป็นนักแสดง   
หลายคนติดอยู่ที่นี่   เพราะยังหาที่ไปไม่ได้  
รู้แต่ว่า    ที่ตรงกลางเกาะลอย(เป็นดิน   แต่เรียก
เกาะลอย  เพราะมันแยกออกมาเป็นโซน)










                                              
                                                                                               









ตัวฉันเอง ทางฉันเอง

 

 
                                                       


เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง   โดนผู้ชายหลอก   และชาย
คนนั้นกำลังตามฆ่า     ผู้หญิงคนนี้นอนตะแคลงมี
เลือดใหลเต็มเลย     เขาโดนทำร้าย   และกำลัง
จะโดนคนที่เป็นแฟนหักหลัง    "  ลังเลอยู่สักพัก
มอง  พิจารณาแล้ว  เพ่งก็แล้ว   กลัวว่า   นี่จะเป็น
ภาพลวงตา   กลัวว่าสิ่งที่เห็นจะไม่ใช่อย่างที่เห็น

แต่แล้ว   จิตมันก็เห็นว่า    เป็นเรื่องจริง   เพียง
แต่ว่าจุดตรงนี้     เป็นที่สำหรับคนไม่มีทางไป
หลบหนีความหน้ากลัวได้    แล้วมาอาศัยอยู่ที่นี่

ฉันพยุงร่างคนนี้    แล้วไปไว้ในที่ปลอดภัยได้  
จากนั้นเดินมาตามพื้นที่  บนเกาะกลางแล้ว   มี
งาน  ดนตรี   การแสดง    ของคนเหล่านี้   

แต่ก็ไม่แวะ    เขาใช้ชีวิตกันเหมือนบนโลกมนุษย์
มีแสดง   แกร่งแย่ง  เข่นฆ่า   ข่มขืน  อะไร
ต่าง ๆ   ทำนองนี้เลย   ฉันถามป้าว่า    รู้จักเจ้า
รัญจวนใหม   ป้านึก  นึก  แล้วก็พูดว่า  "  อ๋อ
เจ้านี่   รู้จัก   วันฝนตก   ก็จะไปแอบเก็บตัวอยู่
ใต้ตันมะสัง    ข้าง ๆ   บ้านร้าง  "


เท่านั้นหล่ะ    มองไปไกล ๆ   เห็นแล้วว่า   ที่
พูดถึงนั้น   อยู่ตรงนั้น    "  ขอบคุณป้า   แล้วก็
เดินไป   เห็นเพื่อนเหมือนเขาเบรอ  ๆ   กำลัง
ยืนเอาเสื้อเก่า  ๆ   จุ่มลงในไหรองน้ำฝน  

(*** หมายเหตุ เวลาของฉันไม่นานเลย
แต่เวลาของที่นี่  มันนานมาก เหมือนเพื่อน
มาอยู่ที่นี่  นานสักระยะหนึ่งแล้ว ทั้ง ๆ  ที่
ฉันก็เพิ่งรีบไปรีบมา   ... ก็นั่นหล่ะ เวลา
ของเราเพิ่งผ่านไปไม่นาน  สำหรับที่นี่
มันเร็ว เจ้ารัญจวนอยู่นาน)

เธอกำลังซักผ้า    ... ฉันยืนมองเพื่อนด้วยความสงสาร
ภายใต้จิตใจเขา  ไม่มีอะไรเลย   มีแต่ไปหาอะไร
กินประทังชีวิต   การหนีคนที่คอยจะทำมิดีมิร้าย
...  ป้าเดินมาบอกว่า   เห็นรัญจวนบอกว่า 
รอดไปอีกคืน     " (จิตมันรู้ได้ว่า  เค้าหมายถึง
เพื่อนหนีการถูกข่มขืนได้แล้วอีกครั้งหนึ่ง)


     พอฟังแล้วก็เวทนาเพื่อนนัก  "  มองเพื่อน
เห็นอาการ    เห็นเพื่อนเริ่มเลอะเลือนเล็ก ๆ  

ภายใต้จิตสำนึกเขา   ไม่มีแม่แล้ว   ไม่มีลูก
ไม่มีใครบนโลกมนุษย์แล้ว   ใช่ !  เขาเริ่มลืม
ลืมทุกอย่าง    ตอนนี้เริ่มไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว
ให้เขาต้องมีความหวัง    เขาลืมทุกคนไปแล้ว
เขากำลังจะมาดำเนินชีวิตที่ไร้ทิศทาง ที่ตรงนี้
เกาะกลางทางสามแพร่ง   ฉันเรียกมันว่า

" เกาะกลางทางสามแพร่ง  "   พอดีเพื่อนหัน
มาเจอ   " ไป   รัญจวน  เราจะพาเธอกลับบ้าน
เพื่อนหันมาเห็นฉันที่กำลังมองอยู่นานแล้ว

ดีใจมาก   รี่เข้ามากำลังจะกอด    แต่ลืม  แล้ว
เฉยไปเลย    กึ่ง ๆ  จะจำได้ว่า  สัมผัสคืออะไร
" ไปเพื่อน  กลับบ้านกัน   จะพากลับบ้าน  ทันที
ที่ชวน   เพื่อนหน้าตาสดใส   จิตดวงเดิมเริ่มกลับ
มา    ...  ก็ยังพูดต่อว่า    " รัญจวน  แม่รออยู่นะ
ลูกด้วย    กลับบ้านกันนะ  "   

เท่านี้หล่ะ    เพื่อนนึก  แล้วจำได้ทุกอย่าง 
"  เรากำลังจะกลับบ้าน   กลับโลกมนุษย์ "

ฉันมีอาหารให้เพื่อนกิน   (นึกอยากได้อะไร
ก็จะมีมา  คงบุญที่ทำไว้นั่นหล่ะ  เลยได้ให้
เพื่อน )     เจ้ารัญจวนได้สติดีแล้ว  กำลัง
กินข้าว   แต่เห็นอีกที    เอ้า !  ทำไมมันอ๊วก
ออกหมดหล่ะ   (คงเป็นบุญเราที่ทำไว้  ให้ใคร
กินได้   แต่เขาก็กินเข้าไปจริง   ๆ ไม่ได้นะ  )

     "  เพื่อนก็บอกว่า    แค่ได้ยินแม่  ลูก 
กลับบ้าน   กินอาหารเขาก็อิ่มเลย   ของเรา
อร่อยนะ    แต่กินเเล้วจุก  "


อาหารของเจ้ารัญจวน   มีเพียงน้ำน้ำหู้  นม
ประมาณของน้ำ  ๆ  นั่นหล่ะ  แต่เขาอิ่ม 
กินที่เราให้ไป   ก็กินได้  อร่อย  แต่ก็ต้อง
อ๊วกออกมาหมด    เพราะไม่ใช่ของเขา  
ไม่ใช่บุญที่เขาทำ   เมื่อถึงตรงนี้   ก็ไม่ได้



**********************************



เขียนเล่าจบแล้ว   ความฝันที่คุ้น ๆ    เคย
ได้อ่าน    มันคล้าย  ๆ   เคยดูทีวี   มันก็
ใกล้เคียงกัน    "   แต่ว่ายังไม่ได้ไปดู
ที่ลึก   น่ากลัวมาก  ๆ    สิ่งที่ฝัน   หรือ
เรียกว่าอะไรก็ตาม      ตรงนี้   แค่อยู่
ระหว่าง   ต้น   ๆ  สามโลกหรือเปล่านะ



แต่ว่ามันก็ชวนให้คิด   ระวัง   เมื่อยังมี
ชีวิตอยู่   ตัวเราเองก็จะทำสิ่งดี  ทำบุญ
สร้างกุศลไว้      วัตถุสร้างไว้อย่างมากมาย
สุดท้ายก็เอาอะไรไปไม่ได้   

แต่ บุญกุศล  สร้างไว้  เอาไปได้เสมอ

สิ่งที่เห็นเพียงแค่นั้น   ยังน่ากลัวมาก
เมื่อถึงเวลาหนึ่ง  ขนาดให้กันกินได้
แต่สุดท้ายก็ยังกินไม่ได้อยู่ดี   

เมื่อถึงเวลานั้น   จะให้ถึงเวลานั้นทำไม
รู้แบบนี้แล้ว    จะมารออะไร  สะสมแต่
สิ่งที่เรานำติดตามไปได้ในภพภูมิ



ขอบคุณความฝัน   หรือเรียกว่าอะไรก็ตาม
แต่ก็ได้เตือนสติเป็นอย่างดี 

"  อย่าประมาทกับชีวิต 
เมื่อยังมีชีวิตอยู่นี้ 
ใช้ชีวิตที่มีนี้  ให้ถูก

เพราะมื่อถึงเวลาเดียวกัน
แล้วทุกคนก็จะรู้ว่า 
ขณะ  เรามีชีวิตนั้น
เราได้ใช้ชีวิต  อย่างประมาท

หรือ  อย่างระวัง


สติสัมปชัญญะ  เป็นสิ่งสำคัญ
ความดีคุ้มคลอง  
     


02 เมษายน  2555

(พิราบขาว)


*************************************

ปล. รู้แล้วหล่ะว่า  ต้องมาเขียนไดอารี่อีกรอบ
แต่ก็ยังคิดอยู่ว่า  ไม่มีอะไรให้เขียน
จนเช้าวันนี้   ก็เลยเขียน

อยากวาดภาพเก่ง  ๆ จะได้วาดภาพที่เราเห็น



ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น