nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love . 020 (Whitepingeon)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)
 ไดอารี่นี้ก็แบบนี้  อ่านได้ก็ด้วยคลุมดำ  หรือไม่ก็ขยาย   สีสรรกลมกลืน  เหมือนไม่แคร์สายตาเสีย    ขนาดตัวเองยังขยาย 150  ฮ่า ๆ   แต่อยากเขียนเก็บไว้  (คิดซะว่าเรียนคอมไปนิด ๆ  )














      YOUR LOVE  - kenya



              หลายวันมานี้เพลียจัง      เริ่มต้นก็แบบนี้หล่ะเรา   อยากพัก    แล้วก็อยากเขียน     หลายสภาวะเกิดพร้อมกัน    สภาวะทาธรรมเกิดอีก      ตั้งแต่ต้นปีปรกติไม่ค่อยให้ใครใกล้ตัวได้เลย       นอกจากคนที่เรารักจริง ๆ       กับคนที่ใจบริสุทธิ์    อันนี้เพื่อน ๆ  จะรู้ดี      ....  ยังไม่ได้ไปหาครูใหญ่ และครูหลาย ๆ ท่าน     ตั้งแต่พี่หญิงลองเชิง      เข้าใกล้เราตัวสั่นไม่หยุด     สั่นทั้งตัว     ตั้งแต่วันนั้นครูก็เล่าให้หลายคนฟัง      กระจายจนเค้ารู้กันทั่ว   ฮ่า ๆ  เลยพักก่อน    เดี๋ยวเค้าเอาไปออกงานวัด    พูดเล่นเรื่อยเลยเรา    แต่วันนี้สิ   คุยเอ็มกันนานมาก








....  บางวันมันก็ท้อบ้าง     เพียงไม่นานก็หาย    อยากทำใจให้ได้     แบบไร้ซึ่งความผูกพันธ์    ได้แค่วันเดียว จริง ๆ  ยังทำไม่ได้ทั้งหมด    ยังคิดอยู่ว่าทำทำไม     ก็ในเมื่อยังรู้ตัวเองอยู่ว่าใจเป็นยังไง



ทดสอบหลายอย่าง   แม้แต่ใจเรา    ทำให้คนอื่นคิดอะไรบ้าง    สะกิดใจบ้าง       ก็ยังติดนิสัยทดสอบคนเหมือนเดิม     วันนี้เจอไปหลายคน    ห้องสว่างก็โดน   ไอ่ลูกเจี๊ยบก็เจอ    ไม่รู้หรอกว่า    จริง ๆ  เราลองใจดู


คุยกันว่าจะไปวัดนั้น   ไปใหว้พระ    คุยกันไปมา   ก็เลยคิดมาทันที   ลองซะหน่อย     ทดสอบเราก่อน     เราก็เลยบอกว่าไม่ไปแล้วหล่ะ   (แต่ใจอยากรู้ว่าเค้าคิดอะไรอยู่  ส่วนเราไปแน่  คนเดียวก็ไปได้อยู่แล้วสบาย ๆ  )
ห้องสว่างบอกว่าเปลี่ยนใจเร็วจัง    สรุป   ไปเพียงปากกับใจไม่ตรงกัน  เพื่อลองดูว่าเค้าจะพูดว่าอะไร


ลูกเจี้ยบเจอลองเล่นดูสิ     ว่าเค้าจะว่าเรายังไง     สรุปว่า     เจี๊ยบโวย   "  พี่ทำอะไรหนู "  จริง ๆ  ไม่ทำไรเลย    พิมพ์โต้ตอบกัน    แต่ไม่รู้มันเป็นไรสิน่า    เรียกเค้าว่าไอ่อ้วน    !   ...  เจียบบอกห้องสว่างว่า   เราอะไรก็ร้องให้    อยากจะบอกจริง ๆ  เลยว่า   ไม่เคยมีน้ำตาสักหยด     พ่อไม่เคยให้อ่อนแอ     เพิ่งไม่นานนี้หล่ะ   เก็บกด    เต็มที่เลยน้อง  ฮ่า ๆ   ร้องเต็มที่  แล้วก็หยุดซ่ะ

ตอนก่อนยังเขียนจดหมาย     ยังไม่มีใครให้คิดถึง     มีแต่ดวงดาว    บางทีตอนงอแง  เคยกอดพ่อ       ดวงดาวอยู่ใกล้คงเผลอกอดแล้วร้องสะอื้นไม่มีเสียงนั่นหล่ะ      บางทีมันสุด  ๆ   เราร้องให้ไม่ได้   มีเสียงก็ไม่ได้       แต่ตอนนี้เอาซะ      ไม่ใช่ว่าอ่อนแอ    แต่บางครั้งมันหลายเรื่อง    ทำอย่างอื่นยังไม่ได้    นั่งเศร้าไปก่อน    เดี๋ยวก็หาย    ก็เท่านั้นเอง      ปัจจุบันรู้จักกอดใครเป็นนะ     หญิงทั่น   ห้องสว่าง   เพื่อน ๆ   ที่รัก อิ อิ   ซะหน่อย ๆ    เล่นไม่เลิกเลยแฮ่ะ  ! (เพราะที่บ้านสอนให้เก็บตัว   ไม่แสดง   ไม่เคยเห็นพ่อแม่ทำอะไรให้ลูกเห็น   แบบน่าเกลียด     เค้าไม่ได้สอนให้กอดกัน   แต่เราขี่คอพ่อด้วยหล่ะ   ลูกติดพ่อ    )



 





รู้ตัวนะว่า    เราทำอะไรลงไปบ้าง     คอมหน่ะ   มันไม่ได้เป็นที่คนอย่างเดียว     ระบบ   เครื่องเราเอง     หรืออื่น ๆ   อีกมากมาย      ถ้าจะว่าใครตรง ๆ   นั่นไม่ใช่เราหรอก     ให้เอาเข้าจริง ๆ  ถึงแม้จะพอรู้      แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะว่าใครโดยไม่มีหลักฐาน      "   แต่นิสัย   ชอบทดสอบใจคน    ทั้งสุ่ม  ทั้งเดา     สุดท้ายก็ไม่ได้สรุปอะไร     รู้อย่างเดียวว่า    ใครบางคนชอบแหย่แรง   แกล้งแรง   ทุกวันเลยตอนก่อน     เค้าไม่รู้หรอกว่าเราผวา     บางทีมาทีเผลอ      มันผ่านไปแล้ว     ทำแบบนี้    แต่ได้อะไรหลายอย่าง      ได้รู้ใจเรา     ได้ทำอะไรสะกิด       ทำให้รู้นิสัย    จริง ๆ   โหดนะเวิ่ย   รู้ทันด้วย     แต่ทำเออเร่อก็มี       ดวงดาวเคยพูดว่า    ทำหน้าเออเร่อเข้าไว้   อะไรต่อไม่รู้ลืมแล้ว    แต่ก็ยังขำอยู่เลย    หุ หุ    ...ก็ยังเป็นคนเดิม   หลับหูหลับตาเขียนเหมือนเดิม     ถ้ามีอะไรเข้าม     ก็เขวี้ยงระเบิดรักบ้าง    อะไรบ้าง    ให้รู้ว่า   ดุนะเวิ่ย  ชิ   ! 






...เราสามคนนับถือกันเป็นพี่น้อง      แต่ว่าเราก็ยังไม่ยอมเรียกห้องสว่างว่าพี่เต็มปาก   เจ้าลูกเจี๊ยบก็ด้วย    กว่าจะรับใครเข้ามาในใจไม่ใช่เรื่องง่าย   ๆ    กว่าจะเรียกใครว่า  พี่   ก็ไม่ใช่ว่าจะเรียกได้นะ     ส่วนสองคนที่ยังไม่เรียกเต็มปาก   เค้าจะเข้าใจเราหรือเปล่าไม่รู้สิ      แต่ใจเรารู้ว่าเค้าคือพี่ กับน้อง    แต่ก็ขอบคุณหล่ะ     ที่ดูแลกัน     เวลามีอะไรก็ตามดู      สามวันมานี้สภาวะทางธรรมเปลี่ยนเร็ว      เจ้าน้องที่สอนวิทยาลัยมาเยี่ยมวันนั้น    โทรศัพท์ก็เปิดปิดตามที่เราทำอยู่ที่เครื่องเรา    แต่เค้าก็เป็นด้วย      น้องก็เลยเอามาวางให้ดู    อืม    มันก็เหมือนเดิมหล่ะ      เป็นบ่อย  ๆ   



สักพักน้องก็เริ่มคิดอะไรไม่รู้     แต่เธอก็เริ่มปวดแขน  ลามมาทั้งตัว   จนร้องก๊าก     ก็นะคิดไม่ดีเจอพลังบ้าไป    อิ อิ  ....   มันก็เหมือนกับที่ครูใหญ่แม่ครูเห็นกันนั่นหล่ะ      มันก็ไม่แปลกหรอกสำหรับเรา      แต่เฉย ๆ   ไม่สะทกสะท้าย   ไม่ยินดียินร้ายอะไรกับมัน      อยากอยู่ทางโลกมากกว่า     อยากคิดถึงคนที่เรารัก     อยากอยู่กับกิเลศ     อยากทำสัญญาเก่าให้จบ


เรื่องเหล่านี้เป็นธรรมดาสำหรับคนอย่างเรา     สูงแค่ใหนสุดท้ายก็กองฟอน    นับประสาอะไรกับสิ่งที่ไม่แน่นอน    และแปรผัน     สักวันก็เกิดก็ดับ      แต่ก็อีกนั่นหล่ะ     วันใหนนึกสนุกก็แกล้งคนเล่น        



"    ตอนนี้เศร้านะ    หลายอย่างทำให้ต้องจัดการกับมัน      เวลาก็เป็นตัวแปรอีกอย่าง      พี่หน้าปากซอยบอกว่า    แต่งานดีจะได้มีคนช่วยคิด   หน้าตาใช่ขี้ริ้วขี้เหร่    มีแฟน      ชีวิตอาจดีกว่านี้      แต่มีแกกลับเบื่อแล้วบ่นให้ฟังว่า    ถ้าตอนก่อนไม่แต่งหรอก   หากรู้แบบนี้     น่านเลย    บอกเราแต่ตัวเองมีปันหา     ฮ่ะ ๆ      แต่เค้าก็บอกนะว่า   ชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน    ....   แล้วเคาจะรู้ใหมนะ    ว่าคนอย่างเราไม่ใช่ไม่รู้อะไร    รู้มากจนอยากล่ะทุกอย่าง    หากคนที่เค้าเข้าใจก็คงจะอยู่ดีกันไปว่าเราทำอะไรบ้างในแต่ละวัน        หากไม่สบายใจแล้วจะทำไปทำไม     นี่ก็เป็นคำสนทนาให้กันฟัง     พร้อมทั้งกระหยิ่มในใจว่า      พี่ไม่รู้อะไรหนูรู้มากเกินกว่าที่จะมีคนเข้าใจ        แต่ไม่ได้หลงใหลกับสิ่งเหล่านี้ก็เท่านั้น      "



 



นั่งคิดเสมอว่า      คนเราสูงต่ำไม่เท่ากัน     อย่าได้ดูถูกกันก็เป็นพอ       .... ทุกวันนี้ทำนิ่ง  เฉย   บ้าน ๆ   กลับมาก็มานั่งที่ร้านพี่ ๆ   ขายของแบกะดินบ้าง    ร้ายค้าบ้าง     เมื่อวานสั่งก๋วยเตี๋ยวมานั่งพื้นข้างถนน     รู้สึกว่าดีนะ        เพราะคนเราเท่ากัน    พี่ ๆ  เค้าจะรู้กัน   แต่ทุกคนก็ยิ้มให้หล่ะ       ทำตัวให้เป็นคนเหมือนกัน    ดูไฮโซนั่งฟุตบาท     สนุกนะ      เค้าตั้งให้เอง    แค่บุคลิก      เป็นคนติดดินที่สุดแล้ว    อะไรก็ได้      แต่เราเป็นของเราแบบนี้      


จะไปใหว้พระเขาคิชกุฎ    แม่ไก่และคณะโทรมาชวน      เป็นอะไรที่อยากไปมาก     แล้วก็มีเสียงตามสายมาพอดี      บอกห้องสว่างว่า    ขอเค้าเป็นตัวของตัวเองได้บ่     อยากเเต่งตัวสไตย์ตัวเอง     ไปวัดก็วัด   ไม่ผิดระเบียบเป็นพอ     แต่สไตย์ตัวเอง  นะ     ห้องสว่างบอกว่า    เอาเลย   เต็มที่       เท่านั้นหล่ะ     ดีใจมากมาย     ก็เราเป็นของเราแบบนี้   ในแต่ล่ะวันก็อยากแต่งตัวตามชอบ      ก็ไม่ได้ผิดระเบียบ     คนมันเกิดมาไม่เหมือนกัน     นิสัยไม่เหมือนกัน    ทำไปอย่าได้แคร์     สุดท้าย   สบายใจโก๋      


"  เป็นตัวของตัวเองดีสุด     ทุกคนย่อมแตกต่าง    แต่ก็ไม่ลืมว่า     ยังคิดถึงอยู่นะ    รู้สึกเหมือนเดิม    พรุ่งนี้ช่างมัน     วันนี้หล่ะดีสุด       นี่หล่ะที่อยากเขียน    สำหรับเราก็เป็นเหมือนเดิมแบบนี้     

ดวงดาวเก็บตัว    ให้เวลากับตัวเอง    รู้ว่าคิดเยอะ    หรือไม่คิดเลย  นั่นไม่ใช่เค้า    แม้เพียงช้อนเล็ก ๆ   คงสำคัญทางใจ       ความทรงจำเดิม  ยังนำมาเล่าให้พวกเราฟัง      อย่างคิดว่าคนอย่างเราจะมองไม่ออก    ส่วนลึกของคน    เมื่อมีเวลาอยู่กับตัวเอง    ก็จะย้อนความเป็นตัวเอง     อยากให้ทุกคนหาเวลาให้กับชีวิต    ให้กับตัวเองและคนรอบข้าง  ที่สำคัญกับเราบ้างจัง    ไม่อยากให้เหลือไว้เพียง   คำว่า  "  มันสายไป "   






ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น